พัฒนาชีวิตด้วยปัญญา และความดี
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2559
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
24 พฤศจิกายน 2559
 
All Blogs
 
อยากเริ่มต้นธุรกิจส่งออกทำอย่างไรดี?



ขั้นตอนและจุดเริ่มต้นส่งออกสำหรับ SME (SME)

การนำสินค้าที่มีในประเทศหนึ่ง ส่งไปยังอีกประเทศหนึ่งที่ยังไม่มีสินค้าชนิดนี้ถือเป็นหลักการส่งออกโดยทั่วไปที่ทำให้ผู้ประกอบการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ “ประสบความสำเร็จ” มาหลายรายแล้ว แล้วถ้าเราจะเริ่มต้นส่งออกควรจะเริ่มต้นอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง SME ขนาดกลาง และเล็กที่อยากจะนำสินค้าของตนส่งออกไปยังต่างประเทศเหมือนรายใหญ่บ้างจะเริ่มต้นอย่างไรดี บทความนี้มีคำตอบให้ครับ

DeathtoStock_Creative-Community3

ขั้นตอนแรก “หาความต้องการของสินค้าเราให้เจอ”

ขั้นตอนนี้สำคัญมากครับเพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการวางแผนที่จะส่งออกสินค้าของเราให้ “ตรงจุด” และตรงกับกลุ่มลูกค้าที่เราจะนำสินค้าไปเสนอขาย เพราะหากเราเลือกกลุ่มลูกค้าไม่ถูกจุดตั้งแต่เริ่มต้นเราจะเสียเวลา เสียเงินเปล่าไปกับการโปรโมท ค่าใช้จ่ายของการเดินทาง สินค้าตัวอย่าง โดยที่ลูกค้าไม่ได้สนใจสินค้าของเราเลย ลองเข้าไปหากลุ่มลูกค้าของเราด้วยการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ที่มีฐานข้อมูลลูกค้าต่างประเทศอย่างกรมส่งเสริมการส่งออกก็ได้ครับ

ขั้นตอนที่สอง “โปรโมทสินค้าผ่านช่องทางต่างๆ”

513841094a452_XXLเมื่อเราได้กลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการแล้ว SME ต้องเริ่มต้นโปรโมทสินค้าของตนผ่านช่องทางต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น ช่องทางอินเตอร์เน็ตอย่างเว็บ www.alibaba.com ที่เป็นเว็บขายส่งสินค้าระดับโลก ด้วยการโพสพอกสรรพคุณสินค้าของเรา นอกจากนั้นการติดตามกรมส่งเสริมการส่งออกไปออกงานแฟร์ยังต่างประเทศ หรือแม้แต่งานแฟร์โชว์สินค้าภายในประเทศเพื่อทำให้สินค้าของเราเป็นที่รับรู้ในวงกว้างที่สุด จนกว่าจะได้ “คำสั่งซื้อ” จากลูกค้าเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปครับ

ขั้นตอนที่สาม “วางแผนการผลิต และจัดส่งสินค้า”

เมื่อเราได้กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ประเทศเป้าหมายที่เราคิดจะส่งออกสินค้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อมาก็คือการวางแผนการส่งสินค้าเมื่อเราได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้ามาแล้ว การวางแผนส่งสินค้าประกอบด้วยการวางแผนการผลิตสินค้า การตรวจสอบคุณภาพสินค้า เราต้องเข้าใจว่าลูกค้าต้องการคุณภาพสินค้าระดับไหน ต้องมีใบรับรองอะไรบ้างเพื่อกันความผิดพลาด เพราะหากเราส่งสินค้าผิด spec ไปยังต่างประเทศแล้วลูกค้าตีกลับ ความเป็นจริงแล้วค่าขนส่งกลับนั้นอาจแพงกว่าราคาสินค้าทำให้เกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก

ขั้นตอนที่สี่ “จัดการเอกสารการส่งออกให้ครบถ้วน”

เอกสารการส่งออกสินค้าถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ยิ่งถ้าเราต้องส่งสินค้าที่เน่าเสียง่ายยิ่งต้องมีความรอบคอบเรื่องเอกสารให้ครบถ้วนที่สุดครับ ลองเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ครับ

http://www.thebiz.in.th/index.php?lay=show&ac=article&Id=539410751

http://www.smethailandclub.com/knowledges-view.php?id=81

หรือหากเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำธุรกิจส่วนตัวก็ที่นี่เลยครับ http://www.naiwaen.com/?cat=5

ขั้นตอนที่ห้า “การบริหารจัดการด้านการเงินสำหรับผู้ส่งออก”

