นิยาย ดราม่า ดี ฮา หื่น สนุก เลิฟซีนภาษาสวย
Group Blog
 
<<
กันยายน 2554
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
1 กันยายน 2554
 
All Blogs
 
ห้วงเสน่หา ปรารถนาแห่งหัวใจ 18

ตอนที่ 19 สัจจะ

ประพันธ์แต่งเครื่องแบบครึ่งท่อนไปเดินเรื่องขอไฟฟ้าเข้าบ้านของเพื่อนรักจนเรียบร้อย พนักงานติดตั้งหม้อไฟให้ในเวลาต่อมา
บ้านนี้สัจจะซื้อได้ด้วยเจ้าของเขาเมตตาขายให้ วันนี้สัจจะเข้ามาบ้านพร้อมชายร่างผอมผิวดำแดงผมขามแซมทั่วศีรษะ ประพันธ์จอดรถไว้ใต้ถุน สัจจะบอกว่า ลุงเลี่ยมจะมารับจ้างเฝ้าบ้านและดูแลสวน แรกๆจะพักอยู่ด้วยและจะขยับขยายไปปลูกกระท่อมต่างหาก ทางท้ายสวน
ลุงเลี่ยมเป็นคนขยันเลี่ยมสมชื่อเวลาชั่วครึ่งเดือน บ้านและสวนถูกจัดแต่งเป็นระเบียบ เมื่อประพันธ์ว่างมาหาเพื่อนอีกครั้ง สัจจะนั่งวาดภาพนางในวรรณคดีอยู่ในห้องทำงาน ลุงเลี่ยมและหญิงสาวสดใสนางหนึ่งช่วยกันปลูกดอกไม้ลงในกระถาง
“ขยันจริงๆลุงเลี่ยม ไม่เห็นเคยหยุด แล้วนี่หาดอกไม้มาจากไหนครับ”
“ก็แถวนี้ละครับ จะแขวนไว้ตามเสาระเบียงบ้านคุณจ๊ะ จะได้ดูสดชื่น อ้อ น้ำตาลไหว้เพื่อนคุณจ๊ะซิลูก นี่หลานผมครับคุณจ่า คุณจ๊ะเห็นว่าอาศัยอยู่กับคนอื่นกลับบ้านมืดค่ำก็เลยให้พักด้านหลังโน่นครับ ดูแลทำความสะอาดบ้านไปด้วย” ลุงเลี่ยมแนะนำยืดยาว ประพันธ์หยิบจับช่วยงานอย่างคนไม่อยู่สุขเช่นกัน นายตำรวจหน้าหวาน เหลือบมองน้ำตาลสาวรุ่นสวยใส อีกฝ่ายแลสบแล้วเบือนหลบอย่างเขินอาย
“คุณจ๊ะอยู่ข้างบนครับ คุณจ่า”
“ให้เขาทำทำงานไปเถอะครับ วาดภาพต้องอยู่คนเดียวเงียบๆอ้าวนั่น” ประพันธ์เหลือบไปเห็นรถปิกอัพเข้ามาจอดข้างต้นไม้ใหญ่เขาลุกขึ้น มองเต็มตา รถนั้นไม่เคยเห็น แต่คนตัวโตที่โดดลงจากรถ นั้นเขารู้จักเป้นอย่างดี ขิม ใช้รถปิกอัพตอนเดียวขนไม้ดอกไม้ประดับมาจนเต็มคันรถ
“พัน มาช่วยหน่อยเรู้ว” ขิมตะโกนเรียกเพื่อนตามด้วยรถของขิม คนขับมาเปิดประตูรถหอบหิ้วกระถางใบน้อยมีกล้วยไม้หลากสีล้วนราคาแพง
“ใจเดียวกับลุงเลี่ยมเลย” ประพันธ์เอ่ยแล้วลงไปช่วยเอาของลงจากรถ
ลุงเลี่ยมและน้ำตาลช่วยกันคนละไม้ละมือ สัจจะได้ยินเสียงครึกครื้นเบื้องล่างจึงชะโงกหน้ามาดู เห็นเพื่อนช่วยกันขนไม้ดอกไม้ประดับก็รีบลงมาร่วม
“เฮ่ย ขนซื้อมาทำไม แพงมากสินี่” เงินมีค่าสำหรับสัจจะเสมอ เท่าที่เห็นเพื่อนรักขนมาให้ในวันนี้ ราคาตกหลายหมื่นบาท
