มิถุนายน 2555
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
11 มิถุนายน 2555
 

มาบริจาคเลือดกันเถอะ ^^

วันนี้เป็นการเขียน Blog ครั้งแรก เพราะเพิ่งนึกได้ว่าผมสามารถฝากข้อความโปรโมทเรื่องที่อยากบอก โดยไม่ต้องพิมพ์ซ้ำเรื่อยๆ ผ่าน Blog ว่าแต่ผมไปหลบอยู่ไหนมาเนี่ย ถึงเพิ่งคิดออก :P



เรื่องที่อยากจะคุยให้ฟังวันนี้มีเรื่องเดียวสั้นๆครับ คือเรื่องการ “บริจาคเลือด” ครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องไม่ใหม่เลย แต่สาเหตุที่ผมอยากเป็นส่วนหนึ่งในการเชิญชวนให้คนที่มีสุขภาพแข็งแรงได้บริจาคเลือดเพราะผมทราบว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา คลังเลือดของประเทศเรา ยังคงขาดแคลนเลือดอยู่เสมอๆ พูดอีกอย่างนึงคือในแต่ละวัน มีเพื่อนมนุษย์ที่มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต เพราะขาดเลือด ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก เพราะในอีกฟากหนึ่งของความตายก็คือพวกเราที่สุขภาพแข็งแรง มีความพร้อมที่จะบริจาคเลือด แต่เราอาจไม่ทราบความจริง จึงไม่ได้นึกถึง วันนี้ผมขอให้พื้นที่นี้เชิญชวนให้ทุกท่านร่วมบริจาคเลือด โดยท่านสามารถเข้าไปบริจาคได้ที่สภากาชาดไทยครับ

http://www.redcross.or.th/


อันที่จริงแล้วแม้กาชาดจะเป็นองค์กรที่แข็งขันเรื่องนี้มากที่สุด แต่ก็มีจุดรับบริจาคอีกมากนะครับ โดยท่านสามารถสอบถามโรงพยาบาลในพื้นที่ได้ ผมเองก็เคยไปบริจาคตามโรงพยาบาล หรือรถเคลื่อนที่เหมือนกันครับ แมวจะสีไหน ขอให้จับหนูได้ก็ถือว่าดีเหมือนกัน ^^


ผมมีประสบการณ์ดีๆอยากจะแชร์ เผื่อว่าใครก็ตามที่กำลังอ่านอยู่จะได้รู้ว่าผมเข้าถึงการบริจาคเลือดได้ยังไง เรื่องมันมีอยู่ว่า...ผมเคยสงสัยว่าตัวผมนั้น นอกจากจะเบียดเบียนชาวโลก แย่งอาหาร น้ำ อากาศแล้ว ผมมีความดีอะไรบ้าง นับๆดูก็น้อยนะครับ ผมไม่ค่อยได้ทำร้ายใคร (ก็คงมีบ้างครับ) แต่ผมคิดว่าตัวเองก็ไม่ได้สร้างความดีอะไรเลย แต่ผมโชคดีครับที่ผมรู้ว่าผมสามารถทำอะไรเล็กๆน้อยๆได้บ้าง เมื่อตอนที่ผมเปิดกระทู้นึงใน pantip นี่แหละครับ


ผมได้พบกับกระทู้ขอบริจาคเลือดโดยบังเอิญ เนื้อหาในกระทู้นั้นระบุว่าผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว และต้องการเลือดกรุ๊ป B ซึ่งเป็นกรุ๊ปของผมประมาณวันละ 2-3 ขวด วินาทีนั้นรู้สึกอยากช่วยผู้ป่วยครับ ก็เลยนึกในใจว่าพรุ่งนี้จะไปบริจาค แต่ก็เป็นสัญญาใจแบบลอยๆนะครับ คืนนั้นจำได้ว่านอนดึก เละเทะเต็มที่ ตอนกลางคืนก็ยังนึกอยู่เลยว่าเราจะไปบริจาคจริงเหรอ หึๆ จริงๆไม่อยากไปบริจาคหรอกครับ เพราะแม้จะอยากทำความดีกับเค้าบ้าง แต่ผมก็กลัวครับ ^^’ สารภาพเลยว่าตอนนั้นกลัวการเจาะเลือด (แมนๆอย่างเราก็เหอะ!) กลัวเป็นลม กลัวนู่นนี่นั่น พูดง่ายๆคือความเห็นแก่ตัวยังครอบงำนั่นเอง


