http://ninecha.bloggang.com
Group Blog
 
 
กันยายน 2553
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
14 กันยายน 2553
 
All Blogs
 

my car

มิตซูบิชิ แลนเซอร์ (Mitsubishi Lancer) เป็นรถรุ่นหนึ่ง ผลิตโดย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เป็นรถที่ออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์คล้ายๆ กับ ฮอนด้า ซีวิค และ โตโยต้า โคโรลล่า คือ เป็นรถรุ่นที่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งการใช้เป็นรถครอบครัวและรถสปอร์ตในคัน เดียวกัน เพราะแลนเซอร์, ซีวิค และโคโรลล่า จะไม่เล็กเกินไปสำหรับผู้ที่ใช้มันเป็นรถครอบครัว แต่ก็จะมีสมรรถนะสูง เล็ก เพรียว กระชับ ไม่ใหญ่เทอะทะเกินไปสำหรับผู้ที่ใช้มันเป็นรถสปอร์ต และมีราคาที่ถูกกว่า ดังนั้น รถสามรุ่นในสามยี่ห้อนี้ จึงสามารถพบเห็นได้มากตามท้องถนน
มิตซูบิชิ แลนเซอร์ เริ่มผลิตมาตั้งแต่ ค.ศ. 1973 จนถึงปัจจุบัน ผลิตรถออกมาทั้งสิ้น 8 รูปโฉม (Generation) และมียอดขายรวมทั่วโลก กว่า 6 ล้านคัน
แลนเซอร์ โฉมที่ 1-6 จัดอยู่ในประเภทรถขนาดเล็กมาก (Subcompact Car) ส่วนโฉมที่ 7 เป็นต้นมา จัดอยู่ในประเภทรถขนาดเล็ก (Compact Car)
เนื้อหา[ซ่อน]
1 Generation ที่ 1 (ค.ศ. 1973 - 1979)
2 Generation ที่ 2 (ค.ศ. 1979 - 1988)
3 Generation ที่ 3 (ค.ศ. 1982 - 1987)
4 Generation ที่ 4 (ค.ศ. 1988 - 1992)
5 Generation ที่ 5 (ค.ศ. 1991 - 1995)
6 Generation ที่ 6 (ค.ศ. 1995 - 2000)
7 Generation ที่ 7 (ค.ศ. 2000 - 2006)
8 Generation ที่ 8 (ค.ศ. 2007 - ปัจจุบัน)


Generation ที่ 1 (ค.ศ. 1973 - 1979)

มิตซูบิชิ แลนเซอร์ โฉมที่ 1
โฉม นี้ ค่อนข้างประสบความสำเร็จในวงการแข่งขันแรลลี่ มีการผลิตรถรุ่นนี้ถึง 12 โมเดล ตั้งแต่โมเดลมาตรฐาน เครื่องยนต์ 1200 ซีซี ไปจนถึงโมเดลสปอร์ตแรลลี่ เครื่องยนต์ 1600 ซีซี GSR
มีตัวถัง 3 แบบ คือ coupe 2 ประตู, sedan 4 ประตู และ station wagon 5 ประตู (จริงๆ แล้วมีตัวถัง sedan 2 ประตูด้วย แต่ไม่เป็นที่รู้จักนัก)
โฉมนี้ ถูกส่งออกไปหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย , สหรัฐอเมริกา ซึ่งจะมีการตั้งชื่อเรียกใหม่ในบางประเทศ เช่น ในออสเตรเลีย จะเรียกแลนเซอร์ว่า Chrysler Valiant Lancer และในสหรัฐอเมริกา เรียกแลนเซอร์ว่า Dodge Colt

Generation ที่ 2 (ค.ศ. 1979 - 1988)

มิตซูบิชิ แลนเซอร์ โฉมที่ 2
โฉมนี้ เป็นโฉมแรกที่เป็นที่รู้จักในประเทศไทย ซึ่งพ่อค้ารถและวงการรถไทยเรียกโฉมนี้ว่า "โฉมกล่องไม้ขีด" ซึ่งโฉมนี้ได้รับการพัฒนามากในเรื่องของประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ ในเรื่องของการใช้น้ำมันให้คุ้มค่ามากขึ้น การลดปริมาณเสียงในห้องโดยสาร และการผสมผสานเทคโนโลยีรถสปอร์ตเข้าไป เพื่อให้ผู้ซื้อรถสามารถสัมผัสความเป็นรถสปอร์ตได้บ้างในราคาที่ไม่แพง
แลน เซอร์โฉมนี้ แทบทุกคัน เครื่องยนต์ที่ใช้ เป็นเครื่องยนต์ประเภท JET ซึ่งไม่เหมือนกับเครื่องยนต์คาร์บูเรเตอร์และหัวฉีดทั่วๆ ไป ตั้งแต่แบบอ่อนๆ 70 แรงม้า ไปจนถึงแรงจัด 168 แรงม้า แต่กลับประหยัดน้ำมันได้ดี คือ อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเมื่อวิ่งในเมือง 9.8 กิโลเมตรต่อลิตร และ 15.8 กิโลเมตรต่อลิตรเมื่อวิ่งในชนบท ซึ่งนับว่าประหยัดมาก เมื่อเทียบกับรถยนต์รุ่นอื่นๆ ในช่วงเวลาเดียวกัน และความแปลกใหม่ของเครื่องยนต์ และสมรรถนะที่ดี ก็เป็นอีกจุดขายหนึ่ง ที่ทำให้แลนเซอร์โฉมนี้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