ขิมรู้ทันความคิดของคนช่างเกรงใจ จึงบอกว่า
“เป็นของขวัญน่า ร้านของพรรคพวกกันเอง ฉันจะสร้างโสนน้อยเรือนงาม แล้ววันนี้ไม่ไปวาดข้างนอกหรือ”
“หยุดซักวัน” เขาบอกแค่นั้น ช่วยเพื่อนจัดการขนย้ายของ เหตุผลที่หยุดมีมากกว่าการเร่งภาพตามที่ต้องการ เพราะนางแบบของเขานั่นเอง เขานึกไปถึงนายจ้างสาว ที่นับวันจะมีท่าทีไม่น่าไว้ใจ
“อย่าบอกนะคะผู้ชายอายุขนาดคุณจะไม่เคยผ่านผู้หญิงมาก่อน”
ปากรูปสวยปิดสนิทไม่ตอบคำใดๆ นางแบบที่ยืนทำท่าคล้ายจับอะไรอยู่จึงงอนไม่โพสต์ท่าต่อ หากคนวาดก็วาดไปเรื่อย ภาพที่วาดร่างไว้จนเสรู้จหมดนางแบบก็แทบจะไม่ต้องทำอะไรแล้ว กุลธิดาอยากโชว์เรือนร่างมากกว่า
หากสัจจะจิตกรผู้นี้คือบุรุษผู้เย็น ชา ต่อหญิงคนใด เขามีความยึดมั่นต่อหญิงเพียงคนเดียวที่เขาเชื่อว่าต้องเติบโตเป็นสาวสวยที่ไหนสักแห่งในประเทศนี้
เขาลงสีภาพได้ดูหวานกว่าความเป็นจริงเมื่อลงสีร่างเปลือยกลับมีแพรขาวบางพริ้งพันไว้บางเบาปิดไม่มิดหากดูได้อารมณ์ยิ่ง
“ธิดาไม่สวยหรือจึงมีผ้าอะไรเนี่ยปิดเอาไว้”
“ของอะไรที่เขาปิดๆไว้ ย่อมสวยงาม และใครมองล้วนก็อยากเปิดดูทั้งนั้น ส่วนคนแก้ผ้าเดินกลางถนนผมไม่เห็นคนชมว่าสวยซักคน”
“คุณธรรมเอ่อว่าธิดาร่านรักไปรึเปล่า” หญิงสาวถามตรงอารมณ์
“ผมไม่มีสิทธิ์ไปว่าอะไรคุณ”
กุลธิดาโอบรัดร่างที่นั่งบนเก้าอี้หมุนเขาขืนตัวนิ่ง ไม่ยินดีใดๆเมื่อริมฝีปากแดงระเรื่อพรมจุมพิตทั่วใบหน้าเรื่อยลงริมฝีปากอุ่นครู่เดียวเจ้าเธอก็ปล่อยอีกฝ่าย
“เชื่อแล้วว่าคุณตายด้านสนิท” เธอกล่าวกระแทกใส่ผู้ชายผู้ไม่มีอารมณ์ตอบสนอง เดินไปคว้าเสื้อคลุมมาสวมเดินออกจากที่นั่นไป
วันนี้สัจจะจึงหยุดการวาดภาพไปหนึ่งวันรอให้ผู้ว่าจ้างทำอารมณ์ให้ปกติเสียก่อน หากเขามีญาณทิพย์คงรู้ว่า กุลธิดานั่งกอดเข่าอยู่หน้ารูปภาพ พิงหลังกับผนังกั้นดวงตาเหม่อมองเก้าอี้หมุนราวกับว่ามีใครนั่งอยู่ตรงนั้น

“ลุงเลี่ยมหาช่างมาทำบ้านใหม่ก็ดีเหมือนกันนะ” เขาร่างแบบบ้านให้ลูกจ้างดู ซึ่งเป็นเรือนไม้ชั้นเดียวสองหลังมีทางเชื่อมเข้าหากัน มีสองห้องนอน แน่ละอีกห้องสำรองไว้ให้เพื่อนมาพัก อีกหลังทำเป็นห้องทำงาน เยื้องไปห้องกลางจากระเบียงเชื่อมซึ่งทำมุมไว้รับลมเย็น ลึกไปคือครัวเล็กๆไว้ประกอบอาหาร ขิมชะโงกหน้าดูแล้วเอ่ย
“ฉันมีเพื่อนทำงานทางด้านนี้ ไม่กี่วันก็เรียบร้อยก็เสรู้จสวย ลุงเลี่ยมเก็บแรงไว้ดูแลต้นไม้ดีกว่า…”
