พฤษภาคม 2553

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
"มังคุด" ราชินีผลไม้ โลกนี้มีพันธุ์เดียว
เย็นนี้ไปเดินตลาดมา เห็นมังคุดวางขายกันเกลื่อน มองไปทางไหนก็เหมือนๆ กัน เลยหวนนึกถึงตอนสมัยเรียน

เอ้อ... ใช่ มังคุดมันมีพันธุ์เดียวนี่

เลยกลัีบมาหาข้อมูลมังคุดเล่นๆ ได้สาระบ้าง ไม่ได้สาระบ้าง เลยอยากเอามาแบ่งปันกัน ตามประสา "หว้ากอ" ครับ

มังคุด มีชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า "Mangosteen"

(ไม่รู้ที่มาว่าทำไมต้องชื่อนี้ แต่ถ้าให้ผมเดา น่าจะมาจากคำ 2 คำคือ Mango ที่แปลว่ามะม่วง กับ teen ที่แปลว่าวัียรุ่น รวมกันเป็น Mangosteen ที่แปลว่ามะม่วงวัยเยาว์ ซึ่งมะม่วงบางพันธุ์ตอนยังไม่แก่จะมีสีม่วงคล้ายสีของมังคุด - อันนี้เดาล้วนๆ)

มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Garcinia mangstana


มังคุดเป็นไม้ ไม่ผลัดใบ (evergreen tree) – ความจริงมันผลัดใบนะครับ แต่มันผลัดไม่พร้อมกัน จึงเรียกไม้ไม่ผลัดใบ เหมือนกับต้นไม้อื่นๆ ที่มีใบตลอดปี ซึ่งต่างจากไม้ผลัดใบที่พร้อมใจกันทิ้งใบในช่วงหน้าแล้ง เช่น หูกวาง ฯลฯ


มังคุดเชื่อว่ามีถิ่นกำเนิดมาจาก หมู่เกาะซุนดาและหมู่เกาะโมลุกกะ และหลังจากนั้นได้แพร่พันธุ์ไปยังหมู่เกาะอินดีสตะวันตกในทะเลแคริเบียน จากนั้นก็ถูกนำไปปลูกในประเทศแถบอเมริกากลาง-ใต้ รวมถึงหมู่เกาะฮาวายของอเมริกาด้วย




ส่วนในประเทศไทยเชื่อว่าถูกนำเข้ามาปลูกนานแล้ว และมีปรากฏในพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์ในสมัยรัชการที่ 1

ซึ่งอยู่ในโคลง ห้องที่ ๑๐..."กำเหนิดทรพีในฝูงทรพา เทวดาช่วยรักษาจนทรพีเติบโตเท่าบิดา
มาท้าแล้วขวิดทรพา "ผู้เป็นพ่อ" ตาย"
แผ่นโคลงที่ 43 บทโคลงที่ 292 ดังว่า...

ทรพีขวิดพฤกษล้ม..........แหลกยับ
มะม่วงมะปรางสัป....................รดม้วย
มังคุดทุเรียนพลับ.....................จีนหัก โค่นแฮ
ลางสดเงาะสละกล้วย...............เกลื่อนพื้นพสุธา ฯ


กล้ามังคุดเมื่อยังเล็กครับ




อันนี้ต้นมังคุดเมื่อผลิดอกออกผลครับ (โดยปกติจะเริ่มออกผลเมื่อต้นไม้ได้อายุราวๆ 7-8 ปีครับ)




สำหรับรูปร่างภายนอกของผลมังคุดคงไม่ต้องบรรยายนะครับ ผมเชื่อว่าทุกท่านรู้จัก “มังคุด” กันดี

แต่มีที่น่าสนใจอย่างหนึ่งครับว่า จำนวนกลีบของเนื้อจะเท่ากับจำนวนกลีบดอกที่อยู่ด้านล่างของเปลือก
(นั่นแน่ ใครไม่เชื่อไปเปิดตู้เย็นเอามาลองดู ไม่งั้นพรุ่งนี้ก็ไปซื้อมาพิสูจน์)



มังคุดได้รับขนานนามว่าเป็น "ราชินีของผลไม้" อาจเป็นเพราะด้วยลักษณะภายนอกของผลที่มีกลีบเลี้ยงติด อยู่ที่หัวขั้วของผลคล้ายมงกุฎของพระราชินี ดังภาษาฝรั่งเค้าว่า "Mangosteen, Queen of Fruits"

