สัตว์เล็กในป่าใหญ่ - ภาคสาม - บทที่ 4



มันเป็นช่วงบ่ายที่ร้อนอบอ้าว แสงอาทิตย์สีแดงเข้มตัดกับท้องฟ้าสีม่วงหม่นตอนที่ทซาร์มิน่าเดินไปยืนที่หน้าต่างบานสูง นางแมวป่ามองเห็นนักรบหนูในชุดเกราะยืนอยู่บนยอดกำแพง เขาคงจะปีนขึ้นมาตามบันไดที่ทหารขี้ขลาดของนางทิ้งไว้ตอนถอยหนีกลับเข้ามาในบริเวณปราสาท

นางแมวป่าจิกเล็บอันแหลมคมลงบนขอบหน้าต่างอย่างเกรี้ยวโกรธ ที่ไม่สามารถหักห้ามได้

“เจ้าต้องการอะไรหรือเจ้าหนู?”

พร้อมๆกับคำถามนั้น ทซาร์มินาควานหาคันธนูและลูกศรซึ่งมักจะเก็บไว้ใกล้ตัว

“ดวงอาทิตย์ใกล้จะตกแล้ว ทซาร์มิน่า จำคำขาดของข้าเมื่อเช้าได้ไหม?”

นางพญาแมวป่าพยายามถ่วงเวลาขณะคลำหาธนูและลูกศรแถวขอบหน้าต่าง

“บอกข้าอีกทีสิเจ้าหนู รื้อฟื้นความจำให้ข้าหน่อย”

“คำพูดของข้าไม่เปลี่ยนแปลง ยังมีเวลาพอที่เจ้าและทหารของเจ้าจะเดินทางออกจากที่นี่ไปโดยสันติ” เขาพูดอย่างมีเหตุมีผล “พวกเจ้าจะไม่มีอันตรายใดใดถ้าออกไปเสียก่อนดวงอาทิตย์ตก”

ลูกธนูวิ่งแหวกอากาศอย่างรวดเร็วมาปักลงตรงสีข้างของมาร์ติน นักรบหนูสะดุ้งแล้วเซไปเล็กน้อยด้วยความเจ็บปวดแต่ก็ยังยืนอยู่ได้ ทซาร์มิน่าขบริมฝีปากจนห้อเลือด

มาร์ตินหันหลังกลับไต่บันไดลงไปโดยที่ลูกธนูยังปักอยู่ที่สีข้าง

“ถ้าแบบนี้ก็จบกันเพียงแค่นี้ ข้าจะถล่มปราสาทนี้โดยรื้อหินลงมาทีละก้อน ทีละก้อนรอบๆตัวเจ้า จนเจ้าต้องเดินทางไปสู่ประตูป่าดำแห่งความตาย”

พวกทหารที่นั่งกันอยู่ในค่ายได้ยินคำพูดที่เยียบเย็นของมาร์ตินทุกคำ

“เราน่าจะออกไปจากที่นี่เสียนานแล้ว” ดิชพอว์ซึ่งเป็นทหารพังพอนตะคอกใส่บร็อค “ด้วยกำลังทหารทั้งหมดที่มีอยู่ เราจะไปตั้งมั่นอยู่ที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น”

ทหารนายอื่นๆเห็นด้วย

“ใช่แล้ว ทำไมเราถึงต้องมารบเพื่อปราสาทหักๆพังๆ ด้วยล่ะ? มันเป็นปราสาทของนางแมวนั่นต่างหาก ไม่ใช่ของเราสักหน่อย”

“ข้ามาอยู่กับเบนน์ เขาให้เราต่อสู้แล้วแบ่งปันทรัพย์สินที่หาได้ให้พวกเรา ที่โสโครกนี่ไม่มีแม้แต่อาหารให้เรากินอิ่ม”
“ข้าไม่รู้แผนการของเจ้าหนูนั่น แต่ข้าเชื่อว่ามันเอาจริงแน่”
“ใช่แล้ว พวกเราคงบ้าไปแน่ๆถ้าคิดว่าพวกมันจะอ่อนแอสู้ไม่ไหว”
“ใช่ ดูสิว่าวันนี้เราเสียกำลังพลไปเท่าไหร่? แล้วตอนนี้นางแมวป่าไปมุดหัวอยู่ที่ไหนเสียล่ะ?”
“ก็คงไปแอบอยู่เหมือนตัวหนอนหนีปลาน่ะแหละ”
“เหมือนแมวหนีหนูเลยละ ฮ่าฮ่าฮ่า”

ทซาร์มิน่าปราฏตัวที่หน้าประตู “เจ้าพูดว่าอะไรนะ?”

ทั่วทั้งห้องเงียบกริบ

“ว่าไง?” นางแมวป่าหรี่ตาลง

หนูที่ชื่อเวกก์ลุกขึ้นยืน “พวกเราอยากไปจากที่นี่” มันโต้ตอบอย่างกลัวๆ

ทซาร์มิน่าเดินข้ามห้องเข้าไปหาจนหน้าเกือบติดจมูกของมัน

"สายไปเสียแล้ว เจ้าหนู ดวงอาทิตย์ตกดินแล้ว แต่เจ้าจะไปก็ยังได้นะ มีทางเดียวเท่านั้นคือไปที่ประตูสู่ป่าดำแห่งความตายไงล่ะ อยากให้ข้าส่งเจ้าไปไหมล่ะ?”

ตัวของเวกก์สั่นเทาด้วยความกลัว ทซาร์มิน่าเดินกลับไปที่ประตูพร้อมกับยิ้มอย่างหวาน

“ดูพวกเจ้าสิ พวกเจ้าตื่นตระหนกเพราะเจ้าหนูในเสื้อเกราะกับเจ้าพวกสัตว์ในป่านั่น พวกเจ้าได้ยินที่มันพูดแล้ว มันไม่ต้องการสงคราม มันต้องการสันติภาพกับเรา ทำไมล่ะ?”

พวกทหารมองนางแมวป่าอย่างมืดแปดด้าน

“ก็เพราะว่ามันเอาชนะเราไม่ได้น่ะสิ โกตีร์แข็งแกร่งเกินไปสำหรับพวกมัน ไม่ต้องสนใจคำขู่ของเจ้าหนูนั่น”

ดิชพอว์กลืนน้ำลายฝืดๆลงคอแล้วเถียงว่า “แต่เจ้าหนูนั่นบอกว่าจะพังโกตีร์ออกเป็นเสี่ยงๆโดยรื้อหินแต่ละก้อนออกมา พวกเราได้ยินกันทุกคน”

ทซาร์มิน่ากวักมือเรียกดิชพอว์และหมาจิ้งจอกกำยำตัวหนึ่ง

“เจ้านี่กับเจ้านั่นเข้าไปดันกำแพงตรงนั้น” นางออกคำสั่ง

แม้จะงงงันแต่ทั้งสองก็ปฏิบัติตามคำสั่งโดยดี โดยใช้อุ้งมือช่วยกันดันกำแพงเต็มแรง

“ดันให้แรงกว่านั้นหน่อย แรงๆ! ใช้กำลังทั้งหมดที่เจ้ามีอยู่!”

