No.6/2014 มนต์เสน่ห์แม่แตง ไปแล้วหลังรักเลย ตอนที่ 2.2 แอ่วปางช้างโชคชัย ม่วนนัก
รีวิวต้นเรื่อง : http://pantip.com/topic/32082144

เช้าวันใหม่หลังจบภารกิจวันแรก  เราแจ้งทางรีสอร์ทไว้ว่าทานอาหารเช้าตอน 8โมงเพราะเรามีนัดกับทัวร์ที่จะไปปางช้างวันนี้ อาหารมาตรงตามเวลาค่ะ เป็นข้าวต้มปลา รสชาดอร่อย ไม่คาวมาพร้อมน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวและเครื่องปรุง เราชอบรสชาดแบบนี้นะคะ แต่ไม่มีภาพประกอบเพราะว่ารีบทำเวลากัน

วันนี้เราจะไปเที่ยวปางช้างโชคชัยที่อำเภอแม่แตงกันค่ะ เราจองทัวร์ผ่านเชียงใหม่ทีทัวร์ ในราคาคนละ 700บาทเท่านั้นซึ่งเท่าที่โทรถามหลายๆเจ้าจะอยู่ที่พันบาทขึ้นไปและจองตรงราคา1,500 บาทเราจึงเลือกใช้บริการเจ้านี้

http://www.chiangmaiteetour.com/product/detail-183999.html

เราไม่เคยจองทัวร์เชียงใหม่เลยค่ะ  ปกติเดินทางเองตลอดแต่สำหรับกิจกรรมแบบนี้จองผ่านทัวร์ได้ราคาดี เราถามรายละเอียดทัวร์ค่อนข้างเยอะเพราะเราไม่ได้พักตัวเมือง ดังนั้นเราจะไม่ย้อนไปขึ้นรถที่ตัวเมืองค่ะและเราอยากร่วมไปดูฟาร์มกล้วยไม้และผีเสื้อที่แม่ริมด้วย จึงนัดหมายกันที่ใบออคิดและจอดรถไว้ที่นั่น ส่วนค่าใช้จ่ายไปจ่ายกันที่ปางช้างไม่ต้องโอนเงินล่วงหน้า ถือว่าไว้ใจได้ค่ะ

ทัวร์จะคอนเฟิร์มเราล่วงหน้า 1 วันและคอนเฟิร์มก่อนเวลานัด30 นาทีหลังจากเรากินข้าวเรียบร้อยแล้ว เรานัดหมายกันไว้ 9.45 น.ที่สวนกล้วยไม้และผีเสื้อใบออคิด แต่เราไปถึงก่อนเวลาจึงไปหาร้านกาแฟนั่งรอที่ติตาแกลอรี่













คณะของเรามาพร้อมแล้วค่ะ  ปกติค่าเข้าใบออคิดอยู่ที่คนละ 40บาทแต่สำหรับเรารวมอยู่ในค่าทัวร์เรียบร้อยแล้ว











เข้าไปชมผีเสื้อกันค่ะ  ถ้าสังเกตโดยทั่วจะเป็นฟองน้ำชุ่มไปด้วยน้ำหวานและผลไม้รสหวานเต็มไปหมดเลยค่ะ

















หลังจากรวมตัวกันเรียบร้อยแล้ว เรานั่งรถตู้ของโชคชัยทัวร์ต่อไปยังปางช้างโชคชัยค่ะ พอไปถึงเราก็เริ่มกิจกรรมทันที ไกด์ให้เราข้ามสะพานไปอีกฝั่งเพื่อไปนั่งช้าง







มองหันหลังกลับไป อาคารนี้จะเป็นจุดทานอาหารกลางวันของเราค่ะซึ่งเป็นบุฟเฟ่ต์และรวมในค่าทัวร์แล้ว อาหารจะเป็นพวกข้าวเปล่า ข้าวผัด ผัดซีอิ๊วก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ ผัดไท ไก่ทอด แกงเขียวหวาน หอมหัวใหญ่ทอด แกงจืด สลัด ผลไม้



กิจกรรมแรกของเราวันนี้คือการนั่งช้าง





พอนั่งไปสักพักจะมีจุดขายอาหารช้างค่ะอยู่ที่ถุงละ 40 บาทจะซื้อหรือไม่ก็ได้ เราแวะซื้อกันค่ะ ให้รางวัลช้างกันซะหน่อย



หลังจากให้อาหารช้างเสร็จกันแล้ว  ช้างจะพาเราลุยน้ำ เพื่อไปขึ้นอีกฝั่ง







จบรอบก็กลับมาลงที่เดิม





เตรียมไปดูการแสดงช้างกันต่อค่ะ









เท่าที่สังเกตปางช้างจะมีแต่ชาวจีนและชาวต่างชาติ ไม่มีคนไทยเลยค่ะ







การแสดงโชว์กำลังจะเริ่มแล้วค่ะ  ช้างที่แสดงวันนี้อายุมากสุดคือ 6 ปีที่เหลือจะอายุ 2 ปีและมีเล็กสุด 1 ปีค่ะ



