ธันวาคม 2559

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
19 ธันวาคม 2559
มัทนะพาธา






  สวัสดีค่ะ ใกล้ปีใหม่แล้ว ปีนี้จะว่าหนาวกกว่าทุกปีก็ไม่เชิง จะว่าร้อนกว่าทุกปีก็ไม่ใช่ คนพิมพ์นี่เป็นหวัดไม่สบายไปแล้วหนึ่งรอบ แพลนสิ้นปีนี้คนอื่นวางไว้กันยังไงก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ เราวางแพลนไว้ว่าปีนี้จะเที่ยวภูกระดึงงง นัดกับเพื่อน ๆ ที่ทำงานแล้วไว้ จึงได้ผลสรุปว่าคงขึ้นภู เสาร์-อาทิตย์เท่านั้น กำหนดการเป็น 23-25 ธันวาคม นี้แลลล ใกล้แล้วว ตื่นเต้นมากกกก ใครจะไป ตามมา ๆ อิอิ ตอนนี้อยากทิ้งงานทิ้งภาระทุกอย่างแล้วออกไปข้างนอกกกกก 

วันนี้ที่แว๊บเข้ามา ที่จริงก็ตั้งใจไว้หลายวันแล้วตั้งแต่อ่านนิยายชุด The princess story ของผู้แต่ง  mirininthemoon สำนักพิมพ์ห้องสมุด ชื่อเรื่องคือ ลิลิตบุษบา กับ หอมกลิ่นวิมาลา บอกเลยว่าแค่ชื่อเราก็สะดุดแล้ว ไม่ขอพูดถึงความสนุกไม่สนุกแต่อยากบอกว่า พออ่านเรื่องนี้จบ เราคิดถึงหนังสือเรียนภาษาไทยสมัยมัธยม ที่สอนเรื่องวรรณคดีไทย เช่น อิเหนา ขุนช้างขุนแผล ไกรทอง รามเกียรติ์ พระอภัยมณี ทำให้เราอยากกลับไปอ่าน ไปทบทวนเนื้อหา ทำความเข้าใจใหม่ ว่าเป็นใคร มาจากไหน เกี่ยวข้องกับใคร อะไรอย่างนั้น อาจเพราะชอบอ่านเป็นทุนเดิม เลยอยากรู้เรื่องราวเก่า ๆ เราว่า วรรณคดีเหล่านี้สนุกน่ะ มีความงดงามในตัวเอง มันทำให้เราตกหลุมรักอีกครั้ง

ป.ล. เราชอบพี่ภัยมากกก ลงเสียงคะ ขา ตลอดดด กับขุนแผนที่รู้สึกถึงความแมนแบบไทยแท้ 555

นอกจากเพ้อเจ้อเรื่องนิยายที่อ่านแล้ว วันนี้เราเลยเก็บเกี่ยววรรณคดีอีกชิ้นหนึ่งมาให้อ่านกันเพื่อทบทวนความจำ เป็นเรื่องที่เราทำนิทรรศการตอน ม.5 จำได้แม่น เพราะต้องตามหารูปดอกกุหลาบหลากหลายสายพันธุ์แล้วเอาไปเคลือบ วุ่นวายมาก นอกจากนี้แล้วยังเป็นกลอนที่อ่านสนุก ให้ข้อคิดดี ชอบการร้องโต้ตอบกัน 
ดังนั้นจึงขอเสนอ...มัธนะพาธา ตำนานรัก ดอกกุหลาบ

ผู้แต่งคือ รัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ที่มา : http://www.phichai.ac.th/mathana
เนื้อเรื่องย่อของมัทนะพาธา(ภาคสวรรค์)

          กล่าวถึงสุเทษณ์เทพบุตร ซึ่งในอดีตชาตินั้นคือกษัตริย์แคว้นปัญจาล และนางมัทนา ซึ่งใน
อดีตชาติเป็นราชธิดาในกษัตริย์แคว้นสุราษฎร์ ซึ่งทั้งคู่ได้มาเกิดใหม่บนสวรรค์ สุเทษณ์เทพบุตรใฝ่
ปองรักนางฟ้ามัทนา แต่ก็ไม่อาจจะสมรักด้วยกรรมที่เคยทำมาแต่อดีต ทำให้ไร้ซึ่งความสุขอย่างยิ่ง
สุเทษณ์เทพบุตร จึงได้ให้วิทยาธรนามว่า "มายาวิน" ใช้เวทมนตร์คาถาไปสะกดเอานางมัทนาเข้า
มาหา ก่อนที่มายาวินจะใช้เวทมนตร์เรียกนางมัทนา ได้ทูลสุเทษณ์เทพบุตรว่า การที่พระองค์ไม่
อาจจะสมรักกับมัทนาได้ เป็นเพราะเมื่อชาติปางก่อน เมื่อพระองค์เป็นกษัตริย์แคว้นปัญจาลนั้น
พระองค์ได้ไปสู่ขอมัทนาจากกษัตริย์แคว้นสุราษฎร์ผู้เป็นพระราชบิดา แต่ท้าวสุราษฎร์ไม่ให้ จึง
เกิดรบกันขึ้น ในที่สุดท้าวสุเทษณ์แห่งแคว้นปัญจาลก็ชนะ จับท้าวสุราษฎร์เป็นเชลย และจะ
ประหารชีวิตเสีย แต่นางมัทนาเข้ามาขอชีวิตพระราชบิดาไว้ และยอมเป็นบาทบริจาริกา ก่อนที่
นางจะใช้พระขรรค์ปลงพระชนม์ตนเอง เมื่อสิ้นพระชนม์แล้ว นางมัทนาก็ไปเกิดเป็นเทพธิดาบน
สวรรค์ ส่วนท้าวสุเทษณ์ก็ได้ทำพลีกรรมบำเพ็ญจนได้มาเกิดบนสวรรค์เช่นกัน


เนื้อเรื่องย่อของมัทนะพาธา( ภาคพื้นดิน)

           มัทนาได้ไปเกิดเป็นดอกกุหลาบอยู่ในป่าหิมวัน ในป่านั้นมีพระฤๅษีนามกาละทรรศินพร้อม
ด้วยศิษย์ทั้งหลาย พระกาละทรรศินได้เห็นกุหลาบมัทนาก็ชอบใจ สั่งให้ศิษย์ขุดเอากุหลาบมัทนา
ไปปลูกใหม่ไว้ใกล้อาศรม เมื่อถึงคืนวันเพ็ญ มัทนาก็กลายเป็นร่างมนุษย์มาคอยรับใช้พระกาละ
ทรรศินและศิษย์ทั้งหลาย คอยปรนนิบัติเรื่อยมา พระกาละทรรศินก็รักมัทนาเหมือนลูกตัว
ต่อมาวันหนึ่ง ท้าวชัยเสนผู้ครองนครหัสดิน ได้เสด็จประพาสป่า ผ่านมายังอาศรมพระกาละทรรศิน
ประจวบกับเป็นคืนวันเพ็ญ ก็ได้พบกับนางมัทนา ทั้งสองฝ่ายต่างรักกัน พระกาละทรรศินก็จัดพิธี
อภิเษกให้ และนางมัทนาก็ได้เดินทางไปกับท้าวชัยเสน เข้าไปยังกรุงหัสดิน โดยไม่ได้กลับเป็น
ดอกกุหลาบอีก ท้าวชัยเสนหลงรักนางมัทนามาก จนกระทั่งลืมมเหสีของตนคือนางจัณฑี
พระมเหสีจัณฑีหึงหวงนางมัทนาทั้งอิจฉาริษยาเป็นอันมากก็ทำอุบายใส่ร้ายนางมัทนาว่าเป็นชู้
กับทหารเอกท้าวชัยเสนนามว่าศุภางค์ และยุยงท้าวมคธพระราชบิดาให้มาตีเมืองหัสดิน
ท้าวชัยเสนออกไปรบ ครั้นเมื่อกลับมาได้ข่าวว่ามัทนาลอบเป็นชู้กับศุภางค์ก็กริ้วจัด สั่งประหาร
มัทนาเสียทันทีแต่เพชฌฆาตได้ปล่อยนางหนีไปเพราะความสงสารส่วนศุภางค์นั้นด้วยความจงรัก
ภักดีต่อท้าวชัยเสนก็ออกสนามรบกับท้าวชัยเสนเป็นครั้งสุดท้ายในฐานะไพร่ทหารเลวและตายใน
ที่รบ มัทนาหนีกลับมายังป่าหิมวัน

และได้ทำพลีกรรม์บูชาสุเทษณ์เทพบุตร จนสุเทษณ์เทพบุตรเสด็จมาและเอ่ยปากจะช่วยให้
คืนสวรรค์สุเทษณ์เทพบุตรได้ขอความรักจากนางอีกแต่มัทนามิสามารถจะรักใครได้อีกแล้ว และ
ปฏิเสธไป สุเทษณ์เทพบุตรกริ้วนัก จึงสาปนางให้เป็นกุหลาบไปตลอดชีวิต
       ฝ่ายท้าวชัยเสน ต่อมาเมื่อรบชนะท้าวมคธ และได้รู้ความจริงทั้งหมด ก็กริ้วพระมเหสีจัณฑี
มาก และได้ลงอาญาไป ก่อนจะออกไปตามหามัทนาในป่า แต่สิ่งที่พบ ก็เพียงแต่กุหลาบกอ
ใหม่อันขึ้นอยู่ยังกองกูณฑ์บูชาสุเทษณ์เทพบุตรเท่านั้น ท้าวชัยเสนทำอะไรไม่ได้อีกต่อไป แต่
ด้วยความรักสุดจะรัก จึงนำกุหลาบมัทนากลับไปปลูกใหม่ยังสวนขวัญ