ทั้งสองออกแรงดันเต็มที่และยาวนานแล้วในที่สุดก็ล้มลงนอนแผ่

ทซาร์มิน่าหัวเราะอย่างดีใจ “เห็นหรือยัง? ใครเห็นกำแพงนี่ขยับแม้แต่เพียงเล็กน้อยบ้างไหม?”

พวกทหารสั่นหัวและตอบพร้อมๆกันว่าไม่เห็น

“แน่ละสิ เจ้าพวกเด็กไม่เต็มเต็งทั้งหลายของข้า” นางแมวป่าทำสุ้มเสียงราวกับมารดากำลังกล่อมลูกน้อย “ถ้าจะพังกำแพงนี้ลงมาได้จะต้องใช้กำลัง มากกว่าเจ้าพวกสัตว์ในป่านั่นกับพวกเจ้าหมดนี่รวมกันเสียอีก ปราสาทโกตีร์จะอยู่ทนทานนานกว่าป่าแถบนี้ ข้าจะยกเว้นกฏบางข้อของข้าและเล่าแผนการของข้าให้พวกเจ้าได้รับรู้ ข้อแรกข้าขอบอกว่าเรายังไม่ได้ขาดแคลนเสบียงอาหาร ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปพวกเจ้าจะได้รับอาหารเพิ่ม”

บร็อคกระโดดขึ้นยืน “สรรเสริญราชินีของพวกเราหน่อย สหาย!”
“ไชโย!”

ทซาร์มิน่าผงกหัวให้เจ้ากัปตันอย่างขอบใจ “เรามีอาหารอยู่ได้ไปจนถึงตลอดฤดูร้อน ปีนี้แล้งกว่าทุกปี” นางพูดต่ออย่างให้กำลังใจ “ก่อนที่ฝนแรกของฤดูใบไม้ผลิจะมาถึง ข้าจะให้พวกพลธนูของข้าจัดทำลูกธนูแบบที่ไอ้พวกสัตว์ในป่าใช้กันอยู่ให้เพียงพอ พวกเจ้าเดาได้ไหมว่าข้ามีแผนอะไร?”

“เผาป่าขอรับ คุณหญิง”
“ใครเป็นคนพูดน่ะ?”
“กระผมเองขอรับ คุณหญิง”
“เจ้าชื่ออะไร?”
“ฟูลวิสเกอร์ ขอรับ”

“เก่งมาก ฟูลวิสเกอร์ พวกเราจะอยู่อย่างปลอดภัยในโกตีร์นี่ตลอดฤดูร้อน และมีอาหารเพียงพอสำหรับทุกคน เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึงเราก็จะเผาทั้งพวกสัตว์ในป่าและป่าให้วอดวายไปพร้อมๆกัน”

บร็อคลุกขึ้นยืนอีกครั้ง “เพื่อนๆทั้งหลาย ข้าเห็นด้วยกับเจ้านาย เราจะได้อยู่อย่างสบายๆในหน้าร้อน แถมมีอาหารมากมายด้วย ข้าขอออกเสียงว่าจะอยู่ที่โกตีร์นี่กับราชินีของเรา ผู้ซึ่งไม่หวาดกลัวเจ้าสัตว์ป่าพวกนั้นแม้แต่น้อย ฮึ.. แม้แต่คืนนี้นางยังยิงใส่เจ้าตัวหัวหน้าด้วยซ้ำ”

เสียงโห่ร้องเชียร์ดังกึกก้อง แม้ว่าข้อเสนอของนางแมวป่าจะไม่ค่อยน่าสนใจนักแต่ก็มีความจริงแฝงอยู่บ้าง


เบลล่าและเลดี้แอมเบอร์ก้มลงเหนือร่างของมาร์ติน

“เขาทำท่าว่าจะฟื้นแล้วละ” เบลล่ารายงานอย่างดีใจ

ทิมบัลลิสโตยังถือถุงใส่ก้อนหินซึ่งมีปลายลูกธนูโผล่ออกมา “ถ้าไม่มีถุงนี่รับลูกธนูเอาไว้ มาร์ตินก็คงแย่แล้วละ”

เบลล่าใช้น้ำเย็นเช็ดหน้าให้มาร์ติน “เขามีแค่รอยขูดข่วนเล็กๆน้อยเท่านั้นใช่ไหม?”

มาร์ตินลืมตาขึ้นแล้วพยายามจะลุกขึ้นยืนแต่แอมเบอร์ผลักเขาให้นอนลงใหม่

“อยู่นิ่งๆ” เธอบอกอย่างเอาจริงเอาจัง “โชคดีแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากมาย เบลล่าช่วยเอาสมุนไพรใส่แผลให้เขาหน่อยสิ แล้วก็ช่วยพันผ้าพันแผลให้ด้วย”

“กี่โมงแล้วเนี่ย กอนฟฟ์?” มาร์ตินถามขณะที่เงยหน้ามองท้องฟ้า
“เลยเที่ยงคืนมาไม่นาน”

“ขอบใจมากนะ เบลล่า แต่อย่าทำราวกับข้าเป็นเด็กทารกเลย ข้าต้องลุกขึ้นแล้ว มีงานสำคัญรออยู่”

เบลล่ายื่นมือให้พยุงตัว “งั้นก็ลุกขึ้นเถอะ มาร์ติน กอนฟฟ์กับข้าจะช่วยเจ้าเอง งานอะไรนะที่รอไม่ได้เนี่ย?”
มาร์ตินขยับขาทดสอบแล้วทำหน้านิ่ว “ข้าจะต้องไปที่เรือวูดด์ชิปป์คืนนี้”
“งั้นก็กระโดดขึ้นหลังข้ามาเลย หลังข้ากว้างพอสำหรับหนูหรือแม้แต่นักรบบาดเจ็บอย่างเจ้า”

ทั้งสามซึ่งมีกอนฟฟ์เดินนำหน้าเพื่อแหวกทางให้ เดินทางผ่านเข้าไปในป่าในค่ำคืนที่อบอุ่น


นางนากบูล่านอนขดอยู่บนหัวเรือ จ้องมองร่างตะคุ่มๆที่โผล่ออกมาจากบริเวณต้นไม้ริมฝั่งอย่างเงียบกริบ

“ใครอยู่ตรงนั้นน่ะ?” นางร้องถามอย่างเอาเรื่อง
“พวกหัวหน้าสภาคอริมแห่งมอสฟลาวเวอร์”
“ก้าวออกมาข้างหน้าแล้วแสดงตัว”
“บูล่า เจ้าตัวล่ากุ้ง!”

