-: Kamui :- & -: Fuma :-
Group Blog
 
<<
กันยายน 2548
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
28 กันยายน 2548
 
All Blogs
 
เมืองแม่มด Part II

เช้าวันรุ่งขึ้น เสียงนกกระจิบนกกระจอกร้องเล่นเพลง (ไอบ้า มีซะที่ไหน ไม่ใช่เมืองไทยนะเฟ้ย) แสงอาทิตย์ยามเช้า ส่องแสงตั้งแต่ตีห้า คืนนั้น คืนแรกที่ได้นอนบนเตียงที่ไร้ผ้าปูที่นอน มีเพียงแต่ถุงนอนใบนึงที่พกติดตัวไปด้วย ไม่เช่นนั้นต้องนอนคันตัวแย่เลย เพราะเตียงมีแต่ฝุ่น เฮ้อ กลุ้มจายจริง ๆ เสียงนาฬิกาไม่ได้ปลุก แต่รู้สึกตัวก็เพราะด้วยเหตุที่จะต้องไปทำงาน คาดว่าคนส่วนใหญ่คงจะตื่นเต้น วันแรกของการทำงาน ก็คงอยากจะทำอะไร ๆ ให้เจ้านายพึงพอใจ (เรียกง่าย ๆ ก็สร้างภาพนั่นแหล่ะ ตัวข้าน้อยก็เป็นเหมียนกันเร๊ยยยยยย แหะ ๆ ๆ) ก็อาบน้ำแต่งตัว เอาล่ะ พร้อมลุยแล้ว คราวนี้ ไม่พลาด ออกจากหอได้แน่นอน (จากประสบการณ์สอนคราวก่อน เหอะ ๆ) แต่ที่แน่ ๆ แผนที่ ยังต้องพกอยู่ เพราะต้องเดินไปมหาลัยเอง ................. (เพื่อนเคยบอกทางไปมหาลัยให้แล้ว คราวนี้ ชัวร์ รับรอง หลงอีกแน่นอน) แหะ ๆ ๆ แล้วก็จริง ๆ ด้วย เดินวนรอบเมืองอยู่รอบ กว่าจะหาตึกที่ทำงานเจอ ........ ออกจากหอเจ็ดโมงเช้า ถึงหน้าตึก เกือบแปดโมง ......... ความสามารถพิเศษสูงจริง ๆ เลยเรา แหะ ๆ (อันนี้ความสามารถส่วนตัว มีลอก ระวังโดนกฎหมายว่าด้วยเรื่องลิขสิทธิ์ อิอิ)



เป็นงัยคับ บ้านเมืองที่ข้าเจ้าอาศัยอยู่ สวยงามใหญ่โตอลังการงานสร้างมา




และนี่คือจุดหมายปลายทาง



เฮ้อ กว่าจะถึง (อันที่จริง มันก็แค่กิโลเดียวเอง เดินซะ) พอเข้าประตูตึกเท่านั้นแหล่ะ ตู เอาล่ะหว่า ไปทางไหนเนี่ย อีกแล้วครับท่าน คราวนี้ก็เป็นทางเขาวงกตภายใจตึก (ว่าแล้วชิบก็หายอีกรอบ วานใครช่วยหาทีจิ) ตึกมันก็ไม่ได้ใหญ่อะไรเลยอ่ะนะ มีแค่สามชั้น ก็เดินหาห้องอาจารย์มันทุกชั้นเลย ขนาดเมื่อวานก็มาทีแล้วนะเนี่ย ทำไมตูหาไม่เจอฟระ ไม่อยากจะบอกว่า เดินอยู่สามรอบ หาผีที่ไหนไม่เจอซักตัว อ๊ะ นั่น ใคร เธอเป็นใคร ช่วยผมที

“ขอโทษคับ ห้อง ศาสตราจารย์ ........................... อยู่ไหนครับ”
“อ้อ ตามมา เด๋วพาไป”
“คับ ขอบคุณคับ”

ก๊อก ก๊อก ก๊อก (เสียงเคาะประตู เอาซะเจ็บมือ กลัวแรงไม่พอคนข้างในไม่ได้ยินเสียง)
“ja (อ่านว่า หยา แปลว่า คร้าบบบบบบบบบ หรือ ใช่”

