มีนาคม 2560

 
 
 
1
2
3
5
9
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
31
 
 
อริสาวพยศรัก ตอนที่ 1






ตอน "เหม็นขี้หน้าตั้งแต่แรกเห็น"



          เอี๊ยดดดดดด...

          เสียงล้อเสียดสีกับพื้นถนนดังสนั่น เพราะคนขับเหยียบเบรคจนล้อลาก เนื่องจากเห็นหนุ่มน้อยกำลังวิ่งข้ามถนนตัดหน้ารถของเขา

          ปานนท์น้องชายของเพื่อนรักอย่างปณิตาลงไปนั่งกองอยู่กับพื้นถนน ตรีเพชรรีบวิ่งเข้าไปดูน้องว่าเป็นอะไรมากหรือเปล่า

          “นี่น้องชาย จะข้ามถนนน่ะ มองรถก่อนด้วยสิครับ” น้ำเสียงต่อว่าเล็กน้อยตะโกนออกมาจากในรถ SUV คันหรู

          “แล้วคุณจะรีบไปไหนนัก ถึงจะต้องขับเร็วขนาดนี้ นี่มันถนนในบ้านนะ ไม่ใช่สนามแข่งรถ” เสียงของตรีเพชรต่อว่ากลับไปทันทีเช่นกัน จนทำให้ชายหนุ่มเจ้าของรถต้องลงมาดูหน้า ว่าใครกันที่กล้าตอบโต้เขากลับไปเช่นนั้น ก็ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครจะมาเสียงแข็งใส่ชายหนุ่มเช่นนี้เสียที

          ไลเต้เดินลงจากรถเพื่อมาดูอาการของหนุ่มน้อยที่หน้ารถว่าเป็นอะไรมากหรือเปล่า ถึงแม้ว่าเขาจะมั่นใจว่าสามารถเหยียบเบรคได้ทันก็ตามที และก็อยากจะลงมาดูหน้าสาวเสียงหวานที่ส่งเสียงต่อว่าเขากลับไปอีกด้วย อยากรู้ว่าหน้าจะหวานเหมือนกับเสียงหรือไม่ ซึ่งก็ไม่ทำให้ชายหนุ่มผิดหวัง หน้าเนียนขาวสวย หมวย ๆ ตามสไตล์ของสาวเอเชีย ทำให้ไลเต้ถึงกับยืนตะลึงอยู่อย่างนั้น

          “นี่คุณ! เป็นอะไร! มายืนวิญญาณออกร่างอยู่ได้ ลงมาแล้วก็มาช่วยอุ้มนายพฤกษ์เข้าไปในบ้านหน่อยสิ” เสียงหวานแต่ประโยคที่ใช้พูดไม่ได้หวานอย่างเสียงเอาเสียเลย ปลุกให้ชายหนุ่มหายจากอาการตะลึงทันที

          “คร้าบบบ..คุณผู้หญิง เชิญคุณผู้หญิงถอยห่างออกไปนิดนะครับ อยู่ซะใกล้เหมือนไก่กกไข่อย่างนั้น ผมเข้าไปอุ้มไม่สะดวก” ไลเต้ก็จิกกัดกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน

“นี่! นาย” ตรีเพชรเสียงเขียวใส่ทันที ที่ได้ยินประโยคที่ไม่ค่อยเข้าหู

          “ผมไลเต้ครับคุณผู้หญิง” ชายหนุ่มบอกชื่อตัวเองให้เรียบร้อย “แล้วนี่ตกลงคุณจะให้ผมช่วยน้องคุณมั้ยครับ”

          “เชิญค่ะ” เสียงหวานแต่ห้วนถูกส่งออกมาอย่างไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ ตรีเพชรที่นั่งประคองปานนท์อยู่ลุกขึ้น เปิดทางให้ชายหนุ่มได้เข้ามาช่วยเหลือหนุ่มน้อยได้สะดวกขึ้น

