ระทมศักดิ์ สลักทรวง
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2548
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
25 พฤศจิกายน 2548
 
All Blogs
 
Happy Thanks Giving-----เรื่องราวที่อยากให้ทุกคนอ่าน...

ก่อนอื่น ก็คงต้องกล่าว Happy Thanks giving Day นะครับ
(แหม...ไม่ใช่กระแดะ หรือไรหรอกนะ
พอดีว่าเข้าเมืองตาหลิ่ว ก็ต้องหลิ่วตาตาม)
สารภาพครับ ว่าใบ้รับประทาน
ไม่รู้จริงๆว่าเค้าต้องทำอะไรกันบ้าง
รู้แต่ว่าวันนี้เป็นวันหยุด

พอรู้เลาๆ ว่าเขาขอบคุณบรรพบุรุษ
สำหรับผืนแผ่นดิน ไรเทือกๆเนี้ย
แหะๆๆ อ้อ รู้อีกอย่าง...วันนี้ได้กินจนพุงกางคริๆๆๆ

พอพูดถึงการเฉลิมฉลองอะไรซักอย่าง
ฉันมักจะนึกถึงเรื่องราวหนึ่งทันที
ซึ่งฉันได้รับฟังเมื่อครั้งฉันอยู่ที่ฝรั่งเศส

เรื่องราวมาอยู่ว่า (กรุณาทำเสียงเอโค....)
ครั้งหนึ่ง มีพ่อลูกคู่หนึ่ง ซึ่งพ่อก็ประกอบอาชีพเลี้ยงลูกชาย
ด้วยการเป็นเจ้าหน้าที่ของการรถไฟ ซึ่งมีหน้าที่คอย
ยกสะพานรางรถไฟเพื่อให้เรือสามารถแล่นผ่านไปได้
และปล่อยสะพานลงมาเมื่อรถไฟต้องการข้ามแม่น้ำนั้น

พ่อลูกคู่นี้ผูกพันกันมาก คงเพราะ เจ้าตัวเล็กโตมา
โดยที่ไม่มีแม่ พ่อ เลยต้องเป็นทั้ง แม่และพ่อในเวลาเดียวกัน
พ่อพยายามเติมในสิ่งที่ลูกขาดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ทั้งสองมีกิจวัตรประจำคือ พ่อพาลูกข้ามฟากไปส่งที่โรงเรียน
และพ่อก็เลยไปตกปลา ตกเย็น ลูกจะกลับบ้าน
และรอพ่อที่กลับมาจากการตกปลา ซึ่งก็ไม่ไกลจาก ห้องควบคุมมากนัก

วันหนึ่งขณะที่เจ้าตัวเล็กกลับมาถึงบ้านพร้อมทั้งทำการบ้าน
จัดโต๊ะกินข้าวเพื่อทานข้าวแล้วนั้น เขาก็รอคอยพ่อของเขาอย่างปกติ
แต่วันนี้ พ่อของเขากลับบ้านไม่ตรงเวลา

อีกฟากหนึ่ง พ่อของเขามีปัญหากับแผงควบคุม
เมื่อมันไม่สามารถทำตามคำสั่งที่คนใช้ป้อนลงไป
จึงต้องใช้เวลาเเพื่อที่จะซ่อมมัน ซึ่งเขาก็ทำมันสำเร็จ
ทันเวลาที่รถไฟเที่ยวสุดท้ายจะมาถึง และได้จัดการปลดสะพานลงมาพอดี

เจ้าตัวเล็กเริ่มกระวนกระวายใจจึงตัดสินใจ
จะข้ามฟากไปหาพ่อ แต่โชคดีเหลือเกิน สะพานค่อยๆลดต่ำลงม
า ทำให้เขาแน่ใจว่า พ่อต้องอยู่อีกฝั่งแน่นอน
จึงได้วิ่งตามรางรถไปเพื่อจะได้ให้ถึงแผงควบคุมเร็วขึ้น

ฝั่งพ่อก็เตรียมตัวกลับบ้านเพราะรู้ว่าเจ้าตัวเล็กคงเป็นห่วง
แต่คงต้องรอให้รถไปมาก่อน เพราะเหลืออีกแค่ไม่ถึงสองนาที