“กอนฟฟ์ เจ้าจอมขโมยตัวน้อย สวัสดี เบลล่า มีข่าวอะไรหรือ? มาร์ติน เจ้าบาดเจ็บหรือนี่? เกิดอะไรขึ้นน่ะ?”

มาร์ตินเลื่อนตัวลงจากหลังเบลล่าไปยืนพิงดาบของเขาเอง “ไม่เป็นไรมากหรอก บูล่า ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม?”

“เรียบร้อยดี”

เมื่อบูล่าเห่าสั้นๆนากสี่ตัวก็โผล่ออกมาบนดาดฟ้า

มาร์ตินมองเรือวูดด์ชิปป์ที่ทอดสมออยู่ริมฝั่งแม่น้ำมอส ด้วยความอาลัยเป็นครั้งสุดท้ายแล้วพยักหน้ากับเบลล่า

“จมเรือลำนี้เสีย!”
“จมมันหรือ? บ้าหรือเปล่าเนี่ย?” กอนฟฟ์ทำตาปริบๆอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

เบลล่าวางอุ้งมืออันหนาหนักลงบนบ่าของกอนฟฟ์ “มาร์ตินรู้ดีว่ากำลังทำอะไรอยู่ กอนฟฟ์”

นากทั้งห้าตัวกระโดดลงไปในน้ำด้วยเสียงดังโครมคราม แล้วว่ายพ้นสายตาหายไปในความมืด เมื่อโผล่ขึ้นมาอีกครั้งพวกมันแยกตัวอยู่ห่างเรือ สามตัวอยู่แถวหัวเรือส่วนอีกสองตัวอยู่ท้ายเรือ ปากของนากแต่ละตัวคาบเชือกพวนเรือที่ปลายหนึ่งผูกติดกับตัวเรือไว้แน่น แล้วก็เริ่มว่ายน้ำอย่างรวดเร็วลากเรือ
วูดด์ชิบบ์ไปรอบๆ จนเรือลอยขึ้นสูงจนทั้งหัวและท้ายเรือหันไปทางฝั่งแม่น้ำตรงข้าม ตอนนี้เรือวูดด์ชิบบ์ลอยเอาด้านท้ายเข้าหาฝั่งแม่น้ำมอสอีกด้านหนึ่งแล้ว

พวกนากโผล่ขึ้นมามีน้ำไหลหยดเป็นทางแล้วส่งเชือกให้เบลล่า หลังจากนั้นก็ดำหายไปสมทบกับพรรคพวกของมันบนอีกฝั่งหนึ่ง

“เอาเชือกที่หัวเรือไปผูกไว้กับต้นโอ๊คใหญ่นั่น” มาร์ตินร้องบอก “ผูกหย่อนๆไว้หน่อยเผื่อเวลามันจม ส่วนด้านนี้เราจะผูกไว้กับต้นมะเดื่อ”

พวกนากกระโดดกลับลงไปในน้ำไปขึ้นเรือ รับตะลุมพุกทำด้วยไม้จากบูล่าแล้วลงไปใต้ท้องเรือ บูล่าชี้ให้ดูทางเข้าใต้แผงกรรเชียงเรือ

“ใช้ตะลุมพุกเคาะเหล็กเสียบและก๊อกตรงนั้นให้เปิดกว้างออก ปล่อยน้ำให้ไหลเข้ามา”

พวกเขาตั้งหน้าตั้งตาทำงานกันอย่างเอาจริงเอาจัง และในไม่ช้าน้ำจากแม่น้ำก็ไหลเข้ามาในเรือจากจุดต่างๆแปดจุด บูล่าเข้ามาตรวจงานเป็นครั้งสุดท้ายอย่างพอใจ

“น้ำเต็มเร็วดีจัง ทุกคนรีบขึ้นฝั่ง!” นางออกคำสั่ง

มาร์ตินยืนดูอยู่บนฝั่งเฝ้ามองเรือวูดด์ชิบบ์ที่เคลื่อนไหวเล็กน้อยตามกระแสน้ำแล้วส่วนท้ายเรือก็เริ่มจมต่ำลงไปในน้ำ เสียงเพลงอำลาของกอนฟฟ์ดังแหวกเสียงน้ำที่ดังซู่ซ่าและเสียงไม้กระดานที่แตกเปรียะๆขึ้นมา

เจ้าพาพวกข้าเดินทางมาอย่างปลอดภัย
เจ้าท่องทะเลสีฟ้าใสอย่างงามสง่า
ตอนนี้เจ้าลงไปอยู่ใต้ท้องน้ำเสียแล้ว
เพื่อช่วยปลดปล่อยป่ามอสฟลาวเวอร์
แต่ในหัวใจของพวกข้าจะมีเจ้าอยู่ชั่วนิรันดร์—วูดด์ชิปป์
เจ้าเหมือนนกแห่งอิสรภาพที่เดินทางเที่ยวสุดท้าย
มีลมโชยพัดผ่านหนวดของข้าไป
ล้อมรอบด้วยผองเพื่อน
หลับให้สบายเถิดนะวูดด์ชิปป์ สหายเก่าของข้า
การเดินทางของเจ้าสิ้นสุดลงแล้ว

เจ้าหนูจอมขโมยทำจมุกฟุดฟิด ยกมือขึ้นป้ายนัยน์ตา “ดีที่ล็อค-อาขล็อคไม่ได้อยู่ที่นี่”

หัวเรือและท้ายเรือจมหายไปเกือบมิด มีพรายปุดๆเดือดพล่านขึ้นมาแล้วลำเรือส่วนกลางก็จมหายลงไป

มาร์ตินหันหน้าหนีไปอีกทางหนึ่ง “ไปกันเถอะ กอนฟฟ์ ข้าทนดูไม่ได้แล้ว”