พอตื่นเช้าขึ้นมาสิ่งแรกที่คิดถึงคือ...บริจาคเลือด ผมก็ยังชั่งใจอยู่ว่าไปไม่ไปดี ถามน้องที่เคยไปเค้าบอกสบายมาก ผมก็เอาก็เอาวะ (แต่กลัวฮ่าๆ) ผมกะวัดดวงครั้งสุดท้ายคือโทรถาม จขกท. ที่โพสเบอร์ไว้ ผมกะว่า เฮ้ย! ถ้าโพสเว็บดังขนาดนี้ คนคงแห่กันไปบริจาคจนเต็มแล้วแน่ๆ โทรไปเค้าคงบอกว่า “ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณค่ะ” ทีนี้ผมเองก็จะรู้สึกว่าตัวเองได้ช่วยแล้ว แม้ไม่ได้บริจาคก็ตาม ฮ่าๆ


แต่ผิดคาดครับ >< ผมโทรไป จขกท. กลับพูดเสียงอ่อยๆว่ายังต้องการอยู่ สามารถไปให้ได้เลย ผมก็เลยวางสายแบบงงๆ


“นี่เราต้องไปให้เลือดใครก็ไม่รู้จริงๆเหรอเนี่ย”


แต่ในเมื่อสถานการณ์ออกมาแบบนั้น แล้วผมก็ได้สร้างภาระทางใจอย่างเป็นทางการด้วยการโทรไปหาญาติผู้ป่วย ผมก็ต้องไปครับ จำได้ว่าตอนนั้นไปที่โรงพยาบาลรามาฯ ไปก็ไปไม่เป็น เลยนั่งแท็กซี่ไปแทน แล้วลากแกมบังคับน้องชายไปด้วย โดยบอกว่า “เผื่อตูเป็นอะไร เอ็งต้องหามนะ” ฮ่าๆ


พอไปถึงผมก็เข้าไปเจาะเลือด และให้เลือด ช่วงนี้ใช้เวลาไม่นานครับ บรรยากาศในห้องก็สบายๆครับ มีทีวีให้ดู มีขนม นมฟรีอยู่ด้วย (แต่ต้องบริจาคก่อนนะถึงได้กินฟรี ฮ่าๆ) การเจาะเลือดก็เป็นไปด้วยดี เข็มใหญ่มากแต่ผมไม่ค่อยกลัวครับ (ผมว่านะตอนเจาะเลือดที่นิ้วยังเจ็บกว่าอีก) สิ่งที่ผมกลัวมีอย่างเดียวคือพอให้เลือดเต็มถุงแล้วผมจะสลบไปด้วยรึเปล่า แต่ปรากฏว่าง่ายมากๆเลยครับ ผมไม่เป็นอะไรเลย ไม่รู้สึกเลยว่าการบริจาคเป็นเรื่องที่ยาก


ผมเดินออกจากโรงพยาบาลด้วยหัวใจพองโต ไม่พองได้ไงหละครับ....นี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าผมได้ช่วยเหลือคนอื่นจริงๆ ช่วยโดยที่เราไม่รู้จักกัน ช่วยโดยที่ผมไม่ต้องการอะไรนอกจากอยากแบ่งปันสิ่งที่มีอยู่เพื่อชีวิตของผู้อื่น


ความรู้สึกนี้ยังคงอยู่ในทุกๆครั้งที่ผมบริจาคเลือด ผมคิดเสมอว่ามันไม่ง่ายเลยที่เราจะหาอะไรง่ายๆแต่ทรงพลังในการทำดีอย่างบริจาคเลือด คิดดูสิครับว่าการบริจาคเลือดง่ายแค่ไหน (ถ้าคุณมีสุขภาพดี) คุณไม่ต้องเสียเงินทองมากเกินกว่าค่าเดินทาง คุณได้มอบสิ่งที่ร่างกายคุณมีก็ดี ไม่มีก็ได้เพียงแค่ 350-450 ML. เพื่อต่อชีวิตผู้อื่น ในฐานะนักลงทุน ผมคิดว่าไม่มี Deal ไหนที่วิเศษกว่านี้อีกแล้ว คุณลงทุนเพียงเล็กน้อย แลกกับผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่มากๆ


ผมเล่ามาทั้งหมด เพื่ออยากจะแชร์ความรู้สึกดีๆ ทุกวันนี้ผมเป็นผู้บริจาคเลือดที่จริงจังคนหนึ่ง ปีละ 4 ครั้งที่ผมจะได้รับความอิ่มเอมใจ ในขณะที่ใครสักคนก็ได้ต่อลมหายใจ ผมรู้สึกดีมาก และผมจะไม่หวงสิ่งดีๆนี้ ผมจึงมาเขียน Blog วันนี้เพื่อเชิญชวนทุกคนที่ไม่เคย หรืออาจเคยแต่ล้างมือไปนาน หากคุณมีสุขภาพแข็งแรง มาร่วมกันบริจาคเลือดกันเถอะครับ คุณสามารถเป็นส่วนหนึ่งในช่วยเหลือคนได้ปีละ 4 ชีวิต ยิ่งใหญ่มั้ยหละครับ