ที่นี่ภาคสองภาษาค่ะจีนและอังกฤษ  ดูช้างอย่างเดียวเลยค่ะ



ช้างแกล้งหลับ



ช้างนั่งสวัสดีผู้ชม



ช้างน้อยตัวนี้ 1 ขวบแล้วค่ะ  โชว์เดิน 2 ขาด้านช้าง



โชว์ควงฮูลาฮูป



เริ่มคึกคัก สะบัดใหญ่เลยค่ะ



โชว์เตะฟุตบอลค่ะ  พอเตะเข้าทีช้างดีใจ ควงงวงใหญ่เลย





โชว์ต่อไปต้องการอาสาสมัคร หาไม่ยากเลยค่ะ  จนจีนยกมือเพียบทุกกิจกรรม

สปาช้าง





โชว์ใส่หมวกก็ขายดี  ยังไม่รู้ว่าเรียกลงมาทำอะไร ได้คนอาสาหญิงชายลงสังเวียนอย่างละ 1 เรียบร้อย







จริงๆการแสดงโชว์มีเยอะเลยค่ะ  แต่ขอเอามาโชว์เป็นอย่างสุดท้ายเป็นโชว์ช้างวาดภาพ ส่วนผลงานที่ช้างวาดใครสนใจใบละ 500 บาทค่ะ









หลังโชว์จบเราข้ามฝั่งกลับไปทานอาหารกลางวันค่ะ เพราะหลังทานเสร็จเรามีกิจกรรมนั่งเกวียนต่อ

เกวียนที่นั่งจะนั่งคันละ 4 คน ไปตามถนนและวกกลับหน้าร้านขายลิ้นจี่ เพื่อนเราชอปปิ้งบนหลังเกวียนกันเลยทีเดียวได้ลิ้นจี่มา 2 กก. 50 บาทหวานอร่อยค่ะ







ร้านนี้เล็งว่าจะมาทานไว้โอกาสหน้าแล้วกันเห็นว่าบรรยากาศดี มีทานน้ำไหล อาหารอร่อย



หลังจากนั่งเกวียนเสร็จแล้ว  เราไปล่องแพไม้ไผ่ล่องไปตามสายน้ำเอื่อยๆเพราะช่วงที่ไปน้ำไม่มากและเชี่ยวหากไปหน้าฝน แพน่าจะไหลไปไวกว่านี้




สำหรับเพื่อนๆที่อ่านมาถึงตรงนี้  ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านนะคะ




Create Date : 26 กันยายน 2557
Last Update : 26 กันยายน 2557 9:46:57 น.
Counter : 976 Pageviews.

2 comment
No.5/2014 มนต์เสน่ห์แม่แตง ไปแล้วหลังรักเลย ตอนที่ 2.1 เข้านอนที่ ณ ซอมพอ บ้านดิน แม่แตง
รีวิวต้นเรื่อง : http://pantip.com/topic/32082144

Place : ณ ซอมพอ บ้านดิน แม่แตง,เชียงใหม่

Room type : บ้าน ณ ระเบียงน้ำ,บ้าน ณ ดอกไม้

Date : 10 - 11 May, 2014

Price : 800 บาทต่อหลังรวมอาหารเช้าสำหรับ 2ท่าน

เมื่อตอนที่แล้วเราพาชมแม่แตงเมืองที่เต็มไปด้วยวัดวาอาราม ศิลปะแบบล้านนา เล่นน้ำตก ไปเลี้ยงแกะและเข้าชมพระตำหนักเจ้าดาราฯกันแล้ว ตอนที่ 2 นี้เราจะพาไปชมที่พักคืนนี้ของเราที่แม่แตง คือณ ซอมพอบ้านดิน และพาเที่ยวปางช้างโชคชัยกัน ช่วงวันที่สองของทริป เป็นช่วงที่สนุกสนานมากๆ



โดยส่วนตัวเป็นคนชอบเที่ยวที่ใหม่ๆไปเรื่อย แม่แตงเป็นอีกหนึ่งอำเภอที่ยังไม่เคยมาเยือน เราเห็นรูปที่พักนี้จากเพื่อนๆที่ไปเที่ยวกันเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และเห็นว่าสวยดีอยากลองมาพักสักครั้งเพราะยังไม่เคยนอนรีสอร์ทสไตล์บ้านดินเลย

