โลกหมุน 360° แต่หัวใจไม่ไหวเอนตามแรงโน้มถ่วงโลก
Group Blog
 
All Blogs
 

รัก...รอวันที่เลิก



เคยไหม...ที่รู้สึกว่ารักใครสักคน
รักมันก็รักแต่...มันเหมือนมีอะไรบางอย่างบอกเราว่า
เราสองคนไม่มีทางร่วมหัวจมท้ายไปด้วยกันได้

จะด้วยชนชั้น ฐานะ สังคม หรืออะไรก็แล้วแต่
จุดบอด...ข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อย
สามารถทำให้เราพร้อมจะไปทันที

มันเป็นความรักอึมครึม...ยากที่จะอธิบาย
ต่างคนต่างรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้
แต่ก็พยายามยื้อ ยื้อเวลาที่จะอยู่ด้วยกัน
 
มันเป็นความรู้สึกเสียดาย...เสียดายวันเวลา
เสียดายความผูกพัน...เสียดายความรัก
เสียดายทุกๆ อย่างถ้าจะต้องจากกันจริงๆ 

ไม่ได้เลิกกันเพราะคนอื่น...แต่อย่างใด
และ..ไม่ได้เลิกกันเพราะมีใครใหม่ด้วย
มันคล้ายๆ ความรักมาถึงจุดอิ่มตัว

เหมือนไม่รัก...แต่ก็รัก
อยู่ต่อก็ไม่ได้...จากไปก็ยังไม่ทันตั้งตัว
หรือจะรอแค่เวลาก็ไม่รู้

ถ้าทางออกอีกทาง คือต้องอยู่ห่างกัน...สักพัก
วัดใจเลยว่าความต้องการจริงๆ คืออะไร
แล้วจุดดำที่มันค้างคาในใจล่ะจะแก้ยังไง
จะมีอะไรมาบอกได้ว่าความรู้สึกนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก

ยากเหลือเกิน...รักแบบนี้...ยากที่จะดึงกลับมา
รักนะ...แต่เราต้องเลิกกัน





ข้อมูลจาก Forward Mail






Free TextEditor




 

Create Date : 22 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 22 กรกฎาคม 2551 22:31:24 น.
Counter : 129 Pageviews.  

365 วันของความรัก


























เด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งเหงาอยู่ริมหน้าต่าง
เธอมองดูกระถางต้นไม้ที่แห้งเฉา ดินแตกระแหง
แต่ยังมีเมล็ดพืชงอกงามอยู่ในนั้น
เธอเก็บเมล็ดพืชนั้นมาด้วยความสงสัย...อยากรู้ว่ามันงอกขึ้นมาได้อย่างไร?

..วันที่ 1
เธอนำเมล็ดพืชนั้นมาปลูกในกระถางใบใหม่..รอคอยวันที่มันจะเติบโต
เธออยากเห็นเมล็ดพืชโตเร็วจึงรดน้ำ จนล้นกระถาง..

..วันที่ 2
เธอเฝ้าดูการเจริญเติบโตของเมล็ดพืชนั้น..ทันใดนั้นก้อมีปลาทองออกมาจากเมล็ดนั้น
เด็กหญิงเอาปลาทองใส่ไว้ในโหลและคิดว่าคงรดน้ำมากเกินไปจึงเอากระถางไปใส่ไว้ในเตาอบและเฝ้าดู

..วันที่ 3 เธอเปิดเตาอบออกดูเห็นลูกไก่เดินอยู่ในนั้น
มันมองมาที่เธอและเดินตามเธอตลอดเวลา
เด็กหญิงมีความคิดว่าควรจะใส่ปุ๋ยให้มันและเริ่มเทปุ๋ยจนหมดถุง
และ..รอ