** สำหรับคนที่อยากแหวกแนว บริจาคอย่างอื่นก็เป็นสิ่งที่ดีนะครับ การบริจาคเกล็ดเลือด พลาสมา หรือ Stem cell ก็ล้วนเป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ทั้งนั้น เลือกเอาตามความศรัทธา และจริตครับ ^^


*** สำหรับคนที่เลือดไม่แข็งแรง เลือดจาง ลองติดต่อสภากาชาดเพื่อขอคำแนะนำได้ครับ ส่วนมากกาชาดจะให้ธาตุเหล็กมาลองทานดูครับ ทานหมด 30 เม็ด ลองไปเช็คใหม่ ถ้าเลือดเข้มข้นพอก็บริจาคโลดเลยครับ ^^ แต่ถ้ายังไม่พออีก ก็เป็นโอกาสอันดีในการดูแลตัวเองให้แข็งแรง เพื่อที่เราจะได้ช่วยเหลือผู้อื่นได้


ก่อนจบบทความ ผมอยากจะสรุปประโยชน์ของการบริจาคเลือดให้ฟังกันสั้นๆนะครับ ^^' ผมรวบรวมประโยชน์คร่าวๆ เพื่อให้เห็นว่านอกจากผู้อื่นจะได้แล้ว เราเองก็ได้โดยไม่ต้องขอด้วย ประโยชน์คร่าวๆของการบริจาคเลือดมีดังนี้ครับ


1.

- ผู้บริจาคโลหิต 24 ครั้งขึ้นไป ในโรงพยาบาลสังกัดสภากาชาดไทย ได้แก่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ให้ความช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยสามัญ ถ้าอยู่ห้องพิเศษ ผ่าตัดคลอดบุตรให้เสียกึ่งหนึ่งของอัตราที่กำหนด


- สำหรับผู้บริจาคโลหิตตั้งแต่ 18 ครั้งขึ้นไป อาศัยอำนาจจากกระทรวงสาธารณสุข ตามความในประเภท ข. ที่มีหนังสือรับรองจากสภากาชาดไทยว่าได้บริจาคโลหิตตั้งแต่ 18 ครั้งขึ้นไป ได้รับการช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล และถ้าอยู่ห้องพิเศษ ได้รับความช่วยเหลือค่าห้องและค่าอาหารเพียงร้อยละ 50 ของอัตราที่กำหนดไว้

- สำหรับผู้บริจาคโลหิตตั้งแต่ 7 ครั้งขึ้นไป อาศัยอำนาจจากกระทรวงสาธารณสุข ตามความในประเภท ค. ที่มีหนังสือรับรองจากสภากาชาดไทยว่าได้บริจาคโลหิตตั้งแต่ 7 ครั้งขึ้นไป ได้รับการช่วยเหลือเฉพาะค่าห้องพิเศษและค่าอาหารพิเศษไม่เกินสิทธิอันพึงเบิกได้จากหน่วยงานต้นสังกัดก่อน ส่วนที่เกินสิทธิให้เรียกเก็บเพียงร้อยละ 50 สำหรับผู้ไม่มีสิทธิ ได้รับความช่วยเหลือเพียงร้อยละ 50 ของอัตราที่กำหนดไว้


2. การบริจาคเลือดทำให้เราทราบว่าเลือดเราแข็งแรงแค่ไหน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หากเลือดท่านมีปัญหา สภากาชาดจะติดต่อเพื่อแจ้งให้ทราบ ท่านจะได้ดูแลร่างกายให้แข็งแรงขึ้นได้


3. สำหรับคุณผู้ชาย การบริจาคเลือดทำให้เราได้ถ่ายเลือดเก่า และสร้างเลือดใหม่ คุณจะฟิตขึ้น ฮ่า!


4. คุณจะได้ทานแคร็กเกอร์, Ovaltine, น้ำแดงฟรีเท่าที่อยากจะกิน หลังจากการบริจาคเลือดแล้ว ^^


5. สุดท้ายเลย มันคือความภูมิใจครับ ภูมิใจที่ได้เกิดมาแล้วมีส่วนทำให้สังคมดีขึ้นจริงๆ ลองคิดดูสิ คุณยังภูมิใจตัวเอง แล้วพ่อแม่คนที่เรารักจะรู้สึกดีขนาดไหน ^^


เป็นไงประโยชน์ที่ได้มากมายจริงๆใช่มั้ยครับ! คุณพร้อมบริจาคหรือยังครับ? ^^

ปล. คำแนะนำในการบริจาคเลือด จิ้มดูข้างๆได้เลยครับ ^^

v




 

Create Date : 11 มิถุนายน 2555
5 comments
Last Update : 11 มิถุนายน 2555 19:21:06 น.
Counter : 3744 Pageviews.