และที่ http://www.squidoo.com/ เค้าบอกไว้ว่ามังคุดเป็น 1 ใน Three exotic fruits you must try before you die นอกเหนือจากทุเรียนและขนุน

ส่วนของเนื้อมังคุดที่เรารับประทานกันคือส่วนของ Aril (หรือ arillus) ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่เจริญมาจาก hilum ของเมล็ดและห่อหุ้มเมล็ดนั้นไว้ซึ่งก็คล้ายกับผลไม้ส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเงาะ ทุเรียน ลิ้นจี่ ลำใย ทับทิม ฯลฯ

และที่พิเศษกว่านั้นคือ ผลมังคุด เป็นผลแบบ Apomixis หมายความว่า เป็นผลไม้ที่ไม่ต้องมีการผสมก็สามารถสร้างเมล็ดได้ กล่าวง่ายๆ ก็คือ ไม่มีการแบ่งตัวแบบไมโอซิส และเมื่อเอาเมล็ดไปปลูกก็จะได้ต้นเหมือนกับต้นแม่ทุกประการ เหมือนกับการขยายพันธุ์แบบตอนกิ่ง หรือปักชำ

นั่นหมายความว่า มังคุดทั่วโลก ที่คนกินกันอยู่ คือพันธุ์เดียวกัน และเป็นเหตุผลว่าทำไมตั้งแต่เกิดเราจึงเห็นมังคุดอยู่แค่พันธุ์เดียว ไม่มีพันธุ์ใหม่ออกมา เหมือนผลไม้ชนิดอื่นอย่าง มะม่วง ลำใย ลิ้นจี่ หรือแม้แต่ทุเรียน ฯลฯ

จากการศึกษา phylogeny พบว่ามังคุดเกิดจากการผสมของ Garcinia malaccensis ซึ่งเป็นต้นพ่อกับ Garcinia hombrioniana เป็นต้นแม่

ซึ่งนักวิจัยอินโดนีเซีย พบว่าต้นมังคุดทั้งหมดที่ศึกษาไม่ได้มีพันธุกรรมเหมือนกัน 100% ซะทีเดียว ซึ่งอาจเป็นผลมากจากการกลายพันธุ์ทีละน้อยจากสิ่งแวดล้อม ซึ่งก็ไม่รู้เมื่อไหร่ว่ามันจะกลายพันธุ์ไปจนหน้าตาต่างกันจนเป็นคนละพันธุ์จนเป็นมังคุดพันธุ์ใหม่

และจากการผสมข้ามชนิดที่พ่อแม่มีโครโมโซมไม่เท่ากัน ทำให้มังคุดซึ่งเป็นลูกผสมเป็นหมัน มีจำนวนโครโมโซมยังไม่เป็นที่แน่ชัด 2n=56-76, 88-90-96, 120-130



มาดูหน้าตา แม่และพ่อของมังคุดกัน



ส่วนการปรับปรุงพันธุ์มังคุดก็ไม่สามารถทำได้ด้วยวิธีการผสมพันธุ์เหมือนกับผลไม้อื่นส่วนใหญ่

การปรับปรุงพันธุ์เพื่อปรับปรุงคุณภาพบางอย่างของมังคุด จึงต้องอาศัยการชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์ เช่น การฉายรังสี หรือ การเพิ่มจำนวนโครโมโซมแทน ซึ่งก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ

*การฉายด้วยรังสีแกมมาสามารถเปลี่ยนแปลงลักษณะยีนบางตัวได้ในสภาพเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ*



อันนี้เป็นการใช้ colchicine เพื่อเพิ่มจำนวนชุดโครโมโซม แต่ก็ยังไม่สำเร็จเพราะยังไม่สามารถตรวจนับชุดโครโมโซมได้



ยังไงก็ตาม ถือว่าเป็นโอกาสในการเกิดพันธุ์ที่ดี เพราะการผสมต่างสายพันธุ์ดังกล่าว ทำให้ได้มังคุด ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีรสชาติดีและมีคุณค่าทางอาหาร และเป็นผลไม้ชั้นดีที่เป็นที่นิยมของผู้บริโภค

