Group Blog
 
 
สิงหาคม 2549
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
9 สิงหาคม 2549
 
All Blogs
 
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ตกขาว

ตกขาวคืออะไร
ตก ขาวหมายถึง สิ่งที่ถูกขับออกมาจากช่องคลอด และสิ่งนั้นไม่ใช่เลือด ดังนั้น ตกขาวจึงมีสีอะไรก็ได้แต่ส่วนใหญ่จะสีขาว ตกขาวนี่เองที่เป็นอาการที่ผู้ป่วยมาหาหมอถึงหนึ่งในสามของผู้ป่วย ที่มาตรวจภายใน
ตกขาวเป็นคำเรียกที่รู้จักกันทั่วไป แต่บางคนก็เรียก ระดูขาว (ไม่ใช่ฤดูขาวระครับ) หนังสือบางเล่มก็เรียก มุตกิต ก็มี ตกขาวไม่ใช่โรคแต่เป็นอาการ ซึ่งอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น คัน มีกลิ่น หรือเจ็บปวด

ชนิดของตกขาว
ตก ขาวกับผู้หญิงเป็นของคู่กัน เป็นผู้หญิงก็ต้องมีตกขาว การมีตกขาวไม่ได้หมายถึง การเป็นโรคหรือเป็นมะเร็ง หรือผิดปกติ นั่นก็หมายถึงว่า การมีตกขาวอาจเป็นปกติ หรือไม่ปกติก็ได้

ตกขาวปกติ
เป็น ตกขาวที่พบได้ในภาวะปกติ ตกขาวแบบนี้มีสีขาว คล้ายแป้งเปียก มีปริมาณไม่มาก ไม่คัน กลิ่นออกเปรี้ยวเล็กน้อย ไม่เหม็น อย่างไรก็ตามในบางช่วงอาจมีปริมาณมากขึ้นเล็กน้อย เช่น ช่วงก่อนมีรอบเดือน หลังมีรอบเดือน ช่วงไข่ตก หรือในภาวะตั้งครรภ์

ในตกขาวมีสารอะไรบ้าง
อย่างที่บอกตกขาวหมายถึง สารที่ถูกขับออกจากช่องคลอด ซึ่งมีทั้งสิ่งที่ถูกขับออกจากต่อมต่างๆ ในระบบสืบพันธ์ ซึ่งได้แก่
1. น้ำที่หลั่งจากต่อมใต้ผิวหนัง บริเวณช่องคลอด จากต่อมสกีน (Skene's gland) ต่อมบาร์โธลิน เพื่อหล่อลื่นปากช่องคลอด
2. เซลล์เยื่อบุผนังช่องคลอดที่หลุดลอกออกมา
3. มูกจากต่อมที่ปากมดลูก
4. โปรตีน, เกลือแร่ ที่มาจากผนังช่องคลอด เยื่อบุโพรงมดลูก และหลอดมดลูก
5. กรดแลคติคซึ่งแบคทีเรียในช่องคลอดสร้างจากกลัยโคเจน ของเยื่อบุผนังช่องคลอด

ตกขาวที่ไม่ปกติ
ก็ คือ ตกขาวที่ตรงข้ามกับตกขาวปกติ กล่าวคือ มีปริมาณมาก บางครั้งไหลโจ๊กยังกะมีรอบเดือนยังไงยังงั้น มีกลิ่นเหม็น ลักษณะอาจเป็นหนอง มูกปนหนอง ปนเลือด มีฟอง และมักมีอาการอื่นๆ ประกอบด้วย เช่น คัน แสบ ออกร้อนที่บริเวณปากช่องคลอด หรือมีปวดท้องน้อยร่วมด้วยก็ได้

