Group Blog
 
 
มีนาคม 2556
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
25 มีนาคม 2556
 
All Blogs
 
ละคร รักบ้านเรา (เที่ยวตลาดบ้านใหม่) ภาคแรก


เที่ยวตามหนังตามละคร รักบ้านเรา (เที่ยวตลาดบ้านใหม่) ภาคแรก

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพ่มนมีโอกาสพาหนุ่มๆในบ้านไปเที่ยว เพ่มนเลือกไปเที่ยวใกล้ๆและตั้งใจจะพาน้องชายไปซื้อเรือป๊อกแป๊ก (ประมาณว่าสัญญากันไว้ก่อนสอบเสร็จว่าจะซื้อให้ ) ของเล่นพวกนี้ เป็นของเล่นแบบเก่า แต่เอามาผลิตขายใหม่ ใช้เล่นกันมาเรื่อย จะนับกันจริงๆก็ต้องย้อนไปไกลโขอยุ่ (จำได้ว่าตอนนั้นเพ่มนยังเคยเล่นกับน้องชายที่อยุธยาอยุ่เลย เผลอ แป๊บเดียว ผ่านมาเป็นหลายสิบปีเสียแล้ว อิๆ.... จ๊าก เล่าอย่างงี้ สาวๆ ก็รุ้จิว่าเพ่มน ยังสาว.....อยุ่ อิๆ)


เรือป๊อกแป๊กแล่นด้วยเทียนไขจุดไฟ ใครยังทันได้เล่น เข้าข่าย ผสว แล้วอ่ะ อิๆ(แต่สนุกมากเลยอ่ะ 555)




แล้วของพวกนี้ก็จะไม่มีขายตามตลาดทั่วไป หรือถ้ามีก็จะมีราคาแพงมากๆ เพ่มนตั้งใจไว้แล้วว่าจะพาน้องชายเพ่มนไปเที่ยวตลาดเก่าร้อยปีด้วยอ่ะ ความจริงเพ่มนก็เคยพาพวกน้องชายเพ่มนไปเที่ยวตลาดร้อยปีที่สามชุก สุพรรณบุรีมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งเด็กๆ ก็ชื่นชอบกันมากเลย เพ่มนกับพ่อดอกมะลิก็มีความสุขมากด้วย(โดยปกติเพ่มนกับฝาชีก็ชื่นชอบของเก่าเป็นชิวิตจิตใจอยุ่แล้ว อิๆ) มาครั้งนี้เพ่มนจึงเลือกไปตลาดบ้านใหม่ จังหวัดเชิงเทรา อ้าว... สาวๆ ตามมา เพ่มนจะพาไปเที่ยวตามรอยละคร เทอดพระเกียรติ รักบ้านเรา นำแสดงโดย อุ๊บ....(เด็กเพ่มนเองหล่ะ อิๆ ขอเนียน 555)

ลูกโป่งวิทยาศาสตร์ ยังหามาเป่าเล่นได้อยู่อ่ะ




ก่อนจะพาไปเที่ยวตลาดบ้านใหม่ ก่อนอื่นกองทัพต้องเดินด้วยท้อง มาครั้งนี้ท้องของกองทัพนั้นสำมะคัญที่สุด แม่ทัพอย่างเพ่มนจึงเลือกพาไปกิน อาหารทะเล ที่บางแสน เหอๆ พุดจริงนะ แล้วก็มีสารถีใจดี ขับรถให้อีกด้วย ไกลแค่ไหนก็พาไปค้า (ขอบคุณนะคร๊าบ....ในความน่ารักที่มีให้ มาตลอดเวลายี่สิบสองปี ที่รุ้จักกันมา อิๆ มีเนียนยอกันเอง มะช่าย แถลงมาจากใจจริงๆ เอ้า เฮ...)

