พัฒนาชีวิตด้วยปัญญา และความดี
Group Blog
 
<<
มกราคม 2560
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
5 มกราคม 2560
 
All Blogs
 
รีไฟแนนซ์บ้านอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด



1

“สวัสดีวันปีใหม่พา ให้บรรดาเราท่านรื่นรมย์ ฤกษ์ยามดีเปรมปรีดิ์ชื่นชม ต่างสุขสมนิยมยินดี” ได้ยินเพลงนี้แล้วก็แสดงว่าก้าวเข้าสู่เทศกาลแห่งความสุขของคนทั้งโลก เทศกาลปีใหม่ เมื่อเริ่มปีใหม่แล้ว เพื่อนๆ ก็คงอยากจะเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ ใช่ไหมครับ เพื่อนๆ บางคนที่ผ่อนบ้านอยู่ อยากจะผ่อนบ้านหมดเร็วๆ อยากเป็นหนี้น้อยลงรับปีใหม่ อยากจะรีไฟแนนซ์บ้าน วันนี้ผมจึงได้นำเคล็ดลับการรีไฟแนนซ์บ้านอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด มาฝากเพื่อนๆ กันครับ

รีไฟแนนซ์บ้าน คืออะไร หมายความว่าอย่างไร

เพื่อนๆ หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “รีไฟแนนซ์บ้าน” กันใช่ไหมครับ แต่บางคนก็อาจจะไม่เข้าใจความหมาย ผมจึงขออธิบายง่ายๆ  คำว่า “รีไฟแนนซ์บ้าน” ก็คือ การจัดไฟแนนซ์บ้านใหม่อีกครั้ง โดยการเปลี่ยนแหล่งเงินกู้ โดยการไปกู้ยืมสินเชื่อก้อนใหม่มาแทนสินเชื่อเดิม หรืออธิบายง่าย ๆ คือการนำบ้านที่ผ่อนชำระสินเชื่ออยู่ ไปค้ำประกันเพื่อขอสินเชื่อใหม่อีกครั้ง โดยผู้ขอสินเชื่อจะได้เงินก้อนมาปิดภาระสินเชื่อเดิม ซึ่งการรีไฟแนนซ์จะทำกับสถาบันการเงินเดิม หรือจะย้ายไปยังสถาบันการเงินใหม่ก็ได้ ซึ่งสาเหตุที่เรามักจะรีไฟแนนซ์บ้าน ก็เพราะต้องการดอกเบี้ยในอัตราใหม่ที่ถูกกว่าเดิม ซึ่งจะสามารถลดเงินต้นได้เร็วขึ้น หรือต้องการค่างวดที่ต้องจ่ายต่อเดือนลดลง หรืออยากได้ระยะเวลาในการผ่อนชำระนานขึ้น หรือต้องการย้ายสินเชื่อจากธนาคารเดิมไปยังธนาคารอื่นที่มีข้อเสนอที่ดีกว่า โดยทั่วไปการรีไฟแนนซ์บ้าน นั้นส่วนใหญ่จะทำกันทุกๆ 3 ปี เพราะโดยปกติแล้วธนาคารทั่วไปจะมีโปรโมชั่นดอกเบี้ยต่ำเฉพาะ 3 ปีแรก ดังนั้นเมื่อสิ้นระยะของดอกเบี้ยโปรโมชั่น แล้วดอกเบี้ยก็มักจะสูงขึ้น จึงทำให้เราต้องมีผ่อนชำระบ้านด้วยดอกเบี้ยที่สูงขึ้นมาก คนส่วนใหญ่จึงมักจะรีไฟแนนซ์บ้าน เพื่อให้ได้ดอกเบี้ยที่ลดลง

2

การทำรีไฟแนนซ์บ้านมีทั้งข้อดี และข้อเสีย ผมจึงนำเอาข้อดีและข้อเสียของการรีไฟแนนซ์บ้าน มาให้เพื่อนๆ ได้เปรียบเทียบ และพิจารณาดูครับ

