 |
 |
 |
 |
 |
|
 |
 |
|
|
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | |
|
|
| |
|
 |
| 12 มกราคม 2549 |
|
 |
 |
|
|
 |
|
|
| |
|
 |
 |
 |
 |
|
 |
 |
 |
 |
| |
** หมอนรองกระดูกคอเคลื่อน 1 **
** หมอนรองกระดูกคอเคลื่อน **
ค่ะ ก็เป็นเรื่องเก่า ที่เอามาเล่าใหม่อีกหนหนึ่ง เริ่มจากมีอาการ ปวด
หลัง อยู่ตลอดเวลาฟังดูแล้ว ก็ไม่น่ากลัวอะไรเพราะ..แค่..อาการปวด
หลัง..เราจึงเริ่มไปหาหมอกระดูกตรวจอย่างจริงจัง หมอก็เริ่ม จับ
คอ บิดซ้าย บิดขวา มั่ง พร้อมทั้งทำการยืดคอ เพื่อที่จะให้เราสูง
ขึ้น,,,เพราะดูจากฟิล์มเอ็กซเรย์แล้ว หมอบอกว่าเรา มีโครงกระดูก
ผิดรูปร่าง เพราะไม่เข้าใจว่ามันผิดรูปร่างยังไง ซึ่งจะว่าไปแล้ว
เราเองก็งงอยู่ไม่น้อย ก็เอาเป็นว่า มันอยู่ในท่าที่ไม่สมควรอยู่ก็แล้วกัน
นะค่ะ ทำการรักษา วิธีนี้อยู่ประมาณ สี่เดือน อาการปวดก็ยังมีเหมือน
เดิม หมอก็เลยให้เราไปทำการเอ็กซเรย์ อีกอย่างหนึ่งที่เรียกว่า เอ็ม
อาร์ที ( MRT ),,ซึ่งแบบนี้จะสามารถมองเห็นกระดูกข้างในได้ดี
กว่า วิธีนี้เป็นวิธีที่เราเกลียดมากๆ เพราะมีความรู้สึกเหมือนกะการ
ลอดอุโมงค์ เท่านั้นยังไม่พอ ยังต้องนอนฟังเสียงดังของเครื่อง อยู่
ข้างในนั้นอีก และความคิดเจ้ากรรมก็ คอยจะกลัวว่าเครื่องจะดับ
ตัวเองจะติดอยู่ข้างใน แล้วออกมาไม่ได้ ติดอยู่ข้างใน ๑๕-๒๐
นาที ก็เรียบร้อย หลังจากที่ออกมาได้ ก็รีบภาวนาว่าขอให้เจอแบบนี้
แค่ครั้งเดียวเถอะ เมื่อหมอได้ดูแผ่นฟิล์ม เขาก็มีท่าทาง ค่อนข้างจะ
ตกใจ ซึ่งตัวเรากลับคิดว่าก็แค่ " หมอนรองกระดูกเคลื่อน " ก็เท่านั้น
เอง ค่ะ หมอบอกว่าค่อนข้างจะแปลกสำหรับบุคคลอายุขนาดเรา ที่
จะเคลื่อน สามชิ้นในเวลาเดียวกัน เพราะคนเรา จะมีกระดูกที่คอ
เจ็ดชิ้น และมีหมอนรองกระดูกอยู่ระหว่างชั้นถึงหกอัน ซึ่งเรามี
ปัญหาไปแล้วสาม ก็เรียกได้ว่า ครึ่งหนึ่งแล้ว ดูๆไปแล้วก็ไม่เข้าใจ
ว่าทำไมหมอถึงต้องตกใจขนาดนั้นด้วย เขาจึงบอกเราถึงวิธีต่อไป
คือจะต้องนวด และก็ฉีดยาทุกวัน ซึ่งฉีดยานี้จำไม่ได้ว่าเพราะอะไร
ฉีดอยู่ประมาณ สิบครั้ง ซึ่งจะต้องฉีดเข้าเส้นเลือด และก็มีเหมือน
กันที่เจาะ หาเส้นเลือดไม่เจอ ทำเอาเราใจหายอยู่บ่อยๆ ฉีดยา และ
นวด ก็ยังเหมือนเดิมอีก ที่นี้หมอก็ให้เราเริ่มใส่ปลอกคอ เพื่อพยุงไม่
ให้คอเรา ทำงานหนัก ในการรองรับ หัวตัวเอง เราเริ่มคิดแล้วว่า
เริ่มจะไม่ตลกแล้ว ทำไมอาการไม่ดีขึ้นเลย ทั้งที่เรา ทั้งนวด และก็
ใส่ปลอกคอ มาถึงตอนนี้ก็ร่วมปีที่เรารักษา ไม่มีอาการอะไรจะดี
ขึ้น เอ็กซเรย์ ซ้ำแล้วซ้ำอีก เข้าๆออกอยู่ที่คลีนิก นั้น จนเราเริ่มเบื่อ
เราเริ่มเปลียนหมอ กลับมารักษากะหมอประจำบ้าน คนเดิม ซึ่งไม่ใช่
หมอกระดูกโดยตรง แกสามารถทำได้แค่ให้เราไปนวด และก็นวด
