" เรื่องราวต่างๆเป็นดั่งทองคำในเทพนิยาย เมื่อคุณแจกจ่ายไปมากขึ้น คุณก็ได้รับกลับมามากขึ้น " พอลลี แมคไกวร์
Group Blog
 
<<
กันยายน 2552
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
13 กันยายน 2552
 
All Blogs
 
035. วัด เจ็ดลิน ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

วัดเจ็ดลิน
ถนนพระปกเกล้า ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่






0066. ซุ้มประตูทางเข้า-ออก วัดเจ็ดลิน





0065.วัดเจ็ดลิน
ถนน.พระปกเกล้า ตำบล.พระสิงห์ อำเภอ.เืมือง จังหวัด. เชียงใหม่






0064. วัดเจ็ดลิน ตั้งอยู่บนถนนพระปกเกล้า ต.พระสิงห์ อ.เมือง เชียงใหม่




0067. วิหาร แห่ง วัดเจ็ดลิน





0068. วิหารแห่งวัดเจ็ดลิน และ ศาลา





0070. ศาลา แห่ง วัดเจ็ดลิน




0072. สนามหญ้าข้างวิหารแห่งวัดเจ็ดลิน

วัดเจ็ดลิน ตั้งอยู่ถนนพระปกเกล้า อ.เมือง จ.เชียงใหม่

สร้างขึ้นก่อนปีพุทธศักราช ๒๐๖๐ (สมัยพระเมืองแก้ว หรือ พระเจ้าดิลกปนัดดาธิราช) และไม่ปรากฎชัดว่ากษัตริย์ในราชวงศ์มังรายพระองค์ใด เป็นผู้สร้าง และสร้างใน พ.ศ. ใด





0073. หลังคา วิหาร วัดเจ็ดลิน




0074. ประตูด้านหน้าวิหารวัดเจ็ดลิน





0076. วิหาร แห่ง วัดเจ็ดลิน





0077.

วัดเจ็ดลิน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วัดหนองจริน





0080.

ตามหลักฐานที่กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนไว้ ประกอบด้วย เจดีย์วิหาร และอาคาร ที่ต่อจากวิหาร (ศาลา) ตัววิหารอยู่ที่สภาพชำรุด พื้นที่ปูซ้อนกันอยู่ ๒ ระยะ ส่วนที่ค่อนข้างสมบูรณ์ มีฐานชุกชี และองค์ พระประธาน (องค์เดิมพบแต่เศียรปูนปั้นขนาดใหญ่ มีต้นโพธิ์ขึ้นกลางฐาน)




0081.




0082.

ด้านหลังวิหารมีเจดีย์ที่มีรูปทรงมณฑป ผสมทรงกลมอิทธิพลสุโขทัย มีซุ้มพระประดับ ๔ ทิศ

อยู่ในยุคหลัง พระเจ้าติโลกราช เป็นลักษณะเจดีย์ที่สร้างในสมัย พระยายอดเมือง เชียงราย พระเมืองเกษเกล้า หลังจากนั้น






0083.

องค์พระประธาน
(องค์เดิมพบแต่เศียรปูนปั้นขนาดใหญ่ มีต้นโพธิ์ขึ้นกลางฐาน)




0086. องค์พระประธาน (องค์เดิมพบแต่เศียรปูนปั้นขนาดใหญ่ มีต้นโพธิ์ขึ้นกลางฐาน)




0087. ประวัติ วัดเจ็ดลิน




0088. พระประธาน ในวิหารวัดเจ็ดลิน




0095. พระประธานในวิหารวัดเจ็ดลิน




0096. พระประธาน แห่ง วิหารวัดเจ็ดลิน





097. พระประธาน แห่ง วิหารวัดเจ็ดลิน





0099. พระประธาน ใน วิหารวัดเจ็ดลิน





0100. พระประธาน ใน วิหารวัดเจ็ดลิน




0089. พระกำลังจะเดินทางไปเรียนที่โรงเรียนพระปริยัติธรรม
ภาพมองจากประตู ภายในวิหารแห่งวัดเจ็ดลิน





0090. เจดีย์ทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลกหรือที่เรียกว่า " เจดีย์ทรายสุดส้าว "
ภาพมองจากหน้าต่าง จากภายในวิหารแห่งวัดเจ็ดลิน




0091. เจดีย์ทราย และ ฆ้อง
ภาพมองจากหน้าต่าง จากภายในวิหารแห่งวัดเจ็ดลิน






0092.