ดวงจันทร์สีเงินยวงสาดแสงลงมาบนพื้นป่า ระหว่างที่พวกเขาเดินทางกลับไปแคมป์ที่ตั้งอยู่ด้านนอกของโกตีร์ เบลล่าซึ่งมีมาร์ตินอยู่บนหลังเดินไปเรื่อยๆในคืนที่เงียบสงัดของฤดูร้อน โดยมีกอนฟฟ์และบูล่าเดินตามหลัง

“อย่าบ่นไปเลย มันเป็นการเสียสละที่ยิ่งใหญ่และกล้าหาญ นักรบโบอาร์จะต้องภูมิใจในตัวเจ้าทั้งสอง” เบลล่าปลอบด้วยเสียงเรียบๆแต่อู้อี้

บูล่าสดชื่นมากกว่าผู้อื่นเล็กน้อย “ข้าพนันได้เลยว่าเมื่อเรื่องนี้จบลงแล้ว สกิปเปอร์จะต้องหาทางกู้เรือลำนี้ขึ้นมาให้ได้”

กอนฟฟ์มองหน้านางนาก “เจ้าแน่ใจหรือ? ไม่ใช่พูดเพื่อให้พวกเราสบายใจขึ้นหรือ?”

บูล่าหลิ่วตา “เปล่าเลย เราไม่ได้พังมันนี่ เพียงแค่เปิดก๊อกใต้ท้องเรือให้น้ำไหลเข้ามาเท่านั้น ไม่มีอะไรเสียหายหรอก อย่าวิตกไปเลย สกิปเปอร์จะจัดการเองแหละ นอกจากเรื่องน้ำในหูแล้วเขารู้อะไรต่ออะไรอีกมากมาย สบายใจได้”

ตรงแม่น้ำมอสมีแต่ส่วนสูงสุดของหัวเรือ ท้ายเรือและเสากระโดงเรือเท่านั้นที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมา ท้องเรือทอดตัวอยู่ก้นแม่น้ำและถูกยึดไว้ตรงนั้นด้วยแรงดูดอันมหาศาลของน้ำ

ขณะนี้แม่น้ำมอสถูกปิดกั้นเอาไว้แล้ว น้ำที่ถูกปิดกั้นด้วยเรือที่จมขวางอยู่เริ่มไหลขึ้นท่วมฝั่ง ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงต่อมาน้ำในแม่น้ำก็ไหลออกไปยังจุดสามจุดที่เป็นทางออกได้ แล้วไหลลงไปในอุโมงค์!!!!

น้ำไหลแรงด้วยเสียงอันดังราวกับฟ้าร้อง น้ำสีน้ำตาลครีมไหลลงใต้ดินแล้วพัดพาเอาดิน เลน กิ่งไม้เล็กๆและก้อนหินไปด้วยอย่างรวดเร็วราวทะเลบ้า มันไหลเร็วรี่ผ่านไปตามอุโมงค์ กระแทกผนังอุโมงค์ด้วยพลังมหาศาลจนผนังฉีกขาดแยกตัวออก จนในที่สุดก็ไม่เหลือหลอ น้ำเชี่ยวกรากซึ่งรวมตัวเป็นสายใหญ่สายเดียว พุ่งลงไปในบริเวณฐานรากใต้ดินแล้วทะลักลงไปยังพื้นที่ต่ำซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทโกตีร์

โฟร์โมลและเฒ่าดินนี่ซึ่งกำลังนั่งกินพายดีปเปอร์แอนด์เอเวอร์ง่วนอยู่รู้สึกว่าผืนดินตรงที่นั่งอยู่สั่นสะเทือน

โฟร์โมลรีบแนบจมูกลงตรงหล่มโคลนทันที

“เออร์ น้ำมาแล้วละผู้เฒ่าดินนี่ ไม่ต้องใช้อุ้งมือสัมผัสดินก็รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นข้างล่างนั่น”
“โฮ เออร์ ข้าเชื่อว่าอีกไม่ช้านางแมวกับสมุนของมันจะได้อาบน้ำกันสนุกละ”
“ฮ่า ไหลเข้าไปในอุโมงค์ของข้า ข้าดีใจที่ไม่ได้อยู่ตรงนั้น!”

มอสฟลาวเวอร์ยังหลับไหลต่อไปอย่างเงียบเชียบตลอดทั้งคืน แต่ก็เป็นเพียงเปลือกนอกเท่านั้น

เวกก์หาวหวอดและรู้สึกหนาวสั่น มันกระชับกระสอบข้าวเก่าๆที่ใช้แทนเสื้อคลุมให้แนบกับเนื้อตัวอันผ่ายผอมมีแต่กระดูก เพื่อปกป้องร่างกายจากอากาศเย็นในตอนใกล้รุ่ง เช้าตรู่วันนี้มีเมฆเต็มท้องฟ้า แสงอาทิตย์จางๆที่ไม่ช่วยให้อุ่นขึ้นส่องลงมาบนหลังคาแบนๆที่มันถูกส่งให้มาเข้าเวรยาม

บร็อคเดินตึงตังเข้ามาพร้อมกับถูมือทั้งสองข้าง ขณะมองลอดใบเสมาบนกำแพงลงไปในบริเวณป่าซึ่งยังเงียบสงบ

“เงียบดีเนอะ จริงไหมเวกก์?”
“ใช่ แต่หนาวนะ แล้วพวกมันก็ยังอยู่ตรงนั้นแหละ” เวกก์รายงาน
“ไอ้กระรอกพวกนั้นยังยิงธนูมาอีกหรือเปล่า?”
“เปล่า มันไม่ยิงหรอกถ้าเราไม่ยิงมันก่อน แต่ข้าสงสัยว่ามีอะไรเกิดขึ้นสักอย่างข้างล่างโน่น”
บร็อคลงนั่งข้างๆเวกก์

“เหรอ พวกมันจะมีปัญญาทำอะไรได้? เจ้าก็ได้ยินที่ราชินีบอกแล้วนี่ว่าเราจะอยู่กันเฉยๆไปอย่างนี้ จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม”

“ฮุฮุ นางพูดอย่างนั้นก็จริง แต่เจ้าสัตว์ในป่าพวกนั้นไม่ได้โง่เหมือนรูปร่างหน้าตาของมันหรอกนะ” เวกก์โต้พร้อมกับยิ้มกว้าง

บร็อคผลักมันอย่างหยอกๆ “ไม่ต้องกังวลไปหรอก ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของราชินีกับข้าเถอะ เจ้ากินอาหารเช้าหรือยังล่ะ?”

