4 | | | ตำนานอาถรรพ์ อาชญากรโลกไม่ลืม ฆาตกรรมบันลือโลก ประวัติศาสตร์ทั่วมุมโลก | | |

Group Blog
 
All blogs
 
มาร์ติ เอ็นริเกต้า : แม่มดกำมะลอ

หลายคนรู้จัก "บาร์เซโลนา" ในฐานะเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศสเปน และเป็นที่ตั้งของสโมสรทีมฟุตบอลบาร์เซโลนา ที่เรารู้จักกันดี เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่บนชายฝั่งของแหลมไอบีเรีย ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีประชากรในตัวเมือง 1.5 ล้านคน แต่ถ้านับปริมณฑลโดยรอบอาจมากกว่า 4 ล้านคน ใช้ภาษาทางการ 2 ภาษา คือ ภาษาคาตาลัน และภาษาสเปน

บาร์เซโลนาเป็นเมืองท่าสำคัญ และเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เคยเป็นอาณานิคมของโรมันมา
ก่อน เคยถูกยึดครองโดยชาติต่าง ๆ หลายครั้ง นอกจากนี้บาร์เซโลนาเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวยามราตรีที่รื่นเริงสนุกสนาน บาร์เซโลนามีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่สำคัญมากมาย อาคารแบบอาร์ตนูโวที่ดูแปลกประหลาดออกแบบโดยสถาปนิกชาวสเปนชื่อ อันโตเนียว เกาดี นับเป็นจุดดึงดูดด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญ

อย่างไรก็ตามบาร์เซโลนาน่าในช่วงศตวรรษที่ 19 แต่เกิดมีฆาตกรต่อเนื่องที่แสนแปลกประหลาดเกิดขค้น โดยฆาตกรต่อเนื่องคนนี้เป็นผู้หญิงชื่อของเธอคือ มาร์ติ เอ็นริเกต้า หลายคนอาจไม่มีใครรู้จักนัก แม้ภายนอกของเธอนั้นเหมือนผู้หญิงที่จืดชืด แต่ว่าเรื่องราวของเธอนั้นกลับกลายเป็นบุคคลอันตรายที่สุดในโลกของฆาตกรต่อเนื่อง เธอมีชื่อเสียงในฐานะ
แวมไพร์แห่งบาร์เซโลน่า พฤติกรรมของเธอไม่บ่งบอกเลยว่าเธอเป็นผู้หญิง



มาร์ติ เอ็นริเกต้า
เรื่องราวความน่ากลัวที่ถูกซุกซ่อนของมาร์ติ เอ็นริเกต้าได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองบาร์เซโลน่า ได้จับกุมตัวเธอในช่วงเดือนมีนาคม ของปี 1912 ตอนนั้นเธอประกอบอาชีพเป็นแม่มดกำมะลอที่ขายเครื่องรางและยาสมุนไพรต่าง ๆ โดยเธอตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นฆาตกรต่อเนื่อง ที่ล่อลวงเด็กไปฆ่า หรือไม่ก็กักขังเด็กอย่างโหดร้ายที่สุด เหยื่อรายล่าสุดของเธอเป็นสาวแรกรุ่น ที่ถูกช่วยชีวิตไว้ได้ ซึ่งภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รู้ว่าสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความชั่วร้าย ไม่ว่าจะเป็นการกักขัง การกินเนื้อพวกเดียวกันเอง เธอบอกว่าในตอนแรกเธอถูกขังกับเด็กคนอื่น ๆ ที่ถูกลักพาตัวมาจากสถานที่ต่างๆ และในไม่ช้าเด็กเหล่านั้นก็ถูกฆาตกรรม และถูกนำมาทำเป็นอาหาร เธอถูกบังคับให้กินเนื้อมนุษย์ดังกล่าว จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่ามีเด็กตกเป็นเหยื่ออย่างน้อยหกคน โดยเด็กเหล่านั้นจะถูกฆ่าและนำร่างไปต้มเพื่อเป็นส่วนผสมสำคัญในยาสมุนไพรราคาแพงของเธอ โดยเธอเขียนว่าเป็นยาเสน่ห์

 




