ความในใจ..
 

ป๋า

ปกติเรากับป๋าคุยกันไม่ได้นานนัก..

ยิ่งโทรศัพท์.. ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ ต่างคนต่างเกร็ง ต่างคนต่างกลัว
มาอยู่ไกลบ้านอย่างนี้ เวลาโทรกลับบ้าน
ถ้ามะรับ..ก็จะคุยกันเม้าธ์แตกกระจาย
ถ้าป๋ารับ ก็จะเกร็งขึ้นมาอีก..

ที่เกร็งนี่ไม่ใช่ว่าไม่อยากคุยกับป๋า
แต่เพราะไม่รู้จะคุยอะไร แต่ว่าอยากจะคุยด้วย ไม่ให้มันฝืดเฝือ
แล้วก็รักนะ.. ไม่ใช่ไม่รัก.. ก็พ่อทั้งคน

ป๋าเองก็เหมือนกัน เราก็รับความรู้สึกได้ว่าป๋าเองก็เกร็ง
ก็แบบ.. อยากคุยกับลูกอ่ะ.. แต่ไม่รู้จะพูดอะไร
พอรับก็.. อ้อ..ลูกเหรอ.. เราก็จะถามว่ามะล่ะ..ถ้ามะอยู่ ป๋าก็จะรีบไปเรียกมะมา แล้วตัวเองก็หลบฉากไปเงียบๆ รอมะเล่าเรื่องให้ฟังทีหลัง

ถ้ามะไม่อยู่ ก็จะได้พูดคำสองคำ.. ประมาณว่า..ลองโทรเข้ามือถือสิ
หรือไม่ก็.. มีอะไรหรือเปล่าส่วนเราก็..โอเค.. ไม่เป็นไร..
เงียบไปหนึ่งวินาที

โอเค.. แค่นี้นะคะ.. ไว้โทรมาใหม่..


ประจำ





เมื่อวาน.. เพิ่งกลับจากไปเที่ยวยุโรปมาสิบห้าวัน
โทรกลับบ้าน รายงานตัว ว่าถึงที่พักเรียบร้อยดี
ปรากฏว่า .. ป๋ารับ
ถามว่า.. มะล่ะป๋าบอก..มะไม่อยู่ ขับรถไปรับหลิวเรา.. เหรอ. อืม.. (คิดๆๆ) ไม่มีอะไรจะโทรบอกว่าถึงแล้ว เรียบร้อยดี
เงียบไปหนึ่งวินาที.. กำลังเตรียมใจ (เกร็ง) ว่าได้เวลาวาง

ป๋าสวนขึ้นมาในเสี้ยวเวลาก่อนครบหนึ่งวินาที... สนุกไหมโป๊ะ.. หายใจสะดุด.. รีบสวนกลับไปว่า..สนุกค่ะ.. แต่เหนื่อยมากๆ..

แอบตกใจ.. (ว่าป๋าคุยกับเราได้ด้วย..) ชวนคุยนิดหน่อย ว่าป๋าเป็นไง.. เลี้ยงเด็ก (หลานๆ) ยุ่งไหม..

แล้วก็นิ่งไปอีกทั้งคู่

แหะๆ คราวนี้ได้เวลาวางจริงๆ




แต่ก็ยังตื่นเต้น.. ว่าป๋าถามว่าสนุกไหม...ฮ่าฮ่าฮ่า..




 

Create Date : 22 เมษายน 2551    
Last Update : 22 เมษายน 2551 14:50:41 น.
Counter : 66 Pageviews.  

ขี้เรื้อน

จำได้คร่าวๆ... แต่ว่าจำได้ขึ้นใจ

เพราะเป็นธรรมะที่โดนใจเราที่สุด

ประมาณว่า.. พระพุทธองค์ทรงชี้ให้เหล่าพระสาวกดูหมาขี้เรื้อนตัวหนึ่ง

แล้วสอนประมาณว่า

พวกเธอเห็นหมาตัวนั้นไหม มันต้องคอยเปลี่ยนที่นอนบ่อยๆ

เพราะนอนพื้นก็ไม่สบาย

ย้ายไปนอนในพงหญ้าก็ไม่สบาย

ย้ายไปนอนที่ไหนๆ ก็ไม่สบาย

มันก็ย้ายที่อยู่เรื่อยไป..