..วันที่ 4 มีริบบิ้นสีแดงออกมาจากเมล็ด เธอดีใจมากนำริบบิ้นมาผูกให้กับลูกไก่ แต่ละวันเด็กผู้หญิงจะเฝ้ารอดูว่าจะมีอะรัยออกมาจากเมล็ดพืชอีก เธอมีความสุขกับการได้ดูแลเมล็ดพืช รดน้ำ พรวนดิน   ให้แสงแดด

...วันที่ 30 เด็กหญิงเบื่อที่จะรดน้ำ และดูแลต้นไม้ ไม!  ตื่นเต้นกับสิ่งที่จะออกมาจากเมล็ดพืชนั้นเหมือนแต่ก่อน..ต้นไม้เริ่มแห้งเฉาใบไม้เริ่มเป็นสีเหลือง
ไม่มีอะรัยออกมาจากเมล็ดพืชอีก..

..วันที่ 180 ใบไม้เริ่มแห้งกรอบ
ดินเริ่มแตกแยกเหมือนครั้งแรกที่เด็กหญิงเจอมัน..เธอเศร้าเสียใจอย่างมาก

...วันที่ 250 เด็กหญิงรดน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ...เธอมีความหวังที่จะได้พบสิ่งที่ทำให้ประหลาดใจอย่างที่เคยเป็น

..วันที่ 251 เธอนำกระถางมารับแสงแดดอ่อนๆตอนเช้าด้วยใจที่เบิกบานและเต็มไปด้วยความหวัง

..วันที่ 252 เธอใส่ปุ๋ยและพรวนดินให้ต้นไม้
มีลูกไก่ที่ผูกริบบิ้นสีแดงและปลาทองในโหลอยู่ใกล้ๆ

..วันที่ 300 การเอาใจใส่
ดูแลอย่างใกล้ชิดของเธอทำให้ต้นไม้กลับมาออกใบเขียวชอุ่ม..และที่น่าประหลาดใจคือ
เมล็ดพืชกลายเป็นดอกสีขาวเล็กๆรูปร่างคล้ายหัวใจ
เด็กหญิงตื่นเต้นดีใจกว่าทุกครั้ง .........

..วันที่ 340 เธอร้องเพลงและพูดคุยกับดอกไม้สีขาวนั้นทุกเวลาที่ว่าง
เธอรู้สึกมีความสุขมาก..ที่ได้คอยเอาใจใส่โดยลืมไปสนิทว่ามันจะกลายเป็นอะรัยต่อไป..เด็กหญิงไม่คาดหวังให้ดอกไม้กลายเป็นสิ่งใด

เธอทนุถนอมและดูแลมันอย่างดีที่สุด

..วันที่ 365 เด็กหญิงนั่งอยู่ริมหน้าต่าง
กระถางตรงหน้าเธอไม่มีดอกไม้สีขาวรูปหัวใจอีกแล้ว
ดอกไม้ที่เธอเฝ้าดูแลหายไป!!
..แต่เธอไม่เศร้า ไม่เสียใจ ไม่ร้องไห้
เพราะเด็กผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ริมหน้าต่าง
เขาสามารถพูดคุยกับเธอ ยิ้มให้เธอ ไปทุกที่กับเธอ
เข้าใจเธอ และเธอก็ไม่เคยเหงาอีกเลย......











** คุณรู้หรือยังว่าดอกไม้สีขาวรูปหัวใจกลายเป็นอะไร **

เด็กผู้หญิงใช้เวลา 1 ปี ในการเรียนรู้เรื่องความรัก
เธอเรียนรู้ว่า.......

