นวนิยายรักใสๆ สไตล์ นาวีภิรตา
 

หะเบสสมอใจ ในรูปแบบ E-Book

เพิ่งได้มีโอกาสเข้าไปเห็น "หะเบสสมอใจ" ในรูปแบบ E-Book จึงนำมาฝากกัน เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้รักการอ่านค่ะ

Click link นี้ได้เลยนะคะ >>> " หะเบสสมอใจ"



ขอบคุณสำหรับการติดตามผลงานของ นาวีภิรตา ค่ะ

ขอบคุณจากใจ
นาวีภิรตา และ ภัสสร รัมภาพงศ์




 

Create Date : 25 ตุลาคม 2555    
Last Update : 25 ตุลาคม 2555 13:52:10 น.
Counter : 781 Pageviews.  

ฝากข่าวกำหนดวางจำหน่าย นวนิยาย เรื่อง หะเบสสมอใจ (เสน่หานาวี ภาค 2)


21 สิงหาคม 2555 

ข่าวจากท่าน บรรณาธิการ เมื่อคืนนี้ (20 สิงหาคม 2555) เรื่องกำหนดวางจำหน่ายนวนิยายที่ตีพิมพ์ เรื่องที่สอง เลยขออนุญาตบอกกล่าวกันนะคะ

กำหนดวางจำหน่าย นวนิยาย เรื่อง หะเบสสมอใจ (เสน่หานาวี ภาค 2) ประมาณ 5 กันยายน 2555 นี้ พร้อมยกพลขึ้นบกที่ SE ED และ ร้านหนังสือชั้นนำนะคะ

ขอขอบคุณ และ ขอบพระคุณสำหรับทุกๆ กำลังใจ และคำแนะนำดีๆ ที่มีให้กันนะคะ

นาวีภิรตา


คำโปรยปกหน้า

ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะผู้มีพระคุณเจ้าหนี้ คุณอา หรือสามี

ของนาวาโทหนุ่มหน้านิ่งปากร้ายกับแม่สาวน้อยที่ไม่หงิม

ที่ต้องมาผูกพันกันตามเงื่อนไข...แม่พันธุ์ผลิตลูกชายสามคน

จะเป็นไปได้มั้ยที่เธอจะเป็นผู้ปลดปล่อยพันธนาการอันยิ่งใหญ่

แล้ว‘หะเบสสมอใจ’ เพื่อนำพานาวาลำใหญ่ล่องทะเลรักไปด้วยกัน

“ผมไม่ใช่ใครอื่น ได้ชื่อว่าสามีตามกฎหมายเราควรจะมีเวลาทำความรู้จักกันให้มากขึ้นเพราะผมไม่ได้คิดจะจดทะเบียนสมรสแล้วเก็บคุณไว้เฉยๆ”

แต่ละคำที่พูดออกมาไม่ได้เรียกศรัทธากันเลยสักนิดลลิดาหันไปมองคนที่นั่งข้างกัน คนแปลกหน้าที่อยู่ๆ ก็มาเป็นสามี ไม่ได้รักไม่ได้ผูกพันกันสักนิด ผู้ชายมาดเยอะ หน้านิ่ง นัยน์ตาคมกริบ แถมยังปากจัดแต่ละคุณสมบัติไม่ใช่ชายที่เธอปรารถนาเลยสักข้อ ยกเว้นความหล่อที่เขามี ‘หล่อร้ายๆ ’ ถ้าเลือกได้ก็ไม่ขอรับล่ะ

“อย่านินทาในใจสิ ไม่สนุกหรอก มีอะไรก็พูดออกมาตรงๆ”

“คุณอาเก่งจังเลยนะคะ อ่านใจคนออกด้วยแล้วคุณอารู้มั้ยคะว่าน้องดานินทาว่าอะไร”

“เก่งนี่ ! รู้จักยอกย้อน คงทำบ่อยสินะ”

“ปกติก็ไม่ค่อยได้ย้อนใครหรอกค่ะ เพราะมันไม่สนุกต้องคอยมานั่งคิดคำพูดที่จะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้สึกไม่ดี แต่สำหรับคุณอา น้องดาจัดให้เป็นพิเศษ”

คำโปรยปกหลัง

ลลิดากลับนอนไม่เป็นสุขแม้อากาศภายในห้องจะเย็นฉ่ำแต่กลับรู้สึกร้อนไปทั้งร่างความอบอุ่นจากวงแขนที่กอดรัดและอ้อมอกอุ่นที่อิงแอบมันอุ่นจัดจนร้อนเกินไปสำหรับเธอ

“น้องดาร้อนค่ะ”

คำพูดซื่อๆ กลับทำให้ใครอีกคนคิดเตลิดเปิดเปิงไปถึงไหนต่อไหน

“รู้ตัวรึเปล่าว่าพูดอะไรออกมา” เสียงถามแหบพร่า

“ไม่มีอะไรซะหน่อย น้องดาเคยนอนคนเดียวจนชินแล้วอารักมานอนเบียดน้องดาอย่างนี้ มันก็ร้อนน่ะสิคะ”

คนไม่ได้คิดอะไรก็เถียงออกไปตามความรู้สึก

เขาถอนหายใจพรืด แม่คนตาใสๆ นี่ร้ายเดียงสาใช่ย่อยนอนตัวติดกันขนาดนี้ยังมีแก่ใจยั่ว แค่นอนกอดเอาไว้ก็ต้องหักอกหักใจอยู่หลายยกอยู่ๆ ก็ร้องเสียงหวานว่าร้อน แล้วใครจะนอนเฉยอยู่ได้คิดแล้วก็แทบอยากจะคลายร้อนให้เจ้าหล่อนนักถ้าไม่ติดสัญญาที่ให้ไว้กับเจ้าตัวก็คงไม่ต้องมาทนหักห้ามใจกันแบบนี้