แต่จริงๆ แล้วเพราะมันเป็นขี้เรื้อน.. ดังนั้นมันจะไปอยู่ตรงไหนมันก็นอนไม่สบายหรอก

ตราบเมื่อมันหายจากขี้เรื้อนแล้ว.. อยู่ตรงไหนก็สบาย

ไม่ต้องเกา หรือ ย่างตัวเพื่อให้บรรเทา

การเกา หรือ การย่างตัว.. ก็ไม่สำคัญอีก.. เพราะโรครักษาหายแล้ว

ซึ่งก็เปรียบเทียบได้กับคนเรา.. มีทุกข์แทนที่จะหาทางดับทุกข์ จะได้หายจากโรค
กลับคอยไปแสวงหาอะไรมาเติม ย้ายที่ ขวนขวาย ดิ้นรนไปตามแต่กิเลสจะพาไป

มันก็ไม่มีทางหายจากทุกข์

ดับทุกข์ได้.. รักษาโรคได้.. อยู่ไหนมันก็สบาย



แล้วจะทำไงถึงจะหายจากโรคนี้ล่ะ..

ตอนนี้เราได้แต่คอยเตือนตัวเอง.. พอใจเริ่มไปพัวพัน เริ่มเรียกร้อง เริ่มต้องการ

คอยเตือนตัวเอง.. ว่า "ขี้เรื้อนแล้ว ขี้เรื้อนแล้ว"

เราก็สามารถระงับอารมณ์ได้แทบจะทันที..


ชะงัดนักเชียว..


คอยรู้ คอยตามดู.. คอยประคองใจ..

หวังว่าจะหายจากโรคได้ซักวัน...




 

Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2551 16:23:24 น.
Counter : 84 Pageviews.  

ในฝัน

เมื่อวานฝันว่า..
จะรื้อบ้านหลังบ้านออกเพื่อสร้างใหม่
หลังบ้านเราสร้างจากไม้ เป็นชานยื่นไปในสระบัว
ตอนเด็กๆ เราชอบไปนอนดูแสงสะท้อนจากสระบัวกระทบบนเพดาน
จะเห็นแสงวิ่งเป็นริ้วๆ ตามระลอกคลื่นกระเพื่อมที่เกิดขึ้นในสระบัว
ดูแล้วก็เพลิน.. เพลินแล้วก็เคลิ้ม.. เคลิ้มแล้วก็จะผล็อยหลับไปอย่างเป็นสุข

หลังบ้านเป็นที่ตั้งโต๊ะใหญ่เขียนแบบของป๋า
เป็นโต๊ะปูกระจก.. ที่มีไฟอยู่ด้านล่าง พื้นผิวโต๊ะจะเอียงเพื่อให้ได้องศาในการเขียนแบบ.. จะได้ไม่ต้องก้มมาก..

ด้านใต้โต๊ะจะเป็นที่สิงสถิตย์ของเรา.. เรามักจะสมมติให้ตรงนั้นเป็นบ้าน..
แล้วจะคุ้ยของเล่นใน"ถังยักษ์" ที่อยู่ข้างๆ โต๊ะเขียนแบบออกมาเล่น..
เล่นเป็นบ้านตุ๊กตา
เล่นเป็นยานอวกาศ
เล่นเป็นครัว
ฯลฯ

เป็นโลกส่วนตัวเลยทีเดียว..

หลังบ้านจะมีห้องนอนอยู่ห้องนึง..
ในห้องนั้นมักจะเจอไข่จิ้งจกอยู่บ่อยๆ
ซึ่งเราชอบเอามาปาเล่น ให้มันเสียงดังแป๊ะๆ
แต่ตอนหลังปาแล้วเจอจิ้งจกอ่อนๆ ที่เกือบจะได้ออกจากไข่มาแล้ว
แต่โดนเราเอาไปปา ตายเสียก่อนได้เกิด..
ก็เลยเลิกปาไปนับจากบัดนั้น..

ที่นั่นคือความสุข
ที่นั่นคือความทรงจำ..

ในฝันเราค่อยๆ ลูบไม้กระดานทีละแผ่นอย่างเศร้าสร้อย
แล้วบอกว่า.. เราไม่อยากให้ทุบบ้านเลย
มันมีความทรงจำมากเหลือเกิน..