***เมื่อเธอรดน้ำมากๆไม่ได้แปลว่ามันจะเจริญเติบโตเร็ว มันอาจกลายเป็นสิ่งที่เธอคิดไม่ถึง
***การเอาใจใส่กันเป็นสิ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยงให้ความรักคงอยู่ต่อไป
***การรอคอยเมื่อครั้งแรกเต็มไปด้วยความตื่นเต้นแต่นานเข้าจะกลายเป็นความท้อแท้และเบื่อหน่าย
***ถึงเรายอมรับที่จะสูญเสียแต่ไม่มีทางหนีจากความเจ็บปวดได้
***ไม่มีคำว่าสาย สำหรับความรัก เราเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ
***การที่เราคาดหวังกับความรักมากเท่าไรเมื่อไม่เป็นอย่างที่หวังเราจะยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น





















คุณล่ะใช้เวลาเท่าไร ??....ในการทำความรู้จักและพยายามเข้าใจในความรัก ....

"ความรัก"



ไม่มีข้อปฏิบัติที่ตายตัวแต่ละคนจึงต้องค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง ตามวิธีที่แตกต่างกัน...





























Free TextEditor




 

Create Date : 22 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 22 กรกฎาคม 2551 22:22:37 น.
Counter : 269 Pageviews.  

วาทะความรัก(ดังตฤณ)









"คู่รักจะเอาใจใส่อีกฝ่าย ส่วนคู่เวรจะเอาแต่ใจตัวเอง"


...


"คู่เทียมเจอเมื่อไหร่ก็ได้


แต่คู่แท้ต้องเจอในจังหวะที่จะรักกันจริงเท่านั้น"


...


"ใจจริงไม่ได้เกิดจากความตั้งใจให้จริงเสมอไป


ถ้าคู่ยังไม่ใช่ ใจก็คงจริงยาก"


...


"รู้สึกว่าใช่ ไม่จำเป็นต้องใช่


โดยเฉพาะถ้าได้ความรู้สึกว่าใช่มาจากการเอาแต่มองด้านดีท่าเดียว"


...


"อำนาจที่ทำให้ลุ่มหลงส่งมาจากส่วนสกปรกตรงไหนของร่างกายก็ได้


แต่แรงบันดาลที่ทำให้รักจริงต้องมาจากกลางใจที่ใส่พอเท่านั้น"


...


"ความลุ่มหลงจะทำให้หน้าตาของเราโง่ลง


ส่วนการเห็นตามจริงจะทำให้หน้าตาฉลาดขึ้นเป็นคนละคน"


...


"คนเราตาบอดเพราะชอบทึกทักเอาเองว่าเห็นอะไรมา


ที่จะตาสว่างได้ก็เพราะยอมทบทวนดีๆ ว่ามีอะไรให้เห็นบ้าง"


...


"การจากกันบางครั้งดีกว่าอยู่กันไปเรื่อยๆ เพราะอาจเป็นทางเดียว


ที่ทำให้คุณค้นพบว่าเคยมีความรักอยู่ตรงนั้นขนาดไหน"


...


"สิ่งดีๆ ที่ผ่านไป อาจเปิดทางให้สิ่งดีกว่าที่กำลังจะผ่านเข้ามา"


...


"รักที่ตายได้คือรักแต่จะเอา


ส่วนรักอมตะคือรักการสละความเห็นแก่ตัว"


...


"เราอาจหลอกให้คนอื่นหลงรักได้ด้วยรูปภายนอก
แต่ไม่มีทางหลอกให้รักตัวเองได้เลย
ตราบเท่าที่รู้อยู่แก่ใจว่าภายในยังน่าเกลียดขนาดไหน"


...


"ความรักไม่ได้อยู่ที่หัวใจ แต่อยู่ที่ใจทั้งดวง เพราะหัวใจกว้างไม่ถึงคืบ


ขนะที่ความรักแผ่กว้างได้ขนาดครอบโลก"


...


"การเริ่มต้นของความรักที่ซับซ้อน อาจเหมือนปกหนังสือที่ดูดีหลอกตา


แต่เนื้อหาข้างในไม่ตรงกัน คุณจะงงเมื่อพยายามอ่าน


และปวดหัวจนไม่นึกอยากทนอ่านให้ถึงครึ่ง"


...