“อารัก ! ปล่อยน้องดานะคะ”คนที่อยู่ในอาการหวาดหวั่นเริ่มดิ้นรน เพื่อให้พ้นไปจากวงแขนแต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งถูกเขารัดแน่นมากขึ้น

“ทำไมอาจะต้องปล่อยอามีสิทธิ์ในฐานะของคนเป็นสามี รึจะเถียงว่าไม่ใช่”

“แต่อารักรับปากกับน้องดาแล้ว ว่าจะรอให้น้องดาเรียนจบก่อนอารักผิดคำพูด”

“อาไม่ได้ผิดคำพูดแต่น้องดาบังคับให้อาต้องทวงสิทธิ์เองนะ”

“อยู่ดีๆ อารักต่างหากมาหาเรื่องน้องดาก่อน”

“อาหาเรื่องยังไง พูดให้ดีนะ”

“ก็อารักกล่าวหาว่าน้องดารังเกียจบ้านพักข้าราชการหาว่าอยากอยู่บ้านใหญ่ๆ โต อารักจะมารู้ใจน้องดาได้ยังไง ถ้าโกรธทำไมไม่พูดดีๆ ไม่ถามเหตุผลกันดีๆ ล่ะคะ น้องดาก็อยากจะอธิบาย”

“งั้นตอบคำถามอามาซะดีๆน้องดารังเกียจที่จะอยู่บ้านอารึเปล่า”

“ไม่”

“น้องดาไม่อยากอยู่กับอาใช่มั้ย”

“ไม่ใช่”

“น้องดารังเกียจอารึเปล่า”

“ไม่”

“แล้วรักอาบ้างรึเปล่า”


>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>








 

Create Date : 21 สิงหาคม 2555    
Last Update : 22 สิงหาคม 2555 11:56:21 น.
Counter : 1345 Pageviews.  

ฝากข่าวถึงเพื่อนพ้องน้องพี่ที่ถามหา "เสน่หานาวี" โดย นาวีภิรตา


11 กรกฎาคม 2555

สวัสดีค่ะ 

     ไม่ได้แวะเขามาทักทายกันหลายวัน นับแต่ นวนิยาย เรื่องที่สอง คือ "หะเบสสมอใจ" เข้าไปนอนปรุงโฉมอยู่ในโรงพิมพ์ มีเพื่อนๆ ส่งข้อความหลังไมค์ไปถามข่าว นวนิยาย เรื่องแรก "เสน่หานาวี" เนื่องจากหาเล่มไม่ได้ เท่าที่ทราบ จากสำนักพิมพ์เหลือไม่มากแล้วค่ะ ถ้าท่านใดสนใจ ติดตามได้ที่
ราคาพิเศษ พร้อมจัดส่งค่ะ 

     หากท่านใดมี tablet หรือ iPad "เสน่หานาวี" มีจำหน่ายในรูปแบบ E-Book ด้วยเช่นกันค่ะ ติดตามรายละเอียดได้ที่
ลิงค์นี้>>> เสน่หานาวี (E-Book) ค่ะ


  ส่วน นวนิยาย เรื่องที่สอง "หะเบสสมอใจ" นั้น คาดว่า ปลาย กรกฎาคม 2555 น่าจะได้ยกพลขึ้นบกกันละค่ะ ถ้าได้ข่าวที่แน่นอน จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งนะคะ

ขอบคุณสำหรับการติดตามผลงาน และ ทุกๆ กำลังใจที่มอบให้ค่ะ

ขอบคุณจากใจ
นาวีภิรตา




 

Create Date : 11 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 11 กรกฎาคม 2555 15:14:36 น.
Counter : 530 Pageviews.  

ย้อนรอย "เสน่หานาวี"

สวัสดีค่ะ 


   แวะมาสวัสดีทักทายกันบ้าง ไม่ค่อยได้มีโอกาสเข้ามาทักทายกันเท่าไหร่ หลายท่านไม่คุ้นชื่อ "นาวีภิรตา" ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าใดนัก เพราะตัวของข้าพเจ้า เพิ่งหัดก้าวบนถนนสายวรรณกรรมนี้ ขออนุญาตแทนตัวเองว่า "บี" นะคะ เพราะเป็นชื่อเล่นของตัวเอง แล้วก็แทนตัวจนคุ้นชินแล้ว


- หน้าที่การงานทำอะไร
ทำงานประจำค่ะ เป็นพนักงานตัวเล็กๆ กินเงินเดือน เพราะยังต้องดูแลครอบครัว 

- ผลงานการประพันธ์
ได้เริ่มมีผลงานปรากฏเป็นรูปเล่มเมื่อ ปี 2554 ค่ะ คือ นวนิยาย เรื่อง "เสน่หานาวี" ภายใต้นามปากกา "นาวีภิรตา"



เรื่องที่สองที่เขียนสำเร็จไปแล้ว ส่งสำนักพิมพ์ไปแล้ว เมื่อ สิงหาคม 2554 แต่มีความจำเป็นบางอย่างต้องขอนวนิยาย เรื่องนั้น กลับมาปรับปรุงใหม่ นั่นคือ เรื่อง "ดวงหทัยนาวี" 

เรื่องที่สามที่ได้รับการพิจารณาตีพิมพ์ ในปี 2555 คือ นวนิยาย เรื่อง "หะเบสสมอใจ (เสน่หานาวี ภาค 2)" ภายใต้นามปากกา "นาวีภิรตา" ซึ่งคาดว่า ประมาณ เดือน มิถุนายน 2555 คงได้ปรากฏโฉมบนแผงหนังสือ ในร้านหนังสือชั้นนำทั่วไปค่ะ

