พฤษภาคม 2557
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
18 พฤษภาคม 2557

คิดแล้วรวยบทที่สามตอนที่4

คิดแล้วรวยบทที่สามตอนที่สี่

ไอเดียอย่างหนึ่งสร้างความร่ำรวยได้อย่างไรกัน
เนื่องจากความจำเป็นเพื่อศรัทธาและความร่วมมือในการดำเนินธุรกิจและอุตสาหกรรมจึงเป็นเรื่องน่าสนใจและมีประโยชน์ที่จะวิเคราะห์เหตุการณ์อย่างหนึ่ง อันจะช่วยให้เข้าใจอย่างดีเยี่ยมต่อวิธีการซึ่ง อุตสาหกรและนักธุรกิจได้รับโชคลาภมหาศาล โดย ให้ ก่อน เขาเหล่านี้พยายามเอา

เหตุการณ์ที่เลือกมาเป็นตัวอย่างย้อนหลังไปยังคศ. 1900 เมื่อตอนบริษัท ยูไนเต็ด สเตล สตีล กำลังจะก่อตั้งขึ้นขณะท่านอ่านเรื่องนี้ ท่านต้องนึกถึงข้อเท็จจริงสำคัญยิ่งเหล่านี้แล้วท่านจะเข้าใจวิธีทำให้ไอเดียเปลี่ยนเป็นโชคลาภมหึมา

ถ้าท่านเป็นคนหนึ่งซึ่งมักจะประหลาดใจบ่อยๆว่ามีคนหาเงินจำนวนมหาศาลกันได้อย่างไรกัน เรื่องนี้ เกี่ยวกับการก่อตั้ง บริษัทยูไนเต็ด สเตล สตีล จะให้ความสว่างแก่ท่าน ถ้าท่านสงสัยในเรืองคนเราสามารถใช้ความคิดไปสู่ฐานะความร่ำรวย เรื่องนี้ จะทำลายความสงสัยนั้นเสียเพราะท่านจะได้พบเห็นอย่างแจ่มกระจ่างเกี่ยวกับการใช้หลักการส่วนใหญ่ที่กล่าวไว้ในหนังสือเล่มนี้ในการก่อรูปบริษัทยูไนเต็ด สเตล สตีล

การบรรยายอย่างน่าพิศวงถึงอานุภาพของไอเดียอย่างหนึ่งกระทำอย่างเร้าใจโดยยอห์น โลเว็ลล์ ในหนังสือพิมพ์ นิวยอร์ค เวิล เทเลแกรม และอาศัยความเอื้อเฟื้อของเขาจึงนำมาลงอีกครั้งหนึ่งในที่นี้

คำปราศรัยอันสวยงานหลังดินเนอร์กลายเป็นเงินหนึ่งพันล้านเหรียญ

เมื่อตอนค่ำของวันที่ 12 ธันวาคม คศ. 1900 บุคคลยิ่งใหญ่ในการเศรษฐกิจของชาติ ราวแปดสิบคน มาชุมนุมกันในห้องเลี้ยงอาหารกว้างขวางของสโมสรยูนิเวอร์ซิติ๊ ที่ถนนฟิฟธ์ อาเวนิวนิวยอร์ค เพื่อเป็นเกียรติแก่ชายหนุ่มผู้หนึ่ง จากภาคตะวันตก ในจำนวนแขกเหล่านั้นมีเพียงไม่ถึงหกคนที่ตระหนักว่า คนกำลังได้พบฉากสำคัญที่สุดฉากหนึ่งในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมของสหรัฐ

เยเอ็ดเวิด ซิมมันส์ และ ชารลล์ สจ๊วต สมิธ ซึ่งในหัวใจต่างเต็มไปด้วยความรู้สึกในบุญคุณต่อการต้อนรับอย่างฟุ่มเฟือยที่ชารลส์ เอ็ม ชะวอบได้ให้แก่เขาทั้งสองระหว่างการไปเยี่ยมเมืองพิตต์เบอร์กเมื่อเร็วๆนี้ เป็นผุ้จัดดินเนอร์ขึ้นเพื่อแนะนำ ชะวอบ ผู้เชี่ยวชาญเหล็กกล้า และอายุ 38 ปีแก่สมาชิกของสมาคมทางภาคตะวันออก