มาร์ติ เอ็นริเกต้า เกิดในปี 1868 เป็นเด็กสาวที่อพยพจากบ้านเกิดในซานเฟลยูเดกีเดโยเบรกัต เมืองในคาตาโลเนีย ประเทศสเปน เธอทำงานเป็นแม่บ้านและพี่เลี้ยงเด็กก่อนที่จะหันไปค้าประเวณีทั้งในซ่องและนอกสถานที่ สภาพบ้านเมืองของสเปนในช่วงศตวรรษที่ 19 แม้ว่าเป็นช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรม แต่บ้านเมืองยังคงเต็มไปด้วยปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเมืองที่ตกอยู่ในสภาวะไม่มั่งคง ช่องว่างแห่งอำนาจ สภาพความเหลื่อมล้ำทางสังคม แหล่งเสื่อมโทรมต่าง ๆ ผุดขึ้นมาอย่างกับดอกเห็ด แม้ว่าเอ็นริเกต้าจะทำงานเป็นแม่บ้านในตระกูลชั้นสูงมั่งคั่ง แต่เธอก็มีความคิดว่านี้ไม่ใช่ที่ของเธอ เธอได้เห็นแหล่งเสื่อมโทรม เด็กขอทาน โสเภณี ส่งผลทำให้เธอเริ่มหลงใหลชีวิตดังกล่าว หลายคนรู้จักเธอว่าเธอมีนิสัยโหดร้ายและมีความปรารถนาที่รุนแรง ชอบทารุณกรรมคนอื่นเพื่อตอบสนองความต้องการของเธอ ทำให้เชื่อว่าเอ็นริเกต้าเริ่มสังหารเหยื่อครั้งแรกในช่วงที่เธอเป็นโสเภณีก่อนที่จะเป็นหมอดูด้วยซ้ำ แม้ว่าจะไม่มีการพบศพหรือหลักฐานใดๆ ก็ตาม เพราะเธอจัดว่าเป็นแม่เล้าค้าประเวณีที่มีอิทธิพลในแหล่งทำมาหากินพอสมควร เธอจะทำการเลือกเด็กด้วยมือของเธอเอง จนพูดได้เต็มปากว่าเด็กสาวขอทานในเมืองนี้ทุกคนล้วนเป็นเด็กของเอ็นริเกต้า และหากเด็กคนนั้นใช้การไม่ได้หรือไม่ทำตามคำสั่งจะถูกเลี้ยงดูราวกับสุนัขหรือไม่ก็ถูกฆ่า กลับกันหากเด็กคนไหนมีประโยชน์ก็จะได้รับผลตอบแทนคือเงินและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีเล็กน้อย 

ในขณะที่ชีวิตเด็กเต็มไปด้วยความแร้นแค้น แต่ชีวิตของเอ็มริเกต้ากลับตรงกันข้ามเพราะอีกทั้งลูกค้ามากหน้าหลายตาต่างแวะเวียนมาหาเธอบ่อยครั้ง เมื่อลูกค้าเยอะเงินก็หมุนเวียนได้กำไรมาก ว่ากันว่าทุกคืนเธอจะสวมชุดหรูหรา สวมหมวกและวิกผมไปเล่นคาสิโนหรือดูโอเปร่าในแหล่งที่เศรษฐีมักไป นอกจากนี้พวกเศรษฐียังชอบใช้บริการเธอในฐานะแม่เล้าที่พาเด็กมาบริการให้ถึงที่

ต่อมาในปี 1895 เอ็นริเกต้าแต่งงานกับจิตรกรแต่ชีวิตของเธอก็ล้มเหลว ชีวิตแต่งงานขึ้น ๆ ลง ๆ แยกกันคืนดีกันประมาณ 6 ครั้ง ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากเธอไม่มีบุตรและหันกลับไปค้าประเวณีอีก ก่อนที่ชีวิตการแต่งงานวุ่นวายดังกล่าวยุติลงเมื่อเธอถูกจับในข้อหาฆาตกรรมต่อเนื่อง 1912

ในปี 1909 ความตึงเครียดทางสังคมประเทศสเปนถึงจุดแตกหักจนเกิดเหตุการณ์สัปดาห์มรณะ (คาตาโลเนีย) ขึ้น ซึ่งเป็นเหตุการณ์เผชิญหน้าอย่างนองเลือดระหว่างกองทัพสเปนกับชั้นชนแรงงานในบาร์เซโลนา แต่ในขณะเดียวกันเอ็นริเกต้าได้ถูกจับกุมในท้องถนนในเมืองจากข้อหาล่อลวงเด็กอายุ 3 และ 14 ปี มาทำงานบริการเป็นโสเภณี แต่เนื่องจากฐานะสังคมของเธอที่รายชื่อลูกค้าล้วนเป็นคนชั้นสูงสังคมของเมือง ทำให้เธอและซ่องของเธอรอดพ้นกฎหมายในที่สุด



