มีนาคม 2557
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
27 มีนาคม 2557
 
 

Day1: BKK->Doha->Barcelona->Toulouse (1)

  เป็นหมูที่ชอบพอกหาง .. UK trip กับ Japan trip เล่าไม่จบ เล่าได้แค่วันแรกทั้งคู่เลย

แต่ครั้งนี้ เราจะพยายามเล่าให้ได้จนจบ เพราะว่า ตอนนี้ยังสดใหม่ ยังจำได้อยู่ หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้อ่านนะคะ เพราะว่าทริปนี้ เป็นทริปเดินทางท่องเที่ยวต่างแดนคนเดียวครั้งแรกจริง ๆ ค่ะ ทำให้เห็นปัญหาและจุดด้อยต่าง ๆ เยอะไปหมดเลยยยย

อย่าง UK นั้น แค่เดินทางคนเดียว แต่พอไปถึง ก็คือ ไปเรียน อยู่กับ Host

ตอน Japan ก็มีพี่สาว (ลูกพี่ลูกน้อง) ไปเป็นเพื่อน เดินทางกัน 2 คน

แต่เที่ยวนี้ ไปแลกเปลี่ยนก็จริง แต่ก็ฉายเดี่ยวถึง 11 วัน ก่อนจะกลับมาแลกเปลี่ยนค่ะ
11 วันนี้ก็ไม่รู้จะรอดมั้ย จะเป็นอย่างไร มาติดตามไปด้วยกันนะคะ

(ณ ตอนนี้ ก็เพิ่งวันที่ 7 ค่ะ เหลืออีก 4 วันถึงจะจบทริปและกลับไป Barcelona)





ทริปนี้ เป็นทริป 11 วันในฝรั่งเศส ก่อนไป Barcelona เพื่อแลกเปลี่ยน 1 เดือนค่ะ หัวเราะ

เมืองที่เที่ยวมีดังนี้
Toulouse, Carcassonne, Montpellier, Nimes, Remoulins, Avignon, Nice, Cannes, (Monaco, Menton), Arles, Saintes-Maries-de-la-Mer, Narbonne บางเมืองเป็นเมืองแวะ บางเมืองเป็นเมืองที่อยู่เป็นหลัก... แล้วค่อยว่ากันตอนเขียนรีวิวนะคะ ส่วน Monaco&Menton ที่วงเล็บไว้ เพราะยังไม่แน่ใจว่าจะได้ไปทั้ง 2 ที่นี้รึเปล่า... ไว้รอดูอารมณ์พรุ่งนี้ ว่าอยากเที่ยวเยอะ ๆ หรืออยากจะพักผ่อนเดินเล่นมากกว่า 555+ (ตอนนี้อยู่ที่ Nice)

*หมายเหตุ บล็อกนี้ไม่ใช่รีวิวนำเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยว แต่จะเป็นรีวิวพาหลงในเมืองท่องเที่ยว นะเคอะ ;P
**หมายเหตุ2 บล็อกนี้ เล่าละเอียดเว่อร์ ๆ แล้วก็เล่าแต่ปัญหาซะส่วนใหญ่... ขอเตือนไว้ก่อน

ขอบคุณค่ะ
------------------------------------------------------

ขอเล่าตั้งแต่บางกอกเลยก็แล้วกันค่ะ เพราะความวุ่นวาย เกิดขึ้นตั้งแต่สุวรรณภูมิเลยทีเดียว!

สายการบิน: Qatar Airways ซึ่งเป็นสายการบินที่เราชอบมาก เพราะทั้งราคาไม่แพงจนเกินไป (โดยเฉพาะช่วงโปรฯ) และบริการก็ดีเยี่ยม แถมยังมีที่ปิดตา+ถุงเท้า+แปรงสีฟันพกได้+กระเป๋าสะพายเล็ก ๆ แจกทุกครั้งด้วย
Transit city: Doha