แต่คนทั้งสองมิได้คาดหมายเลยว่า ชะวอบจะสร้างความตื่นเต้นอย่างขนาดใหญ่แก่ที่ประชุม

ความจริง คนทั้งสองเตือนชะวอบแล้วว่า พวกเชิร์ต อกแข็งแห่งนิวยอร์คเหล่านี้ไม่ติดเนื้อต้องใจง่ายๆ ต่อคำปราศรัย เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าเขาไม่อยากจะก่อความรำคาญให้พวก สกุล สติลล์มัน สกุลแฮร์รีมันและพวกสกุลแวนเดอร์บิล ซึ่งมาในงานเลี้ยงนี้ ทางที่ดีเขาควรจำกัดการพ่นอย่างสุภาพอย่าให้เกินสิบห้าหรือยี่สิบนาที

แม้แต่เย เปียร์ป๊อนต์ มอร์กัน ผู้นั่งทางขวามือสุดของชะวอบ ด้วยท่าทางภูมิฐานเหมือนพระจักรพรรดิตั้งใจจะกล่าวสั้นๆ แก่ผู้ร่วมโต๊ะ และในฐานะงานเลี้ยงนี้มีขึ้นในระหว่างพวกกันเอง พวกหนังสือพิมพ์จึงไม่ได้เกี่ยวข้องในการเสนอข่างแก่ประชาชน

ครั้นแล้วเจ้าภาพทั้งสอง และแขกผู้มีเกียรติต่างกินอาหารเจ็ดหรือแปดจานมีการสนทนากันเล็กน้อยเพราะต่างระวังท่าทีกันเต็มที่

นายธนาคารและนายหน้าสองสามคนเคยพบปะกับชะวอบผู้ที่อาชีพของเขารุ่งเรืองขึ้นที่ริมฝั่งแม่น้ำ
โมนอนกาลาฮี และสองสามคนดังกล่าว ไม่มีใครเลยรู้จักเขาดีแต่ก่อนหัวค่ำวันนั้นจะผ่านไป ทุกๆคนที่มาร่วมกินเลี้ยงรวมทั้งมหาเศรษฐีมอร์กัน ต่างพ่ายแพ้แก่อารมณ์หวั่นไหว และบริษัท ยูไนเต็ด เสตตส์ สติล ซึ่งมีทุนหนึ่งพันล้านเหรียญ ได้เริ่มกำเนิด

ออกโชคร้ายที่ไม่มีการบันทึกคำปราศัยของ ชาร์ลีชะวอบที่โต๊ะดินเนอร์เอาไว้เพื่อประวัติศาสตร์

อย่างไรก็ตามกล่าวได้ว่า เป็นการปราศัย “เรียบๆ” บางครั้งผิดไวยากรณ์ (ชะวอบเป็นคนไม่พิถีพิถันในการใช้ภาษา)แทรกขำขันไว้ตลอดและผสมด้วยคำคม แต่ที่นอกเหนือจากนี้มันมีพลังกระตุกดุจกระแสไฟฟ้า และประทับใจผู้มาร่วมดินเนอร์ทุกคนซึ่งล้วนแต่ฐานะดี เมื่อรวมทรัพย์สินที่เขาเหล่านี้เป็นเจ้าของกัน จะเป็นเงินตกราวห้าพันล้านดอลล่าห์

หลังการกล่าวจบและทุกคนที่โต๊ะอาหารยังคงอยู่ในอาการเหมือนกับถูกมนต์สะกด ทั้งๆที่ชะวอบพูดถึงเก้าสิบนาที มอร์กัน เดินนำหน้านักพูดไปยังหน้าที่ช่องหนึ่งนั่งด้วยกันบนธรรณีหน้าต่าง และแม้ว่าทั้งสองต้องห้อยขาต่องแต๋งต่างคุยกันกว่าหนึ่งชั่วโมง