เนื้อเรื่องของมัทนะพาธา(บทร้องของคนธรรพ)

องก์ที่ ๑

ฉาก : ลานหน้ามุขเด็จแห่งวิมานของสุเทษณะเทพบุตร์, บนสวรรค์
[ก่อนเปิดม่าน, ตัวละครเหล่านี้ต้องพร้อมอยู่บนเวที, คือ สุเทษณะเทพบุตร์, เอกเขนกอยู่บนเตียง
ที่บนมุขเด็จ, มีนางอัปสรอยู่งานพัดคน ๑ ; จิตระเสนนั่งอยู่หน้ามุขเด็จ, และมีบริวารของสุเทษณ์
นั่งรายเป็นแถวทั้ง ๒ ข้างเวที ; กลางเวทีมีพวกคนธรรพ์สำรับ ๑, ถือช่อดอกไม้ทั้ง ๒ มือทุกคน
พิณพาทย์ทำเพลงโหมโรงจนถึงเวลาควรจะเปิดม่าน, จึงทำเพลงเหาะ, พอเปิดม่าน, พวกคนธรร
ก็เริ่มร้องและรำอย่างแบบรำโคม, ดนตรีเล่นคลอเสียงไปตลอด, ไม่ต้องรับ. ]


บทร้องของคนธรรพ์
(ลำเหาะ)

(ยานี, ๑๑. )

      ข้าบาทผู้ภักดี             ต่อธุลีพระบาทา
พร้อมกันถวายอา-             เศียระพาทแด่เทวัญ
      ขอจงเสวยสุข             นิราศทุกข์ไร้โรคัน–
ตะรายแลภยัน-                 ตรายาอย่ายายี
      พระองค์ทรงมีคุณ        กะตะบุญบาระมี
บำเพ็ญในอตี-                   ตะกาลดลผลไพบูลย์
      ชาติก่อนเป็นสุกษัตร์     เถลิงรัฐราไชสูรย์
ในวงศะประยูร                   สุระแมนแคว้นปัญจาล
      ทรงธรรมล้ำมนุษย์       ฤทธิรุทมหาศาล
บำเพ็ญพะลีการ                 ทุกอย่างงามตามวิสัย
      ครั้นถึงเวลาควร           ภูมิศวรจากไผท
เสด็จสุราลัย                     เสวยสุขในแดนสรวง
      เหล่าข้าพึ่งพระเดช       ปกป้องเกศข้าทั้งปวง
จึ่งพร้อม ณ แดดวง            ภักดีหมายถวายพร
      สิ่งใดพระประสงค์        จงสิทธินิรันดร
ใดองค์จอมอมร                ไม่โปรดปรานเร่งผ่านไป ฯ


(สุรางคณา, ๒๘.)

สุเทษณ์.             เหวยจิตระเสน มึงบังอาจเล่น ล้อกูไฉน ?
จิตระเสน.           เทวะ, ข้าบาท จะบังอาจใจ ทำเช่นนั้นไซร้ ได้บ่พึงมี.
สุเทษณ์.             เช่นนั้นทำไม พวกมึงมาให้ พรกูบัดนี้
ว่าประสงค์ใด ให้สมฤดี ? มึงรู้อยู่นี่ ว่ากูเศร้าจิต
เพราะไม่ได้สม จิตที่ใฝ่ชม อกกรมเนืองนิตย์.
จิตระเสน.           ตูข้าภักดี ก็มีแต่คิด เพื่อให้ทรงฤทธิ์ โปรดทุกขณะ
สุเทษณ์.             กูไม่พอใจ ! ไล่คนธรรพ์ไป บัดนี้เทียวละ อย่ามัวรอรั้ง
จิตระเสน.           เอวํเทวะ ! (หันไปสั่งคนธรรพ์.) เออพอแล้วนะ, พวกเจ้าจงไป.
(พวกคนธรรพ์ถวายบังคมแล้วเข้าโรง)
ข้าบาทได้เตรียม อัปสรเสงี่ยม สง่างามไว้
เพื่อร้องและรำ      บำเรอเทพไท แม้โปรดจะได้ เรียกมาบัดนี้.
สุเทษณ์.             เอาเถิดลองดู เผื่อว่าตัวกู จะค่อยสุขี.
จิตระเสน.           (เรียก) คณาอัปสร ผู้ฟ้อนรำดี ออกมาบัดนี้ รำถวายกร.

เนื้อเรื่องของมัทนะพาธา(บทร้องของอัปสร)

บทร้องของอัปสร
(ลำนางนาค.)



(ฉบงง, ๑๖.)

      เหล่าข้าคณาอัปสร           ก้มเกศยอกร
บังคมพระเทพรังสรรค์
      พำนักเนาสุขทุกวัน           พระคุณอนันต์
อเนกประดุจโพธิ์ทอง
      อันเมตตาเนืองนอง           ประดุจละออง
วะรุณระรื่นรวยเย็น
      พระกรุณาแน่เห็น            ดีประดุจเป็น
วายุรำเพยชื่นใจ
      พระมุทิตาแน่วใน            ข้าบาทจึ่งได้
มานะเป็นนิตย์ในงาน
      พระอุเบกขาสมาน            จิตให้เบิกบาน
บ่เสื่อมบ่สูญภักดี
      เจ้านายองค์ใดในตรี          โลกฤาจะมี
เหมือนพระนั่งเกศา         
      ขอพึ่งยุคลบาทา             ไปจนเวลา
ประจวบเมื่อกัลป์บรรลัย ฯ


(ยานี, ๑๑.)

จิตระเสน.           อันนางอัปสรศรี             รำมิดีประการใด
ขอเทวะฤทธิ์ได้              โปรดตำหนิติประทาน
สุเทษณ์.             ดีแล้วทั้งการรำ             และลำนำขับร้องหวาน
ทั้งดนตรีประสาน           ก็ฟังเพราะเสนาะดี
แต่กูที่ใจเศร้า        และงึมเหงาอยู่เช่นนี้
ตัวเจ้าก็รู้ดี           ว่าเหตุนั้นเป็นฉันใด
จิตระเสน.           ข้าทราบและพลอยโศก             อันโรครักนี้หนักใจ
แต่ในสุราลัย        สุรางค์ดีก็มีถม
ข้าเชื่อว่าพระองค์            ประสงค์นางสะอางชม
คงได้สัมฤทธิ์สม             หทัยแท้ทุกนงคราญ
(อันทวงส์, ๑๒.)
สุเทษณ์.             จริงอยู่นะเจ้าเอย            ผิจะเชยสมัครสมาน
นางใด ณ แมนการ         ก็จะสิทธิสมฤดี
เว้นเดียวก็แต่โฉม           มะทะนาวิสุทธิศรี
ผู้เลิศสุรางค์มี        วรรูปวิเลขวิไลย
แต่เห็นอนงค์รา-           มะประเสริฐวิเศษวิสัย
ไม่มีอนงค์ใด         นะจะเทียบจะเทียมจะทัน
งามผิวประไพผ่อง           กลทาบสุภาสุพรรณ
งามแก้มแฉล้มฉัน           พระอรุณแอร่มละลาน
งามเกศะดำขำ       กลน้ำ ณ ท้องละหาน
งามเนตรพินิจปาน          สุมณีมะโนหะรา
งามทรวงสล้างสอง          วรถันสุมนสุมา-
ลีเลศประเสริฐกว่า          วรุบลสะโรชะมาศ
งามเอวอนงค์ราว            สุรศิลปิชาญฉลาด
เกลากลึงประหนึ่งงวง       สุระคชสุเรนทะทรง
นวยนาดวิลาศวง            ดุจะรำระบำระเบง
ซ้ำไพเราะน้ำเสียง           อรเพียงภิรมย์ประเลง
ได้ฟังก็วังเวง         บ่มิว่างมิวายถวิล
นางใดจะมีเทียบ            มะทะนา ณ ฟ้า ณ ดิน
เป็นยอดและจอดจิน-       ตนะแน่ว ณ อก ณ ใจ


(ฉบงง, ๑๖.)

สุเทษณ์.             อ้อ, จิตระรถเจ้าไป ตามที่กูใช้, สำเร็จประสงค์ฤาหวา ?
จิตระรถ.            เทวะ, ข้าบาทไคลคลา ตามองค์มหา ฤษีผู้นามนารท
ไปทั่วทุกแดนสามหมด ; ในฟากฟ้าจรด จนถึงขอบนภาลัย;
ไปทั่วแดนมนุษย์สุดไกล บ่เว้นแห่งใด กระทั่งยังขอบจักรวาล
ไปทั่วในแดนบาดาล ทั่วทุกสถาน ทุกถิ่นจนจบภพไตร
ไปถึงซึ่งแคว้นแดนใด ข้าบาทก็ได้ วาดรูปอนงค์งามงอน
มาเพื่อถวายมหิศร ขอองค์อมร จงทอดพระเนตรรูปา
สุเทษณ์.             มาเถิดนำรูปขึ้นมา และจงเจรจา แถลงซึ่งลักษณ์ให้กู


(อุปชาติ, ๑๑.)