ข้อดีของการทำรีไฟแนนซ์บ้าน

  • ช่วยให้เราได้อัตราดอกเบี้ยในการผ่อนสินเชื่อบ้านที่ต่ำลง ทำให้การผ่อนชำระค่างวดต่อเดือนลดลง
  • การผ่อนบ้านเป็นการลดต้นลดดอก เมื่อรีไฟแนนซ์บ้านจะได้ดอกเบี้ยในการผ่อนสินเชื่อบ้านที่ลดลง เมื่อดอกเบี้ยลดลง จึงทำให้เมื่อเราผ่อนชำระค่างวด ทำให้ไปลดต้นได้มากขึ้น ทำให้หนี้บ้านหมดได้เร็วขึ้น
  • เนื่องจากเมื่อเรารีไฟแนนซ์บ้านแล้ว จะได้เงินส่วนต่างจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง จึงทำให้มีเงินเหลือใช้จ่ายส่วนอื่นๆ ที่จำเป็นได้มากขึ้น เช่น นำไปต่อเติมบ้าน ใช้จ่ายหมุนเวียนในธุรกิจ หรือจะนำเงินไปจับจ่ายซื้อของที่จำเป็นก็ได้

ข้อเสียของการทำรีไฟแนนซ์บ้าน

  • ค่อนข้างยุ่งยากในการเตรียมเอกสาร เพื่อรีไฟแนนซ์บ้าน เพราะต้องเตรียมเอกสารต่างๆ พอสมควร เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน บัญชีธนาคารย้อนหลัง สลิปเงินเดือน สำเนาใบเสร็จรับเงินการผ่อนชำระค่าบ้าน ย้อนหลัง 6 เดือน สัญญาซื้อขาย โฉนดและภาพถ่ายแสดงกรรมสิทธิ์หลักประกัน เป็นต้น
  • กรณียอดหนี้บ้านเหลือไม่มาก และเหลือระยะเวลาผ่อนเพียง 1-2 ปี การรีไฟแนนซ์อาจเป็นการตัดสินใจที่ได้ไม่คุ้มเสีย ผมแนะนำให้เพื่อนๆ ใช้เงินโบนัส หรือเงินเก็บมาโปะหรือปิดหนี้เลยจะคุ้มกว่าครับ
  • ต้องเสียค่าจัดรีไฟแนนซ์ใหม่ เสียค่าใช้จ่ายมากมายในการดำเนินการ เสียเวลาในการดำเนินการ และอาจต้องเสียค่าปรับหากมีการไถ่ถอนก่อนกำหนด

SC Asset GBBSV A St Vincent 31 copy

หลักในการพิจารณาว่ารีไฟแนนซ์บ้านอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด

  • เปรียบเทียบดอกเบี้ยส่วนต่าง โดยพิจารณาดูว่าอัตราดอกเบี้ยตลอดอายุสินเชื่อที่จะรีไฟแนนซ์จะต้องต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยตลอดสินเชื่อที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งเงื่อนไขเรื่องจำนวนเงินผ่อนต่องวดที่ลดลงและระยะเวลาการผ่อนชำระที่นานขึ้น โดยผมแนะนำให้เพื่อนๆ คำนวณจากค่างวดผ่อนต่อเดือนที่วงเงินกู้และระยะเวลาการผ่อนชำระเท่ากัน เปรียบเทียบดูค่างวดระหว่างสินเชื่อจากธนาคารเดิมที่ใช้อยู่กับสินเชื่อจากธนาคารที่ใหม่ หากที่ใหม่ได้รับดอกเบี้ยถูกกว่าเท่าไหร่ จะทำให้ค่างวดที่ต้องผ่อนชำระก็จะลดลงตามไปด้วย
  • เปรียบเทียบราคาตลาดหรือราคาประเมินของบ้านกับมูลหนี้ที่เหลือ ในการทำรีไฟแนนซ์ โดยมีหลักการที่ว่า ราคาตลาดหรือราคาประเมินของที่อยู่อาศัยที่จะทำการรีไฟแนนซ์ต้องมีมูลค่าสูงกว่ามูลหนี้ที่เหลือ เช่น หากเพื่อนๆ ซื้อบ้านเมื่อ 3 ปีที่แล้ว โดยกู้ซื้อบ้านในราคา 3 ล้านบาท เมื่อเพื่อนๆ ผ่อนชำระสินเชื่อเป็นประจำ จนทำให้ปัจจุบันมูลหนี้คงเหลือประมาณ 2.5 ล้านบาท และปัจจุบันราคาประเมินของบ้านหลังนี้อยู่ที่ 3.3 ล้านบาทซึ่งสูงกว่ามูลหนี้ที่เหลือ ในกรณีนี้เพื่อนๆ ก็มีโอกาสที่จะรีไฟแนนซ์บ้านได้ แต่ว่าถ้าหากราคาประเมินของบ้านในปัจจุบันลดลงมาต่ำกว่า 2.5 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่ามูลค่าหนี้คงเหลือ กรณีนี้เพื่อนๆ ก็ไม่สามารถที่จะรีไฟแนนซ์บ้านได้
  • พิจารณาค่าใช้จ่ายในการดำเนินการต่างๆ ที่ต้องใช้ในการทำรีไฟแนนซ์บ้าน และนำค่าใช้จ่ายในการดำเนินการต่างๆ มารวมกันแล้วเฉลี่ยออกเป็น 3 ปี จะได้เป็นค่าใช้จ่ายต่อปี บวกกลับไปที่ดอกเบี้ยเฉลี่ยของธนาคารที่ใหม่ แล้วนำไปหาส่วนต่างกับที่เก่า โดยเมื่อคำนวนแล้วต้องมีส่วนต่างต่ำกว่าที่เก่าจึงจะคุ้มค่าในการีไฟแนนซ์บ้านครับ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการดำเนินการต่างๆ ที่ต้องใช้ในการทำรีไฟแนนซ์บ้าน มีดังนี้

