Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2559
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
12 ธันวาคม 2559
 
All Blogs
 
อุษาโคมคำ ตอนที่ 16







เขียนได้สองหน้า รื้อทิ้งสามหน้า แก้วนไปค่ะ ได้แปะสักฉากก็ยังดี ดีต่อใจ >_<

..........

(16)


ศรีสูรยะควบม้ากลับมายังพระนครในคืนนั้น ความดื้อดึงของอินถาทำให้เขานึกเป็นกังวลห่วงใยในความปลอดภัยจนต้องลอบออกไปดู เคราะห์หามยามร้ายพบนางกำลังต่อสู้กับเสือโคร่งอาคมจึงยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ แม้นแม่ทัพหนุ่มจะมีความแกร่งกล้าในพระเวทย์และเชิงดาบเชิงมวยพอตัว แต่ก็ทราบดีว่าผู้ที่ส่งมันมานั้นมีฝีมือเหนือกว่าอย่างมิอาจประมาณ ครั้งนี้เพียงแค่โชคดีเท่านั้น อินถาต่อให้มีวิชาติดกายด้วยเป็นถึงบุตรีพาหิรพราหมณ์ มหาเสนาบดีแห่งโพธิสารหลวง กระนั้นก็ยังไม่ใช่คู่ต่อกรของอีกฝ่ายเช่นกัน หากถูกโจมตีด้วยอาคมซ้ำมาอีกครั้งคงยากหนีพ้น

ร่างสูงจูงอาชาตัวพ่วงพีกลับเข้าไปเก็บในคอก ป้อนฟางและเทน้ำให้มันก่อนกลับออกมา ยามดึกสงัดมีเพียงดวงดาวกระจ่างพร่างอยู่บนผืนฟ้ามืดมิด ไม่น่าเชื่อว่าเมื่อหลายชั่วโมงก่อนในอีกฟากหนึ่งบริเวณประตูเมืองชั้นนอก ท้องฟ้าจะยังมืดมัวดังใกล้มีฝนตกฟ้าคะนอง ผิดจากตอนนี้ที่กระจ่างสดใสราวกับเป็นคนละวัน

“ท่านศรีสูรยะ” 

ทหารเวรทำความเคารพทักทาย แม้ประหลาดใจที่เห็นขุนศึกหนุ่มกลางดึกแต่ก็ไม่กล้าซักถาม ศรีสูรยะมักออกไปขี่ม้าเล่นโดยลำพังบ่อยครั้ง แต่เขาก็มักกลับมาก่อนรุ่งสางเสมอ ครั้งนี้คงเช่นกัน ร่างสูงสะพายกระบอกกำพต ในมือซ้ายถือเกาทัณฑ์คันใหญ่ที่ทั้งแข็งแรงสง่างาม มือขวาหิ้วซากกระต่ายป่ากลับมาสองตัว ว่ากันว่าฝีมือการยิงธนูนั้นไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากมรเตงอัญแม้แต่น้อย ศรีสูรยะพยักหน้าพลางขานรับในลำคอ กล่าวให้กำลังใจทหารยามซึ่งปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขัน

“เอาไปทำกินกัน” เขายื่นกระต่ายในมือให้ เหล่าทหารดีใจที่จะได้มีอาหารไว้กินแกล้มน้ำขาวตอนออกเวร ด้วยความประมาทว่ามันตายแล้วนายทหารจึงรับพลาด ทำให้มีกระต่ายตัวหนึ่งดิ้นหลุดกระโดดหนีไปทั้งยังบาดเจ็บ 

“ข...ขอสูมาขอรับ” ทหารเวรได้แต่มองตามละล้าละลังระหว่างการอยู่ปฏิบัติหน้าที่หรือจะวิ่งไล่ติดตามเจ้าตัวดีที่หลุดรอดมือ

“ไว้วันหลังข้าจักเอามาฝาก” ศรีสูรยะตบไหล่อย่างใจกว้างไม่ถือโทษโกรธเคือง เขาเองก็ไม่คิดไล่ตามหรือยกธนูขึ้นยิงซ้ำ เดิมทีแค่ล่ามันมาเพื่อตบตาผู้คนให้คิดว่าเขาออกไปล่าสัตว์มาเท่านั้น ชายหนุ่มเดินตรงกลับเรือนพักชั่วคราว เนื่องจากอีกไม่กี่อึดใจฟ้าก็ใกล้สว่าง ไม่อยากกลับไปยังเรือนของตน แล้วต้องวุ่นวายย้อนกลับมาอีก