“ยังเลย หิวจะแย่อยู่แล้ว ให้ข้าหลบไปหาอะไรกินสักประเดี๋ยวได้ไหมล่ะ เพื่อน?”
“เพื่อน! เจ้าหมายถึงกัปตันใช่ไหม?”
“ตกลง กัปตันก็กัปตัน”
“ไปเลย อ้อ แต่ช่วยส่งใครมาแทนด้วย ข้ามีงานอย่างอื่นจะต้องทำ ไม่ใช่มายืนเฝ้ายามแบบเจ้า”

เวกก์บิดกายเพื่อขจัดความเมื่อยขบแล้วเดินลงบันไดไปที่ห้องแพนทรี่แทนโรงทหาร เพราะรู้ว่ามีโอกาสจะหาอาหารกินได้มากกว่าเพราะอยู่ใกล้กับห้องเสบียง

หมาจิ้งจอกที่กำลังเดินผ่านมาถูอุ้งมือของมันกับก้อนหิน

“ข้างล่างโน่นชื้นแฉะมากเลย มีน้ำซึมเข้ามาตามพื้นหินในห้องแพนทรี่” มันบอกเป็นเชิงเตือน

“น้ำหรือ? ที่ไหนนะ?”

ทั้งสองเงยหน้าขึ้นตามเสียง เห็นนางทซาร์มิน่าซึ่งกำลังลงบันไดมา เจ้าหมาจิ้งจอกบุ้ยใบ้ข้ามไหล่ตัวเองไป

“ข้างล่างโน่นขอรับ คุณหญิง แต่ปกติตามบันไดขั้นล่างๆก็มักจะชื้นแฉะอยู่แล้ว”

เวกก์สั่นหัวอย่างไม่เห็นด้วย “แฉะประจำเฉพาะในคุกและใต้คุกเท่านั้นแหละ ไม่เคยขึ้นมาถึงบนพื้นห้องหรอก แล้วตอนนี้ก็เป็นฤดูร้อนด้วย ไม่เห็นมีฝนตกสักหยดเลยตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิเป็นต้นมา”

ทซาร์มิน่าเดินผละจากสมุนทั้งสองไปอย่างเร่งรีบ “เจ้าทั้งสองตามข้ามา!”

ทั้งหมดเดินลงไปตามทางเดินของห้องแพนทรี่ น้ำเจิ่งขึ้นมาจนเต็มพื้นห้องทำให้พวกมันต้องรีบกระโดดกลับขึ้นไปบนบันไดขั้นแรก

“เมื่อตะกี้มันยังแค่แฉะๆเท่านั้นนี่นา” เจ้าหมาจิ้งจอกร้องอุทานอย่างประหลาดใจ “ดูสิ ตอนนี้น้ำท่วมพื้นห้องหมดเลย!”

เวกก์จุ่มมือข้างหนึ่งลงไปในน้ำ “มันท่วมได้อย่างไรเนี่ย? ข้าหมายความว่าน้ำนี่มาจากไหน?”

ตาของนางแมวป่าจ้องเขม็งไปที่น้ำ “ลุยน้ำไปที่ห้องขังนักโทษ” ทซาร์มิน่าสั่งด้วยเสียงสั่นๆ “บอกทหารยามที่นั่นให้ขึ้นมารายงานข้าเดี๋ยวนี้ พวกมันต้องรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”

เวกก์ทำความเคารพรับคำสั่ง มันค่อยๆย่างเท้าลงไปในน้ำแล้วลุยน้ำไปตามทางเดิน

ทซาร์มิน่าถอยขึ้นบันไดไปหลายขั้น

เวกก์เดินท่องน้ำกลับมาอย่างรวดเร็วภายในหนึ่งนาที ด้วยสีหน้าที่พิศวงงงงวยอย่างเห็นได้ชัด

“คุณหญิงขอรับ น้ำท่วมบันไดที่จะลงไปคุกหมดแล้ว ดูเหมือนบ่อน้ำไม่มีผิด อั๊กก์! มีศพทหารวีเซอร์สองตัวลอยอยู่ในน้ำด้วย”

ทซาร์มิน่าซึ่งมีดวงตาเหลือกลานถูมือทั้งสองข้างราวกับพยายามจะเช็ดให้แห้ง แล้วปุบปับนางก็หันหลังกลับแล้วผลุนผลันวิ่งขึ้นบันได มีเสียงทหารตะโกนดังลั่นทุกหนทุกแห่ง

“ลานฝึกทหารยังกะทะเลสาปแน่ะ!”
“น้ำท่วมโรงทหารชั้นล่างหมดแล้ว!”
“เสบียงอาหารเปียกเสียหายหมดแล้ว!”
“น้ำซัดถึงห้องโถงด้านหน้าแล้ว!”
“ป้อมยามที่คุกจมน้ำหมดแล้ว!”

เสียงกรีดร้องและเสียงตะโกนกึกก้องเข้าไปในหูของทซาร์มิน่า ขณะที่นางวิ่งขึ้นไปบนห้องนอน นางพญาแมวป่าคว้าคันธนูจากผนังห้องได้ก็กราดยิงออกไปยังพวกสัตว์ในป่าที่ไม่ได้อยู่ตรงนั้น

“ออกมาเลย! มาร์ติน ออกมาสู้กับข้า!” นางกรีดร้อง

มาร์ตินยืนอยู่บนยอดต้นป็อบปรา โดยมีเลดี้แอมเบอร์และกระรอกอีกสี่ตัวช่วยพยุงเอาไว้

บาร์คแลดตบไหล่มาร์ตินอย่างยกย่อง “ดูสิ มาร์ติน แผนของท่านได้ผล น้ำกำลังท่วมโกตีร์!”
“ท่วมสูงแค่ไหนแล้วล่ะ เพื่อน?” กอนฟฟ์ร้องถามขึ้นมาจากใต้ต้นไม้
“สูงพอดูเชียวละ กอนฟฟ์”
“แล้วยังสูงขึ้นเรื่อยๆหรือเปล่า?”
“ยังสูงขึ้นเรื่อยๆ”

เลดี้แอมเบอร์ทำสัญญาณให้กระรอกพามาร์ตินกลับลงไปบนพื้น

“จะทำยังไงต่อไปล่ะ มาร์ติน?” ราชินีกระรอกถาม

“ทำตามแผนสำคัญที่กำหนดไว้ ข้ายังไม่ได้เล่าให้ท่านฟังถึงทิมบัลลิสโตเพื่อนเก่าของข้า และเรื่องที่ว่าทำไมเขาถึงได้มีชื่อประหลาดๆแบบนั้น เดี๋ยวคอยดูก็แล้วกันว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไปกับปราสาทโกตีร์ เขาจะช่วยให้มันจมน้ำเร็วขึ้น ตอนนี้ข้าต้องไปเอาดาบกับเสื้อเกราะ ช่วยบอกสภาคอริมให้รวบรวมสัตว์ทุกตัวที่พอจะสู้รบได้ไปรวมตัวกันอยู่ตรงพื้นดินที่สูง อาจจะมีการปะทะกัน”