มีสาวๆ นักอ่านหลายท่าน สนใจใคร่รู้ว่าการทำงาน ในมุมนักเขียน สไตล์นาวีภิรตา เป็นอย่างไร 

     โอ! ฮาละค่ะ มือสมัครเล่น แถมเป็น มือใหม่หัดปั่น จะมีวิธีการทำงานอย่างไรได้ นอกจาก 'ทันทีที่ว่าง ต้องรีบทำค่ะ' ไม่ได้มีวิธีการหรูหราอะไรเลย เพราะไม่รู้ว่านักเขียนเก่งๆ นักเขียนระดับพระกาฬ ท่านทำงานกันอย่างไร 
     แต่สิ่งหนึ่ง ที่ บี ชอบทำคือ 'ลงพื้นที่จริง' ค่ะ ชอบเพราะได้เที่ยว อีกอย่างนึง บี ชอบ 'เรือรบ' 'หน่วยรบ' ไม่ว่าจะรบกับปากท้องของทหารเรือไทย หรือ หน่วยรบ ที่เป็นหน่วยยุทธการ ชอบทั้งสิ้น มองได้ ดูได้ ชมได้ เดินได้ ปีนได้ สัมผัสได้ ไม่รู้เบื่อ ที่สำคัญ "ท่าน" ที่บ้านพอใจมาก เพราะการไปท่องเที่ยวในหน่วยต่างๆ ท่านก็ได้พบเพื่อน พ้อง น้อง พี่ ได้ติดตามงานของท่าน ที่สำคัญไม่เปลืองเงิน (ฮา+) อีกอย่างหนึ่งก็คือ 'ท่าน' ขี้เกียจตอบ 120 คำถาม เพราะ บี จะถามซอกแซกจนท่านรำคาญ

      มี น้องๆ สาวๆ ที่ขอประกาศตนเป็นแฟนคลับ (มีกะเขาด้วย ดีใจค่ะ ตื่นเต้น ราวกับเป็นคนดังแน่ะ) น้องมาขออนุญาต ตามไปดูวิธีการทำงาน แบบ 'นาวีภิรตา' 
สองคนสามีภรรยา (บี กับ "ท่าน" ที่บ้าน) หัวเราะซะงอหาย ท่านว่า

"ไม่น่าเชื่อ มีคนอยากดู บี ทำงาน เขาจะผิดหวังมั๊ยนะ"

      แต่ว่าเราก็ตัดสินใจพาน้องไปลำเค็ญกับเราค่ะ ไม่ได้พาไปหลายท่าน เพราะการเดินทางไปฐานทัพเรือสัตหีบในครานี้ ท่านพาข้าราชการที่กรมฯ และ น้องๆ ที่ร่วมงานไปพักผ่อน 

ไปย้อนรอย "เสน่หานาวี" กันก่อนนะคะ แล้วจึงไปดูวิธีการเก็บข้อมูลแบบซอกแซกของ บี

 ย้อนรอย "เสน่หานาวี"


เช้าตรู่ 28 เมษายน 2555

     เรา (บี กับ ท่าน) ไปรับน้องที่ถนนศรีนครินทร์ค่ะ เมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา แล้วก็ขับรถออกทางมอเตอร์เวย์ มาแวะทานข้าวเช้าที่ร้าน "นายถึกไก่หุบบอน"
ออกจากนายถึกไก่หุบบอน ก็ตรงดิ่งไป แสมสาร ก่อน เพื่อซื้ออาหารทะเลสดๆ สำหรับ มื้อค่ำ

 จากนั้นก็รีบบึ่งเข้า ฐานทัพเรือสัตหีบเลย แต่เราเข้ามาที่นี่ก่อนค่ะ 
 สนามบินอู่ตะเภา มาดูความยิ่งใหญ่ที่อเมริกันมาสร้างไว้เพื่อใช้ขนถ่าย  ยุทโธปกรณ์ในช่วงสงครามโลก จริงๆ มีรูปมากกว่านี้แต่ ไม่ได้รับอนุญาตให้ลงก็ เลยเอามาแต่เล็กๆ


แล้วก็วนรถออกไปเข้าทาง สอรฝ. ค่ะ วันนั้นบังเอิญว่า สัตหีบ คึกคักเป็นพิเศษ เพราะท้้ง สมาคมภริยา และ บรรดานายทหารชั้นผู้ใหญ่มารอต้อนรับ ท่าน ผบ.ทร. เพราะจะมี พิธี ย่ำสุรสีห์ กันในวันที่ 29 เมษายน เราจึงหลบเลี่ยงขึ้นไป กราบเสด็จเตี่ย บนเขาแหลมปู่เจ้ากันก่อนค่ะ เป็นอีกหนึ่งฉากใน "เสน่หานาวี" เช่นกันค่ะ บังเอิญวันนั้นลิงเยอะมากจึงไม่ได้ถ่ายรูปมา เพราะกลัวว่าถืออะไรไปในมือ คุณจ๋อจะดึงเอาไปซะ ก็เลยสักการะเสด็จเตี่ยเสร็จ ก็รีบลงมา แต่ว่ายังเข้าที่พักไม่ได้ เพราะว่ายังมีแขกเข้าพักอยู่ เราเลยไปวนรถเที่ยวค่ะ 