ตกใจตื่นขึ้นมา..
ก็ยังเศร้าต่อ..
เศร้าเมื่อคิดว่า.. ความทรงจำที่สวยงาม.. และความสุข
ไม่มีวันหวลกลับคืนมา
เสมือนสายน้ำ.. ที่ไม่มีวันไหลย้อนคือ..

แต่ว่า..


หลังบ้านน่ะ.. มันทุบไปตั้งเกือบสิบปีที่แล้วนี่หว่า..
ไอ้ตอนทุบก็ไม่ได้เศร้าอะไรซักเท่าไหร่เลย..




เคยรู้สึกไหมว่า..
อารมณ์ในฝันคือความจริงหรือเปล่า..
เวลาโกรธ.. ในฝันจะโกรธรุนแรงมาก
เวลาเศร้า.. ในฝันจะเศร้ารุนแรงมาก
เวลารัก.. ในฝันก็จะรักรุนแรงมาก..

นั่นคืออารมณ์ดิบๆ ที่เกิดขึ้นจริงหรือว่าอะไร..

หรือเพราะว่าเมื่อตื่น.. เรามีความรู้ตัวพร้อมมูล.. และมีเหตุผลประกอบ
ทำให้กลบอารมณ์ต่างๆ ไม่ให้มันผุดขึ้นอย่างรุนแรง

บางทีมานั่งนึกย้อนไปในความฝัน..
เสมือนกับทำอะไรอย่างไร้เหตุผลได้สุดๆ..
เวลาอยู่ในฝันก็ไม่ค่อยคำนึงถึงเหตุผลอะไรเสียด้วย..

ตอนไหนกัน.. ที่เป็นตัวจริง.. ของเรา..
หรือตอนนี้.. เราก็ยังไม่ตื่นกันเนี่ย..




 

Create Date : 30 มกราคม 2551    
Last Update : 30 มกราคม 2551 13:32:15 น.
Counter : 78 Pageviews.  

ใช้ชีวิตรอวัน Expire

ช่วงชีวิตหลังๆ มานี่..

มีความรู้สึกอยากให้หมดวันเร็วๆ จะได้เข้านอนพักผ่อน
รู้สึกเหมือนว่า.. ช่วงชีวิตที่มีความสุขมีอยู่ช่วงเดียวคือ..
ตอนนอน..

เมื่อวันก่อน นั่งทำงานเบื่อๆ อยู่
ทำงานไปมองเวลาไป
เมื่อไหร่จะได้เวลาเลิกงานเสียที
จะได้รีบๆ กลับบ้านอาบน้ำนอน..

แล้วก็รู้สึกสะดุ้งตกใจ..
ตายแล้ว.. นี่เรากลับมาเป็นแบบนี้อีกแล้ว
ยังจำได้ตอนเราเด็กๆ.. สมัยเรียนประถมฯ ถึงมัธยมฯ
มักจะใช้เวลาว่างในการ"นอน"
เพราะมีความรู้สึกว่า.. แหม.. เวลาผ่านไปเร็วดี..
วันเวลามันน่าเบื่อ.. พอนอนแล้วมันหมดวันเร็วๆ
จะได้รีบๆ โตเป็นผู้ใหญ่
แล้วถึงได้มาตระหนักตอนโต (ซึ่งตอนนี้ก็ควรจะนับว่าได้เป็นผู้ใหญ่สมใจแล้ว)
ว่า.. เราใช้ชีวิตผ่านวันเวลามาอย่างไร้ค่าเหลือเกิน
เราไม่ได้สร้างสมประสบการณ์ หรือทักษะอะไรกับวันเวลาที่ผ่านไปเลย
เรียกว่า.. โตแต่ตัว.. แก่แต่วัย (และหน้า)
แต่ถ้าถามว่า.. แล้วได้ใช้ชีวิต.. ทำอะไรอย่างที่ควรจะทำ และน่าจะทำไหม

ไม่มี

ตอนเด็กๆ อยากเอาแต่นอน.. เพราะจะรีบๆ โต (รีบโตทำไม)
พอตอนนี้ ยังอยากจะเอาแต่นอนอีก.. เพราะอยากจะรีบๆ ให้หมดวัน (รีบทำไม)
พอรู้ตัวอีกที
ก็คงแก่ไปแล้ว.. ที่จะทำนั่น..
หมดพลังไปแล้ว.. ที่จะทำนี่..