จิตระรถ.            ประถมก็รูปเท-             วะธิดาสง่าตรู
มีนามะเรียกยู        วะสุมาลิโสภณ
งามเนตรและเกศแก้ม             กลดอกกะมลสน
ธิสิ่งประเสริฐปน            กิริยาสง่าศรี
วธูวิเศษเป็น          วระเทพะนารี
ข้าองค์อุมาศรี        สุระอัคคะเทวิน
เนาคีริไกสาส
สุเทษณ์.             อ๊ะฉะนั้นจะจงจิน-
ตะนาจะราคิน,              บ่มิควรคะนึงถึง
จิตระรถ.            ทุตียะรูปนาง        สิริร่างสะอางซึ่ง
แสนงามและหากถึง        จะประเทียบบ่แพ้ใคร
นางชื่อวิเลขา         กละภาพพิเศษไซร้
วิโรจน์วิไลยใคร             ยละร่านระตีพูน
สะขีพระเทวี         มหิษีบดีสูร
ผู้สิง ณ ไวกูณฐ์
สุเทษณ์.             อ๊ะมิควรจะมุ่งหมาย
หล่อนเป็นกำนัลแห่ง        หริราชะนารายณ์
จะมุ่ง ณ โฉมฉาย           ก็จะทรงพระโกรธา
จิตระรถ.            ฉะนั้นถวายรูป       อระเทพะกัญญา
ชื่อเมนะกาภา        สะวิเลขวิไลยวรรณ
ข้าเห็น ณ สวนกลาง        อมะราวดีสวรรค์
วิจิตรวิศิษฎ์สรร-           พะสะกนธะชวนชม
นางช่างประเลงขับ          วรศัพทะเริงรมย์
เปรอองค์สุโรดม
สุเทษณ์.             ก็มิควรจะมุ่งมาด
ท้าวศักระทรงฤท-          ธิมหิทธิ์กำแหงกาจ
ผิทรงพิโรธอาจ             จะประหัตประลัยลาญ
จิตระรถ.            ฉะนั้นถวายรูป       วรราชะนงคราญ
หน่อนาถะผู้ผ่าน             วรเขตตะกาศี
ปรากฏพระนามนาง         วิมะลาสุนารี
วิสุทธ์วิศิษฎ์ที่        จะตินั้นบ่พึงหา
พระโฉมบ่แพ้โฉม           สุระเทวะกัญญา
สุเทษณ์.             แพ้ยอดฤดีข้า        ดุจุกากะเปรียบหงส์
จิตระรถ.            นี่รูปธิดาท้าว         วรเกาศิกาพงศ์
นรินทระราชทรง            บุระกานยะกุพชา
ประกาศพระนามเรียก             วรเรณุกาภา
สุเทษณ์.             เปรียบโฉมวิเลขา            มะทะนาบ่แพ้นาง
จิตระรถ.            นี่รูปธิดารา-         ชะวิทรรภะโศภางค์
พระนามอนงค์นาง          ทมะยันติบังอร
สุเทษณ์.             จะมัวสำแดงรูป             อระเนา ณ ดินดอน
หวังหาสง่างอน             ฤจะเปรียบธิดาสรวง
จิตระรถ.            ข้าวาดวิเลขา         อระงาม ณ แดนปวง
ถวายพระปิ่นสรวง          และก็สุดจะโปรดปราน
และรูปธิดานา-             คะและลูกอสูรหาญ
อันเห็น ณ บาดาล,          ดนุวาดถวายไว้
เพื่อทอดพระเนตรเล่น              ตละตนก็ผ่องใส
จะควรมิควรไซร้            ฤก็สุดจะปรานี


(ฉบงง, ๑๖.)

สุเทษณ์.             ปวงรูปเจ้าวาดมานี้ เป็นรูปนารี ที่ล้วนประเสริฐงาม :
แต่กูดูทุกนงราม ก็ยังเห็นทราม กว่านารีรัตน์มัทนา.
ฉะนั้นแม้ไม่อาจหา เทียมเท่ามัทนา ฤากูจะกล่าวชมเชย ?
เป็นกรรมกูแล้วเจ้าเอย จำต้องชวดเชย ที่รักสมัครจริงใจ.
จิตระรถ.            ฉะนั้นต้องคิดแก้ไข โดยอุบายให้ พระองค์ได้สมจินดา.
สุเทษณ์.             จะแก้ฉันใดเล่าหวา ? กูหมดปัญญา
จิตระรถ.            ข้าบาทขอทูลบัดนี้


(ภุชงคัปปะยาตร์, ๑๒)

มายาวิน.            จะทูลเทวะเกรงดู           ประหนึ่งตูทะนงไป
จะงำเงื่อนบทูลไซร้          ก็เหมือนปิดวิชาการ.
พระจงโปรดประทานซึ่ง            อภัยข้าจะทูลสาร
และความจริงวิชาการ       ก็มีอยู่ประจำตน.
อถรรพ์เวทะเจนอยู่,         และมนตร์ครูก็ได้สน
มโนจำและซ้ำค้น            คดีเพิ่มบเคลิ้มหลง.
ฉะนั้นอาจจะผูกจิต-         ตะใครได้ประดุจจง,
และใช้โยคะแล้วคง          จะเรียกให้ตะบึงมา
บนานแม้จะอยู่ถึง           ณ เขาจักระวาลา,
ฤอยู่สรวงฤอยู่นา-          คะ โลกต่ำ ณ บาดาล.
จะเป็นหญิงฤเป็นชาย        ก็เรียกดายมิยากนาน,
เพราะใครเลยจะทนทาน            พระอาถรรพมนตร์ไหว.
ฉะนั้นแม้พระองค์มี          ประสงค์ให้ดนูไซร้
ประชุมมนตระเรียกใคร            ก็โปรดมีพระบัญชา


(อินทระวิเชียร, ๑๑.)

มายาวิน.            เมื่อครั้งพระองค์เป็น         วรราชะราชัน
ครองเขตประเทศขัณ-              ฑะวิสุทธิปัญจาล
ตรัสใช้อมาตย์เป็น           วรทูตะทูลสาร
ถึงราชะผู้ผ่าน        นรชาติสุราษฎร์งาม
ขอองค์ธิดาชื่อ        มะทะนาวิไลยราม
เป็นราชินีตาม        วรราชประเพณี
แต่ท้าวสุราษฎร์ไซร้         บมิยอมและยินดี
ให้ซึ่งพระบุตรี,             พระก็ทรงพระโกรธา
ตรัสเกณฑ์พหลกอง         จตุรงคะเสนา
ยกไปประชิตรา-            ชะบุรีวโรดม
โจมตีบุรีป่น          บ่มิทนทลายล่ม
จับได้นโรดม         นรนาถสุราษฎร์มา
จึ่งมีพระโองการ            จะประหารพระชีวา
แต่หากธิดามา              และประนอมมโนฉันท์
ยอมเป็นวธูบาท             บริจาริกานันท์
ไถ่โทษะชีวัน         ก็จะงดพระอาญา
ฝ่ายนางก็ยอมตาม          วรราชะบัญชา
พ่อรอดพระชนมา           ก็เพราะลูกสิภักดี
ครั้นนางเสด็จถึง            วรมาละกาศรี
ก้มเกศและกราบที่          ทวิบาทพระภูบาล
แล้วทูลแถลงโดย           สิริสัจจะวาทหวาน
ว่าองค์พระนงคราญ         บมิอยากจะขัดไท้
แต่ได้ปะฏิญญา             วรสัจจะมั่นไว้
ว่าจักมิยอมให้        นรฝืนฤดีรัก
ครั้งนี้แหละสุดแสน         จะประดักประเดิดนัก
เพราะว่าบิดารรัก           จะบรอดพระชนมา
จึ่งยอมถวายตัว             และก็ไถ่พระโทษา
ขององค์ชนกนา-            ถะบต้องมลายชนม์
เสร็จกิจจะการดี            กรณียะเป็นผล
กราบบาทยุคลตน          มะทะนาจะลาตาย
ว่าพลางยุพาชัก             วรขัคคะแพรวพราย
แทงตรงพระทรวงตาย             เฉพาะพักตร์พระภูมี
ตายแล้วกำเนิดใน           สุรภพพิศิษฎ์นี้
ฝ่างองค์พระภูมี             ก็บำเพ็ญพะลีกรรม์
จนได้สำเร็จผล              จรดล ณ แดนสวรรค์
มาพบและรักกัน            เพราะวะเคยสิเนหา
แต่กรรมพระทำไว้          ณ พระชาติอดีตมา
ข้องขัดและขวางหน้า        บ่มิให้พระสมจินต์
อันถ้อยดนุทูล        ฤก็สัจจะทั้งสิ้น
ขอองค์พระผู้ปิ่น             สุรเทวะปรานี             


(สุรางคณา, ๒๘)

สุเทษณ์.             ที่ท่านเล่าไซร้ เราขอขอบใจ ที่ท่านไมตรี และเราขอเพียง
เสี่ยงเคราะห์ดูที เผื่อโชคจะมี ดีได้สักครา
มายาวิน.            แล้วแต่จะโปรด ไม่ทรงพิโรธ ก็บุญนักหนา
ขอประทานไฟ จะได้บูชา
จิตระรถ.            (ร้องตะโกนสั่งไปในโรง.) เอาของออกมา ตามที่สั่งไว้


(สัททุลวิกกีฬิต, ๑๙.)

มายาวิน.            โอมบังคมพระคเณศะเทวะศิวะบุตร
ฆ่าพิฆนะสิ้นสุด             ประลัย
อ้างามกายะพระพรายประหนึ่งรวิอุทัย
ก้องโกญจนะนาทให้         สะหรรษ์
เป็นเจ้าสิปปะประสิทธิ์วิวิธะวรรณ
วิทยาวิเศษสรร-            พะสอน
ยามข้ากอบกรณีย์พิธีมะยะบวร
จงโปรดประทานพร         ประสาท
โอมนารายะณะเทพเถลิงอุระคะอาสน์
ขี่ขุนสุบรรณ์ราช             จรัล
ถือศังข์จักระคะทาธรณิผัน
ปราบยักษะกุมภัณฑ์        มลาย
เชี่ยวชาญโยคะวิธีพระพีระอภิปราย
ดลกิจจะทั้งหลาย           สะมิทธิ์
ยามข้ากอบกรณีย์พิธีมะยะวิจิตร
จงสมมะโนสิต-             ธิเทอญ


(วิชชุมมาลา, ๘.)