เราหาข้อมูลของรีสอร์ทและพบว่ารีสอร์ทสามารถติดต่อได้ผ่านทางช่องทางFacebook และมีรูปบ้านพักหลังอื่นๆให้ดู ใครสนใจบ้านสไตล์นี้ลองติดต่อรีสอร์ทโดยตรงดูนะคะ

https://www.facebook.com/NaZomporBaandin

ครั้งนี้เราไปทั้งหมด 4 คนเราเลือกบ้านณ ระเบียงน้ำและบ้าน ณ ดอกไม้ไว้ ซึ่งสองหลังนี้อยู่คนละฝั่งของบ่อน้ำ แต่ดูจากรูปแล้วสวยทั้งสองหลัง เราจึงตัดสินใจโทรจองและโอนเงิน เจ้าของคอนเฟิร์มรวดเร็วค่ะ รอเวลาแค่เข้าพักเท่านั้น หลังจากโอนเงินแล้วได้แผนที่พร้อมสำหรับเดินทางไปยังที่พัก



ณซอมพอบ้านดินอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวหลายๆแหล่งในแม่แตงขับรถไม่นานก็ถึง จากแผนที่จะเห็นว่าห่างจากร้านแป้นเกล็ดที่มีฟาร์มแกะเพียง 10กม.ขับรถเพียงแค่นิดเดียวก็ถึงแล้ว หรือจะต่อไปน้ำตกหมอกฟ้าก็ใช้เวลาไม่นาน

ทางเข้ารีสอร์ทอาจจะสังเกตยากสักหน่อย พอขับมาถึงกม.ที่ 9จะมีป้ายวัดท่าข้ามทางซ้ายมือให้เลี้ยวเข้าซอยมาค่ะ ขับมาประมาณ 2-300 เมตรรีสอร์ทจะอยู่ทางซ้ายมือมีประตูทางเข้าเหมือนศิลาแลง และมีป้ายติดชื่อรีสอร์ทไว้

ช่วงที่เราไปรีสอร์ทมีทั้งหมด 5หลังแต่เห็นเจ้าของว่ากำลังขยายสร้างห้องเพิ่มอีก ห้องใหม่จะสูงขึ้นไปกว่าห้องอื่นๆเราลองไปยืนตรงนั้นวิวน่าจะสวยถ้าสร้างเสร็จ เปิดห้องมาคงเห็นวิวภูเขาสลับไปมาสวยดี

หลังจากเรารับกุญแจเรียบร้อยแล้ว เราก็ตรงเข้าไปที่บ้านหลังแรกกันก่อนค่ะ บ้านหลังนี้เป็นบ้านของหนุ่มๆ ชื่อบ้าน ณดอกไม้ เข้ากับผู้ชายมากๆ เราลืมถ่ายหน้าบ้านตอนกลางวันมาไว้รอดูหน้าบ้านตอนกลางคืนแทนนะคะ

ตรงส่วนนี้เป็นระเบียงบ้าน ของบ้าน ณ ดอกไม้



ภายในบ้านพักค่ะห้องขนาดไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป แต่เตียงนอนนอนสบายมากเหมือนนอนโรงแรมระดับ4-5 ดาวเลยค่ะ







ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้าน มีสบู่ แชมพู กาแฟทิชชู่ เครื่องปิ้งขนมปัง กระติกน้ำร้อนและน้ำดื่มให้ 4 ขวด  แต่ที่นี่ไม่มีไดร์เป่าผมนะคะ ใครที่ต้องใช้อาจจะต้องหาเตรียมมาเอง



รายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ตกแต่งภายในห้อง





ภายในห้องน้ำจะแบ่งโซนแห้งและโซนเปียก  โดยจะมีเครื่องทำน้ำอุ่นกับฝักบัวให้ แต่เราชอบอาบจากกระบอกไม้ไผ่ลำใหญ่ๆมากกว่าค่ะ น้ำใหลแรงดีและสดชื่นมากๆ แต่น้ำจากกระบอกไม้ไผ่เป็นน้ำเย็นอย่างเดียวนะคะ



เดินต่อไปบ้านอีกหลังของเราค่ะ  บ้านนี้สำหรับสาวๆอย่างเรา


ถึงแล้วค่ะบ้านของเราในวันนี้อีกหลัง ชื่อ บ้านณ ระเบียงน้ำ



ระเบียงหน้าบ้านของเราค่ะ  ถ้าเห็นบ้านไกลๆทางซ้ายมือของภาพ บ้านหลังนั้น บ้าน ณ ดอกไม้ค่ะ



ภายในบ้านพักข้าวของเครื่องใช้หลักๆจะเหมือนกันทุกหลัง ต่างกันที่ของตกแต่งรูปทรงของบ้านพักเสียมากกว่า





ตอนช่วงที่เราไปเพิ่งผ่านหน้าร้อนมาได้ไม่นาน  น้ำในบ่อเลยแห้งเฮือด อดพายเรือ เล่นน้ำเลยค่ะ ใครมาช่วงหน้าฝนหรือหน้าหนาวสามารถพายเรือเล่นได้นะคะ











