มีนาคม 2560

 
 
 
1
2
3
5
9
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
31
 
 
อริสาวพยศรัก ตอนที่ 5


ตอน กลมกลืนชาวเขา



          และแล้วก็มาถึง ‘ม่อนแจ่ม’ ที่เที่ยวที่ติดหนึ่งในสิบของเชียงใหม่ จากจุดที่จอดรถตรีเพชรเดินนำชายหนุ่มเข้าไปยังหมู่บ้าน เนื่องจากเป็นหน้าท่องเที่ยวของที่นี่ผู้คนจึงหนาแน่นเป็นพิเศษ แต่ความงามตามธรรมชาติก็ยังคงสวยงามชนิดที่ว่าจำนวนคนไม่ได้ส่งผลอะไรกับมันเลย ความสวยงามที่เข้ามาสู่สายตาทำให้ชายหนุ่มชาวต่างชาติตื่นตาตื่นใจจนต้องหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูของตัวเองออกมาบันทึกภาพรอบตัวกันรัว ๆ เลยทีเดียว ถึงไม่มีกล้องตัวใหญ่แต่ก็เชื่อว่ามือถือเครื่องบางของชายหนุ่มนั้นประสิทธิภาพของกล้องที่มีติดเครื่องมาก็คงสูงยอดเยี่ยมไม่แพ้ราคาของมัน นอกจากวิว และอากาศที่สดชื่นนั้น สิ่งที่สะดุดตาอีกอย่างก็คือ แผ่นติดโฆษณาบอกราคาของการเช่ารถไม้ล้อเลื่อนภูมิปัญญาของชาวม้ง

            ไลเต้รีบชี้บอกให้ตรีเพชรดูว่าเขาสนใจที่จะลองใช้บริการรถไม้ที่มีลักษณะคล้ายกับรถฟอร์มูล่าวัน ที่ใช้แข่งกันในสนาม จนได้รับขนานนามว่า ‘ฟอร์มูล่าม้ง’ หญิงสาวจึงได้จัดการติดต่อขอใช้บริการรถไม้นี้ ซึ่งเมื่อพูดคุยกันเรียบร้อย ผู้ดูแลกิจการรถไม้ล้อเลื่อนก็พาทั้งสองคนนั่งรถขึ้นไปยังจุดปล่อยรถไม้คันเล็กนั้น เนื่องจากเป็นรถไม้ที่ไม่มีเครื่องยนต์ใด ๆ ขับเคลื่อนด้วยการทรงตัวและแรงโน้มถ่วงของโลกเป็นหลัก ดังนั้นจึงต้องไปเริ่มต้นจากที่สูงเพื่อให้รถไหลลงสู่เบื้องล่าง

            แต่ก่อนที่จะไปเล่นรถกันนั้นตรีเพชรยังได้จัดให้ชายหนุ่มได้ใส่ชุดชาวเขาเผ่าม้ง เพื่อให้ดูกลมกลืนกับบรรยากาศชาวเขาเช่นนี้อีกด้วย แต่ใช่ว่าไลเต้จะใส่อยู่ฝ่ายเดียว เพราะเขาก็อยากเห็นคนที่มาด้วยกันในมาดของสาวชาวเขาด้วยเช่นกัน ดังนั้น ใช้เวลาเพียงไม่นานทั้งคู่ก็มาอยู่ในชุดของหนุ่มสาวชาวม้งให้ได้เก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกกันอีกด้วย ตรีเพชรถึงแม้ว่าจะเป็นคนเชียงใหม่ แต่ก็ไม่บ่อยครั้งนักที่จะได้สวมชุดชาวเขาเช่นนี้ หญิงสาวก็อดไม่ได้ที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาเซลฟี่รูปตัวเองเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วยเช่นกัน

