nanogang
<<
เมษายน 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
19 เมษายน 2555

Chevrolet Captiva 2.4 LTZ FlexFuel เอสยูวี 7 ที่นั่งรุ่นท๊อป พลังแก๊สโซฮอล์ E85

Chevrolet Captiva 2.4 LTZ FlexFuel
เรื่อง - ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ

Chevrolet Captiva 2.4 LTZ FlexFuel
เอสยูวี 7 ที่นั่ง พลัง E85
baทิ้งช่วงประมาณ 1 เดือน หลังทดสอบแบบกลุ่ม ทีมงาน มอเตอร์ทริเวีย ได้รับ เชฟโรเลต แคปติวา รุ่นท๊อป 2.4L AT LTZ FlexFuel มาทดสอบเดี่ยว เน้นในเรื่องอัตราเร่งและอัตราสิ้นเปลืองเป็นหลัก ลองมาดูกันว่าระหว่างการใช้ แก๊สโซฮอล์ 91 E10 กับ E85 สมรรถนะและความสิ้นเปลืองจะแตกต่างกันแค่ไหน

รูปลักษณ์สปอร์ตดุดัน
baด้านหน้าปรับโฉมใหม่หมดแบบไม่เหลือเค้าเดิม เส้นสายหลักให้ความรู้สึกแข็งแกร่งดุดัน เติมความหรูหราจากการตกแต่งด้วยโครเมียม กระจังหน้า Dual Port แบ่งเป็น 2 ส่วน เอกลักษณ์ใหม่ของแคปติวา พร้อมพื้นกระจังลายสปอร์ตและไฟหน้าทรงเฉียงดูปราดเปรียว ด้านล่างติดตั้งสปอตไลต์ทรงกลมกรอบโครเมียมเสริมความหรู

baด้านข้างในรุ่นสูงสุด LTZ สวยสปอร์ตสะดุดตาด้วยล้อแม็กลาย 5 ก้านขนาดใหญ่สะใจ 19 นิ้ว พร้อมยาง 235/50 R19 รับกับโป่งล้อขนาดใหญ่ได้อย่างลงตัว กระจกมองข้างมีไฟเลี้ยวในตัว เหนือซุ้มล้อหน้าตกแต่งด้วยครีบระบายอากาศแบบหลอก เนื่องจากตัวรถมีระยะต่ำสุดถึงพื้น 200 มิลลิเมตร จึงไม่ต้องมีบันไดข้าง การขึ้น-ลงไม่ถึงกับต้องตะกาย ที่เปิดประตูแบบ Grip Type ชุบโครเมียม

baด้านหลังมีการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด มีสปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 ท่อไอเสียทรงกลมแยกออกซ้าย-ขวา กระจกประตูบานท้ายสามารถเปิดแยกส่วนได้ มีโลโก้ FLEXFUEL E85 ETHANOL บ่งบอกว่าเป็นรุ่นใหม่ สามารถใช้แก๊สโซฮอล์ได้สูงสุด E85

baมิติตัวถังมีความยาว 4,673 มิลลิเมตร กว้าง (รวมกระจกมองข้าง) 1,850 มิลลิเมตร สูง (รวมแร็กหลังคา) 1,756 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,707 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,569/1,576 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,860 กิโลกรัม
Chevrolet Captiva 2.4 LTZ FlexFuel
ภายในกว้างขวางครบครัน
baห้องโดยสารของ แคปติวา ใหม่ ได้รับการปรับปรุงจากรุ่นเดิมในหลายจุด แม้ใช้แผงคอนโซลร่วมกับรุ่นเดิม แต่มีการปรับเปลี่ยนทั้งในส่วนของชุดมาตรวัด และคอนโซลกลาง เพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และปรับมุมมองให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น