(เทเรซิต้า กุยทาร์ท คอนโกสต์ (Teresita Guitart Congost) หนึ่งในเด็กผู้รอดชีวิตเพียงสองคนจากเงื้อมมือของเอ็นริเกต้า ในภาพเธอถ่ายกับพ่อแม่ พี่ชายและตำรวจที่ช่วยเธอ)

ในเวลาเดียวกันเอ็นริเกต้าก็เริ่มฝึกฝนเป็นแม่มดหมอผีสมุนไพร โดยส่วนผสมที่เธอใช้ทำยานั้นมาจากซากเด็กที่เธอฆ่า ทั้งตั้งแต่ตั้งครรภ์ ไปจนถึงทารกหรือเด็กอายุ 9 ขวบ เด็กเหล่านี้เธอจะเอาไขมันจากเลือดหรือเส้นผม และกระดูก มาบดเป็นผง มาใช้ทำยา และโฆษณาว่าเป็นยาวิเศษสามารถรักษาทุกโรค โดยเฉพาะวัณโรคซึ่งเป็นโรคที่น่ากลัวมากในสมัยนั้น และเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ในยาแผนโบราณ ทำให้ยาของเธอได้รับความสนใจไปทั่ว คนมีเงินยอมจ่ายเงินก้อนโตเพื่อซื้อยามาเยียวยาโรคดังกล่าว ทำให้เธอมีกำไรจากการค้านี้มาก อีกทั้งเธอยังหมดปัญหาในการกำจัดศพเหยื่อที่มาฆ่าอีก

ด้วยภาพลักษณ์ของแม่มดเอ็นริเกต้าทำให้ตัวตนของเอ็นริเกต้าเป็นที่ศรัทธาแก่ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ แต่เธอยังไม่พึ่งพอใจต่อรายได้ที่ได้รับ พวกเศรษฐีชอบเครื่องสำอางของเธอมาก ทำให้เธอเริ่มขาดแคลนส่วนผสมพื้นฐานดั้งเดิม ในเวลาต่อมาเอ็นริเกต้าก็เริ่มลักพาตัวเด็กในเมือง มีทั้งเด็กวัยรุ่นไปจนถึงเด็กทารก 3-12 ปี ส่วนมากเป็นเด็กที่ถูกทอดทิ้ง ไปจนถึงเด็กที่กำลังรอแม่เข้าคิวซื้อขนมปังที่ร้านค้า เด็กหลายคนหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยจนเป็นที่หวาดกลัวของชาวเมือง ซึ่งจำนวนเหยื่อไม่สามารถระบุได้ แต่ที่รู้เธอเธอดำเนินการอยู่นานถึง 20 ปี โดยที่รอดพ้นกฎหมาย


อพาร์ตเม้นท์ที่เกิดเหตุ

เอ็นริเกต้าไม่ใช่คนโง่ เธอรู้วิธีที่จะจัดการคนพวกนั้นทางการไม่สนใจเรื่องเด็กหายเท่าไหร่ บวกกับช่องว่างทางกฎหมาย ช่องวางทางสังคม สังคมที่ยังเต็มไปด้วยเรื่องวุ่นวาย อีกทั้งสมัยก่อนสเปนเองยังไม่มีระบบสื่อสารที่จะกระจายข่าวไปยังประชาชนทราบทั่วถึง ทำให้การฆ่าของเธอง่ายดายมากขึ้น อีกทั้งเธอยังดัดแปลง บ้าน อพาร์เมนต่างๆ กลายเป็นซ่องและโรงสังหารมนุษย์ลับที่สามารถซุกซ่อนความน่ากลัวของเธอไว้ได้อย่างหมดจด กระดูก ไขมัน เลือด ของร่างกายของเด็กเหล่านั้นคือวัตถุดิบชั้นดีที่นำมาเป็นส่วนผสมยาสมุนไพรของเอ็นริเกต้า สำหรับเธอแล้วเงินมีค่ามากกว่าชีวิตมนุษย์