            เซลฟี่รูปตัวเองเพลิน ไม่ทันได้ดูว่าคนอื่นก็ถ่ายรูปเธออยู่ด้วยเช่นกัน และก็คงได้ไปหลายภาพแล้วด้วย เพราะเมื่อหญิงสาวหันมาเห็น เสียงชัตเตอร์ก็กำลังดังแบบรัว ๆ กันเลยทีเดียว

            “นี่นาย! ใครอนุญาตให้นายมาถ่ายรูปฉันเนี่ย ลบออกเลยนะ” เสียงบอกให้ชายหนุ่มลบภาพดังออกมาด้วยความรู้สึกไม่ค่อยพอใจนัก หน้าตาจริงจัง มือสองข้างท้าวเอวอย่างเอาเรื่องจ้องมองไปที่ชายหนุ่มตาน้ำข้าว แต่นั่นก็ไม่สามารถจะหยุดการกระทำของชายหนุ่มได้ ไลเต้ยิ่งรัวเก็บภาพทุกอิริยาบถของตรีเพชรใส่ไว้ในโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กของเขา

            “เฮ้ย! นายไลต์ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง ฉันบอกให้ลบออกไง เอามานี่เลยฉันลบเองก็ได้” ครั้งนี้ตรีเพชรไม่ได้พูดอย่างเดียว แต่ก้าวเข้าไปหมายจะแย่งเครื่องโทรศัพท์มือถือของชายหนุ่มมาทำอย่างที่พูดจริง ๆ ด้วย ขายาวของชายหนุ่มรีบก้าวถอยหนีหญิงสาว แต่มือก็ยังไม่ยอมลดโทรศัพท์ลง เสียงของชัตเตอร์จากล้องโทรศัพท์ก็ยังคงดังอยู่อย่างนั้น สร้างความหงุดหงิดให้หญิงสาวที่ถูกขัดใจเป็นอย่างมาก จากก้าวสั้น ๆ ก็ซอยเร็วขึ้น จนเป็นการวิ่ง แถมวิ่งขึ้นเนินเสียด้วย เพราะชายหนุ่มเลือกที่จะวิ่งหนีขึ้นไปยังจุดปล่อยรถไม้ ที่เจ้าหน้าที่ชี้ให้ดูเอาไว้ กลายเป็นเรื่องสนุกสนานของสำหรับผู้ชายขี้แกล้ง ตรงกันข้ามกับอีกคนที่ถูกแกล้ง เพราะตอนนี้หญิงสาวได้บันทึกความแค้นใส่หัวเธอเอาไว้ รอวันคิดบัญชีแบบทบต้นทบดอกกับผู้ชายคนนี้เลยทีเดียว

            เมื่อขึ้นมาถึงจุดปล่อยรถ ชายหนุ่มก็จัดการเลือกรถและก็ไปนั่งเตรียมพร้อมอยู่ในรถไม้ล้อเลื่อน ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นกับประสบการณ์ใหม่ที่กำลังจะได้พบเจอ ต่างกับอีกคนที่ก้มตัวเอามือท้าวหัวเข่าเอาไว้ทั้งสองข้างเหนื่อยหอบอยู่จนตัวโยน

            “เอ้า! เร็วสิคุณ ยืนหอบเป็นคนแก่อยู่ได้”

            “ก็เพราะใครล่ะ?” หญิงสาวส่งเสียงแหวกลับไปทันที พร้อมกับทำตาเขียวใส่ให้อีกด้วย “นายจะเล่นก็เล่นไปเลย ฉันจะดูของรออยู่แถวนี้แหละ”

            ที่ตรีเพชรพูดออกไปเช่นนั้นอันที่จริงไม่ได้เป็นเพราะโกรธหรืองอนอะไรมากมาย เหตุผลที่แท้จริงก็คือมองทางลงแล้วก็รู้สึกเสียวจนไม่กล้าเล่นขึ้นมาเสียแล้วต่างหาก จากที่คิดว่าน่าสนุกจะลองเล่นดูด้วยเช่นกัน แต่พอได้ขึ้นมายืนที่จุดปล่อยรถไม้ล้อเลื่อนแล้วก็เกิดเปลี่ยนใจ เดินดูของฝากจากฝีมือชาวเขาที่เอามาเปิดร้านขายเรียงรายอยู่ข้างทางน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าสำหรับเธอ