“ใช้เงินซักไร” สัจจะเอ่ยถาม แม้วันนี้จะมีมากพอแต่ก็คิดถึงวันข้างหน้า ขิมยิ้มเห็นเขี้ยวเก๋มุมปาก ความงามของตนเองนั้น เจ้าตัวไม่รู้หรอกว่าถูก จิตกรจับไปเป็นนายแบบอิเหนาเข้าหาบุษบาในถ้ำทองเสียแล้ว เป็นแนววาดตามแบบชวา ไม่เหมือนกันกับของอาจารย์คนอื่นที่วาดตามแบบการแต่งกายทรงเครื่องอย่างไทย “สักสามแสนได้มั้ย”
“ไม่มากขนาดนั้นหรอก เขาสนิทกับฉันตกลงตามนี้ เอาแบบมาให้ฉันแล้วกันเย็นนี้จะไปจัดการให้”
“ไม่ต้องรีบหรอก”จิตกรใจเย็นเสมอ
“รีบหน่อยก็ดีขี้เกียจขึ้นบ้านนายเหมือนกัน ถ้าเรื่องเงิน ฉันออกให้ก่อน”
“เรื่อเงินไม่มีปัญหาอะไร”สัจจะบอกพร้อมรอยยิ้ม อย่างมั่นใจว่าเงินสำรองในธนาคารทุกบาทสุกสตางค์ได้ถูกใช้อย่างรู้ค่าที่เดียว
ชั่วเดือนเดียวสัจจะก็มีบ้านราวกับออกมาจากในฝันของตน ลุงเลี่ยมจัดแต่งต้นไม้ดอกไม้จนดูสดชื่นงดงามไปทั่วทั้งบ้านสวน
สัจจะนำกรอบภาพมาใส่รูปของกุลธิดา ภาพงดงามของหญิงสาวดูมีเสน่ห์ล้ำลึก เธองามเหมือนนางพญาไพร อยู่ท่ามกลางสัตว์ป่าน้อยใหญ่ สีองค์รวมลึกลับ ราวกับเป็นยุคกลางชองยุโรป กุลธิดาแตะต้องภาพของตนอย่างทะนุถนอม เอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกอ่อนไหว
“คุณธรรมวาดรูปของธิดาจนดูเลอเลิศกว่าตัวจริงอีกนะคะ ภาพสวย สวยมากจนธิดาอยากร้องไห้”
“อ้าวทำไมละครับ…ไม่ชอบหรือ”
“ชอบค่ะแต่เศร้าใจ”
ชายหนุ่มไม่เข้าใจ หญิงสาวสักนิด จนเมื่อหญิงสาวในชุดเสื้อบังทรงกับกางเกงสั้นสีเดียวกันเดินเข้ามาโอบกอดเขาพร้อมคำสารภาพจึงทำให้สัจจะเข้าใจ
“เพราะความสวยงามไม่มีค่าอะไรเลย ถ้าถูกหมางเมินจากผู้ชายที่เราฝันถึง”
“ความฝันก็คือความฝัน ตื่นขึ้นมาก็ลืม”
“คุณมีความฝันที่ไม่มีวันลืมมั้ยคะคุณธรรม”
สัจจะนิ่งอึ้งกับคำถามย้อนตัวเอง ความฝันที่เขาเคยฝันและจดจำอย่างแม่นยำ เด็กหญิงตัวน้อย มานั่งเฝ้าไข้เด็กชายที่เป็นอีสุกอีใส เพื่อนคนอื่นถูกห้าม ต่างไม่กล้ามา แต่ป่านแก้วมาจนได้ ความฝันที่เป้นความจริง และอีกมากมายเรื่องจริงที่เหมือนฝันของสัจจะคนนี้ ป่านแก้ว เด็กหญิงที่เติบโตและมีอายุเท่ากันกับเขา
“คุณเงียบไปนานอย่างนี้แสดงว่าคุณมีสินะ”
“ครับผมรักเธอคนนั้น รักเพียงคนเดียว และผมคิดว่าถ้าเธอไม่มีใคร ผมจะรักเธอจนตาย”