อำนาจอัศจรรย์แห่งบุคลิกลักษณะของชะวอบได้ถูกปล่อยออกมามีพลังเต็มที่ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น และยังคงอยู่เป็นเวลานานก็คือโครงการเต็มบริบูรณ์ และเป็นรูปร่างเด่นชัดซึ่งเขาวางไว้สำหรับโรงถลุงเหล็กมหึมาชื่อ ยูไนเต็ด สตตส์ สตีล ขึ้น

มีคนอื่นๆมากหน้าหลายตาเคยพยายามชักจูงมอร์กัน ให้สนใจในการรวมโรงถลุงเหล็กภายใต้การดำเนินงานของบริษัทเดียวมาก่อนแล้วโดยอ้างถึงการรวมของบริษัททำขนมปังกรอบ ลวด และห่วงเหล็ก น้ำตาล ยาง วิสกี้ น้ำมันหรือหมากฝรั่ง

เป็นต้นว่ายอห์น ดับลิว เกตส์ นักพนันเคยรบเร้าเรื่องนี้ แต่มอร์กัน ไม่ไว้ใจเกตส์หนุ่มสกุลมัวร์สองพี่น้อง บิลและยิมพ่อค้าหุ้นแห่งชิกาโกซึ่งเคยรวมบริษัทไม้ขีดไฟและขนมปังกรอบเป็นบริษัทเดียวกันได้รับความสำเร็จมาแล้ว เคยรบเร้ามอร์กันเช่นเดียวกัน และปราศจากผล เอ็ลเบิอร์ตเอ็ช แกรีทนายความที่น่าเคารพจากต่างจังหวัดและมาตั้งหลักแหล่งจนร่ำรวยอยู่ในนิวยอร์ก ชักชวนและสนับสนุมมอร์กันเรื่องนี้แต่

แกรี่ยังไม่ใหญ่โตพอที่จะสร้างความประทับใจให้มอร์กัน

แต่ด้วยถ้อยคำอันดื่มด่ำจับใจของชะวอบทำให้ เยพี มอร์กัน เกิดความทะเยอทะยานและมองเห็นชัดว่าลงทุนกับกิจการเหล็กกล้าจะนำผลอันแน่นอนมาให้ทั้งที่เมื่อก่อนถือว่าเป็นแผนการนี้ของความฝันเพ้อเจ้อของคนสติวิปลาสซึ่งดีแต่ดีดลูกคิดรางแก้ว

การจูงใจนักการเงินให้มารวมกันลงทุนซึ่งมีขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อหนึ่งชั่วคนมาแล้วดึงดูดความสนใจของบริษัทเล็กๆและบางครั้งดำเนินงานไม่ได้ผลพอเพียงนับตั้งพันๆมารวมเป็นกิจการชนิดเดียวเป็นบริษัทใหญ่และมีอิทธิพลพอที่จะขยี้คู่แข่งให้ย่อยยับและในวงการเหล็กกล้าก็ได้ทำอย่างเดียวกัน โดย ยอห์น ดับลิง เกตส์ผู้ชอบลอกเลียนและปลอมแปลงผลิตภัณฑ์เหล็กกล้า เกตส์ได้ตั้งบริษํทอเมริกัน สติลแอนด์ไวร์ ขึ้น รวบรวมบริษัทเล็กๆกลุ่มหนึ่งเข้าด้วยกัน และเกตส์กับมอกัน ได้ตั้งบริษัทเฟเดอรัล สติล ขึ้นอีกบริษัทหนึ่ง

แต่แอนดรูว์คาร์เนกี ก็เป็นเจ้าของบริษัทเหล็กกล้ามหีมาโดยรวมบริษัทประเภทเดียวกันเข้าด้วยกันมีหุ้นส่วนห้าสิบสามคน ดังนั้นบริษัทเหล็กกล้าที่รวมกับอื่นๆ จึงหมดคุณค่ามอร์กันรู้ว่า เขาจะรวมกันอย่างไร ก็ไม่สามารถแข่งกับกลุ่มของคาร์เนกีได้