มาดูห้องน้ำกันค่ะ  อาบน้ำไปก็หวิวๆไป เราลองไปมองจากข้างนอกเข้ามาก็ไม่เห็นนะคะ ถ้าไม่ได้มาส่องคาซี่ไม้ไผ่ แต่ทางรีสอร์ทก็มีผ้าม่านอาบน้ำกันให้อีกชั้นนึงค่ะ







น้ำแห้งไปเยอะเลยค่ะ  เห็นเพื่อนมาตอนหน้าหนาวน้ำเต็มบ่อได้พายเรือเล่นกันด้วย



วันที่เราเข้าพักมีเพียงเรากับเพื่อนแค่ 2หลัง จึงขอเจ้าของไปแอบส่องหลังอื่นๆเสียหน่อย เจ้าของใจดีมาก เดินเปิดให้เราดูและถ่ายรูปทุกหลังเลย ขอบคุณมากๆค่ะ

หลังนี้อยู่ด้านบนฝั่งเดียวกับบ้าน ณดอกไม้ เราไม่แน่ใจว่าชื่ออะไร แต่ที่พวงกุญแจเขียนว่าบ้านหลังที่ 5สงสัยจะเป็นบ้านหลังใหม่ของที่นี่เลยยังไม่มีชื่อเรียก



แต่ภายในให้บรรยากาศเหมือนมาเป็นมนุษย์ถ้ำเลยค่ะ  ห้องนี้ตกแต่งสวย ห้องน้ำเป็นกำแพงสูง ลืมบอกเพิ่มเติมไปว่าบ้านทุกหลังไม่มีเครื่องปรับอากาศและโทรทัศน์นะคะ แต่กลางคืนอากาศเย็นสบายค่ะ ไม่ร้อน









บ้านหลังนี้ ชื่อ บ้าน ณ ภูดิน ค่ะ



รูปทรงดูจากภายนอกเหมือนจะเป็นทรงสี่เหลี่ยมเกือบจะจตุรัส  ภายในห้องพักหวานแหววมากค่ะ อาจจะเพราะชุดเครื่องนอนทำในบ้านดินที่แข็งๆดูอ่อนหวานขึ้นมาทันที





สำหรับคนที่ไม่ชอบห้องน้ำซีทรูแบบที่เรากับเพื่อนเลือก ชอบมิดชิดหน่อยหลังนี้เป็นห้องน้ำปูนกั้นสูงเลยค่ะ



บ้านหลังสุดท้ายของวันนี้ค่ะ  มีชื่อว่า บ้าน ณ ระเบียงดาวอยู่ติดกับศาลาของรีสอร์ทและอยู่ถัดมาจากบ้าน ณ ภูดิน





ห้องนี้ก็ตกแต่งสวยค่ะ อยู่ใกล้ต้นไม้ใหญ่เย็นสบายค่ะ  หน้าบ้านมีชิงช้าด้วย













ศาลาของรีสอร์ทค่ะ  เอาไว้นั่งพูดคุยเม้าส์มอยกันได้ถ้ามากันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ แต่ถ้ามา4 คนแบบเรา นั่งหน้าบ้านตัวเองก็มีพื้นที่มากพอแล้วค่ะ เพราะบ้านทุกหลังมีระเบียงสำหรับนั่งชมดาวตากอากาศเย็นๆ





ชมบ้านพักยามค่ำคืนกันบ้าง บ้าน ณ ดอกไม้เราไม่ได้ถ่ายตอนกลางวันมาแต่พอมีภาพกลางคืนอยู่นะคะ









ส่องจากบ้าน ณ ดอกไม้ ไปจะมองเห็นบ้าน ณระเบียงน้ำที่เราพักค่ะ



เดินไปเก็บภาพยามค่ำคืนบ้านเราบ้างค่ะ







บ้าน ณ ภูดินยามค่ำคืนค่ะ



และบ้านหลังที่ 5ที่เราไม่รู้ว่าหลังนี้ชื่อว่าอะไร แต่สวยดี



จักรยานรีสอร์ทเอามาจอดไว้ให้เราปั่นไปเที่ยวเล่นค่ะ  มีทั้งสองล้อ และสามล้อ



หลับฝันดีกันก่อนสำหรับคืนนี้  พรุ่งนี้จะมาเล่ากิจกรรมที่ปางช้างโชคชัย อำเภอแม่แตงกันต่อค่ะ




Create Date : 25 กันยายน 2557
Last Update : 25 กันยายน 2557 8:47:23 น.
Counter : 845 Pageviews.