ไม่พูดพร่ำทำเพลงให้ชาวบ้านแตกตื่น ข้าน้อยก็เปิดประตู “แอ๊ดดดดดดดดดดดด” “หวัดดีคับ มาแล้วคับ” (เออ กูรู้, อาจารย์คงคิดเช่นนั้น เอิ้ก ๆ ๆ) ว่าแล้วจารย์ก็พาไปที่ห้องแลปเลยทันที ไปรู้จักกับผู้ที่จะช่วยข้าเจ้าทำแลป เธอเป็นสาวรัสเซีย หน้าตาน่ารัก อายุมากกว่าข้าเจ้าปีนึง แต่ทำไม เธอ เธอ.........ดูแก่เช่นนั้น (อ้าว นินทาเพื่อนแล้วตู) ก็ถ้าพูดง่าย ๆ ว่า ชาวคอเคซอย หน้าตาเค้าจะดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าชาวมองโกลอยอ่ะนะ แต่ว่าเธอน่ารักจริง ๆ นะ นี่ถ้าเธอยังไม่มีแฟน ข้าเจ้าก็คงจะ..................... เอิ้ก ๆ ๆ ๆ (ส่อแระ ส่อแระ) แฟนเธอก็ทำงานอยู่ที่ตึกเดียวกัน สรุปสุดท้ายว่า เราสามคนก็เป็นเพื่อนสนิทกัน เวลาไปไหนต่อไหน เราก็มักจะไปด้วยกัน แต่งงที่ว่า ข้าเจ้าไปอยู่เยอรมันนะ ทำไมดันมีเพื่อนสนิทเป็นรัสเซียวะ งงเจง ๆ



Ilshat und Svetlana, Freunde bei mir


สงสัยนอกจากภาษาเยอรมันแล้ว ข้าเจ้าคงจะต้องเรียนภาษารัสเซียเพิ่มมั้ยเนี่ย ว่าแล้ว ข้าเจ้าก็ได้ทำงานกับเธอคนนี้ และเวลามีเรื่องอะไร เธอกะแฟนเธอ ก็มักจะเข้ามาช่วยเหลือข้าเจ้าเสมอ (ขอบใจพวกนายมากเน้อ) ถ้าไม่ได้สองคนนี้นะ ข้าเจ้าคงจะหามีชีวิตไม่ แหะ ๆ ๆ เพราะว่า มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่คน ๆ นึง เดินทางไปใช้ชีวิตต่างแดน แถมยังเป็นแดนที่เจริญโคตร การที่มีใครซักคนคอยชี้นำทาง ก็เป็นการดีไม่ใช่เหรอ ถึงแม้จะต่างเชื้อชาติต่างเผ่าพันธุ์ก็ตามเถอะ

เมื่อครึ่งวันแรกผ่านไปเข้าเที่ยงวัน (กันเอง) อ่ะนะ ก็ต้องหาอะไรใส่ท้องสิ โอ้ย สบาย ก็เดินตามตูดไอ้สองตัวนั่นไปแหล่ะ เพราะว่า ยังงัยมันก็ต้องกินเหมือนกันนิ อิอิ ไม่ยากงานนี้ แต่เออ คือว่า งานนี้ อาจารย์ไปด้วยว่ะ ก็ลองคิดดูละกัน ไปนั่งกินข้าวกะอาจารย์ จะมีความรู้สึกเป็นอย่างไร (เงียบเหมือนผีเป่าสากเหี่ยว ๆ) นั่นคือสิ่งที่คิดไว้ในใจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ต่างกันลิบลับระหว่างการกินอาหารกับอาจารย์คนไทย ความรู้สึกจะต้องเกรงแล้วก็เกร็ง (จน........แข็ง หุหุหุ ส่ออีกแร้นตู) รู้สึกว่าปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษากับอาจารย์บนโต๊ะอาหารกับอาจารย์ที่เมืองโน้น เหมือนกับเพื่อนฝูงกันเลย ข้าน้อยล่ะงง ก็ดีนะ ไม่เกร็งจน...... แข็ง




