All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2560
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
20 มีนาคม 2560
 
All Blogs
 
*** Beauty and the Beast *** ด่วนสรุป

*** Beauty and the Beast ***







ออกตัวไว้ก่อนว่าไม่เคยดู Beauty and the Beast เวอร์ชั่น 1991 ดังนั้นนี่เป็นครั้งแรกและจะขอพูดถึงเวอร์ชั่น 2017 เท่านั้นครับ



Beauty and the Beast ว่าด้วยเรื่องราวของเจ้าชาย (Dan Stevens) ที่ถูกสาปเพราะปฏิเสธที่จะช่วยเหลือหญิงชราที่เข้ามาขอหลบฝนในวัง เพียงเพราะหญิงชรามีหน้าตาอัปลักษณ์

แต่แท้จริงแล้วหญิงชราผู้นี้คือนางฟ้าที่เข้ามาลองใจเจ้าชาย นางฟ้าจึงสาปให้เจ้าชายกลายเป็นอสูร (The Beast) ส่วนบริวารทั้งหลายก็เปลี่ยนไปเป็นสิ่งของเครื่องใช้



โดยนางฟ้าตั้งเงื่อนไขว่า หากวันใดมีหญิงสาวที่มองข้ามความอัปลักษณ์แล้วรัก The Beast อย่างแท้จริง The Beast และบริวารก็จะกลับเป็นคนอีกครั้ง

แต่นั่นต้องก่อนที่กลีบกุหลาบกลีบสุดท้ายจะร่วงโรย



หลายปีหลังจากนั้น Belle (Emma Watson) สาวน้อยในหมู่บ้านใกล้เคียง ได้เสนอตัวเองแลกเปลี่ยนกับ Maurice (Kevin Kline) พ่อของเธอที่ถูก The Beast ขังไว้เนื่องจาก พ่อของเธอพยายามที่จะขโมยกุหลาบในสวนของ The Beast ไปให้ Belle



(จากนี้ไปเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ)







ประเด็นหลักของหนังนั้นเรียบง่ายในแบบฉบับนิทานที่เด็กเล็กก็สามารถเข้าใจได้ไม่ยาก ซึ่งมันว่าด้วย



การมองข้ามรูปลักษณ์ภายนอก แล้วพิจารณาที่จิตใจภายใน



แต่นี่เป็นสิ่งที่ตัวละครทั้งสองเป็นอยู่แล้วเพราะเราจะพบว่า รูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้มีผลต่อจิตใจภายในของเขาและเธอ

(สำหรับ The Beast ตอนที่เป็นเจ้าชายอาจจะตัดสินด้วยรูปลักษณ์ภายนอก แต่ตอนเป็น The Beast ไม่ใช่แล้ว)



- The Beast ไม่ได้ประทับใจหรือชอบพอความสวยงามภายนอกของ Belle ตั้งแต่แรกเห็น

- Belle ไม่ได้ชอบรูปลักษณ์อันหล่อเหล่าของ Gaston (Luke Evans) และ ไม่ได้มีทีท่ารังเกียจ The Beast แต่ทีแรก



ดังนั้นในเวลาที่พบกัน ทั้งคู่ไม่ใช่คนที่ตัดสินคนอื่นที่รูปลักษณ์ภายนอกอยู่แล้ว



แต่ความจริงแล้วสิ่งที่บังตาและปิดกั้นทั้งคู่คือ “อคติ” จากการด่วนตัดสินอีกฝ่ายโดยไม่พิจารณาให้ถ่องแท้ บางทีประเด็นหลักของหนังคือ



อย่าด่วนสรุปตัดสินผู้อื่น หากยังไม่รู้จักผู้นั้นดีพอ




การด่วนตัดสินผู้อื่นถูกนำเสนออย่างมีใจความสำคัญถึง 2 ครั้ง เพื่อแสดงให้เห็นผลลัพธ์ที่เลวร้าย

ครั้งที่ 1 เจ้าชายด่วนตัดสินนางฟ้าจนโดนสาป
ครั้งที่ 2 ชาวบ้านด่วนสรุปว่า The Beast ชั่วร้าย แล้วบุกเข้าไปที่วัง







โดยทั่วไปหากเรารู้จักใครแบบผิวเผิน เราจะประเมินความเป็นมนุษย์ของคนเหล่านั้นต่ำไป เหมือนในช่วงแรกของหนัง



- The Beast คิดว่า Belle คงมีนิสัยขี้ขโมยไม่ต่างจากพ่อของเธอ

- Belle คิดว่าอสูรเป็นพวกโหดร้ายไร้เมตตา



แต่เมื่อได้ลองเปิดใจทำความรู้จักกัน เราจะเห็นความเป็นคน (ที่มีทั้งข้อดีข้อเสีย) มากขึ้น เราจะมองพวกเขาเป็นคนได้มากขึ้น นั่นเพราะเราเห็นแง่มุมที่ว่าคนพวกนั้นเป็นมนุษย์ที่ไม่ต่างกับตัวเราเอง

