M i s t e r B a o w
Group Blog
 
All blogs
 

Netiquette หรือมารยาทบนอินเทอร์เน็ต

ทุกวันนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่า อินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์และทุกคนบนโลกใบนี้สามารถใช้และเข้าถึงได้อย่างเสรีแต่เสรีภาพที่มีมากเกินไปก็อาจทำให้มนุษย์นำอินเทอร์เน็ตไปใช้ในทางที่ผิด

Netiquette หรือมารยาทบนอินเทอร์เน็ตจึงเกิดขึ้นเพื่อเป็นกฎที่ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตได้พึงระลึกอยู่เสอมในขณะที่ใช้ ซึ่ง Netiquette ดังกล่าวนั้นได้วางกฎไว้ 10 ข้อ อันได้แก่

1.พึงระลึกอยู่เสมอว่าอีกฝ่ายที่เราสื่อสารด้วย คือ "มนุษย์"

2.ยึดหลักปฏิบัติบนอินเทอร์เน็ตเฉกเช่นหลักที่คุณปฏิบัติในชีวิตจริง (ในชีวิตจรองคุณปฏิบัติตนอย่างไร บนโลกออนไลน์ก็เป็นเช่นนั้น)

3.รู้ว่าคุณอยู่ในส่วนไหนบนโลกไซเบอร์ (ทำนอง เข้า"เว็บ"ตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม)

4.เคารพสิทธิในเรื่องเวลาของบุคคลอื่น (ก่อนโพสต์ หรือส่งสารอะไร ให้คิดเสมอว่าบุคคลที่จะได้รับสารนั้นจะได้ประโยชน์หรือต้องเสียเวลาที่จะรับสารนั้น)

5.ทำตัวเองให้ดูดี (สารที่โพสต์ หรือส่งไปนั้นจะต้องเกิดจากการกลั่นกรองทางความคิดที่ดี แป็นภาษาที่สวยงามแล้ว ไม่ใช่ทำด้วยความคึกคะนองหรือ "ความเกรียน" เพราะสารนั้นจะสื่อถึงตัวตนที่เราเป็น)

6.แลกเปลี่ยนความรู้กันบ้าง

7.ช่วยเหลือไม่ให้เกิดสงครามออนไลน์

8.เคารพในความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น

9.อย่าใช้อำนาจ(บนโลกไซเบอร์) ในทางที่ผิด (เช่น ผู้ที่เป็นเว็บมาสเตอร์ทั้งหลาย)

10.ให้อภัยในความผิดพลาดของผู้อื่น โดยเฉพาะเด็กใหม่

ที่มา : ทีปกร วุฒิพิทยามงคล.ลี้ดราม่าที่หน้าจอ.abc:ตำรา 102.กรุงเทพฯ:อะบุ๊ก,2553




 

Create Date : 07 ตุลาคม 2553    
Last Update : 7 ตุลาคม 2553 17:44:52 น.
Counter : 187 Pageviews.  

รวมบทความเกี่ยวกับสุขภาพ

เภสัช มช. ช่วยไขข้อข้องใจ 5 ประการ ว่าด้วย “น้ำหมักชีวภาพ” ....

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=08-02-2010&group=7&gblog=50


ยัง ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยัน.. การใช้ Growth Factor .. มารักษารอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าได้จริง ...

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=28-01-2010&group=7&gblog=47


ยา กับ อาหารเสริม (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร) ต่างกันอย่างไร ???

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=10-08-2008&group=7&gblog=5


สุด ยอดการหลอกลวงด้านสุขภาพ ... จาก อเมริกา ดูแล้วก็ไม่ต่างอะไร กับเมืองไทย ...

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-12-2009&group=7&gblog=40


อย.ย้ำ ผู้บริโภค อย่าหลงเชื่อ เครื่องบำบัดด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตย์ อวดอ้างสรรพคุณรักษาโรค

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=23-09-2008&group=7&gblog=7


อาหาร เสริม เลือดจระเข้ ดีจริงหรือ ???

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-12-2009&group=7&gblog=41


...สาว ฮ่องกง.... จำนวนมาก ถูกบริษัทลดน้ำหนัก หลอกโกงเงิน .... แล้วเมืองไทยละ ???

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=07-12-2009&group=7&gblog=42


ต่อ ไปนี้คือสิ่งที่คุณพึงระลึกอยู่เสมอเกี่ยวกับ การลดน้ำหนัก

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=26-04-2008&group=4&gblog=33


อย. ยัน...ไม่เคยรับรอง .... ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร .... ลดอ้วนได้จริง

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=24-11-2008&group=7&gblog=8


กลู ต้าไทโอน ทำให้ผิวขาวจริงหรือไม่.. โดย...สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=17-02-2009&group=7&gblog=16


ทำไม ต้อง " ขาว " .. ทำไม ต้อง " เอาชีวิต สุขภาพ ของเรา " เพื่อให้คนอื่นเขาดู ???