เหล่าทหารได้แต่มองแม่ทัพหนุ่มเดินลับเข้าประตูพระราชวังไปด้วยแววตาชื่นชม หากพวกตนมีความสามารถได้สักกระผีกริ้นในความเป็นชายชาตรีชาติทหารของเขาก็คงจะดี ทั้งชื่อเสียงเงินทองคงไหลมาเทมา บุตรีเรือนใดก็อยากเสนอตัวเป็นคู่ครอง น่าเสียดายที่ศรีสูรยะไม่เคยสนใจอิสตรีนางใด แม้สายตายังไม่เคยชายแล ทำให้เหล่าธิดาเสนาอำมาตย์เหล่านั้นต่างร้องห่มร้องไห้ไปตามๆ กัน แม้นฟ้องบิดาให้มาช่วยกดดัน ใช้ผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่เป็นแม่สื่อเขาก็ยังไม่เหลียวแล 

น่าสงสารแม่หญิงเหล่านั้นเหลือเกิน...เป็นพวกเขาหน่อยไม่ได้จะรับมาเป็นเมียเอก เมียรอง เป็นอนุให้พื้นกระดานเรือนไม่มีที่ว่างทีเดียว!


เสียงตีเกราะเคาะไม้ปลุกเรียกให้เหล่าข้าราชสำนักฝ่ายในลุกจากที่หลับที่นอนเพื่อออกมาทำงานกันแต่หัวมืด ขวัญอรุณตัวสั่นด้วยความหนาวจากน้ำค้างขณะออกมายืนตัวสั่นล้างหน้าสีฟัน บริเวณส่างแส่งซึ่งเป็นบ่อน้ำดินขุดแบบโบราณแน่นหนาไปด้วยนางข้าไทที่มาตักน้ำเพื่อหาบไปส่งยังห้องต่างๆ พวกนางพระกำนัลจะรีบเร่งจัดการธุระส่วนตัวของตนให้เสร็จ ผัดหน้าหวีผมให้งามเพื่อเข้าถวายงาน 

หากเป็นเมื่อก่อนหญิงสาวไม่ต้องรีบร้อนมากเนื่องจากยังไม่มีงานซึ่งต้องรับผิดชอบ ทว่าตั้งแต่พระนางอุรสาเทวีมีรับสั่งให้ทำงานอย่างนางพระกำนัล ขวัญอรุณจึงถูกส่งตัวไปอยู่ห้องพระสุคนธ์ อันเป็นห้องเกี่ยวกับการทำเครื่องหอมต่างๆ ภายในราชสำนัก ถึงไม่ใช่สิ่งที่ชอบแต่เธอก็พยายามเรียนรู้เทคนิควิธีทำ ผนวกกับการศึกษาพืชสมุนไพรมาก่อนหน้านี้จากแถนหลวง ทำให้ฝีมือการทำเครื่องหอมของขวัญอรุณแตกต่างจากนางพระกำนัลอื่นพอสมควร

“ทำอันใดมาบ่รู้เจ้าค่ะ เหม็นเหลือทน” ท้าวอุ่ม คุณท้าวประจำห้องพระสุคนธ์ถวายรายงานแก่พระนางอุรสาเทวีถึงการเรียนงานของนางพระกำนัลใหม่ ภายในท้องพระโรงในพระตำหนัก พระนางอุรสาเทวีประทับนั่งบนตั่งทอง แวดล้อมด้วยบริวาร 

“เหม็นอย่างใด นางบ่ได้ทำอย่างสูเจ้าสอนรึ”

“ทำน่ะทำเจ้าค่ะ ครั้นเผลอก่ผสมตามอย่างใจ กลิ่นเหลือทนเจ้าค่ะ” ด้วยความที่นางเป็นคนจมูกไว ต่อให้ขวัญอรุณผสมแล้วเอาไปซุกซ่อน กลิ่นที่เหลือที่ไว้ก็ยังกำจายทั่วห้องอยู่ดี เดินผ่านประตูเข้ามาทีจึงแทบเป็นลม