สำหรับการบริหารจัดการด้านการเงินนั้นถือเป็นเครื่องมือที่ใช้ “หล่อเลี้ยง” ให้ธุรกิจส่งออกขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ครับ เปรียบเหมือนกับรถยนต์ที่ไม่มีน้ำมันเครื่องที่ดีก็จะกินน้ำมัน ต้นทุนสูง และไปไม่ได้ไกลนั่นเอง สำหรับการขับเคลื่อนทางการเงินด้วยการขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME ผมขอแนะนำบริการสินเชื่อเพื่อการส่งออก (Packing Credit) ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นบริการที่สนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนให้กับผู้ส่งออกในการซื้อวัตถุดิบเพื่อผลิตสินค้า และช่วยให้ธุรกิจการค้าดำเนินไปได้อย่างคล่องตัว

naiwaentammada traderสำหรับการบริการธนาคารให้บริการสินเชื่อเพื่อการส่งออกเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้นไม่เกิน 180 วันทั้งสกุลเงินบาทและสกุลเงินตราต่างประเทศ โดยสามารถนำสัญญาซื้อขาย, L/C หรือใบจำนำสินค้า มาเป็นหลักฐานเพื่อขอสินเชื่อ ผู้ส่งออกสามารถเบิกเงินล่วงหน้าเพื่อนำไปซื้อสินค้า หรือวัตถุดิบในการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกและเมื่อได้รับชำระค่าสินค้าจากผู้นำเข้าในต่างประเทศแล้ว จึงนำเงินมาชำระคืนให้กับธนาคารในภายหลัง

ประโยชน์ที่เราจะได้รับ ได้แก่ เสริมสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ และได้รับอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าวงเงินสินเชื่อเบิกเกินบัญชี (OD) ทำให้สามารถเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ สามารถผลิตหรือจำหน่ายสินค้าได้อย่างคล่องตัวด้วยขั้นตอนที่สะดวก รวดเร็วในการพิจารณาวงเงินสินเชื่อของธนาคาร

อย่างไรก็ตามรายละเอียดการส่งออกจริงๆ จะมีขั้นตอนที่มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งขั้นตอนการจัดทำเอกสารรับรองต่างๆ ผู้ส่งออกควรศึกษาให้รอบด้าน หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจะดีที่สุดครับ ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จส่งออกสินค้าไทยไปทั่วโลก เพื่อความภาคภูมิใจของเราชาวไทยด้วยกันนะครับ

#หนังสือน่าอ่าน เจาะหุ้น VI เกาะกระแสเมกะเทรนด์

กระแสเมกะเทรนด์ในยุคใหม่มีอะไรบ้าง และเราจะลงทุนอย่างไรให้เกาะไปกับกระแส เพื่อไม่ให้ตกรถ หนังสือเล่มนี้จะบอกเล่าประสบการณ์ลงทุนในหุ้น จะทำให้คุณไม่ต้องเสี่ยงกับหุ้นที่เราไม่รู้จัก และปลอดภัยจากการลงทุนได้มากขึ้นอย่างแน่นอนครับ

หน้าปก เจาะหุ้นวีไอเกาะกระแสเมกะเทรนด์

บทนำ “จุดเริ่มต้นของการลงทุนแนววีไอ”
บทที่ 1 เลือกหุ้นอย่างไรให้ปลอดภัย
บทที่ 2 เจาะหุ้นเหล็ก
บทที่ 3 ยุคแห่งพลังงานสะอาด และเมกะเทรนด์โรงไฟฟ้า
บทที่ 4 บทเรียนหุ้นพลังงานทดแทน
บทที่ 5 เจาะแก่นหุ้นเล็กโตไว
บทที่ 6 วีไอซื้อหุ้นต้องดูอะไรบ้าง?
บทที่ 7 ประสบการณ์ลงทุนหุ้นโภคภัณฑ์
บทที่ 8 ประสบการณ์ลงทุนหุ้นรถไฟฟ้า และหุ้นคอนโดมิเนียม

ติดตามได้ที่นี่เลยครับ "คลิ๊กเพื่อเข้าสู่หนังสือ"





Create Date : 24 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2559 15:06:19 น. 0 comments
Counter : 341 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ตี๋2555
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 149 คน [?]




สวัสดีครับผม "นายแว่นธรรมดา" ผู้เขียนหนังสือขายดี "รวยหุ้นแบบ VI ไม่เสี่ยง" หนังสือ "หุ้น 5 พารวย" และเป็นผู้ก่อตั้ง http://www.naiwaen.com เว็บไซค์การลงทุนในหุ้น กองทุนรวม และ Money Market อีกมากมาย
และ http://www.topofliving.com เว็บไซค์เกี่ยวกับการเลือกซื้อบ้านหลังแรก การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยนิยามส่วนตัวก็คือ ทำให้ความมั่งคั่ง กลายเป็นเรื่อง "สนุก"
หากต้องการข้อมูลข่าวสารการลงทุนอย่างรวดเร็ว และเชื่อถือได้ แวะไปกด LIKE ที่นี่นะครับ https://www.facebook.com/NaiwaenTammada

ผมยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนๆ นักลงทุนทุกท่าน ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ
Free counters!
New Comments
Friends' blogs
[Add ตี๋2555's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.