baคอนโซลกลางด้านบนเป็นช่องเก็บของพร้อมฝาปิด ถัดลงมาเป็นจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว เป็นศูนย์ควบคุมการทำงาน และแสดงผลได้หลายระบบ เช่น ระบบนำทางผ่านดาวเทียม, ระบบปรับอากาศ, จอแสดงข้อมูลการขับ ประกอบด้วย ความเร็วเฉลี่ย เวลาเดินทาง อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย และระยะทางที่ขับด้วยน้ำมันเชื้อเพลิงที่เหลือ รวมทั้งการเชื่อมต่อกับสื่อความบันเทิงต่างๆ ทั้งดูหนังฟังเพลง มีช่อง USB และช่องเสียบ SD Card ด้านล่างของจอมีสวิตช์เรียกดูระบบหลักที่ใช้งานบ่อยเพื่อความสะดวก

baถัดลงมาเป็นนาฬิกาดิจิตอล ประกบซ้าย-ขวาด้วยสวิตช์ไฟฉุกเฉิน สวิตช์เปิด-ปิดระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อลงทางลาดชัน และสวิตช์เปิด-ปิดแอร์หลัง ต่อเนื่องด้วยอีกหนึ่งอุปกรณ์ไฮไลต์ของ แคปติวา นั่นคือ ชุดเครื่องเสียง 3DSS หรือ 3 Dimensional Sound Staging ระบบเสียง 3 มิติจากประเทศฝรั่งเศส ประมวลผลทุกสื่อการเล่นด้วยไมโครโปรเซสเซอร์ ช่วยจัดเวทีเสียงให้เป็นธรรมชาติ มีสวิตช์รับ-วางสายโทรศัพท์ เมื่อเชื่อมต่อเข้ากับรถด้วยระบบ Bluetooth ด้านล่างสุดเป็นสวิตช์ระบบปรับอากาศ

baพวงมาลัยปรับได้เฉพาะสูง-ต่ำ เป็นทรง 4 ก้านคล้ายรุ่นเดิม แต่เพิ่มสวิตช์ควบคุมระบบต่างๆ ฝั่งซ้ายควบคุมการเปิด-ปิดเครื่องเสียง เลือกโหมด และเลือกสถานีวิทยุที่บันทึกไว้ สั่งงานด้วยการกด ส่วนสวิตช์ด้านในสุดควบคุมระดับเสียง สั่งงานด้วยการดันเข้าหาตัว ฝั่งขวาควบคุมแรงลมแ ละทิศทางของระบบปรับอากาศ และสวิตช์เปิด-ปิดระบบครูสคอนโทรล ควบคุมการทำงานด้วยการกด และสวิตช์ด้านในสุดสำหรับล็อกและเพิ่มหรือลดความเร็ว สั่งงานด้วยการดึงเข้าหาตัว ส่วนก้านบนคอพวงมาลัยเป็นสไตล์ยุโรป ฝั่งซ้ายควบคุมไฟหน้า ไฟเลี้ยว และสปอตไลต์หน้า-หลัง ส่วนฝั่งขวาควบคุมที่ปัดน้ำฝน

baครูสคอนโทรลยังเหมือนรุ่นแรกคือ เมื่อกดสวิตช์เปิดใช้งาน ไฟสัญญาณครูสคอนโทรลจะยังไม่แสดงบนมาตรวัด ต้องกดล็อกความเร็วก่อนไฟถึงจะสว่าง ส่วนการเพิ่มหรือลดความเร็ว หลังจากล็อกความเร็วคงที่แล้วสามารถทำได้ละเอียดพอสมควร ชุดมาตรวัดออกแบบใหม่ทั้งหมด ใช้สีฟ้า Crisp Ice Blue Illumination มาพร้อมสวิตช์ปรับระดับความสว่าง โดยจะสัมพันธ์กับความสว่างที่คอนโซลกลางด้วย
Chevrolet Captiva 2.4 LTZ FlexFuel
baคอนโซลเกียร์มีสวิตช์ ECO ซึ่งจะทำงานทุกครั้งเมื่อสตาร์ตเครื่องยนต์ ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงเมื่อใช้งานที่ความเร็วประมาณ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ท้ายคอนโซลเกียร์มีสวิตช์เบรกมือไฟฟ้า ดึงขึ้นเมื่อต้องการดึงเบรกมือ และกดลงเพื่อปลดเบรกมือ ถ้าใส่เกียร์ขับเคลื่อนและดึงเบรกมือไว้ เมื่อกดคันเร่งระบบจะปลดเบรกมือให้โดยอัตโนมัติ ป้องกันการลืมปลดเบรกมือ