Mensa คับ สวยบ่ อิอิ



เรามาว่าเรื่องการซื้ออาหารบ้างดีกว่า โรงอาหารที่นั่นเค้าจะเรียกว่า mensa (เมนซ่า) คับ แต่ละเมืองก็จะมีเมนซ่าเป็นของตัวเอง ความจริงเค้าเรียกโรงทานนะ ถ้าแปลตรงตัว แต่ถ้าเป็นโรงทานบ้านเรา มันก็จะไม่เสียตังค์ แต่ที่นั่นเสียตังค์ด้วย เลยเรียกมันโรงอาหารนั่นแหล่ะ ดีแระ ........... เอาล่ะ พอเดินเข้าประตูไป เผอิญเมนซ่าในเมืองที่ข้าเจ้าอยู่เนี่ย มีสองชั้น ชั้นล่างโล่งคับ แม่งใช้พื้นที่ไม่เป็นประโยชน์เอาซะเลย ส่วนอาหารจะขายชั้นสองคับ .... โอเค ตามผมมาชั้นสอง พอสิ้นสุดขั้นบันได ก็จะมีถาดและอาวุธวางอยู่ เชิญหยิบได้เลยคับ โต๊ะแรก เป็นโต๊ะซุปคับ เอามั้ย ไม่เอา ก็....ผ่าน........ มีซุ้มสลัดอยู่ข้าง ๆ ....เอามั้ย ......อ่ะ ซะหน่อย....... เสร็จแล้วก็เดินไปที่อาหารหลัก ..... ไม่อยากจะเซดเลย อาหารหลัก มีให้เลือกอยู่สองสามอย่าง ..... (โรงอาหารเมืองไทยหลากหลายกว่าตั้งเยอะ เลือกแดกเข้าไปสิ ไม่หวาดไม่ไหว เฮ้อ) แล้วริอาจอย่าหยิบสองจานเป็นอันขาด เพราะว่ามันแพงจนหาชิบไม่เจอเลยทีเดียว จากเมนูหลัก ก็จะเป็นเมนูเสริม เช่น ข้าวเปล่า เส้นก๋วยเตี๋ยว มันบด มันทอด ผัดผักกะหลั่ว ๆ (ขออนุญาตใช้คำนี้ เพราะว่า มันกะหลั่วจริง ๆ อ่ะ มีแค่ แครอท ถั่วลันเตา เอาไปผัดกะเนย ใส่เกลือนิดหน่อย จบ) ...... นอกจากนี้ก็มีขนมหวาน เหอะ ๆ ก็คงไม่พ้นมูสชอกโกแลต แล้วข้าเจ้าก็เกลี๊ยดเกลียดชอกโกแลต จากนั้น ไปที่โต๊ะจ่ายตังค์คับ การจ่ายตังค์ก็มีสองราคา หนึ่ง ราคาเด็ก สองราคาผู้ใหญ่ ราคาเด็กก็จะถูกเกินกว่าครึ่ง โชคดีที่หน้าตาเราเด็ก อิอิ เค้าเลยคิดให้ถูก ๆ แต่ถูกนะ ปาไป เกือบสามยูโร ก็ประมาณ ร้อยห้าสิบบาท (ตูกินข้าวที่โรงอาหารมหาลัย เสียแค่ยี่สิบบาทได้ทั้งน้ำและขนม) ก็คิดดูแล้วกัน ยิ่งกว่าอาหารโรงงานบ้านเราอีก นี่ข้าเจ้าคิดผิดหรือคิดถูกที่มาที่นี่เนี่ย ....... เอาวะ มาแล้วก็ต้องดิ้นกันไป กินเสร็จก็กลับไปนั่งโม้กะ Svetlana ต่อ เพราะว่ามันไม่มีไรทำ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ....... ก็เปล่าหรอก เค้าสอนโน่นสอนนี่ การใช้เครื่องมือบ้าง เพราะว่าเป็นเครื่องมือใหม่ที่ผมต้องคอยดูแลมันต่อไป เนื่องจาก Svetlana กำลังจะออกจากตึกนั้นไปหางานที่อื่นทำต่อแล้ว เพราะว่าเธอจบแล้วนั่นเอง ที่อยู่ก็เพราะว่า เธอกำลังอยู่ในช่วงเวลาเขียนเปเปอร์นั่นเอง ดังนั้นข้าเจ้าก็เลยต้องเก็บเกี่ยวทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอได้สอนเอาไว้ให้เร็วที่สุด




ที่กบดาน รวมถึงที่นอนกลางวันข้าเจ้าเอง แหะ ๆ ๆ



เย็นนั้น ข้าเจ้าก็กะจะไปซื้ออาหารมาเก็บไว้ ก็ด้วยเวลาปรกติทำงานที่มหาลัยเมืองไทย ก็จะกินข้าวเย็นที่มหาลัยเลย แล้วก็ค่อยกลับหอดึก ๆ ...... นะ ...... แต่จะให้ข้าเจ้ากินอาหารแบบเมื่อกลางวันอีก .... โอ้ว ข้าน้อยขอลาตาย ก็ออกไปตอนสองทุ่ม ก็ฟ้ามันยังสว่างนี่หว่า เลยไม่ได้คิดอะไร แต่สรุป แม่ง มันกลายเป็นเมืองร้างไปแล้ว ร้านค้าปิดหมด ร้านธรรมดามันปิดห้าโมงเย็น ขอบอก ส่วนซุปเปอร์ปิดสองทุ่ม เอากะมันสิ ชายสี่หมี่เกี๊ยว ส้มตำรถเข็นข้างทางก็ไม่มีด้วย แม่งเอ๊ย คืนนี้ตูแดกน้ำพริกซองอีกแล้วเหรอเนี่ย เวรจริง ๆ เอาวะ ไม่งั้นมึงก็อดตายแน่ น้ำพริกซองสองมื้อ แสนเศร้า แต่ก็ยังดีกว่าให้กินแบบเมื่อกลางวันล่ะวะตู