ปลายปี 1911 นายกเทศมนตรีของบาร์เซโลนาได้ออกมาแถลงข่าวว่าข่าวลือนั้นไม่เป็นจริง เด็กไม่ได้ถูกลักพาตัวหรือถูกฆาตกรรม แต่การแถลงข่าวนั้นไม่เป็นผล เพราะตอนนี้ประชาชนในเมืองเชื่อเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่ามีอะไรบางอย่างที่น่ากลัวกำลังเกิดขึ้นกับเด็กเหล่านั้น อย่างไรก็ตามต้องขอบคุณเพื่อนบ้านจอมสอดรู้สอดเห็น ที่ได้ค้นพบความลับที่เหนือจิตนการของเอ็นริต้าในปี 1912 ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเหลือสาวน้อยสองคน หนึ่งในนั้นคือ Tereseta Guitart อายุ 7 ที่ยากจนได้ทันเวลา จากการสอบถามอย่างง่ายๆ พบว่าเด็กถูกลักพาตัวเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 1912 หรือเมื่อสองสัปดาห์ก่อนในขณะที่เธออยู่ในเมือง โดยการหายตัวของเธอทำให้ชาวเมืองไม่พอใจกับทางการที่ไม่ใส่ใจเรื่องเด็กหาย ส่งผลทำให้ทางการจริงจังกับการค้นหาเด็ก และยังผลให้เอ็นริต้าถูกจับกุมคาชั้นลอย เลขที่ 29 ถนน Ponent (ปัจจุบันคือ Joaquin Costa Street)


บรรดาเหยื่อ

จากการตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องพบสิ่งที่ไม่มีใครสามารถจินตนาการออก อพาร์ทเมนท์ที่เธอเป็นเจ้าของตำรวจพบศพเด็กอายุ 7 ปีที่ตายไปไม่กี่สัปดาห์ ศพเด็กถูกหั่นออกจากร่างกาย สภาพความเป็นอยู่เด็กสุดเลวร้าย ตรงกันข้ามกับเธอที่อยู่อย่างหรูหราฟู่
ฟ่า จากการสอบสวนเด็กสาวที่รอดชีวิต เธอเล่าว่าหลังจากที่เธอถูกลักพาตัวมา เธอถูกบังคับให้ใส่เสื้อผ้าเหมือนผ้าขี้ริ้วสีดำ และเอ็นริเกต้าบังคับเธอให้อยู่ในห้องขังชั้นลอย 29 ที่นั้นเธอถูกเปลี่ยนชื่อ และให้เรียกเอ็นริต้าว่า แม่ อาหารของเธอคือมันฝรั่งและขนมปังเก่า ๆ ขึ้นรา ต้องแย่งอาหารจากเด็กอื่น ๆ ที่ถูกขังอยู่ด้วยกัน แน่นอนว่าต้องใช้กำลังกันแย่งอาหาร เด็ก ๆ ถูกห้ามเข้าใกล้หน้าต่างและระเบียงห้องพัก เด็กสาวที่รอดชีวิตบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าในวันหนึ่งที่เอ็นริเกต้าไม่อยู่ เธอกับเพื่อนเคยเสี่ยงชีวิตแอบสำรวจห้องของเธอ ในการผจญภัยนี้พวกเขาได้พบเรื่องหฤโหด ในห้องดังกล่าวมีกระสอบกับเสื้อผ้าผู้หญิงที่เต็มไปด้วยคราบเลือดและมีดแล่เนื้อขนาดใหญ่ ทำให้เธอหวาดกลัวมาก สอดคล้องกับ แองเจลิต้าเด็กสาวรอดชีวิตอีกคนได้ให้การอีกว่า หลายวันเด็กสาวก็เริ่มรู้สึกว่าเอ็นริเกต้าน่ากลัวมากขึ้น เธอเริ่มฆ่าเด็กต่อหน้าต่อตาเธอ เธอเอาเด็กชายอายุ 5 ปี ที่เธออ้างข้อหาเล็ก ๆน้อย ๆ ไปฆ่าที่โต๊ะบนครัว ในตอนนั้นเด็กสาวที่รอดชีวิตแอบเห็นพอดี แต่ด้วยความกลัวว่าเธอจะจับได้ เธอเลยไม่ส่งเสียง เธอวิ่งหลบซ่อนตัวบนเตียง แสร้งทำเป็นนอนหลับทำให้เธอรอดมาได้