- ค่าปรับในกรณีไถ่ถอนหลักประกันก่อนระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งระยะเวลาโดยทั่วไปจะอยู่ที่ 3 ปีนับจากวันเริ่มกู้ โดยจะคิดค่าปรับประมาณ 2-3% ของวงเงินกู้ทั้งจำนวน โดยบางแห่งคิดจากมูลหนี้ที่เหลืออยู่

- ค่าจัดการสินเชื่อตามสัญญาใหม่ ประมาณ 0-1% ของวงเงินกู้ใหม่

- ค่าธรรมเนียมจดจำนอง 1% ของวงเงินกู้ (ไม่เกิน 200,000 บาท)

- ค่าประเมินราคาหลักประกัน ประมาณ 2,500 บาท-0.25% ของราคาประเมิน

- ค่าทำประกันอัคคีภัย ประมาณ 2,000 บาทสำหรับบ้านมูลค่า 1 ล้านบาท

- ค่าอากรแสตมป์ ประมาณ 0.05% ของวงเงินกู้ใหม่

  • หาข้อมูลธนาคารที่ให้อัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดหลายๆ ธนาคาร ผมแนะนำให้เพื่อนๆ ลองยื่นเอกสารขอรีไฟแนนซ์กับธนาคารที่เราสนใจอย่างน้อย 3 แห่งขึ้นไป แล้วหลังจากนั้นจากนั้น ให้พิจารณาเลือกรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารที่ให้วงเงินสูงที่สุด โดยต้องดูเงื่อนไขการผ่อนชำระและค่าธรรมเนียมที่ใกล้เคียงกันด้วยครับ

อ่านเรื่องราวของคนอยากมีบ้านเพิ่มเติมทีนี่ครับ "คลิ๊กเพื่ออ่าน"

SC Asset GBBSV A St Vincent 04




Create Date : 05 มกราคม 2560
Last Update : 5 มกราคม 2560 13:01:18 น. 0 comments
Counter : 380 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ตี๋2555
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 151 คน [?]




สวัสดีครับผม "นายแว่นธรรมดา" ผู้เขียนหนังสือขายดี "รวยหุ้นแบบ VI ไม่เสี่ยง" หนังสือ "หุ้น 5 พารวย" และเป็นผู้ก่อตั้ง http://www.naiwaen.com เว็บไซค์การลงทุนในหุ้น กองทุนรวม และ Money Market อีกมากมาย
และ http://www.topofliving.com เว็บไซค์เกี่ยวกับการเลือกซื้อบ้านหลังแรก การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยนิยามส่วนตัวก็คือ ทำให้ความมั่งคั่ง กลายเป็นเรื่อง "สนุก"
หากต้องการข้อมูลข่าวสารการลงทุนอย่างรวดเร็ว และเชื่อถือได้ แวะไปกด LIKE ที่นี่นะครับ https://www.facebook.com/NaiwaenTammada

ผมยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนๆ นักลงทุนทุกท่าน ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ
Free counters!
New Comments
Friends' blogs
[Add ตี๋2555's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.