แต่ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงเรียกจากรางรถไฟ
“พ่อ..ช่วยด้วย” สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
เจ้าตัวเล็กของพ่อนั้น ติดอยู่ระหว่างรางรถไฟของสะพาน
ซึ่งมีทางเดียวเท่านั้น ก็คือต้องยกสะพานขึ้นอีกครั้ง และลูกจะปลอดภัย
แต่ อีกไม่กี่นาทีข้างหน้ารถไฟก็จะแล่นมาถึง
ซึ่งไม่มีทางที่จะลดสะพานลงมาให้ทันแน่นอน
แล้วพ่อจะทำอย่างไร

ทันใดนั้นเองเสียงรถหวูดรถไฟก็ดังขึ้น
นี่คือโอกาสสุดท้ายที่จะดึงคันโยกเพื่อช่วยชีวิตลูกชายคนเดียวของเขา
และวินาทีนั้นเอง พ่อก็ได้เอื้อมมือไปจับคันโยก
และกดล๊อคเพื่อให้สะพานนั้นมั่นคง และอีกมือก็ปิดตา
พร้อมทั้งเบือนหน้าหนี และกล่าวว่า ลูก...พ่อขอโทษ

บนรถไฟขบวนนั้น ทุกคนไปถึงที่หมายโดยปลอดภัย โดยหารู้ไม่ว่า
การเดินทางโดยสวัสดิภาพของเขานั้น แลกมาด้วย 1 ชีวิตที่มีค่
า ซึ่งเป็นดวงใจของใครคนหนึ่ง

รุ่งขึ้นทุกคนก็ได้ทราบข่าวจากหนังสือพิมพ์
และต่างหลั่งไหลเพื่อมาวางดอกไม้ ณ จุดที่เกิดเหตุนั้น

และทุกๆปี วันเดียวกัน ก็จะมีดอกไม้ ณ จุดๆนั้นเช่นกัน

สำหรับฉัน เรื่องราวนี้สะเทือนใจน่าดู แต่มันเกี่ยวอะไรกับวันสำคัญต่างๆ

วันนี้ฉันขอกล่าวถึงคนเราทุกๆคน ในทุกๆเหตุการณ์
หลายๆครั้งเรามักยินดี และรำลึกถึงสิ่งต่างๆ เพียงแค่วันสำคัญ
วันนั้น เช่นวันรัฐธรรมนูญ ที่จะมาถึง
เราลืมไปหรือเปล่าว่าวันนั้น หลายๆคนต้องเสียเลือดเนื้อเพื่อให้ไทยเป็นไทย

เรารำลึกถึงเขาเหล่านั้นแค่วันนั้นเหรอ

ถ้าคำตอบคือไม่....แล้วเราเคยแสดงออก
ว่าเราคิดถึงและรำลึกถึงพวกเขาเหล่านั้นมั้ย

เรายังฝ่าฝืนในกฏเล็กๆน้อยๆหรือไม่
เรายังเอาเปรียบเพื่อนพี่น้องชาวไทยหรือไม่
เรายังเคียดแค้นและชิงชังคนชาติเดียวกันหรือไม่
เรายังเฉยเมยกับสิ่งแย่ๆที่เกิดขึ้นในสังคมเราหรือไม่
เรายังละเลยต่อหน้าที่ที่เราควรปฏิบัติหรือไม่

เล็กๆน้อยๆเหล่านี้ อาจไม่เกี่ยวกับการที่
หลายๆคนต้องสูญเสียชีวิต เพื่อให้มีมาซึ่งสยามประเทศ
แต่การจะเปลี่ยนแปลงโลก เริ่มจากก้าวเล็กๆของท่าน

บุญรักษา

ปล. วันนี้ยาวจังนะ แต่เห็นข่าวที่เกิดขึ้น
ในประเทศไทยแล้วหดหู่ และนำมาซึ่งเรื่องที่ยาวเรื่องนี้



Create Date : 25 พฤศจิกายน 2548
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2548 23:04:24 น. 35 comments
Counter : 287 Pageviews.

 


โดย: rebel วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:9:21:05 น.  

 
อ่านแล้วน้ำตาไหล พ่อเลือกหน้าที่ก่อนชีวิตลูก


โดย: อ้วนดำปื๊ดปื๊อ วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:9:29:13 น.  