ชาวสก๊อตซ์เฒ่าคาร์เนกีผู้มีนิสัยแปลกประหลาด รู้เรื่องนี้เช่นเดียวกันเขามองดูความเป็นไปของบริษํทเล็กกว่า ภายใต้การควบคุมของมอร์กันซึ่งพยายามแข่งขันทางธุรกิจ กับบริษํทของเขาด้วยความขบขันในครั้งแรกแต่แล้วด้วยความไม่พอใจ ครั้นการต่อสู้แข่งขันของทางฝ่ายมอร์กันกระทำในแบบใช้เลห์เหลี่ยมสกปรกอารมณ์หงุดหงิดของคาร์เนกี เปลี่ยนเป็นโกรธ และต้องการแก้เผ็ด เหตุนี้เองเขาจึงสร้างโรงถลุงเหล็กเพิ่มขึ้น เป็นสองเท่าของฝ่ายปรปักษ์

ตลอดมาคาร์เนกี ไม่สนใจในการผลิตลวด ท่อ ห่วง หรือเหล็กแผ่น เขาสันโดษในการเหล็กกล้าให้บริษัทอุตสาหกรรมดังกล่าวสุดแล้วแต่จะเอาไปทำวัตถุมีรูปร่างชนิดใด และบัดนี้ด้วยการมีชะวอบเป็นหัวหน้าและตัวแทนที่มี สมรรถภาพของเขาเขาวางแผนที่จะขับไล่ปรปักษ์ ไปจนตรอก

ในปราศัยของชะวอบนี่เอง มอร์กัน มองเห็นคำตอบ ในปัญหารวมบริษัทเหล็กกล้าทั้งหมดเป็นบริษํทเดียวซึ่งจะมีบริษัทของคาร์เนกี เข้าร่วม การรวมบริษัทเหล็กกล้วต่างๆเป็นบริษัทเดียวโดยปราศจากบริษัทในความควบคุมของคาร์เนกี ซึ่งมหึมากว่ากัน ย่อมไม่มีความหมายทำนองเดียวกับที่นักประพันธ์ผู้หนึ่งกล่าวว่า เหมือนพุดดิงพลัม ที่ไม่มีลูกพลัมอยู่

คำปราศัยของชะวอบในคืนนั้นวันที่ 12 ธันวาคม 1900 แน่นอนเหลือเกินประกอบด้วยท่าทีเป็นนัยๆว่า แม้เขาจะไม่ได้พูดมาอย่างโจ่งแจ้งว่ามีทางดึงเอาบริษัทเหล็กกล้าของฝ่ายคาร์เนกี มาร่วมกับฝ่าย

มอร์กันเขากล่าวถึงอนาคตของโลกเกี่ยวกับเหล็กกล้า การร่วมเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกันย่อมเกิดประสิทธิภาพ มีความรู้ความชำนาญเป็นพิเศษการปลดระวางโรงกลุงที่ทำงานไม่ได้ผล ทำนุบำรุงโรงถลุงที่ได้ผลดี ให้ผลผลิตสูงขึ้นการประหยัด ในการขนส่งแร่เหล็ก การประหยัดค่าใข้จ่ายทั่วไปและค่าใช้จ่ายในฝ่ายบริหารการยึดตลาดต่างประเทศ

ยิ่งกว่านั้นเขาบอกพวกที่ฉวยโอกาสลอกแบบปลอมแปลงผลิตภัณฑ์เหล็กกล้าซึ่งมีหลายคนในจำนวนผู้ร่วมโต๊ะโดยชี้ให้เห็นว่า เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เขาเป็นนัยๆว่าจุดหมายของเขาเพื่อการผูกขาด ขึ้นราคาเพื่อได้แบ่งเงินปันผลจำนวนโตๆจากการถือสิทธิอันไม่ชอบ ชะวอบติเตียนระบบนี้ด้วยหน้าตาท่าทางสุจริคใจที่สุด