          ไลเต้อุ้มปานนท์เข้ามาภายในตัวบ้าน โดยมีตรีเพชรเดินตามเข้ามาด้วย ปณิตากับครูซซึ่งนั่งกันอยู่ที่โซฟาตัวยาวในโถงหน้าบ้านเห็นเข้าก็ออกอาการตกใจ

          “เอ้ย! เกิดอะไรขึ้นวะไอ้ไลต์ / นายพฤกษ์เป็นอะไรไปคะ” เสียงจากครูซและปณิตาดังขึ้นพร้อม ๆ กัน แล้วก็พากันลุกขึ้นหลีกทางให้ไลเต้พาปานนท์มาวางไว้ที่โซฟา

          “ไม่เป็นอะไรมากหรอก สงสัยจะตกใจจนเข่าอ่อนน่ะ เมื่อกี้คงไม่ทันมองเลยวิ่งตัดหน้ารถ แต่ฉันเบรคทัน”

“นายพฤกษ์เป็นยังไงบ้าง” ปณิตาเข้าถึงตัวน้องชาย สำรวจร่างกายด้วยความเป็นห่วง

          “ผมไม่เป็นไรแล้วครับ” เสียงตอบคำถามของปานนท์ทำให้ทุกคนที่ล้อมรอบอยู่ขณะนี้ค่อยสบายใจขึ้น “ต้องขอบคุณคุณไลต์นะคะ ที่ช่วยพาน้องชายของฉันเข้ามาให้”

          “ไม่เป็นไรครับ ด้วยความยินดี น้องชายคุณแพรปลอดภัยผมก็โล่งใจแล้ว ปาร์ตี้คืนนี้จะได้ไม่กล่อยไปเสียก่อน ใช่มั้ยไอ้น้องชาย?” ไลเต้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม หางตายังมีชำเลืองไปที่หญิงสาวที่เดินตามเข้ามาติด ๆ

“ใช่ครับพี่ชาย” ปานนท์ส่งเสียงตอบกลับในทันที

“อนุญาตแนะนำนะคะ นี่น้องชายของฉันเองค่ะ ชื่อปานนท์หรือจะเรียกพฤกษ์ก็ได้ ส่วนนี่ก็เพื่อนรักของฉันค่ะ ชื่อว่าตรีเพชร หรือเรียกตรีเฉย ๆ ก็ได้ค่ะ และส่วนนี่ก็คุณไลเต้เป็นเพื่อนของคุณครูซเขา” ปณิตาทำหน้าที่แนะนำทั้งสองฝ่ายให้รู้จักกัน เมื่อเห็นว่าน้องชายของตนนั้นไม่เป็นอะไรแล้ว ทำให้ผู้ที่เด็กกว่าอย่างปานนท์และตรีเพชรยกมือไหว้ทักทายผู้ใหญ่ตามมารยาทและความเคยชินของคนไทย

          “ยินดีที่ได้รู้จักนะไอ้น้องชาย” ไลเต้ยื่นมือไปให้หนุ่มน้อยจับตามธรรมเนียมสากล ลูกผู้ชายต่างวัยสองคนจับมือกันด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่ไลเต้จะทำเช่นเดียวกันกับตรีเพชรด้วย คือการยื่นมือไปให้หญิงสาวจับด้วยเหมือนกัน พร้อมกับแววตาทะเล้นที่ไหวระริกเป็นประกาย

          “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นเดียวกันครับคุณผู้หญิง”

          “ขอโทษค่ะ ฉันเป็นคนไทย ไหว้คือวัฒนธรรมของฉัน” เสียงที่เฉยชา พร้อมกับหน้าตาที่ไม่ได้แสดงความยินดีที่ได้รู้จักสักเท่าไหร่ เนื่องจากอารมณ์ของหญิงสาวยังค้างอยู่จากการปะทะคารมณ์กันเมื่อสักครู่ ก่อนที่เธอจะขอตัวขึ้นไปยังห้องพัก ตรีเพชรเดินขึ้นบันไดไป โดยมีสายตาทุกคู่มองตาม

“นี่คุณไลต์ ไปทำอะไรให้ยัยตรีไม่พอใจไว้หรือเปล่าคะ”