“คุณคงไม่ได้จูบเธอสินะ”กุลธิดาเอ่ยเบาพลิ้ว “ขอรอยจูบนั้นให้ธิดาได้มั้ยคะ รอยจูบที่คุณจะทำให้ผู้หญิงคนนี้มีชีวิตก้าวต่อไปได้โดยยังคิดถึง และไม่มีวันลืมคุณ”หญิงสาวกล่าวพลาง สวมกอดชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง
สัจจะปลดแขนหญิงสาวออกจากการกอดรัด กุลธิดาสะอื้นฮักเข้าใจว่าเขารังเกียจ แต่สักครู่เขาสอดนิ้วตามนิ้วมือทั้งสองของเธอแทนการโอบกอด กุลธิดารู้สึกอบอุ่นไปทั้งกายกระชับมือสอดเกี่ยวแน่น
สัจจะก้มลงจุมพิตนุ่มนวลลงบนริมฝีปากระเรื่อของเธอเนิ่นนานก่อนจะปล่อย
“คุณธรรมธิดารักคุณค่ะ” เธอโผกอดซบหน้านิ่งกับร่างสูง
“ความรักกับความใคร่คุณต้องแยกให้ห่างกัน”
เธอไม่เข้าใจ คำนั้น เพราะรักของเธอมาพร้อมกับความใคร่เสมอ เขายกมือลูบท้ายทอยซึ่งมีลูกผมปละปลาย พลางกระซิบแผ่วเบาริมหูเธอ
“คุณจะเป็นหญิงที่มีค่ามากนะธิดา ถ้ารักตัวเองมากกว่านี้”
“ธิดาไม่เข้าใจ เมื่อธิดาอยู่ใกล้คุณ ธิดาอยากใกล้คุณมากกว่านี้”
“แล้วความรักจะหมดไปพร้อมพร้อมกับความปรารถนาใช่มั้ย ถ้าไม่สมความปรารถนาในสิ่งที่คุณคิดว่าดีเลิศแล้ว”
“คุณธรรม” กุลธิดาคลายแขนอาการกอด เขาก็ปล่อยเธอเช่นกัน
“คุณอย่าทำให้ผมเป็นผู้ชายแย่ๆเลยนะ เพราะแค่ความเป็นหญิงชายแล้วจบที่ความใคร่ผมรับไม่ได้หรอกครับชีวิตอย่างนั้น และผมจะไม่ยอมทำร้ายผู้หญิงทุกคนที่ผมไม่ได้คิดอะไรกับเขา”
“แต่ธิดารักคุณ”
“เด็กดี”เขาเสยผมเธอให้พ้นหน้าผากจูบเบาราวจูบบนหน้าสาวซักคน
“ผมขอบคุณ ที่คุณรักผม และผมจะรักคุณในแบบของผม ผมจะเป็นพี่ชายของคุณถ้าไม่รังเกียจ”
“เป็นคำปฏิเสธที่สุภาพมากนะคะเท่าที่ธิดาเคยได้รับมา” เธอยิ้มนิดริมฝีปากสั้นน้อยๆน้ำตาจะร่วงริน เขาเช็ดน้ำตาอย่างอ่อนโยน กุลธิดารับมือของเขาจุมพิตแผ่วเบาไว้กับแก้มเนิ่นนานกว่าจะปล่อย
สุดท้ายหญิงสาวย่อมรู้ดีว่า ใจอันแข็งแกร่งของสัจจะคนนี้ไม่มีทางเปลี่ยนเข้าไปหาเธอ เธอเองก็ควรรู้รักษาค่าของตนเองเช่นกัน เมื่อเวลาสิ้นสุดนั้นมาถึงแล้ว
สัจจะจัดเก็บอุปกรณ์ลงกระเป๋าสัมภาระ ก้าวออกจากหน้าของเธอในวันนี้ เชื่อว่าเขาจะไม่เข้ามาในฐานะใดๆ
“ถามจริงเถอะค่ะผู้หญิงคนแรกในชีวิตของคุณที่คุณไม่มีรักให้เธอเลยแต่กลับเสียตัวไป คือใครคะคุณธรรม” เธอถามเมื่อมาส่งเขาที่ประตู ชายหนุ่มรูปงามเหมือนรูปสลักหินอ่อนสีงาช้างยิ้มในสีหน้า ส่งให้หน้าเย็นๆของเขาดูมีชีวิตชีวาน่ามอง