baอาจมีคนแย้งว่า 'ระบบนี้ไม่ปลอดภัย' เพราะหากเผลอกดคันเร่งขณะอยู่ในเกียร์ขับเคลื่อน รถก็จะพุ่งไปได้เพราะเบรกมือปลดให้โดยอัตโนมัติ แต่ในการใช้งานจริงเบรกมือน่าจะใช้เมื่อรถอยู่ในเกียร์ N เป็นหลัก เมื่อต้องการขยับรถก็เข้าเกียร์ขับเคลื่อน หากลืมปลดเบรกมือ ระบบก็จะปลดให้โดยอัตโนมัติ

baในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ให้เบาะนั่งฝั่งผู้ขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมคันโยกปรับที่ดันหลัง หมอนรองศีรษะปรับสูง-ต่ำ และระยะใกล้-ไกลได้ด้วย ส่วนเบาะผู้โดยสารข้างผู้ขับปรับมือ เบาะแถว 2 นั่งได้ 3 คนแยกพับได้ 60:40 และปรับความเอนพนักพิงได้ ส่วนเบาะแถวหลังสุดนั่งได้ 2 คน สามารถพับราบเป็นที่วางสัมภาระได้ ถ้าต้องเคลื่อนย้ายสิ่งของที่มีความยาว ก็พับเบาะแถว 2 ราบต่อเนื่องกันได้ ฝากระโปรงท้ายแบบเดี่ยวเปิดขึ้นบน สามารถแยกเปิดเฉพาะกระจกได้ด้วยสวิตช์บนที่เท้าแขนฝั่งผู้ขับ หรือสวิตช์บนรีโมตคอนโทรล

baบนผนังของที่นั่งตอน 3 มีที่ใส่ขวดน้ำพร้อมช่องแอร์และสวิตช์ควบคุมแรงลม ซึ่งถ้าผู้โดยสารบนเบาะแถว 2 เป็นคนขี้ร้อน ก็สามารถเปิดแอร์หลัง แล้วปรับทิศทางมาที่เบาะแถว 2 ได้ แต่จากการนั่งบนเบาะแถวกลาง ตอนไปทดสอบแบบ Group Test ท่ามกลางสภาพอากาศร้อน และรถไม่ได้ติดฟิล์ม ก็ไม่รู้สึกว่าร้อนแต่อย่างใด ระบบความปลอดภัยทุกรุ่นประกอบด้วยแอร์แบ็กคู่หน้า ทำงานร่วมกับเข็มขัดนิรภัย 3 จุดแบบรั้งกลับอัตโนมัติ ส่วนรุ่น AWD เพิ่มม่านนิรภัยด้านข้าง

baด้วยลักษณะเฉพาะของรถประเภทนี้ ทำให้ห้องโดยสารมีพื้นที่และทัศนวิสัยที่โปร่งสบาย ยกเว้นมุมหลังที่เสาหลังค่อนข้างหนา กระจกข้างบานใหญ่แต่ยังมีจุดบอดนิดๆ เวลาที่มีรถอยู่ตรงมุมหลัง ถ้าใช้กระจกส่องหลังร่วมด้วยจะเพิ่มความปลอดภัยได้มาก เบาะผู้ขับปรับทิศทางได้ค่อนข้างอิสระ และนั่งสบายพอควร แต่น่าเสียดายที่พวงมาลัยปรับใกล้-ไกลไม่ได้ และรู้สึกว่าขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของพวงมาลัยจะใหญ่ไปนิด