ปัญหาเกิดขึ้นเนื่องจาก กระเป๋าที่เราจะเอาขึ้นเครื่อง หนักถึง 13 Kg! (ให้ได้ไม่เกิน 7 Kg) ขณะที่ใบที่โหลดใต้เครื่อง เขาให้ได้ไม่เกิน 30 Kg แต่เราใช้แค่ประมาณ 20 Kg ... ก็เลยต้องย้ายกันเดี๋ยวนั้นตอนก่อนโหลดกระเป๋าเลยทีเดียว... สุดท้ายก็ยังเกิน 7 Kg อยู่ เพราะ เลนส์ + กล้อง + MacBook + Pocketbook 2 เล่ม (ที่ยืนยันจะเอาขึ้นเครื่อง) + ตัวกระเป๋า ก็หนักเกิน 7 Kg แล้ว... เขาก็หยวน ๆ ให้ และเขียนไว้ให้ว่ามีเลนส์และคอมฯ ที่เอาโหลดใต้เครื่องไม่ได้ ทำให้น้ำหนักเยอะ

เอาล่ะค่ะ ก็ผ่านตรงที่ Check-in มาได้... อ้อ ที่จริง Check-in online มาแล้วด้วย นี่แค่โหลดกระเป๋าค่ะ... เพิ่งลอง Check-in online ครั้งแรก ถึงได้รู้ว่า จะมี Fast tag ให้ไปตรงด่านตรวจ (เรียกว่าอะไรหว่า?) อีกที่ซึ่งเร็วกว่า ด้วยล่ะค่ะ


เสร็จละก็รีบวิ่งไปที่ Gate... พอดีมีความจำเป็นทำให้ออกจากบ้านช้า แถมยังเสียเวลาตรงที่โหลดกระเป๋าอีก ทำให้เหลือเวลาอีกไม่มากนัก ไม่มีเวลาแวะทำอะไรอย่างอื่นเลย ... ท้องก็หิว แต่ก็รู้ว่า พอเครื่องขึ้น เดี๋ยวอาหารก็มา อิอิ

เข้า Gate ไป ก็แวะเข้าห้องน้ำค่ะ... ทีนี้ ก็เกิดปัญหาที่ 2 เมื่อ....


เมื่อไปถึงที่นั่งแล้วเตรียมยกกระเป๋าขึ้นข้างบนที่เก็บ... ก็ทำการเก็บเลนส์ที่ให้ไว้ที่เอว (จะได้ลดนน.กระเป๋า เผื่อเขาเกิดอยากตรวจตรงหน้า Gate ขึ้นมา) มาใส่กระเป๋า... จากนั้นก็เช็คของเล็กน้อย จึงได้รู้ว่า... อ้าวเห้ยยยย MacBook หายยยย

ที่จริงไม่ได้หายหรอกค่ะ จำได้ว่าแขวนไว้ในห้องน้ำ สะเพร่าจริงจริ๊งงงงง

นึกได้ดังนั้น ก็รีบวิ่งจ้ำอ้าวออกไปยังประตูเครื่องเลยค่ะ... แต่แล้ว ก็ถูกแอร์กักไว้บอกว่าออกไม่ได้
เราจึงบอกไปว่า ลืม NoteBook เอาไว้ในห้องน้ำ ... จนท. (ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นจนท.เฉย ๆ หรือเป็นแอร์ ก็บอกว่า เดี๋ยวไปเอาให้ แล้วก็ค่อย ๆ เดินไปที่ Gate อย่างช้า ๆ .... ทั้ง ๆ ที่ในใจเรานั้นร้อนรน (ทำไมเดินช้าจังฟระ)

หลังจากรอได้พักหนึ่ง สุดท้ายก็.... กลับมาตัวเปล่า บอกว่า หาไม่เจอ... เราก็ขอออกไปหาด้วยตัวเอง.... วิ่งออกไปเลยไม่รอคำตอบ




แล้วก็เจอค่ะ  ยังแขวนอยู่ที่เดิม คือตรงประตูห้องน้ำ... ไม่รู้ทำไมถึงหาให้ไม่เจอ หรือว่าไม่ได้หา????
ช่างเถอะ เอาเป็นว่า สบายใจ กลับมาที่นั่ง เก็บของใส่กระเป๋าอย่างโล่งอกฝุดๆ 555+