พระนางอุรสาเทวีสรวลเบาๆ หันไปถามคนที่นั่งก้มหน้าอยู่ด้วยความเอ็นดู “เจ้าทำอันใดฤา ขวัญอรุณ”

“ทูลพระกรรโลงครรภ์ สิ่งที่ข้าพระบาททำเรียกการทดลองเจ้าค่ะ”

“การทดลองคืออันใด” พระขนงขมวดลงเล็กน้อยด้วยความสงสัย

“การทดลองคือลองผสมผสานเครื่องปรุงหื้อหลากหลายเจ้าค่ะ”

“นางทำการบ่บังควรเจ้าค่ะ สูตรเครื่องหอมทังหลายล้วนสืบทอดมาแต่ครั้งโบราณ เปนของสูง บ่แม่นผู้ใดนึกคิดจักกระทำการทำลายอย่างใดก่ทำได้” ท้าวอุ่มเอ็ดเสียงห้วน

“ข้าบ่ได้ทำลายเจ้าค่ะ ข้าแค่ปรับปรุงหื้อมันดีขึ้น” 

“เจ้าจักว่าเครื่องหอมตำรับหลวงที่ข้าสืบทอดมาบ่ได้ความรึ” ท้าวอุ่มรู้สึกเหมือนตนเองถูกดูหมิ่นซึ่งหน้าด้วยเด็กเมื่อวานซืนที่เพิ่งเข้ามาเรียนด้วยไม่ถึงเดือน

“บ่ๆ เจ้าค่ะ” ขวัญอรุณรีบเงยหน้าปฏิเสธพัลวัน “ผิว่า...”

“ผิว่าอันใด” ท้าวระสีซึ่งนั่งอยู่ในที่นั้นด้วยถามซ้ำ  

“เครื่องหอมของราชสำนักลือนามวิมลากเรื่องความหอม บ่มีผู้ใดเคลงใจในข้อหั้น ข้าเองก่ชื่นชอบนักเจ้าค่ะ ผิว่าในบ้านข้านั้น บ่ได้ใช้ความหอมเปนเพียงเครื่องหอม ครั้นใช้เปนโอสถได้ด้วยเจ้าค่ะ”

“โอสถรึ เครื่องหอมนี้หนา” 

“เจ้าค่ะ กลิ่นนี้เราเรียกว่าอโรม่าเจ้าค่ะ” 

“อะ...อะโล อันใด” ทุกคนทำหน้างง ไม่เคยได้ยินคำแปลกประหลาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต

“อโรม่าเจ้าค่ะ เปนกลิ่นบำบัด ทำหื้อผู้สูดดมหายจากอาการเจ็บไข้บางปะการ อย่างนอนบ่หลับ อ่อนเพลีย ปวดกบาล มีเรื่องหนักอกเจ้าค่ะ” 

“สูบ่แม่นหมอ จักรักษาโรคได้อย่างใด พูดอย่างแม่มดหมอผีเชื่อถือบ่ได้” ท้าวอุ่มว่า 

นางไม่เคยได้ยินเรื่องการใช้กลิ่นบำบัดโรคมาก่อน เจ็บป่วยก็ต้องใช้ยาหม้อยาต้ม หรือไม่ก็ไปหาคนทรงเจ้าเข้าผีให้เป็นเรื่องเป็นราวรักษาทางจิตวิญญาณกันไป แต่เรื่องมาใช้กลิ่นที่จับต้องไม่ได้เป็นเรื่องไร้สาระ กลิ่นหอมก็มีไว้เพียงสูดดมให้หอมชื่นชั่วครั้งชั่วคราว เมื่อจางหมดก็แล้วกัน จะมาช่วยเยียวยาอะไรได้ เหล่านางพระกำนัลห้องพระสุคนธ์ล้วนเห็นว่าขวัญอรุณพูดจาเพ้อเจ้อน่าขบขัน