อ้าสองเทเวศร์       โปรดเกศข้าบาท
ทรงฟังซึ่งวาท       ที่กราบทูลเชิญ
โปรดช่วยดลใจ              ทรามวัยให้เพลิน
จนลืมขวยเขิน        แล้วรีบเร็วมา
ด้วยเดขเทพไท              ทรามวัยรูปงาม
จงได้ทราบความ            ข้าขอนี้นา
แม้คิดขัดขืน          ฝืนมนตร์คาถา
ขอให้นิทรา          เข้าสึงถึงใจ
มาเถิดนางมา        อย่าช้าเชื่องช้อย
ตูข้านี้คอย           ต้อนรับทรามวัย
อ้านางโศภา          อย่าช้ามาไว
ตูข้าสั่งให้            โฉมตรูรีบจร.
โฉมยงอย่าขัด        รีบรัดมาเถิด
ขืนขัดคงเกิด         ในทรวงเร่าร้อน
มาเร็วบัดนี้          รีบลีลาจร
มาเร็วบังอร          ข้าเรียกนางมา


อินทวงส์, ๑๒.)

สุเทษณ์.             อ้ายอดสิเหนา        มะทะนาวิสุทธิศรี,
อย่าทรงพระโศกี            วรพักตร์จะหม่นจะหมอง
พี่นี้นะรักเจ้า         และจะเฝ้าประคับประคอง
คู่ชิดสนิทน้อง        บ่มิให้ระคางระคาย,
พี่รักวธูนวล          บ่มิควรระอาละอาย,
อันนาริกับชาย       ฤก็ควรจะร่วมจะรัก
รูปเจ้าวิไลยราว             สุระแสร้งประจิตประจักษ์
มิควรจะร้างรัก             เพราะพธูพิถีพิถัน ;
ธาดาธสร้างองค์            อรเพราพิสุทธิสรรพ์
ไว้เพื่อจะผูกพัน-            ธนะจิตตะจองฤดี.
อันพี่สิบุญแล้ว       ก็เผอิญประสบสุรี
แลรักสมัครมี        มนะมุ่งทะนุถนอม
ขอโฉมเฉลาปลง            พระฤดีประนีประนอม
รับรักและยินยอม           ดนุรักสมัครสมาน
หากนางมิข้องขัด            ประดิพัทธ์ประสมประสาน,
ทั้งสองจะสุขนาน            มนะจ่อบจืดบจาง.
อ้าช่วยระงับดับ             ทุขะพี่ระคายระคาง :
พี่รักอนงค์นาง       ผิมิสมฤดีถวิล,
เหมือนพี่มิได้คง             วรชีวะชิวิติน-
ทรีย์ไซร้บ่ใฝ่จิน-            ตนะห่วงและห่อนนิยม
ชีพอยู่ก็เหมือนตาย,         เพราะมิวายระทวยระทม
ทุกข์ยากและกรากรม       อุระช้ำระกำทวี
อ้าฟังดนูเถิด         มะทะนาและตอบวจี
พอให้ดนูนี้           สุขะรื่นระเริงรวย

(วสันตะดิลก, ๑๔.)

มัทนา.        ฟังถ้อยดำรัสมะธุระวอน            ดนุนี้ผิเอออวย
จักเป็นมุสาวะจะนะด้วย             บมิตรงกะความจริง
อันชายประกาศวะระประทาน              ประดิพัทธะแด่หญิง
หญิงควรจะเปรมกะมะละยิ่ง        ผิวะจิตตะตอบรัก
แต่หากฤดีบอะภิรมย์        จะเฉลยฉะนั้นจัก
เป็นปดและลวงบุรุษะรัก           ก็จะหลงละเลิงไป
ตูข้าพระบาทสิสุจริต        บมิคิดจะปดใคร
จึ่งหวังและมุ่งมะนะสะใน           วรเมตตะธรรมา
อันว่าพระองค์กรุณะข้อย            ฤก็ควรจะปรีดา
อีกควรฉลองวรมหา         กรุณาธิคุณครัน
ดังนี้คะนึงฤก็ระบม          อุระแห่งกระหม่อนฉัน
ที่ตนบอาจจะอภิวัน-        ทะนะตอบพระวาจา
ให้ถูกประดุจสุระประสงค์          ผิวะทรงพระโกรธา
หม่อมฉันก็โอนศิระ ณ บา-         ทุยุคลและกราบกราน


(กมล, ๑๒.)

สุเทษณ์.             (ตวาด) อุเหม่ !
มะทะนาชะเจ้าเล่ห์          ชิชิช่างจำนรรจา
ตะละคำอุวาทา             ฤกระบิดกระบวนความ
ดนุถามก็เจ้าไซร้             บมิตอบณคำถาม
วนิดาพยายาม       กะละเล่นสำนวนหวาน
ก็และเจ้ามิเต็มจิต           จะสดับดนูชวน
ผิวะให้อนงค์นวล            ชนะหล่อนทะนงใจ
บ่มิยอมจะร่วมรัก           และสมัครสมรไซร้
ก็ดนูจะยอมให้       วนิดานิวาศสวรรค์
ผิวะนางเผอิญชอบ           มรุอื่นก็ข้าพลัน
จะทุรนทุรายศัล-           ยะบ่อยากจะยินยล
เพราะฉะนั้นจะให้นาง        จุติสู่ ณ แดนคน
มะทะนาประสงค์ตน         จะกำเนิด ณ รูปใด ?
ทวิบทจะตูร์บาท            ฤจะเป็นอะไรไซร้
วธุเลือกจะตามใจ           และจะสาปประดุจสรร
จะสถิตฉะนั้นกว่า           จะสำนึกณโทษทัณฑ์
และผิวอนดนูพลัน           จะประสาทพระพรให้
วนิดาจรัลกลับ              ณประเทศสุราลัย
ก็จะชอบสถานใด            วธุตอบดนูมา


(สาลินี, ๑๑.)

มัทนา.        อ้าเทพศักด์สิทธิ์ซึ่ง          พระจะลงพระอาญา
ข้าเป็นแต่เพียงข้า           บมิมุ่งจะอวดดี
หม่อมฉันนี่อาภัพ            และก็โชคบพึงมี
จึ่งไม่ได้รองศรี       วรบาทพระจอมแมน
อันทรงเมตตาควร          จะประจบและตอบแทน
คุณท่านที่มากแสน          คณนาประมวลมี
อันโปรดให้เลือกตาม        ฤดิข้าณบัดนี้
ขอเป็นซึ่งมาลี        รุจิเรขวิไลยวรรณ
สุดแท้แต่จอมสรวง         จะประสิทธิ์ประสาทพันธุ์
ขอเพียงให้มีคัน-            ธะระรื่นระรวยหอม
ด้วยกลิ่นของข้าบาท         ก็จะได้ประณตน้อม
ใจนิตย์บูชาจอม             สุระบ่มบำเพ็ญบุญ
ข้าขอแต่เพียงให้            มรุทรงพระการุญ
ให้ข้าได้ทำคุณ        และประโยชน์บ่อยู่หมัน


(อินทระวิเชียร, ๑๑.)

มายาวิน.            ไม้เรียกผะกากุพ-           ชะกะสีอรุณแสง
ปานแก้มแฉล้มแดง         ดรุณีณยามอาย
ดอกใหญ่และเกสร          สุวคนธะมากมาย
อยู่ทนบวางวาย             มธุรสขจรไกล
อีกทั้งสะพรั่งหนาม          ดุจะเข็มประดับไว้
ผึ้งเขียวสิบินไขว่             บมิใคร่จะห่างเหิน
อันกุพชะกาหอม,            บริโภคอร่อยเพลิน
รสหวานสิหวานเชิญ         นรลิ้มเพราะเลิศรส
กินแล้วระงับตรี            พิธะโทษะหายหมด
คือลมและดีลด             ทุษะเสมหะเสื่อมสรรพ์
อีกทั้งเจริญกา-             มะคุณาภิรมย์นันท์
เย็นในอุราพลัน,             และระงับพยาธี





Create Date : 19 ธันวาคม 2559
Last Update : 19 ธันวาคม 2559 2:28:25 น.
Counter : 658 Pageviews.

3 comments
  
องก์ที่ ๒

ฉาก : ในกลางหิมะวัน.
[เป็นลานหญ้าอยู่ในระหว่างต้นไม้ใหญ่งาม ๆ, ที่ตรงกลางแห่งด้านหลังของเวที มีต้นกุหลาบ
อยู่ต้น ๑, ซึ่งมีดอกแต่ดอกเดียว, เป็นดอกใหญ่, สีชมพูแก่. นอกจากต้นกุหลาบ มีต้นดอกไม้
อย่าอื่นอีกบ้างก็ได้, และตามต้นไม้มีกล้วยไม้กำลังออกดอกไสวอยู่หลายช่อ.]

(อุปัฏฐิตา, ๑๑.)