เจอแต่เรื่องร้าย ๆ (ที่ก็ยังโชคดีนั่นแหละ) มาตลอด ก็ต้องเจอเรื่องดี ๆ มั่งเนาะ.... เรื่องดี ๆ ที่ว่าก็คือ... แถวที่เราเลือกนั่งซึ่งอยู่ริมหน้าต่างนั้น (พอดี Check-in online มันจิ้มที่นั่งเองได้) ... ไม่มีคนนั่งข้าง ๆ เลย... รวมแล้ว เท่ากับว่าเราได้จับจองที่นั่งถึง 3 เบาะเลย ฮี้ฮ่า~~

คือ เคยเห็นบ่อยมาก คนที่ได้จับจองที่นั่ง 3 เบาะแล้วนอนยาว...​ก็เคยฝันอยากได้บ้าง นี่เลยเป็นครั้งแรก...


เรื่องโชคดีที่ 2 คือ... ในทีวีมี Frozen!!!!!

คือ เคยคิด ๆ อยู่ว่า จะมาดู Frozen บนเครื่อง ถ้ามี... (ก่อนหน้านี้ยังไม่มีโอกาสได้เข้าโรงหนังเลย) แล้วก็มีจริง ๆ

แล้วไงล่ะ... หลังจากอาหารมา ทานเสร็จ อิ่มอร่อยจนหนังท้องตึง + ดู Frozen จบ... ก็ถึงเวลานอน (ลืมบอกไปว่าเครื่องออกตอนสองทุ่มเกือบสามทุ่ม)
เลยลองพยายามนอน 3 เบาะ... แต่ด้วยความไม่ถนัด และยังไม่ง่วง เลยนอนไม่หลับ ได้แต่พลิกตัวไปมา

พอเริ่มจะหลับได้.. จู่ ๆ ก็มีคนมาปลุก ... เป็นฝรั่ง ผู้ชาย ตัวอ้วนมากๆๆๆ สะกิด ว่าเค้าจะนั่งตรงนี้.....
เราก็ เอิ่ม... ก็ได้ฟระ นอน 2 ที่ก็ได้ (ลุกขึ้นมาพิงหน้าต่างแทน)

ตอนนั้นไม่อยากจะถามหรืออะไรมาก เพราะยังง่วงอยู่ (ก็เพิ่งจะหลับได้เนาะ) .... สุดท้าย หลังจากหลับ ๆ ตื่น ๆ พักใหญ่ ก็ได้เวลาของว่างก่อนเครื่องลง
ตอนนั้นไฟในเครื่องจะสว่างค่ะ ปลุกให้เราตื่นอีกรอบโดยอัตโนมัติ ตอนนั้นเลยลองหาโอกาสคุย...


แล้วก็คุยไม่รู้เรื่อง เพราะเขาไม่พูดภาษาอังกฤษเลย... แต่ก็พยายามคุยจนได้ความว่า คนตรงที่นั่งเขา คุยกันตลอด จนเขาหลับไม่ได้ เลยย้ายมานั่งตรงนี้
(เราก็เหลือบไปมองที่นั่งข้าง ๆ อีกแถว ที่มีผู้ชายคนหนึ่ง นอนเหยียดยาว 3-4 ที่ แล้วก็นึกในใจว่า ทำไมต้องตรงเราหว่า T^T) ก็ได้แต่ทำใจว่า ความโชคดีคงไม่มีอีกแล้ว ถือซะว่าช่วยเขาก็แล้วกันนะ... แล้วก็... พอทราบว่า เขาเป็นคนเยอรมัน/พูดภาษาเยอรมัน และกำลังจะไปเยอรมนี ค่ะ



ภาพนี้คืออาหารมื้อที่ 1 บนเครื่องค่ะ - ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นเนื้อไก่นะ...
ซึ่งครั้งนี้มาแปลก ตรงที่ มีเมนูมาให้ดูก่อน (เป็นกระดาษมันแข็งๆ) ว่ามีอะไรกับอะไร (มีให้เลือก 2 อย่าง) ซึ่งโดยปกติจะถามตอนให้บริการเดี๋ยวนั้นเลยว่า "Fish or Chicken" "Pork or Beef" อะไรเทือกนี้ (แล้วแต่ว่ามีอะไรนะ) เลยได้ดูก่อนว่ามีอะไรบ้าง แต่จำไม่ได้แล้วล่ะ