ต้นเหตุที่ทำให้ตกขาวผิดปกติ ที่พบบ่อย 3 อันดับแรกคือ
- จากเชื้อแบคทีเรีย (bacterial vaginosis) พบได้ร้อยละ 30-35
- จากเชื้อรา, ยีสต์ (vulvovaginal candidiasis) พบได้ร้อยละ 20-25
- จากเชื้อพยาธิ trichomoniasis พบได้ร้อยละ 10
ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยที่พบเชื้อสองชนิดหรือมากว่าสองชนิด อยู่ร้อยละ 15-20 เรียกว่า ได้หนึ่งแถมหนึ่งว่างั้นเถอะ
เชื้อ 3 ตัวนี้พบร้อยละ 90 ของผู้ป่วยตกขาวผิดปกติ

สาเหตุของการตกขาวผิดปกติ แบ่งตามตำแหน่งที่เกิดคือ
1. ช่องคลอดอักเสบ ที่พบบ่อยคือ - แบคทีเรีย (bacterial vaginosis)
- เชื้อพยาธิ (trichomonas)
- เชื้อรา (candida)
- เชื้อไวรัส เช่น โรคเริม
- เชื้อแบคทีเรียอื่นๆ

2. ปากมดลูกอักเสบ - การติดเชื้อหนองใน
- การติดเชื้อคลามิเดีย
- การติดเชื้อเริม

3.ปากมดลูกมีแผล, เป็นเนื้องอก
4.สิ่งแปลกปลอมในช่องคลอด เช่น เศษกระดาษทิชชู, สำสี, ผ้าก็อซ, เมล็ดผลไม้, ถุงยางอนามัย เป็นต้น
5.เนื้องอกและมะเร็งมดลูก, ปากมดลูก ซึ่งตกขาวจะมีกลิ่นเหม็นมาก
6.สตรีวัยหมดระดู ขาดฮอร์โมน ก็ทำให้เกิดช่องคลอดแห้งอักเสบ มีตกขาวได้

ความสัมพันธ์ระหว่าง "วัย" กับ "ตกขาว"
วัย เด็ก มักเกิดจากความสกปรก สุขอนามัยไม่ดี ทำความสะอาดไม่เป็น หรืออาจมีสิ่งแปลกปลอม ที่เด็ก ยัดเข้าไป เช่น ยางลบ เม็ดผลไม้ กระดาษทิชชู
วัยเจริญพันธุ์ มักเกิดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
วัยหมดระดู เกิดจากการขาดฮอร์โมน



Create Date : 09 สิงหาคม 2549
Last Update : 9 สิงหาคม 2549 15:40:24 น. 18 comments
Counter : Pageviews.

 
สวัสดีค่ะ ตอนต่อไปพบกับ

จำเป็นแค่ไหนที่ฉันต้องตรวจภายใน

แล้วพบกันนะคะ


โดย: morinee วันที่: 9 สิงหาคม 2549 เวลา:15:57:01 น.  

 
แงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
น่ากลัว ช่วงนี้อาการ เมนส์ไม่ปกติด้วย เคยมีอาการปวดท้องน้อยแล้วมีเมนส์ไหลกระปริบกระปอย สามอาทิตย์ แล้วอยู่ดีๆ มันก็หายไปเอง
บางเดือนก็มีอาการเมนส์ กระปริบกระปอย ทั้งเดือน บางเดือนก็เป็นปกติ ไปหาหมอ จะเกิดอะไรขึ้นไหมเนี่ย แงๆๆๆ กลัวอ่ะโมจัง


โดย: aMp IP: 124.157.160.166 วันที่: 9 สิงหาคม 2549 เวลา:15:58:28 น.  