baแม้เป็นรถทรงสูงที่ค่อนข้างต้านลม แต่การเก็บเสียงจากลมปะทะถือว่าทำได้ดีแม้ใช้ความเร็วสูง เช่นเดียวกับเสียงจากพื้นถนนที่มีให้ได้ยินไม่มากนัก แต่กลับมีเสียงกระหึ่มของเครื่องยนต์ให้ได้ยินค่อนข้างชัด เมื่อคิกดาวน์หรือลากรอบสูง
Chevrolet Captiva 2.4 LTZ FlexFuel
ประหยัดเพราะ E85
baแคปติวา ใหม่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Double CVC - Double Continuous Variable Cam Phasing วาล์วคู่แปรผันต่อเนื่อง ควบคุมการทำงานของวาล์วไอดีและไอเสียให้สัมพันธ์กับรอบการทำงานของเครื่องยนต์ ความจุ 2,384 ซีซี กำลังสูงสุด 168 แรงม้า ที่ 5,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 23.3 กก.-ม. ที่ 4,600 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมโหมด +/- หรือที่เชฟโรเลตเรียกว่า DSC - Driver Shift Control ขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ AWD

baแม้รอบแรงม้า-แรงบิดสูงสุดจะอยู่ค่อนข้างชิดกัน แต่การขับใช้งานทั่วไปช่วงรอบต่ำ-ปานกลาง ก็ถือว่าให้อัตราเร่งที่ทันใจพอสมควร ไม่ต้องกดคันเร่งลึกๆ หรือลากรอบสูง เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะเน้นการทำงานที่นุ่มนวล ในบางจังหวะจึงรู้สึกว่าตอบสนองช้าไปนิด ในตำแหน่งเกียร์ D สามารถลากรอบได้สูงสุดแถวๆ ขีดแดง 6,500 รอบต่อนาที ส่วนในโหมด +/- ก็ยังให้ความนุ่มนวลแม้เปลี่ยนเกียร์ที่รอบสูง โดยสามารถลากรอบได้สูงขึ้นอีกนิดเป็นประมาณ 6,700 รอบต่อนาที ก่อนเครื่องยนต์จะตัดการทำงาน

baตอนรับรถเจ้าหน้าที่แจ้งว่าเติมแก๊สโซฮอล์ 91 E10 มาให้แบบเต็มถัง ผมจึงนำรถไปทดสอบอัตราสิ้นเปลืองก่อน โดยใช้เส้นทางลอยฟ้าบางนา-ชลบุรี เริ่มเซต 0 บนจอที่คอนโซล และบน GPS ที่ติดแยกต่างหาก หลังจ่ายเงินค่าทางด่วนแถวเกษตร-นวมินทร์ จากนั้นไล่ความเร็วขึ้นอย่างช้าๆ และใช้ครูสคอนโทรลล็อกความเร็วไว้ที่ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่ 2,100 รอบต่อนาที ขับยาวไปถึงด่านจ่ายเงินปลายทางด่วนลอยฟ้า

baจ่ายเงินแล้วจอดบันทึกผลจาก GPS แจ้งว่าขับด้วยระยะทาง 72.1 กิโลเมตร ความเร็วเฉลี่ยรวม 102 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วสูงสุด 111 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เวลาทั้งหมด 42.22 นาที ส่วนบนจอของรถแจ้งอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 9.8 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือ 10.3 กิโลเมตรต่อลิตร จากนั้นขับกลับโดยไม่ได้เซตค่าใหม่

baขากลับแวะจุดพักรถบนทางด่วนบางนาเพื่อบันทึกผลอีกครั้ง ระยะทางขับ 133.2 กิโลเมตร ความเร็วเฉลี่ยรวม 95 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วสูงสุด 116 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เวลาทั้งหมด 1.24 ชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 10.2 กิโลเมตรต่อลิตร