3 comment
No.4/2014 มนต์เสน่ห์แม่แตง ไปแล้วหลังรักเลย ตอนที่ 1.2 ไหว้พระเสริมมงคล ให้อาหารแกะ แวะน้ำตก
รีวิวต้นเรื่อง : http://pantip.com/topic/32076786

ตื่นเช้ามาไม่รอช้าเรามีนัดรับเพื่อนอีกคนที่สนามบินตอน 8 โมงเช้า เราเช็คเอ้าท์อย่างรวดเร็วโดยหย่อนกุญแจและคีย์การ์ดลงกล่อง Dropboxที่ทาง The Mirror Service Apartment ติดไว้ตรงประตูทางออก สะดวกดีค่ะ

หลังจากเรารวมแก๊งซ์ครบทั้ง 4 คนแล้วเราเดินทางไปยังพระตําหนักดาราภิรมย์ของเจ้าพระตําหนักเจ้าดารารัศมีทางไปอำเภอแม่ริมค่ะซึ่งเป็นทางผ่านของเราครั้งนี้ พระตำหนักเปิดทำการ 9 โมงเช้าค่าเข้าสถานที่เพียงคนละ 20 บาทด้านในตัวพระตำหนักไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ เราเลยถ่ายแต่ภายนอกเท่านั้น









จากพระตำหนักมาไม่ไกลนัก  เราแวะไหว้พระกันต่อที่วัดป่าดาราภิรมย์ซึ่งเป็นพระอารามหลวงแห่งที่ ๗ ของจังหวัดเชียงใหม่



วัดป่าทางภาคเหนือ  ถ้าอยู่อำเภอรอบนอกห่างตัวเมืองออกมาจะสงบมาก งานศิลปะที่มีภายในวัดสวยงามตามแบบล้านนาตามบันไดวัดจะมีตัวมอมคอยเฝ้าอารักษ์อยู่ และจะเห็นยักษ์รูปแบบต่างๆ อยู่รายรอบวัด บางตนถือกระบอง บางตนน่าตาน่ารัก บางตนดูดุดัน



















จากตรงนี้เรากำลังจะเข้าสู่แม่แตงแล้ว  ยังไม่ได้ทานอาหารเช้ากันเลย เราเล็งไว้ระหว่างร้านม่อนระมิงค์และร้านข้าวแฝ่ซึ่งอยู่ริมถนนสังเกตได้ แต่เราคุยกันเพลินทำให้เลยร้านม่อนระมิงค์ไป  เราจึงเลือกทานที่ร้านข้าวแฝ่แทน เราเลือกอาหารง่ายๆกันคนละอย่างและของที่ทานเล่นร่วมกัน เพื่อความรวดเร็วในการเดินทางต่อ

ข้าวซอยไก่ชามนี้รสชาดเข้มข้นมาพร้อมกับน่องไก่โตๆเนื้อร่วนหลุดจากกระดูกเลย



จานที่สองเป็นผัดกระเพราห่อไข่  หน้าตาไม่ธรรมดา รสชาดกลางๆไม่เผ็ดมาก



ชามนี้เป็นก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กแห้ง มาพร้อมกับมะนาวสำหรับคนชอบรสชาดเปรี้ยวจัดจ้านหรือจะปรุงเป็นยำก็ได้



ชุดนี้เรียกเป็นจานไม่ได้  ต้องบอกว่ามาเป็นเซ็ต มีทั้งไส้อั่วแคบหมู แกงฮังเลร้านนี้เด็ด ไม่เผ็ดอร่อยถูกใจคนกรุงเทพฯเลย



กำลังจะเข้าเขตแม่แตงแล้ว เราเอาแผนที่ที่ซอมพอ ณ บ้านดิน รีสอร์ทที่เราจะนอนคืนนี้มาดู เพื่อเป็นไกด์ไลน์สำหรับการเดินทางเที่ยวในวันนี้ จากแผนที่เรายังไม่เลี้ยวซ้ายไปทางรีสอร์ท แต่เราจะตรงไปเรื่อยๆเพื่อไปที่เที่ยวอื่นๆ



เราใช้แผนที่ของ Holidaythai เพื่อดูที่เที่ยวที่เราสนใจประกอบอีกอันด้วย



หลังจากดูแผนที่แล้ว เราเดินทางไปวัดบ้านเด่นสะหรีศรีเมืองแกน  วัดสังเกตุได้แต่ไกลเลยเป็นวัดที่สร้างยิ่งใหญ่อลังการมากๆศิลปะสถาปัตยกรรมเป็นแบบล้านนาสร้างเพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนทางจิตใจมากกว่าประกอบพิธีทางศาสนา

































เราเดินทางต่อไปยังวัดป่าอรัญญวิเวกน้ำตกบัวตอง น้ำพุเจ็ดสี และเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล  แต่ไม่ได้เก็บภาพบรรยากาศมาเนื่องจากที่วัดกำลังมีการวิปัสสนา ในส่วนน้ำตกและน้ำพุคนเยอะ เราเลยเดินดูเฉยๆเพื่อไม่รบกวนการพักผ่อนคนอื่นๆ