“ไม่เอาน่าคุณ มาด้วยกันก็ต้องเล่นด้วยกันสิ ปล่อยให้ผมสนุกอยู่คนเดียวได้ยังไงกัน”

            “ทำไมจะไม่ได้ ตัวไม่ได้ติดกันซะหน่อย คุณเล่น คุณก็สนุกของคุณไป ฉันดูของ ฉันก็เพลินของฉันแล้ว”

            การถกเถียงกันของสองหนุ่มสาวเกิดขึ้นท่ามกลางความงุนงงของคนจัดคิวรถไม้ล้อเลื่อน จนในที่สุดข้อเสนอของไลเต้ก็เป็นผล คือจากการใช้รถที่นั่งได้คันละคน ก็เปลี่ยนมาเป็นรถสำหรับนั่งสองคน โดยชายหนุ่มอาสาจะเป็นคนบังคับรถเอง

            ตรีเพชรที่มีความอยากเล่นเป็นทุนเดิม แต่บังเอิญเกิดกลัวอันตรายขึ้นเสียก่อน เมื่อได้รับข้อเสนอเช่นนี้ ความอยากเล่นก็กลับมาอีกครั้ง ‘อย่างที่นายนี่เสนอก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยก็มีเพื่อนร่วมชะตากรรม ถ้าฉันจะเป็นอะไรขึ้นมา ก็ไม่ได้เป็นคนเดียวแน่นอน ยังมีเพื่อน อิอิ’ ความคิดที่ลิงโลดอยู่ภายในของหญิงสาว ช่างทำให้ความกลัวของเธอลดลงได้จริง

เมื่อตกลงกันได้แล้ว ชายหนุ่มจึงได้แจ้งคนดูแลขอเปลี่ยนรถไม้เป็นแบบนั่งกันได้สองคน ซึ่งก็ได้รับสิทธิ์นั้นทันที รถไม้ของชายหนุ่มถูกเปลี่ยนไปเป็นสองที่นั่งตามความต้องการของเขา ก่อนที่จะปล่อยให้รถไม้ไหลลงมาตามทาง ทีมงานที่ดูแลเรื่องรถไม้ล้อเลื่อนนี้ก็ได้อธิบายวิธีการใช้งานของตัวรถ ทั้งวิธีการใช้คันโยกที่อยู่ด้านหน้าระหว่างขาเพื่อปรับลดความเร็ว หรือจะเป็นวิธีการทรงตัวบังคับทิศทางด้วยการใช้เท้าเหยียบเป็นที่เรียบร้อย นักขับหนุ่มพยักหน้ารับทราบกายพร้อมใจพร้อม ดังนั้นก็ไม่มีอะไรจะต้องรอ

            “เฮ้ยยยยยย!!! นายไลต์ช้า ๆ หน่อยยยย...เบรคบ้างสิ....เบรคคคค...ว้ายยยยย!!...บอกให้ช้า ๆ ไง อ๊ายยยยย!!....กรี๊ดดดดดด!!!...” เสียงของตรีเพชรดังขึ้นเกือบตลอดระยะทางประมาณ 400 เมตร มือบางจับกำไม้ ซึ่งเป็นชิ้นส่วนของรถที่ทำยื่นออกมาไว้ให้ผู้นั่งได้จับยึดเป็นหลักเอาไว้แน่น เนื่องจากชายหนุ่มผู้ชื่นชอบความเร็ว ไม่คิดที่จะลองใช้คันโยกเพื่อลดความเร็วตามที่ทีมงานแนะนำดูบ้างเลย แถมยังทำราวกับว่าต้องการจะแกล้งหญิงสาว ด้วยการบังคับรถไม้เกือบเข้าชนข้างทางอยู่หลายครั้ง 