จากการตรวจสอบโดยรอบเจ้าหน้าที่ตำรวจพบกระสอบที่มีเสื้อผ้าเปื้อนเลือดและมีด นอกจากนี้ยังพบอีกกระสอบที่มีเสื้อผ้าที่สกปรกและมีกระดูกของเด็กเล็กปนอยู่กว่า 30 ศพ กระดูกที่พบบ่งบอกว่าทั้งหมดถูกเผาด้วยไฟ และห้องพักที่เด็กรอดชีวิตอ้างว่าเอ็นริเกต้าใช้สำหรับเชือดเหยื่อนั้นยิ่งกว่านรก เพราะเต็มไปด้วยน้ำมันหมูเลือด รอยเลือดที่เปื้อนบนพื้นและผนัง ผมและโครงกระดูกของเด็กกระจายอยู่ทั่ว และที่หม้อก็มีขี้ผึ้งและเนื้อมนุษย์ที่กำลังผสมค้างอยู่เพื่อเตรียมไปขาย จากการตรวจสอบที่อยู่ของเอ็นริเกต้าเพิ่มเติมอีกสองแห่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจพบลักษณะแบบนี้คล้าย ๆ กัน และที่สวนของบ้านเจ้าหน้าที่ตรวจพบกะโหลกของเด็กอายุสามปีพร้อมชุดเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายบางส่วน จากการสืบสวนสาเหตุที่เอ็นริเกต้าลอยนวลบอยู่ได้ก็คือบ้านที่อยู่ดังกล่าวไม่ใช่ชื่อของเธอแต่เป็นญาติหรือไม่ก็ครอบครัว อีกทั้งเหยื่อที่ถูกลักพาตัวส่วนมากมาจากครอบครัวยากจนทำให้มีปัญญาในการตามหาเด็กดังกล่าว



ต่อมามีข่าวลือตามมา โดยบอกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเจอสมุดบันทึกของเอ็นริเกต้า ในนั้นมีรายชื่อลูกค้าที่เป็นเฒ่าหัวงูและลูกค้าที่สั่งซื้อเครื่องสำอางและสมุนไพรจากเธอมากมาย ซึ่งหลายชื่อเป็นบุคคลชั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง นักธุรกิจ นายทหาร ซึ่งทางการพยายามปิดข่าวนี้ไว้ไม่ให้รั่วไหล แต่ชาวบ้านไม่ยอมและพยายามก่อจลาจล เอ็นริเกต้าถูกขังในคุกเพื่อรอการตัดสิน ระหว่างนั้นเธอพยายามที่จะฆ่าตัวตาย ด้วยการกรีดข้อมือด้วยมีดไม้ ท่ามกลางเสียงสาปแช่งของประชาชนให้ประหารชีวิต อย่างไรก็ตามเธอเสียชีวิตใน 1 ปีให้หลัง เนื่องจากถูกคนร่วมคุกฆ่าตายในขณะที่พยายามข่มขืนเพื่อนร่วมคุกของเธอ เธอถูกฝังในภูเขามงต์จุย ในบาร์เซโลน่า 



ในปี 1912 เอ็นริเกต้าได้ถูกตั้งฉายาอย่างเย้ยหยันว่า แวมไพร์แห่งบาร์เซโลน่า และผู้หญิงเลว พร้อมกับตำหนิเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไม่ใส่ใจเรื่องเด็กหาย และเรื่องราวของเธอถูกนำมาดัดแปลงเป็นวรรณกรรมเรื่อง El misterio de la Calle Poniente ที่เป็นเรื่องราวเด็กหายไปในเมืองบาร์เซโลน่า ซึ่งต่อมาก็พบว่าเด็กเหล่านั้นถูกฆ่าเพื่อเอาเลือดมาทำเป็นเครื่องสำอางให้แก่ลูกค้าที่เป็นชนชั้นสูง.


Cr. Cammy // Writer.Dek-D.com

















Create Date : 30 กรกฎาคม 2558
Last Update : 30 กรกฎาคม 2558 14:36:22 น. 0 comments
Counter : 681 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

hathairat2011
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




ขอบคุณที่แวะมา
อย่าลืมคอมเม้นท์นะจ้ะ

Flag Counter
Google ส่งอีเมล์
คลิกที่ตรงนี้ Facebook ของ Hathairat

New Comments
Friends' blogs
[Add hathairat2011's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.