     อย่างที่บอกว่า ชอบเรือรบ เราก็เลยเข้าไปที่ อรม. (อู่ราชนาวีมหิดล) เพื่อไปเยี่ยม เรือรบหลวง นเรศวร ที่เข้ารับการซ่อมบำรุงอยู่ ไม่เกี่ยวกับ เสน่หานาวี หรอกนะคะ แต่เป็น เสน่หาส่วนตัวค่ะ ท่านพามาชม เพื่อรำลึกถึงความหลัง เมื่อครั้งท่านเป็นกำลังพลชุดรับเรือนี้ค่ะ 

     สิบกว่าปีแล้ว บี เคยมาชมเรือรบหลวงลำนี้เมื่อครั้งที่ กลับจากคุ้มกัน เรือจักกรีนฤเบศ กลับประเทศไทย สภาพภายในเปลี่ยนไปมากพอสมควรค่ะ แต่ยังคงความสง่างามไว้ เพราะผู้บังคับการเรือ ท่านปัจจุบัน ก็เป็นกำลังพลชุดรับเรือเช่นเดียวกับท่านของบี จึงไม่แปลกใจเลยที่ท่านจะรักและดูแลเรือรบหลวงลำนี้อย่างดี

     เราไม่สามารถเอารูปทั้งหมดลงให้ชมได้นะคะ เนื่องจากเป็นจุดยุทธศาสตร์ และ เรือกำลังอยู่ในช่วงของการปรับปรุงระบบอาวุธ สภาพของเรือจึงไม่สมบูรณ์นักขอลงให้ชมในส่วนที่พอจะลงได้





    จากเรือรบหลวงนเรศวร เราก็วนไปหาของอร่อยทานกันค่ะ เนื่องจากใช้เวลาเยี่ยมชมเรือนานมาก เราก็เลยไปหาอะไรทานกันเพราะ บ่ายจัดแล้ว ทีแรกเราจะแวะที่ เรือนสักประดู่ค่ะ หนึ่งในฉากของ "เสน่หานาวี" แต่ว่าคนเยอะมาก เอาแต่ภาพเรือนสักประดู่มาฝากก็แล้วกัน


     เราตัดสินใจมุ่งไปที่ ร้านชาญชล ค่ะ เปิดใหม่รึเปล่า คิดว่าน่าจะใช่ แต่คงใหม่มาหลายเดือนกระมัง



     วิวด้านหลังร้านชาญชลค่ะ อาหารอร่อย ราคาไม่แพงค่ะ ใช้เวลาทานอาหารประมาณ 1 ชั่วโมง เราก็เริ่มเป็นห่วงอาหารทะเลที่แพ็คอยู่ท้ายรถ เพราะอากาศร้อนจัด ก็เลยวนรถกลับไปที่พักค่ะ

    ขณะที่วนรถกลับ เราผ่านทางด้าน อนุสาวรีย์นาวิกโยธินค่ะ หนึ่งในฉากของ "เสน่หานาวี" เช่นกัน แต่เด็ดกว่านั้นคือ เหล่า นาวิกโยธิน ผู้ห้าวหาญ กำลังซักซ้อม พิธี ย่ำสุรสีห์ ที่จะมีขึ้นในวันรุ่งขึ้นค่ะ เราแอบถ่ายจากในรถ เพราะ ท่าน ไม่อนุญาตให้ลงไปถ่ายรูปทางด้านล่าง



   พอพ้นไปได้ก็รีบบึ่งไปบ้านพัก เราไปพักกันที่ สอรฝ. ค่ะ ทีแรกเราได้ บ้านสนทะเล ที่ติดกับ ร้านอาหาร เรือนโพธิทะเล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งฉากใน "เสน่หานาวี" ค่ะ
บี เอารูปเก่ามาลงให้ดูก่อน เพราะรูปใหม่ไม่ได้ถ่าย เนื่องจากแบกข้าวของกันอย่างเร่งด่วน



    แต่ความที่ บ้านสนทะเล มีขนาดเล็ก ไม่พอต่อปริมาณสาวๆ ค่ะ เราจึงบนบานเจ้าที่เจ้าทาง ฮ่า ฮ่า ฮ่า ล้อเล่นค่ะ เลยขอร้อง เพื่อน พ้อง น้อง พี่ ของท่าน ช่วยหาบ้านให้ใหม่ 

    ไปดูบ้านพักที่ เราได้ครอบครองกันสำหรับค่ำนี้ ซึ่งได้มาอย่าง ฟลุ๊กเต็มที ต้องขอบคุณ เพื่อน พ้อง น้อง พี่ ของท่าน ทุกๆ คน ที่ช่วยให้ บี สมหวังกับ 'บ้านมะเฟือง' ค่ะ



     บ่ายจัดวันนั้น ก็ปล่อยสาวๆ เขาไปเดินเล่น ส่วนตัว บี ก็นั่งปั่นงานค่ะ เพราะ ท่านกำลังง่วนอยู่กับบรรดา ข้าราชการทั้งหลาย ช่วยกันเตรียมอาหาร บาบีคิว ปิ้งย่าง สำหรับมื้อค่ำ บี เลยปักหลัก ปั่นงานอยู่แถวๆ นั้น เขียนมือค่ะ ด้วยดินสอ ลงสมุด จะเห็นว่ามีสมุดจดสารพัดข้อมูลอยู่ใกล้ตัวตลอด ใครเผลอมาคุยด้วย เป็นโดนบันทึกทุกราย





แล้วค่ำวันนั้น ก็จบด้วย Dinner มื้อใหญ่ กับ เพื่อน พ้อง น้อง พี่ ทหารเรือไทย ข้าราชการจาก กรมส่งกำลังบำรุงทหารเรือ กองบัญชาการกองทัพเรือ และ เพื่อน พ้องน้องพี่จาก กองเรือยุทธการ ที่แวะมาเยี่ยมเยียน 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