โสมะทัต. อันบุษปะประหลาด บมิเห็น ณ แห่งใด
งามสรรพะวิไล- ยะวิเศษะมาลี
สีแดงก็มิจ้า ดุจะดอกชบาสี
งามดังดรุณี ยละเพลินเจริญตา
กลิ่นหอมก็ระรวย รสะลมรำเพยพา
ถึงไหนฤก็น่า จะระรื่นภิรมย์หวน
แม้แต่ศิระเกล้า วนิดาละอองนวล
เห็นแน่จะประมวล วรลักษะณานาง
ลอยภาชะนะน้ำ ก็จะทำอุทกพลาง
หอมรื่นระสะอย่าง สุรเทวะโอสถ
จัดภาชนะตั้ง พะลิเทวะทรงยศ
กลิ่นหอมบละลด จะประลุณเเดนสรวง
อันบุษปะประเสริฐ ณสกลพิภพปวง
งามเลิศและเหมาะดวง ฤดิเท่าบพึงหา


(ฉบงง, ๑๖.)

กาละทรรศิน. ไหนเล่าต้นไม้ที่ว่า มีดอกสง่า
และหอมประเสริฐส่งไกล ?
ศุน. อยู่นี่เจ้าข้า ! ข้าไซร้ เป็นผู้ที่ได
ประสบพบดอกอัศจรรย์
นาค.. ตูข้ามาด้วยพร้อมกัน
ศุน. แต่ว่าดิฉัน
เป็นผู้ประสบพบแท้
นาค.. ตูข้าเดินหาเจียนแย่ ส่วนเขานอนแผ่
สบายอยู่กลางปัฐพี
ศุน. จะนอนหรือนั่งตามที แต่เห็นของดี-
เพราะโชคเท่านั้นบันดาล !
กาละทรรศิน. มัวเถียงกันไม่เข้าการ ! ไปเก็บดวงมาลย์
มาใหัเราพลันทันใด.


(อุเปนทะวิเชียร, ๑๑.)

กาละทรรศิน. อ๊ะ !อย่านะอย่าเพ่อ ผิวะมิ่งสุมาลี
จะไปกะเรานี้ ละก็จึ่งจะพาไป
เพราะเราสิเล็งญา- ณะเเละทราบฉะนี้ได้
ผะกาพิเศษไซร้ บมิใช่ผะกาจริง
และเป็นวะธูผู้ ปะระเศรษฐะยอดหญิง
เพราะรักษะสัจยิ่ง บมิยอมจะเสียธรรม์
ก็ถูกกำราบให้ จุติจากณแดนสวรรค์
กำเนดประดุจพัน- ธุผกาพิเศษนี้
ณ วันพระจันทร์เพ็ญ ก็จะเป็นสุนารี
และคงฉะนั้นมี เฉพาะหนึ่งทิวากาล
และเอกะราตรี ก็จะกลับสกนธ์ปาน
ผะกาสุคนธ์หวาน รสระรื่นระรวยไซร้
ณ ถิ่นวนารัณ- ยะกะนี้สิอยู่ไกล
กุฎีและทิ้งไว้ จะลำบากสกนธ์นาง
ฉะนั้นจะกล่าวชวน จระไปณสวนข้าง
กุฎีดนูพลาง จะทะนุถนอมดี


(สัทธะรา, ๒๑.)

อ้ามาลีเลิศฤดีเพลิน, สุวิมะละและเจริญ
ข้าจะขอเชิญ ผะกาไป
สู่สวนงามข้างกุฏิให้ ระมะณิยะจะบำรุงไว้
เพื่อบมีภัย พิบัติปวง
ข้ารับคำว่าจะแหนหวง ประดุจะวรธิดาดวง
ใจจะใฝ่ห่วง สุดาภา
อ้าเชิญไปกับบิดานา ! ดรุณิอภยะครา
ขุดชะลอพา จรัลไป !


ฉบงง, ๑๖)

กาละทรรศิน. บัดนี้เจ้าอย่าร่ำไร ช่วยกันยกไป
ยังสวน ณ อาศรมสถาน
ต้องดีอย่าได้ลนลาน ประคองเมื่อผ่าน
ที่เดินลำบากยากเข็ญ
จำไว้ว่าไม้นี้เป็น ของวิเศษเช่น
บ่มี ณ ดินแดนใด
ตามมาข้าจะนำไป โสมะทัตไซร้
จงคอยกำกับตามมา.
(อินทะวิเชียร, ๑๑.)

ชัยเสน. เรามัวละเลิงไล่ มิคะงามตะบึงบ้า
จนลึกณกลางป่า และระอิดระอาใจ
บัดนี้มิรู้ว่า ดละแทบณหนใด
อีกทั้งจะเดินไป บริวารบตามทัน
เขาคงจะเป็นห่วง และวิตกเพราะเราครัน
ใครเจนพะนารัณ- ยะประเทศะถิ่นนี้ ?


(อุปชาติ, ๑๑.)

ชัยเสน. อโหระลึกขึ้น ละก็สุดจะเสียดาย !
ได้เคยประสบหลาย มิคะแล้วบ่เคยเห็น
กวางงามอร่ามทั่ว วรกายะดังเช่น
ดนูละเลิงเล่น จรไล่ณวันนี้
ชะเนตรสนิทนิล กละนิลมะณีศรี
ยามแลชำเลืองมี กิริยาประหนึ่งอาย
เขางามประหนึ่งช่อ วรวิชชุมาลย์ฉาย
และหนังระยับลาย กละเลื่อมประดับวาว
ขนองสนิทดำ ดุจะเขียนเขม่ายาว
งามทรวงสะอาราว หิมะตกณยอดผา
ยามเดินก็งามยิ่ง และจะวิ่งก็ยวนตา
จริตกิริยา กละสาวสุรางค์สวรรค์
และเมื่อดนูตาม มิคะใกล้จะตามทัน
โน้มน้าวธนูมั่น เหมาะและเตรียมจะยิงไป
มัวเพลินตะลึงนึ่ง บมิยิงณบัดใจ
และกวางก็ว่องไว จรแผล็วณแนวพง


(ภุชงคัปปะยาตร์ ๑๒.)

กาละทรรศิน. เอะมีเหตุอะไรหนอ จะบังเกิดอุปัทว์มา
เพราะว่าเนตระซ้ายขวา เขม่นอยู่จะเป็นลาง
อะโหนึกก็ร้อนอก วิตกถึงธิดาพลาง
ชะรอยภัยจะพานนาง ธิดาแน่ละครานี้
ตะแรกตรวจณฤกษ์ยาม ก็ดูงามและดูดี
คำนวณต่อสิเห็นมี เคราะห์ร้ายแทรกณชาตา
บรู้ที่จะทายแน่ จะมีโชคและลาภา
ฤว่าร้ายและนวลนา- รืจักต้องกำสรวลศัลย์
อนิจจาจะเศร้าจิต ผิเจ้ายอดสุดานั้น
เคราะห์เจ้าร้ายทำลายขวัญ, ก็รูปนี้จะพลอยโศก
เพราะรูปได้สุดามา ประดุจได้ประสบโชค
ประหนึ่งเจ้าและนำโศลก ประเวศแน่วณอาศรม
และหากต้องวิโยคเจ้า จะแสนเศร้าณอารมณ์
เพราะเคยเห็นและเคยชม บเว้นว่างณวันเพ็ญ
ธิดาช่างบำเรอจิต บิดาให้ฤดีเย็น
ประดิษฐ์โภชนาเช่น บเคยลิ้มณก่อนกาล
จะกินเค็มฤกินมัน ก็พลันสมมะโนมาลย์
จะชอบเปรี้ยวฤชอบหวาน ก็ปรุงรสบผิดใจ
มหาเทวะทรงศักดิ์ ! ดนูภักดิต่อไท
พระจงโปรดดนูไซร้ และคุ้มครองสุดาภา


(เมฆวิปผุชชีตา ๑๙.)

กาละทรรศิน. ชโยข้าขอกล่าวคำประจุคะมะนะการ
แด่พระผูผ่าน มไหหศวรรย์
ชโยขอให้องค์ท้าวนะระปติพระชัน-
มายุร้อยพรร- ษะกาลยง
ชโยขอให้มีชัยชำนะอริทะนง
สมประสงค์องค์ อธีราช
ชโยขอให้องค์ขัตติยะนิกะระนาถ
สิทธิสมมาด ณกิจการ
ชโยขอจงทรงเกษมสุขะฤดิสราญ
ทุกทิวากาล และราตรี
ชโยขอจงองค์ท้าวปิยะนะระบดี
คงพะลังมี นิรันดร


(อินทะวิเชียร, ๑๑.)

ศุภางค์. นึกน่าอนาถจิต ก็จะคิดประการใด ?
นึกแล้วว่ะทรามวัย ฤก็ควรกะทรงศักดิ์
นึกเล่าก็สงสาร วนิดายุพาพักตร์
นึกถึงจะต้องหนัก อุระแน่ละนงคราญ !

โดย: สมาชิกหมายเลข 717172 วันที่: 19 ธันวาคม 2559 เวลา:2:22:11 น.
  
องก์ที่ ๓
ฉาก : ลานหน้าอาศรมของพระกาละทรรศิน
[คือฉากเดียวกันกับตอนที่ ๓ แห่งองก์ที่ ๒ นั่นเอง,แต่หนังกวางที่ปูบนแท่นศิลาใต้ต้นไม้นั่นเก็บ
ไปเสีย ; และสมมติว่าเป็นเวลากลางคืน, มีแสงเดือนหงายแจ่มอย่างในวันเพ็ญ.]


อินทะวิเชียร, ๑๑.)