เราย้อนกลับมาเส้นทางเดิม  เพื่อมุ่งหน้าไปน้ำตกหมอกฟ้าซึ่งไปทางเดียวกับรีสอร์ทที่จะเข้าพัก ขับรถมาตามเส้นทางแม่มาลัยปาย กม.19 ก่อนจะเลี้ยวไปน้ำตกหมอกฟ้า เราแวะทานข้าวเที่ยงกันก่อนที่ร้านแป้นเกล็ดสาขาหมอกฟ้า ที่นี่นอกจากจะเป็นร้านอาหารร้านกาแฟแล้ว ยังมีฟาร์มแกะไว้ให้อาหารอีกด้วย

















เบเกอร์รี่ที่นี่เป็นโฮมเมด ทำเองทุกอย่าง  ระหว่างสั่งอาหารและรออาหารมาเสิร์ฟ เราสั่งขนมปังกระเทียมมาชิม รสชาดใช้ได้แต่ไม่เข้มข้นสไตล์ที่เราชอบ เราชอบเข้มข้นแบบหน้าม.ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์มากกว่า



มื้อนี้เราสั่งกัน 2เมนูคือผัดไทกุ้งและสปาเก็ตตี้พริกเผาหมู เมนูลอกกันเห็นๆ มา 4 คนกิน 2 อย่าง

เราไม่ได้ชิมผัดไทแต่เห็นทุกคนว่าอร่อย



เมนูนี้เป็นของเราสั่ง  จานนี้เราชอบมาก ยกนิ้วให้ค่ะ อร่อยจริงๆ



กินอิ่มเพื่อไม่ให้ง่วงนอน  เราเดินไปให้อาหารแกะกันต่อ ที่นี่จะมีอาหารให้แกะสองอย่างคือนมแกะและอาหารเม็ด20 บาทเท่ากัน เราซื้อมาอย่างละ 2แต่ดูๆแล้วพอตอนให้จริงแกะจะชอบหัวอาหารซะมากกว่า



พื้นที่ร้านอาหารและฟาร์มแกะกว้างขวางมากค่ะ  ทางร้านเลี้ยงแกะไว้ในคอกแต่ก็มีแกะบางตัวซุกซนมาเดินแถวร้านอาหารเช่นกัน



แก๊งซ์นี้ซนมากเห็นเราปุ๊บมุดออกนอกรั้วมาหาเลย

















เราเคลื่อนพลกันต่อ ก่อนที่อุทยานจะปิดให้เข้าไปยังน้ำตกหมอกฟ้า ทางค่อนข้างชันและมีโค้งเยอะใครมาหน้าฝนต้องระวังกันหน่อย แต่ระยะทางไม่ไกลมาก รถเก๋งคันเล็กเอาอยู่ค่ะ

เราเสียค่าเข้าไปยังน้ำตำหมอกฟ้า 4 คน 80บาทและค่าจอดรถอีก 30 บาทเป็น 110 บาท  พอถึงแล้วรถจะจอดด้านซ้ายเราต้องข้ามถนนมาทางขวาและเดินเท้าต่อไปเกือบ 500 เมตร













ถึงแล้วที่หมายของเรา  น้ำเย็นมากๆ สดชื่นเลยหลังจากผจญกับแดดมาทั้งวัน ขอไปเล่นน้ำก่อนนะคะ เดี๋ยวตอนที่สอง เราจะพาชมรีสอร์ท ซอมพอ ณ บ้านดิน และพาเที่ยวปางช้างโชคชัยกัน ครึ่งหลังนี้สนุกมากๆ เพราะจะพาขี่ช้าง ดูโชว์ นั่งเกวียนและล่องแพค่ะ











Create Date : 24 กันยายน 2557
Last Update : 24 กันยายน 2557 13:16:35 น.
Counter : 502 Pageviews.

2 comment
No.3/2014 มนต์เสน่ห์แม่แตง ไปแล้วหลังรักเลย ตอนที่ 1.1 The Mirror Service Apartment
รีวิวต้นเรื่อง : http://pantip.com/topic/32076786

Place : The Mirror Service Apartment  ถนนศิริมังคลาจารย์,เชียงใหม่

Room type : Type A - 2 Bedroom

Date : 10 - 11 May, 2014

Price : 2500 บาทรวมเครื่องดื่มสำหรับ 3 ท่าน


ช่วงนี้เดินทางไปเชียงใหม่บ่อย หลายคนที่พบเห็นนึกว่าย้ายบ้านไปอยู่เชียงใหม่ซะแล้ว เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเราไปแม่แตงจ.เชียงใหม่มาค่ะ เชียงใหม่ไปหน้าไหนก็เที่ยวได้จริงๆเพราะความสวยแต่ละฤดูมันแตกต่างกัน