 
ผู้ที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือมาบ้างไม่มาบ้างนั้นก็แก้ไขด้วยการรับประทานวิตามินบีรวม วิตามินซี และธาตุเหล็กเพิ่มขึ้น แล้วที่สำคัญต้องหมั่นออกกำลังกาย ทำจิตใจให้สดชื่นแจ่มใส และพยายามหลีกเลี่ยงจากความเครียดต่างๆก็จะช่วยปรับให้รอบเดือนมาตรงตาม เวลามากขึ้น

นอกจากแร่ธาตุและสารอาหารต่างๆแล้ว เราสามารถลดอาการปวดท้องเนื่องจากประจำเดือนได้โดยวิธีการดังนี้
1. งดเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน และไม่รับประทานอาหารมากเกินไป
หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด และอาหารที่อาจทำให้ระบบทางเดินอาหารปั่นป่วน ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมให้อาการปวดท้องประจำเดือนยิ่งปวดหนักขึ้น
2. ออกกำลังกายเป็นประจำ
เพราะ การขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกาย นอกจากจะทำให้สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์แล้ว ยังช่วยทำให้เลือดประจำเดือนไหลออกมาได้สะดวกขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นการออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยให้สมองหลั่งสารแห่งความสุข หรือฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟินเพิ่มขึ้น ซึ่งจะไปช่วยต้านความเจ็บปวดจากการบีบตัวของมดลูกได้เป็นอย่างดี




โดย: morinee วันที่: 9 สิงหาคม 2549 เวลา:16:17:24 น.  

 

มีเลือดออกกะปริดกะปรอยแบบไม่มีช่วงเวลาแน่นอน
การ มีเลือดออกกะปริดกะปรอย สำหรับผู้หญิงบางคน บางครั้งอาจเป็นเรื่องปกติซึ่งมักจะมีเลือดออกมาทุกครั้งประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนมีรอบเดือนแบบจริงจัง โดยสาเหตุที่ทำให้เป็นเช่นนั้นอาจเกิดจากการที่มีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนต่ำ เกินไป แต่ถ้าหากการมีเลือดออกกะปริดกะปรอยดังกล่าวเกิดขึ้นแบบไม่มีช่วงเวลาแน่ นอนในแต่ละเดือนเช่นนี้อาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับอิทธิพลของฮอร์โมนแต่อาจมี สาเหตุมาจากเนื้องอก ผังพืด หรือถึงขั้นมะเร็งของมดลูกก็เป็นได้

.......................


โดย: morinee วันที่: 9 สิงหาคม 2549 เวลา:16:21:10 น.  

 

ลดอาการปวดเกร็งท้องด้วยวิตามินและแร่ธาตุ
สำหรับ อาการปวดเกร็งท้องเหมือนใครมาบิดไส้เป็นพักๆนั้นถือว่าเป็นอาการปกติที่ผู้ หญิงกว่า 50% มักจะต้องเป็นกัน ซึ่งสาเหตุสำคัญของอาการปวดดังกล่าวเป็นผลมาจากพรอสตาแกลนดิน (Prostaglandin) ฮอร์โมนที่สร้างจากมดลูกสำแดงฤทธิ์เดชทำให้ผนังมดลูกมีการบีบตัวขณะที่มี ประจำเดือน อย่างไรก็ดีอาการเช่นนั้นสามารถทำให้ลดลงได้ โดยต้องบำรุงร่างกายด้วยวิตามินบี 6 ไนอาซิน โพแทสเซียม และแมกนีเซียม โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินบี 6 ซึ่งนอกจากจะช่วยลดอาการปวดเกร็งท้องแล้วยังช่วยให้อาการบวมน้ำลดลงด้วย แล้วถ้าหากรับประทานวิตามินเอ วิตามินบีรวม และโฟเลตเพิ่มเติม ก็จะยิ่งช่วยบรรเทาภาวะอารมณ์กดดันในช่วงเวลานั้นได้อีกด้วย

............


โดย: morinee วันที่: 9 สิงหาคม 2549 เวลา:16:24:27 น.  

 
คุณแอม ลองไปให้คุณหมอ ตรวจร่างกายดูสักครั้งนะคะ เพื่อสุขภาพ ของตัวเราเองค่ะ

ด้วยความเป็นห่วง จาก สาวโม จ่ะ


โดย: morinee วันที่: 9 สิงหาคม 2549 เวลา:16:27:44 น.  