ลูกปู ที่ร้านอาหารที่บางแสนอ่ะ(แต่จำชื่อร้านมะได้ ขออภัย)



เอาหล่ะ มาดุเมนุของเพ่มนกัน อ่านแล้วไม่ต้องแลบลิ้นเลียปาก เพราะเพ่มนไม่เหลืออะไรไว้ให้อยุ่แล้ว ฮ่าๆ เริ่มต้นจานแรกด้วยรวมมิตรย่างทะเล ประกอบไปด้วย ของเรียกน้ำย่อยอย่างแรง อาทิ ปลาหมึกย่าง( สดมากๆ หวานเหนียวเคี้ยวหนึบๆ เด้งไปมาในปากเลยอ่ะ กินกับน้ำจิ้มแซบๆ อร่อย...มากค้า.... บอกได้คำเดียว) ตามมาติดๆ แบบหายใจรดต้นคอกันไปเลย เป็นเนื้อปลากระพง ลวกจิ้ม อันนี้ไม่ต้องพูดมาก สดทุกอย่าง นึกเอาเองละกัน 555

บรรยากาสแถวร้านที่เพ่มนพาน้องชายทั้งทีมไปทานอาหารทะเลอ่ะ








แล้วก็ตามกันมาแบบหายใจเข้าแต่ยังไม่ทันหายใจออก(เวอร์ไปนิด อิๆ) ก็ต้องเป็นกุ้งย่างเผา แบบว่าหวานกรอบ หอมกรุ่น แถมทางร้านแกะเปลือกมาให้เรียบร้อย ง้ำๆ อืม อาหร่อย...ยังไม่หมดคร๊าบท่าน จานนี้ ยังมีมาโชว์อีก เป็นหอยแมลงภุ่ตัวใหญ่เผากะลังพอดี ตัวใหญ่แบบว่าเต็มปากเต็มคำ พอดี อิๆ เวลาเคี้ยว จะมัวมาพูดแบบนี้ไม่ได้หรอกนะจ้า สาวๆ เพราะตัวมันใหญ่คับปาก...อ๊าก...บอกไม่ถูก แต่ว่าของอย่างงี้ปล่อยให้ทำแทน (ปล่อยให้กินแทน) ไม่ได้ จ้า ฮ่าๆ (เสียดายลืมถ่ายรูปมาฝาก แต่เพ่มนว่า แค่นี้...ก็ทำเอาสาวๆน้ำลายย้อยถึงเข่า เป็นแถวๆแล้วม้าง เอิ๊กๆ)

นั่น...แค่อาหารเรียกน้ำย่อย มาอีกจานแหล่ะร้านนี้ทำอาหารเร็วทันใจมากเลย ในราคามิตรภาพเสียด้วย ตัวเพ่มนเอง ยังเมาส์โทรศัพท์ กับเพ่เก๋ ยังไม่ทันจบ หันมาอีกที อาหารมาครบทุกจานแหล่ะ( น้องเก๋ เพ่มนทานเผื่อแล้วนะจ้า ) ต่อมาก็ต้องเป็นจานหลัก ปลากระพงขาวทอดน้ำปลา จานนี้ก็พื้นๆ แต่เด็กๆชอบมาก ที่นี่...น้ำปลาเค้าหมักเอง สดใหม่หอมและหวาน ปลาก็สด แบบกระโดดลงกระทะก่อนทอดเลยอ่ะ 555 (ใครไม่เชื่อก็ไม่ว่ากัน ต้องมาลองเอาเอง อิๆ)

ปลากระพงขาวโดดลงน้ำปลาดังจ๋อม อิๆ



มาแล้วจ้า จานที่รอคอย นางเองของงาน ต้มยำน้ำใสทะเล (เพ่มนไม่ชอบแบบน้ำข้นเพราะเดี๋ยวกินแล้วจะแก่เร็ว เหอๆ เป็นความเชื่อส่วนตัว 555) ตบท้าย ไม่รวมข้าวเปล่าโถใหญ่เป็นข้าวหอมมะลิเสียด้วย(ปกติเพ่มนกินข้าวกล้องหอมมะลิ ) จานนี้สั่งมาโดปกำลังพ่อดอกมะลิโดยเฉพาะ ได้แก่ หอยน้ำรมสดๆทานกับยอดกระถิน และหอมเจียวราดด้วยน้ำจิ้มสุดแซบ อ๊าก......หอย สดมากๆค้า หวานกรุบกรอบ( แต่เพ่มนทานไปสองสามตัว ไม่ค่อยกล้าทานมาก เกรงว่าทานมากจะเปลือง.......ไม่ช่ายเกรงใจโรคเก่า โรคลำไส้อับเสบ จะถามหา เหอๆ)