“ผมก็ไม่รู้หรอกครับว่าเธอคนนั้นเป็นใคร เพื่อนกรอกเหล้าผมจนเมา ตื่นขึ้นมา เธอนอนคลุมโปงอยู่ และผมก็รีบใส่ผ้าออกจากห้องที่ผมไม่รู้จักแทบไม่ทัน แต่คุณธิดาเชื่อไว้อย่างนะครับว่า หลังจากนั้นผมไม่ยอมเมาให้เพื่อนวายร้ายพวกนั้นแกล้งผมอีกเลย” เธอหัวเราะเบาๆ ก่อนด่าอย่างไร้ความหมาย
“คนบ้า คุณนี่บ้าอย่างเหลือร้ายจริงๆค่ะ” สัจจะหัวเราะออกมาเบาๆ
“เรื่องจริงใช่มั้ยคะที่บอกมานี่ หรืออำธิดาเล่น”
“ผมอยากให้เป้นความฝันร้ายของผมจริงๆ”
“แหม แหม....”ธิดาอุทาน ก่อนโบกมือลาแก่กัน
การจากลาในวันนี้ คงเป็นการจากลาชั่วนิรัน เส้นขนานของชีวิตจริงของหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่ไม่มีวันจบลงที่จุดหมายปลายทางเดียว
ธิดารักคุณค่ะ ผู้ชายแสนดี...สัจธรรม!!
ขิมมาหาสัจจะแต่วันนั่งสนทนาจนแดดร่มลมตก ขิมเอนกายลงพิงหมอนขวานโยนถั่วใส่ปากกับแก้มเต็มโต๊ะมีเบียร์เย็นวางแช่อยู่ในลังน้ำแข็ง เขาแทบนั่งดื่มอยู่คนเดียวเพราะสัจจะไม่ชอบดื่ม และไม่ถนัดนัก รวมทั้งไม่อยากริลองในช่วงอายุสามสิบนี้แล้ว
จิตกรคนดีทอดสายตามองเพื่อนรักอย่างสังเกตไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว จนในที่สุดเขาต้องเปิดปากออกมาจนได้ว่า
“ทำท่ารื่นรมย์แต่ไหง ในดวงตาที่เป็นหน้าต่างของหัวใจนายจึงฉายแววไม่มีความสุขเลยเล่า”
คนเป็นจิตรกรมือหนึ่งเหมือนเครื่องฉายเอกซเรย์ มองได้ทะลุปรุโปร่งโดยเฉพาะคนเป็นเพื่อนซึ่งเคยสนิทกันมาตั้งแต่ยังพูดไม่ได้จนย่างเข้าวัยหนุ่ม
“ฉันเบื่อพวกจิตรกรมองข้างนอกดันเห็นข้างใน”
พูดพลางเบือนมองกล้วยไม้สีสดที่ห้อยกระถางบนราวระเบียง เรือนไม้สวย ที่ขิมสมมติให้เป็นเรือนโสนน้อย
“แสดงว่ามีความในใจจริงๆ”
“ใช่ เป้นความในใจ”ขิมเอ่ยเสียงหนัก ยกแก้วเบียร์ดื่มย้อมใจหมดแก้ว “และฉันทำความผิดต่อนายด้วยจ๊ะ”
“ผิดต่อฉัน ผิดเรื่องอะไรหรือ”สัจจะถามเสียงแข็ง ไม่เข้าใจ และนึกเดาไม่ได้
สองหนุ่ม หล่อไปคนละทาง ต่างมองหน้ากันนิ่ง คนตัวโตเสจะรินเบียร์ แต่สัจจะจับมืออีกฝ่ายไว้ เอ่ยเสีงหนัก
“บอกฉันโดยไม่ต้องให้เมาได้มั้ยขิม”
“ให้ฉันได้เมาอีกแก้ว”ขิมต่อรอง สัจจะปล่อย ขิมรินเบียร์เต็มแก้ว ยกดื่มอั้กๆจนหมด เขาไม่มีทางเลี่ยงอีกแล้ว แม้เบียร์หลายแก้วจะไม่ทำให้เขาเมาก็ตาม
“ผู้หญิงที่นายวาด เอ่อเป็นเพื่อนฉัน”