 
เป็นเรื่องที่ดีมากเลยค่ะ

ภาวะบ้านเมืองเราขณะนี้ พูดไม่ออก

ปกติไม่ชอบวิจารณ์การเมือง แต่ตอนนี้มันเศร้าใจน่ะ

สุขสันต์วันศุกร์นะคะ


โดย: Batgirl 2001 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:9:31:45 น.  

 
ตะกี้เม้นไปแล้ว ไม่เข้าอะ
อินทรีทองคำพอจะเข้าใจความหมายนะ แล้วก็ยังระลึกคุณบรรพบุรุษเสมอ ทุกวันนี้ที่มีกินมีใช้ มีความสุขเพราะ ท่านเหล่านั้น ที่ปกป้องแผ่นดินไทย ไม่ว่าจะเป็น วีรชนในเดือนตุลา อยู่สุขสบายเพราะท่านเหล่านี้ สำนึกเสมอเลยอะ


โดย: อินทรีทองคำ วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:9:36:17 น.  

 


ถ้าทุกคนคิดดีได้....โลกคงน่าอยู่กว่านี้เนาะ




โดย: อย่ามาทำหน้าเขียวใส่นะยะ วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:10:02:03 น.  

 
ดีมากเรื่องนี้
ขอบคุณนะคะ
น้ำตาซึม
หน้าที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด..


โดย: prncess วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:10:15:15 น.  

 
อ่านแล้วอึ้งเลย...เรื่องจริงป่ะคะเนี่ย
นับถือคนที่เห็นส่วนรวมมากกว่าส่วนตกค่ะ...

เราเป็นคนเฉยเมยต่อการเมืองและสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นไปแล้วหล่ะ เพราะคิดว่าทำอะไรไม่ได้อยู่ดี...รู้ว่ามันก็ไม่ดีแหละ แต่ก็มิรู้จะทำอย่างไร...ได้แต่หวังว่าอย่ามีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นเล้ยยยยยยยยยยย สาธู้


โดย: tzippy วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:10:35:08 น.  

 
เศร้า อ่ะ


โดย: ไม้ยมก&แหนมมัด วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:10:36:15 น.  

 
เศร้า..กลับก่อนนะ


โดย: ต่ายจัง (nuanapa ) วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:10:51:17 น.  

 
คนทุกคนมีหน้าที่ ที่ต้องทำค่ะ

มีความสุขมากๆในวันสุขนะคะ


โดย: ธูปหอมเทียนสว่าง วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:11:14:14 น.  

 
คิดดี ทำดี พูดดี ไม่ต้องเลือกเทศกาล
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวสะกิดสำนึกที่ดีค่ะ


โดย: woodchippath วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:11:16:07 น.  

 
ฮักๆ เศร้าจังค่ะ อ่อนไหวกับเรื่องครอบครัวเสมอเลย

แต่รู้ว่าในสถานการณ์ที่ต้องเลือกระหว่างหน้าทีกับความรักเรื่องส่วนตัว

บางครั้งเราต้องสละ...อา นั่นล่ะ อย่าที่วีระบุรุษไทยเคยเสียสละมาแล้วทุกสิ่งกระทั่งชีวิต

ปล.ขอบคุณมากนะค่ะที่แวะไปทักทายที่บล็อก


โดย: ปลากัด (LonelySeason ) วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:11:38:50 น.  

 
คือว่า....
ยังไม่มีเวลาอ่าน
เลยขออนุญาตเก็บไว้ในบล็อกด้วยเนอะ...

ว่างๆ จะกลับมาอ่าน
ไปธุระก่อน...

ขอบคุณที่แวะไปเยือน

อยากบอกว่า
เกิดวันเดียวกันเลย แต่สงสัยคนละปีมั้ง อิอิอิ




โดย: sunny-low (sunny-low ) วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:11:47:43 น.  

 
อยากบอกว่า การเมืองไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย อย่างน้อยจะกินดีอยู่ดียังไงก็ขึ้นอยู่กับการเมืองด้วยส่วนหนึ่ง อยากให้ใส่ใจบ้านเมืองกันให้เยอะๆน้า


โดย: เนียนอ๋อง วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:14:58:40 น.  

 
เง๊อออ...T_T


เศร้า...




โดย: หัวมันทอด วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:17:15:01 น.  

 
แวะมาอ่านคะ


โดย: Puklook วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:18:51:36 น.  

 
เศร้าจังเลยค่ะ....ช่วงนี้มีเเต่เรื่องเศร้านะ


โดย: ปลาทอง9 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:19:47:06 น.  