0093.





0094.





0098. เจดีย์

ด้านหลังวิหารมีเจดีย์ที่มีรูปทรงมณฑป ผสมทรงกลมอิทธิพลสุโขทัย มีซุ้มพระประดับ ๔ ทิศ

อยู่ในยุคหลัง พระเจ้าติโลกราช เป็นลักษณะเจดีย์ที่สร้างในสมัย พระยายอดเมือง เชียงราย พระเมืองเกษเกล้า หลังจากนั้น






0101.




0102.




0103.




0104.เจดีย์

เจดีย์ที่มีรูปทรงมณฑป ผสมทรงกลมอิทธิพลสุโขทัย มีซุ้มพระประดับ ๔ ทิศ




0105. นกพิราบ เกาะอยู่บน เจดีย์ แห่ง วัดเจ็ดลิน





0115. เจดีย์ วัดเจ็ดลิน





0116. เจดีย์ แห่ง วัดเจ็ดลิน





0117. ทางไป หนองน้ำวัดเจ็ดลิน หรือ หนองจริน
อยู่หลังเจดีย์ ไปทางทิศตะวันตก





0118. กุฏิพระ และ เณร อยู่บริเวณรอบหนองน้ำวัดเจ็ดลิน หรือ หนองจริน






0119. หนองน้ำวัดเจ็ดริน และ กุฏิพระ กุฏิเณร





0120. กุฏิพระและเณร อยู่ข้างหนองน้ำวัดเจ็ดลิน





121. หนองน้ำ ภายในวัดเจ็ดลิน





0122. ศาลา ริม หนองน้ำแห่งวัดเจ็ดริน
สำหรับใช้ในการเรียน การสอน และ การอ่านตำรับตำราทางพระพุทธศาสนา






0123. กุฏิพระ ที่น่าจะรื่นรมย์ เหมาะสมสำหรับการปฏิบัติธรรม





0124. กุฏิสำหรับพระภิกษุสงฆ์ และ สามเณร





0125.




0126.





0127. สะพานไม้ไผ่ สำหรับเดินข้าม หนองจริน หรือ หนองน้ำวัดเจ็ดลิน





0128. วัดเจ็ดลิน ที่สวยงาม และ น่ารื่นรมย์





0129. พระ หรือ เณร กำลังอ่านหนังสือ ณ ศาลาข้างหนองน้ำวัดเจ็ดลิน





0130. กุฏิพระ หรือ เณร ข้างหนองน้ำวัดเจ็ดริน





0131. หนองน้ำวัดเจ็ดลิน




0132. เณรองค์นี้บวชเีรียนได้ 1 พรรษา กำลังเดินกลับสู่ที่พัก





0133.





0134.




0135.





0140. 77 พยากรณ์

มีบ้านอยู่ทางทิศเหนือของวัด หรือ อยู่ในบริเวณเดียวกับวัด ก็ไม่แน่ใจครับ...





0136.





0137. มองจากทางด้านทิศตะวันตก




0138. ด้านทิศตะวันตก





0139.




0141. เจดีย์ แห่ง วัดเจ็ดลิน




0142.





0143.




078. กุฏิพระภิกษุสามเณร อยู่บริเวณด้านหน้าวัดฝั่งทิศใต้




079. กุฎิพระภิกษุสามเณร
ถ้าสร้างแบบนี้ น่าจะเป็นบ้านแห่งเศรษฐกิจพอเพียง และ เพียงพอสำหรับทุกๆ
คนได้นะครับ





0084. กลอง วัดเจ็ดลิน





0085. เจดีย์ทราย วัดเจ็ดลิน

เจดีย์ทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลก หรือ ที่เรียกว่า " เจดีย์ทรายสุดส้าว "





0106.





0107.เจดีย์ทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลกหรือที่เรียกว่า " เจดีย์ทรายสุดส้าว "




0108. ห้องน้ำสะอาด





0109.





0110. ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐิน จำนวน 1,000 กอง กองละ 1,000 บาท







0111. ทำบุญพระประจำวันเกิด





0112. เชิญปิดทองลูกนิมิตร





0113.





0114.





0251.





0249.