และแล้ว เวลาก็หมดไปอีกวัน ด้วยความเปิ่นของตัวเอง คราวหน้าคอยดู ข้าเจ้าจะไม่เป็นแบบนี้อีกแล้ว (จริงเหรอ เหอะ ๆ)




Aula เขียนงัยวะ ลืมแระ เอาเป็นว่า มันเรียกว่า "เอาล่า" ละกัน เป็นห้องโถงใหญ่ เอาไว้จัดงาน จะบอกว่า ข้างใน อลังมาก




อีกมุมของ Mensa พร้อมหมู่ดอกหญ้าในแดดยามร้อน

----Part Two Ended----





Create Date : 28 กันยายน 2548
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2548 22:57:06 น. 12 comments
Counter : Pageviews.

 
ขอโทษทีนะคับ ที่ทำให้รอนาน กะเมืองแม่มด Part II เอาเป็นว่า ข้อน้อยขอคาราวะหนึ่งจอกเพื่อเป็นการไถ่โทษละกัน (ความจริง อยากได้หลาย ๆ จอกมากกว่า )

Part III ก็รอไปก่อน ฮ่า ฮ่า ฮ่า (ล้อเล่นคับ) แต่จะพยายามคลอดออกมาเร็ว ๆ นะคับ


โดย: -:{><}:- (neopattaum ) วันที่: 28 กันยายน 2548 เวลา:10:04:26 น.  

 
น่าสงสารจังเลย


โดย: january winds IP: 61.91.119.245 วันที่: 28 กันยายน 2548 เวลา:10:12:39 น.  

 
Oh!!!! It's great. I've never seen it before. Look nice and creative. Wow!!!!!!!!!!!!
อยากไปมั่งจังเยอรมันน่ะ ดูมันสวยดีเนอะ ไม่รู้จะหนาวขนาดไหนนะ แต่ถ้าเป็นยุโรปน่าจะอากาสดี ว้า เสียดายชาตินี้จะได้ไปหรือเปล่าก็ม่ายรู้


โดย: วัฒน์ IP: 68.127.148.74 วันที่: 28 กันยายน 2548 เวลา:10:14:49 น.  

 
เกือบแหละ เกือบไม่รอดกลับมา เอาน่ากินกันตาย มิน่ายิ่งอยู่ยิ่งโทรม555555555


โดย: tea IP: 202.28.181.9 วันที่: 28 กันยายน 2548 เวลา:10:26:54 น.  

 
แวะมาเยี่ยมเยียนเมืองแม่มดครับ...


โดย: Zantha วันที่: 28 กันยายน 2548 เวลา:11:48:12 น.  

 
อืมๆๆๆ แวะเข้ามาดูรูป ถ่ายสวย หรือว่าอาคารมันสวยอยู่แล้วนะ ถ่ายยังไงก็สวย อิอิอิอิ



เสียใจด้วยนะเรื่องน้องหมาน่ะ เฮ้อ เข้าใจเลย ไม่รุ้จะพูดไง เป็นพี่ พี่คงทำใจไม่ได้เหมือนกัน นี่ขนาดเจ้ากายตายไปตั้งแต่เมษา ป่านนี้พี่ยังทำใจไม่ได้เลย นึกถึงทีไรก็น้ำตาคลอ


โดย: พ่อน้องโจ วันที่: 16 ตุลาคม 2548 เวลา:19:52:00 น.  

 
ตามมาสงสัยว่าที่พักอาศัยหลังไหนอ่ะ

สีแดง
หรือสีเขียว



โดย: นายเจน (นายเจน ) วันที่: 30 ตุลาคม 2548 เวลา:9:43:14 น.  

 
แวะมาเยี่ยมนะ วันก่อน ฝากไว้ก่อนเหอะ รุมเรานะ


โดย: พ่อน้องโจ วันที่: 30 ตุลาคม 2548 เวลา:9:50:23 น.  

 
ทำไมที่ทำงานคุณซับซ้อนอย่างนี้ล่ะคะ


โดย: eff IP: 61.19.42.197 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:12:12:14 น.  

 



โดย: gar IP: 203.113.15.234 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:20:36:36 น.  

 
อยากเล่นจัง


โดย: หยา IP: 203.188.47.187 วันที่: 15 มีนาคม 2550 เวลา:13:57:12 น.  

 


โดย: แนน IP: 203.188.47.187 วันที่: 15 มีนาคม 2550 เวลา:13:58:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
neopattaum
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]







สัญชาตญาณโบกสะบัด

เสียงโหยหวนคำราม

อิทธิพลทมินคืบครานเข้าใกล้

นั่นเป็นสัญญาณอันตรายที่ส่งข่าวให้รู้ว่า

ถ้าผมเผลอ............ แล้วเธอจะว่างัย ^^












Friends' blogs
[Add neopattaum's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.