 


เห็นด้วยนะคะ
ในวันสำคัญพวกเราน่าจะคิดถึงคนที่ทำให้เรามีวันนี้ได้



โดย: keyzer วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:20:39:37 น.  

 
อ่านแล้วน้ำตาจะไหล


โดย: ตอง (Kazalong ) วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:20:40:37 น.  

 
โอ้วว..อึ้ง เศร้าดีจังเลยอ่าครับ


โดย: Due_n วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:21:15:59 น.  

 
อ่านแล้วขนลุกอ่า ..

สำนึกต่อคุณของแผ่นดินและบรรพชน เสมอค่ะ ..


โดย: JANii ~~ วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:21:42:27 น.  

 
อ่านเรื่องนี้จบ.....เข้าใจในสิ่งที่คุณพยายามสื่อออกมาผ่านทางตัวอักษร

หวังไว้เหมือนกันค่ะว่าอยากให้ทุกคนได้คิด เริ่มต้นที่ตัวเองก่อน แล้วจึงต่อไปยังคนใกล้ตัว....แค่คิดกันแบบนี้ สังคมไทยก็มีสุขขึ้นได้ค่ะ

ขอบคุณที่เอาเรื่องราวดีๆมาแบ่งปันค่ะ


โดย: Peachy Punch วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:22:43:21 น.  

 
เศร้าสะเทือนใจกับเรื่องหน้าที่และความรัก
ของพ่อคนหนึ่ง ที่ยึดมั่นในหน้าที่เหนือสิ่งอื่นใด

และขอบคุณยิ่งสำหรับข้อคิดที่มีคุณค่า
ที่นำมาฝากค่ะ


โดย: ป้าติ๋ว (nature-delight ) วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:22:51:56 น.  

 
เศร้าจัง ใกล้5ธันวาแล้ว อย่าลืมทำอะไรให้พ่อบ้างนะ


โดย: ปลายเทียน วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:23:12:01 น.  

 


โดย: christian chang IP: 210.1.18.82 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:23:40:42 น.  

 
อ่านแล้วน้ำตาซึมเหมือนกัน

เรื่องส่วนตัวกับภาระหน้าที่
บางครั้งมันก็ตัดสินใจลำบากนะ


โดย: ยัยบี๋ วันที่: 26 พฤศจิกายน 2548 เวลา:0:15:02 น.  

 
อากาศหนาวแล้วนะครับ
รักษาสุขภาพด้วย

ฝันดีนะครับ


โดย: ไอดินและกลิ่นฝน วันที่: 26 พฤศจิกายน 2548 เวลา:1:56:10 น.  

 
นุชแวะมาทักทายค่ะขอบคุณที่แวะไปทักทายกันนะค่ะ ที่นั่นหิมะตกหรือยังค่ะ รักษาสุขภาพด้วยนะค่ะเดี๋ยวจะไม่สบาย


โดย: Vannessa วันที่: 26 พฤศจิกายน 2548 เวลา:3:30:47 น.  

 
ยินดี่ที่ได้รู้จัก blog ของท่านครับ .... ได้เข้ามาอ่านเรื่องดี ๆ เรื่องนี้ เรื่องนี้แสดงว่าเขาเห็นแก่ประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่า ประโยชน์ส่วนตัว ...ปัญหาคือ ทำอย่างไร จะค้นหาทางสายกลางพบนะ ...

ทำอะไรอยู่ที่ ลาสเวกัสครับ .... ผมเคยไป ๑ ครั้ง หมดตัวไป ตั้ง ๒๐ เหรียญแนะ .... เหอ เหอ


โดย: POL_US วันที่: 26 พฤศจิกายน 2548 เวลา:4:03:11 น.  

 
อ่านแล้วก็ซึ้งอะไรหลายๆอย่างครับ....



โดย: Arefa Gold วันที่: 26 พฤศจิกายน 2548 เวลา:4:38:30 น.  

 
...ขอบคุณที่มาเยี่ยมที่ blog นะคะ
...เหงา...ก็โทรกลับหาคนที่บ้านซิคะ...
...ช่วยได้น้า....แต่ถ้าอยู่ใกล้ๆ จะอุ่นด้วย
...Have a Happy time in anyday na kha...