Moonfleet ได้มาเยือน วัดเจ็ดลิน ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
ในวันอาทิตย์ ที่ 13 เดือนกันยายน พ.ศ.2552

ได้มากราบพระประธานที่วิหารแห่งวัดเจ็ดลิน ร่วมบุญกฐินประจำปี 2552 และ ไหว้เจดีย์แห่งวัดเจ็ดลิน ขอแบ่งบุญให้กับทุกท่านที่ได้เข้ามาอ่านครับ



Create Date : 13 กันยายน 2552
Last Update : 14 กันยายน 2552 9:08:03 น. 8 comments
Counter : Pageviews.

 
ประวัติวัดเจ็ดลิน

วัดเจ็ดลิน ตั้งอยู่ถนนพระปกเกล้า อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สร้างขึ้นก่อนปีพุทธศักราช ๒๐๖๐ (สมัยพระเมืองแก้ว หรือ พระเจ้าดิลกปนัดดาธิราช) และไม่ปรากฎชัดว่ากษัตริย์ในราชวงศ์มังรายพระองค์ใด เป็นผู้สร้าง และสร้างใน พ.ศ. ใด

วัดเจ็ดลิน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วัดหนองจริน ตามหลักฐานที่กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนไว้ ประกอบด้วย เจดีย์วิหาร และอาคาร ที่ต่อจากวิหาร (ศาลา) ตัววิหารอยู่ที่สภาพชำรุด พื้นที่ปูซ้อนกันอยู่ ๒ ระยะ ส่วนที่ค่อนข้างสมบูรณ์ มีฐานชุกชี และองค์ พระประธาน (องค์เดิมพบแต่เศียรปูนปั้นขนาดใหญ่ มีต้นโพธิ์ขึ้นกลางฐาน) ด้านหลังวิหารมีเจดีย์ที่มีรูปทรงมณฑป ผสมทรงกลมอิทธิพลสุโขทัย มีซุ้มพระประดับ ๔ ทิศ อยู่ในยุคหลัง พระเจ้าติโลกราช เป็นลักษณะเจดีย์ที่สร้างในสมัย พระยายอดเมือง เชียงราย พระเมืองเกษเกล้า หลังจากนั้น

ที่เรียกว่า วัดเจ็ดลิน นั้น ภายในวัดมีหนองน้ำขนาดใหญ่อยู่ด้านหลัง ปัจจุบันยังมีสภาพที่สมบูรณ์อยู่ ตามประวัติกล่าวว่า ในอดีต กษัตริย์ ในราชวงศ์มังราย พระองค์ใด ก่อนจะขึ้นเสวยราชย์จะต้องไป ทรงผ้าชุดขาว (นุ่งขาวห่มขาว) ณ วัดผ้าขาว ก่อน จากนั้นจะเสด็จ ไปสะเดาะเคราะห์ ณ วัดหมื่นตูม และจะเสด็จไปประกอบพิธีสรงน้ำพุทธาภิเษก ณ หนองน้ำวัดเจ็ดลิน ในการประกอบพิธีราชาภิเษกนั้น จะทำรางน้ำ หรือที่ทางเหนือเรียกว่า "ลิน" ทำด้วยคำไว้ ๗ ลิน แล้วนำน้ำพุทธาภิเษกใส่สุวรรณหอยสังข์ หล่อลงรางลินทำด้วยคำทั้ง ๗ เพื่อสรงพระวรกาย จากนั้น จึงเปลี่ยนเครื่องทรงกษัตริย์ขึ้นเสวยราชย์ต่อไป

ดังปรากฎในสมัย เจ้าแม่ฟ้ากุ (พระเมกุฎิวิสุทธิวงศ์ กษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่ ลำดับที่ ๒๐ พ.ศ. ๒๐๙๔ - ๒๑๐๗) ก่อนขึ้นเสวยราชย์ได้ทำพิธีราชาภิเษก โดยเสด็จ ไปสรงน้ำพระที่ วัดเจ็ดลิน "คำเชิญกษัตริย์เจ้า ไปลอยเคราะห์นอนหั้นแล ๓ วัน แล้วไปอุสสาราช หล่อน้ำพุทธาภิเษกสุคนธาด้วยสุวรรณหอยสังข์ที่วัด ๗ ลินคำ หั้นแล….."