             “ฮ่าฮ่า..ฮู้ววว!! สนุกมาก..ไปคุณ..ไปเล่นกันอีกรอบดีกว่า” ชายหนุ่มตาน้ำข้าวหันมาบอกหญิงสาวที่นั่งหน้าซีดอยู่ด้านหลัง

            “โอ๊ยยยย! ไอ้บ้าไลต์ นี่นายตั้งใจจะแกล้งฉันใช่มั้ยเนี่ย ใครไปสนุกกับนายล่ะ พอเลย..ฉันไม่เล่นกับนายแล้ว” ตรีเพชรไม่ได้พูดเปล่ายังลุกออกจากรถไม้แล้วเดินกลับขึ้นไปตามทางที่รถเลื่อนลงมา เพื่อจะไปดูของฝากตามที่ตั้งใจไว้ก่อนหน้านี้ จนชายหนุ่มต้องรีบวิ่งตามไปติด ๆ

            “เฮ้ย! เดี๋ยวสิคุณ ผมไม่ได้แกล้ง ผมก็คิดว่าคุณจะสนุกด้วย” ไลเต้ส่งเสียงบอกหญิงสาวที่เดินจ้ำอย่างไม่คิดจะสนใจเสียงของเขาเลย ชายหนุ่มตัดสินใจวิ่งขึ้นไปขวางหน้าหญิงสาวเอาไว้ เพราะต้องการพูดให้รู้เรื่องกันก่อน “อะ! ผมขอโทษก็ได้คุณ นะครับ..ผมขอโทษ ผมจะขับดี ๆ ช้า ๆ ให้คุณนั่งแบบสบาย ๆ เลย ไปเล่นกับผมอีกรอบนะคร้าบบบบ”

            “ไม่ย่ะ! ฉันไม่หลงกลนายอีกแล้ว” หญิงสาวตอบปฏิเสธเสียงแข็ง แล้วใช้สองมือผลักชายหนุ่มให้พ้นไปจากทางเดินของเธอ

            “ถ้าคุณเล่นกับผมอีกรอบ ผมจะเลี้ยงข้าวกลางวันคุณเองเลย” ข้อเสนอของชายหนุ่มยังคงไม่เป็นผล ตรีเพชรยังคงเดินเชิดหน้าต่อไปอย่างไม่คิดจะหันมาเหลียวแลเขาด้วยซ้ำ “แถมมื้อเย็นให้อีกมื้อก็ได้อ่ะ”

“นี่! ผัวเมียคู่นั้นน่ะ ระวังรถ!” เสียงเตือนให้ระวังดังลอยมาจากไหนไม่ทันได้มองหาต้นเสียง ไลเต้หันมองหารถที่ให้ระวังก่อนเป็นอันดับแรก และก็พบว่าเด็กสาวกำลังบังคับรถไม้พุ่งตรงมาทางตรีเพชร ราวกับกำลังเสียการทรงตัว

            “ระวัง! คุณ” ชายหนุ่มไม่ได้พูดอย่างเดียว แต่มือหนาก็ไวพอจะดึงหญิงสาวให้หลบทางรถไม้เสียหลักนั่น

            ผลั่ก! ร่างบาง ๆ ของตรีเพชรปลิวเข้าปะทะกับลำตัวของชายหนุ่มที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้าม ตามมาด้วยเสียงร้องจากความเจ็บและจุกของตรีเพชร ก่อนจะถึงคิวของเสียงกระแทกจากรถไม้ที่ดังตามมาติด ๆ

            “โอ๊ย!!” โครม!

