ยินดีต้อนรับ moresaw blog ...........................


ประวัติและผลงาน ครูไพบูลย์ บุตรขัน ผู้สร้างสรรค์บทเพลงอมตะดังก้องฟ้าเมืองไทย

ประวัติและผลงาน ครูไพบูลย์ บุตรขัน ผู้สร้างสรรค์บทเพลงอมตะดังก้องฟ้าเมืองไทย



กว่าจะมาเป็นบทเพลงอมตะเลอค่า เหนือกาลเวลา กลั่นจากหยดน้ำตาในห้วงดวงใจ ลูกหลานไทยใครได้ฟังนับเป็นบุญ


ครูไพบูลย์ เป็นชาวเมืองปทุมธานี เกิดที่อำเภอสามโคก เป็นลูกชาวนา อายุ ๗-๘ ขวบ บิดาถึงแก่กรรม จึงไปอยู่กับอาที่บ้านปทุมวัน รวมทั้งน้องชายอีกสองคน และมารดาด้วย ครไพบูลยจบการศึกษาที่ ม.๘ กรุงเทพ และเรียนดนตรีเพิ่มเติมที่สถาบันวาย เอ็ม ซี เอ ครูเป็นศิษย์ของ "พรานบูรณ์" เคยร่วมงานกับคณะละครทำหน้าที่แต่งบทละคร และแต่งเพลงประกอบละคร ผลงานที่บันทึกเสียงครั้งแรกคือ ชุดค่าน้ำนม ชับร้องโดย ครูชาญ เย็นแข ผลงานของครูมีมากมาย ยุคที่ครูมีชื่อเสียงมากคือ ช่วงประมาณ พ.ศ.๒๕๑๑ - ๒๕๑๕ ครูแต่งเพลงอะไรก็ดัง นักร้องหลายคนในยุคนั้นต้องการร้องเพลงที่ครูไพบูลย์แต่งทั้งนั้น ผลงานของครูไพบูลย์ ได้แก่ มนต์เมืองเหนือ มนต์รักลูกทุ่ง, แม่ค้าตาคม,น้ำท่วม, มัศยาหลงเหยื่อ, ค่าน้ำนม, คนนอกสังคม, คนจนคนจร, ฯลฯ เพลงส่วนใหญ่ของครูมาจากประสบการณ์และสะท้อนชีวิตของชาวทุ่งได้เป็นอย่างดี มีความเป็นธรรมชาติ เพลงที่ครูแต่งและร้องเอง เช่นเพลง ไร้สมบัติ,หาดใหญ่ในผัน, ยิ่งแกยิ่งเก่ง,หนูจ๋า เพลงไร้สมบัติ



เพลงที่ครูไพบูลย์แต่งและความเป็นมาของเพลง

เพลง มนต์เมืองเหนือ ขับร้องโดย ทูล ทองใจ
เพลงนี้เป็นเพลงแรกที่ครูไพบูลย์แต่งและบันทึกเสียง ครั้งแรก “สมยศ ทัศนพันธ์” เป็นผู้ขับร้อง ภายหลัง “ทูล ทองใจ” นำมาขับร้องใหม่ โดยเปลี่ยนเนื้อเล็กน้อยจากเดิมที่ว่า “แอ่วเว้าเจ้าวอน” มาเป็น “แอ่วสาวเจ้าวอน


”







เพลง ค่าน้ำนม ขับร้องโดย ชาญ เย็นแข


เพลงนี้เดิมทีครูไพบูลย์แต่งเพื่อให้ บุญช่วย กมลวาทิน เป็นคนร้อง แต่ในวันอัดเสียงที่ห้องบันทึกเสียง ดี คูสเปอร์ จอห์นสตัน บุญช่วยเกิดไม่มา ชาญ เย็นแข ซึ่งตามไปดูการบันทึกเสียงจึงได้ร้องแทน และเพลงนี้มียอดจำหน่ายสูงสุดถึง 5,000 แผ่น ซึ่งสูงมากในสมัยนั้น