“ข้าบ่แม่นหมอผี แลบ่ได้ปดสักน้อยเจ้าข้า” ขวัญอรุณล้วงหญิงเอาถุงเครื่องหอมออกมาจากชายพกผ้านุ่ง ยื่นถวาย “ถุงหอมนี้ผู้ใดวางไว้ข้างหมอนแลได้สูดดมยามหลับ จักช่วยหื้อหลับสบายเจ้าค่ะ” 

ท้าวระสีรับจากมือหญิงสาวขึ้นมาถวายต่อให้พระนางอุรสาเทวี พระนางทรงดมแล้วจึงตรัสว่ากลิ่นแปลกประหลาดไม่ถึงกับหอมแต่ก็ไม่เหม็น เป็นกลิ่นน่าพิศวงยิ่งนัก ไม่เหมือนกับกลิ่นหอมจรุงแบบดาษดื่นที่พระนางเคยได้สูดกลิ่นมา แม้ไม่ใคร่เชื่อนักทว่าพระนางก็มอบให้นางระสีลองนำไปใช้ดู 

ท้าวระสีเป็นผู้ไม่คลางแคลงในตัวอัตเตวาสิกปู่เจ้าแถนหลวง เมื่อได้นอนหลับไปสามราตรีก็มารายงานว่าตั้งแต่ได้วางถุงหอมไว้ข้างหมอนก็หลับสบาย ตื่นมาสดชื่นแจ่มใสอย่างที่ขวัญอรุณได้กล่าวไว้ไม่ผิด เมื่อเป็นดังนั้นพระนางจึงสั่งให้ขวัญอรุณจัดทำเครื่องหอมกลิ่นเดียวกันนี้มาถวาย หญิงสาวเห็นว่าทำเป็นถุงหอมกลิ่นจะหายไปเร็วมาก จึงเย็บหมอนบรรจุเครื่องหอมขึ้นมาใบหนึ่ง นำขึ้นถวายพระนางอุรสาเทวี เป็นที่ถูกพระราชหฤทัย ด้วยว่าไม่เคยมีผู้ใดประดิษฐ์หมอนซึ่งมีกลิ่นหอมมาก่อน เมื่อทรงทดลองนอนแล้วได้ผลดีดังว่า จึงมีพระเสาวนีย์ให้ทำหมอนหอมอย่างเดียวกันนี้ถวายพญาสุวรรณมุขทวารบดีด้วย

“นางเถิงกับได้เย็บพระเขนยถวายพระบาทเจ้า น่าชังนัก” 

“แม่น มาอยู่บ่ได้เท่าใดก่ทำอวดอ้างสามารถเกินหน้าคุณท้าวอุ่ม” 

“คงลำพองตนว่ามีปู่เจ้าแถนหลวงหื้อท้าย จิ่งทำย่ำยีอันใดกับเครื่องหอมตำรับหลวงก่ได้ นางบ่หันหัวคุณท้าวแม้สักน้อย”

“ภายหน้าจักบ่กินตำแหน่งท้าวนางห้องพระสุคนธ์แทนท่านรึ” นางพระกำนัลนางหนึ่งทักขึ้นอย่างปากเปราะ หากถูกอีกคนเอ็ด

“สูนิปากเสีย ขวัญอรุณจักมาเทียบคุณท้าวอุ่มได้อย่างใด” 

เสียงซุบซิบมีขึ้นเป็นระยะท่ามกลางความเงียบ มือทำงานหากปากยังสนทนาวิสาสะตามประสาผู้หญิง เหล่านางพระกำนัลห้องต่างๆ อดไม่ได้ที่จะปรารถถึงเรื่องนี้อย่างออกรสออกชาติ แต่ก็ไม่อาจกระโตกกระตากพูดให้เจ้าตัวได้ยินต่อหน้า ดังนั้นพอขวัญอรุณเดินเข้ามาในห้องพระสุคนธ์เพื่ออบปรุงเครื่องหอมทุกคนจึงพากันปิดปากและลอบมองดูหญิงสาวเงียบๆ 