baแก๊สโซฮอล์ 91 E10 ลิตรละ 34.54 บาท กินน้ำมัน 10.2 กิโลเมตรต่อลิตร คิดเป็นค่าใช้จ่าย 3.38 บาทต่อกิโลเมตร

baจากนั้นขับต่อไปยังจุดวัดอัตราเร่งและบันทึกผลเก็บไว้ วันรุ่งขึ้นขับไปถ่ายรูปโดยพยายามใช้น้ำมันให้หมดถังมากที่สุด ขับวนแถวบ้าน 2-3 รอบกระทั่งเข็มวัดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงตกมาที่ขีดแดงไฟเตือนน้ำมันสว่างขึ้น จึงขับไปเติม E85 ที่ปั๊มปตท. บนถนนเกษตร-นวมินทร์ แล้วนำรถไปทดสอบอัตราสิ้นเปลืองอีกครั้ง แน่นอนว่ายังมีแก๊สโซฮอล์ 91 E10 อยู่ในถังและในระบบอีกหลายลิตร ผลการทดสอบที่ได้จึงไม่ใช่ E85 ล้วนๆ 100 เปอร์เซ็นต์

baเริ่มทดสอบในเวลาใกล้เคียงกับครั้งแรก ขึ้นทางด่วนที่เดิมและใช้เส้นทางเดิม วนกลับมาจอดที่เดิมและบันทึกผล ได้ความเร็วเฉลี่ย 99 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เวลาเดินทาง 1.15 ชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 11.4 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือ 8.7 กิโลเมตรต่อลิตร หลังจากบันทึกผลแล้วทางด่วนยังโล่ง จึงลองใช้ความเร็วคงที่ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่นานอัตราสิ้นเปลืองก็ลดลงเป็น 11 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือ 9 กิโลเมตรต่อลิตร แต่ไม่ได้นำค่านี้มาใช้ เพราะใช้ความเร็วต่ำกว่าที่กำหนดไว้ในการทดสอบ

baE85 ลิตรละ 21.92 บาท กินน้ำมัน 8.7 กิโลเมตรต่อลิตร คิดเป็นค่าใช้จ่าย 2.50 บาทต่อกิโลเมตร

baจากการทดสอบพบว่าเมื่อใช้ E85 จะทำให้อัตราสิ้นเปลืองเพิ่มขึ้นประมาณ 14 เปอร์เซ็นต์ แต่เนื่องจาก E85 ราคาถูกกว่าแก๊สโซฮอล์ 91 E10 ประมาณ 36 เปอร์เซ็นต์ เมื่อใช้ E85 ค่าเชื้อเพลิงต่อกิโลเมตรจึงถูกกว่า