เหมือนเหตุการณ์ตอนที่ The Beast ช่วย Belle จากหมาป่า และ Belle ไม่ทิ้ง The Beast ให้นอนหนาวตาย



- Belle รู้ว่าแท้จริงแล้ว The Beast ก็มีด้านดีไม่ต่างจากมนุษย์

- The Beast รู้ว่าแท้จริงแล้ว Belle ก็เป็นคนดีมากกว่าที่คิด



ในตอนนี้ถึงไม่ต้องกลายร่างกลับมาเป็นมนุษย์

The Beast ก็คือมนุษย์ในสายตาของ Belle แล้ว






เราอาจเห็นอกเห็นใจผู้อื่น สงสารผู้อื่น แต่นี่ยังไม่ใช่ความรัก



เมื่อ Belle และ The Beast เปิดใจเรียนรู้กันและกัน พวกเขาต่างก็พบความเหมือนของกันและกัน


- The Beast และ Belle สูญเสียแม่ตั้งแต่เด็ก

- The Beast และ Belle ชอบอ่านหนังสือ (แม้จะคนละแนว แต่ก็ยังว่าด้วยเรื่องความรักเหมือนกัน)

- The Beast และ Belle ต่างก็เป็นคนนอกของสังคม



ความเหมือนกันในหลายๆอย่างของทั้งคู่ ทำให้พวกเขาเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น

ดังนั้นเมื่อพวกเขามองตากัน The Beast เห็นตัวเองใน Belle ส่วน Belle ก็เห็นตัวเองใน The Beast



ความเหมือนกันอาจไม่ได้ทำให้เกิดความรัก แต่ความเข้าใจความเห็นใจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความรัก







ถึงแม้หลายอย่างจะเหมือนกัน พวกเขาก็อยากเหมือนกันให้มากขึ้น นี่เป็นการแสดงให้เห็นว่าความรักเริ่มเกิดขึ้น


เราจะเห็น Belle ทำท่ากินเลียนแบบ The Beast เพื่อแสดงว่ายอมรับในตัวเขาและอยากเป็นพวกเดียวกันกับเขา ซึ่งนี่เป็นพฤติกรรมการแสดงออกเหมือนการใช้ของที่เหมือนกันหรือการใช้ของคู่กันของคนที่เป็นคู่รัก

แต่สิ่งที่ยืนยันของความรักได้ดีที่สุดก็คือ



การที่เราสามารถเสียสละเพื่อคนที่เรารักได้



เหมือนอย่างที่

- Belle เสียสละตัวเองติดคุกแทนพ่อ

- The Beast ยอมปล่อย Belle ไปช่วยพ่อ แม้นี่จะเป็นโอกาสสุดท้ายในการกลับมาเป็นมนุษย์ของตน

- Belle เสี่ยงชีวิตกลับมาช่วย The Beast



สุดท้ายไม่ว่าจะสมหวังหรือไม่ ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ความรักก็ได้เกิดขึ้นแล้ว



ไม่แน่ว่าช่วงสุดท้ายของหนังที่เป็นการจบแบบมีความสุขนั้น อาจเป็นเพียงแค่จินตนาการของ Belle แต่อย่างน้อย The Beast ก็หลุดพ้นแล้วเมื่อเขาได้รู้จักความรักที่แท้จริง







ด้วยรูปแบบการเล่าเรื่องและการแสดง ทำให้ Beauty and the Beast เวอร์ชั่นนี้ให้ความรู้สึกเหมือนดู Animation ที่แสดงโดยคน ซึ่งก็น่าจะเป็นไปตามที่ทางผู้สร้างได้ประกาศเอาไว้



การตัดเข้าฉากร้องเพลงอาจดูกระโดดไปบ้าง แต่ฉากเพลงทั้งหลายก็เป็นความบันเทิงมากพอที่จะทำลืมข้อด้อยนี้ไปได้



บรรดาตัวละครสมทบต่างก็มีช่วงเวลาน่าจดจำเป็นของตัวเอง นั่นทำให้อารมณ์ร่วมของผู้ชมที่มีกับตัวละครบริวารที่กลายเป็นข้าวของเครื่องใช้ มีมากพอกับ 2 ตัวละครหลักเลยทีเดียว (หรืออาจมากกว่าด้วยซ้ำ)







เช่นเดียวกับประเด็นหลักของเรื่อง


เราไม่อาจตัดสินหนังเรื่องนี้ได้แค่รูปลักษณ์ภายนอกของมัน

และหากอยากทำความเข้าใจมัน เราก็ไม่ควรด่วนสรุปเพื่อตัดสินมัน






7 / 10






Create Date : 20 มีนาคม 2560
Last Update : 20 มีนาคม 2560 23:49:29 น. 0 comments
Counter : 349 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

navagan
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 58 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.