สุโขทัย ตอน ๑ วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง อุตรดิตถ์
สักการะพระธาตุเก่าแก่ วัดพระบรมพระธาตุทุ่งยั้ง อุตรดิตถ์ เที่ยวเมืองเก่า เมืองมรดกโลก สุโขทัย อุทยานประวัติศาสตร์ กำแพงเพชร เมื่อ 31 - 3 มกราคม 2555
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเมืองเฉลียง อำเภอศรัสัชนาลัย สุโขทัย ...................................................................เทใจเขียนโดย...หมุนตามไมล์
ช่วงป๊ใหม่ปี 2555
ปีนี้วางแผนว่าจะไปเที่ยวที่"สุโขทัย"ตั้้งใจจะขึ้นไปนอน บนเขาหลวง "อช.รามคำแหง" เพื่อรับตะวันแรกปี 555 "อรุณรุ่งของความสุข" ตามความหมายของชื่อเมือง สุโขทัย จากนั้นลงมาปั่นจักรยานเที่ยวที่เมืองเก่าสุโขทัย หนึ่งวัน แล้วเที่ยว"เมืองเก่ากำแพงเพชร"เป็นวันสุดท้าย ก่อนเดินทางกลับ แต่เมื่อเล่าแผนการเดินทางให้ภรรยา ที่เพิ่งกลับจากที่ทำงานด้วยอาการอ่อนล้าฟัง สิ่งที่เธอ อุธานออกมา..เมื่อได้ฟังแผนของผม เดินขึ้นเขา!! นอนเต้นท์ !! ไม่เอาหรอก..ทำงานก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว ไปเที่ยวจะต้องไป เหนื่อยลำบากอีก ขอเที่ยวสบายๆ เถอะ.แผนไม่ผ่านครับ.
แผนเดินทางผมคิดขึ้นเองทั้งหมดเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา โดยไม่ได้ถามความเห็นของเธอเลย การขึ้นไปนอนเต้นท์ เพื่อรับตะวันแรกของปีใหม่อย่างที่เคยทำมาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งแรกที่ "ผาแต้ม" ครั้งที่ 2"อช.นันทบุรี"น่าน ครั้งที่่ 3 "ภูชี้ฟ้า ซึ่ง 2 ครั้งหลังนี้เราก็นอนเต้นท์กัน แต่ทั้งสามที่ นั้นขับรถขึ้นถึงที่ ต่างจากปีนี้ต้องเดินขึ้นเขาหลายชั่วโมง ที่ภรรยาออกอาการอย่างนั้นก็เขัาใจได้ เพราะเธอเหนื่อย มาก เพราะที่ทำงานโดนน้ำท่วมเกือบถึงเอว และเป็นช่วง ที่มีการเปลี่ยนระบบงานใหม่ด้วย กลับบ้านมืด หมดแรง ทุกวัน....ไปเที่ยวยังจะให้ไปลำบากอีก.......คนรักเมีย จะฝืนทำอย่างนั้นได้อย่างไร 
ปรับแผนการเดินทางเพื่อการปรองดอง...อิอิ เลยเปรับแผนวันแรกไม่ขึ้นเขาหลวงตรงขึ้นอุตรดิตถ์ แล้วเที่ยวย้อนลงมาเที่ยวและนอนที่ศรีสัชนาลัยแทน วันที่สอง..เที่ยวเมืองเก่าและนอนสุโขทัย วันสุดท้าย เที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์และนอนที่กำแพงเพชร ทริปนี้เที่ยวเมืองเก่าตลอดทริป วันกลับเปลี่ยนอารมณ์ แวะเข้าไปเที่ยวน้ำตกคลองลานกันก่อนเดินทางกลับ.
เพื่อนร่วมทริป ทริปนี้เรามี ป้าหลวย กะพี่เดียร์ ร่วมเดินทางไปด้วย ได้คู่หู-คู่เม้าท์ คู่แม่-คู่ลูก ส่วนผมขับไป..อย่าซิ่ง..ห้ามง่วง ! ผมใช้บ้านป้าหลวยแถว ถ.เทพารักษ์เป็นจุดเริ่มการเดินทาง จุดหมายปลายทางจุดแรกคือ"อุตรดิตถ์" ครับ
ป้าหลวย กับพี่เดียร์ร่วมทริปด้วย งานนี้...ไม่มีเหงา !