ของว่าง (มื้อก่อนเครื่องลง) ไม่มีรูป สงสัยจะลืมถ่าย - เป็นพายไก่ (เรียกพายรึเปล่า ที่เป็นแท่งยาว ๆ แบบของ McDonald แต่ยาวและใหญ่กว่าเยอะ) มีให้เลือกระหว่าง Chicken or Vegetarian


เอ... ว่าแต่ ถุงเท้า ผ้าปิดตา และกระเป๋าห้อยคอเล็ก ๆ ที่ปกติแจก... มันหายไปไหนหว่า?? เลิกแจกไปแล้วเหรอ??





หลังจาก Transit เครื่องที่ Doha ซึ่งเลือกเวลาไว้ประมาณชม.ครึ่ง-สองชม.เอง ทำให้ต้องไปที่ Gate อย่างรีบเร่ง ซึ่งก็ไม่รู้ว่า คนจะเยอะไปหนายยยย



ตลอดเวลาที่ Transit ที่จริงก็ ใจตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ ตลอดเวลาเลยเหมือนกันนะคะ
กลัวจะพลาด/ทำอะไรสะเพร่า กลัวเขาจะตรวจนน.กระเป๋าอีกครั้งว่านน.มากเกินไปรึเปล่า กลัวจะโดนล้วงกระเป๋า กลัวคนแปลกหน้า บลา ๆ ๆ ... แต่ก็ได้แต่เก็บความกลัวไว้ในใจ แล้วก็เดินหน้าต่อไป..

แล้วตอนจะเข้า Gate นั้น จู่ ๆ จนท.ที่ตรวจพาสปอร์ต&ตั๋วเครื่องบินก็ถาม ว่าเราไปทำอะไรที่ Barcelona... ก็งง ถามไมหว่า ไม่ใช่ว่าต้องถามที่ปลายทางเหรอ?...​ก็ตอบไปนั่นแหละ แต่ก็ยังงงว่าถามทำไม

จนในที่สุดก็ได้ขึ้นเครื่อง
ที่นั่งคราวนี้... จำได้ว่า เลือกที่นั่งแถวสุดของ Cabin เหมือนตอนแรกนะ แต่เอ๊ะ... ที่นั่งอยู่ไหนหว่า ทำไมไม่ใช่ที่นั่งแถวสุดท้าย...??

เครื่องบินครั้งนี้เป็น Airbus330 ค่ะ (ครึ่งแรกเป็น Boeing777) Cabin ชั้น Economic ของเที่ยวนี้เป็น Cabin เดียวเลย ไม่ได้เป็นหลายส่วนเหมือนครึ่งแรก และที่ที่เรานั่งนั้น จู่ ๆ มันก็กลายเป็น "แถวแรกสุด" ของครึ่งหลัง (คือ ถูกคั่นด้วยประตูทางออกฉุกเฉินและที่นั่งของแอร์ฯ ว่างั้นเถอะ แต่ไม่ได้มีผนังกั้นห้องกับครึ่งหน้า...)

เอาเป็นว่า... นี่ก็เป็นที่นั่งในฝันอีกเช่นกัน 555+ เพราะว่า ที่ผ่านมา ไม่เคยมีโอกาสได้นั่งแถวหน้ากับเค้าเลยสักครั้ง..

ที่อยากนั่งแถวหน้า ก็เพราะ ส่วนตัว ชอบนั่งติดหน้าต่าง จะได้มองเห็นวิว ขณะเดียวกัน ก็พะวงเรื่องเข้าห้องน้ำ ว่า ถ้าจะลุก ก็จะต้องรบกวนคนข้าง ๆ ที่อาจจะหลับอยู่ หรือกินอยู่... แต่ถ้าได้นั่งแถวหน้า ก็จะสามารถนั่งริมหน้าต่าง และลุกโดยไม่รบกวนคนข้าง ๆ ได้... (หรือไม่ก็แบบครึ่งแรกเลยก็ได้คือ ไม่ต้องมีคนนั่งข้าง ๆ จะได้ลุกไปห้องน้ำได้สบายตามใจฉัน หัวเราะ)