ชัยเสน. โอ้โอ๋กระไรเลย บมิเคยณก่อนกาล !
พอเห็นก็ทราบซ่าน ฤดิรักบหักหาย
ยิ่งยลวะนิดา ละก็ยิ่งจะรัอนคล้าย
เพลิงรุมประชุมภาย ณอุราบลาลด
พิศไหนบมีทราม วะธุงามสง่าหมด
จนสุดจะหาพจน์ สรเสริญเสมอใจ
องค์วิศวะกรรมัน นะสิปั้นวะธูไซร้
พอเสร็จก็เทพไท พิศะรูปสุรางค์เพลิน
ยืนเพ่งและนั่งพิศ วรพักตร์บหมางเมิน
งามใดบงามเกิน มะทะนาณโลกสาม
แลวิศวะกรรมัน ผิจะปั้นวะธูตาม
แบบอีกก็ไม่งาม ดุจะโฉมอนงค์นี้
เหตุนี้สินงคราญ ณสถานพิภพตรี
จึ่งไม่ประสบที่ สิริรูปะเทียมทัน
งามเกินมนุษย์จริง กละหญิงนิมิตฝัน
จนแรกประสบนั้น ดนุจวนจะปลุกตัว
นึกว่าสนิทนิทร์ นยนาก็แน่วนัว
แต่นึกก็ออกกลัว จะผวาและไม่เห็น
ครั้นเมื่อสดับศัพ- ทะสำเนียงก็เยือกเย็น
ราวดื่มอุทกเพ็ญ รสะรื่นระรวยใจ
เสียงเจ้าสิเพรากว่า ดุริยางคะดีดใน
ฟากฟ้าสุราลัย สุรศัพทะเริงรมย์
ยามเดินบเขินขัด, กละนัจจะน่าชม
กรายกรก็เร้ารม- ยะประหนึ่งระบำสวย
ยามนั่งก็นั่งเรียบ และระเบียบบเขินขวย
แขนอ่อนฤเปรียบด้วย ธนุก่งกระชับไว้
พิศโฉมและฟังเสียง ละก็เพียงจะขาดใจ
โอ้นอนจะหลับไหล ฤฉะนี้นะอกเอ๋ย
ขืนนอนก็ร้อนเร่า ฤดีเฝ้าคะนึงเชย
หากขืนจะนอนเฉย อุระอาจจะพังภิน
จำมาณที่นี้ เพราะว่ะใกล้สุนาริน
โอ้เราบสมจิน- ตะนะได้ฤฉันใด ?
ช้าก่อน!ดนูเห็น ณประตูสิรำไร
ดังหนึ่งจะมีใคร จระจากพระอาศรม
อ้าขอถวายอัญ ชลิองค์สุโรดม
ขอให้ดนูชม วธุเลิศเถอะสักที !


(อุปัฏฐิตา, ๑๑.)

ชัยเสน. อ้าโฉมมะทะนา บริสุทธิบังอร
ข้าฤๅจะติหล่อน เพราะสดับวจีหวาน ?
ชื่นจิตตะสดับ มธุรสฤดีบาน
ทราบว่ายุวะมาลย์ กรุณาณข้านี้
พอเห็นวรพักตร์ วนิดาวะรางคี
บัดนั้นฤก็มี ฤดิท่วมสิเนหา
เหมือนโฉมดะรุณี นะแหละยื่นสุหัตถ์มา
ล้วงใจดนุคร่า และกระลึงหทัยไว้
แต่นั้นก็อนงค์ นะสิยังบคืนให้
กำดวงฤดิใน วรหัตถะแน่นครัน !
หากนางบมิชอบ และจะคืนหะทัยนิ้น
ข้านี้ก็จะศัล- ยะพิลาปพิไรวอน
ขอให้วนิดา กรุณาดะนูก่อน
อย่าเพ่อสละรอน ระติราญสุไมตรี
ถึงหล่อนจะมิรัก ก็จะขอกะโฉมศรี
ให้ยอมดนุมี ฤดิรักพะธูไป
จนกว่าจะประจัก- ษณะจิตตะหล่อนไซรั
แล้วยกฤดิให้ ดนุผู้พยายาม
อ้าโฉมมะทะนา ผิวะหล่อนจะยอมตาม
ใจพี่ละก็ความ สุขะพี่จะพูนพี
แต่หากมะทะนา บมิรักก็พี่นี้
เหมือนตกอะวิจี ทุขะท่วมบรู้วาย


(โตฎก, ๑๒.)

มะทะนาดนุรัก วรยอดยุพะดี
และจะรักบมิมี ฤดิหน่ายฤระอา
ผิวะอายุจะยืน ศะตะพรรษะฤกว่า
ก็จะรักมะทะนา บมิหย่อนฤดิหรรษ์
นยะนาก็จะชม วธุต่างมะณิพรรณ
และจะสูดสุวะคันธ์ ระสะต่างสุผะกา
ผิวะตื่นก็จะดู ยุวะดีสิริมา
ผิวะหลับฤก็ข้า จะสุบินฤดิเพลิน
ทิวะราตริจะนอน, ฤจะนั่งฤจะเดิน
บมิมีละจะเหิน ฤจะห่างมะทะนา
บมิเห็นวรพักตร์ ก็จะหนักอุระว้า
ขณะเคียงพะนิดา ก็ระรื่นฤดิศานต์
ผิวะเจ้าก็สมัคร และจะรักดนุนาน
จระสู่อุทะธาร เถอะนะเราก็จะวัก
อุทะกล่าวสุประทาน เฉพาะเทพสุรศักดิ์
และฉะนั้นละก็จัก ดุจะหมั้นจะวิวาห์
มัทนา. ผิพระโปรดละก็ข้อย บมิขัดวะจะนา
และจะตามพระลิลา จระทั่วปะฐะพี


(ฉบงง,๑๖.)

โสมะทัต. ข้าเคารพท่านเสนา ! อันตัวท่านมา
แห่งนี้ทำไมแต่ตรู่ ?
ศุภางค์. เรามีธุระร้อนอยู่ มาหาท่านผู้
เป็นศิษย์ผู้ใหญ่ที่นี้
โสมะทัต. พวกเจ้าจงหลีกไปที ! เรากับเสนี
มีกิจจะพูดจากัน

(พวกศิษย์และบริวารเข้าโรงทางหลืบขวาทั้งหมด)
บัดนี้มีข้อสำคัญ ใดจงบอกพลัน
เสนีมิต้องเกรงใจ
ศุภางค์. ท่านเคยได้เล่าเรื่องให้ ว่านางทรามวัย
ผู้เห็นอยู่เมื่อวันวาน
นั้นโดยปรกะติกาล เป็นพฤกษะบาน
มาลีสุคนธ์หอมเย็น
และต่อเมื่อถึงวันเพ็ญ นางจึ่งจะเป็น
นงคราญวิสุทธิ์ศรีใส
ดังนั้นถูกฤาฉันใด ?
โสมะทัต. ถูกเช่นนั้นไซร์
ศุภางค์. แล้วก็เมื่อครบหนึ่งวัน
กับอีกหนึ่งคืนนางนั้น ก็กลับกลายพลัน
เป็นพฤกษะอีกทันที
ถูกไหมเข้าใจเช่นนี้
โสมะทัต. ถูกแล้วเสนี.
ศุภางค์. เมื่อกี้พวกศิษย์บอกข้า
ว่ากุพชะกะพฤกษา หายไปแล้วนา
ท่านทราบเหตุแล้วฤาไฉน ?
โสมะทัต. พอตื่นแล้วบูชาไฟ แล้วข้าก็ไป
ยังสวนที่ข้างอาศรม
ตั้งจิตตรงไปใฝ่ชม กุพชะโกดม
แต่เดินไปถึงย่านกลาง
สวนนั้นก็เห็นหลุมว่าง พฤกษาสำอาง
มิอยู่ ณ ที่เคยอยู่
ข้าเที่ยวค้นคว้าหาดู เผื่อจะไปอยู่
แห่งอื่นเพื่ออาศัยร่ม
ไม่พบตระหนกอกกรม จึ่งมาอาศรม
เผื่อจะได้พบภายใน
ศุภางค์. น่ากลัวป่วยการเข้าไป !
โสมะทัต. เอ๊ะ ! เพราะเหตุใด ?
โปรดบอกให้รู้กิจจา.


นาค. ใต้เท้าขอรับ.
ศุภางค์. อ้าว ทำไมกันอีกล่ะเพื่อน ?
นาค. ก็คือว่า-
ศุน. เพื่อนกระผมตั้งใจจะกราบเรียนว่าเรื่องที่ได้กราบเรียนแล้วเมื่อกี้นี้นั้น มันมีข้อความต่ออีก
ดังเพื่อนกระผมจะได้กราบเรียนต่อไป
(สะกิดเพื่อน)
ศุภางค์. เพื่อไม่ให้ต้องเปลืองเวลาเปล่า ฉันขอบอกให้เพื่อนทราบว่าเรื่องที่เพื่อนจะเล่านั้น
ฉันได้รู้เพียงพอที่ฉันอยากจะรู้แล้ว
และฉันขอแนะนำว่าในส่วนตัวเพื่อนทั้งสอง ก็ไม่ควรอยากรู้อยากเห็นอะไรยิ่งไปกว่าที่ได้รู้ได้เห็น
อยู่แล้ว เข้าใจไหม ?
นาค. ไม่เข้าใจขอรับ !
ศุภางค์. (พูดกับศุน.) แต่ส่วนเพื่อนเป็นคนฉลาดคงเข้าใจแล้วละสินะ ?
ศุน. เข้าใจแล้วขอรับ.
ศุภางค์. เข้าใจว่ากระไร ?
ศุน. เข้าใจว่าใต้เท้าไม่อยากพูดกับกระผมและเพื่อนกระผมอีก.
ศุภางค์. (หัวเราะ) ฉันว่าแล้วว่าแกเป็นคนฉลาด !