ขวัญอรุณตั้งเตาถ่านบริเวณลานด้านนอก จากนั้นจึงวางหม้อดินเผาซึ่งสั่งให้ช่างปั้นหลวงช่วยปั้นขึ้นมาให้ ตรงด้านข้างของหม้อมีปากยื่นออกมาทิ่มลงด้านล่างยาวประมาณสักหนึ่งข้อองคุลี ขวัญอรุณนำก้านมะละกอมาต่อเข้ากับปลายท่อ อุดโดยรอบไม่ให้หลุดด้วยดินเหนียว นำปลายด้านหนึ่งแทงผ่านหม้อดินอีกใบซึ่งวางไว้ในบริเวณต่ำกว่า ปลายท่อถูกจ่อลงบนกะลาใบหนึ่ง 

“หั้นนางทำอันใด” ไม่มีใครเข้าใจว่าขวัญอรุณกำลังสาละวนทำอะไร หลายคนเข้ามามุงดูด้วยความสนอกสนใจ แต่ก็มีอีกหลายคนก่นว่านางทำเรื่องพิกลอย่างคนบ้า คนที่อดรนทนไม่ได้จึงถาม

“สูตั้งเตาต้มน้ำทำอันใดรึ” 

“ข้ากำลังทำเครื่องหอมเจ้าค่ะ” เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผากของคนก้มๆ เงยๆ หน้าเตา การรักษาความร้อนและความเย็นทำให้เธอต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก อีกทั้งก้านมะละกอเมื่อเจอความร้อนนานเข้าก็ชักไม่อยู่ในสภาพดี ต้องหมั่นเปลี่ยนบ่อยๆ หม้อบนต้มน้ำให้เดือดใส่สมุนไพรหั่นฝอยลงไป ส่วนหม้อล่างคือน้ำเย็นที่หมั่นเติมลงไปเรื่อยๆ เมื่อไอน้ำร้อนผ่านก้านมะละกอซึ่งเป็นท่อกลวงลงมากระทบกับความเย็นของน้ำเย็น ก็จะกลั่นตัวออกมาเป็นหยดน้ำ 

...และหยดน้ำที่ได้คือน้ำมันหอมระเหย!

“บ่เหมือนสักน้อย” ทุกคนลงความเห็นว่าเธอท่าจะบ้าไปกันใหญ่ มานั่งรอหยดน้ำติ๋งๆ หยดลงกะลาเสียเวลาทำการทำงาน นั่งอยู่นานก็ไม่เห็นจะได้อะไร ทุกคนจึงแยกย้ายกลับไปทำงานของตน ปล่อยขวัญอรุณอยู่หน้าตาไปตามลำพัง 

ขวัญอรุณใช้เวลาหลายวันกว่าจะได้น้ำมันหอมระเหยตามที่ต้องการ หญิงสาวไม่สามารถอบเครื่องหอมให้เหมือนอย่างต้นตำรับชาววังก็จริง แต่การใช้น้ำมันหอมระเหยเป็นหัวเชื้อผสมกับดอกไม้พรรณไม้แห้งจะช่วยให้เธอร่นระยะเวลาไม่ต้องหมักหรือบ่มเครื่องหอมเป็นเวลานาน ใช้เวลาเพียงสัปดาห์เดียวพระเขนยที่ต้องทำถวายกษัตริย์หนุ่มก็แล้วเสร็จ กลิ่นหอมติดทนเสียยิ่งกว่าคราวทำถวายพระนางอุรสาเทวีมากมายนัก เป็นกลิ่นเฉพาะที่ไม่ผู้ใดทำได้เหมือน 

“หอม หอมล้ำเทื่อก่อน” กลิ่นชัดเจนกระทั่งจับยังติดมือ แม้นได้หนุนคงหอมติดเส้นผมเป็นแน่ 

“ข้าพระบาทปรับเปลี่ยนส่วนประสมเล็กน้อยเจ้าค่ะ แลใช้วิธีกลั่นสมุนไพรจิ่งทำหื้อได้กลิ่นแรง” ขวัญอรุณกราบทูลรายงาน 

“บ่รู้สูก่มีวิชาติดตัวมาแม่ขวัญอรุณ” พระนางอุรสาเทวีมองหมอนสีขาวสะอ้านซึ่งถูกอัดแน่นด้วยใยฝ้าย และสอดไส้เครื่องหอมไว้ด้านในอย่างแนบเนียน นอกจากกลิ่นหอมภายในแล้ว กลิ่นผ้าเองก็หอมด้วยเช่นกัน