  เส้นทางล้อหมุน
"เรื่อยเฉื่อยทัวร์"ของเราออกเดินทางจากบ้านพี่หลวยที่ ถ.เทพารักษ์ตอนตีหนึ่งกว่าๆ ใช้ถนนวงแหวนตะวันออกมุ่งหน้าบางปะอิน รถน้อย...คล่องต้วยังกับไม่ใช่เทศกาล ! (ก็ดึกซะขนาดนั้น) ผ่านนครสวรรค์,พิษณุโลก ไม่หลับไม่นอนตะรอนจนฟ้าสางที่รอยต่อพิษณุโลก-อุตรดิตถ์ แวะล้างหน้าที่ปั้มเอ่อ....ปั้มอะไรก็ช่างเถอะ ไม่ใช่ผู้สนับสนุนเราไม่ต้องเอ่ยชื่อก็ได้ อิอิ แต่ถ้ามีปั้มยี่ห้อไหนสนใจอยากร่วมสนับสนุนการเดินทางทริปต่อไปก็ขอเชิญติดต่อหลังไมค์นะครับผม.
ป๊าดด...โถ บล็อกก็ไม่ค่อยจะอัพ แถมอัพบล็อกแล้วก็ต้องนั่งลุ้นจนเหนื่อยกว่าจะผ่าน 200 เพจวิว ช่างกล้า..นะตัวเอง...อิอิ
 สวัสดีเมืองอุตรดิตถ์ เดินหาอาหารมื้อเช้า
เนื่องจากที่ปั้มไม่ค่อยมีอะขายจึงต้องเข้าไปหาข้าวเช้าในตัวเมืองกัน เลยจากปั้มมาหน่อยก็ถึงทางแยกเข้าเมืองอุตรดิตถ์ พอลงสะพานข้ามลำน้ำน่านมาก็เลี้ยวขวาตรงไฟแดง แล้วขับตรงไปเลี้ยวขวาที่หอนาฬิกา จากนั้นเลี้ยวซ้ายผ่านวัด "ท่าถนน" ที่อยู่ฝั่งซ้ายมือมาอีกหน่อยได้ที่จอดติดกับสวนสาธารณะที่อยู่ริมแม่น้ำน่าน
ปัญหาก็คือ เราไม่ใช่คนแถวนี้ และไม่ได้เตรียมข้อมูลว่าจะมากินข้าวที่นี่ จึงต้องใช้วิธีเดินหาไปเรื่อยๆ แบบไร้จุดหมาย...แบบว่า แล้วแต่ความหิวจะพาไป ถือโอกาสชมเมืองไปด้วยเลย
<< แผนทีเที่ยวชมเมือง"อุตรดิตถ์"
 