โดยทั่วมังคุดจะเริ่มติดผลโดยปรากฏเป็นผลขนาดเล็กๆ สีเขียวซีดอยู่ภายใต้เรือนยอดของต้น จากนั้น 2-3 เดือน สีของผลจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้ม และเปลี่ยนเป็นสีม่วงเมื่อสุก ซึ่งรวมเวลาจากติดดอกไปถึงเก็บเกี่ียวได้จะใช้เวลาประมาณ 12-14 สัปดาห์

*การพัฒนาของมังคุด*



ชาวสวนจะเก็บมังคุดจากต้นในขณะที่ผลยังเขียวอยู่และทันทีที่เก็บผลแล้วจะต้องเก็บไว้ในสภาพที่มีความชื้นเพียงพอ มิเช่นนั้นแล้วมังคุดจะเปลี่ยนสีเพียงชั่วข้ามคืน หมายถึงระยะเวลาการขายก็หมดลง แต่หากเก็บในสภาพที่เหมาะสม มังคุดนั้นจะอยู่นานได้นับ 10 วันก่อนจะสุกและถึงปากผู้บริโภค

ซึ่งสภาพที่แนะนำสำหรับผลมังคุดที่มีสีม่วงแดงคือ ควรเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 10-13 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 90-95 %
เก็บรักษาได้นานประมาณ 2-4 สัปดาห์

*มังคุดระยะที่ใกล้จะพร้อมเก็บเกี่ยวครับ*



*อันนี้เป็นภาพที่เพิ่งเก็บเกี่ยวลงมาจากต้นครับ ซึ่งจะสังเกตว่าสีของเปลือกยังเป็นสีแดงอ่อนๆ อยู่*



ากนั้นมังคุดจะถูกลำเลียงไปยังภูมิภาคต่างๆ ของประเทศเพื่อจำหน่ายให้พวกเราได้กินกันครับ

แต่มีบางส่วนที่ส่งไปขายต่างประเทศ จะต้องมีการบรรจุหีบห่ออย่างดีเพื่อรักษาคุณภาพไว้ครับ

*บรรจุภัณฑ์ของมังคุดที่จะส่งออกครับ*



ตามรายงานของ http://www.nfi.or.th/mangosteen/th/WorldSituation.asp ประเทศไทย เป็นประเทศที่มีวัตถุดิบมังคุดมากที่สุดในโลก

*พื้นที่ปลูกและผลผลิตมังคุดของบ้านเราเมื่อสัก 3-4 ปีที่แล้ว*



ส่วน นี่เป็นพื้นที่เพาะปลูกมังคุดหลักๆ ของเอเชียครับ



และเนื่องมาจากความแตกต่างของฤดูกาลในภูมิภาค ทำให้ช่วงการผลิตมังคุดของเอเชีย มีช่วงเวลาที่แตกต่างกัน จึงไม่แปลกที่ประเทศนำเข้าผลไม้ จะมีมังคุดกินตลอดปี



มังคุดเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมสูง ถึงกับมีการขายมังคุดออนไลน์กันครับ

โปรดพิจารณาราคาดูนะครับว่า มังคุดเรามีค่าตัวสูงแค่ไหนในต่างแดน



แต่ เอ่อ... พี่น้องครับ










อันนี้ตลาดบ้านเราครับ



คุณค่าทางโภชนาการ

ส่วนของเนื้อมังคุด มีประมาณ 25-30% ของผล มี soluble solids 19.8%, น้ำตาลรูปรีดิวซ์ 4.3% และน้ำตาลรวม 17.5% (http://www.bar.gov.ph/agfishtech/crops/mangosteen.asp)



นี่เป็นของอีกรายงานหนึ่งครับ เกี่ยวกับข้อมูลโภชนาการ




แต่สำหรับผม ไม่ค่อยชอบกินสดๆ สักเท่าไหร่ครับ

ต้องนี่ครับ

ไวน์มังคุด

ซึ่ง เลิศรสสำหรับอาหารไทยหรือจีนที่รสไม่จัดเกือบทุกประเภทโดยเฉพาะ อาหารประเภทย่าง เช่น ไก่ย่าง เนื้อย่าง หมูย่าง สเต๊ก บาบีคิว อาหารประเภทยำ เช่น ยำเนื้อหรือหมู เนื้อหรือหมูน้ำตกที่ไม่เปรี้ยวและไม่เผ็ดนัก



อย่างไรก็ตาม เรามักได้ยินกันว่า มังคุดแก้ร้อนในได้...