วัดเจ็ดลิน มีเนื้อที่ปรากฎตามหลักฐานโฉนดที่ดินออกในปี พ.ศ. ๒๔๘๒ จำนวน ๗ ไร่เศษ เป็นวัดที่เคย รุ่งเรืองมาในอดีต จนถึงสมัยของท่าน ครูบาปัญญา เจ้าอาวาสวัดหัวข่วง ซึ่งเป็นรักษาการเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๔๒๐ - ๒๔๔๐ ได้ทำการสำรวจหัววัดต่างๆ และอุโบสถ ได้บันทึกไว้ว่า

" วัดเจ็ดลินตั้งอยู่แขวงด้านประตูเชียงใหม่ในเวียงเชียงใหม่ เจ้าอธิการชื่อ สีวิไช นิการเชียงใหม่ ยังไม่ได้เป็น พระอุปัชฌาย์ รองอธิการ ยังไม่มีจำนวนพระลูกวัดในพรรษานี้ยังไม่ พรรษาก่อน มีองค์ ๑ เณรมี ๒ ตน ขึ้นแก่วัด พันเท่า"

วัดเจ็ดลิน หรือวัดหนองจริน จะตกอยู่ในสภาพ วัดร้าง หลังจากนั้นไม่นานเพราะไม่ปรากฎหลักฐานใดๆ กล่าวถึง ต่อมาประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๙ สำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ ได้ขอเช่าเนื้อที่ด้านหน้าติดกับถนนพระปกเกล้า เป็นบ้านพักเจ้าหน้าที่และได้ย้ายออกไป ในปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ปัจจุบันมีประชาชน ได้เข้าไปปลูกบ้านอาศัยอยู่จำนวนหนึ่ง ในวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๔๖ พระญาณสมโพธิ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ เจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ ได้รับมอบหมาย จากคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ให้เป็นประธานพัฒนาฟื้นฟูวัดเจ็ดลิน และขอยกเป็นวัดที่มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสทรงเจริญ พระชนมพรรษา ๖ รอบ ๗๒ พรรษา และพัฒนาหนองน้ำที่กว้างให้คงเป็น หนองน้ำที่ใสสะอาดสวยงาม ให้คงเป็นหนองน้ำแห่งประวัติศาสตร์คู่เมืองเชียงใหม่

ปัจจุบันมีพระมหาวิษณุ จารุธัมโม ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดเจ็ดรินมีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ 8 รูปและมีสามเณรจำพรรษาอยู่ 22 รูป มีประเพณีที่สำคัญคือการก่อเจดีย์ทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลกหรือที่เรียกว่า " เจดีย์ทรายสุดส้าว " จะกระทำกันในวันสงกรานต์ซึ่งความหมายหรือประวัติของการก่อเจดีย์ทรายมีเรื่องเล่ามาว่าพระเจ้าปเสนทิโกศลได้เสด็จไปยังเมืองสาวัตถีพร้อมบริวาร ได้เห็นหาดทรายขาวบริสุทธิ์ก็เกิดจิตศรัทธาก่อทรายเป็นเจดีย์ ๘ หมื่น ๔ พันองค์ แล้วอุทิศเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชา เมื่อพระองค์ไปเฝ้าพระพุทธเจ้าก็ได้ทูลถามถึงอานิสงส์การก่อเจดีย์ทรายดังกล่าว พระพุทธเจ้าตรัสว่า การที่มีจิตเลื่อมใสศรัทธาก่อเจดีย์ทรายถึง ๘ หมื่น ๔ พันองค์หรือเพียงองค์เดียวก็ได้อานิสงส์มาก คือ จะไม่ตกนรกหลายร้อยชาติ ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ก็จะเพียบพร้อมไปด้วยยศถาบรรดาศักดิ์ มีบริวารและเกียรติยศชื่อเสียง หากตายก็จะได้ขึ้นสวรรค์ พรั่งพร้อมด้วยสมบัติและมีนางฟ้าเป็นบริวาร ด้วยอานิสงส์ดังกล่าวจึงทำให้คนโบราณนิยมก่อเจดีย์ทรายเป็นประเพณีมาจนทุกวันนี้