อ้อ... ลืมไป จานธรรมดาที่ไม่ธรรมดาอีกจาน ก็คือ กรรเชียงปูนึ่ง ของโปรดของน้องชายทั้งสองของเพ่มน มีเท่าไหร่ไม่เคยเหลือ 55เ ด็กกำลังโตเป็นหนุ่ม ศรราม เอ้ย เป็นหนุ่ม ๆ ก็งี้แหล่ะ เอิ๊กๆ และขาดไม่ได้ ต้องโค๊กซิ ถ้าไม่มีก็ต้องน้องแป๊บ เอ้ย ....น้องเป๊บซี่ อิๆ จบงานแล้วจ้า 555

ขวัญใจหนุ่ม ทีม สะบายดี กรรเชียงปูนึ่ง



มาถึงตอนนี้ ก็สบายแหล่ะ กองทัพพร้อมเดินทาง ออกจากบางแสนก็เที่ยงแก่ ๆ กว่าจะไปถึงตลาดบ้านใหม่ก็ล่อไปเกือบบ่ายสองโมง (ตลาดวายไปแล้ว แต่เพ่มนชอบอ่ะ คนไม่แน่น เดินแบบสบายๆ) ความจริงก็ไม่ได้ไกลเท่าไหร่หรอกนะสาวๆ แต่ด้วยไม่เคยมาทางนี้อ่ะ ก็มีต้องจอดรถถามทางกันเป็นระยะๆ (ปกติพ่อดอกมะลิของเพ่มนจะขับตรงเข้าฉะเชิงเทราเลย เพราะมีเพื่อนซี้ บ้านอยุ่แถวๆนั้น แต่พอต้องขับจากบางแสนเข้ามาก็พากันงงเต็ก กันเป็นการใหญ่ อิๆ) แต่ก็ทำให้เห็นน้ำใจของคนไทย แบบน้ำใสใจจริงเลยอ่ะ

เรื่องก็มีอยู่ว่า เพ่มนจอดถามทางมาครั้งหนึงแหล่ะ แต่ก็ยังไม่ประจักตลาดแก่สายตาซักที เพ่มนก็เลยไปจอดเทียบเคียงร้านขายกล้วยปิ้ง กะจะถามทาง พอดีมีพี่ผุ้ชายใส่เสื้อสีแดง ( แบบว่าหล่อยังกับศรราม เอ้ย มะช่าย ไม่หล่อเท่าอ่ะ ล้อเล่น ) นั่งอยุ่ข้างๆ ประมาณว่ารอซื้อกล้วยปิ้งอยู่อ่ะ พอเพ่มนคนจ๋วยลงไปถามว่า(ขอเนียน อิๆ) ขอโทษนะค้า ตลาดบ้านใหม่อยุ่แถวไหนค่ะ พี่สุดหล่อก็ยังไม่ตอบแต่ทำท่านึกๆ ก่อนจะตอบว่า ไม่รุ้จะพูดอย่างไร ตามมาก็แล้วกัน

อุ๊แม่เจ้า... ทำไมช่างเป็นคนมีน้ำใจงามอย่างนี้ พี่คนนั้นไม่พุดเปล่า แกเดินมาส่งเพ่มนขึ้นรถ แล้วแกก็กระโดดขี่มอไซด์ พาฝาชีเพ่มนไปส่ง ครึ่งทาง ก่อนจะหยุดรถเอาดื้อ ๆ ตรงทางแยก (เล่นเอารถที่ขับตามหลังมา ชม..เพ่มนกับฝาชี กันเป็นแถว 555) แล้วเพ่เค้าก็บอกให้เลี้ยวขวาแล้วตรงไปตามถนนจนกว่าจะถึงทางรถไฟ จากนั้นเพ่เค้าก็จากไป เพื่อกลับไปเอากล้วยปิ้งที่สั่งไว้ เหอๆ เพ่มนกะฝาชี และน้องชายในรถก็พนมมือไหว้เพ่เค้าไปในบัดดล พร้อมตะโกนดังๆว่าขอบคุณค้า/ครับ ซึ้งอ่ะ เพ่เค้ามีน้ำใจสุดๆ ประทับใจคนบ้านใหม่แปดริ้วจริงๆเลยอ่ะ

ลงมาจากรถได้ไม่กี่ก้าว ทีมหนุ่มๆสะบายดี ก้ยืนล้อมน้ำจรวดโบราณ หิ้วกันคนละถุงเดินตลาด ประเดิมเจ้าแรกหน้าตลาดเลยอิๆ