 


พี่โมปวดท้องมากเยย

ถ้าไม่ทานยาดัก ปวดแล้วยังไงๆก็เอาไม่ลง ปวดประเภทนอนบิดต้องฉีดยาอะคะ


โดย: Love U forever. วันที่: 9 สิงหาคม 2549 เวลา:16:29:04 น.  

 
หากปวดท้องมากผิดปกติไม่ควรนิ่งนอนใจ
ประมาณ 5-10% ของผู้หญิงทั่วไป มีอาการปวดท้องมากเกินปกติในทุกๆครั้งที่มีประจำเดือน ถึงขนาดต้องรับประทานยาแก้ปวด ถ้าเช่นนั้นอาจเป็นอาการที่เกิดขึ้นจากการมีประจำเดือนโดยไม่มีการตกไข่ ซึ่งไม่ถือเป็นกรณีที่ร้ายแรงเพราะยังสามารถบรรเทาเยียวยาได้ด้วยยาแก้ปวด และต้องใส่ใจดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง
แต่สำหรับสาเหตุอื่นที่ทำ ให้เกิดอาการปวดท้องมากผิดปกตินอกเหนือจาก อาจเป็นกรณีที่เกิดจากโรคร้ายแรงบางอย่างซ่อนอยู่อย่างเช่น โรคเชิงกรานอักเสบ ซึ่งเกิดจากการมีเยื่อบุของมดลูกไปก่อตัวขึ้นอยู่ในบริเวณอื่น และถ้าหากมีปัญหาเกี่ยวกับการทำงานของต่อมไทรอยด์ผิดปกติเข้ามาสมทบด้วย นอกจากจะส่งผลให้เกิดอาการปวดท้องมากแล้ว ก็จะทำให้เกิดมีเลือดประจำเดือนมามากผิดปกติร่วมด้วย ฉะนั้นเพื่อความไม่ประมาทจึงควรรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน เลยเจ้าค่ะ
...........


โดย: morinee วันที่: 9 สิงหาคม 2549 เวลา:16:44:34 น.  

 
หนูโมมีหมอที่ไหนหล่อๆจะแนะนำพี่โมไม๊จ๊ะ อิอิ


โดย: Love U forever. วันที่: 9 สิงหาคม 2549 เวลา:16:58:36 น.  

 
ฮ่า พี่โมอ่ะ ทำเอาโมขำเลยค่ะ มีแน่นอนจ่ะ แต่ว่ามีแต่ฝรั่งนะจ๊ะ พี่โม หมอสูติ ผู้ชายค่ะ แต่ไม่รู้หล่อ ถูกใจพี่โมป่าวไม่รู้นะคะ

ปอลอ อย่าให้ คนข้างพี่โม มาตืบ โมก่อนนะจ๊ะ


โดย: morinee วันที่: 9 สิงหาคม 2549 เวลา:17:10:01 น.  

 
ฮ่าๆๆ อย่าพูดถึงมะเร็งเด่ะ
ปาป้า เพิ่งเสียไปด้วยมะเร็ง
ยายก็เสียด้วยมะเร็ง
อีกทั้งตระกูล เป็นมะเร็งร้อยละ 70
กำลังกลัวอยู่นี่ กลัวไม่ทันได้ใช้บริการสามี



โดย: aMp IP: 124.157.160.166 วันที่: 10 สิงหาคม 2549 เวลา:11:52:09 น.  

 
ฮ่าๆๆ คุณหมูแอม ไปตรวจหน่อยก็ดีค่ะ ที่อาการ แบบนี้ มันเป็นไปได้จริงๆๆค่ะ

โอ๋ๆๆ ให้กำลังใจ นะจ๊ะ


โดย: morinee วันที่: 10 สิงหาคม 2549 เวลา:16:06:44 น.  