คนนั่งข้าง ๆ ครั้งนี้เป็นฝรั่ง... คือ ตลอดทางก็ไม่ได้คุยด้วยเลย เพิ่งมาได้คุยตอนเครื่องกำลังลง... เพราะพอดี นั่งหันหน้าชนกับแอร์ฯ และเราก็ถามแอร์ว่าเป็นคนเอเชียใช่มั้ย ชาติอะไร (คนเกาหลี) แล้วก็คุยกันเพลิน สุดท้าย ผู้ชายข้าง ๆ เราก็ร่วมคุยด้วย ทำให้ได้รู้ว่า เขาเป็นคนสเปน แต่ไม่ได้อยู่ที่ Barcelona ต้องนั่งรถไฟ/รถบัสจาก BCN ต่อไปยังอีกเมืองหนึ่ง (ถ้าจำไม่ผิดนะ)

อ๋า! ใช่... และที่บอกค่ะ ผ้าปิดตา ฯลฯ พร้อมกระเป๋าห้อยคอ ในที่สุดก็มีแจก ฮี่ ๆ คิดว่าจะไม่มีเสียแล้ว



ในภาพค่ะ ทีวีก็เป็นจอที่ดึงมาจากข้างเก้าอี้

ส่วนโต๊ะ... ยอมรับว่า คิดไม่ออกจริง ๆ ว่ามันจะเอาขึ้นมาจากตรงไหน ....... จนกระทั่งอาหารเช้ามาเสิร์ฟตอนใกล้ถึง
(มื้อตอนเครื่องขึ้นคืออะไรหรือว่าไม่มีจำไม่ได้แล้ว... รู้แต่ว่าอาหารเช้าเราเลือก Omelette)




มันมาจากตรงที่วางแขนนั่นเอง! เพิ่งรู้ว่าเปิดได้ด้วย!!!



เล่าบนเครื่องบินเสียยืดยาว เราลงจากเครื่องกันดีกว่าค่ะ

-----------------------------------

ที่ Barcelona นั้น ตอนตรวจคนเข้าเมือง ไวมากกกกก คือ เขาแค่รับพาสปอร์ตเราไป ไม่มีถามไม่มีไถ่อะไรเราเลย
(ครั้งที่แล้วที่ไปอังกฤษคนเดียว ที่ไปเรียน... อันนั้น เขาก็ไม่ถามนะ แต่ว่า เขาบอก Happy Birthday แทน เพราะเดินทางในวันเกิดตัวเองพอดี >.<)
เสร็จก็ไปรอรับกระเป๋า ระหว่างนั้นก็คุยกับคนสเปนที่นั่งข้าง ๆ กันทีแรกด้วย ว่าเขาจะเดินทางยังไง

เราบอกว่า จะนั่งรถไฟ Rodalies Line R2 ไปยัง Passieg de Gracia แล้วค่อยต่ออีกสายไปยังที่พัก (ที่ขอเขาแค่ไปฝากกระเป๋าไว้ก่อนเฉย ๆ) แต่เขาบอกว่า นั่ง Shuttle Bus ไปก็ได้นะ ไปลงในตัวเมืองเลยเหมือนกัน เราก็เลยลังเลว่าจะไปยังไงดี แพลนก็ไม่ได้วางไว้แน่ชัด เพราะตอนวางแผน ก็ดูแค่แผนที่รถไฟ/Metro จากแฟ้มที่เคยซื้อมาจากประเทศญี่ปุ่น (ที่มีแผนที่รถไฟ/Metro ของเมืองต่าง ๆ ทั่วโลกขาย) เลยตั้งใจว่า เอากระเป๋าเสร็จ ค่อยออกไปเดินดูข้างนอกว่าจะเอาไง


และแล้ว เมื่อออกจากประตูไปพร้อมกระเป๋าใบใหญ่ 1 ใบ และใบที่ก็ไม่เล็กบนหลังอีก 1 ใบ ... ก็จำต้องโบกมือบ๊ายบายชาวสเปนคนนั้น เพราะ CP (Contact Person) ที่เราไปแลกเปลี่ยน ชูป้ายชื่อเราอยู่....