ส่วนในอีกตำนานหนึ่งซึ่งอยู่ในคำภีร์ใบลานชื่อ " ธรรมอานิสงส์เจดีย์ทราย "ได้กล่าวไว้ว่า ในครั้งที่พระโพธิสัตว์เกิดเป็นชายเข็ญใจชื่อว่า "ติสสะ" มีอาชีพตัดฟืนขาย วันหนึ่งติสสะได้พบลำธารที่มีหาดทรายสะอาดงดงามนัก จึงได้ทำการก่อทรายเป็นรูปเจดีย์และเพื่อให้เจดีย์นั้นสวยงามจึงฉีกเสื้อผูกกับเรียวไม้แล้วปักไว้บนยอดกองทรายเป็นรูปธงสัญลักษณ์ แล้วตั้งสัตย์อธิษฐานขอให้ได้เกิดเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง เมื่อเขาเวียนว่ายในวัฏฏะสงสารได้บำเพ็ญบารมีเต็มที่แล้ว ก็ได้เกิดเป็นพระพุทธเจ้าชื่อสมณะโคดมองค์ปัจจุบัน

ภาพของธงที่ทำจากเสื้อของติสสะ ทำให้ชาวล้านนานิยมนำตุงไปปักเจดีย์ทราย ซึ่งตุงที่พบเห็นมักเป็นตุงที่มีลักษณะเป็นพู่ระย้าที่เรียก "ตุงไส้หมู" หรือตุงที่มีรูปสัตว์นักษัตรที่เรียกว่า "ตุงตั๋วเปิ้ง" ตุงดังกล่าวมักแขวนติดกิ่งไม้ไผ่หรือก้านเขือง (เต่าร้าง)

ในเช้าของวันพระญาวันคือวันเถลิงศกชาวบ้านจะนำตุงไปปักที่เจดีย์ทราย พอถึงตอนสายจะมีการถวายองค์พระเจดีย์ทรายแด่พระสงฆ์ ซึ่งชาวบ้านจะมาร่วมพิธีกันอย่างพร้อมเพรียง ด้วยหวังอานิสงส์เป็นหลักซึ่งนอกเหนือจากคัมภีร์ที่กล่าวมา ยังมีคัมภีร์แสดงอานิสงส์โดยตรงที่ชื่อ "ธรรมอานิสงส์ก่อเจดีย์ทราย" อีกฉบับหนึ่ง โดยเนื้อหาจะกล่าวถึงผลบุญมากมาย เช่น จะได้เกิดในตระกูลอันประเสริฐ เลอเลิศด้วยรูปสมบัติ เรืองจรัสในชีวิต ไม่ตกติดในนรก ยกระดับไปเกิดบนสวรรค์ จนถึงขั้นได้เกิดเป็นพระอินทร์

ข้อมูล จาก เชียงใหม่นิวส์


โดย: ประวัติวัดเจ็ดลิน (moonfleet ) วันที่: 13 กันยายน 2552 เวลา:14:22:47 น.  

 
วัดเจ็ดลิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

วัดเจ็ดลิน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วัดหนองจริน อยู่บนถนนพระปกเกล้า อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ สร้างขึ้นก่อนปีพุทธศักราช 2060 วัดแห่งนี้เดิมเป็นวัดร้าง ได้รับการบูรณะ เมื่อประมาณปี 2545 โดยพระเทพวรสิทธาจารย์ รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ภายในวัดมีหนองน้ำขนาดใหญ่อยู่ด้านหลัง ปัจจุบันยังมีสภาพที่สมบูรณ์ ตามประวัติกล่าวว่า ในอดีต กษัตริย์ ในราชวงศ์มังราย พระองค์ใด ก่อนจะขึ้นเสวยราชย์จะต้องไป ทรงผ้าชุดขาว (นุ่งขาวห่มขาว) ณ วัดผ้าขาว ก่อน จากนั้นจะเสด็จ ไปสะเดาะเคราะห์ ณ วัดหมื่นตูม และจะเสด็จไปประกอบพิธีสรงน้ำพุทธาภิเษก ณ หนองน้ำวัดเจ็ดลิน ในการประกอบพิธีราชาภิเษกนั้น จะทำรางน้ำ หรือที่ทางเหนือเรียกว่า "ลิน" ทำด้วยคำไว้ 7 ลิน แล้วนำน้ำพุทธาภิเษกใส่สุวรรณหอยสังข์ หล่อลงรางลินทำด้วยคำทั้ง 7 เพื่อสรงพระวรกาย จากนั้น จึงเปลี่ยนเครื่องทรงกษัตริย์ขึ้นเสวยราชย์ต่อไป ดังนั้นจึงเป็นที่มาของชื่อวัดเจ็ดลิน




โดย: วัดเจ็ดลิน (moonfleet ) วันที่: 13 กันยายน 2552 เวลา:14:23:57 น.  