          “ไม่มีอะไรนี่ครับ” ไลเต้ตอบปัดหน้าตาเฉย แอบยิ้มอยู่ในใจเพียงลำพัง

            นั่นคือเหตุการณ์เมื่อสามปีที่แล้ว ที่ตรีเพชรได้มีโอกาสไปเยี่ยมเพื่อนรักที่โปรตุเกส จนทำให้ได้เจอกับชายหนุ่มที่คอยมาสร้างความปั่นป่วนให้กับชีวิตเธอเป็นประจำทุกปี เนื่องจากชายหนุ่มจะตามครอบครัวของเพื่อนรักอย่างปณิตามาเที่ยวประเทศไทยด้วยทุกปีเช่นกัน

            สองปีที่ผ่านมาไลเต้ได้พาใบหน้าอันหล่อเหลาของเขามากวนใจตรีเพชรถึงเชียงใหม่ แต่นั่นก็ยังพอทน เพราะไม่นานชายหนุ่มก็จะกลับไปพร้อมกับครอบครัวของเพื่อนรัก ปล่อยให้ชีวิตของหญิงสาวได้กลับมามีความปกติสุขเฉกเช่นเดิม ซึ่งแตกต่างกับการได้เจอกันครั้งนี้ เพราะชายหนุ่มกลายมาเป็นหน้าที่สำหรับเธอไปเสียแล้ว

         (ตรี..เข้ามาหาพี่หน่อยจ้ะ) เสียงจากผู้จัดการ ส่งผ่านสายโทรศัพท์เรียกตรีเพชรที่นั่งอยู่ด้านนอกให้เข้าไปพบ

            “ค่ะพี่” เสียงตอบรับดังขึ้นก่อนที่หญิงสาวจะวางสาย แล้วรีบลุกขึ้นเดินไปพบคุณฝนทิพย์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดที่ห้องทางด้านหลังโต๊ะทำงานของเธอ

            ก๊อก..ก๊อก.. เสียงเคาะประตูดังขึ้นตามมารยาท แจ้งให้ผู้ที่อยู่ข้างในรับทราบว่ากำลังมีคนจะเข้าไป

            “มา ๆ นั่งเลย พี่มีงานจะให้ตรีช่วยหน่อย” เสียงพูดด้วยความกระตือรือร้น ถึงแม้ว่าวัยของผู้จัดการคนเก่งจะล่วงเข้าไปใกล้เลขห้าสิบแล้วก็ตาม แต่ความตื่นตัวกระฉับกระเฉงยังมีอยู่มาก บางครั้งอาจจะมากกว่าคนในวัยหนุ่มสาวที่เขาว่าไฟแรงกันเสียอีก ตรีเพชรให้ความนับถือและชื่นชมในตัวผู้จัดการของเธอมาก เพราะถึงแม้ว่าอายุจะมากแต่ว่าไม่เคยใช้ความมากประสบการณ์ของตัวเองมาข่มเหงหรือดูถูกคนอื่น มีแต่จะช่วยสอนลูกน้องอย่างเธอให้มีความรู้ไปด้วยกัน แล้วยังเป็นคนที่เปิดกว้างรับข้อมูลข่าวสารใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลาอีกด้วย สำหรับการทำงานแล้วฝนทิพย์คือแบบอย่างสำหรับตรีเพชรเลยก็ว่าได้

            “พี่ฝนมีอะไรจะให้ตรีทำ บอกมาได้เลยค่ะพี่” เสียงใสจากตรีเพชร ตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้ม ในขณะที่เดินไปนั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของผู้จัดการคนเก่ง

            “พอดีว่าพี่เชิญบล็อกเกอร์คนหนึ่งมาจากต่างประเทศ จะให้เขามาลองใช้บริการของทางโรงแรม ก่อนจะให้เขาช่วยเขียนบทวิจารณ์ให้น่ะ”

            “ค่ะ แล้วพี่จะให้ตรีช่วยอะไรคะ?”