โดย: Life or something like this วันที่: 26 พฤศจิกายน 2548 เวลา:5:52:07 น.  

 
อึ้ง!!!!!

มีเพื่อนเป็นนายทหารอยู่คนหนึ่ง
เราเองก็ไม่ค่อยจะได้สนใจความเป็นอยู่ของเพื่อนนัก
ด้วยความที่เขาเป็นนายทหาร...ลำดับชั้นยศก็พอสมควร
เลยคิดว่า...ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงสำหรับเพื่อนคนนี้

จนแต่เมื่อเดือนก่อน...เพื่อนโทรมาหา
แล้วบอกว่าตอนนี้ได้รับมอบหมายให้ดูแลจังหวัดทางภาคใต้ที่มีปัญหาอยู่
เพื่อนบ่น ๆ ว่าเหงา ว่าคิดถึง และเครียด ทั้งที่เป็นคนเสนอชื่อตัวเองว่าจะไปทำงานที่นั่น
เราก็เลยเริ่มโทรติดต่อเพื่อนทุกครั้งที่เราว่าง
และทุกครั้งที่มีข่าวออกมาว่า...จังหวัดนั้นกำลังมีปัญหา...เราจะส่ง sms หาเพื่อนทันที ไม่ว่าจะดึกดื่นแค่ไหน
แล้วเราจะรอเพื่อนโทรกลับมาอย่างใจจดจ่อ

ถามว่า...มากเกินไปหรือเปล่าสำหรับความเป็นเพื่อน

เราว่า...ไม่เลย
เพราะนอกจากคนที่เราโทรหาจะเป็นเพื่อนเราแล้ว...เขายังเป็นคนที่คอยปกป้อง "บ้าน" ให้เราอีก
เพื่อนเราก็ดีใจทุกครั้งที่เราโทรไปหา
เพื่อนเราบอกว่า...หายเหงาแล้วละ...ตอนนี้ทำงานอย่างมีความสุขแล้ว

เราคิดว่า...ถึงเราจะทำอะไรให้ยิ่งใหญ่ต่อบ้านเมืองเหมือนอย่างเพื่อนเราไม่ได้
แต่เราก็สามารถทำหน้าที่เล็ก ๆ โดยเป็นกำลังใจให้กับคนที่กำลังทำหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ให้อยู่รอดปลอดภัยได้



โดย: Big Spender วันที่: 26 พฤศจิกายน 2548 เวลา:6:14:56 น.  

 
อ่านจบแล้วเศร้าจัง น้ำตาซึมเลย
จะมีสักกี่คนที่ยอมเสียสละสิ่งที่ตัวเองรัก เพื่อรักษาชีวิตของคนส่วนใหญ่แบบนี้


โดย: Roliga วันที่: 3 ธันวาคม 2548 เวลา:4:45:01 น.  

 
โอ้ มายก๊อด กวีเอก...นึกว่าจะเป็นนักรักอย่างเดียว...ที่แท้ก็ผู้ร้ายมีปืนนี่เอง...


โดย: nucha_naja IP: 207.189.232.88 วันที่: 5 ธันวาคม 2548 เวลา:9:50:47 น.  

 
It's great story.I like your storyI want you to write it more than and I read it everyday.


โดย: Wasittee Tomjoho IP: 202.29.39.12 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2549 เวลา:14:52:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Vince Da Prince
Location :
Las Vegas United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






"ชอบเขียน หาคนรู้ใจมาชอบอ่านอยู่
บางทีก็เขียนแล้วไม่ค่อยจะตรงกับ
ความคิดเห็นชาวบ้านเค้า
แต่มันก็เป็นความคิดเห็นของเราเนอะ

ถ้าบางบทความที่เขียนไป
สามารถเป็นกำลังใจให้ใครบางคน
ก็ขอมอบคุณค่าที่ดีเหล่านั้น
ให้กับผู้ที่โอบอุ้มเรามา
และดูแลเรายามเจ็บช้ำ
เพราะถ้าไม่มีคนคนนั้น
ก็คงไม่มีโอกาสมานั่งเขียน
อะไรที่มันไร้สาระแบบนี้

ถ้าข้อความใด ทำให้ใคร
ขัดข้องหมองใจ ฉันก็
ขออภัย และกราบงามๆ
ด้วยน้ำชาสามจอกตรงนี้นะ

บุญรักษา"








Friends' blogs
[Add Vince Da Prince's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.