Generation ที่ 3 (ค.ศ. 1982 - 1987)

มิตซูบิชิ แลนเซอร์ โฉมที่ 3
โฉม นี้ เป็นโฉมที่ผลิตขึ้นในช่วงเวลาที่ซ้อนทับกับโฉมที่ 2 มีรูปทรงคล้ายกัน แต่มีความเป็นรถธรรมดามากขึ้น ใช้เครื่องยนต์หัวฉีดขับเคลื่อนล้อหน้าธรรมดา ไม่ใช้เครื่องยนต์ที่แปลกดังโฉมที่ 2 แต่ก็มีความทันสมัย เพราะระบบเครื่องยนต์หัวฉีด แทบไม่เป็นที่รู้จักในสมัยนั้น สมัยนั้นรถที่เป็นหัวฉีดส่วนใหญ่เป็นรถแข่ง รถสปอร์ตเต็มขั้น หรือรถหรูๆ จากตะวันตกเท่านั้น นอกนั้นส่วนใหญ่จะเป็นระบบคาร์บูเรเตอร์ การนำระบบหัวฉีดมาใช้ในรถทั่วไปในสมัยนั้นจึงเป็นความทันสมัยอย่างหนึ่ง และระบบขับเคลื่อนล้อหน้า สมัยนั้นก็ไม่ค่อยมีเช่นกัน ส่วนใหญ่จะเป็นแบบขับเคลื่อนล้อหลัง แต่โฉมนี้ ไม่เป็นที่นิยมในประเทศไทย

Generation ที่ 4 (ค.ศ. 1988 - 1992)

มิตซูบิชิ แลนเซอร์ โฉมที่ 4
โฉมนี้ ได้มีการออกแบบรถใหม่ให้ดูลู่ลมยิ่งขึ้นกว่าเดิม ส่วนตัวถังออกแบบให้คล้ายๆ มิตซูบิชิ กาแลนต์ โฉมนี้ เน้นการผลิตรถแบบ station wagon กับ sedan
ในบางประเทศ มีการนำแลนเซอร์ไปทำเป็นรถตู้ van แต่ก็ไม่เป็นที่นิยม และโฉมนี้ ก็เป็นอีกโฉมหนึ่งที่ไม่เป็นที่รู้จักมากนักในประเทศไทย

Generation ที่ 5 (ค.ศ. 1991 - 1995)

มิตซูบิชิ แลนเซอร์ โฉมที่ 5
โฉม นี้ เป็นที่รู้จัก และเป็นที่นิยมมากในประเทศไทย วงการรถตั้งชื่อโฉมนี้ว่า "โฉม E-CAR" ซึ่งมีการนำเข้ามาขายเป็นจำนวนมาก มีความทนทาน แม้เวลาจะล่วงเลยมากว่า 10 ปี ก็ยังสามารถเห็นแลนเซอร์โฉมนี้ได้ทั่วไปตามท้องถนน ในประเทศไทย แลนเซอร์โฉมนี้ มีทั้งการใช้เป็นรถส่วนตัว รถครอบครัว และแต่งเป็นรถสปอร์ต
แต่ ว่า ในโฉมนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้สร้างรถรุ่นใหม่ขึ้นมา เป็นเนื้อหน่อของแลนเซอร์ ซึ่งรถรุ่นที่ "แตกหน่อ" ออกมานี้ คือ Mitsubishi Lancer Evolution ซึ่งมีสมรรถนะสูงกว่าแลนเซอร์ธรรมดา เนื่องจากสร้างมาสำหรับการเป็นรถสปอร์ตแรลลี่โดยเฉพาะ แต่แลนเซอร์ อีโวลูชัน ไม่เป็นที่นิยมในประเทศไทยนัก ด้วยเพราะผู้ซื้อนิยมนำรถแลนเซอร์ธรรมดาไปแต่งสปอร์ตเองมากกว่า นอกจากนี้ อัตราภาษีนำเข้ารถยนต์ของไทยที่สูง ก็มีผลทำให้รถแลนเซอร์ อีโวลูชัน (ของจริง) ซึ่งผลิตในต่างประเทศ มีราคาในประเทศไทยแพงกว่ารถแลนเซอร์ทั่วไปมาก

Generation ที่ 6 (ค.ศ. 1995 - 2000)