เขาบอกผู้ฟังว่า การใช้นโยบายแบบคิดสั้นเช่นนี้ จะทำให้ตลาดอยู่ในวงแคบขณะมาถึงศักราชที่ผลิตกรรมทุกอย่างเรียกร้องให้มีการจำหน่ายอย่างกว้างขวางเขาอ้างเหตุว่า การทำให้ต้นทุนเหล็กถูกลง จะช่วยสร้างตลาดให้แผ่ขยายออกไปเรื่อยๆจะมีการผลิตเพื่อใช้เหล็กกล้ามากขึ้น และเหล็กกล้าจะมีบทบาทอยู่ในส่วนหนึ่งซึ่งมีปริมาณมากโข ในการค้าของโลก โดยแท้จริงแล้ว ชะวอบ หารู้ตัวไม่ว่าเขาเป็นผู้เผยแพร่ ลัทธิขายมาก ราคาถูกในปัจจุบัน

เป็นอันว่าดินเนอร์ที่ที่สโมสรยูนิเวอร์ซิติยุติลง มอร์กันกลับบ้านเพื่อใคร่ครวญถึงคำพยากรณ์อันเจิดจ้าของชะวอบ ชะวอบกลับไปพิตต์สเบอร์กเพื่อควบคุมธุรกิจเหล็กกล้าของแอ็นดรูว์ คาร์เนกี ส่วนแกรี่ และคนอื่น กลับไปดูเครื่องรายงานหุ้นของตนพลางขยับเขยื้อนตัวอย่างไม่มีความหมายด้วยความร้อนใจที่จะได้เห็นตัวเลขซึ่งปรากฏบนกระดาษเทปต่อไป

เวลาผ่านไปไม่นาน มอร์กัน เสียเวลาราวหนึ่งสัปดาห์ในการย่อยอาหารแห่งเหตุผล ซึ่งชะวอบวางลงเบื้องหน้าเขา ครั้นเขาแน่ใจว่าการลงทุนซื้อกิจการของคาร์เนกี ก็จะนำกำไรงามให้เขา เขาเชิญชะวอบมาหา และพบว่าชายหนุ่มผู้นี้ ไม่กล้ามาพบเขาโดยการเปิดเผย ชะวอบชี้ให้เห็นว่า มร.คาร์เนกี จะไม่พอใจถ้าหากรู้ว่าประธานบริษัทของตนซึ่งเป็นผู้ไว้วางใจทุกอย่างมายุ่งกับจักรพรรดิแห่งถนนวอลล์ถนนซึ่งคาร์เนกีตั้งใจว่า จะไม่ขอเหยียบ

แต่แล้วยอร์หน ดับบิล เกตส์ คนกลางเสนอให้ชะวอบ “บังเอิญ” ไปที่โรงแรมเบ็ลล์วู ในฟิลาเด็ลเฟีย และมอร์กัน ก็จะ “บังเอิญ” ไปที่นั้นแต่ครั้นชะวอบไปสถานที่ท่าน มอร์กัน เกิดป่วยขึ้นมา และอยู่ทีบ้านในนิวยอร์กและจากการเชิญอย่างคาดคั้นของมอร์กัน ชะวอบไปนิวยอร์กและปรากฏกายที่ประตูห้องสมุดของนักการเงินผู้ยิ่งใหญ่

ในปัจจุบัน นักประวัติศาสตร์เศรษฐกิจผู้หนึ่งอ้างว่า ฉากที่ตื่นเต้นเร้าใจตั้งแต่ต้นจนจบ ล้วนแต่แอ็นดรูว์ คาร์เนกีเป็นคนสร้าง การดินเนอร์ที่มีขึ้นเพื่อชะวอบการปราศํยอันโด่งดังของชะวอบ การพบปะระหว่างชะวอบ และราชาเงินตราในวันอาทิตย์ล้วนแต่จัดเตรียมขึ้น โดยสก๊อตซ์เฒ่า คาร์เนกี ผู้ชั้นเชิงสูง

ความจริงกลับตรงกันข้ามลิบลับเมื่อมอร์แกน เชิญชะวอบไปปรึกษา เพื่อจะได้ร่วมทำการตกลงกับคาร์เนกีต่อไปชะวอบไม่รู้ตัวเสียด้วยว่า “ชายร่างเล็ก” ซึ่งเขาเรียกคาร์เนกีเช่นนั้นจะยินดีหรือไม่ ในการฟังการทาบทามขอซื้อบริษัทของตน โดยเฉพาะการขายแก่กลุ่มบุคคลที่คาร์เนกี ถือว่ามีความสุจริตน้อย และหลายเหลี่ยมหลายคม