เช้าวันที่ 29 เมษยน 2555

     จัดเต็มด้วยข้าวต้มทะเล ฝีมือทหารเรือเรา ทำกันเอง ปรุงกันเอง ทานกันเอง จากอาหารทะเลที่เรามีอย่างเหลือเฟือ



แล้ว Exclusive Trip แบบลำเค็ญ สำหรับสาวๆ ก็เริ่มขึ้น



เรามากันที่นี่ ท่าเรือแหลมเทียน แวะมาหา เรือรบหลวงสู้ไพรินทร์ ค่ะ เรือที่ผู้การปฏิภาณ (พี่เปา) ท่านเป็นผู้บังคับการเรือในเรื่อง เราพบแต่ ปราบปรปักษ์ และ หาญหักศัตรู 'แปะเขื่อน' อยู่ ท่านก็อธิบายประวัติเรือชุดนี้ให้สาวๆ ฟัง บี ไปหาภาพ เรือรบหลวง สู้ไพรินทร์ มาให้ชมค่ะ



สง่างามสมศักดิ์ศรีราชนาวีไทยมั๊ยคะ 

     จากนั้นเป้าหมายต่อไป ก็เป็นของ บี ค่ะ พระเอกของ บี ใน "หะเรียสมอ รอรัก" (เสน่หานาวี ภาค 3) คือ เรือรบหลวงบางปะกง ค่ะ ซึ่งเป็นเรือชุดเดียวกับ เรือรบหลวง เจ้าพระยา กระบุรี และ สายบุรี แต่วันนี้ บี ได้รับอนุญาตจากท่านผู้บังคับการเรือรบหลวงเจ้าพระยา ให้เข้าเยี่ยมชมเป็นกรณีพิเศษค่ะ แถมท่านยังกรุณาจัดอาหารกลางวันให้เราทานในห้องโถงนายทหารด้วย แถมด้วยหมวก มีช่อของเรือรบหลวงเจ้าพระยาอีกหนึ่งใบ ขอบพระคุณที่สุดค่ะ แต่ ท่านของบี เกรงว่าจะได้ไม่ถ้วนหน้า ก็เลยขอซื้อหมวกเพิ่มให้เป็นของที่ระลึกแก่สาวๆ หน้าบานกันไปค่ะ 

     บี ยังไม่นำภาพ มาให้ชม เพราะกะว่า จะลงเป็นย้อนรอยของแต่ละเรื่องไปค่ะ

     หลังจากปีนขึ้นปีนลง เดินเข้าเดินออก เรือรบหลวงเจ้าพระยา สายตาเรด้าร์ของเรา ก็พบสาวงามลำใหม่ที่เพิ่งมาเทียบท่าได้ไม่นานนัก เรือรบหลวง อ่างทอง ค่ะ ต่อมาจาก สิงคโปร์ เป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ ใช้ในการขนอาวุธ ยุทธภัณฑ์ ของกองทัพ โดยเฉพาะยานตีนตะขาบของ นาวิกโยธิน เรือเล็ก หรือแม้แต่เฮลิคอปเตอร์ อลังการมาก ถ้าบรรยายไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้องก็ขออภัยนะคะ จดมาตัวหงิกๆ งอๆ อ่านไม่ค่อยออกเลย (ฮา) ท่านเลยพาเราไป ปีนป่ายเรือรบ แบบ Exclusive อีกนึงลำ เรามี สรั่งเรือ ที่เรียกตัวเองว่า พี่แว่น เป็นคนพาชมค่ะ

     อย่างแรกที่ชอบ คือห้องโถงนายทหาร ที่อลังการมาก ใช้ทั้งพักผ่อน ทานข้าว และประชุม brief งานกันได้ในเวลาเดียวกัน 



     บริเวณหัวเรือค่ะ ชอบดูเชือกที่เขาใช้ยึดเรือเวลาเรือเข้าเทียบ กับ โซ่สมอ ดูแล้ว ขลังดี ใหญ่มากๆ



     บริเวณใต้ท้องเรือ ในการบรรจุ ยานยนต์ เรือรบขนาดเล็ก อาวุธยุทธภัณฑ์ต่างๆ ค่ะ




     แผ่นบอกระดับน้ำ ที่สามารถเปิดให้เข้าใต้ท้องเรือได้ เพื่อใช้ในการ นำเรือขนาดเล็กเข้าบรรจุใต้ท้องเรือ หัวหมุดตัวใหญ่ๆ ที่เห็นไม่ใช่น็อตอะไรหรอกนะคะ สรั่งเรือ บอกว่า เป็นที่สำหรับใช้ยึดเรือเล็ก เมื่อเข้าจอดใต้ท้องเรือค่ะ

     ทริปลำเค็ญ จบลงที่สภาเรือค่ะ ท่านซื้อเสื้อยืด เรือรบหลวงอ่างทอง แจกสาวๆ คนละตัว น้องๆ ทั้งหลายก็ยิ้มดีใจกันไปค่ะ

     ทริปนี้ ไม่สามารถ พาสาวๆ ย้อนรอยได้ทุกฉาก เนื่องจาก มีพิธี ย่ำสุรสีห์ ของ ท่าน ผบ.ทร. ค่ะ เราจึงต้องหลีกเลี่ยงบางพื้นที่ไป

ทริปหน้า จะเป็น ย้อนรอย "หะเบสสมอใจ (เสน่หานาวี ภาค 2)" กับ ทัพเรือภาค 3 และ ฐานทัพเรือ พังงา ค่ะ รอติดตาม "หะเบสสมอใจ" ภายใต้นามปากกา "นาวีภิรตา" เร็วๆ นี้ ในร้านจำหน่ายหนังสือชั้นนำทั่วไปนะคะ 

JOIN THE NAVY TO SEE THE WORLD ค่ะ

ขอบคุณจากใจ

นาวีภิรตา และ ภัสสร รัมภาพงศ์

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>





 

Create Date : 06 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 7 พฤษภาคม 2555 12:09:45 น.
Counter : 1423 Pageviews.  