หลังจากวนหาที่จอดรถซักพัก ก็ได้เวลา..ลุย..แหล่ะ
แต่ว่าก่อนจะไปลุยลองมาท้าวความถึงความเป็นมาของตลาดที่นี่กันก่อนดีกว่านะ สาวๆ ที่เรียกว่า จังหวัดฉะเชิงเทรานั้น แต่ก่อน เค้าเรียกว่าเมืองฉะเชิงเทรา หรือเมืองแปดริ้ว คงเรียกกันมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ตั้งแต่ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถโน้น (คุ้นๆหรือเปล่า จ๊ะสาวๆ แบบว่าเรียนกันมานานจนลืมไปหมดแล้ว อิๆ) ในฐานะเป็นหัวเมืองจัตวา

ในปีพ.ศ 2459 จึงได้เปลี่ยนจากการเรียกว่าเมือง มาเป็นเรียกว่าจังหวัดฉะเชิงเทราแทน คำว่าฉะเชิงเทรา แปลว่า คลองลึก มาจากภาษาเขมร ส่วนชื่อ แปดริ้ว นั้น ....อืม...สาวๆลองเดาต่อซิว่าได้มาจากไหน เก่งมากจ้า... แปดริ้ว เป็นขนาดของปลาช่อนที่เคยจับได้ตัวใหญ่มากมีเรื่องเล่าสืบกันมาว่า ปลาช่อนที่จับได้มีขนาดใหญ่ ขนาดที่ว่าแล่ออกมาตากแห้งได้ถึงแปดริ้ว ด้วยกันนั่นเอง อิๆ สาวๆบางคนไม่รุ้ก็มารุ้กันวันนี้แหล่ะ

ส่วนชุมชนตลาดบ้านใหม่นั้น หาไม่ยากเลยเพราะอยุ่ในตัวเมือง ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง ไม่ไกลจากสถานีตำรวจมากนัก(ถ้าหาไม่เจอก็เลี้ยวรถเข้าไปถามคุณโปริส ได้เลย อิๆ) ชุมชนนี้มีอายุมากกว่าร้อยปี เป็นชุมชนที่เก่าแก่ชุมชนหนึ่งมีลักษณะบ้านเรือนที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ถ้าใครติดตามละครรักบ้านเรา ก็จะเห็นบรรยากาศภายในชุมชน ก็เป็นเหมือนอย่างที่เห็นนั่นแหล่ะ ทีมงานเค้ามาปักหลักถ่ายทำที่นี่ไงจ๊ะ สาวๆ





แต่ก่อนหน้านี้ก็มีทั้งหนังทั้งละคร เคยมายืมสถานที่ ที่นี่ใช้อยุ่เนืองๆ โดยมักจะใช้เป็นแหล่งชุมชนย้อนยุคชาวจีน ไม่ว่าจะเรื่องอยุ่กับก๋ง นางนาค เจ้าสัวสยาม ( อิๆ ถ้าใครมาแล้วจะรุ้ว่ายังคงบรรยากาศเก่าๆไว้เพี๊ยบ แต่ถ้าใครยังไม่มา และยังไม่มีโอกาสจะมาแน่ๆ ก็กินลมชมบรรยากาศตามรุปที่เพ่มนเอามาฝากไปพรางๆก่อนละกัน )








ชุมชนนี้มีมานานแล้วมีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ที่นี่...มีร้านอาหาร ร้านขายของเล่น ของกิน ทั้งไทยจีน มีร้านกาแฟโบราณ รวมทั้งของดีแปดริ้ว ของฝาก ขนมไทยมากมาย ขนมจาก ขนมกง ขนมชั้น น้ำพริก ต่างๆ ไม่ว่าจะเป้น้ำพริกตาแดง น้ำพริกปลาแห้ง แมงดา กุ้งเสียบ มีเกือบหมด(เรียกว่า ขนกันมาทั้งบางน้ำพริก เลยเชียว อิๆ





ขนมจาก ปิ้งกะสดๆ หวานหอมอร่อย กระดาษที่แม่ค้าใช้ห่อมา ก้เป้นใบประวัติของจังหวัดกับชุมชนบ้านใหม่ด้วยอ่ะ เรียกว่าแม่ค้าที่นี่เป้นการตลาดในสายเลือดตัวจริง อิๆ