(พระกาละทรรศินออกทางประตูอาศรมมายืนอยู่ที่ระเบียง : โสมะทัตตามออกมาด้วย. ศุภางค์ลุก
ขึ้นกระทำความเคารพ. ฝ่ายนาคและศุนเลี่ยงเข้าโรงทางหลืบขวา)


(สรภัญญะ.)
(อินทะวิเชียร, ๑๑.)

อ้าองค์พระอัคนี วรศรีประภาใส
เป็นเอกอุดมใน หุตะกิจพะลีการ
ข้าขอประณตองค์ สุระทั้งณตรีสถาน
ทุกภาคพิเศษมาน มนะมุ่งณการยัญ
หนึ่งคือสุรีย์แจ่ม สุจรัสณภูมิสวรรค์
ส่องโลกมนุษย์นัน- ทะนะอุ่นระอุกาย
ที่สองประภาปรา- กะฏะในนะภาพราย
คือวิชชุโชติ์ฉาย รุจิแลบณเมฆา
ที่สามก็คือไฟ นระก่อณเคหา
เพื่อกอบสุภักษา และประกอบพะลีพูน
องค์นี้และได้เชิญ พระเสด็จณแท่นกูณฑ์
ด้วยพรอ้มมโนมูล จะกระทำหุตาการ
อ้าองค์พระทรงเมษ สุระเดขตระการฉาน
โปรดเอื้อและเอาภาร ธุระด้วยสุไมตรี
ยามเริ่มพะลีกรร- มะสุยัญญะการนี้
จงสิทธิด้วยดี ดุจะข้าทำนูลวอน
ช่วยนำพะจีถึง สุระเทพณอัมพร
มารับพะลีกร ดนุได้ผจงสรรพ์ ฯ


(จิตรปทา, ๘.)

ชัยเสน. ข้าชัยเสน อธิเบนทร์พงศ์ จันทะประสงค์ พิธิสมรส
กับมะทะนา วธุปรากฏ กอบวระยศ สิริเท่ากัน ;
ข้าจะถนอม ทะนุพร้อมพรั่ง สมดุจะดัง มหิษีอัน
เป็นภริยา สหชาติกัน เป็นอรขวัญ ณนิเวศน์ใน !
มัทนา. ข้ามะทะนา วนิดายอม มอบฤดิน้อม ณพระทรงชัย
เป็นวระราช มหิษีใฝ่ ภักดิณไท้ บมิลดลา.


(ทำนองสดุดีสังเวย.)
(วสันตะดิลก, ๑๔.)

อ้าหญิงและชายฤดิสมัคร มะนะร่วมสิเนหา
พร้อมจิตผสมสะมะระมา อภิเษกะสมรส
เหมือนหนึ่งประมวญสะริระอีก มะนะรวมก็ยงยศ
ยงศักดิเกียรติคุณะหมด เพราะผสมกำลังกัน
ผู้ใดสมัครสะมะระสม- ระสะร่วมมโนฉันท์
ปวงไทสุเทวะมรุสรร- พะอำนวยพระพรพูน
หญิงชายกระทำวิธิวิวา- หะสิมุ่งผดุงกูล
วงศาคณาคณะประยูร บมิเสื่อมมิทรามหาย
เทวาประสิทธิวรบุตร และธิดาประดุจหมาย
ให้ทรงและสืบสกุลละสาย สุวพันธุพืชงาม
ขอทวยสุเทวะสุระฤท- ธิมะหิทธิเรืองราม
โปรดช่วยบำรุงวรวิศาม- ปะติอีกพระชายา
ให้ทรงเจริญสิริสุวัต- ถิพิพัฑฒะนาอา-
ยูวรรณะสุขพละและสา- ระวิสุทธิศฤงคาร
ขอพรประสิทธิบมิขาด ณ พระราชะสมภาร
อีกเทวิองค์อระวิศาล สิริสิทธิ
โดย: สมาชิกหมายเลข 717172 วันที่: 19 ธันวาคม 2559 เวลา:2:22:48 น.
  
องก์ที่ ๕


[ฉากเป็นห้องประทับที่ข้างในพลับพลา, ซึ่งมีม่านทองกั้นแทนฝาทั้งด้านขวาและด้านซ้าย; ด้าน
หลังมีม่านรวบผูกให้แหวกตรงกลางเป็นช่องเข้าออก, มีลับแลตั้งบังช่องนี้, ทางด้านซ้ายมือมี
เตียงตั้งอยู่ชิดม่านมีราชอาสน์และหมอนทอด, และเครื่องราโชปโภคตั้งพอสมควร.]


(ยานี, ๑๑.)

นันทิวรรธนะ. ขอเดชะพระบาท นรนาถเหนือเกศี
บัดนี้เฒ่าธชี ผู้มีชื่อวิทูรไซร้
ซึ่งมีพระบัญชา ให้ตระเวนแล้วขับไล่
โอหังบังอาจใจ เข้ามาถึง ณ ค่ายนี้
ข้าบาทได้ซักถาม พราหมณ์ว่ามาก็เพราะมี
เรื่องทูลพระทรงศรี เป็นข้อความสำคัญนัก
ยืนยันสำคัญแท้ ว่าถึงแม้แกเองจัก
ต้องรับอาญาหนัก ก็ขอทูลซึ่งกิจจา
ชัยเสน. แกคงต้องมีสิ่ง จำเป็นจริงแกจึงกล้า
เอาเถิดเรียกเข้ามา จะฟังเรื่องของแกดู


(สัทธรา, ๒๑)

ชัยเสน. ฟังคำหมอเฒ่าวิทูรแจ้ง วะจะนะประดุจจะแทง
ที่อุราแยง กระทั่งใจ
โอ้แพ้รู้นาริจัญไร ทุษะประทะณหะทัย
โดยมิทันได้ คะนึงว่า
จัณฑีผู้เป็นธิดารา- ชะมะคะธแหละจะกล้า
ออกอุบายพา- ละเช่นนั้น
โดยความหึงส์หนักเพราะรักครั้น คะดิประทะทุษะพลัน
พลุ่งประหนึ่งควัน กระทบตา
สุดแสนคั่งแค้นฤดีว่า ปิยะวะธุมะทะนา
นอกฤดีข้า ก็ผิดใหญ่
บัดนี้ปรากฏบผิดใด สุปิยะชิวะประลัย
ข้าจะอยู่ไย ณ โลกนี้ !


(สาลินี, ๑๑)

นันทิวรรธนะ. ข้าขอบังคมบาท สุรนาถะราชัน
จิตข้านี้โล่งพลัน เพราะสดับพระวาจา
บัดนี้กราบทูลขอ พระประทานอภัยข้า
ด้วยมีซึ่งกิจจา ดนุสารภาพผิด
เมื่อคืนที่ตรัสสั่ง ดนุปลงพระชีวิต
เทวีผู้มิ่งมิตร มะทะนากะชู้ไซร้
ข้าพาทั้งสองถึง ณ ประตูพระเวียงชัย
พบพราหมณ์มาแต่ไพร ทิชะถามคดีพลัน
ข้าเล่าถี่ถ้วนจึ่ง ทิชะทูลกะแจ่มจันทร์
ขอเชิญสู่อารัณ- ยะกะพร้อมคณาชี
ข้าเห็นว่าโปรดให้ ดนุปลงพระชีวี
นั้นคือว่าภูมี จะมิเลี้ยงพระนางไซร้
แม้ปล่อยให้เธอเข้า ณ อรัณยะสูญไป
เหมือนสิ้นชีวาลัย เพราะก็คงบคืนมา
ข้าจึ่งได้กล่าวคำ อนุญาตทิชาพา
เทวีเข้าสู่ป่า และบได้เผด็จชนม์
ชัยเสน. อันว่าหัวหน้าพราหมณ์ คณะผู้จะเดินด้น
พานางสู่ไพรสณฑ์ นะแหละรู้ฤชื่อไร ?
นันทิวรรธนะ. เขานั้นปรากฏนา- มะว่ะโสมะทัตไซร้
แลกล่าวว่าอยู่ใน หิมะวันอรัญศรี
ชัยเสน. ขอบใจ, เจ้านี่เป็น วรเสวิยอดดี
เหมือนนำซึ่งวารี สิตะช่วยชโลมตู !
ดีใจที่รู้ว่า มะทะนานะยังอยู่
พอมีโอกาสกู และจะขอวราภัย
เมียรอดยังห่วงมิตร ก็ศุภางคะนั้นไซร้
ได้ปลงชีวาลัย ฤว่ะปล่อยประดุจกัน ?
นันทิวรรธนะ. ข้อบอกแก่เสนี จะบปลงละชีวัน
เป็นแต่ให้เขานั้น มละเขตประเทศนี้
เขาตอบว่าเขานั่น ฤดิมั่นณภักดี
ต้องห่างจากทรงศรี ชิวะเขาบอยากครอง
ขอลาแลว่ามุ่ง จระตรง ณ ที่กอง
ทัพหลวงด้วยใจปอง ฤดิแฝงระหัสอยู่
จนถึงเวลาที่ จะประยุทธะต่อสู้
ศึกแล้วเขาเตรียมจู่ จระรบศะตรูพาล
เพื่อตายในที่รบ อริอย่างทหารหาญ
ข้าฟังนึกสงสาร ก็ประสาทะตามใจ
ครั้นถึงเวลายุทธ ดนุเห็นศุภางค์ไซร้
ออกนำหน้าพลไป และประยุทธะหน้าทัพ
เห็นพวกข้าศึกห้อม ณ ศุภางคะเหลือนับ
ทั้งฟันทั้งแทงยับ และศุภางคะล้มตาย
สมใจทีใฝ่มอบ ชีวะเป็นพะลีภาย
ใต้บาทแห่งฦาสาย เพราะว่ะมั่นกตัญญู
ชัยเสน. เออกูค่อยคลายความ ทุขะทัพหทัยอยู่
เมื่อทราบมิตรของกู บมิเสียชิวีทราม
เป็นเชื้อชาตินักรบ สละชีพ ณ สงคราม
นับว่าได้ตายงาม ดุจะนายทหารกล้า
อีกหนึ่งนั้นคือนาง สุปริยัมวะทาภา
ได้ออกจากพารา จระสู่ประเทศไหน ?
นันทิวรรธนะ. นางขอตามไปเพื่อน วรเทวิศรีใส
จึ่งพร้อมกันเดินไป ณ ประเทศะอารัญ


(ภุชงคัปปะยาตร์, ๑๒.)