ในการไปพบกับมอร์แกนและหารือกัน ชะวอบเอากระดาษหกแผ่นติดไปด้วย ทุกแผ่นเขียนด้วยลายมือของเขาประกอบด้วยตัวเลขอย่างถูกต้อง เพื่อเตือนความจำว่า บริษัทเหล็กกล้าทุกบริษัทมีราคาเท่าไหร่ และเมื่อทำงานเต็มกำลัง จะสามารถได้ผลเท่าไหร่ เขาถือว่าแต่ละบริษัท เป็นดาวสำคัญอยู่ในท้องฟ้า แห่งการรวมกลุ่มบริษัทเหล็กกล้าขึ้นมาใหม่

ชายสี่คนพิจารณาตัวเลขขึ้นมาใหม่ทั้งคืน แน่ละ หัวหน้าคือมอร์กัน ผู้ยึดมั่นในความเชื่อว่าเขามีสิทธิโดยชอบธรรม ในการลงทุนเพื่อได้เงินจำนวนโต ผู้มาร่วมด้วยคนหนึ่งคือ รอเบอร์ต เบตัน หุ้นส่วนสกุลสูงของเขาเป็นผู้คงแก่เรียนและสุภาพบุรุษ คนที่สามคือ ยอห์น ดับลิว เกตส์ซึ่งมอร์กันชอบดูหมิ่นว่า เป็นนักพนัน หากใช้เกตส์ เป็นคู่คิดในครั้งนี้ คนที่สี่คือชะวอบ ผู้รู้กรรมวิธีทำเหล็กกล้าและการขายมากกว่า บุคคลใดๆ

ตลอดเวลาของการประชุมกันคนทั้งสาม มิได้ถามชะวอบ เรื่องตัวเลขราคาและผลผลิต ของโรงถลุงในพิตต์สเบอร์กของคาร์เนกี เลยแม้แต่คำเดียว

ชะวอบยืนกราน อย่างแน่ใจเรื่องราคาของบริษัทต่างๆ ตามตัวเลขที่เขาแสดงไว้และยืนกรานให้ซื้อบริษัทที่เขาเสนอชื่อ (โดยไม่มีบริษัทของคาร์เนกีอยู่ด้วย)มารวมกันเป็นบริษัทมหึมา เนื่องจากมิตรสหายของเขา ซึ่งถือหุ้นใหญ่ในบริษัทเล็กๆ เหล่านั้นอยากได้เงิน และต้องการให้มอร์กันผู้เป็นมหาเศรษฐี รับช่วงไปดำเนินการแทน

ครั้งรุ่งอรุณมอร์กันลุกขึ้นยืน และเหยียดหลัง มีอยู่เพียงคำถามเดียวเท่านั้นทียังไม่ได้เอ่ย

“คุณคิดว่าจะชักจูง แอนดรูว์ คาร์เนกี ให้ขายของเขาไหม” มอร์กันถาม

“ผมจะลองพยายามดู”ชะวอบตอบ

“ถ้าคุณทำให้เขาตกลงขายผมจะรับซื้อไว้” มอร์กันพูด

ชะวอบกะว่าราคาประมาณ320 ล้านเหรียญ แต่คาร์เนกีจะขายไหม และจะจ่ายเงินกันอย่างไรเป็นใบหุ้น พันธบัตรหรือเงินสด ไม่มีใครรวบรวมเงินสดได้ถึงสามร้อยยี่สิบล้านเหรียญ