            “พี่ก็จะให้เราช่วยดูแลเขาให้หน่อยน่ะสิ”

            “ได้ค่ะพี่ ไม่มีปัญหา เดี๋ยวตรีจัดการให้เอง ว่าแต่เขาจะมาเมื่อไหร่คะ?”

“พรุ่งนี้จ้ะ พี่ส่งรายละเอียดเที่ยวบินไปให้ที่อีเมล์เราแล้ว ช่วยจัดการส่งรถไปรับเขาให้ด้วย เอาเป็นว่าพี่มอบหน้าที่ในการดูแลเขาให้กับตรีเลย งานนี้โรงแรมจะมีชื่อเสียงหรือมีชื่อเสียก็ขึ้นอยู่กับตรีแล้วนะ” ฝนทิพย์ส่งสายตามุ่งมั่นฝากความหวังไว้กับผู้ช่วยสาว ก่อนจะย้ำถึงความสำคัญของงานนี้อีกครั้ง “ทำยังไงก็ได้ให้เขาเขียนชมโรงแรมของเรา บล็อกนี้ดังมากเลยนะตรี คนเข้าไปอ่านกันเป็นล้าน ถ้าตรีทำให้เขาเขียนชมได้ รับรองว่าโรงแรมของเรามีลูกค้าเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลยล่ะ โบนัสนะจ๊ะ..ท่องไว้ได้เลย”

            สิ่งที่ได้รับฟังจากผู้จัดการก่อนที่จะออกมาจากห้อง ทำให้ตรีเพชรรู้สึกกดดันอยู่เล็กน้อย เหมือนว่ากำลังแบกรับภาระอันหนักหนาอยู่เลยก็ไม่ปาน แต่อย่างไรก็ตามหญิงสาวก็ตั้งใจว่าจะทำให้ดีที่สุด

“อ้าว! ลืมถามพี่ฝนเลย ใครกันนะบล็อกเกอร์ชื่อดัง แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวไปดูรายละเอียดในอีเมล์ก็ได้” เสียงอุทานตามมาด้วยเสียงพูดกับตัวเองของตรีเพชร หลังจากที่เดินออกมาจากห้องของผู้จัดการแล้ว

            “ไลเต้ อเปโรโล่ เหรอ? ทำไมชื่อคุ้นจัง?” เสียงรำพึงรำพันอยู่คนเดียวที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ของตรีเพชรดังขึ้นแผ่วเบา แต่ก็ยังพอจะทำให้อนงค์ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะด้านหน้าได้ยิน

            “บ่นอะไรพึมพำคะพี่ตรี มีอะไรจะให้อนงค์ช่วยก็บอกมาได้นะ” เสียงอนงค์ อีกหนึ่งพนักงานในแผนกหันกลับมาสอบถามผู้ช่วยผู้จัดการสาว

            “ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ แค่พี่รู้สึกคุ้นกับชื่อแขกของพี่ฝนน่ะ แต่นึกไม่ออกว่าเคยได้ยินชื่อนี้มาจากที่ไหน” ตรีเพชรเงยหน้าขึ้นมาตอบเพื่อนร่วมงานของเธอ ก่อนจะชวนคุยเรื่องทั่วไป “พรุ่งนี้วันเสาร์ อนงค์มีแผนจะทำอะไรเหรอ”

            “ก็ว่าจะชวนแฟนไปกินข้าวที่ร้านของพี่นั่นล่ะค่ะ” เสียงตอบจากอนงค์สวนกลับมาทันที พร้อมรอยยิ้ม