 
วัดเจ็ดลิน
เป็นวัดที่มีหนองน้ำอยู่ด้านในของวัด สถานที่ตั้งของวัดจะอยู่ใกล้กับตลาดประตูเชียงใหม่ ถ.พระปกเกล้า ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งอยู่เยื้องกับวัดหมื่นตูม (แต่ป้ายวัดเขียนว่า "หมื่นตุม") ชาวบ้านเรียกว่าวัดหนองจลิน ตำนานเมืองเชียงใหม่กล่าวว่าเคยเป็นที่สรงน้ำพระของพระเมกุฏสุทธิวงศ์ กษัตริย์เชียงใหม่ เมื่อครั้งทำพิธีราชาภิเษกขึ้นครองเมืองเชียงใหม่


ประวัติวัดเจ็ดลิน หรือหนองจริน

วัดเจ็ดลิน (ร้าง) ตั้งอยู่ถนนพระปกเกล้า อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สร้างขึ้นก่อนปีพุทธศักราช ๒๐๖๐ (สมัยพระเมืองแก้ว หรือ พระเจ้าดิลกปนัดดาธิราช) และไม่ปรากฏชัดว่ากษัตริย์ในราชวงศ์มังรายพระองค์ใดเป็นผู้สร้าง และสร้างใน พ.ศ.ใด

ดังปรากฏหลักฐานบันทึกไว้ดังกวีนิพนธ์โบราณ ในนิราศหริภุญชัย พ.ศ. ๒๐๖๐ ได้กล่าวถึงวัดเจ็ดลินไว้ว่า เจ็ดลินลุแล้วเล่า ศาลาเลิศเอ่ คองคู่สายเสน่หา แห่งนั้น วรลักษณ์เลิศรสา สวรรค์เทพทิพย์เอ่ สาแผ่นผืนใดนั้น พี่ค้นหาอาวร วัด เจ็ดลิน (ร้าง) หรือชาวบ้านเรียกว่า วัดหนองจริน

ตามหลักฐานที่กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนไว้ ประกอบด้วย เจดีย์วิหารและอาคารที่ต่อจากวิหาร ตัววิหารอยู่ในสภาพชำรุดพื้นปูซ้อนกันอยู่ ๒ ระยะ ส่วนที่ค่อนข้างสมบูรณ์ มีฐานชุกชี และองค์พระประธาน (องค์เดิมพบแต่เศียรปูนปั้นขนาดใหญ่ด้านหลังวิหาร) ลดระดับลงมาจากวิหารลง ตะวันออกมีร่องรอย แท่นอิฐรองเสาสัณฐานปัจจุบันมีต้นโพธิ์ขึ้นกลางฐาน


ด้านหลักวิหารมีเจดีย์ทรงมณฑป ผสมทรงกลม อิทธิพลสุโขทัย มอญ ซุ้มพระประดับ ๔ ทิศอยู่ในยุคหลังพระเจ้าติโลกราช เป็นลักษณะเจดีย์ที่สร้าง ในสมัยพระยายอดเมืองเชียงราย พระเมืองเกษแก้วหรือหลังจากนั้น ที่เรียกว่าวัดเจ็ดลินนั้น ภายในวัดมีหนองขนาดใหญ่อยู่ด้านหลัง ปัจจุบันอยู่สภาพที่สมบูรณ์อยู่

ในอดีตกษัตริย์ในราชวงศ์มังรายพระองค์ใด ก่อนจะขึ้นเสวยราชจะต้องไปทรงผ้าชุดขาว
(นุ่งขาว ห่มขาว) ณ วัดผ่าข้าวก่อน จากนั้นจะเสด็จไปสะเดาะเคราะห์ ณ วัดหมื่อนตูม และจะเสด็จไปประกอบพิธีสรงน้ำมูรธาภิเษก ณ หนองน้ำวัดเจ็ดลิน ในการประกอบพิธีมูรธาภิเษกนั้นจะทำรางหรือที่ทางเหนือเรียกว่า "ลิน" ทำด้วยคำไว้ ๗ ลิน แล้วได้คำน้ำมูรธาภิเษกใส่สุวรรณหอยสังข์หล่อรางลินทำด้วยคำทั้ง 7 เพื่อสรงพระวรกาย จากนั้นจึงเปลี่ยนเครื่องทรงกษัตริย์ขึ้นเสวยราชต่อไป ดังปรากฏ ในสมัยเจ้าฟ้าแม่กุ (พระเมกุฏิวิสุทธิ์วงศ์กษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่ลำดับที่ ๒๐ พ.ศ. ๒๐๙๔ - ๒๑๐๗) ก่อนขึ้นเสวยราชได้ทำพิธีมูรธาภิเษก โดยเสด็จไปสรงน้ำพระที่วัดเจ็ดลินคำ ความว่า "คำเชิญกษัตริย์เจ้าไปลอยเคราะห์ที่วัดหมื่นตูม นอนหั้น และ ๓ วันแผล้วไปอุสสาราชหล่อน้ำ มูรธาภิเษกสุคนธาด้วยสุวรรณหอยสังข์ที่วัดเจ็ดลินคำ หั้นแล