 เริ่มต้นด้วยรถเก่าสุดคลาสสิก เราเดินมาได้ไม่กี่ก้าวก็เห้นสิ่งที่น่าสนใจ นั่นคือรถสองแถวคันนี้ดูแล้ว เท่สุดๆ วิ่งระหว่างเมืองอุตรดิตถ์ - หาดกรวด เคยได้ยินคนเรียกรถรุ่นนี้ ที่วิ่งอยู่สุโขทัยว่า "รถคอกหมู" ไม่คิดว่าจะเจอตัวเป็นๆ วิ่งอยู่ที่นี่ด้วย สังเกตุในภาพ จะเห็นร้านอาหารอยู่ด้านหน้ารถ บรรยากาศบ้านๆ ไม่เหมาะกับเด็กเทพอย่างเรา อิอิ จึงลงมติร่วมกันให้เดินผ่านเลยไป
เดินมาอีกนิดเด็กๆก็ กรี๊ดดด..ยังกับเจอ"ณเดช" เมื่อเห็นเจ้าสามล้อ หน้ากบคันนี้เข้า แม้จะผ่านการโป๊วสี ปะผุมาสาหัสสากันต์แค่ไหน ก็ยังมีแรงช่วยเจ้าของหาเงินได้ เป็นสุดยอดของความเก่า ที่ทำเอา เราต้องต่อแถวถ่ายรูปจนลืมหิวกันเลยหล่ะ ! แหม..สมกับเป็นทริปเที่ยวเมืองเก่าจริงๆ แค่เริ่มต้นก็เจอของเก่า ๆ เท่ ๆ ถึงสองอย่างรวด. (ไม่นับอีกอย่างที่ติดมากับรถด้วย อิอิอิ)
 ชมตลาดเทศบาล 3 เดินผ่านร้านโจ๊ก ก็...โจ๊กกินที่บ้านก็ได้ เดินไปเรื่อย ๆ ไปถึงตลาดเทศบาล 3 โน่น อะโห...คนเย๊อะมาก ถนนหน้าตลาด ตืดขัดทั้งคนทั้งรถ พี่น้องชาวอุตรดิตถ์มาจ่ายของเตรียมฉลอง ปีใหม่กันกันหน้าชื่นตาบาน เป็นตลาดที่คึกคักจริง ๆ แต่ไม่เจอร้านอาหาร !! และสุดท้าย...แห่ะ ๆ ต้องกับมากินที่ร้านหน้ารถสองแถวนั่นเอง ซึ่งพอเข้าไปน้่งจริง ๆ บรรยากาศบ้าน ๆ ดูทึบ ๆ กลับรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเองดี มีทั้งก๋วยเตี๋ยว ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ สารพัด รสชาตดี
กินเสร็จก่อนออกจากร้าน ป้าเจ้าของร้านใจดีมอบปฎิธินปีใหม่รูป หลวงพ่อเพ็ชรให้สามชุด ใช่เลย...นี่แหล่ะที่พวกเราตั้งใจมาไหว้ "วัดท่าถนน"ก็อยู่ใกล้ ๆ เดินจากที่จอดรถไปนิดเดียว ขอบคุณครับ.
 
สวนสาธารณะ ริมน้ำ
ก่อนจะไปไหว้หลวงพ่อเพ็ชร เราลงไปชมสวนสาธารณะที่อยู่ติด กับที่จอดรถกันก่อน เริ่มด้านทิศเหนือ ก่อน มาชมศาลาทรงแปดเหลี่ยมที่วาง อยู่กลางลานกว้าง ตรงข้ามกับพระ บรมราชาอนุสาวรีย์รัชกาลที่ห้า มีท้องฟ้าใส ๆ เป็นฉากหลังช่วยให้ ศาลาโดดเด่นขึ้นเย๊อะเลย
 
ลานเอนกประสงค์ สำหรับจัดงานต่างๆของเมืองอุตรดิตถ์ แต่ถ้าใคร"ประสงค์"อยากได้สุขภาพที่ แข็งแรงละก็..ใช่เลย เพราะเค้ามีลู่วิ่งไว้ ให้จ็อกกิ้งรอบๆ ลานนี้ด้วย แถมยังมี เครื่องออกกำลังกายหลายแบบไว้ให้คน รักสุขภาพได้ใช้กันฟรี ๆ เยี่ยม...จริง ๆ ครับ
พระบรมราชาอนุสาวรีย์รัชกาลที่ ๕ ส่วนด้านทิศใต้เป็นพระบรมราชาอนุสาวรีย์ รัชกาลที่ห้า หันพระพักต์ไป ทางทิศเหนือ ประดิษฐานอยู่บนแท่นสูงตระหง่าน ต้องใช้ความพยายาม อย่างสูงสำหรับคนที่ไม่มีเลนส์มุมกว้าง
พระองค์ทรงเเสด็จประภาสตามลำน้ำน่านมาถึงอุตรดิตถ์เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๒ และทรงเที่ยบเรือพระที่นั่งที่ท่าวัดวังตาหม้อ หรือวัดท่าถนนในปัจจุบันนั่นเอง เมื่อมารู้ประวัติศาสตร์ที่มาของการสร้างก็ทำเราหวนกลับไปจินตนาการถึง เหตุการณืเมื่อ ๑๑๒ ปี ณ.ตรงที่เรายืนอยู่นี้นี่เอง
ที่ริมน้ำ มีศาลาเฉลิมพระเกียรติอีกหนึ่งหลัง มองออกไปก็สวยดี แต่ด้วยการเดินซอกแซกหามุมใหม่ เราก็จะได้มุมที่แปลก หรือสวยมากขึ้น จนคาดไม่ถึงเชียวล่ะ !!


