4 | | | ตำนานอาถรรพ์ อาชญากรโลกไม่ลืม ฆาตกรรมบันลือโลก ประวัติศาสตร์ทั่วมุมโลก | | |

Group Blog
 
All blogs
 
ปริศนาหมากรุกฆาตกรรม



ถ้าไม่นับแจ็ค เดอะริปเปอร์แล้ว การฆาตกรรม
จูเลีย วอลเลซ เมื่อเกือบ 80 ปีที่แล้ว ถือเป็นปริศนาที่ลึกลับที่สุดในอังกฤษ และยังคงเป็นความลับดำมืดมาจนทุกวันนี้ จูเลียถูกฆาตกรรมในบ้านของเธอในเขตแอนฟิลด์ เมื่อวันที่ 20 มกราคม 1931 วิลเลี่ยม เฮอร์เบิร์ต วอลเลซ วัย 52 ปี สามีของเธอ ถูกกล่าวหาว่าฆ่าภรรยาของตัวเอง เขาเป็นผู้บริสุทธิ์ หรือวางแผนการอย่างเหนือชั้นราวกับเล่นหมากรุก?



นตอนเย็นของวันจันทร์ที่ 19 มกราคม 1931 เวลาประมาณ 1 ทุ่ม 20 นาที มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ในสโมสรหมากรุกเซ็นทรัล เมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ แซมมวล บี้ทตี้ กัปตันของสโมสร ได้รับสายจากชายคนหนึ่ง ซึ่งอ้างชื่อว่า เครลทรัฟ เขาฝากข้อความถึงสมาชิกคนหนึ่งคือ วิลเลี่ยม เฮอเบิร์ท วอลเลซ ให้ไปพบที่บ้านเลขที่ 28 เมนเลิฟการ์เด้น ในคืนพรุ่งนี้เวลา 19.30 น. เมื่อวอลเลซ มาถึงสโมสร บีทตี้ได้ยื่นข้อความให้วอลเลซ ปรากฎว่าเขาไม่รู้จักชื่อ เครลทรัฟ แต่วอลเลซคาดว่าน่าจะเกี่ยวกับธุรกิจ ประกันที่เขาทำอยู่ เย็นวันถัดมา วอลเลซ ออกจากบ้านและขึ้นรถรางตอน 19.10 น. หลังจากลงรถรางเขาพยายามหาที่อยู่ของ เครลทรัฟ แต่ว่าไม่มีบ้านเลขที่ดังกล่าว เขาพยายามสอบถามคนแถวนั้น รวมถึงตำรวจ แต่ก็คว้าน้ำเหลว อาจมีใครเล่นตลกกับเขาก็ได้




วอลเลซกลับถึงบ้านในเวลา 20.45 น. เมื่อไขกุญแจประตูบ้าน ปรากฎว่าประตูล็อคจากด้านใน เขาลองไปที่ประตูหลังบ้าน มันถูกล็อคจากข้างในเช่นกัน เขาเคาะประตูเรียก แต่ไม่มีใครออกมา เมื่อเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน คือ นายและนาง จอห์นสตัน ออกมาดู คราวนี้ วอลเลซ เปิดประตูเข้าไปในบ้านได้ จอห์นสตันเห็นแสงไฟในบ้านสว่างขึ้น เพียงอึดใจเดียว วอลเลซ เดินออกมา และบอกว่า "เข้ามาดูนี่สิ เธอถูกฆ่า"

ภายในบ้าน จูเลียภรรยาของวอลเลซ นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่บนพื้นห้องนั่งเล่น เธอมีแผลถูกตีบริเวณข้างหูซ้าย ไม่นานนัก คอนสเตเบิ้ล วิลเลียม เจ้าหน้าที่ตำรวจของเมืองลิเวอร์พูลก็มาถึงที่เกิดเหตุ เขาตรวจสอบพบว่า ห้องนอนถูกรื้อค้น แต่ไม่พบร่องรอยการบุกรุกหรือต่อสู้ ไม่มีอาวุธที่ใช้ฆาตกรรม วิลเลี่ยมสังเกตว่า วอลเลซสงบเยือกเย็น ผิดธรรมดา