ใช่ครับ

ก็เพราะในส่วนของมังคุดไม่เว้นแม้กระทั่งเนื้อมังคุดมีสาร xanthones ซึ่งมีผลต้านการเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา อันเป็นสาเหตุของการเกิดแผลในปากจากอาการร้อนใน
การร้อนในมักเกิดในช่วงที่จากภูมิคุ้มกันของเราอ่อนแอ หรือการรับประทานอาหารที่เผ็ด หรือผู้ที่ขาดสาร โฟเลท, สังกะสี, vitamin B12, และเหล็ก

หรือการทานผลไม้ที่ชักนำให้เกิดการร้อนใน เช่น ทุเรียน เงาะ ลำใย ก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการร้อนในได้

หน้าร้อนๆ แบบนี้ กินทุเรียนเยอะๆ กันแบบนี้ ตบท้ายด้วยมังคุดหน่อยก็ดีครับ

มังคุด น่าจะอยู่คู่กับมนุษย์มาช้านานนะครับ เพราะมีภาพวาดของศิลปินยุคเก่าได้วาดภาพมังคุดกันไว้

ขออนุญาต นำมาปิดท้ายกันครับ



ท้ายสุด สุดท้าย ลืมไม่ได้ครับ

ขอขอบคุณ...

ข้อมูลทั่วไปของมังคุด จาก...
http://www.wikipidia.com
http://www.mangosteen.com/Sciencenonscienceandnonsense.htm

ข้อมูลเศรษฐกิจและการปลูกมังคุด จาก...
http://www.nfi.or.th/mangosteen/th/index.asp

ข้อมูลลึกๆ ของพันธุ์มังคุด จาก...
http://pkbt.ipb.ac.id/pages/journal/download.php?f=mangosteen-genetics-and-improvement.pdf
http://www.icuc-iwmi.org/files/Publications/Mangosteen_Monograph.pdf.pdf

ข้อมูลเภสัช คร่าวๆ จาก...
http:// mangosteenfactsonline.com/mangosteen-for-the-treatment-and-prevention-of-canker-sores-gum-disease/

ข้อมูลโคลงเพราะๆ จาก...
http://www.kaweeclub.com/b35/t509/

ข้อมูลภาพทุกภาพที่ปรากฏใน link

ประตูสู่โลกกว้าง... อากู๋ กูเกิ้ล ดอทคอม

และห้องหว้ากอ พันทิป ดอทคอม ที่ให้ระบายความอยาก

อ้อ... อีกอย่าง อย่าลืมอุดหนุนพี่น้องเกษตรกรกันหน่อยนะครับ




Create Date : 12 พฤษภาคม 2553
Last Update : 12 พฤษภาคม 2553 1:45:32 น.
Counter : Pageviews.

3 comments
  
สวัสดีตอนดึกๆ ของวันใหม่ ฝันดีนะคะ อิอิ ^__^
โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 12 พฤษภาคม 2553 เวลา:1:53:30 น.
  
เข้ามาอ่านแล้วได้ประโยชน์มากๆ เลยค่ะกับมังคุดผลไม้โปรด เพิ่งรู้นะคะเนี่ยว่ามีพันธุ์เดียวในโลก

เมื่อสมัยยังเด็กๆ วิสกี้มีบ้านอยู่ใกล้ๆ ส่วนทุเรียน มังคุด ละมุดค่ะ ได้เห็นการเจริญเติบโตของเค้า แล้วก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมังคุดถึงได้มีราคาแพงนิดหน่อย ส่วนตัวแล้วชอบกินลูกเล็กๆ ค่ะ เพราะข้างในจะได้เป็นกลีบเล็กไม่เจอเม็ดใหญ่โป้งๆ

ขอบคุณสำหรับข้อมูลละเอียดๆ อย่างนี้ค่ะ
โดย: วิสกี้โซดา วันที่: 12 พฤษภาคม 2553 เวลา:2:07:05 น.
  
ได้ความรู้มากๆ ครับ ไว้เย็นนี้ต้องไปซื้อมากินบ้างแล้ว
โดย: ความสุขเล็กๆ วันที่: 12 พฤษภาคม 2553 เวลา:5:52:24 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
naimaew1
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]