ศาลาเฉลิมพระเกียรติ ริมน้ำน่าน สวยงามอยู่ริมสวนสาธารณะริมน่าน เมืองอุตรดิตถ์ มองจากด้านล่าง
 

ศาลาเฉลิมพระเกียรติริมน้ำน่าน มองจากด้านบน

ศาลาเฉลิมพระเกียรติ
เมื่อเดินมาริมน้ำ ทิศทางของแสงกำลังดี ท้องฟ้าหน้านี้ก็ใสกริ๊งไม่มีอะไร ลงตัวไปกว่านี้อีกแล้ว ที่เหลือก็เพียงเล็งแล้วกดชัตเต้อร์เท่านั้น แต่ภาพเดียวจะพอได้ไง ลองเดินลงไปข้างล่างอีกหน่อยดีกว่า ถอยหลังไปอิกนิด แล้วก็ได้แท่นที่ยืนที่สูงขึ้นมาจากบันไดครึ่งเมตร ขณะที่เล็งกำลังจะถ่ายภาพเพิ่ม กลิ่นเหม็นก็ลอยขึ้นมาจากใต้เท้า เข้าจมูก เมื่อก้มลงดูก็พบว่าผมกำลังยืนอยู่บน "ท่อน้ำทิ้ง" ที่มุดลอดมาจากใต้พื้นสวนสาธารณะ แล้วไหลลงรางน้ำที่ต่อ ตรงลงสู่แม่น้ำน่าน..... ศาลาสวยงาม กับ สิ่งแปลกปลอม


ความจริงแล้ว ผมชั่งใจอยู่นานเหมือนกันว่าจะข้ามเรื่องนี้ไปดีไหม เพราะดูแล้วก็รู้สึกมันสะดุดใจ (ที่อ่อนไหว) ของนายหมุน ไม่น้อยเหมือนกัน จะว่าไปแล้ว ปริมาณน้ำในแม่น้ำ ที่ไหลผ่านต่อวินาทีมากกว่าน้ำเสียที่ปล่อยลงไปมหาศาลนัก จนไม่น่าส่งผลกระทบกับแม่น้ำมากมายนัก แต่เมื่อจับทั้งสอง อย่างมาอยู่ในภาพเดียวกันเกิดผลกระทบกับความ"รู้สึก"แน่ จะมากน้อยก็แล้วแต่ความคิดของแต่ละคน
แต่ตอนที่ถ่ายภาพนี้ผม"รู้สึก"เสียว....ถ่ายไป เสียวไปครับ ที่เสียวเพราะต้องเบี่ยงตัวออกไปหาน้ำสุดๆ ถ้าเสียหลักพากล้อง ลงไปวัดปริมาณออกซิเจนในน้ำล่ะก็....สวัสดีอุตรดิตถ์เชียวเอ็ง.
ความจริงอีกข้อหนึ่ง เมืองอุตรดิตถ์ ก็มีเพียงสิ่งนี้เพียงอย่างเดียวที่บังเอิญซอกแซก ไปเจอมา นอกเหนือจากนั้น อุตรดิตถ์ เป็นเมืองที่น่าเที่ยว มากเมืองหนึ่ง แต่ก็แปลกใจเหมือนกันที่เมื่อก่อนกับไม่ได้ นึกถึงจังหวัดนี้เลย ทั้งๆ ที่ใช้ทางหลวงเส้นนี้เดินทางผ่าน ไปเหนือมาสาม - สี่ครั้งแล้ว ครั้งนี้ก็เถอะ..จังหวัดอุตรดิตถ์ ก็ถูกวางแผนไว้เป็นเพียงทางผ่านเท่านั้น แต่หลังจากที่มา สัมผัสครั้งนี้แล้ว ช่วงหน้าหนาวฟ้าสวยๆ ปีใดปีหนึ่งข้างหน้า จะมาแบบ"จัดเต็ม"อีกสักครั้ง
ขึ้นจากริมน้ำ ไปไหว้พระกันต่อครับ
ไหว้หลวงพ่อเพ็ชร วัดท่าถนน เราเดินมาเข้าวัดทางเข้าที่มีอาคารพานิชย์ขนาบอยู่ทั้งสองด้านก็ตรงเข้าไปสักการะหลวงพ่อเพ็ชร์ที่ประดิษฐานอยู่ภายใน อาคารเล็กหลังคาโค้ง พอถ่ายภาพส่วนหน้าแล้วก็เข้าไปส่วนในที่เงียบสงบ เพื่อถ่ายภาพหลวงพ่อเพ็ชร แต่พบว่าภายใน ที่ค่อนข้างแคบนั้นมีคนนั่งทำสมาธิอยู่ เลยได้แต่กราบแล้วถอยออกมาไม่ได้ถ่ายภาพ เพราะแม้กระทั่งเสียงลั่นชัตเต้อร์ ก็อาจจะไปรบกวนสมาธิเขาได้ จำเป็นต้องหายืมภาพมาจากเว็ปครับ
ทางเข้าวัด ด้านถนนเลียบริมน้ำ


