All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
มกราคม 2560
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
28 มกราคม 2560
 
All Blogs
 
*** La La Land *** เป็นตัวเอง - เป็นคนอื่น

*** La La Land ***






La La Land เล่าเรื่องราวของหนุ่มสาว 2 คนใน Los Angeles ที่กำลังตามล่าความฝันของตัวเอง



1. Seb (Ryan Gosling) คือนักเปียโนที่รับจ้างแสดงดนตรีตามร้านอาหารและตามงาน Party ความฝันของเขาคือการเป็นเจ้าของ Jazz Club ที่เล่นเพลง Jazz ในแบบดั้งเดิม


2. Mia (Emma Stone) คือนักศึกษาที่หยุดเรียนมาเป็นพนักงานร้านกาแฟ เพื่อหาโอกาสในการเป็นนักแสดงที่ Hollywood



ทั้งคู่บังเอิญพบเจอกันบ่อยครั้งใน Los Angeles และตกหลุมรักกันในที่สุด

(จากนี้ไปเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ)







หากพิจารณาถึงความฝันและตัวตนของคนทั้งคู่เราจะพบความแตกต่างที่ตรงข้ามกัน



1. Seb เป็นคนที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง เขาไม่อยากที่จะเป็นแบบใครนอกจากตัวเอง แม้ Seb จะพยายามฝืนตัวเองแต่เขาก็ทำได้นานไม่เกินชั่วโมงด้วยซ้ำ

(หนังนำเสนอผ่านฉากที่ Seb เล่นเพลงตาม list ของร้านอาหารที่จ้างเขาได้แค่ไม่กี่เพลง เขาก็หันมาเล่น Jazz ในแบบที่เขาชื่นชอบจนโดนไล่ออกในที่สุด)


ความฝันของ Seb คือการเปิด Jazz Club ที่เล่นเพลงในแบบของตัวเอง




2. Mia อยากเป็นนักแสดง ซึ่งความหมายหนึ่งของนักแสดงก็คือ การสวมบทบาทเป็น “ตัวละคร” ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นตัวละครอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง

(หนังนำเสนอให้ผู้ชมเห็นการ audition และการซ้อมบทละคร ซึ่งเป็นการพยายามสวมบทบาทเป็นคนอื่นของ Mia ในหลายฉาก)


ความฝันของ Mia คือการเป็นนักแสดงที่ต้องสวมบทบาทเป็นตัวละครอื่น






ทั้งอาชีพนักดนตรีและนักแสดง ต่างก็ต้องใช้ “การแสดง” (Performance) เพื่อสื่อสารกับผู้ชมผู้ฟังเหมือนกัน

ดังนั้นทั้ง Seb และ Mia ต่างก็มีความฝันอยากเป็นนักแสดงเหมือนๆกัน แต่ต่างกันตรงที่



Seb มีความฝันที่จะทำการแสดงโดยรับบทเป็นตัวตนของตัวเอง

Mia มีความฝันที่จะทำการแสดงโดยรับบทเป็นตัวตนของผู้อื่น






เมื่อทั้งคู่ได้เจอกันและอยู่ด้วยกันสุดท้ายต่างคนก็ต่างผลักดันซึ่งกันและกันจนบรรลุความฝันในที่สุด

ว่าแต่ทั้งคู่ผลักดันซึ่งกันและกันได้อย่างไร เรามาพิจารณากัน



1. กรณีของ Seb

Seb ที่ไม่ยอมละทิ้งตัวตนของตัวเองต้องเปลี่ยนความคิดเมื่อได้ยิน Mia คุยกับแม่ทางโทรศัพท์ถึงเรื่องราวของตัวเขา

และเพื่อให้แม่ของ Mia ยอมรับ Seb ต้องการที่จะประสบความสำเร็จและต้องการเงินเพื่อมาเปิด Jazz Club ให้ได้



Seb ผู้ยึดมั่นในตัวตน ยอมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองขนานใหญ่ด้วยการรับบทในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวของตัวเองด้วยการไปร่วมวงดนตรี Pop Jazz ที่เขาไม่ชอบเอาเสียเลยในฐานะมือ Keyboard


ดังนั้นไม่ใช่แค่ Seb ที่สอน Mia ให้รู้จัก Jazz แต่ Mia ก็สอน Seb ให้รู้จักการแสดงเป็นคนอื่นด้วยเช่นกัน



Seb แสดงเป็นผู้อื่น เพื่อความฝันในการเป็นตัวของตัวเอง






2. กรณีของ Mia

Mia พยายามไป audition ในบทบาทของตัวละครหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ล้มเหลวจนเธอถอดใจกลับบ้านไปในที่สุด

แต่ด้วยการผลักดัดนของ Seb เธอถูกดึงให้กลับมา audition ในครั้งที่เปลี่ยนชีวิตของเธอตลอดไป



การ audition ครั้งนี้ ทาง Auditor เลือกที่จะให้ Mia เล่าเรื่องราวที่เป็นแรงบันดาลใจของเธอ เพราะในผลงานใหม่ของทางผู้สร้างนั้น ทางผู้สร้างต้องการที่จะผสมผสานตัวตนของนักแสดงในการร่วมสร้างสรรค์บทไปพร้อมๆกัน