เพลง กลิ่นโคลนสาบควาย ขับร้องโดย ชาญ เย็นแข
เพลงนี้เป็นเพลงแรกของครูไพบูลย์ที่โดนห้ามออกอากาศทางสถานีวิทยุในสมัย จอมพลป. พิบูลสงคราม ด้วยข้อหายุยงชาวนา แต่ด้วยความไพเราะกินใจ ทำให้แผ่นเสียงเพลงนี้ขายดีจนสื่อมวลชนยกให้เป็น “เพลงประวัติการณ์”







เพลงน้ำค้างเดือนหก ขับร้องโดย สุรพล สมบัติเจริญ
เพลงนี้ครูไพบูลย์แต่ง แต่ใช้นามปากกาว่า “สาโรช ศรีสำแล” เนื่องจากในช่วงนั้นดวงตกเขียนเพลงไหนก็ไม่ดัง และเพื่อรักษาเครดิตของชื่อ “ไพบูลย์ บุตรขัน” เอาไว้ จึงเปลี่ยนนามปากกาเขียนเพลงนี้ให้ สุรพล สมบัติเจริญ ซึ่งเป็นนักร้องที่ดังมากเป็นผู้ขับร้อง







เพลง ชายสามโบสถ์ ขับร้องโดย คำรณ สัมบุณนานนท์
เพลงนี้เป็นเพลงนำของภาพยนตร์เรื่อง ชายสามโบสถ์ เมื่อภาพยนตร์ไปฉายต่างจังหวัด คำรณซึ่งแสดงเป็นพระเอกต้องไปร้องเพลงโชว์ด้วย ส่งผลให้เพลงนี้และนักดนตรีอย่าง ใหญ่นภายน และ ป.ชื่นประโยชน์ ดังไปด้วย







เพลง ตาสีกำสรวล ขับร้องโดย คำรณ สัมบุณนานนท์
เป็นอีกเพลงหนึ่งซึ่งถือเป็นเพลงต้องห้ามทางสถานีวิทยุในสมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นผลงานเพลงเสียดสีสังคมระดับคลาสสิคที่ส่งให้คำรณโด่งดัง เนื่องจากท่วงทำนองเพลงลำตัดมาผสมผสานกับทำนองสากล เสียดสีสังคมไทยในยุคจอมพล ป.







เพลง ยมบาลเจ้าขา ขับร้องโดย บุปผา สายชล
เพลงนี้แต่งในยุค 2512-2513 โดยแผงเนื้อหาวิจารณ์สังคมและการเมืองไว้อย่างแนบเนียนรุนแรงในจังหวะโซลสนุกๆ จนทำให้ บุปผา สายชล ได้รับแผ่นเสียงทองคำพระราชทานจากการขับร้องเพลงนี้ในปี 2514







เพลง ฝนเดือนหก ขับร้องโดย รุ่งเพชร แหลมสิงห์
เพลงนี้ครูไพบูลย์แต่งให้ รุ่งเพชร แหลมสิงห์ ขับร้องโดยเฉพาะ เนื่องจากครูไป ได้ยินรุ่งเพชรร้องเพลง “น้ำใจทหารอาสา” แล้วรู้สึกชอบ จึงให้คนไปตามรุ่งเพชรมาร้องเพลงให้ฟัง ตอนแรกรุ่งเพชรไม่มา แต่ในที่สุดก็มาและร้องเพลงให้ครูฟังทั้งวัน พอครูจับทางได้จึงบอกว่า ถ้าครูเขียนเพลงภายใน 3 เพลง ให้รุ่งเพชรดังไม่ได้ ครูจะหักปากกาทิ้ง และเพลงแรกที่ครูเขียนให้คือเพลง ไอดินกลิ่นสาว ส่วนเพลงฝนเดือนหก เป็นเพลงที่ 2 โดยเขียนเน้นให้ออกเป็นเพลงที่ออกเสียงเหน่อตามบุคลิกของรุ่งเพชร โดยการเล่นคำ เช่นคำว่า “ฝนก็ตก” ก็เป็น ฝนก็ต๊ก” และในที่สุดเพลงนี้ก็ทำให้รุ่งเพชรดังทะลุฟ้า และได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพะราชทานรางวัลทำนองชนะเลิศ ในปี2514 รวมทั้งทำให้รุ่งเพชรอัดเพลงของครูไพบูลย์อีกหลาย เพลง และที่สำคัญทำให้ครูได้เขียนงานเพลงอีกต่อไป