เสียงรถไม้ล้อเลื่อนกระแทกเข้ากับล้อยางข้างทางพลิกคว่ำไปทั้งคนทั้งรถ ไลเต้ผละจากตรีเพชร รีบไปช่วยเด็กสาวลุกขึ้น แล้วยังช่วยพลิกรถไม้กลับคืนให้อีกด้วย การช่วยเหลือผู้อื่นเป็นนิสัยอีกอย่างของชายหนุ่ม เขาไม่ชอบเห็นความเดือดร้อนของใคร โดยเฉพาะผู้หญิง และอาจจะเป็นเพราะนิสัยเช่นนี้ก็เป็นได้ ที่ทำให้รอบตัวของเขาเต็มไปด้วยสาวสวย ที่ชายหนุ่มมักจะเอื้อเฟื้อช่วยเหลืออยู่เป็นนิจ ระหว่างคำว่าสุภาพบุรุษ (Gentleman) กับคาสโนว่า (Casanova) บางทีก็มีแค่เพียงเส้นบาง ๆ กั้นขวางไว้แค่นั้นเอง ^_^

            “เป็นอะไรหรือเปล่าคะน้อง” เสียงของตรีเพชรที่เดินตามเข้ามาสอบถามเด็กสาวที่บัดนี้ลุกขึ้นมายืนได้เรียบร้อยแล้ว

            “ไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ ขอบคุณพี่ทั้งสองคนมากเลยนะคะ หนูมัวแต่ตื่นเต้นจนลืมทำตามที่ทีมงานเขาบอกมาเลย” เด็กสาวยกมือไหว้ขอบคุณทั้งสองหนุ่มสาว และก่อนจะขึ้นไปนั่งบนรถไม้อีกครั้งด้วยยังไม่รู้สึกเข็ดกับเหตุการณ์เมื่อสักครู่ แต่ก่อนไปยังได้ทิ้งท้ายคำพูดไว้ให้ตรีเพชรได้ยืนมึนกันอีกด้วย “พี่สาว..แฟนพี่นี่น่ารักดีนะคะ ทั้งหล่อทั้งนิสัยดีอย่างนี้อย่าปล่อยให้หลุดมือไปนะคะ อิอิ”

            “ฮ่าฮ่า เป็นอะไรไปคุณ ทำไมทำหน้าอึ้งอย่างนั้นล่ะ เด็กคนเมื่อกี้เขาพูดอะไรอย่างนั้นเหรอ?” ไลเต้ส่งเสียงเรียกคนที่ยืนสติหลุดจากร่างให้ได้สติกลับคืนมา

            “ก็ไม่มีอะไรนี่ ไปได้แล้ว ฉันยังไม่อยากเจอแบบเมื่อกี้อีก” ตรีเพชรไม่ได้ตอบคำถามชายหนุ่ม แต่เดินต่อไปอย่างรวดเร็ว ‘ทั้งหล่อทั้งดีอย่างนั้นเหรอ? มีอยู่ตรงไหน? มองยังไงก็ไม่เห็นตามที่น้องพูดเลย’ ตรีเพชรนึกแย้งคำพูดของเด็กสาวอยู่ในใจ

            สุดท้ายแล้วไลเต้ก็ได้ไปเล่นรถไม้ล้อเลื่อนต่อคนเดียว เสร็จแล้วยังมาต่อด้วยกิจกรรมการยิงหน้าไม้อีกด้วย ส่วนตรีเพชรก็เพลิดเพลินกับการเลือกดูของฝากและพูดคุยกับชาวเขา ก่อนที่เสียงเรียกร้องจากความหิวจะเริ่มทำงาน หญิงสาวจึงได้ชวนให้ชายหนุ่มไปหาอะไรใส่ท้องกันเสียก่อน ทั้งสองหนุ่มสาวแวะถอดชุดชาวม้งคืนให้กับร้านที่เช่ามา กลับคืนสู่สภาพชาวเมืองอีกครั้ง