ขนมสาคุไส้หมู แต่แป้งแม่ค้าเค้าผสมสี จากดอกอัญชัน ดอกกระเจ๊ี๊ยบ ขมิ้นนเหลือง สีออกมาสวยมั๊กๆ น่ากินไปหมดทุกอย่างเลย



วุ้นมะพร้าวสีสวยๆ ขายพร้อมถ้วยดินเผา วุ้นทำจากน้ำมะพร้าวแท้ๆ ผสมสีจากดอกไม้ สีครามๆ ใช้ดอกอัญชัน สีแดง ทำจากดอกกระเจีี๊๊ยบ สีอื่นไม่รุ้อ่ะ อิๆ น่ากินแต่เพ่มนอิ่ม กินไม่ไหวแล้ว เลยเป้นได้แค่อาหารตา เอามาฝากสาวๆ



ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพระเอกเรื่องนี้ ออกอั๋นๆอยุ่ ฮ่าๆ ก็โดนแวดล้อมไปด้วยสารพัดของอร่อยอย่างงี้ จะมีเหลือรึ พ่อศรราม 555 ) รวมทั้งผักแปลกๆ หายากพวากใบยอ โสน ตะลิงปริง (ที่เอ่ยชื่อมาทั้งหมด ถ้าใครรุ้จักหมด งานนี้เดาว่าต้องมีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบ เอิ๊กๆ)



ในปีพ.ศ. 2547 ทางจังหวัดและตัวชุมชนเอง จึงร่วมใจกันเปิดตลาดบ้านใหม่ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ พร้อมให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมวิถีชีวิต ย้อนยุค เลือกชิมอาหารรสอร่อย(แบบว่าของกินเยอะมาก ทำเอาเพ่มนตาลายไปเลยอ่ะ ดีนะที่กินอิ่มมาแล้ว แต่ก็ยังไม่วาย...เสียตังค์ อิๆ แต่เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังที่หลังว่าได้อะไรกลับมาบ้าง)

โดยจะเปิดในวันเสาร์- อาทิตยื และวันนักขัตฤกษ์ ใครว่างก็มานะจ้า สาวๆ มาเที่ยวได้ทั้งครอบครัว แบบว่าครัวใครครัวมัน หรือจะมาเป็นคุ่ๆ อันนี้ก็ยินดีด้วยใจจริงๆ 555

ร้านขายของเก่าทำใหม่ ของเล่น แนวๆโบราณ เค้าจัดร้านน่ารักดีอ่ะ



ขนมหลากหลาย สไตรืเมื่อยี่สิบกว่าปีมาแล้ว มีทอฟฟี่หน้าตาโบราณมากเลย มีลูกอมไข่นกกะทา มีมะยมเชื่อมเสียบไม้ (แบบว่าเคยเป้นของโปรดเพ่มนมาก่อนทั้งนั้น อิๆ และคงเป็นของโปรดของใครๆอีกหลายคนอ่ะ เพ่มนว่านะ)



ตังเมสีหวานๆเอาไว้ให้หนุ่มๆซื้อไว้ให้สาวๆ อิ ๆ ไม่ช่าย เอาไว้หลอกเด็กๆ



ปล.โปรดติดตามบล๊อคต่อไป อิๆ
มีต่อภาคสองนะสาวๆ แบบว่าบล๊อคเดียวเที่ยวไม่หมดเสียแล้ว เที่ยงคืนแหล่ะ ขอไปนอนก่อนอ่ะ ง่วงมั๊กๆๆ





Create Date : 03 ตุลาคม 2551
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2552 11:33:26 น.
Counter : 1560 Pageviews.



Create Date : 25 มีนาคม 2556
Last Update : 25 มีนาคม 2556 14:07:23 น. 0 comments
Counter : 1038 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
BlogGang Popular Award#10


 
Setakan
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





อยากให้คนที่เข้ามาได้รอยยิ้ม
และความสุขกลับไปค่ะ

..................

นิยายปี 53










นิยายปี 54










งานเขียนในบล็อกนี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ. พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ส่วนหนึ่งส่วนใด โดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร




TOP : Users Online hits
Friends' blogs
[Add Setakan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.