"ถ้าตัวอยู่ห่างแล้วยังรู้สึกอบอุ่นและไว้ใจกัน


ก็แปลว่าพวกคุณรักกันด้วยใจ ไม่ใช่หลงติดกันด้วยกาย"


...


"คนซื่ออาจพูดคำว่ารักได้ไม่เพราะ แต่ความรักของเขา


จะให้ความรู้สึกแสนดีกว่าการได้ยินคำว่ารักอันไพเราะร้อยเท่า"


...


"ถ้าดีใจเวลาเห็นใครเป็นสุข คุณอาจไม่จำเป็นต้องรักเขาเสมอไป


แต่ถ้าอ้างว่าคุณรักใครแล้วไม่ยินดีกับความสุขของเขา


แปลว่าคุณเห็นแก่ตัวและดีแต่พูดเท่านั้น"


...


"ความรักที่อภัยไม่ได้คือต้นทางของความเกลียด


ความเกลียดที่ถูกสละทิ้งได้คือต้นทางของความรัก"


...


"มีความสามารถในการผ่านรักร้าว
ดีกว่ามีความสามารถฝันถึงแต่รักแสนหวาน"


...


"คนที่เอาแต่คอยความรักจะไม่เจอความรักไปจนตาย


ส่วนคนที่เอาแต่สร้างความรักจะรู้จักความรักในสามวันเจ็ดวัน"


...


"อำนาจนัยน์ตาของคนที่รักคุณจริง


อาจทำให้คุณสงบลงได้ทั้งที่กำลังวุ่นวายสิ้นดี


แต่อำนาจนัยน์ตาของคนที่เอาแต่เรียกร้องให้คุณรัก


อาจทำให้คุณวุ่นวายสิ้นดีทั้งที่กำลังสงบอยู่แท้"


..


จากหนังสือ...ดังตฤณวิสัชนา ฉบับรู้จักรัก








Free TextEditor




 

Create Date : 22 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 22 กรกฎาคม 2551 22:18:31 น.
Counter : 251 Pageviews.  

หากต้องเลือก...สักอย่าง

ชีวติคนเราไม่เคยมีอะไรที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว


เราต้องเลือกต้องตัดสินใจอยู่ตลอดเวลา


แทบจะทุกวินาทีของชีวิต...


เพราะฉะนั้น.. อย่ากลัวที่จะต้องตัดสินใจ


อย่ากลัว! หากต้องเลือก...สักอย่าง


แล้วไม่เลือก...อีกอย่าง


เพระหาเรา ไม่ยอมตัดสินใจเสียที


ทุกๆ อย่างที่มีอาจหายไปก็ได้


ตัดสินใจไปเลยเถอะ


ความสับสน ลังเล จะได้ไม่มาฆ่าเราทีหลัง


ในวันนี้...เรามีหน้าที่เพียงการตัดสินใจ


ก็ทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ ดีที่สุด


อย่าไปคิดถึงผลล่วงหน้า


เพราะมันอาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิด


หากเราเลือกอะไรสักอย่าแงล้ว


แสดงว่าเราต้องคิดดีและรอบคอบแล้ว


ฉะนั้น...จึงไม่แปลก


ที่เราควรเชื่อมั่นในการเลือกนั้น ๆ ด้วย


แต่หากมีอะไรผิดพลาด...


ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตทั้งชีวิตจะพังครืนลง


เพราะเราไม่สามารถควบคุมปัจจัยทุกอย่างให้อยู่ในกำมือ


แต่เราเลือกที่จะบงการชีวิตตัวเราเองได้


รับผิดชอบเองได้...


เพราะชีวิต ไม่ใช่การเลือกแค่ครั้งเดียว






Free TextEditor




 

Create Date : 07 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 7 กรกฎาคม 2551 23:28:56 น.
Counter : 131 Pageviews.  