ตกใจเลย ทีแรกเขาบอกว่า ไม่มีใครตื่นตี 5 มารับเราได้ (เครื่องบินถึงนี่ 6.35) แต่สุดท้าย ก็มาจนได้ เย้~~~~





ณ สนามบินที่ Barcelona นั้นเอง CP ก็มาเราเดินขึ้นลิฟต์มาอีกชั้น มารอ Bus ไปยังอีก Terminal ทำให้เราได้รู้ว่า จะต่อ Train ต้องไปอีก Terminal (T2 รึเปล่านะ?) ซึ่งสุดท้าย... ก็ได้รู้ว่า ชั้นที่เราขึ้นมานั้น เป็น bus ที่มาจอดส่ง ถ้าจะไปอีก terminal จะต้องกลับลงไปที่ชั้นเดิม... เอาเป็นว่า เสียเวลาไปเยอะเลย ด้วยความงงๆก่งก๊งกันทั้งคู่ เพราะ CP เอง ก็คงไม่ได้มาที่สนามบินบ่อยนัก เนื่องจากคงเรียนหนัก (ตอนนี้อยู่ปี 5 แล้ว.. ยังไม่บอกนะฮะว่าคณะอะไร แต่น่าจะเดาได้) เรารีบขึ้น Bus ไปยัง T2 ซึ่ง "ฟรี" ค่ะ

จากนั้น ก็รีบซื้อตั๋วรถไฟโดยเร็ว ราคา 4.10 euro ไปยัง Passeig de Gracia ตามแผนที่เราวางไว้นั่นแหละ
แต่แบบ เฉียดฉิวมาก ก่อนประตูปิดเลยทีเดียว ถ้าพลาดรถไฟเที่ยวนี้ จะต้องรออีกครึ่งชม. ซึ่งจะทำให้ CP กลับไปเรียนไม่ทัน และเราเอง ก็คงต้องเร่งรีบมาก ๆ เพื่อไปให้ทันรถไฟที่จะไปยัง Toulouse ตอน 10.24 น.

เอาเป็นว่า ก็ไม่ได้ตกรถไฟเที่ยวนั้น ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี ยกเว้นเจ้ากระเป๋าใบยักษ์ ที่ CP อาสาเป็นคนลากให้ ที่ลำบากมว้ากกก เวลาที่เจอบันไดไม่เลื่อน/ไม่มีลิฟต์ ซึ่งก็เจอแบบนั้นหลายรอบเลยทีเดียว

และแล้ว อีก 1 ความผิดพลาด ด้วยความเซ่อซ่าของเรา ก็บังเกิดขึ้น เมื่อ......






ณ สถานีรถไฟใต้ดิน (Metro) Passeig de Gracia

หลังจากซื้อบัตร 1 เที่ยว ราคา 2.15 euro แล้ว เราก็เดินมาที่ช่องใส่บัตร... แต่ อ้าวววว ทำไมใส่แล้วเข้าไม่ได้
เผอิญช่วงนั้นเป็นช่วง Peak period สุด ๆ คือเป็นช่วงเช้า คนกำลังไปทำงาน เราก็หันมองข้าง ๆ ... อ้าว... เขาใส่บัตรกันมือซ้าย
แต่เราใส่บัตรมือขวา

หลังจากดึงบัตรออกมา คนอีกช่องเลยเข้าไปแทน กลายเป็นว่า เราไม่ได้เข้า และบัตรก็ใช้ซ้ำครั้งที่ 2 ไม่ได้อีกด้วย!!!

ทำไงดีล่ะ ... ไม่ยอมซื้อใหม่หรอก... เลยเดินไปที่ช่องขายตั๋ว โชคดีที่มีจนท.อยู่
พอดีเราเล่าให้ CP ฟังก่อน CP เลยบอกจนท.ขายตั๋วให้เป็นภาษาสเปน ... เลยง่ายขึ้นเยอะ ไม่ต้องมานั่งอธิบายภ.อังกฤษ + ภ.ใบ้
จนท.เลยกดเปิดประตูให้เราเข้าไปอีกช่องแทน เราเลยเดินเข้าไปพร้อมกับกระเป๋าใบยักษ์ที่ CP ลากให้

ถือว่าโชคช่วยครั้งที่ 2 จริง ๆ .... แต่ก็ไม่เลินเล่อขนาดนั้นเลยเรา... เลินเล่อขนาดนี้ เที่ยวคนเดียว (ครั้งแรก) 11 วันในฝรั่งเศส จะรอดมั้ยเนี่ย???????