 
ตอนนี้มีตกขาว สีเหลือง เป็นมูก มีกลิ่นคาวเหมือนกุ้งเน่า เป็นประจำทุกเดือน ก่อนประจำเดือนมา เดือนที่แล้วไปพบแพทย์มาให้ยามาทาน (จำชื่อไม่ได้ค่ะ น่าจะขึ้นต้นด้วยตัว V กำกับมาว่างดแอลกอฮอลล์) และยาสอดชื่อ Caneten ใช้ยาหมดก็หาย พอเดือนถัดไปก็มาอีกแล้ว ไม่ทราบว่าดิฉันควรจะทำอย่างไรดีค๊ะ ... ขอบคุณค่ะ


โดย: เครียดค่ะ IP: 124.121.192.105 วันที่: 28 กันยายน 2549 เวลา:11:47:33 น.  

 
ตอนนี้อายุ 21 แต่งงานแล้ว เป็นตกขาว เยอะ บางครั้งคัน มีสีคล้ายสีเหลืองอ่อน จะเป็นช่วงที่ใกล้รอบเดือนจะมา จะมีอาการผิดปรกติอะไรหรือเปล่าค่ะ ไม่เคยไปหาหมอเลย บอกตรงๆ กลัวการตรวจภายในค่ะ


โดย: kratai_noi IP: 58.97.43.50 วันที่: 22 มกราคม 2551 เวลา:13:20:11 น.  

 
ขอเกริ่นก่อนนะคะว่าอายุ 20 ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์

เมื่อก่อนประจำเดือนมาเป็นปกติค่ะ เดือนละ 5-7 วัน

แต่มีช่วงนึงทาน นม+น้ำผึ้ง+โยเกริต+มะนาว ตอนเช้า หวังจะลดหน้าท้อง

แล้วหลังจากทานสูตรนั้นซักพัก
เดือนแรก ก้อประจำเดือนมา 2 รอบค่ะ เปงรอบมาน้อย กับรอบมามาก
เดือนที่ 2-3 มาทั้งเดือนเลยค่ะ แบบมาน้อยๆทั้งเดือน แล้วก้อมามาก 5-7 วัน
เดือนที่ 4-6 เป็นเหมือนเดือนแรก คือมา 2 รอบ
เดือนที่ 7-10 เป็นปกติค่ะ มาเดือนละรอบ ก้อนึกว่าไม่เป็นอะไรแล้ว

แต่ตอนนี้มันเป็นอีกแล้วค่ะ
แบบถ้าหมดรอบเดือน ก้อจะปกติประมาณ 7 วัน ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แล้วหลังจาก 7 วันนั้น ก้อจะมีตกขาว ปนกะเลือดจางๆ
หรือบางที่ก้อเป็นก้อนน้ำตาลไหม้ เป็นแบบนี้ตลอด
จนประจำเดือนรอบของเดือนนั้นๆมาค่ะ
พอประจำเดือนหมดก้อหยุดไปประมาณ 7 วัน แล้วก้อเป็นแบบนี้อีก

แล้วก้อเป็นแบบนี้มา 2 เดือนกว่าๆแล้ว

ไม่ทราบว่าพอจะรู้ว่าเป็นอะไรไหมคะ หรือมีคำแนะนำอะไรบ้างคะ

ขอบคุณมากค่ะ


โดย: อิส IP: 58.9.141.99 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:22:47:47 น.  

 
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆนะคะ

พอได้มาอ่านแล้วรู้สึกคลายกังวลไปเยอะเลย

มาไม่เคยตรงเลยซักที T^T



โดย: ขี้กังวล- -" IP: 124.120.43.79 วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:22:26:56 น.  