เจ้าเวกก์ทหารหนูและเจ้าทหารวีเซอร์ที่ชื่อสลิงค์แบ็คโยนเสื้อเกราะ เสื้อเครื่องแบบและโล่ห์ประจำตัว ข้ามยอดใบเสมาบนกำแพงออกไป มีเสียงดังจ๋อมเบาๆเกิดขึ้นเมื่อมันตกกระทบน้ำ

บร็อคหันขวับมาเผชิญหน้าพร้อมกับชูดาบโค้งในมือขึ้นในท่าเตรียมพร้อม

“พวกเจ้าคิดจะทำอะไรน่ะ?” ทำอย่างนั้นไม่ได้นะ”

สลิงค์แบ็คหัวเราะใส่หน้ากัปตันของมัน “ฮ่าฮ่า ฟังนะ บร็อค เจ้าก็ควรจะโยนเกราะของเจ้าทิ้งไปเหมือนกัน หรือเจ้าอยากจะให้เสื้อเกราะถ่วงเจ้าให้จมน้ำตาย?”

บร็อคก้มลงมองเสื้อเครื่องแบบที่มีตราดวงตาพันดวงและเสื้อคลุมกำมะหยี่สีแดงที่สวมอยู่ “แล้วคุณหญิงจะว่าอย่างไรล่ะ?”

ทหารตัววีเซอร์ที่ชื่อฟูลวิสเกอร์เห็นเพื่อนทำเช่นนั้นก็ทำบ้าง มันโยนโล่ห์กลมของมันข้ามใบเสมาไป

“พวกเราอย่าไปฟังบร็อค เราฟังเรื่องโกหกมามากพอแล้ว นางแมวนั่นจะทำให้พวกเราถูกฆ่าตายหมดเพียงเพื่อจะรักษาซากปราสาทนี่ไว้” แล้วมันก็หันขวับเมื่อได้ยินเสียงที่ดังมาจากเบื้องหลังแต่ก็ช้าเกินไปแล้ว

ทซาร์มิน่ายืนอยู่ตรงนั้น นางตบมันอย่างแรงแค่ครั้งเดียวเจ้าฟูลวิสเกอร์ก็ตายสนิททั้งๆยังยืนอยู่ นางแมวป่าคว้าร่างมันขึ้นโดยไม่ต้องออกแรงมากแล้วโยนข้ามกำแพงลงไปเบื้องล่าง ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับทหารที่เหลือ

“ใครจะเป็นรายต่อไป?” นางท้าทาย “ใครอยากจะร่วมทางไปกับเจ้าตัววีเซอร์นั่นก็บอกมา ข้าอยากรู้ว่าใครบ้างที่ไม่เชื่อฟังคำสั่งของราชินีแห่งโกตีร์”

พวกทหารถอยหลังกรูดอย่างหวาดหวั่น ถ้าใครกระซิบกระซาบหรือพึมพำอะไรออกมาตอนนี้ก็มีหวังตายลูกเดียว

ทซาร์มิน่าคว้าหอกที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาแล้วแทงเข้าไปในทหารกลุ่มหนึ่งแล้วก็อีกกลุ่มหนึ่ง พวกทหารกลัวจนหัวหด ถอยไปจนติดกำแพง นางราชินีแมวป่าหัวเราะเหมือนคนบ้า ขณะหักหอกหนาหนักในมือออกเป็นสองท่อน

“ดูพวกเจ้าสิ! นักรบงั้นหรือ! ข้าหักคอเจ้าได้ง่ายดายพอๆกับที่หักหอกเล่มนั้นแต่ข้าไม่ทำหรอก ข้าจะใช้พวกเจ้าออกไปจัดการกับเจ้าสัตว์ในป่าข้างนอกโน่น ถึงเวลาทำหน้าที่ให้สมกับเป็นทหารแล้ว ถ้าไม่สู้ก็ตาย ถ้าไม่ชนะก็จงตายเสีย ข้าจะทำให้เจ้าดูว่าวิธีทำสง----“

โครม!
หลังคาสั่นกราว
ทหารทั้งหมดล้มตัวลงนอนราบกับพื้นทันทีด้วยความหวาดกลัวสุดชีวิต

ทซาร์มิน่าวิ่งปราดไปริมกำแพงพอดีกับที่หินใหญ่ก้อนที่สองปลิวมาในอากาศราวกับนกยักษ์ที่ไม่มีรูปทรงชัดเจน

ตูมมมมมมมม!

มันตกลงมาโดนกำแพงพอดี ทำให้ปูนแตกกระจายตกลงไปในน้ำ หินใหญ่อีกก้อนหนึ่งลอยมาตกกระแทกใส่หลังคา ทำให้ทซาร์มิน่ากระโดดเข้ายึดใบเสมาบนกำแพงไว้แน่น พลางจ้องมองอย่างตัวสั่นงันงกข้ามกำแพงลงไปยังบริเวณข้างล่างที่มีน้ำท่วมสูง



สกิปเปอร์ใช้มือลูบกรอบไม้หยาบหนา “เจ้าเรียกของสิ่งนี้ว่าอะไรนะ?”

ทิมบัลลิสโตกำลังช่วยพวกกระรอกและนากบรรจุหินก้อนต่อไปลงในกรอบไม้

“เครื่องยิงกระสุน ข้าประดิษฐ์มันขึ้นมาใช้ตอนทำสงครามทางเหนือสมัยยังหนุ่มๆ เจ๋งดีไหมล่ะ?”