เวลาประมาณ 4 ทุ่ม เจ้าหน้าที่ชันสูตรพลิกศพก็มาถึง จากการตรวจพบว่า จูเลียเสียชีวิตเมื่อเวลาประมาณ 6 โมงเย็น โดยการถูกตีถึง 11 ครั้ง ถึงแม้ว่าเธออาจเสียชีวิตจากการถูกตีตั้งแต่ครั้งแรกก็ตาม วอลเลซให้การกับตำรวจว่า เย็นนั้นเขากลับมาบ้านเวลา 18.05 น. ดื่มชาที่ภรรยาชงให้ และออกจากบ้านในเวลา 18.45 น.

ตำรวจสงสัยวอลเลซ จึงพยายามสืบหาตัวนายเตรลทรัฟ แต่ก็ไม่พบ และจากการตรวจสอบพบว่าชายที่อ้างว่าชื่อเครลทรัฟ โทรมาจากตู้โทรศัพท์ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านวอลเลซไปเพียง 400 หลาเท่านั้น วอลเลซถูกจับในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ในข้อหาฆาตกรรมภรรยา ตำรวจเชื่อว่าเขาสร้างเรื่องนาย เครลทรัฟขึ้นมาเพื่อเป็นข้ออ้างให้กับตัวเอง จึงเป็นไปได้ที่เขาลงมือ สังหารภรรยาและมีเวลาพอที่จะวิ่งไปยังจุดที่ขึ้นรถราง วอลเลซปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา ปลายเดือนเมษายนมีการพิจารณาคดีในชั้นศาล ซึ่งวอลเลซมีท่าทีเฉยเมย และดูคร่ำครึ รวมถึงมีงานอดิเรกที่ใช้สติปัญญาอย่างหมากรุก ทำให้เขาดูเหมือน ฆาตรกรจอมวางแผน ที่สร้างฉากฆาตกรรมสมบูรณ์แบบ

มีการเรียกตัว แซมมวล บีทตี้ มาเป็นพยาน เขาให้การว่าคนที่โทรมาเสียงค่อนข้างแหบ และไม่ใช่เสียงของวอลเลซ มีข้อสงสัยว่ามีใครบ้างที่ทราบว่า วอลเลซ จะมาเล่นหมากรุกที่สโมสรในวันนั้น อัยการชี้ว่า มีเพียงตัว วอลเลซ เองเท่านั้นที่รู้ว่าเขาจะไปถึงสโมสรในเย็นวันนั้น ซึ่ง วอลเลซ ก็ให้การว่า เขาไม่ได้บอกใครว่าจะไปที่สโมสร แต่มีหลักฐานสำคัญที่ทนายของ วอลเลซ นำมาใช้โต้แย้งในศาลก็คือ ตารางการแข่งขันที่ติดอยู่ที่สโมสรเป็นเวลาหลายสัปดาห์ โดยมีชื่อของผู้แข่งขันรวมถึงวอลเลซรวมอยู่ด้วย การแข่งขันเริ่มวันที่ 10 พฤศจิกายน ไปจนถึงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ และ วอลเลซ มีกำหนดต้องแข่งขันวันที่ 19 มกราคม แต่ก็ยังมีข้อน่าสงสัยก็คือ วอลเลซ มาแข่งครั้งแรกในวันที่ 10 พฤศจิกายนหลังจากนั้นก็ไม่ได้มาแข่งอีก ทำไมเครลทรัฟถึงสรุปว่า วอลเลซ จะมาในวันที่ 19 มกราคม??