ความรู้สึก...ระยะห่าง...ระหว่างคน



 วันเวลาที่ผ่านมา ชั่วระยะเวลาหนึ่งของชีวิต
ผู้คนมากมายผ่านเข้ามา บางคนผ่านมาเพียงเพื่อจะผ่านไป
แต่กลับบางคนกลับไม่เป็นเช่นนั้น จากคนแปลกหน้า
กลายเป็นคนรู้จัก คนคุ้นเคย ล่วงเลย ไปถึงกลายเป็นคนรักกัน

เวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน
สถานภาพทางความรู้สึกของเราก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
บางคนยังคงความเป็นคนแปลกหน้า
ยังรักษาระยะห่างของการเป็นคนรู้จักคนคุ้นเคย
หรือ คนรักกันไว้ได้อย่างคงที่…


บางคน เปลี่ยนแปลงจากคนแปลกหน้า กลายเป็นคนคุ้นเคย…
จากคนเคยคุ้น กลายมาเป็น คนรักกัน ....
ทำลายระยะห่างของความรู้สึกให้สั้นลงอย่างรู้สึกได้ …
และเมื่อนั้น เรื่องราวดี ๆ สวยงามทางความรู้สึกจึงเกิดขึ้น ...


แต่ในทางกลับกัน...
ระยะห่างของบางคน อาจห่างไกลออกไปจนสุดหูสุดตา
จากคนเคยรัก คนเคยคุ้น ....กลายเป็นแค่คนเคยรู้จัก ...

กลายเป็นคนแปลกหน้าทางความรู้สึกไป ...
แน่นอนว่า ระยะห่างของคนรู้จัก กับ คนรัก ย่อมไม่เท่ากันเป็นแน่
แต่นั่นแหละ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ...


ฉันเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของเวลา
พอ ๆ กับเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของความรู้สึก...

ไม่มีมาตราวัดใด ๆ ที่จะใช้วัดระยะห่างของความรู้สึกได้
และระยะห่างในแต่ละสถานภาพทางความรู้สึกในแต่ละคนก็คงจะไม่เท่ากัน...

เราระบุชัดไม่ได้ว่า 1 เท่ากับ 1 ในความรู้สึกของอีกคน 1
ในความรู้สึกของคนหนึ่ง อาจจะเป็น 100 ในความรู้สึกของอีกคนก็เป็นได้ ...
และในเมื่อการคบหากันเป็นปฏิสัมพันธ์ของคนสองคน ....
เราจึงมองเห็นความไม่ลงตัว
เห็นระยะห่างที่ไม่เท่ากันของคนสองคนได้เสมอ…

กับคนบางคน เราอยากเป็นมากกว่าคนรู้จัก
เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรามันสั้นลง
กับคนบางคน เราอยากเป็นน้อยกว่าที่เป็นอยู่ . .......
เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรายาวไกลออกไป...


แต่กลับบางคนเรากลับอยากจะรักษา ระยะห่าง ตรงกลาง ไว้ให้คงที่
ไม่ให้ห่างหาย จางหนี หรือ เข้ามาใกล้จนเรารู้สึกอึดอัด....
เคยรู้สึกใช่ไหมว่า ...
ขณะที่เราเดินเข้าหา บางคนกลับกำลังเดินหนี
กับบางคนเรากำลังเดินหนี บางคนกลับเดินตาม…
กับบางคนเราก็ต้องการระยะห่างประมาณหนึ่ง ไม่ต้องใกล้มาก
แต่ไม่ต้องการห่างหายไปไหน...