สกิปเปอร์โคลงหัวอย่างชมเชยเมื่อตัวหมุนทำงานทำให้เครื่องชักรอกและถ่วงน้ำหนักส่งเสียงเอี๊ยด เครื่องยิงซึ่งเป็นไม้ยาวสามท่อนเกลามาจากไม้บีชสีเงินเขม็งตัวจนโค้งตึงต้านคันโยก

“เจ้านี่ช่างหลักแหลมสมเป็นทหารเก่าจริงๆนะ ทิมบัลลิสโต ฮ่า ลูกเม่นตัวเล็กๆยังใช้เครื่องยิงมหึมานี่ได้เลย”

ดินนี่กระโดดขึ้นๆลงๆพร้อมกับตบมือ “ขอข้าลองยิงหน่อยสิ ขอให้ตุ่นน้อยๆอย่างข้าทดลองหน่อย”

ทิมบัลลิสโตหรี่ตาลงข้างหนึ่งเล็งไปยังจุดที่ต้องการให้ก้อนหินไปตกลง

“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ? เชิญเลยดิน”

เจ้าตุ่นหนุ่มแทบจะปล่อยคันโยกไม่ไหว เขาปล่อยตัวเองให้หน้าคว่ำลงไปในหญ้าเมื่อคันโยกดีดกลับ ทำให้ไม้บีชสีเงินท่อนยาวกระดกไปข้างหน้าปล่อยก้อนหินกระเด็นขึ้นไปเหนือหัว

“โอย ดีจัง มีความสุขจัง! มันบินไปที่ไหนน่ะ? ข้าทำอะไรไปน่ะ?”

พวกที่เฝ้าดูอยู่บนชายฝั่งเห็นหอคอยสั่นไหวและมีรูปรากฏขึ้น เมื่อหินก้อนนั้นปะทะโกตีร์ด้วยพลังมหาศาล เศษปูนเศษอิฐหล่นลงไปในน้ำ

พวกสัตว์ในป่าโห่ร้องกันกึกก้อง












Create Date : 15 มีนาคม 2557
Last Update : 15 มีนาคม 2557 10:49:02 น.
Counter : 1182 Pageviews.

31 comments
  
เจิม เจิม เจิม
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ
โหวตให้คุณตุ้ยคนแรกค่ะ


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog


โดย: หอมกร วันที่: 15 มีนาคม 2557 เวลา:10:24:25 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนกำลังใจนะขอรับ และก็วันนี้งบเขียนหมดเอาไว้พรุ่งนี้จะมาใหม่ขอรับ
โดย: ขุนเพชรขุนราม วันที่: 15 มีนาคม 2557 เวลา:11:36:36 น.
  
ส่งกำลังใจค่ะคุณตุ้ย


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Close To Heaven Food Blog ดู Blog
คนบ้า(น)ป่า Home & Garden Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 15 มีนาคม 2557 เวลา:19:22:25 น.
  

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

มาส่งกำลังใจตอนดึกค่ะคุณตุ้ย
ฝันดีนะคะ
โดย: AppleWi วันที่: 15 มีนาคม 2557 เวลา:22:36:09 น.
  
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
มาส่งกำลังใจขอรับ
โดย: ขุนเพชรขุนราม วันที่: 16 มีนาคม 2557 เวลา:0:38:38 น.
  
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
แวะมาส่งกำลังใจค่ะ
โดย: คนนี้ชอบเปลียนชื่อบ่อยหุหุ (Opey ) วันที่: 16 มีนาคม 2557 เวลา:11:57:28 น.
  
ลูกสาวสูงกว่าแม่ ลูกชายเกือบเท่าแม่ค่ะ พี่ตุุ้ย ตอนนี้แม่ขยายข้างอย่างเดียวค่ะ



บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
mambymam Music Blog ดู Blog
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 16 มีนาคม 2557 เวลา:15:37:10 น.
  
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
@@@@@@@@@@@@@@@@@
ร้อนนนนนนนนมากมายทำไงดี แวะมาสวัสดียามร้อนรุ่มแต่ยังไงต้องใจเย็นๆนะคะ อิอิอิ สบายดีนะคะคุณตุ้ย
โดย: เกศสุริยง วันที่: 16 มีนาคม 2557 เวลา:16:50:13 น.
  
แวะมาทักทายค่ะคุณตุ้ย เราสองคนนี่เวลาไม่เคยตรงกันเลยนะคะ..งั้นฝากความคิดถึงไว้ตรงนี้ค่ะ..."คิดถึงๆๆ"...

โดย: deeplove วันที่: 16 มีนาคม 2557 เวลา:16:51:10 น.
  
สวัสดีค่ะพี่ตุ้ย ^^ตามอ่านเรื่องราวน่ารักๆค่ะอ่านแค่โปรยเรื่องย่อหน้าแรก
ก็ยิ้มแร่ะนางพญาแมวป่าผู้มีเล็บอันคมกริบ อ่านแล้วคิดถึงตอนเด็กๆ
เลยนะค่ะเนี่ย โหวตส่งพลังให้เจ้าแห่งป่าแง่มทั้งตัวเล็กและตัวใหญ่เลยอิๆ ^^
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
ปล.เพลงบล็อกแพมส่วนใหญ่เป็นเพลงญี่ปุ่นแต่อันนั้นเพลงจีนค่ะ^^
เคยเขียนนิยายได้เรื่องเรื่องเดียวเองคิๆพี่ตุ้ยเก่งนะฮับแปลยาวมว๊ากก
เรื่องนี้มีหลายรสชาติเลยสนุกมากด้วย อ่านแล้วแฮ๊ปปิ้ๆนะค่ะ
โดย: mastana วันที่: 16 มีนาคม 2557 เวลา:18:37:30 น.
  
แวะมาเยี่ยมค่ะ
พี่ตุ้ยสบายดีนะคะ คิดถึงงงงง

ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog


โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 16 มีนาคม 2557 เวลา:21:35:37 น.
  

แวะมาให้กำลังใจค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
moresaw Dharma Blog ดู Blog
Close To Heaven Travel Blog ดู Blog
นธีทอง Business Blog ดู Blog
ชมพร About Weblog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

newyorknurse
โดย: newyorknurse วันที่: 17 มีนาคม 2557 เวลา:4:50:55 น.
  
ตามมาอ่านภาคสามค่ะ ดัวหนังสือตัวโตอ่านสบายมากค่ะ
ใช้เวลานานหน่อยแต่สนุกนะคะ
โดย: HongDaYa วันที่: 17 มีนาคม 2557 เวลา:10:35:32 น.
  
โห แปลพร้อมกันสองเรื่อง คนละแนว มิน่า
เดินเป๋ไปบ้านผม

ที่บ้านผมนะ ยกมาให้อ่าน ช่วยกันทนอายเม้นท์
ข้างล่างเอานิดนึงนะ อิอิ
...
ตกลงคุณเป็นนักเขียนเรื่องโม้ๆ หรือนักแปล
แบบ side translation (เนี่ย ผมว่าคือนักแปลแบบ
ข้างๆคูๆ ฮิฮิ ล้อเล่งนะ

ง่ะ ผมบอร์นฟรีนิ แล้วก็จะเด๊ดฟรีด้วย เค้าว่าจะ
ได้ไปเกิดเป็นเทพบุตร อยากเป็นง่ะก๊าบบบบ
จุ๊บุ๊มาก็จุ๊บุ๊ไปนะ เดี๋ยวขาดทุน อ้อ แล้วผมก็
อาลัยนะ เลยไม่อำลา เดี๋ยวไปยกบังเก้อร์ปาก
ซอยมานอนตรงนี้ กรั่กๆๆ

โดย: nulaw.m (คนบ้า(น)ป่า ) วันที่: 17 มีนาคม 2557 เวลา:22:42:25 น.
  