            ร้านที่อนงค์หมายถึง คือร้านอาหารของคุณพศุ ศุภรัตน์สกุล พ่อของตรีเพชร ซึ่งได้เปิดมานานแล้ว โดยคุณพศุเป็นพ่อครัวเองด้วย อันที่จริงหากตรีเพชรชอบทำอาหารเหมือนกับพ่อของเธอเสียหน่อย ก็ไม่จำเป็นต้องออกมาทำงานนอกบ้าน เพราะกิจการร้านอาหารเล็ก ๆ ของพ่อเธอนั้น มีลูกค้าหมุนเวียนกันมาใช้บริการกันจนแน่นร้าน สร้างรายได้ให้จนสามารถส่งให้หญิงสาวเรียนจนจบมาแล้ว หากทว่าพ่อครัวและเจ้าของร้านอย่างคุณพศุ ก็ไม่ไว้ใจใครพอที่จะจ้างมาเป็นพ่อครัวแม่ครัวเพิ่มอีก ประกอบกับลูกสาวคนเดียวอย่างตรีเพชรก็เป็นคนชอบรับประทานแต่ไม่ชอบทำอาหารเอาเสียอีก ร้านเล็ก ๆ จึงยังไม่ได้ขยายให้ใหญ่โตเสียที        

            “โอ๊ย! อุตส่าห์จะพาไปสวีตโชว์กันอีก สงสารคนไม่มีแฟนอย่างพี่บ้างเถอะ ตาร้อนจะแย่”

            “แหม..ก็พี่ตรีไม่เลือกสักคนละคะ ที่เวียนกันมาจีบนั่นน่ะ เห็นมากี่รายก็ไล่กลับไปหมด แล้วอย่างนี้จะมีได้ยังไงคะ แฟนน่ะ”

            “ฮ่าฮ่าฮ่า ก็คนมันติดใจความโสดนี่นา จะทำอะไรก็สบายตัวสบายใจ”

            “แล้วอนงค์จะคอยดูค่ะ ว่าพี่จะสบายตัวสบายใจไปได้อีกนานแค่ไหน สวย ๆ อย่างพี่นี่ อันที่จริงไม่น่าจะเหลือมาถึงป่านนี้ด้วยซ้ำนะคะ อิอิ”

            “ฮ่าฮ่าฮ่า พูดอย่างนี้ก็วงแตกสิ รีบหันกลับไปทำงานได้แล้วจ้ะ” ตรีเพชรบอกเพื่อนรุ่นน้องให้หันกลับไปทำงาน เธอเองก็เช่นกันที่กลับมาดูรายละเอียดเที่ยวบินของบล็อกเกอร์ชื่อดัง แล้วก็รีบโทรจองรถของโรงแรมให้ไปรับชายหนุ่มที่สนามบินในวันพรุ่งนี้ นอกจากนั้นยังได้โทรไปแผนกห้องพัก และแผนกต้อนรับ แจ้งข่าวจองห้องและได้ฝากฝังไว้กับทุกคนจนเรียบร้อย เนื่องจากพรุ่งนี้ก็เป็นวันหยุดของเธอเช่นกัน

            ตรีเพชรตั้งใจจะอยู่ช่วยพ่อของเธอทำงานที่ร้านอย่างสบายใจในวันหยุด หญิงสาวชาวเหนือที่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายอยู่กับพ่อของตนตามลำพัง เนื่องจากผู้เป็นแม่เสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุเมื่อหลายปีที่แล้ว เมื่อชีวิตที่เหลือมีกันอยู่สองคนพ่อลูก ตรีเพชร ศุภรัตน์สกุล จึงไม่เลือกที่จะไปไหนไกล ๆ ด้วยความรู้สึกเป็นห่วงพ่อของเธอ ไม่ว่าจะเรียนหรืองานหญิงสาวก็เลือกสถานที่ที่จะสามารถเดินทางไปกลับได้ ตรีเพชรไม่ชอบการทะเลาเบาะแว้งไม่ชอบมีเรื่องมีราวกับใคร แต่ก็ไม่ใช่คนที่จะยอมใครง่าย ๆ หากเห็นว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เธอก็พร้อมจะลุกขึ้นปกป้องตัวเองและคนรอบกายเช่นกัน

-----------------------------------

555 ใช่ค่ะ ทั้งสวยทั้งเก่ง ก็ไม่น่าจะเหลือมาจนป่านนี้นุ






Create Date : 06 มีนาคม 2560
Last Update : 6 มีนาคม 2560 13:02:14 น.
Counter : 271 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ลูกตุ้มเงิน
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



นักเขียนอิสระ