            สองหนุ่มสาวพากันเดินเล่นชมวิวทิวเขาไปเรื่อย ๆ ผู้คนก็เนืองแน่นไม่ได้ขาดตา สมกับที่เป็นฤดูท่องเที่ยวของที่นี่ นักเดินทางมาจากเหนือใต้ออกตก ทุกทิศทุกทางของประเทศก็มารวมกันอยู่แถบนี้ และไม่ใช่แค่เพียงนักท่องเที่ยวจากในประเทศเท่านั้น  จากต่างประเทศก็ยังมีจำนวนมาก ไม่ใช่เฉพาะแค่คนที่กำลังเดินเคียงคู่มากับตรีเพชรเพียงแค่นั้นหรอก

            ตรีเพชรเลือกที่นั่งรับประทานอาหารเป็นซุ้มเล็ก ๆ ทำด้วยไม้ไผ่ ตรงกลางมีโต๊ะเล็ก ๆ เอาไว้วางอาหาร ที่ตั้งเรียงอยู่ริมผา เพื่อให้ผู้มาใช้บริการได้เสพสีเขียวสดชื่นจากวิวภูเขาและสีฟ้าสดใสของท้องฟ้าเบื้องหน้าเป็นอาหารตาได้อีกด้วย อาจเป็นจังหวะดีของเธอด้วยที่เมื่อมาถึงก็มีคนลุกออกพอดี เพราะมองดูจากระยะไกลในขณะที่เดินมาแล้วเต็มหมดทุกที่ หญิงสาวยังหวั่นใจว่าจะไม่มีที่นั่งด้วยซ้ำไป

            ผักสด ๆ ปรุงรสด้วยแม่ครัวฝีมือดี เมื่อมาอยู่คู่กับบรรยากาศที่สุดแสนจะสมบูรณ์แบบ ที่ทั้งอากาศดี วิวสวย แค่นี้ก็ไม่ยอมแลกกับอะไรแล้ว ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการของร้านอาหารที่นี่ค่อนข้างมาก จึงต้องใช้เวลารอกันนานหน่อย แต่ว่าก็คุ้มค่ากับการรอคอยเมื่ออาหารมาถึงแล้วพบว่ารสชาติช่างถูกปากนักชิมอย่างตรีเพชรยิ่งนัก นอกจากรสมือของพ่อเธอแล้วที่นี่คงเป็นอีกที่ที่หญิงสาวรู้สึกซาบซึ้งกับคำว่าอร่อย ส่วนผู้ชายตัวโตนั้นไม่ต้องพูดถึง คงเพราะใช้พลังงานไปมากด้วยเช่นกัน เมื่ออาหารมาถึงจึงไม่ได้ยินเสียงพูดจากเขาอีกเลย ท่าทางการกินอย่างมีความสุขคงเป็นตัวบอกได้ดีว่า อาหารที่นี่รสชาติไม่แพ้ที่ใด ๆ เลย เริ่มต้นรองท้องกันด้วยเมี่ยงม่อนแจ่มกับผักเคียงสด ๆ  ก่อนจะตามมาด้วยข้าวสวยร้อน ๆ พร้อมกับข้าวหน้าตาน่ากิน ต้มยำปลานิลใบเบซิล ยำเนื้อไก่ใบเซอเรล กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา เห็ดหอมทอดซีอิ๊ว ขาหมูม่อนแจ่ม และปิดท้ายกันด้วยของหวานอย่าง เลมอนชีสเค้ก และคัสตาร์ดรสเลิศ

            รายการอาหารทั้งหมดนี้ทำให้ทั้งสองหนุ่มสาวลุกไปไหนกันต่อไม่ไหวเลยทีเดียว หลังรับประทานอาหารเสร็จ จึงต้องนั่งพักอยู่ที่ซุ้มแห่งนั้นตากลมชมวิวกันไปอีกพักใหญ่

------------------------------------------

ไม่ไหวแล้วคร่า ขอไรท์ไปหาอะไรกินก่อนนะ ถึงขั้นหิวตามกันเลยทีเดียว 555 




Create Date : 12 มีนาคม 2560
Last Update : 12 มีนาคม 2560 20:21:09 น.
Counter : 258 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ลูกตุ้มเงิน
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



นักเขียนอิสระ