ในเดือนมกราคม หรือเดือนต่อมา คาร์เนกี และชะวอบเล่นกอล์ฟกันท่ามกลางอากาศหนาว จนน้ำค้างแข็งทีสนามเซ็นต์ แอ็นดรู เวสเชสเตอร์เมืองฟิลาเดลเฟีย คาร์เนกี สวมสเว็ตเตอร์หลายชั้นเพื่อคลายหนาว ชะวอบคุยน้ำลายเป็นฟอง ตามปกติของเขา เพื่อให้จิตใจเขากระปี้กระเปร่าชะวอบมิได้เอ่ยถึงธุรกิจต่างๆ กระทั่งนั่งลงเก้าอี้ในกระท่อมอันอบอุ่นอยู่ใกล้ๆสนามกอล์ฟของคาร์เนกี ครั้นแล้วด้วยท่าทางจูงใจซึ่งเขาได้สะกดมหาเศรษฐีแปดสิบคนที่สโมสร ยูนิเวอร์ซิตีสำเร็จมาแล้วชะวอบพูดถึงความสุขสบายที่จะได้รับในการวางมือและการพักผ่อน ถึงจำนวนเงินกี่ล้านจึงจะเป็นที่น่าพอใจในการเปลี่ยนใจขายบริษัทของตนโดยสังคมไม่กล่าวหาไปทางร้าย คาร์เนกียอมตกลง เขียนตัวเลขลงในกระดาษชิ้นหนึ่ง แล้วส่งให้ชะวอบและพูด

“เอาละถ้าได้เท่านี้ เราจะขาย”

ตัวเลขในกระดาษเกือบสี่ร้อบล้านหรือที่แท้คือ 320 ล้านเหรียญ ตามที่ชะวอบบอกมอร์กันหากเพิ่มอีก 80 ล้านเหรียญเป็นราคาทุนที่สูงขึ้นในระหว่างสองปีที่แล้ว

ต่อมาในภายหลังบนดาดฟ้าของเรือโดยสารขนาดใหญ่ข้ามสมุทร แอตแลนติดลำหนึ่ง คาร์เนกีเฒ่าพูดอย่างเสียดายกับมอร์กัน

“ผมน่าจะเกี่ยงราคาอีกหนึ่งร้อยล้านเหรียญ”

“ถ้าคุณเกี่ยงจริงคุณจะได้มันเรียบร้อย” มอร์กันตอบอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส

แน่ละ มีการหัวเราครืน

นักสื่อข่าวชาวอังกฤษผู้หนึ่งโทรเลยไปยังหนังสือพิมพ์ที่เขาทำงานด้วยว่า โลกแห่งเหล็กกล้า “ตระหนกตกใจ”ในการรวมเป็นบริษัทมหึมาครั้งนี้ แฮลลีย์ ประธานมหาวิทยาลัยเยลกล่าวอย่างขึงขังว่าถ้าหากไม่มีการวางระเบียบในการรวมบริษัทต่างๆเป็นบริษัทใหญ่ให้ดี ประเทศนี้หวังได้ว่า “จะมีพระจักรพรรดิ ในกรุงวอชิงตัน”

ส่วนคีนผู้สามารถเชี่ยวขาญทางจูงใจคน ให้ซื้อใบหุ้นจัดการขายใบหุ้นของบริษัทใหม่ให้แก่ประชาชนอย่างกระปรี้กระเปร่าและในชั่วเวลาไม่นาน ขายได้เงินรวม หกร้อยเหรียญ เป็นอันว่า คาร์เนกีได้รับค่าโรงถลุงเหล็กตามจำนวนที่เขาเรียกร้อง และบริษัทของมอร์กันได้กำไรจากราคาหุ้นที่สูงขึ้น 62 ล้านเหรียญ เป็นค่าตอบแทน “ความยุ่งยากเหน็ดเหนื่อย” ทั้งปวงและบรรดาลูกน้องของมอร์กัน จากเกตต์ถึงแกรี่ ต่างมีส่วนแบ่งคนละหลายๆล้าน

ชะวอบผู้อายุ 38 ปี ก็ได้รางวัลเขาถูกแต่งตั้งเป็นประธานบริษัทใหม่ และควบคุมตลอดมาจนถึงปี คศ. 1930

ความร่ำรวยตั้งต้นด้วยความคิด

เรื่องธุรกิจอันซาบซึ้งตรึงใจ ที่ท่านเพิ่งจะอ่านจบ เป็นตัวอย่างล้ำเลิศ แห่งวิธีการ ซึ่งความปรารถนาสามารถแปลให้เป็นตัวเป็นตนขึ้นมา