-------------------------------------------------------

และแล้ว ก็มาถึงสถานีเป้าหมายคือ Vallcarca ... ต้องแบกกระเป๋าขึ้นไปอีกแล้ว เนื่องจากไม่มีบันไดเลื่อน... CP บอกให้ออกทางออกอีกทางแล้วไปต่อรถเมล์แทน เนื่องจากกระเป๋าใบใหญ่ หากเดินทางแบบปกติ (คือ ออกที่อีกประตู แล้วเดินขึ้นเนิน) จะลำบากและช้ามาก

ส่วนค่าโดยสารรถเมล์ CP บอกว่า เราสามารถใช้บัตรโดยสารใบเดิมเดินทางต่อได้ ภายใน 1.30 hr ถือเป็นเที่ยวเดียว ก็ไม่รู้ว่าจริงรึเปล่า เพราะพอดีทำบัตรตัวเอง Error ด้วยการใส่ไป 2 รอบตอนนั้น ตอนขึ้นมาบน bus มันเลยขึ้นตึ๊ดๆสีแดง... แต่ CP ก็พยักหน้าบอกไม่เป็นไร

เดี๋ยวกลับไป BCN เมื่อไร จะไปทดลองละกันค่ะ ว่าสามารถใช้บัตร 1 ใบทำอย่างนั้น (ใช้ทั้ง Metro & bus) ได้จริงรึเปล่า หุหุ


ในที่สุดก็มาถึง Student Flat ค่ะ ... นี่คือลิฟต์ ที่เรา ตะลึงตึ่งตึ๊งมาก ๆ ....​เพราะมันเป็นลิฟต์แบบโบราณ (ที่ CP บอกว่า ตัวเครื่องนั้นสมัยใหม่ โบราณแค่ประตูเท่านั้นเอง) คล้าย ๆ กับที่เคยเห็นใน Titanic เลยค่ะ >.<




(เสียดาย มีเด็กวิ่งตัดหน้ามาเล่นลิฟต์ซะงั้น)
คือ ลิฟต์นี้ มี 2 ประตูค่ะ คือ ประตูลูกกรงข้างนอก ซึ่ง พอลิฟต์มาถึงชั้นเรา เราก็ค่อยเปิดประตูออก จากนั้นก็เปิดประตูของตัวลิฟต์ซึ่งเป็นประตูไม้อีกที ตอนออกก็เปิดประตูไม้ก่อน แล้วค่อยเปิดลูกกรงข้างนอกค่ะ

พอนึกภาพว่าตัวเองจะได้ใช้ลิฟต์หน้าตาโบราณแบบนี้ตลอดทั้งเดือนที่มาแลกเปลี่ยน ก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างมากเลยจริง ๆ



พอขึ้นไปถึง Student Flat ก็พบนร.แลกเปลี่ยนคนอื่น กำลังเตรียมตัวออกไปเรียน/ทำงาน (ไม่รู้ว่าจะเรียกยังไงดี เอาเป็นว่า ไปดูงานละกัน) เป็นชาวญี่ปุ่นค่ะ เสียดาย เขาต้องกลับไปก่อนที่เราจะกลับมาแลกเปลี่ยน เลยได้รู้จักแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ วันนี้เท่านั้นเอง

พอส่งถึงที่ CP ก็บอกลา เพราะขาดเรียนช่วงเช้ามาแล้ว แต่จะต้องไปราวน์วอร์ดหรือทำอะไรสักอย่างต่อตอน 9 โมงเนี่ยแหละค่ะ (รู้แล้วสินะว่าคณะอะไร)...  เราก็ได้เวลาจัดกระเป๋า ย้ายเสื้อผ้าจากกระเป๋าใหญ่กลับมากระเป๋าเล็ก (จากที่ต้องรื้อออกเพื่อไม่ให้นน.เกิน 7 Kg ตอนนั้น) สำหรับที่ต้องใช้ในฝรั่งเศส 11 วันนั่นเอง