" วัดเจ็ดลินมีเนื้อที่ปรากฏตามหลักฐานโฉนดที่ดินออกในปี พ.ศ. ๒๔๘๒ มีจำนวน ๗ ไร่เศษ เป็นวัดที่เคยรุ่งเรืองมาในอดีตจนถึงสมัยของท่านครูบาปัญญา เจ้าอาวาสหัวข่วง ซึ่งเป็นรักษาการเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๒๐ - ๒๔๔๐ ได้ทำการสำรวจหัววัดต่างๆและอุโบสถ ได้บันทึกไว้ว่า "วัดเจ็ดลิน ตั้งอยู่แขวงด้านประตูเชียงใหม่ในเวียงเชียงใหม่ เจ้าอธิการชื่อสีวิไช นิกายเชียงใหม่ ยังไม่ได้เป็นพระอุปัชณาย์ รองอธิการยังไม่มี จำนวนพระลูกวัด ในพรรษานี้ยังไม่มี พรรษาก่อน มีองค์ ๑ เณรมี ๒ ต๋น ขึ้นแก่วัดพันเท่า วัดเจ็ดลินหรือวัดหนองเจ็ดลิน จะตกอยู่ในสภาพวัดร้างหลังจากนั้นไม่นานเพราะไม่ปรากฏหลักฐานใด ๆกล่าวถึง


ต่อมาประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๙ สำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ได้ขอเช่าเนื้อที่ด้านหน้าติดกับถนนพระปก เกล้า เป็นบ้านพักเจ้าหน้าที่และได้ย้ายออกไปในปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ปัจจุบันมี ประชาชนได้เข้าไปปลูกบ้านอาศัยอยู่จำนวนหนึ่ง ในวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๔๖
พระญาณสมโพธิ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพ เจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่
ได้รับมอบหมาย จากคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ ให้เป็นประธานพัฒนาฟื้นฟู วัดเจ็ดลินและขอยกเป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษา
เพื่อถวายเป็นพระชมมายุครบ ๖ รอบ ๗๒ พรรษา และพัฒนาหนองน้ำที่กว้างให้เป็นหนองน้ำที่ใสสะอาด สวยงาม ให้คงเป็นหนองน้ำแห่งประวัติศาสตร์คู่เมืองเชียงใหม่ต่อไป


Resource:http://www.apinawapuri.co.cc/temple/7lin/7lin.html




โดย: วัดเจ็ดลิน (moonfleet ) วันที่: 13 กันยายน 2552 เวลา:14:29:02 น.  

 
สาระสำคัญ

วัดเจ็ดลิน หรือวัดหนองจลิน ไม่ปรากฏหลักฐานหรือตำนานเกี่ยวกับวัดนี้โดยตรงแต่พบชื่อและที่ตั้งของวัดนี้จากโคลงนิราศหริภุญไชย จึงสันนิษฐานว่า วัดเจ็ดลิน คงสร้างขึ้นก่อนปี พ.ศ.2060 และเมื่อพระเมกุฏิสุทธิวงศ์ กษัตริย์ลำดับที่ 17 ของราชวงศ์มังรายกระทำพิธีราชาภิเษก ได้เสด็จไปสรงน้ำมุรธาภิเษกที่วัดนี้ คำว่า “ลิน” หมายถึง รางน้ำ เจ็ดลิน หมายถึง รางน้ำเจ็ดรางที่ใช้ในพิธีราชาภิเษกเพื่อให้ขุนนาง ประชาชน ได้สรงน้ำกษัตริย์ นอกจากนี้ยังมีหนองน้ำในบริเวณวัด ชาวบ้านจึงเรียกชื่อวัดนี้ว่า วัดหนองจลิน เจดีย์ ส่วนฐานชำรุดไม่ทราบรูปทรงที่แน่นอน ส่วนที่สามารถสันนิษฐานรูปทรงได้คือ ส่วนบัวคว่ำบัวหงาย ส่วนท้องไม้มีเส้นลวดทำเป็นช่องสี่เหลี่ยมเจาะรัดโดยรอบเรือนธาตุมีซุ้มอยู่ทั้งสี่ด้าน มีลวดลายประดับที่ซุ้มและบริเวณส่วนตรงย่อมุม เหนือชั้นเรือนธาตุขึ้นไปเป็นชั้นแปดเหลี่ยมลดชั้นขึ้นไป ๔ ชั้น รับองค์ระฆังขนาดเล็ก ส่วนยอดชำรุดไม่ทราบลักษณะที่แน่นอน