มิตซูบิชิ แลนเซอร์ โฉมที่ 6
โฉม นี้ แลนเซอร์ออกแบบมาคล้ายคลึงกับโฉมที่ 5 อย่างมาก ข้อแตกต่างที่เห็นเด่นๆ จะมีอยู่สองจุดคือ ไฟท้าย ซึ่งจะมีลักษณะเป็นก้อน ต่างจากโฉมที่ 5 ซึ่งมีไฟท้ายเป็นแถบคาด และไฟหน้าของโฉมที่ 6 จะเหลี่ยมกว่า โฉมที่ 5 ส่วนอื่นคล้ายกันมาก เมื่อมองเผินๆ จะนึกว่าเป็นโฉมเดียวกัน ดังนั้น ในวงการรถไทยจึงตั้งชื่อโฉมว่า "โฉมท้ายเบนซ์" เพื่อแยกความแตกต่างออกจากโฉม E-CAR
อย่างไรก็ตาม โฉมนี้ก็จัดเป็นอีกโฉมหนึ่ง ที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทย มีการนำไปแต่งเป็นรถสปอร์ต นอกเหนือจากการใช้เป็นรถส่วนตัวและรถครอบครัว เช่นเดียวกับโฉมเดิม และปัจจุบัน ก็ยังสามารถพบเห็นรถโฉมนี้ได้ทั่วไปเช่นกัน

Generation ที่ 7 (ค.ศ. 2000 - 2006)

มิตซูบิชิ แลนเซอร์ โฉมที่ 7
แลน เซอร์ทุกรุ่นในประเทศไทยที่ออกหลังโฉมท้ายเบนซ์ จัดอยู่ใน Generation ที่ 7 รวมถึงโฉมปัจจุบันที่ยังขายในประเทศไทยด้วย ซึ่งโฉมนี้ จัดได้ว่าเป็นโฉมที่แลนเซอร์มีหลายรูปทรง แต่ที่เป็นที่รู้จักในไทยของโฉมที่ 7 คือโฉม Lancer Cedia ที่ขายในช่วง ค.ศ. 2001-2004 กับโฉม Lancer CNG ที่ขายในไทยอยู่จนถึงปัจจุบัน และในโฉมนี้ เริ่มมีการใส่เกียร์ระบบใหม่ คือ CVT ซึ่งเป็นระบบที่ 3 ที่ถูกคิดค้นมา (ต่อหลังจากระบบเกียร์ธรรมดา และระบบเกียร์อัตโนมัติ)
โฉม นี้ เป็นโฉมที่สามารถขยายตลาดส่งออกได้ดีมาก ตลอดระยะเวลา 6 ปี แลนเซอร์โฉมนี้มีในทวีปอเมริกาเหนือ, ออสเตรเลีย, ปากีสถาน, อินเดีย, เม็กซิโก, ฟิลิปปินส์ ฯลฯ
แม้ปัจจุบันนี้ แลนเซอร์ในตลาดสากลจะก้าวเข้าสู่ Generation ที่ 8 แล้ว แต่แลนเซอร์ในประเทศไทยยังคงขายโฉมที่ 7 อยู่ ยังไม่ขายโฉมที่ 8 ด้วยเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์

Generation ที่ 8 (ค.ศ. 2007 - ปัจจุบัน)

มิตซูบิชิ แลนเซอร์ โฉมที่ 8
โฉม ที่ 8 นี้ เป็นโฉมล่าสุดของแลนเซอร์ แต่ยังไม่มีขายในประเทศไทย ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจบางอย่าง ทำให้แลนเซอร์ในไทยยังเป็นโฉมที่ 7 แต่คาดว่าจะนำมาผลิตและวางขายในประเทศไทยได้ในเร็วๆ นี้
โฉมที่ 8 นี้ ยังเป็นโฉมที่สมรรถนะเฉียบคมเหมือนโฉมก่อนๆ มีการใส่ระบบเกียร์ CVT มากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงไว้ในระบบเกียร์ธรรมดา และระบบเกียร์อัตโนมัติ ตลาดส่งออกของแลนเซอร์ขยายวงกว้างขึ้นไปในทวีปอเมริกาเหนือ, ประเทศออสเตรเลีย, ฮ่องกง, มาเลเซีย, ชิลี และแถบทวีปยุโรป
ทางด้านของ Lancer Evolution ก็ออกรุ่น Evolution X ออกมาเพื่อเป็นรถสปอร์ตแรลลี่อีกด้วย เช่นเดียวกับโฉมต่างๆ ก่อนหน้า




 

Create Date : 14 กันยายน 2553
4 comments
Last Update : 14 กันยายน 2553 9:48:49 น.
Counter : Pageviews.
Add to Share/Save/BookmarkShare/Save/BookmarkShare/Save/Bookmark

 

แวะมาอ่านค่ะประกันภัยรถยนต์

 

โดย: carinsurance (loveyoupantip ) 18 กรกฎาคม 2554 10:44:12 น.  

 

แวะมาอ่านค่ะฝากเว็บหน่อยนะค่ะรถมือสอง

 

โดย: secondcar (loveyoupantip ) 30 กรกฎาคม 2554 18:32:32 น.  

 

 

โดย: pest (loveyoupantip ) 14 สิงหาคม 2554 2:19:54 น.  

 

 

โดย: car4gw (ponglds ) 6 เมษายน 2555 20:46:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ninecha
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed



Friends' blogs
[Add ninecha's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.