ขออนุญาต ตอบคำถามนะคะ ^-^ by นาวีภิรตา และ ภัสสร รัมภาพงศ์ on Wednesday, August 17, 2011 at 9:04am ·

ขอบ คุณเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ให้การต้อนรับ "เสน่หานาวี" อย่างอบอุ่นค่ะ ไม่รู้จะเอ่ยว่าอย่างไร ได้แต่ขอบคุณมาก ที่ทำให้ก้าวแรก ของน้องใหม่ อย่าง บี ไม่ปัดเป๋ มีเพื่อน ๆ พี่ๆ น้องๆ หลายท่านถามกันมากมาย คำถามยอดฮิต ก็ได้แก่


1. เรื่องที่เขียน เป็นเรื่องของตัวเอง รึเปล่า ?

2. ข้อมูลที่ได้ไปเอามาจากไหน ?

3. ทำไม ไม่ละเอียดเหมือนที่อ่านใน WEB ?

4. ทำไมถึงกล้า เขียนเรื่องทหารเรือ ทั้งๆ ที่ ตัวเองไม่ใช่ทหารเรือ (โอ้ว! อันนี้ แรง ได้ใจ ค่ะ) ?

5. ตัวละครในเรื่อง มีตัวตน จริงหรือ ?

6. คิดยังไง ถึง ประกาศตัว เขียนแนว Navy Series ?


เอา ละค่ะ คัดมา แต่พอเบาะๆ ที่ เหลือนอกจากนี้ บี จำได้ว่า ถ้าติดตามกัน บน WEB DEK-D คงได้ทราบที่มาที่ไป และความเป็นตัวตนของบี พอสมควร คำถาม ทั้ง 6 ข้อ ขออธิบาย ณ บัดนาว นะคะ


1. เรื่องที่เขียน เป็นเรื่องของตัวเอง รึเปล่า ?

ตอบ : เรื่องที่เขียน มาจากการรวบรวมข้อมูล ความรักน่ารัก ของเพื่อน พ้อง น้อง พี่ หลายๆ คู่ ที่เคยพูดคุยกัน แล้วคัดเอามุม น่ารักๆ บางส่วน ผสมกับ จินตนาการของผู้เขียน มาปรับ มาปรุง มาเพิ่ม มาเติม เพื่อเรียกรอยยิ้ม และ สร้างความสุขให้ผู้อ่าน มีบางส่วนที่เป็นเรื่องของตัวเอง คือ คณะนิเทศศาสตร์ กับ วิชา Photo อันแสนรัก นี่คือเรื่องจริง เรือสู้ไพรินทร์ เรือตรวจการ 14 และฉากทั้งหมด ที่อยู่ในนวนิยาย เป็นเรื่องจริง ยกเว้น รีสอร์ทของคุณแม่พระเอกค่ะ ไปแอบเอาฉาก รีสอร์ทที่เคยไปพัก มาเขียน


2. ข้อมูลที่ได้ไปเอามาจากไหน ?

ตอบ : ข้อมูลที่ได้มาจาก การวิ่งเล่น ในฐานทัพเรือสัตหีบ ตั้งแต่ เล็กๆ คุณปู่เป็นทหารเรือ รุ่นสงครามโลก คุณพ่อและผองเพื่อน ทหารเรือล้วน และ ที่สำคัญ คนข้างกายค่ะ ทหารเรือ ของแท้ ไปทอดแหมาได้ อุ้ย! ไม่ใช่ ข้อมูลที่ได้ ทั้งข้อมูลเชิงลึก และข้อมูลทั่วไป ท่าน...ของ บี นี่ละค่ะ จัดให้ตามคำขอ ดูรูปยืนยันได้ เสน่หานาวีตัวจริง ใน Note ที่บี เคยตอบไว้นะคะ


3. ทำไม ไม่ละเอียดเหมือนที่อ่านใน WEB ?

ตอบ : ในเรื่องของการทำงาน แน่นอนค่ะ นักเขียนทุกคน ย่อมต้องรักผลงานของตัวเอง "เสน่หานาวี" เป็นงานชิ้นแรกของบี เป็นงานที่แสนรัก เพราะกลั่นมาจาก 1 สมอง และ 2 มือ ไม่ได้ COPY หรือ ลอกใครมา ท่านที่ติดตามอ่านใน WEB จะทราบว่า บี บรรยายแต่ละฉากไว้ ละเอียดพอสมควร เรียกได้ว่า อ่านแล้ว เดินในฐานทัพไม่หลงแน่นอน

แต่เราก็ต้องเข้าใจทางสำนักพิมพ์ ด้วยเหมือนกัน สำนักพิมพ์ คือผู้ลงทุน บี ทราบและเข้าใจดีว่า บรรณาธิการ แต่ละแห่ง แทบจะไม่อยาก แตะต้อง ตัด หั่น ผลงานของนักเขียน แน่นอน บี เรียนนิเทศศาสตร์มา แล้วก็มีโอกาสได้พูดคุยกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่เขาทำหนังสือ เข้าใจมากๆค่ะ แต่เนื่องจากต้นฉบับที่บีส่งไป มีจำนวนหน้ามากถึง 275 หน้า ตอนพี่กุ้ง บก. Touch & BeMine โทรมา บอกว่า พี่จะตัดให้แล้วกันนะ คุณบี น้ำเสียงของพี่กุ้ง ฟังดูก็รู้ว่า ไม่ได้อยากจะทำเช่นนั้น แต่ด้วยเรื่องของต้นทุน และที่สำคัญไม่มีใครคาดเดาได้ว่า เมื่องานออกมาแล้ว ผลงานจากนักเขียนรุ่นใหม่ อย่าง บี จะได้รับการต้อนรับ มากน้อยแค่ไหน