เราเดินทางถึงเชียงใหม่ช่วงวันศุกร์เกือบสี่ทุ่มเมื่อไปถึงแล้วก็รีบเข้านอนเพื่อออกเดินทางไปแม่แตงกัน ครั้งนี้เราจองโปร Airbnb ด้วยCode ส่วนลด "Songkran2014" ได้ส่วนลดมาส่วนนึงค่ะ แต่ยังคงต้องจ่ายส่วนต่างอยู่อีกเล็กน้อย ใตรสนใจที่พักเปิดใหม่แห่งนี้ลองตามเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก Facebookของทาง Apartment นะคะ

https://www.facebook.com/themirrorchiangmai


เรามาถึงดึกและออกแต่เช้าเลยไม่ทันได้ถ่ายรูปด้านหน้าที่พักมา ภาพนี้เป็นภาพที่เราเห็นตอนเลือกจองที่นี่



ทางที่พักให้แผนที่การเดินทางกับเรามาค่ะ แต่เราทำให้ใหม่สำหรับเพื่อนๆที่สนใจแล้วอยากไปพักที่นี่ The Mirror Service Apartment



เราพักกันทั้งหมด 3 คนค่ะ  ห้องพักนี้จึงตอบโจทย์เรา โดยห้องแบบที่เราเลือกเป็น 1 ห้องนอนเล็กมี 1เตียงเล็กและ 1 ห้องนอนใหญ่เป็นเตียง 6 ฟุตโดยห้องนี้จะมีห้องน้ำในตัวส่วนห้องเล็กนั้นจะใช้ห้องน้ำตรงห้องรับแขก

ภายในห้องมีส่วนของครัวสามารถปรุงอาหารได้มีไมโครเวฟ จานชามช้อนส้อม และอุปกรณ์ครัวครบ มาดูส่วนของห้องรับแขกกันก่อน





พื้นที่ส่วนของครัวซึ่งอยู่ติดกับห้องรับแขก







มองจากห้องนอนใหญ่ออกมาก จะเห็นห้องน้ำด้านนอกซึ่งคนที่พักห้องนอนเล็กจะใช้ห้องน้ำส่วนนี้ หน้าตาห้องน้ำเหมือนกันในห้องใหญ่ค่ะ



ในส่วนของห้องนอนเล็ก จะมีเตียงนอนโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้าเช่นกัน ห้องถือว่าไม่เล็กสำหรับการนอน 1 คน





ห้องนอนใหญ่ หรือ Master bedroom ห้องกว้างขวางค่ะ แต่ไม่มีโทรทัศน์ภายในห้องนอน









มาดูในส่วนของห้องน้ำกันบ้าง  ที่นี่จะแยกส่วนแห้งและเปียก ไม่มีอ่างอาบน้ำและไม่มีไดร์เป่าผมนะคะ อาจจะต้องพกมาเอง











Create Date : 24 กันยายน 2557
Last Update : 24 กันยายน 2557 12:48:51 น.
Counter : 394 Pageviews.

2 comment
No.2/2014 ครึ่งวันก็เที่ยวได้ พาไปเลี้ยงแกะ สวมชุดฮันบก ถ่ายรูปเก๋สไตล์ยุโรป in Chiang mai
รีวิวต้นเรื่อง : http://pantip.com/topic/32011422

Place : อำเภอหางดงเชียงใหม่ (San Pareni Hotel Chiang mai , Aries ฟาร์มแกะ ,Lum Lum Restaurant อาหารเกาหลี)

Date : 12 April, 2014

ครั้งนี้เราพาไปเที่ยวเชียงใหม่อีกครั้ง แต่การมาเยือนทุกครั้งเชียงใหม่ยังน่าค้นหาและมีที่ให้ได้เดินทางไปเสมอ เราบินมาถึงเชียงใหม่เกือบบ่ายสองแล้วมีเวลาเที่ยวไม่มากก่อนจะพลบค่ำ เราอยากถ่ายรูปกับแกะและคนไม่พลุกพล่านมากในช่วงสงกรานต์Aries ฟาร์มแกะตอบโจทย์นี้มาก และอยู่ห่างจากสนามบินเชียงใหม่ไม่ถึง 10นาที แต่ที่แรกวันนี้ เราจะพาไปถ่ายรูปเก๋ๆสไตล์ยุโรปกันก่อนที่San Pareni Hotel Chiang mai


จากแผนที่แล้วเดินทางมาไม่ยากเลยเพียง 10 นาทีจากสนามบินเท่านั้น (แผนที่เป็นของโครงการ Chill Park แล้วมาเพิ่มที่เที่ยวลงไปค่ะ)




เราเคยมา San Pareni Hotel Chiang mai มาแล้วดังนั้นภาพนี้จะเป็นภาพเก่าเล่าใหม่  SanPareni Hotel Chiang mai อยู่ห่างจากสนามบินไม่ถึง 10 นาที เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาครึ่งวัน หาจุดถ่ายรูป ทานเบเกอรี่หรือแม้กระทั่งอาหารมื้อหนัก ที่นี่มีอาคารทั้งหมด3 สไตล์ คือทัสคานี่ (Tuscany) อาคารห้องพัก 4 ชั้นรูปแบบสถาปัตยกรรมชนบทในอิตาลี่ ตัวตึกสีเหลือง แดง โดดเด่น