“มีน้อย ต้องหื้อคุณท้าวอุ่มสอนอีกนักเจ้าค่ะ” สมัยเรียนวิทยาศาสตร์เธอเคยลองกลั่นอะไรเล่นมาบ้าง แต่ไม่คิดว่าต้องมาประยุกต์ใช้ในโลกโบราณ

“เปนสูต้องสอนคุณท้าวละมัง แม่นก่คุณท้าวอุ่ม นับแต่ข้าได้หมอนของนางมาก่หลับสบายมากหลายบ่เคยฝันร้ายสักเทื่อ เท่านี้ก่คงบ่เจรลาเลื่อนเปื้อนว่านางเปนผีมดผีเม็งแล้วแม่นก่”

“เจ้าค่ะ” ท้าวนางประจำห้องพระสุคนธ์ขานรับเสียงเบาทั้งที่ยังก้มหน้าหมอบกราบ 

“หั้นก่หื้อขวัญอรุณสอนการทำน้ำมัน แลแจกจ่ายวิธีไปหื้อถ้วนทั่ว” พระนางอุรสาเทวีแย้มพระโอษฐ์ สั่งคุณท้าวระสีให้นำพระเขนยห่อผ้าอย่างดีส่งไปยังพระตำหนักที่ประทับของพระราชโอรส 

ขวัญอรุณหันไปมองสบดวงตาวาวแข็งกร้าวของคุณท้าวอุ่มแล้วก็ได้แต่ลอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ ยิ้มหวานทำใจดีสู้เสือ ดูเหมือนชีวิตที่เหลือในห้องพระสุคนธ์ของเธอแต่นี้ต่อไปอาจไม่สนุกสนานเหมือนที่หวังแล้วละมัง!

.....

จบตอน





Create Date : 12 ธันวาคม 2559
Last Update : 17 มกราคม 2560 17:23:39 น. 6 comments
Counter : 1562 Pageviews.

 
อุ๊ยๆๆๆ มีการทำหมอนอโรม่าให้กันด้วย เขิลอ่ะ บทหน้าขอรีวิวจากพระองค์คำนะคะว่าเป็นไงบ้าง ขำที่หนูขวัญไปสอนคำว่าอโรม่าให้คนในยึคนั้นจริงๆ


โดย: Kawee IP: 182.232.0.179 วันที่: 12 ธันวาคม 2559 เวลา:12:56:35 น.  

 
มาแว้ววว มารอทุกวันเลยค้าา


โดย: นงนง IP: 182.232.165.168 วันที่: 12 ธันวาคม 2559 เวลา:13:30:08 น.  

 
นั่นแน่ๆๆๆ คนรับหมอนน่าจะดีใจนะคะเนี่ย อิอิอิ


โดย: First IP: 188.165.240.145 วันที่: 12 ธันวาคม 2559 เวลา:14:22:58 น.  

 
Kawee - เดี๋ยวรีวิวตามมาค่ะ 555

นงนง - ขอบคุณค่า มีคนรอรู้สึกแปะแล้วไม่เหงา ซิกๆ

First - คนรับหมอนได้แกล้งคนทำดูจะชอบใจกว่าแล้วล่ะ


โดย: นราเกตต์ วันที่: 13 ธันวาคม 2559 เวลา:3:24:13 น.  

 
ปลื้มปริ่มมค่ะ. ได้หมอนไปนอนดม จะคิดถึงคนทำมั้ยนะ
ออกเล่มเลยค่ะจะรีบพุ่งไปซื้ออย่างไว
รอแทบไม่ไหวแล้ว 55


โดย: Ag IP: 1.47.11.136 วันที่: 14 ธันวาคม 2559 เวลา:0:27:39 น.  

 
โหดมากทำหมอนอโรม่า มีความไฮโซวววว์
แต่คุณท้าวอุ่มต้องใจเย็นๆนะคะ กลัวใจเธอเหลือเกิ๊นนนน


โดย: หนูแรคคูน IP: 49.228.98.67 วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:23:06:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นราเกตต์
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 66 คน [?]




ดาวน์โหลด E-book

กระต่ายในเงาจันทร์

Friends' blogs
[Add นราเกตต์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.