ขณะที่บางคนวิ่งตาม ล้มลุกคลุกคลาน…
เจ็บปวดกับระยะห่างของอีกคนที่ทิ้งไว้ตรงหน้า
ขณะเดียวกันกับที่อีกคนก็วิ่งหนี
โดยไม่คิดจะหันกลับมามองความเจ็บปวดของอีกคน
อะไรก็เกิดขึ้นได้ กับความรู้สึกคน...
เหนื่อยแสนเหนื่อย ล้าแสนล้า ....
แต่สุดท้ายก็ยังพยายาม พยายามที่จะยื้อยุดฉุดดึงอยู่เช่นนั้น


บางคนปล่อยความรู้สึกของอีกคนไว้ บนความห่าง ห่างจนลับตา ...
ไม่เคยหันกลับมามองหรือรับรู้ความเป็นไปของอีกคน
ไม่เคยรับรู้ว่า ...
ระยะห่างที่เขาทิ้งไว้อีกคนมันสร้างความเจ็บปวดได้ประมาณไหน
แต่ก็มีบางคนที่เหนื่อยล้ากับระยะห่างที่พยายามรักษาไว้เพียงแค่นั้น
ไม่ต้องห่างไป แต่ เข้าใกล้กว่านี้ไม่ได้ ...
ต้องการเพียงเส้นขนานที่ไม่มีทางมาบรรจบ …

การทำลายระยะห่างของคนสองคนอาจไม่ใช่เรื่องยาก
แต่ก็ไม่ได้ง่ายดายนักสำหรับอีกหลาย ๆ คน…
บางคนพยายามมาเกือบทั้งชีวิต....
ระยะห่างที่ว่าก็ยังคงห่างอยู่เช่นเดิม....


ขณะที่บางคนอยู่นิ่ง ๆ ไม่วิ่งหนี ไม่วิ่งตาม
ปล่อยทุกอย่างให้เป็นหน้าที่ของเวลา
ไม่เรียกร้องให้เกิดความคาดหวัง ไม่ปล่อยละเลยจนเหมือนชาเฉย…
ระยะห่างนั้นกลับขยับเข้ามาใกล้ราวปฏิหาริย์...
เอาใจช่วยสำหรับคนที่กำลังพยายามเดินเข้าหา...
ให้อีกคนหันกลับมามองบ้าง
ระยะห่างจะได้สั้นลง พยายามต่อไป
เพราะวันหนึ่งคุณอาจรู้สึกว่าความพยายามของคุณมิได้ไร้ค่า …
ร้องขอสำหรับคนที่กำลังเดินหนี
ให้หันกลับมามองความรู้สึกของอีกคนบ้าง
เพราะบางทีคุณอาจจะสูญเสียอะไรดี ๆ ไป
เพราะระยะห่างที่คุณทิ้งไว้ให้อีกคน


เห็นใจกับการรักษาระยะห่างให้คงที่สำหรับบางคน
เพราะบางทีมันก็ทรมานมากกว่า
การพยายามเดินเข้าใกล้หรือห่างหนี...เสียอีก...


แล้วคุณ ๆ เล่า …
เคยนึกย้อนกลับมามอง ระยะห่าง ของคุณกับผู้คนรอบตัวกันบ้างไหม...
เคยรู้สึกไหมว่า…บางที ความห่างไกล
กับ ระยะห่างของความรู้สึกเป็นกลับเป็นตัวแปรผกผันกัน


เคยรู้สึกได้ถึงระยะห่างทั้งที่ตัวอยู่ใกล้ๆ
หรือรู้สึกใกล้กันแล้วทางความรู้สึกทั้งที่ตัวอยู่แสนไกล กันบ้างไหม....
เคยคิดกันบ้างไหมว่า …
ระหว่างคนพยายามเดินหนี
คนที่พยายามเดินตาม
และคนที่พยายามยังไงระยะห่างกลับเท่าเดิม

คนไหนเจ็บปวดไปกว่ากัน...






Free TextEditor




 

Create Date : 03 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 3 กรกฎาคม 2551 21:21:30 น.
Counter : 153 Pageviews.  

1  2  

SalurGirl
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ฝากรูป เว็บฝากรูป อัพโหลดรูป อัพรูป
Friends' blogs
[Add SalurGirl's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.