อีกอย่างหนึ่งหาก เครลทรัฟวางแผนให้วอลเลซออกจากบ้านในคืนวันอังคาร ทำไมเขาไม่ทิ้งโน๊ตไว้ที่ประตูบ้านแทนการโทรศัพท์ไปที่สโมสร อย่างไรก็ตามมีพยานเป็นเด็กส่งนมเห็นจูเลียยังมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลา 18.30 ถึง 18.45 น. จึงเป็นไปไม่ได้ที่วอลเลซจะเป็นฆาตรกร 
แม้ว่าหลักฐานจะอ่่อน คณะลูกขุนก็ตัดสินใจว่า วอลเลซผิด และมีโทษแขวนคอ แต่ในวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ.1931 ศาลอุธรณ์ กลับคำตัดสินของลูกขุน เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่า วอลเลซผิดตามข้อกล่าวหา



วอลเลซถูกปล่อยตัว แต่ยังคงมีการถกเถียงต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี ผู้พิพากษาจัสติน ไรท์ที่ทำหน้าที่ตัดสินคดีของวอลเลซในตอนแรกได้สัมภาษณ์ไว้ก่อนที่จะเสียชีวิตว่า "อย่าลืมว่า วอลเลซเป็นนักหมากรุก อย่างที่กล่าว ๆ กัน คนที่มีสามัญสำนึกล้วนบอกว่า ข้ออ้างของวอลเลซ ดีเกินกว่าที่จะเป็นจริง แต่มันก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะใช้แขวนคอใครซักคน" อย่างไรก็ดีวอลเลซ ไม่ใช่นักหมากรุกที่เก่งกาจ สมาชิกในสโมสรให้สมญาวอลเลซ ว่า " ผู้ทำลายหมากรุก " รวมถึงสมาชิกที่หมกมุ่นกับหมากรุกคนหนึ่งกล่าวว่า "ถ้าไม่นับการฆาตกรรมภรรยาแล้ว ผมคิดว่าเขาควรถูกแขวนคอ ในข้อหาเป็นนักหมากรุกฝีมือห่วย "

ภายหลังเสร็จสิ้นคดี มีนักกฎหมายของเมืองลิเวอร์พูล ถามทนายของวอลเลซว่า ทำไมถึงไม่เรียกผู้เชี่ยวชาญมาพิสูจน์ให้เห็นว่า วอลเลซเป็นนักหมากรุกฝีมือแย่ขนาดไหน?

วอลเลซ ป่วยและเสียชีวิตในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1933 คดีไม่มีความคืบหน้า ไม่มีพยานรู้เห็น ไม่มีการพบอาวุธที่ใช้ฆ่า ไม่ใช่การแก้แค้น ไร้คำอธิบาย ใครเป็นฆาตรกรกันแน่? ถ้าวอลเลซไม่ได้ทำ นี่คือฆาตกรรมที่ไร้ที่ติ แต่ถ้าวอลเลซทำมันก็เกือบจะสมบูรณ์แบบแล้วโดยคำตัดสินของศาลอุธรณ์

คดีของวอลเลซถูกนำเค้าโครงไปเขียนเป็นนิยาย ได้แก่ The Last Sentence ตีพิมพ์ปี ค.ศ.1978 และ in shadow of an alibi ตีพิมพ์ปี ค.ศ.1948 โดยเรื่องแรกเปลี่ยนสถานที่ิ่เป็นสโมสรบริดจ์ ส่วนเรื่องหลังเปลี่ยนสถานที่เป็นสโมสรบิลเลียด.


ที่มา : http://justanotherblogu.blogspot.com/2008/09/3.html







Create Date : 13 พฤษภาคม 2558
Last Update : 13 พฤษภาคม 2558 16:40:59 น. 1 comments
Counter : 643 Pageviews.

 
ขอบคุณที่นำมาเล่าค่ะ อยากทราบดคีฆาตกรรม
แมคดาเลีย ที่ว่าโหดมาก จับคนร้ายไม่ได้อ่ะค่ะ


โดย: On-rainy-days วันที่: 22 พฤษภาคม 2558 เวลา:8:50:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

hathairat2011
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




ขอบคุณที่แวะมา
อย่าลืมคอมเม้นท์นะจ้ะ

Flag Counter
Google ส่งอีเมล์
คลิกที่ตรงนี้ Facebook ของ Hathairat

New Comments
Friends' blogs
[Add hathairat2011's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.