เพลง ขี้เหร่ก็รัก ขับร้องโดย ศรคีรี ศรีประจวบ
ครูไพบูลย์แต่งเพลงนี้แทนตัวเอง ด้วยอารมณ์ของหนุ่มใหญ่วัยห้าสิบที่ตอนนั้นครูมีโรคร้ายเรื้อรัง แต่การที่ชีวิตมีผู้หญิงมองข้ามข้อนี้ และยินดีเป็นคู่ชีวิต ทำให้ครููเขียนเพลงนี้ขึ้นมา ซึ่งเป็นความอบอุ่นในช่วงเวลาสั้นๆสามปีสุดท้ายของชีวิต








เพลง น้ำท่วม ขับร้องโดย ศรคีรี ศรีประจวบ
เป็นเพลงแรกที่ครูไพบูลย์แต่งให้ ศรคีรี ศรีประจวบ ร้องหลังจากที่ ศรคีรีมีวงดนตรีและร้องเพลงในแนวรำวง โดยไม่มีเพลงของตนเอง ครูไพบูลย์ได้เปลี่ยนแนวให้ศรคีรีมาร้องเพลงในแนวหวานและแต่งเพลงนี้ให้เป็นเพลงแรก ผลปรากฏว่าดังมากๆ และส่งผลให้ศรคีรีเป็นศิษย์เอกของครู๑ ใน ๒ เพลงที่เป็น "ชีวิต"ในช่วงหนึ่ง ปี ๒๕๑๓-๒๕๑๔ อีกเพลงคือ ฝนตกฟ้าร้อง. เพราะรักสาวบ้านที่น้ำท่วม ขับมอไซค์ฮอนด้า ๕๐ ซีซี.ไปหาแทบทุกเลิกงาน, หลายวันที่ฝนกตกฟ้าร้อง, จนถึงน้ำท่วม. รักกันมาก. แม้จะมิได้ดูหนัง "โรมิโอกับจูเลียต" (ฉบับ โอลิเวียร์ ฮัสซี่) ด้วยกัน. สุดท้าย พ่อแม่เธอให้แต่งงานกับนายทหารค­นหนึ่ง. ป่านนี้ฟังเพลง ๒ เพลงนี้แล้ว ยังคิดถึงเธอเสมอ ๔๐ ปีแล้วที่จากกัน










เพลง บุพเพสันนิวาส ขับร้องโดย ศรคีรี ศรีประจวบ
เป็นเพลงแรกๆที่ครูแต่งให้ศรคีรีขับร้อง ซึ่งเพลงที่ครูแต่งในช่วงนี้จะสังเกตได้ว่า ครูผ่านชีวิตกว่า 50 ปี ผ่านความเคร่งเครียดมาจนสุกงอม ทำให้มองโลกแบบผ่อนคลาย อ่อนหวานขึ้น ซึ่งศรคีรี คือศิษย์เอกคนสุดท้ายของครู และขับขาน บทเพลงในยุคสุดท้ายของครูอย่างเป็นชิ้นเป็นอันที่สุด