สรุปว่าเราไม่เคยได้ใช้ชีวิตจริงๆ อยู่ในขณะนี้
ทำเวลาในขณะนี้ให้ดีที่สุดเลย..
ได้แต่ฝันไป.. อยากให้เวลาผ่านๆ ไป..

อยากรีบตายเหรอ?..

ถ้าได้ตายสมใจแล้ว.. คราวนี้จะทำอะไรล่ะ..


รอเวลาให้ชีวิตหมดอายุ.. โดยไม่เคยได้"ใช้ชีวิต" เลยจริงๆ..


วันคืนล่วงไป ไหลไป.. ขณะนี้เรากำลังทำอะไรอยู่?




 

Create Date : 29 มกราคม 2551    
Last Update : 29 มกราคม 2551 13:05:21 น.
Counter : 84 Pageviews.  

กลัว.. อะไร

เปิดบล็อกตัวเองไว้นานเป็นชาติ

แล้วลืมสนิท

ก็แปลกดี.. ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่ได้เข้าพันทิปไปตอบอะไรใครที่ไหน แทบจะไม่ได้โชว์ตัวเลย
แต่ก็ยังสถิติผู้เปิดเข้ามาชม (แต่ก็คงไม่เจออะไร เจอแต่หน้าว่างๆ)

วันก่อนนึกๆ อยากหาที่เขียนระบายความคิดต่างๆ ที่ผุดขึ้น อยากได้ที่ๆ เป็นส่วนตัวหน่อย ที่ๆ ไม่ค่อยมีคนรู้จัก

และที่สำคัญ ต้องเป็นที่ๆ โหลดได้ง่ายๆ .. แบบว่าพอมีความคิดปรากฏปุ๊บ ก็คลิกเข้ามาเขียนได้เลย..

แล้วก็นึกขึ้นได้ว่า.. เออ.. เรามีบล็อกแกงค์นี่หว่า..





ช่วงนี้เกิดความรู้สึกกลัวขึ้นมาแบบแปลกๆ

กลัวแก่.. กลัวตาย..

คาดว่าใครๆ ก็คงมีความรู้สึกนี้ผุดขึ้นมาบ้าง.. (ถ้าไม่มี.. แสดงว่าอาจจะยังเป็นเด็ก หรือวัยรุ่น ที่สัญญาณอันตรายยังไม่มาเยี่ยมเยือน)

ที่รู้สึกว่าแปลกคือ.. เราเองก็เป็นคนที่ปฏิบัติธรรมมาตลอดตั้งแต่เด็ก.. (แต่ยอมรับว่าลุ่มๆ ดอนๆ เต็มที ไม่ได้ทำเต็มที่ให้มันได้เกิดผลอะไรมาก)

อ่านหนังสือธรรมะมา.. เยอะมากๆ..

รู้ว่า.. เกิดมันก็ธรรมดา.. แก่ เจ็บ หรือตาย มันก็เรียกว่าเป็นเรื่องธรรมดา

ถ้าไม่อยากให้มันเกิดขึ้น.. นั่นสิ.. เขาจะเรียกภาษาพระว่าเป็นมิจฉาทิฏฐิ

ช่วงหลังๆ ในขณะที่พยายามประคองสติให้รู้ตัว รู้ใจ

มันทำให้เห็นชัดเจนว่า.. ไอ้ที่เห็นว่าเป็นร่างกายของเราดีๆ อย่างนี้
จริงๆ มันไม่อยู่ดีๆ อย่างนี้หรอก. ไม่ได้ยืนยงโสภาสถาพร
ทุกๆ วินาที.. มีเซลล์ตายไปเป็นพัน หมื่น แสน ล้านเซลล์ (ไม่แน่ใจว่าเท่าไหร่ แค่รู้ว่าเยอะ)
แต่ที่สำคัญคือ.. อายุเยอะขึ้น.. ไอ้ที่มันตายไป มันจะมากกว่าที่มันจะสร้างใหม่เกิดเสริ้มขึ้นมา

มองผิวหนัง ก็เริ่มส่อเค้า.. ว่ามันเริ่มจะเหี่ยวย่น มีกระ

เวลาเดินไปตามถนน เห็นคนแก่ๆ หลังงองุ้ม หลังค่อม ใบหน้าเหี่ยวย่น.. ก็รู้สึกว่าตัวเองก็จะต้องมีวันนั้นเช่นกัน..