ปริยัมวะทา. พระแม่เพียรพะลีมา ก็สัปดาหะล่วงสาม
มิเห็นว่าจะสมความ ประสงค์ดังดำรัสไว้
กระหม่อมฉันจะทูลสา- ระภาพตรง ณ จริงใจ
กระหม่อมฉันมิอยากให้ พะลีนี้ประสิทธิ์ผล
เพราะหากว่าพะลีเสร็จ เสด็จกลับ ณ เบื้องบน
กระหม่อมฉันจะต้องทน ระทมทุกขะหงอยเหงา
เพราะทุกวารก็บานใจ และรับใช้พระแม่เจ้า
บำเรอบาทะค่ำเช้า บเคยคลาดและคลาไกล
พระแม่โปรดกระหม่อมฉัน ก็อย่าพลันเสด็จไป
จะทรงทิ้งสะขีให้ อนาถโอ้บสงสาร
มัทนา. อ๊ะปรียัมวะทานาง จะหมองหมางมิเข้าการ
มิใช่ฉันสงสาร ฤชิงชังนะหล่อนเอ๋ย
เพราะตั้งแต่ดนูไป ณ กรุงไกรก็ทรามเชย
บำเรอจิตสนิทเคย ประจบดีบเว้นวัน
และเห็นแล้วละรักจริง ผิจำทิ้งก็ตัวฉัน
จะเสียใจและโศกศัลย์ มิน้อยแน่ละโฉมตรู
ผิเทวาธเกื้อกูล จะลองทูลและถามดู
ผิพานางนะไปอยู่ กะข้าได้จะพาไป
ปริยัมวะทา. พระแม่เจ้าเสด็จสู่ พิภพสวรรค์ ณ ชั้นใด
ก็อยากตามเสด็จไป บำเรอบาทบคลาดคลา


(รโรทฺธตา, ๑๑)

มัทนา. ฟังพระวาทะวรศัพท์ ก็จับฤทัย
เห็นพระทรงกรุณะไซร้ บจืดบจาง
ข้าจะทูลนะฤก็ยาก บอยากจะพราง
แต่มิทูลอะมระทาง ก็คงมิโปรด
ข้าพระบาทะฤก็เขลา และเฉาและโฉด
คงมิพ้นสุระพิโรธ และโทษะกร
ข้าเฉลยพระมธุรส สุราดิศร
ได้ก็ดังประดุจะก่อน ณ ภูมิสรรค์
อันจะทรงพระกรุณา ณ ข้าฉะนั้น
เป็นพระคุณดนุจะพรร- ณะนาบได้
หากจะมีวิถิถนัด บขัดหทัย
ทั้งจะใช้ ณ ธุระใด บมีระอา
แต่จะโปรดดะนุและให้ คระไลนภา
เป็นพระบาทะบริจา- ริกาฉะนี้
เกรงจะผิดพระนิติธรรม- มะอันนารี
เสพย์กะสองบุรุษมี ฤใครจะชม ?
อันพระองค์อะมระเศรษ- ฐะเดชอุดม
จึ่งมิควรจะอภิรม- ยะนาริทราม
ข้าทำนูลวะจะนะตรง ดำรง ณ ความ
สัตยะธรรมะคะติงาม นะเทวะไท !


(อินทวงส์, ๑๒.)

ชัยเสน. ฟังนางแถลงเหตุ ภยะเภทะจับหทัย
เห็นเป็นพยานไซร้ มะทะนาวิเศษแท้
ด้วยหล่อนสิจงรัก มนะภักดิสุดละแม้
เทวันธชวนแม่ บมิยอมประนอมฤดิ
หานาริรัตน์ไหน ณ ประเทศะเมทินี
เปรียบมิ่งมเหสี ดนุได้นะสุดจะหา !
แม้รอประเดี๋ยวเดียว ฤก็ผัวก็คงจะมา
ทันพบและแก้วตา นะก็คงบร้อนกมล
เป็นกรรมกระทำไว้ ณ อดีตประสิทธิผล
ผัวจึ่งมิทันยล วระพักตร์สุลักษะณา
ถึงแม่จะเป็นกุพ ชะกะแล้วก็ช่างเถอะข้า
ขอนำสุมาลา ณ นครทะนุถนอม
จักจัดคณานาง สะขิภักดิแวดและล้อม
ทั้งมีทหารพร้อม จระตั้งกระบวนคละไล
ถึงเวียงจะตั้งการ สุรยัญพิเศษพิสัย
ป่าวร้องประกาศให้ มรุอีกมนุษย์นิการ
รู้เรื่องประเทืองเทิด วระเกียรติสายสมร
เทวานะรากร ก็จะพร้อมและโมทนา
อีกเราจะรับตัว วระนาฎปริยัมวะทา
กลับคืนพระพารา และจะเลี้ยงประดุจณเดิม
ให้สมกะที่ซื่อ สุจริตคุณาเฉลิม
ยศศักดิส่งเสริม และดนูจะขออภัย
ที่ได้กระทำโทษ วธุผิดสุธรรมะไซร้
คงตอบและแทนให้ สุขะศานต์สราญทวี
ปริยัมวะทา. หม่อมฉันก็เป็นข้า วระบาทพระภูบดี
แต่น้อยบเคยมี วระนาถะอื่นฤไกล
เมื่อทรงพระการุณ- ยะก็ข้าสราญหทัย
ชีวิตถวายไว้ ณธุลีพระบาทยุคล


(อีสิสะ, ๒๐.)

ชัยเสน. อ้าวะธูดะนูนะทุกข์ทวี
เพราะแสนจะโศกวิโยคสุปรี- ยะอย่าแหนง
พี่สิผิดเพราะจิตวิโรธะแรง
อุบายะชั่วบรู้บแจ้ง สิจึ่งหลง
ยามตระหนักสิชักจะบ้าจะปลง
ประหารชิวีบมีประสงค์ จะคงอยู่
แต่เผอิญสุเสวิเตือนดะนู
ฉะนั้นสิจึ่งสำนึกนะตู บวางวาย
เสด็จประยุทธะสมนิยมก็หมาย
และมุ่งฤดีจะรับพระสาย สมรพลัน
จากพนาและคืน ณ เขตตะขัณฑ์
และมุ่งจะเสกสุนารินัน- ทะนาภา
เป็นพระอัคคะราชินีมหา
สุมาตุแห่งนิกรประชา ณ หัสดิน
โอ้เผอิญก็มามิพบยุพิน
กระนั้นนะข้าซิยังถวิล จะรับไป
จึ่งจะเชิญสุกุพชะกาวิไล
แหละแทนอนงคะจงคระไลย เถอะพฤกษา
ข้าจะรับประทับ ณ สีวิกา
และพร้อมกระบวนจะแห่ ณ ธา- นิรังสรรค์
ถึงบุรีจะได้เฉลิมพระขวัญ
จะเปรอมิให้อนาถ ณ วัน ฤราตรี
เชิญเถอะแม่ดนูเชิญนะมารศรี
เสด็จเถอะอย่าระคายฤดี ดนูวอน !


(กุสุมิตลตา, ๑๘.)

กาละทรรศิน. ข้าขอให้เทพองค์อะธิปะติณไตร-
ตรึงษะโปรดให้ พระพรสิทธิ์
แด่องค์สมเด็จราชะปะระมะบพิตร
เรืองมหาฤท- ธิเดชา
มีชัยในการยุทธะและบมิปะรา-
ชัย ณ ทั่วหล้า สกลขาม
ขอจงทรงสวัสดีนิจจะสุขะอภิราม
รมยะทุกยาม บเสื่อมซา
หนึ่งอวยพรให้กุพชะกะสุระผกา
คงดิลกหล้า บสูญพรรณ
เป็นสิ่งชวนยวนจิตตะนระสุวะคันธ์
ช่วยระงับสรร- พะทุกข์หนัก
หญิงชายยามเริ่มรู้ระสะณฤดิรัก
ใช้กุหลาบจัก ระเริงใจ
อันดวงมาลีกุพชะกะสิผิวะให้
พึงจะรู้ได้ ว่ารักแท้
และยามดมดอกกุพชะกะนะก็จะแก้
เดือด ณ ดวงแด และสุขพลัน
ขอมาลีศรีกุพชะกะสิริสุคันธ์
จงประดิษฐ์พรรณ นิรันดร !
โดย: สมาชิกหมายเลข 717172 วันที่: 19 ธันวาคม 2559 เวลา:2:24:12 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สมาชิกหมายเลข 717172
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]