เพลง มนต์รักลูกทุ่ง ขับร้องโดย ไพรวัลย์ ลูกเพชร
เพลงนี้ครูประพันธ์เมื่อปี 2513 เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง มนต์รักลูกทุ่ง และประสบความสำเร็จสูงสุด รวมทั้งได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทานรางวัลเนื้อร้องและทำนองชนะเลิศ ในปี 2514 -หนังเรื่องนี้ทำรายได้ถึงหกล้านบาท และฉายอยู่ที่โรงภาพยนตร์โคลีเซียมยาวนานถึง 6 เดือนทีเดียว จนทำให้ครูกลายเป็นราชาเพลงประกอบภาพยนตร์เพราะหลังจากนั้นได้แต่งเพลงประกอบภาพยนตร์อีกมากมาย และพลอยทำให้ ไพรวัลย์ ลูกเพชร ได้เป็นนักร้องเพลงนำภาพยนตร์อีกหลายเรื่องทีเดียว







เพลง น้ำลงนกร้อง ขับร้องโดย พรไพร เพชรดำเนิน
เพลงนี้เป็นเพลงหนึ่งในภาพยนตร์เรื่อง มนต์รักลูกทุ่ง โดยตอนแรก จะให้ บรรจบ เจริญพร ที่ร่วมแสดงในเรื่องเป็นผู้ร้อง แต่เนื่องจาก บรรจบร้องหลายเพลงจึงเปลี่ยนมาให้ พรไพร เพชรดำเนิน เป็นผู้ร้อง







เพลง นกร้องน้องช้ำ ขับร้องโดย บุปผา สายชล
เป็นเพลงแก้ของเพลงน้ำลงนกร้อง ใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่อง มนต์รักลูกทุ่งเช่นกัน








เพลง โลกบ้าๆบอๆ ขับร้องโดย กังวานไพร ลูกเพชร
เพลงนี้มีที่มาจากภาพยนตร์เรื่อง ฝนใต้ ของ ฉลอง ภักดีวิจิตร ซึ่งกังวานไพร ลูกเพชร ร่วมแสดงด้วย และเรื่องนี้ครูไพบูลย์ได้แต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ให้กังวานไพร เป็นคนร้องชื่อเพลงว่า “กังวานไพร” ซึ่งเมื่อครูได้ฟังแล้วจึงชอบใจเสียงของกังวานไพรมาก จึงแต่งเพลงให้อีก 3 เพลง นั่นก็คือ เพลงโลกบ้าๆบอๆ , หมดลมหมดเรื่อง , เหม็นเบื่อ






เพลง เบ้าหลอมดวงใจ ขับร้องโดย ไพรวัลย์ ลูกเพชร
เป็นเพลงที่ครูแต่งขึ้นเพื่อเทิดทูนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทานประเภทเนื้อร้องชนะเลิศเพลงลูกทุ่ง ประเภท ก. ในปี 2514


โค๊ดเพลง เอกชัย ศรีวิชัย - เบ้าหลอมดวงใจ โค้ดเพลง




เพลง แว่วเสียงซึง ขับร้องโดย เรียม ดาราน้อย








เพลง หนุ่มเรือนแพ ขับร้องโดย กาเหว่า เสียงทอง
เพลงนี้มีที่มาจากการที่เพลิน พรหมแดน มาขอให้ครูไพบูลย์แต่งเพลงให้ ครูไพบูลย์จึงเขียนเพลงนี้ขึ้นมา ซึ่งออกเป็นโทนเพลงแหล่ ซึ่งทางด้านเพลินเห็นว่าคนละแนว จึงนำเพลงให้คนในวง คือ กาเหว่า เสียงทอง เป็นคนร้องและบันทึกแผ่นเสียงให้ ผลปรากฏว่า เพลงนี้ดังทั่วบ้านทั่วเมือง และทำให้เกิดกาเหว่า เสียงทอง ขึ้นในวงการเพลง