ไปเยี่ยมยายที่โรงพยาบาล.. เห็นชัดๆ ถึงร่างกายที่เสื่อมโทรม ใกล้หมดสภาพ

มีเครื่องไม้ เครื่องมือ อุปกรณ์ทันสมัยของทางโรงพยาบาลช่วยยืดชีวิตไว้แค่นั้น

เหมือนไม้เก่า.. ที่ใกล้หมดสภาพ.. รอวันแห้งเหี่ยว ผุพัง และสลายไปตามกาลเวลา

กลัว..

ยอมรับกับตัวเองว่ากลัว..

ภาพของยายสมัยที่ยังสาวกว่านี้ผุดเข้ามาให้เห็น
ยายที่ต้องแต่งตัวสวยเสมอ.. เนี้ยบตั้งแต่ศีรษะ จรด ปลายเท้า เวลาต้องออกนอกบ้าน
ยังนึกถึงภาพผมที่ฉีดสเปรย์อยู่ทรงทุกเส้น หน้าตาที่แต่งเติมสวยงาม.. ชุดเข้ารูปสั่งตัดตามขนาดรูปร่างทุกชุด

ยายไม่เคยพลาดเรื่องการแต่งตัวเลย.. สวยเสมอจนแม้เมื่อต้องไปรับการดูแลในโรงพยาบาล

ยายดูแลตัวเองดีตั้งแต่สาว.. ทำให้แม้ปัจจุบันนอนแบ่บให้ออกซิเจนช่วนอยู่ตอนนี้ในวัยเก้าสิบกว่า.. แต่หมอก็ยังย้ำว่า.. อวัยวะภายในของยายยังดีทั้งหมด.. และอายุน้อยกว่าอายุจริงด้วย

ตอนยายไปตรวจกระดูก ตอนอายุเจ็ดสิบ.. อายุกระดูกยังสาวกว่านั้น.. แค่สี่สิบเองมั้ง..

นั่นแหละ.. เราได้แต่ยื้อมันได้.. แต่ไม่สามารถจะหยุดมันได้..

รู้ว่ามันธรรมดา.. แต่มองยายในวันนี้แล้วก็ยังกลัวอยู่ดี..

เห็นภาพตัวเองในอนาคต (ที่คงเลวร้ายกว่านั้น) เป็นภาพยายนอนแบ่บบนเตียงในโรงพยาบาลตรงหน้า..

แล้วก็กลัวตาย..



ไม่รู้จะปรึกษากับใครดี..
ใครๆ ก็รู้ว่าเราอ่านหนังสือธรรมะมาเยอะ.. ปฏิบัติธรรมมาก็มาก..
สมองรู้.. แต่ใจมันก็ยังไม่อยากยอมรับ..


ถามแม่.. ว่าแม่กลัวไหม..

แม่เอง.. ก็เป็นผู้หญิงอีกคนที่เป็นลูกยายโดยแท้..
สวยไม่สร่าง.. แม้ตอนนี้จะเกษียณอายุแล้ว..
(แม้กระนั้น ก็ยังรักสวยรักงาม.. และดูแลตัวเองสู้ยายไม่ได้.. มันคงลดดีกรีลงจากรุ่นสู่รุ่น)

อยากคิดว่าแม่คงกลัว... เพราะแม่เองก็ใช้วิธีต่างๆ เพื่อยื้อสุขภาพและความงามให้อยู่กับตัวเองนานที่สุด..

แต่คำตอบที่แม่ตอบคือ

"กลัวทำไม.. มันเรื่องธรรมดา.. ถ้าถึงที่สุดแล้วยื้อไม่ได้ ก็ต้องยอมรับมัน"

ก็จริงนะ..

แต่ก่อนแม่ทำงานในโรงพยาบาล.. เห็นคนไข้ ทั้งแก่ เจ็บ ตาย หมุนเวียนกันไป..

มันก็เป็นธรรมดาจริงๆ..


แต่ก็กลัว..
ถามว่าจะกลัวทำไม..ก็เรื่องธรรมดา (เหมือนย้ำคิดย้ำทำ.. )

ก็กลัว.. ก็รู้ว่ากลัวแล้วกันนิ




 

Create Date : 25 มกราคม 2551    
Last Update : 25 มกราคม 2551 11:33:25 น.
Counter : 90 Pageviews.  

 
 

honeytina
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add honeytina's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com