ภายในชั้น 1 เป็นส่วนของร้านอาหารมีการตกแต่งด้วยข้าวของหลากหลาย คนที่ชอบถ่ายรูปน่าจะถูกใจ





ช่วงที่เรามาพนักงานต้อนรับและดูแลเป็นอย่างดี สามารถให้ถ่ายได้ทุกมุม ถูกใจมากเลย












อาคารหลังที่สองเป็นสไตล์อัมสเตอร์ดาม (Amsterdam) ประเทศเนเธอร์แลนด์ อาคารหลากสีสันสดใสยิ่งวันแสงแดดดีๆถ่ายรูปสวยแจ่มมาก


และอาคารหลังสุดท้ายของที่นี่ อินเทอร์ลาเคน (Interlaken) ดูคล้ายกับโบสถ์ซึ่งจำลองจากโบสถ์ในชนบทของสวิตเซอร์แลนด์ ตอนช่วงที่เราไปอาคารหลังนี้ยังตกแต่งภายในไม่เสร็จ แต่สำหรับคนที่ไปช่วงนี้น่าจะได้ใช้บริการห้องอาหารในอาคารหลังนี้กันแล้ว







ขับรถไปอีกนิด เหงื่อยังไม่ทันจะแห้ง ก็มาถึง Aries ฟาร์มแกะกันแล้วฟาร์มแกะที่นี่ถึงจะไม่ใหญ่เท่าสวนผึ้งแต่ก็มีแกะนับสิบและมีพื้นที่มากพอสำหรับการถ่ายรูป นอกจากนี้ยังมีป้ายข้อความต่างๆไว้ให้ถ่ายสนุกๆอีกต่างหาก

ที่นี่นอกจากจะมีฟาร์มแกะแล้วยังมีร้านกาแฟตั้งอยู่ด้านหน้าติดริมถนนและมีร้านข้าวมันไก่อยู่ด้านหลังติดกับฟาร์มแกะด้วย ไฮไลท์ของที่นี่นอกจากจะให้อาหารแกะเพียงกำละ20 บาทได้แล้ว ยังมีแปรงไว้บริการให้เราสามารถลองแปรงขนแกะได้อีกด้วย แกะที่นี่ดูเชื่องและน่ารักมาก
















มาลองแปรงขนแกะกันค่ะ หลังจากแปรงแล้ว ดูหน้าแกะสิ ฟินเชียว










กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เย็นๆแบบนี้คงต้องหาร้านใกล้ๆแถวๆนั้น เราเลือกอาหารค่ำวันนี้ที่Lum Lum Restaurant  เพราะคิดถึงรสชาดอาหารแบบเกาหลีแท้ๆ อย่างที่เพิ่งทานมาที่เกาหลี จากการหาข้อมูลเชียงใหม่มีร้านอาหารเกาหลีเยอะมากและเกือบทุกร้านพูดเกาหลีได้หมด

เราเลือกที่นี่เพราะห่างจากที่เที่ยวเราไม่ไกลและเป็นบุฟเฟ่ต์ท่านละ 299 บาทไม่รวมน้ำ ซึ่งเราเลือกสั่งเป็นน้ำรีฟิวส์ ถ้าจำราคาไม่ผิดท่านละ 35บาท

แผนที่ของทางร้านค่ะ วันนี้เราเลือกมาทานสาขาMaehia เขียนเป็นภาษาไทย pantip จัดรูปอมยิ้มให้เลย






เราไม่รู้ว่าจานไหนอร่อยยังไง เลยสั่งอาหารที่มีในบุฟเฟ่ต์มาลองทานอย่างละ1 จาน



จากที่ลองทานมา เราชอบเนื้อสัตว์ที่หมักแล้วมากกว่าเนื้อสดนะคะ อร่อยกลมกล่อมแกล้มกินกับผักอร่อยมาก








ระหว่างที่รออาหารมาเสิร์ฟที่โต๊ะ เราเลยหามุมใส่ชุดฮันบกถ่ายภาพกัน พนักงานมาช่วยแต่งตัวให้เหมือนไปเกาหลีมาเลย ถือเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยนะคะ







หวังว่าข้อมูลจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆที่หาที่เที่ยวใหม่ๆในเชียงใหม่นะคะ  (감사하다 คัมซาฮัมนีดา) - ขอบคุณค่ะ




Create Date : 23 กันยายน 2557
Last Update : 24 กันยายน 2557 12:36:20 น.
Counter : 501 Pageviews.

2 comment
1  2  3  

Nainame
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ข้อมูล เรื่องเล่าจากการเดินทางท่องเที่ยว เพื่อแบ่งปันข้อมูลที่ได้ไปพบ สัมผัสและได้เห็นมาจากการเดินทาง
New Comments
All Blog