Mia จึง audition ด้วยการเล่าเรื่องราวแรงบันดาลใจของตัวเอง และแสดงเป็นตัวเองให้ Auditor ดู จนสุดท้ายเธอก็คว้าบทนี้ไปครอง



Mia แสดงเป็นตัวของตัวเอง เพื่อความฝันในการแสดงเป็นตัวตนอื่น






จากเนื้อเรื่องข้างต้นเราสามารถสรุปได้ว่า การได้มาเจอกันของทั้งคู่เป็นการผลักดันซึ่งกันและกัน โดยทั้งคู่ได้เรียนรู้ในสิ่งที่ตรงข้ามกับตัวเองผ่านความฝันของอีกคนหนึ่ง



Seb เลือกที่จะแสดงเป็นผู้อื่นเหมือนความฝันของ Mia

Mia เลือกที่จะเป็นตัวของตัวเองเหมือนความฝันของ Seb



ส่วนสาเหตุทั้งหมดทั้งปวงที่ทำให้พวกเขาต่างก็ผลักดันซึ่งกันและกันได้นั้น คงต้องยกความดีความชอบไปให้กับ “ความรัก” ที่ทั้งคู่มีให้กัน และ "ความรัก" ที่มีต่อความฝันของทั้งคู่







จุดแข็งของ La La Land คือการแสดงที่มีเสน่ห์และความเข้าขากันของ 2 นักแสดงนำ

รวมถึงจังหวะการใส่ฉากร้องเพลงเข้ามาในเรื่องอย่างไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียดและไม่รู้สึกว่าฉากแฟนตาซีเหล่านี้มันโดดไปจากเรื่องราวในโลกความเป็นจริง



ส่วนตัวคิดว่าถ้าลองตัดฉากร้องเต้นของ 2 ตัวเอกออกไป เราจะพบว่าหนังก็ยังคงน่าติดตามและเป็นความสนุกอยู่ได้ด้วยตัวของมันเองได้อยู่ดี

ดังนั้นความเป็นหนังเพลงของมันไม่ได้เป็นจุดสำคัญที่ทำให้หนังเป็นความยอดเยี่ยม หากแต่เป็นการที่ตัวละครสามารถเข้ามาอยู่ในใจของผู้ชมได้มากกว่า



อีกอย่างที่ต้องชมคือ ผู้กำกับ/เขียนบท Damien Chazelle ที่ยังคงหยิบประเด็นของดนตรี Jazz มาเล่าได้อย่างน่าสนใจ ไหลลื่น และน่าติดตาม







อย่างที่ Seb อธิบายให้ Mia ฟังช่วงกลางเรื่องว่า “นักดนตรี Jazz แต่ละคนต่างก็พยายามจะเล่นในรูปแบบของตนเอง ต่างคนต่างก็พยายามขโมยเพลงมาเป็นของตนเอง แต่ขณะเดียวกันทุกคนก็พยายามประคับประคองเพลงให้ออกมาดีเยี่ยมและเล่นได้จนจบเพลงเหมือนๆกัน”


ซึ่งนี่ไม่ต่างกับชีวิตของ Mia และ Seb ที่ต่างก็ไล่ตามความฝันของตัวเอง พร้อมกับประคับประคองความรักให้เดินต่อไป



ตอนจบของหนังคือการเปรียบเทียบที่น่าสนใจ

เหมือนกับการที่นักดนตรีเล่นเพลงจนจบสมบูรณ์ ต่างคนต่างก็ต้องแยกย้ายและอาจไม่ได้เล่นด้วยกันอีกแล้ว

แต่เมื่อได้เล่นเพลงนั้นใหม่อีกครั้ง แม้จะเล่นเพียงคนเดียว ภาพความรักและความฝันเก่าๆที่เคยหวัง ในวันที่เคยเล่นเพลงนั้นด้วยกันก็หวนคืนมา แม้ว่ามันไม่อาจจะเป็นจริงก็ตาม



...ความรักของ Seb และ Mia ก็เช่นกัน





8 / 10 ครับ




Create Date : 28 มกราคม 2560
Last Update : 29 มกราคม 2560 1:10:56 น. 4 comments
Counter : 792 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร, คุณpantawan


 
navagan Movie Blog ดู Blog
จ่ายค่าเข้ามาอ่านจ้า



โดย: หอมกร วันที่: 29 มกราคม 2560 เวลา:7:43:03 น.  

 
เป็นรีวิวที่ดีมากจริงๆ


โดย: หอมกร วันที่: 30 มกราคม 2560 เวลา:10:55:58 น.  

 
ชอบเรื่องนี้เหมือนกันครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 31 มกราคม 2560 เวลา:11:46:34 น.  

 
กระทู้ที่ตั้งใน Pantip

https://pantip.com/topic/36057739


โดย: navagan วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:23:33:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

navagan
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 58 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.