เพลง มะนาวไม่มีน้ำ ขับร้องโดย ไพรวัลย์ ลูกเพชร วิภารัตน์ เปรื่องสุวรรณ
เพลงนี้มีที่มาจาก การที่ ไพรวัลย์ วิภารัตน์ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ในวงของครูสุรพลได้ออกจากวง จึงไม่มีเพลงของตัวเองร้อง ครูไพบูลย์จึงแต่งเพลงให้เป็นเพลงคู่ ซึ่งแต่ละเพลงล้วนแต่ดังทั้งสิ้น








เพลง ฝนตกบ้านน้อง นกร้องบ้านพี่ ขับร้องโดย ชาย เมืองสิงห์
เพลงนี้ครูไพบูลย์ใช้ภูมิลำเนา คือ บ้านท้องคุ้ง ต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคกจ.ปทุมธานีเป็นฉาก โดยอาศัยการมองฟากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่กว้างใหญ่ แล้วเขียนเป็นเพลง สำหรับ ชาย เมืองสิงห์ ปกติจะแต่งเองร้องเอง เขาได้มีโอกาสร้องเพลงของครูไพบูลย์ ในยุคที่ครูดวงตก และประจำการเป็นนักแต่งเพลงประจำทีมวงจุฬารัตน์ที่มีชาย เมืองสิงห์เป็นนักร้องอันดับ 1 จึงได้ร้องเพลงของครูไพบูลย์รวม 7 เพลง เช่น ฝนตกบ้านน้อง นกร้องบ้านพี่ , แม่ผิวพม่านัยน์ตาแขก ฯ







เพลง โลกนี้คือละคร ขับร้องโดย ปรีชา บุณยเกียรติ
เป็นเพลงยอดนิยมต่อเนื่องหลังยุค 2492 -ครูไพบูลย์แต่งเพลงนี้เมื่ออายุได้ 30 ปีเท่านั้นแต่การถ่ายทอดเหมือนกับผู้ที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมามาก จึงทำให้เพลงนี้ได้้รับความนิยมอย่างสูง และได้รับรางวีลแผ่นเสียงทองคำพระราชทานรางวัลเนื้อร้องเพลงไทยสากล ประเภท ข. ในปี 2514-ปรีชา บุณยเกียรติ ได้ขับร้องเพลงของไพบูลย์ บุตรขัน เพราะเป็นนักร้องประจำโรงละคร ส่วนครูไพบูลย์ระยะหนึ่งเคยแต่งเพลงประกอบละคร และถึงแม้จะเก็บตัวด้วยโรคภัยกำเริบก็ยังแต่งเพลงป้อนนักร้องสลับฉากโรงละครอยู่ และเมื่อปรีชาได้ร้องเพลงนี้ จึงต้องไปต่อเพลงบ่อยๆทำให้ถูกอัธยาศัยกัน และได้เพลงดีๆจากครูอีกหลายเพลง โดยเฉพาะเพลง ลิเกชีวิตเพลงดังแห่งยุค 2497-2498







เพลง เสียงดุเหว่าแว่ว ขับร้องโดย ทูล ทองใจ
เพลงนี้เป็นเพลงโปรดของครูไพบูลย์ ที่มักจะร้องเล่นเวลาอารมณ์ดี เป็นจินตนาการแห่งความสุขและความฝัน ซึ่งทูล ทองใจ เป็นผู้ถ่ายทอด - ทูล ทองใจนั้น เป็นผู้ได้ร้องเพลงอ่อนหวานลึกซึ้งของครูไพบูลย์ เป็นจำนวนมาก ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับงานเพลงที่ครูไพบูลย์ป้อนให้คำรณขับร้องแต่ทูล ทองใจโด่งดังมาก่อนที่จะได้ร้องเพลงของครูไพบูลย์ เพราะทูลโด่งดังมาจากเพลง โปรดเถิดดวงใจ ที่ครูเบญจมินทร์เป็นผู้แต่งให้ และจากการที่ครูไพบูลย์และครูเบญจมินทร์ต่างนับถือกัน ผลงานของทูล ทองใจจึงมีส่วนผสานกันระหว่างครูเพลง 2 ท่านนี้