หลวงพ่อเพ็ชร ภาพจาก gplace.com
  อาคารประดิษฐาน หลวงพ่อเพ็ชร

 โบสถ์ของวัดท่าถนน หลังใหญ่มาก หมดความสามารถที่จะเก็บได้หมด ทั้งหลัง นี่ขนาดก้มต่ำสุด ๆ แล้วก็ได้เท่านี้เอง เห็นท่าจะต้องกันฟันหาเลนส์มุมกว้างมาใช้บ้างแหล่ะ
ปิดทอง ทำบุญไหว้พระ ขอโชคขอลาภเสร็จแล้ว ก่อนกลับออกมาก็ต้องช่วยกันหาโชคหาลาภเผื่อจะได้ โชคสักสามล้าน (ทำบุญยังไม่ถึงสามร้อย ค้ากำไรเกิ๊น) แล้วถ่ายรูปกับป้าคนขายล็อตเตอรี่ เดี๋ยวถูกรางวัล จะมาแบ่งใหป้าบ้าง อิอิ.

สักการะพระธาตุที่มีความเก่าแก่มาแต่ครั้งสุโขทัย วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง
พระธาตุสำคัญคู่เมืองอุตรดิตถ์
เป็นเพราะวัดพระบรมธาตุตั้งอยู่บนเส้นทางผ่านจาก อุตรดิตถ์ไปยัง ศรีสัชนาลัย จึงวางไว้เป็นสถานที่สำคัญของอุตรดิตถ์ที่เราต้องมาชม
  ไหว้พระธาตุเก่าแก่ ออกเดินทางมาตามทางหลวง 102 อุตรดิตถ์ - ศรีสัชนาลัย ขับมาไม่ไกล พอเข้าเขตเทศบาลตำบลทุ่งยั้งก็มองเห็น ซุ้มประตูวัดพระบรมธาตุอยู่ตรงแนวถนนพอดีแป๊ะ เมื่อเข้าไปใกล้ ถนนจึงเบี่ยงขวาออกไปทางด้านข้าง แต่เราตรงเข้าไปจอดภายในบริเวณวัดได้เลยครับ ลานวัดกว้างขวาง เงียบสงบ ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว

วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง อยู่ตำบลทุ้งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์
 

ด้านหน้าวิหาร วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง


ลานวัด นั้นกว้างมากครับ จอดรถตรงข้ามกำแพงแก้วที่มีร่มไม้อยู่นิดหน่อย เลือกเดินไกลอีกนิดแต่รถไม่ต้องจอดตากแดดเพราะเรื่อยเฉื่อยทัวร์ของเราคงไม่ได้จอดแป๊บเดียวแน่ๆ นี่ยังดีนะที่บริเวณนี้ไม่มีของขายเลย
ก่อนเดินข้ามไปก็เก็บภาพกว้างของวิหารและองค์พระธาตุที่งดงาม ดูโดดเด่นอยู่ท่ามกลางท้องฟ้าสดใสมาชมกัน
เมื่อเข้ามาภายในกำแพงแก้วก็จะได้ชมวิหารศิลปะล้านนาที่งดงาม ดูแล้วจะคล้ายกับวิหารที่วัดหนองบัว จังหวัดน่าน จะแตกต่างอยู่ก็เรื่องลายละเอียดและภาพจิตกรรมภายใน
 