ดังนั้น งานที่ออกมา ข้อมูลละเอียดยิบ ของบี จึงเหลือเพียงเบาบาง แต่ก็ำพอได้กลิ่นไอ ของฐานทัพเรือ อยู่บ้าง


4. ทำไมถึงกล้า เขียนเรื่องทหารเรือ ทั้งๆ ที่ ตัวเองไม่ใช่ทหารเรือ (โอ้ว! อันนี้ แรง ได้ใจ ค่ะ) ?

ตอบ : บี เขียน เพราะสัจจาธิษฐาน ที่ให้ไว้กับ กรมหลวงชุมพร ฯ และ ความรัก ความผูกพัน กับ ราชนาวีไทย เป็นส่วนตัว บี รักกองทัพเรือ บี นิยมความเป็น สุภาพบุรุษในชุดขาว ที่สำคัญ บี มั่นใจกับการเข้าถึงแหล่งข้อมูล เรือรบหลวงทุกลำที่เอ่ยถึง ก็ไปเดิน ไปนั่ง ไปเยี่ยมเยือนมาด้วยตัวเอง หน่วยทุกหน่วยที่กล่าวถึงในงานเขียน ก็ไปเยี่ยมไปชม มาแล้วทั้งสิ้น จะทัพเรือภาคไหน ก็ไปมาทั้งนั้น สภาพจริง บรรยากาศจริงล้วนๆ ค่ะ แม้ไม่ใช่ทหารเรือ แต่เกิดและเติบโต จนแต่งงานกับทหารเรือไทย บี ก็มั่นใจว่า ข้อมูลที่เก็บสะสมมาน่าจะทำให้ผู้อ่าน และ สำนักพิมพ์มั่นใจได้ว่า ของจริง ไม่ได้ COPY ใคร


5. ตัวละครในเรื่อง มีตัวตน จริงหรือ ?

ตอบ : ตัวละครในเรื่อง มีตัวตนจริง ค่ะ เพราะเป็นเรื่อง ความรักที่น่ารัก ของพวกเขา แต่ไม่ได้ชื่อตามนั้น บี ไม่ได้นำเรื่อง ของคนแต่ละคู่มาเขียนทั้งหมด เรื่อง เสน่หานาวี มาจากเรื่องราวความรักของคน มากกว่า 10 คู่ ที่รวบรวมไว้ แล้วก็นำมาปรับ ปรุง เติม แต่ง อย่างที่อยากจะให้มันเป็นค่ะ


6. คิดยังไง ถึง ประกาศตัว เขียนแนว Navy Series ?

ตอบ : ไม่ได้คิดอะไรเลย เพราะเมื่อตัดสินใจจะเขียนนิยาย ความคิดแรกที่วิ่งปรู๊ดเข้ามาในสมอง คือ เรื่องทหารเรือล้วนๆ มีหลายท่าน ที่อยากเขียนเรื่องราวของทหารเรือ บี ว่ามันก็ไม่แปลก เพียงแต่อยากให้คุณนำเสนอ ในแง่มุมที่แตกต่าง ราชนาวีไทย ที่สงบเงียบ แต่มีเรื่องราวมากมาย ที่มี เสน่ห์ ชวนให้ค้นหา สำหรับ บี บี รัก และ ผู้พัน จึงเลือกที่จะเขียน เรื่องราวของ ทหารเรือ ในแง่มุมที่ บี คิดว่าบีทำแล้วมีความสุข สร้างรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะเล็กๆ ให้คนอ่าน โดยเฉพาะ คุณพ่อ คุณแม่ สามี และ แม่เทพธิดา ตัวน้อยๆ ของบี แต่ บี คงไม่ได้จำกัดตัวเอง อยู่ที่แนวรัก หวานแหวว แต่ เพราะ Series ที่ทำ ยังไม่จบ ครบล็อต แนวรักหวานแหวว จึงต้องดำเนินต่อไป เพราะ Series เสน่หานาวี จะมี 3 ภาค คือ "เสน่หานาวี" "หะเบสสมอใจ" "หะเรียสมอ รอรัก"


ส่วน "ดวงหทัยนาวี" ที่เพิ่งส่ง ให้พี่ บอ กอ คนสวย พิจารณานั้น เขียนขึ้นจากความประทับใจ น้องๆ นายธง แห่งราชนาวีไทย ที่แอบประทับใจในบุคคลิก ของเขาเลยจับมาปั้นเป็นตัวละคร และ ขณะนี้ กำลัง พยายามหัดเดิน ในก้าวที่สอง กับนวนิยาย อิงประวัติศาสตร์ "ยุทธนาวีหัวใจ" ค่ะ


ยังไม่รู้ว่าก้าวต่อไปจะเป็นอย่างไร แต่ได้คำแนะนำดีๆ จากนักเขียนรุ่นพี่ อย่าง คุณ บัณฑิตางกูร  พี่บุหลันบัณรสี และอีกหลายๆ ท่านช่วยเปิดทางสว่าง ให้กับคนที่กำลังหัดเดินได้มากมายค่ะ