ประกาศขึ้นทะเบียนในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 103 ตอนที่ 65 ลงวันที่ 22 เมษายน 2529

Source:http://chiangmai-culture.org/index.php?c=showitem&item=184



โดย: สาระสำคัญ (moonfleet ) วันที่: 13 กันยายน 2552 เวลา:14:30:47 น.  

 
ยอดเยี่ยมมากค่ะ่ท่ีนำภาพมาให้ชม ขอบพระคุณแทนวัดเจ็ดลินด้วยนะคะ


โดย: ่จาริณีำำ IP: 222.123.22.148 วันที่: 21 กันยายน 2552 เวลา:21:04:03 น.  

 
หากมีโอกาส อยากให้สัมภาษณ์ท่านเจ้าอาวาสวัดเจ็ดลินมาให้อ่านคงจะเข้าใจเรื่องราวต่างๆมากขึ้น
ขออนุโมทนาท่านเจ้าของเว็บที่ให้ข้อมูลและภาพที่สุดประทับใจทุกแง่มุมคะ่


โดย: จาริณี IP: 222.123.22.148 วันที่: 21 กันยายน 2552 เวลา:21:09:58 น.  

 


โดย: hellojaae (hellojaae ) วันที่: 3 ธันวาคม 2553 เวลา:0:18:48 น.  

 
วัดหนองจลิน ชื่อเดิมพัฒนามาเป็นชื่อวัดเจ็ดลิน จลินอ่านว่าจะลิน เป็นชื่อรางน้ำมุทฺธาภิเสก(มุรธาภิเศก) น้ำทิพย์รดเศียร ผู้ได้รับสถาปนาเป็นพระมหากษัตริย์ น้ำมุรธาภิเศกจะไหลตามรางจลินลงไปรวมกันในสระหลวง การตั้งพิธีมุทธาภิเสก กระทำในพระวิหาร มีพระสังฆเถรานุเถรประชุมสวดพระพุทธมนต์ ตั้งบาตรใหญ่เป็นน้ำพระพุทธมนต์ ในพิธีกรรมอุสสาหภิเสก มีจลินรางน้ำต่อลงไปถึงหนองน้ำ(หนองสะของวัด) การก่อพระเจดีย์ทรายสูงเท่าสาว ก็เป็นกิจกรรมถวายมหากุศล ในพิธีกรรมอุสสาหภิเสก เพื่อความจำเริญราชสมบัติ ในราชอาณาจักร นับจำนวนไม่ได้เช่นเมล็ดทราย แล้วปักตุงธงช่อใหญ่-ช่อน้อย แต่งราชวัตรฉัตรชัย ว่าตามเรื่องราวในปัญญาสชาดก ปฎิรูปมาเป็นวัฒนธรรมชาวพุทธปฏิบัติ ในวันปีใหม่(สงกรานต์) ในความหมายเพื่อความเจริญแห่งโภคสมบัติ ตามธรรมอานิสงส์ก่อเจดีย์ทราย ที่ได้ฟังสืบต่อกันมาถึงปัจจุบัน


โดย: กวี ธมฺมกวิอุบาสก IP: 110.77.161.68 วันที่: 17 สิงหาคม 2554 เวลา:21:30:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
moonfleet
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




ไม่มีสิ่งใดจะเกิดขึ้นมาได้ หากไม่เคยเป็นความฝันมาก่อน
Friends' blogs
[Add moonfleet's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.