กราบพระประธานในวิหาร วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง

หนุ่มน้อยระนาดเอก เข้าไปกราบพระประธาน ในวิหารพร้อมกับมีเสียงระนาดขับกล่อมอยู่ตลอดเวลา ฟังแล้วรู้สึกไม่ค่อยได้บรรยากาศทางเมืองเหนือสักเท่าไหร่ ไม่เหมือนที่วัด หนองบัว ที่นั่นก็มีลุงคนหนึ่งคอยเล่นซอให้ฟังตลอดเวลา ใครที่ได้ไปอยู่ ในบรรยากาศอย่างนั้นจะอินมากๆ แต่หนุ่มน้อยระนาดเอกคนนี้ก็พยายามแสดง ฝีมืออย่างเต็มที่ จนได้รับรางวัลในความตั้งใจไปเป็นกอบเป็นกำเชียวล่ะ..
 งานประจำปี ประเพณีอัฐมีบูชา
จัดขึ้นที่วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้งนี้ เป็นงานประเพณีที่จัดขึ้นทุกวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ถึงวันแรม ๘ ค่ำเดือน ๖ ของทุกปี เป็นพิธีการถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระพุทธเจ้าจำลอง ผมเคยดูภาพงานทางอินเตอร์เน็ต เป็นงานที่น่าสนใจมาก เป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่ชาว อำเภอลับแล อนุรักษ์สืบทอดกันมานานกว่า ๕๐ ปี
นอกจากนั้น ในตัวอำเภอลับแลเองก็ยังมีงานขึ้นมาอิกหนึ่งงาน นั่นคืองาน "สืบสานงานศิลป์ถิ่นลับแลง"เพิ่งจะเริ่มจัดขึ้นมาไม่นานมานี้ เป็นการนำศิลปะทางดนตรีและวัฒธรรมพื้นบ้านล้านนา จากหลายพื้นที่มาร่วมแสดงในด้วยกัน แต่งานมีเมื่อไหร่นั้น ผมยังไม่รู้วันจัดที่แน่นอน หรือใครรู้ช่วยบอกด้วยนะครับ.

โบสถ์วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง
จบบล็อกวันนี้ด้วยสองภาพสุดท้าย ก่อนจะเดินทางต่อไปยัง ศรีสัชนาลัย


 วันนี้ได้เวลาต้องลา "อุตรดิตถ์" เพียงแค่นี้ ทั้งที่ยังมีที่น่าเที่ยวชมในเส้นทางเดียวกันนี้อีกมาก อย่างเช่น วัดพระยืนพุทธบาทยุคล และวัดพระแท่นศิลาอาสน์ ที่อยู่เลยมาอีกหน่อยเดียวเท่านั้นเอง แต่อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่แรกว่า ทริปนี้ไม่ได้ตั้งใจมาเที่ยวที่นี่ แต่ถึงแม้เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็สร้าง ความประทับใจกับเราเกินคาด ตั้งใจว่าต้องกลับมาอีก ครั้งหน้าจะไม่ใช่เป็นแค่ทางผ่านแน่นอน (เอ๊ะ...เหมือนสัญญากับสาวไว้งั้นแหล่ะ อิอิ ) บล็อกหน้า พบกันที่ (คลิก) >>> "วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ศรีส้ชนาลัย" ครับ
| Create Date : 28 กรกฎาคม 2555 |
| Last Update : 25 มีนาคม 2556 0:41:53 น. |
|
67 comments
|
| Counter : 1515 Pageviews. |
|
|
ตามไปเที่ยวด้วยคน
จังหวัดนี้ยังไม่เคยไปเที่ยวเลยค่ะ
ภาพสวยมากๆ