 
 
 
 
ในเวลาปรกติ จะยังไม่เห็นความสำคัญว่า การบริจาคเลือด
สำคัญและจำเป็นต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันแค่ไหน

แต่หลังจากคุณแม่ป่วยต้องผ่าตัดแล้วต้องใช้เลือดจำนวนมาก
ทางโรงพยาบาลขอให้พาญาติๆหรือคนรู้จักมาบริจาคเลือด
ทดแทนกับที่ใช้ไปให้ด้วย

เราถึงรู้ว่าการรับบริจาคเลือดยังเป็นที่ต้องการอีกมาก
และการบริจาคเลือดก็เป็นการต่อชีวิตให้เพื่อนมนุษย์ด้วยกันจริงๆค่ะ

เราไม่เคยบริจาคเลือดเอง เพราะน้ำหนักไม่เคยถึง
แต่หลังจากคุณแม่ป่วยน้องชายบริจาคประจำ ประจำจนมีชื่อติดบอร์ดที่บริษัทเป็นอันดับ 2 รองจากประธานกรรมการ :D
 
 

โดย: Falling in love IP: 110.168.184.85 วันที่: 11 มิถุนายน 2555 เวลา:20:00:53 น.  

 
 
 
ขออนุโมทนาด้วยค่ะ ตอนเรียนบริจาคบ่อยแต่ตอนนี้เลือดลอยค่ะ ไม่ค่อยแข็งแรง ไม่ได้ไปอีกเลย
 
 

โดย: แม่น้องกะบูน วันที่: 11 มิถุนายน 2555 เวลา:20:17:56 น.  

 
 
 
อนุโมทนาบุญค่ะ

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=payao&group=17
 
 

โดย: @NBC วันที่: 11 มิถุนายน 2555 เวลา:20:54:04 น.  

 
 
 
ผมมาขอร่วมบริจาคเลือดและบริจาคเรื่องครับ
ผมบริจาคเลือดครั้งแรกก็ได้เรื่องเลย

วันนั้นวันที่ 29 กันยายน 2554 ที่รพ.ราชวิถี
ด้วยความที่พ่อผมไปรับการเคมีบำบัดที่นั้น
ผมก็ตามไปดูแลพ่อและด้วยความรู้สึกดีๆ ที่เราได้รับมาจากสังคมและรัฐในเรื่องการเข้ารับการรักษาของพ่อ

ผมก็อยากตอบแทนสังคมกลับไปบ้าง สิ่งหนึ่งที่คิดมานานแต่ไม่เคยเลยแม้สักครั้งนั่นก็คือ การบริจาคเลือด
ไม่ใช่ว่าผมกลัวเข็มกลัวเลือด แต่เป็นเพราะผมน้ำหนักไม่ถึง หลายครั้งหลายคราวหลายทีที่ตั้งใจว่าจะไปบริจาคเลือด
แต่ก็มีเรื่องของน้ำหนักมาเตะถ่วงไม่ให้ได้บริจาคทุกที พอมาหลังๆ ที่อายุมากขึ้นน้ำหนักก็มากตาม

แล้ววันนั้นวันที่ตั้งใจก็มาถึง
ผมได้บริจาคเลือดตามที่ตั้งใจ หลังจากบริจาคเลือดพยายามให้นั่งพักก่อนจากนั้นเมื่อเรารู้สึกตัวดี พยาบาลก็อนุญาตให้กลับได้
แต่ด้วยความที่ผมมากับพ่อที่รับยาอยู่ ก็เลยรอด้วยการถือโอกาสไปกินที่อดมาตั้งแต่เมื่อคืน
ผมได้กินข้่าว ผมได้บริจาคเลือด ผมได้หน้ามืด ผมเบลอ และผมก็กระเป๋าตังค์หาย

นี่ละมั้งที่เขาเรียกว่า "เสียเลือด เสียตังค์"

 
 

โดย: ผู้ชำนาญการด้านความเหงา วันที่: 24 มิถุนายน 2555 เวลา:2:08:50 น.  

 
 
 
ถ้าเคยบริจาคครั้งนึงแล้ว ก็จะมีครั้งต่อๆไปค่ะ ^.^~
 
 

โดย: izse IP: 110.49.249.30 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2555 เวลา:16:27:44 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

มือปราบพ่อลูกอ่อน
 
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




[Add มือปราบพ่อลูกอ่อน's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com