“อ้าวก็ไม่แปลกนี่ พวกนายน่าจะรู้จักกัน เพราะฉันเห็นเขาไปที่บริษัทนายเออถ้าเป็นเพื่อนนาย จะเอารูปไปให้เป็นของขวัญเขาก็ได้ฉันให้” สัจจะใจกว้าง ขิมยิ่งละอายใจที่ปิดบังความลับมานาน ชายหนุ่มก้มมองมือตัวเองก่อนสบตาเพื่อน ก่อนถามด้วยหัวใจที่เจ็บลึก
“อยากพบเขามั้ย”
“ไม่ดีกว่า” สัจะปฏิเสธ “แค่นายมาเห็นฉันวาดภาพเขา เขาอาจจะเข้าใจผิดก็ได้ วันนั้นฉันเห็นเขายิ้มให้โดยไม่รู้จักกันฉันว่าเขาเป็นผู้หญิงที่มีอัธยาศัยดี ขับรถหรูแต่ไม่หยิ่งกับผู้ชายเซอๆสองคน ฉันเลยประทับใจเขา จนคิดมีรูปเขาไว้ก็ไม่เสียหายไม่คิดว่าแกจะเห็นด้วยซ้ำไปขิม”
“วาดได้เหมือนมากแม้จะพบกันแวบเดียว”
“นั่นสิมันติดตายังกับรู้จักเขามานานเป็นเพื่อนสนิทแกหรือขิม”
ขิมหนักใจไม่น้อยรู้สึกลำบากเหลือเกินในคำที่จะเอ่ยบอกเพื่อน จนสัจจะเห็นขันกล่าวสนุก
“เขาเป็นเมียแกหรือไง”
“แกอย่าทำเป็นพูดเล่นเลยจ๊ะ”ขิมเอ่ยติดขรึม
“ถ้าอย่างนั้นเราขอโทษที่มาแอบเขียนรูปเมียแก” สัจจะกลั้นหัวเราะหยิบแก้วเบียร์มาจิบ“ชื่ออะไรหรือสุดที่รักของแก”
“ป่านแก้ว”
สัจจะแน่นหน้าอกรู้สึกหายใจขัด ขิมจับมือสั่นเทาของเพื่อนบีบแน่น
“ขอโทษจ๊ะที่ปิดบังนายเรารู้ว่านายรักป่านแตนายจะให้เราทำยังไง เราก็รักป่าน แต่จะให้ปิดบังไม่ให้พวกนายเจอกันเราก็รู้สึกผิดตลอดพวกนายต่างตามหากันและกันอยู่”
น้ำตาลูกผู้ชายเอ่อคลอหน่วย ความยินดีแฝงไว้ด้วยความโหดร้ายเช่นนี้เสมอ เขาต้องอดทนให้ได้รู้ว่า ขิมก็เจ็บปวดไม่น้อยเช่นกันที่ปิดบังเพื่อน
“จ๊ะเรารักนายนะจ๊ะ เป็นเพื่อนนายเสมอ ถ้าเจอนายก่อนป่านเราจะห้ามใจไว้แต่วันนี้มันย้อนกลับไม่ได้”
“ป่านกับนาย” น้ำเสียงขาดหายในลำคอ หัวใจแห้งผากกับความผิดหวังยิ่งนัก
ขิมพยักหน้าแทนคำตอบ สัจจะบีบมือเพื่อนซึ่งเกาะกุมอยู่ เขาพร่ำบอกเสียงสั่น
“ฉันอยากเจอป่าน เป็นยังไงบ้างสบายดีมั้ย จะให้เราไปพร้อมกับพันก็ได้ หมอนั่นมันก็อยากเจอป่าน เจอมอญ อยากเจอเพื่อนทุกคน”
“จ๊ะ”
น้ำใสใจจริงคือสิ่งที่ซื้อหามาไม่ได้มิตรภาพที่ดีคือสิ่งที่ล้ำค่ายิ่งนักความรักแยกความใคร่ออก คือความบริสุทธิ์ของจิตใจหึงหวง แย่งชิง หรือคิดร้าย ย่อมไม่บังเกิดกับมิตรแท้!!





Create Date : 01 กันยายน 2554
Last Update : 1 กันยายน 2554 8:57:43 น. 0 comments
Counter : Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รุ่งแก้ว
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add รุ่งแก้ว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.