ด้วยพลังงานไฟฟ้าอีกอย่าง ผลก็เหมือนเดิม แกก็บอกว่า เราควรจะ
ลองเปลียนหมออีกที เราก็เลยเปลียนหมออีกที ค่ะเฉพาะ อาการปวด
หลังนี่แหละค่ะ ที่ทำร้ายความรู้สึกเรามากๆ มาร่วมสองปี มาถึง
ตอนนี้เราเริ่มรับรู้แล้วว่า คงไม่ใช่เรื่องเล็กๆแล้วที่เราจะปวด อยู่
แบบนี้ตลอดเวลา ยิ่งรักษา ก็ยิ่งปวด เราและสามีก็เริ่มคิดถึงวิธีผ่า
ตัดอีก เพราะวิธีผ่าตัดก็มีหลายอย่างเหลือเกิน จนเราไม่รู้จะเลือกวิธี
ไหน หมอคนใหม่แนะนำให้เราไปโรงพยาบาล ของเขตนี้ เขาก็แนะ
นำ,,,
,,,, วิธีดั้งเดิมให้ ,,คือการผ่าตัด ตัดเอาชิ้นเนื้อบริเวณสะโพกออกแล้ว
เอามาแปะ ที่บริเวณคอ นั่นก็หมายความว่าเราจะต้องโดน ผ่าทีเดียว
สองครั้ง และก็จะต้องเจ็บทั้งสองแผล และใช้เวลาพักฟื้นค่อนข้าง
นาน เราตัดการผ่าตัดนี้ออกไป เพราะไม่อยากจะเจ็บตัวสองครั้ง
,,,,,ผ่าส่องกล้อง,,,โดยการตัดเอาส่วนเกินที่ยื่นออกมาออกไป ระยะ
เวลาการรักษาน้อย และเจ็บน้อยลง ที่แรกเราก็กะจะใช้วิธีนี้ แต่พอได้
รับคำตอบว่าวิธีนี้ ประกันจะไม่จ่ายเงินให้ ให้เราจ่ายเอง เรียกว่าพอ
เห็นราคา เราก็แทบจะหายปวดทันที เราจึงเขียนคำถาม ถาม
หลายๆหมอที่เมืองไทย ทางอินเตอร์เน็ต พร้อมทั้งรวบรวมคำตอบ
จาก สถาบัน ทีมีชื่อเสียงหลายๆสถาบัน คือบวก-ลบ-คูณ-หารดูแล้ว ก็
ยังราคาถูกกว่า ที่นี่ เราจึงตัดสินใจบินกลับไปเมืองไทย เริ่มจากโรง
พยาบาลศิริราช ในตอนนั้นก็จะมี การผ่าตัดแบบดั้งเดิม คือผ่าสอง
ที่ เราก็เลยไม่ทำ และอีกครั้งจากหมอที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ก็เป็น
วิธี ผ่าส่องกล้อง หากแต่คำพูดของหมอที่แนะนำว่า ให้เราตัดสินใจ
เอง หากตัดสินใจว่าผ่าก็ให้นัดวัน แต่หากไม่ต้องการผ่าก็ไม่เป็นไร
ท่านบอกว่า ท่านคิดว่าถึงจะผ่าวิธีนี้ ก็คงไม่หายเพราะว่า เวลาที่
เรามองผ่านกล้องเข้าไป ตัดส่วนเกินนั้น เราคิดว่า เราตัดออกหมด
แล้ว แต่ที่จริงอาจจะมีหลงเหลืออยู่บ้างก็ได้ เพราะเป็นสิ่งที่เรามอง
ไม่เห็นได้ในบางครั้ง เมื่อได้ยินท่านพูดดังนั้นเราก็เลยคิดว่า ดีที่
ท่านแนะนำทั้งๆที่เป็นโรงพยาบาลเอกชน เราจึงตัดสินใจกลับมาเริ่ม
ใหม่ที่เยอรมัน ซึ่งระยะเวลาในการรักษา และเปลี่ยนหมอ พร้อมทั้ง
ตัดสินใจก็กินเวลาไปแล้ว สองปีกว่าๆ นานพอดูเหมือนกัน และใน
ระหว่างนั้นสามีก็ไปเจอกะเวบไซด์ที่รักษาในด้านนี้ ซึ่งก็เป็น
วิวัฒนาการใหม่อีกแหละ
|
|
| โดย: pp IP: 203.146.229.105 วันที่: 13 มกราคม 2549 เวลา:12:33:16 น. |
|
|
|
โดย: เมียฝรั่งคนนี้ (เมียฝรั่ง ) วันที่: 27 มกราคม 2549 เวลา:22:08:10 น. |
|
|
|
| โดย: หมอนรองกระดูกคอเคลื่อน IP: 125.26.76.244 วันที่: 18 มีนาคม 2552 เวลา:20:20:14 น. |
|
|
|
| |
| |
|
 |
 |
 |
 |
|
|