เพลง น้องนางบ้านนา ขับร้องโดย สมยศ ทัศนพันธ์







เพลง แม่แตงร่มใบ ขับร้องโดย ชัยชนะ บุณนะโชติ
ครูไพบูลย์เป็นคนวางแนวให้ชัยชนะ บุณนะโชติ ร้องเพลงแนวแหล่ และเพลงแหล่เพลงแรกคือ ดอกดินถวิลฟ้า ซึ่งเป็นเพลงแหล่เพลงแรกของวงการด้วย หลังจากนั้นชัยชนะก็ได้ขับร้องเพลงของครูไพบูลย์อีกหลายเพลง นอกจากเพลงแหล่ และก็มีเพลงเหน่อ อย่าง แม่แตงร่มใบ ซึ่งโงดังงสุดขีด, สาวสุพรรณ ช่วงที่ครูไพบูลย์แต่งเพลงให้ชัยชนะ บุณนะโชติ เป็นช่วงท้ายๆที่ครูดวงตก พอหลังจากนั้นครูก็ดังใหญ่ เพราะเข้ายุค รุ่งเพชร , บุปผา , ศรคีรี และหนังเรื่องมนต์รักลูกทุ่ง





ขอบตุณ ชีพจรลงเท้า และyoutube



Create Date : 10 กันยายน 2554
Last Update : 20 กันยายน 2554 13:25:19 น. 3 comments
Counter : Pageviews.

 
ขอบคุณครับ
groom wedding speech


โดย: aodblo22 วันที่: 10 กันยายน 2554 เวลา:3:47:00 น.  

 



how r u scraps for orkut, how are you comments for Myspace



อรุณสวัสดิ์เช้าวันเสาร์ค่ะ คุณ moresaw อาจารย์ไพบูลย์ บุตรขันถือว่าได้ว่าเป็นปูชนียบุคคลทางด้านดนตรีท่านหนึ่ง ฝากผลงานเพลงไว้มากมายและยังคงความเป็นอมตะมาทุกวันนี้ ต้อยชอบเพลงกลิ่นโคลนสาบควาย ค่ะ


โดย: KeRiDa วันที่: 10 กันยายน 2554 เวลา:9:21:26 น.  

 
เพลงที่ครูไพบูลย์แต่ง มีแต่เพลงดังๆ ที่คุ้นหูทั้งนั้นเลย



โดย: strawberry banana&cream วันที่: 10 กันยายน 2554 เวลา:12:45:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
moresaw
Location :
ขอนแก่น Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 33 คน [?]




ชีวิตคนเรามันสั้นนัก
ลืมให้ไว
อภัยให้เร็ว
เมตตาให้มากขึ้น
หวังให้น้อยลง
ลงมือทำให้เยอะขึ้น
มองข้อดีของคนอื่นเป็นนิสัย
ข้อเสียมีก็รู้จักให้อภัย
สุขใจกับสิ่งที่ได้
พอใจกับสิ่งที่มี
หัวเราะเหมือนไม่เคยมีน้ำตา
ยิ้มไว้ตลอดมาแม้จะต้องฝืน
รักไม่กลัวกล้ำกลืนอกหัก
ทำให้คนรู้ว่าเรามีความสุขใจ
สุดท้ายคิดบวกไว้นะครับทุกๆคน

credit :Pintip


ของฝาก

เขียนบล๊อกอย่างไรให้สนุก (และได้ประโยชน์ด้วย)....... อ่านต่อ


45 ข้อให้คนมาอ่านบล็อกเรา....... อ่านต่อ


ขอบคุณทุกท่านที่เข้าเยี่ยมชมบล๊อกครับ

since 8/22/2011 credit : lizFah
Group Blog
 
 
กันยายน 2554
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
10 กันยายน 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add moresaw's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.