 
ตกขาว มีกลิ่น ช่องคลอดไม่กระชับ
เป็นปัญหาเรื้อรังมานานหลายปี ที่เป็นๆ หายๆ สร้างความรำคาญมาจนสุดท้ายต้องทะเลาะกับแฟนเพราะไม่เข้าใจกัน ต่างคนก็คิดว่า อีกคนไปทำอะไรมา ถึงเกิดปัญหานี้ขึ้นแต่ ต่างฝ่ายก็ไม่กล้าที่จะถามถึงสิ่งที่มันคาใจเพราะเราก็มีความรักให้กัน และอยู่ด้วยกันทุกวันแล้ว ตกขาว กลิ่น มันมาได้ยังไง?การรักษารูปแบบต่างๆหนักเข้าจนไม่อยากมีอะไรกับแฟน เพราะยิ่งมียิ่งหนักเขาเองก็ไม่อยากยุ่งเพราะ รู้สึกสกปรกที่ตกขาวออกมาด้วยสาเหตุนอกเหนือจากที่เราเคยทราบกันดีอยู่แล้วคือ
1 ความสะอาด
2 การติดเชื้อ ทุกชนิด
3 การอักเสบ จากการทำงานหนัก
4 ความเครียด การเงิน งาน
5 แฟนมีกิ๊ก ปัญหานี้รุนแรง และน่าจะเป็นปัญหาใหญ่ที่เราไม่รู้ตัว เพราะอะไรมารู้กัน เพราะเมื่อเราคิดว่า แฟนเราสกปรก เราก็ไม่อยากให้เขายุ่ง เซลล์ของเราก็เกิดการต่อต้าน ทำให้เมื่อมีอะไรเข้าไป ร่างกายของเราก็จะสร้างตกขาวมาต้านอสุจิเอาไว้ไม่ให้เข้าไป นี่ก็เป็นอีกสาเหตุ หลักที่เป็นตกขาวแบบไม่มีกลิ่น และทำให้ไม่ท้องได้ เพราะอสุจิตายเรียบนะสิคะ
6 ภูมิแพ้ ทุกชนิด สามารถส่งผลต่อ การเป็นตกขาวได้ เพราะร่างกายอ่อนแอ
7 การทำแท้ง ซึ่งจะมีผลต่อเนื่องไม่ว่าจะนานแค่ไหน ร่างกายของเราเกิดการจดจำว่า เมื่อครั้งที่เรา เคยเจ็บแค่ไหน ในการทำแท้งนั้น ทำให้เกิดการต่อต้าน ที่อสุจิเข้ามาอีก เป็นสาเหตุเหมือนกับที่แฟนมีกิ๊กนั้นแหละคะ แต่นี่หนักกว่า ตรงที่ว่าจะต่อต้านอย่างรุนแรงมากกว่า และส่งผลมากกว่า คือไม่สามารถมีท้องได้ในท่านที่ เคยทำแท้งมา ที่เจอกันบ่อย
โทรมาขอคำปรึกษาได้นะคะ ดิฉันใช้สมุนไพรที่ใช้เห็นผลเร็วมากและปลอดภัยเพราะมีอย.รับรองบวกกับการดูแลสุขภาพจิต ยินดีให้คำปรึกษา ไม่ต้องอาย เพราะอาย อาจเสียแฟนได้นะคะ มาเพิ่มความสุขให้ชีวิตคู่กันดีกว่า 0 8 4 – 8 2 6 5 5 5 9


โดย: hh IP: 124.157.231.165 วันที่: 6 มิถุนายน 2552 เวลา:21:16:36 น.  

 
สวัสดีคร๊ อยากทราบถึงอาการของตกขาวคร๊ คือ หนูอายุ20 มีตกขาวเป็นสีเหลืองแต่ไม่เหลืองมากคร๊ มีกลิ่นนิดหน่อย และคันๆบริเวรช่องคลอดคร๊ อยากทราบว่าหนูเป็นโรดอะไรรึป่าวคร๊ และอันตรายมากไหม


โดย: tomtam IP: 223.205.10.17 วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:15:43:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add 's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.