baในส่วนของอัตราเร่ง ทั้ง 2 เชื้อเพลิงมีตัวเลขที่ใกล้เคียงกันมาก จึงนำตัวเลขอัตราเร่งของหนึ่งในคู่แข่งสำคัญนั่นคือ Honda CR-V 2.4 4WD มาเปรียบเทียบ ซึ่งก็เป็นไปตามคาด ด้วยตัวถังของ แคปติวา ที่ใหญ่กว่าและน้ำหนักมากกว่า ส่วนสมรรถนะเครื่องยนต์ใกล้เคียงกัน อัตราเร่งของ แคปติวา จึงด้อยกว่าเล็กน้อย
Chevrolet Captiva 2.4 LTZ FlexFuel
อัตราเร่งเปรียบเทียบของ ฮอนด้า ซีอาร์-วี 2.4 4WD (ตัวเลขชุดที่ 2)
ความเร็ว (กม./ชม.) เวลา (วินาที) ระยะทาง (เมตร)
10 0.55 / 0.54 0.81 / 0.81
20 1.18 / 1.18 3.52 /3.53
30 2.06 / 1.98 9.63 / 9.11
40 2.95 / 2.86 18.30 / 17.61
50 3.92 / 3.74 30.45 / 28.65
60 5.22 / 4.64 50.31 / 42.40
70 6.46 / 5.85 72.74 / 64.39
80 7.89 / 7.67 102.61 / 102.29
90 9.90 / 9.17 149.94 / 137.54
100 11.91 / 10.69 203.16 / 177.91
110 14.05 / 12.60 265.53 / 233.77
120 16.59 / 15.28 346.84 / 319.21
130 19.96 / 18.37 464.22 / 426.75
140 23.84 / 21.88 609.73 / 588.59
150 28.60 / 25.95 801.22 / 722.65
160 35.06 / 31.30 1079.94 / 954.01
170 45.34 / 37.03 1552.39 / 1217.30
ระยะทาง (เมตร) เวลา (วินาที) ความเร็ว (กม./ชม.)
0-100 07.8 / 7.5 79.1 / 81.2
0-200 11.8 / 11.4 99.6 / 104.6
0-402 18.2 / 17.6 125.2 / 127.8
0-1000 33.2 / 32.2 157.6 / 162.3
ความเร็วสูงสุด 183.2 / 176.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
baหลังจากวัดอัตราเร่งเสร็จแล้ว ผมลองใช้โหมด +/- พบว่าสามารถลากรอบทะลุขีดแดงไปได้อีกเล็กน้อยประมาณ 6,700 รอบต่อนาทีก่อนเครื่องยนต์จะตัด แต่ต้องกะจังหวะเปลี่ยนเกียร์ให้ดี โดยต้องเปลี่ยนขึ้นเกียร์สูงแถวๆ ขีดแดง 6,500 รอบต่อนาที เพราะเมื่อดึงเกียร์แล้วรอบจะไหลต่ออีกเล็กน้อย ถ้าเปลี่ยนเกียร์ที่ 6,700 รอบต่อนาทีพอดีเครื่องยนต์จะสะดุด

baเมื่อไล่ขึ้นมาถึงเกียร์ 4 ที่ความเร็วประมาณ 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รอบเครื่องยนต์จะป้วนเปี้ยนแถวขีดแดงพอดี ด้วยความที่กลัวเครื่องยนต์สะดุดเสียจังหวะ จึงเปลี่ยนขึ้นเกียร์ 5 รอบวูบลงไปพอสมควร ความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ และไปหยุดแถว 183 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อดูจากเครื่องวัดอัตราเร่งที่เชื่อมต่อกับดาวเทียม ส่วนความเร็วบนหน้าปัดหยุดที่ 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

baเมื่อเกียร์อยู่ในโหมด +/- ไฟ ECO จะดับ และติดขึ้นอีกครั้งเมื่อดึงเกียร์กลับสู่ตำแหน่ง D โดยในโหมด +/- จะคิ๊กดาวน์ไม่ลง ซึ่งใช้ร่วมกับครูสคอนโทรลได้ดี เพราะครูสคอนโทรลของแคปติวายังเหมือนรุ่นแรกคือ ไวเกินเหตุ ในการทดสอบอัตราสิ้นเปลืองมีบางช่วงที่ต้องเข้าโค้งหรือขึ้นเนินทำให้ความเร็วลดลง ก็จะคิ๊กดาวน์เพื่อรักษาความเร็ว 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่ตั้งไว้ น่าจะมีผลให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้นจากการที่รอบไม่นิ่ง แต่เมื่อใช้โหมด +/- ร่วมกับครูสคอนโทรล เมื่อความเร็วลดลง ระบบจะค่อยๆ ไล่รอบขึ้นอย่างนุ่มนวลในเกียร์ 6 ซึ่งเป็นเกียร์สูงสุด ไม่มีการคิ๊กดาวน์แต่อย่างใด