จาก คำตอบและคำอธิบายที่ยาวยืด เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกๆท่าน คงกระจ่างชัดมากขึ้นนะคะ บี ยังคงยืนยันคำเดิมว่า บี ยังจะเขียนนิยาย เกี่ยวกับทหารเรือไทย ต่อไป ตราบเท่าที่ ยังมี ทหารเรือ น่ารักๆ ให้ บี เขียน


ขอบคุณมากมาย สำหรับกำลังใจ และ คำวิจารณ์ ติ ชม ที่ช่วยให้บี มีแรงฮึด ที่จะทำให้ผลงานที่แสนรักปรากฏโฉมเป็นรูปเล่ม และวางจำหน่ายบนแผงหนังสือได้ ขอบคุณสำหรับมิตรภาพอันอบอุ่น ที่ทำให้ บี รู้สึกไม่เคว้งคว้างบนถนนสายนี้ค่ะ


ขอบคุณจากใจค่ะ

นาวีภิรตา




 

Create Date : 05 เมษายน 2555    
Last Update : 5 เมษายน 2555 21:45:52 น.
Counter : 328 Pageviews.  

1  2  
 
 

Navypirata
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"งานเขียนทั้งหมดในบล็อคนี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ. พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ส่วนหนึ่งส่วนใด โดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร"

วรรณกรรมดีเปรียบได้ดั่ง อาหารทิพย์ ปรุงใจ
รสเลอเลิศฤาไฉน รังสรรค์
หนึ่งคนปรุงล้านคมชิม ชื่นชอบ ชังเฮย
นานาจิตตังไซร์ ยากแท้ ตอบตน

โดย นาวีภิรตา


>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

เพียรเรียนรู้ อ่านเขียน เพียรฝึกฝน
เพียรบอกตน ย้ำเตือน ไม่เลือนหาย
เพียรคิดร่างวางโครงเรื่องไว้มากมาย
เพียงมุ่งหมายสร้างสรรค์ ด้วยปัญญา

นำประสบการณ์ที่มี มาปรุงปรับ
หมายขยับจินตนาการ เพื่อสานฝัน
ทำด้วยใจด้วยความรักด้วยผูกพัน
เพื่อสักวันจะก้าวไปให้มั่นคง

หนึ่งสมองและสองมือที่สรรค์สร้าง
บนเส้นทางวรรณกรรมร่วมสมัย
ทุกๆ ตัวอักษร กลั่นจากใจ
เป็นนวนิยายรักใสๆ ให้ชื่นชม

นาม 'นาวีภิรตา' มีสาเหตุ
ด้วยจงเจตน์ บอกตัวตนของคนฝัน
'นาวี' หมาย 'ทหารเรือไทย' ที่ผูกพัน
'ภิรตา' นั้นคือ 'ภริตา' ของนาวี

ด้วยความรักความผูกพันด้วยฝันใฝ่
ด้วยหมายใจ เป็นนักเขียน เพียรศึกษา
จนก่อเกิด 'เสน่หานาวี' ที่ผ่านตา
เพื่อนำพา 'นาวีไทย' ไปสู่ชน

ด้วยมุมมองของความรักสลักจิต
ด้วยความคิด ด้วยความหวัง ด้วยความฝัน
นำเสนอ 'สุภาพบุรุษนาวีไทย' ไปนิรันดร์
ด้วยมุ่งมั่น สรรค์สร้าง อย่างตั้งใจ

ทุกวันนี้ ข่มสมอง กรองความคิด
ตรองด้วยจิต ด้วยปัญญา มหาศาล
เพียงเพราะเรามุ่งหมายสร้างผลงาน
เพื่อสืบสานงานที่รักประจักษ์ชน

กว่าหนึ่งงานผ่านสายตาบนหน้าเว็บ
เพียงเพื่อเก็บประสบการณ์งานสร้างสรรค์
สุดเสียดาย เหนื่อยหน่ายจิต ที่คิดปัน
เมื่องานนั้น ถูกภูตพราย กระหายกิน

วรรณกรรมนำเสนอล้ำเลอค่า
เมื่อกลั่นมาจากสมองของผู้เขียน
ดุจดังทรัพย์สูงค่า ของคนเพียร
มิใช่เขียน ลอยเลื่อน ฟั่นเฟือนไป

รักจะเขียน จงคิด พินิจรอบ
มิใช่กอบ โกยเกลื่อน เลื่อนเปื้อนได้
มีสมองจงใช้คิด พินิจไป
อย่าฝักใฝ่ ปล้นในทรัพย์ อับปัญญา

แม้มิมีใครรู้ ตัวคุณรู้
ว่าสมองมีครู รู้สั่งสม
หรือเก่งแต่ คอยคิดปล้นสดมภ์
หวังคนชมว่าเก่ง ระเบงไป

น่าอับอาย หวังเพียงได้ ด้วยความขลาด
น่าอนาจ จริงหนอ ขอเพียงเขียน
ไร้ศักดิ์ศรี ตัวตน ฉันท์คนเพียร
คอยแวะเวียน ปล้นปลิ้น ให้สิ้นไป

ปัญญาชน โชว์ชั้น เชิงความคิด
เนรมิต วรรณกรรม นำสมัย
บ่งบอกความเป็นตัวตน และจิตใจ
ที่มุ่งหมาย สร้างสรรค์ ชั้นปัญญา

จงละเถิด อย่าเพริศ ด้วยโกงเก็บ
มิได้เหน็บ ให้หนำ จำหรรษา
หวังเพียงเตือนให้คิดพิจารณา
จงทำตัวให้สมค่า 'ปัญญาชน'

โดย นาวีภิรตา
[Add Navypirata's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com