กลับมาเขียนเม้นท์ล่างจะได้อายตัวเองน้อยหน่อย

พรุ่งนี้มาอ่านและโหวตนะครับ วันนี้เป๋าแห้งแระ
โดย: nulaw.m (คนบ้า(น)ป่า ) วันที่: 17 มีนาคม 2557 เวลา:22:54:25 น.
  
แวะมาส่งกำลังใจให้พี่ตุ้ยค่ะ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต

ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

โดย: pantawan วันที่: 18 มีนาคม 2557 เวลา:0:03:19 น.
  
อรุณสวัสดิ์ค่ะ ขอบคุณค่ะสำหรับคะแแนโหวต
โดย: คนนี้ชอบเปลียนชื่อบ่อยหุหุ (Opey ) วันที่: 18 มีนาคม 2557 เวลา:6:16:28 น.
  


มาส่งกำลังใจและขอบคุณคะแนนโหวตให้บล็อกป้าด้วยค่ะคุณตุ้ย

ติดโหวตไว้ก่อนค่ะ
โดย: พรไม้หอม วันที่: 18 มีนาคม 2557 เวลา:9:58:42 น.
  
สวัสดีครับพี่ตุ้ย

การเมืองเป็นเรื่องที่ชวนปวดหัวมากนะครับ
ผมทำการค้าด้านท่องเที่ยว
ได้รับผลกระทบเต็มๆเลยครับ

ถ้าถามใจพ่อค้า
ไม่มีใครอยกาได้นายกฯคนกลางแน่ๆครับ
เพราะไมไ่ด้เป็นวิถีประชาธิปไตย
เลือกมา ต่างประเทศเค้าก็ไม่ยอมรับครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 มีนาคม 2557 เวลา:14:52:32 น.
  
สวัสดีค่ะคุณตุ้ย
(ขออนุญาตเรียกตามเพื่อนบล๊อกนะคะ)

วันนี้เปลี่ยนเรื่องใหม่แล้ว
เลยคิดวิธีให้อ่านโดยจำเนื้อเรื่องได้
ก้อบแล้วแยกเป็นเรื่องเลยค่ะ
คราวนี้ละไม่สับเรื่องกันละ

แถมได้อ่านติดต่อกันรวดเดียวด้วยค่ะ อิอิ
โดย: HongDaYa วันที่: 18 มีนาคม 2557 เวลา:18:33:51 น.
  
สวัสดีค่ะพี่ตุ้ย มากดไล้ค์จองที่ไว้ก่อนนะคะ
ไว้ย่องมาใหม่ค่ะ

ขอบคุณที่แวะไปชิมขนมหม้อแกงนะคะ
ชิ้นเดียวไม่อ้วนหรอกค่ะ งิงิ


โดย: mambymam วันที่: 18 มีนาคม 2557 เวลา:18:40:03 น.
  
หอบผ้าเช็ดตัวมาครึ่งโหล ซับน้ำตาใครไม่รู้มาตลอดทางเลย
โอ๋ๆ ดีกันเนอะ กลัวอดมาอ่านเรื่องแปลสิครับ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Opey Art Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

โดย: nulaw.m (คนบ้า(น)ป่า ) วันที่: 18 มีนาคม 2557 เวลา:19:43:40 น.
  
สวัสดียามดึกค่า
ขอบคุณสำหรับโหวตให้กัลเพลงที่บ้านพริ้วไหวนะค่า
วันนี้ หมวดงานเขียนใช้ไปแล้วล่ะ
เดี๋ยวพรุ่งนี้ พริ้วไหวกลับมาโหวตให้นะค่า

คืนนี้หลับฝันดีค่า
โดย: พริ้วไหวไปตามลม วันที่: 18 มีนาคม 2557 เวลา:21:31:18 น.
  
ขอบคุณสำหรับกลอนนะคะคุณตุ้ย



โดย: หอมกร วันที่: 18 มีนาคม 2557 เวลา:22:20:43 น.
  
แวะมาโหวตครับ พี่ตุ้ย
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 19 มีนาคม 2557 เวลา:0:00:58 น.
  
มาแล้วค่าพี่ตุ้ย


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Sweet_pills Food Blog ดู Blog
AppleWi Beauty Blog ดู Blog
haiku Art Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: mambymam วันที่: 19 มีนาคม 2557 เวลา:0:11:14 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดรสา Blog about TV ดู Blog
อิ่มใจสบายพุง Food Blog ดู Blog
เกศสุริยง Education Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
---------------------------
ตอนใหม่ลงแล้วนะคะคุณตุ้ย
โดย: จารุพิชญ์ วันที่: 19 มีนาคม 2557 เวลา:0:41:16 น.
  
สวัสดียามเช้าค่าคุณดอย
มาแระค่า ตามคำมั่นเนาะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: พริ้วไหวไปตามลม วันที่: 19 มีนาคม 2557 เวลา:6:00:17 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog


มาส่งกำลังใจค่า
โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 19 มีนาคม 2557 เวลา:8:30:46 น.
  
มาส่งกำลังใจให้คุณแม่กับคุณลูกคนสวยค่ะ
โดย : ดอยสะเก็ด

ขอบคุณค่ะ ^^ สวัสดีในวันที่อากาศร้อนนะคะ
โดย: มี๊เก๋&ซีทะเล (kae+aoe ) วันที่: 19 มีนาคม 2557 เวลา:12:44:37 น.
  
อ่านสนุกและน่าติดตามค่ะ
ติดนิยายแปลที่นี่สองเรื่องเลย ^_^

พรุ่งนี้มาใหม่นะคะ
วันนี้หมดงบแล้วค่ะ
โดย: ฝากเธอ วันที่: 19 มีนาคม 2557 เวลา:13:46:11 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ดอยสะเก็ด
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 49 คน [?]



Group Blog
มีนาคม 2557

 
 
 
 
 
 
1
3
5
6
8
9
10
11
12
13
14
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
Friends Blog
[Add ดอยสะเก็ด's blog to your weblog]