บริษัทขนาดยักษ์ยูไนเต็ด สเตนส์ สติล สร้างขึ้นในจิตใจของชายผู้หนึ่งก่อน แผนซึ่งบริษัทนี้รวบรวมโรงถลุงเหล็กต่างๆเข้าด้วยกันและนำผลกำไรอย่างแน่นอนมาให้ก็สร้างขึ้นในจิตใจของคนๆเดียวกัน ศรัทธาของเขา ความปรารถนาของเขาความนึกคิดของเขาความมุ่งมั่นอย่างไม่ลดละของเขาได้เป็นส่วนประกอบอันสำคัญกลายเป็นบริษัท ยูไนเต็ดสเตนส์ สติล โรงถลุงเหล็กทั้งหลาย รวมทั้งเครื่องจักรกลและเครื่อมือเครื่องใช้มาเป็นของบริษัทนี้หลังจากการจดทะเบียนถูกต้องตามกฏหมาย นับว่าเป็นเหตุบังเอิญนี่เองแต่การวิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ถ้วน จะเผยให้เห็นข้อเท็จจริงที่ว่าการตีราคาทรัพย์สินของบริษัทสูงขึ้นถึงหกร้อยล้านเหรียญเป็นผลมากจากการดำเนินงานรวบรวมเป็นบริษัทเดียว

หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งไอเดียของชะวอบ บวกด้วยศรัทธาซึ่งเขานำไปใส่ในจิตใจของเจพี มอร์กัน และคนอื่นๆทำให้บริษํทยูไนเต็ด สเตนส์ สติล ผลิตเหล็กจำนวนโตออกสู่ตลาดและได้กำไรรวมแล้วถึงหกร้อยล้านเหรียญ ไม่ใช่จำนวนเล็กเลย สำหรับไอเดียชิ้นเดียว

บริษัทยูไนเต็ด สเตนส์ สติล เจริญรุ่งเรืองตลอดและกลายเป็นบริษัทร่ำรวยที่สุดและมีอิทธิพลมากที่สุดบริษัทหนึ่งจ้างคนงานหลายหมื่น ทำให้การใช้เหล็กกล้าในอุตสาหกรรมต่างๆกว้างขวางมากขึ้นและเปิดตลาดใหญ่ๆขึ้นทั่วไป ทั้งนี้พิสูจน์ได้ว่า ไอเดียชิ้นหนึ่งของชะวอบยังผลให้ได้กำไรถึง 600 ล้านเหรียญ

ความร่ำรวยเริ่มต้นในรูปความคิด

เงินจำนวนโตจะได้รับเฉพาะแต่ผู้ที่จัดการให้ความคิดในจิตใจเขาเคลื่อนไหวเท่านั้นศรัทธากำจัดขอบเขตทั้งหลาย จำไว้ว่า เมื่อท่านพร้อมแล้วที่จะทำความตกลงกับชีวิตเพื่อสิ่งใดก็ตาม ท่านจะต้องถามถึงค่าตอบแทนที่ท่านพึงได้รับจากการลงทุนลงแรง

ความคิดย่อมบันดาลทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งชัยชนะและความพ่ายแพ้




Create Date : 18 พฤษภาคม 2557
Last Update : 18 พฤษภาคม 2557 19:51:38 น. 2 comments
Counter : 2682 Pageviews.  

 
เยี่ยมครับ


โดย: ูู^^ IP: 49.230.102.201 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2557 เวลา:21:28:31 น.  

 
มาเขียนต่อนะครับ เล่นโคตรหนาอ่านไม่ไหว

จริงๆก็ฟังบันดิดพูดมาบ้าง แต่ชอบอ่านมากกว่าครับ ขอบคุณครับ


โดย: โอคุโมริ IP: 183.88.31.189 วันที่: 26 กรกฎาคม 2558 เวลา:4:19:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สมาชิกหมายเลข 1129395
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




[Add สมาชิกหมายเลข 1129395's blog to your web]