แล้วก็รีบเดินทางไปยัง Barcelona Sants ซึ่งก็เหลือเวลาอีกเพียบเลยค่ะ

นั่งรอพักใหญ่กว่าเขาจะเรียกตรวจตั๋ว พอลุกออกมาก็สังเกตเห็นโทรศัพท์ ... อารมณ์ประมาณ Nokia ตกอยู่ใต้เก้าอี้ที่เรานั่ง... ไม่เห็นใครนั่งตรงนั้น เลยหยิบมาให้จนท.ตรงที่ตรวจตั๋ว บอกว่าของใครไม่รู้ทำตกไว้...

สักพัก ก็คลำ ๆ กระเป๋าตัวเอง... อ้าวเห้ยยยย ร่มหาย จำได้ว่าเสียบไว้ข้างกระเป๋านี่หว่า... ไม่รู้ว่าทำตกตรงไหน ตอนไหน ระหว่างทางมา หรือว่าตกอยู่ในกระเป๋าใบใหญ่ หรือว่าตกอยู่ใน Student Flat​.... คือ เสียใจมาก แม่ซื้อมาให้ คันเล็ก ๆ น่ารัก ๆ สีดำ เบามาก ๆ ยังไม่เคยแกะใช้ หายซะแระ ... ก็ภาวนาให้มันยังอยู่ที่ Student Flat ก็แล้วกัน ส่วนวันข้างหน้า ซึ่งรู้ว่าฝนตกแน่ ๆ ... ค่อยไปหาซื้อร่มคันใหม่แทน

แค่เริ่มต้น ก็มีของหายซะแล้ว... จะรอดมั้ยเนี่ยยยยย




ตื่นเต้นมาก ด้วยเป็นการเดินทาง... จะเรียกว่า Backpack ก็ได้ แต่กระเป๋าที่ใช้เป็นกระเป๋าลากที่สะพายได้ แต่เอามาลาก เพราะหนักเกิน สะพายไม่ไหว

Backpack เขาน่าจะอารมณ์แบบว่า เอาของไปน้อย ๆ สะพายขึ้นหลังเดินทางไปไหนต่อไหนได้
แต่นี่เราเล่นเอาเลนส์ไป 2 + กล้องที่ติดอีกเลนส์ + ขาตั้งกล้อง (ไว้ตั้งถ่ายตัวเอง) + MacBook ไปด้วย... แล้วมันจะเอาขึ้นหลังไปยังไงไหวเนาะ??? เดินทางที ก็ประหนึ่ง "บ้าหอบฟาง" เลยทีเดียว ทั้งเป้ ทั้งกระเป๋าลาก ทั้งกระเป๋าสะพาย (ขาตั้งกล้อง) ทั้งกล้องห้อยคอ ทั้งกระเป๋าจิ๋วไว้ใส่สตางค์ โอ้โห เต็มตัว... เลยพูดไม่ได้เต็มปากว่ามา Backpack แต่เอาล่ะวะ เป็นไงเป็นกัน

แต่จะมาต่อเกี่ยวกับรถไฟ Renfe/SNCF & Toulouse คราวหน้านะคะ คืนนี้ต้องลาไปนอนก่อน พรุ่งนี้จะได้ไป Monaco เช้าหน่อย เผื่อจะได้ไป Menton ด้วยเลย อิอิ

ปล. พิมพ์ซะละเอียดยิบเลย จะมีคนอ่านมั้ยเนี่ย >O< นี่ก็ยังไปไม่ถึง France เสียทีนะคะ




 

Create Date : 27 มีนาคม 2557
1 comments
Last Update : 27 มีนาคม 2557 7:54:43 น.
Counter : 1641 Pageviews.

 

สุขสันต์วันเกิดครับ

 

โดย: **mp5** 8 เมษายน 2557 20:01:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 

MorganaArtemisCynthia
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




[Add MorganaArtemisCynthia's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com