baเห็นอัตราสิ้นเปลืองเดินทางไกลแล้ว คงพอเดาได้ว่าการใช้งานในเมืองจะกินดุขนาดไหน เท่าที่ทดสอบก็มีตั้งแต่ 5.5-8 กิโลเมตรต่อลิตร โหดสุดก็ตอนเอารถไปคืนที่อาคารรสา ตรงข้ามแดนเนรมิตเก่า ใช้น้ำมัน E85 ที่มีอยู่ในถัง ออกจากบ้านประมาณ 9.23 น. ของวันจันทร์ ใช้ถนนกรุงเทพฯ-นนท์ ที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้า ขับผ่านหน้าเซ็นทรัลลาดพร้าว ถึงจุดหมายเวลา 10.16 น. ระยะทาง 12.7 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 53 นาที ความเร็วเฉลี่ย 14 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 18 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือ 5.5 กิโลเมตรต่อลิตร
Chevrolet Captiva 2.4 LTZ FlexFuel
ช่วงล่างนุ่มหนึบลงตัว
baแคปติวา ใหม่ใช้ระบบกันสะเทือนอิสระ 4 ล้อ ด้านหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังมัลติลิงก์ 4 จุดยึดพร้อมระบบ Self-Levelizer ปรับความสูงช่วงล่างหลังอัตโนมัติเมื่อมีน้ำหนักบรรทุก โดยการปรับจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป และไม่ใช่ว่าจะปรับขึ้นมาระดับเดียวกับตอนที่ไม่มีน้ำหนักบรรทุกเสมอไป แต่จะปรับเพื่อให้รถมีความสมดุลสูงสุด

baตอนที่เข้าร่วมการทดสอบแบบ Group Test มีโอกาสได้ลองช่วงล่างกับหลากหลายสภาพถนน โดยรวมแล้วให้ความรู้สึกนุ่มนวล แต่ไม่ถึงกับยวบยาบ เป็นความนุ่มแบบหนึบ บนทางเรียบตรงหรือโค้งกว้าง สามารถใช้ความเร็วสูงได้อย่างมั่นใจ แต่ด้วยประเภทของรถ ช่วงล่างจึงมีการให้ตัวค่อนข้างเยอะ

baการดูดซับแรงกระแทกทำได้ดีแม้ใส่ยางกว้างแก้มเตี้ย ลองเปลี่ยนเลนกะทันหันที่ความเร็วประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงเริ่มมีอาการวูบวาบให้สัมผัสบ้าง แต่ยังไม่ต้องออกแรงแก้ไข พวงมาลัยให้การตอบสนองในระดับค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับประเภทรถ ส่วนระบบเบรกอยู่ในระดับมาตรฐาน มีอาการหน้าทิ่มท้ายยกไม่มากนักเมื่อเบรกกะทันหันที่ความเร็วสูง

baเชฟโรเลต แคปติวา เอสยูวี 7 ที่นั่ง เด่นที่ความสดใหม่ของรูปลักษณ์ ห้องโดยสายกว้างขวาง และเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก รองรับพลังงานทางเลือกแก๊สโซฮอล์ E85 ที่ช่วยให้ประหยัดได้ จากราคาเชื้อเพลิงที่ถูกกว่า ช่วงล่างเน้นการใช้งานบนทางเรียบและพร้อมลุยเล็กๆ ตั้งราคาไว้ 1,580,000 บาท ประกัน 3 ปี 100,000 กิโลเมตร คุ้มหรือไม่อยู่ที่ความพอใจและลักษณะการใช้งาน •

ขอบคุณ: บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เอื้อเฟื้อรถยนต์ในการทดสอบ



Create Date : 19 เมษายน 2555
Last Update : 19 เมษายน 2555 9:13:42 น. 0 comments
Counter : Pageviews.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
BlogGang Popular Award#10


 
nanogang
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add nanogang's blog to your web]