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=05-02-2010&group=7&gblog=49


บท ความเรื่อง : สาร Glutathione สำหรับทำให้ผิวขาวที่กำลังเป็นที่นิยม

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=05-01-2009&group=7&gblog=9


อาหาร เสริม ดีจริงหรือ ??? กินกูลต้าไธโอน ขาวจริงป่ะ ???

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=10-08-2008&group=7&gblog=4


FW mail ... รวมสินค้า (แหกตา) โดนแล้วจะตาแหก...

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=11-01-2010&group=7&gblog=46


FW Mail : รายชื่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ดีที่สุดในเมืองไทย ... ... จริงหรือ ???

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=29-08-2009&group=7&gblog=30


FW Mail สุขภาพที่หลายคนเข้าใจผิด (หมอแมว) แถมเรื่อง การช่วยชีวิตเบื้องต้น

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=13-10-2009&group=7&gblog=36


Fwd : FW : FW : ภัยจากนามบัตร ( ส่งต่อกันมาเพียบ รายชื่อยาวเหยียด )

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=02-02-2009&group=7&gblog=13


การ รักษาด้วย คีเลชั่น....ดีจริงหรือมั่วนิ่ม ???

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=17-02-2009&group=7&gblog=17


ขาย ตรงของจริง ( MLM ) กับ ขายตรงของปลอม (ระบบแชร์ลูกโซ่) ต่างกันอย่างไร? ... รู้ไว้จะได้ไม่เสียรู้

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=03-09-2009&group=7&gblog=32


ใคร ว่า องค์การอาหารและยา ( อย. ) ไม่มีผลงาน ... ผมค้านเต็มที่ ... มีผลงานของ อย.มาแสดงด้วย .

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=09-03-2010&group=7&gblog=53


จริง-เท็จ แผนเด็ดโฆษณา ฟิลเตอร์เทพ-แอร์ ฆ่าหวัด09 ..... นักวิชาการชี้ เป็นไป ไม่ได้

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=25-02-2010&group=7&gblog=51


รวบ รวมกระทู้เกี่ยวกับน้ำ MRET ... ใครเชื่อ ผมไม่เชื่อ ????

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=25-04-2009&group=7&gblog=25




 

Create Date : 02 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 2 กรกฎาคม 2553 15:18:09 น.
Counter : 359 Pageviews.  

วิตามิน อาหารเสริม ... โทษมากกว่าคุณ ??? .... จาก นสพ.ไทยรัฐ

วิตามิน อาหารเสริม ... โทษมากกว่าคุณ ??? .... จาก นสพ.ไทยรัฐ




นสพ.ไทยรัฐ

วันจันทร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ.2553

http://www.thairath.co.th/today/view/77445



โรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคหลอดเลือดสมอง

นายแพทย์สงวนศักดิ์ ฤกษ์ศุภผล คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ บอกว่า สาเหตุหลักส่วนใหญ่ของโรคเรื้อรังเหล่านี้ มาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ความเครียด การขาดการออกกำลังกาย และ...ปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระใน ร่างกายต่ำ

"ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่รู้ตนเองล่วงหน้าว่าป่วยเป็นโรค ร้ายต่างๆ เนื่องจากขาดอาการบ่งชี้ของโรค ขาดการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เราจึงมักพบผู้ป่วยจำนวนมาก ที่ตรวจพบเจอโรคร้ายในระยะสุดท้าย หรือเสียชีวิตก่อนทำการรักษาไปอย่างน่าเสียดาย..."


คุณหมอสงวนศักดิ์ บอกว่า ปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกายสามารถบ่งชี้สุขภาพของบุคคลได้ เพราะสารต้านอนุมูลอิสระเป็นด่านแรกในการปกป้องเซลล์จากการจู่โจมของอนุมูล อิสระที่เป็นตัวการทำร้ายร่างกายอันเกิดจากมลภาวะ ควันบุหรี่ แสงแดด การดำรงชีวิตประจำวันของคนไทยปัจจุบัน

ปกติแล้วในร่างกายของเราจะมี ระบบต่อต้านอนุมูลอิสระด้วยเอนไซม์ที่ร่างกายสร้างขึ้น ซึ่งร่างกายจะต้องได้รับสารอาหารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่หลากหลายอย่างเพียงพอ

เพื่อให้ระบบต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกายสามารถทำงานได้ เต็มประสิทธิภาพ และกำจัดเอาของเสียเหล่านี้ออกไปจากร่างกาย

คุณหมอ สงวนศักดิ์ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยและอุปกรณ์ เครื่องไบโอโฟโตนิค สแกนเนอร์ ที่เป็นลิขสิทธิ์ของ บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ตรวจวัดค่าเฉลี่ยสารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อหาความสัมพันธ์ที่มีผลต่อสุขภาพ

ผลการเก็บข้อมูลจากอาสาสมัคร คนไทย 80 คน แบ่งเป็นผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ 40 คน และคนสุขภาพแข็งแรงจำนวน 40 คน พบว่า...

ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจมี ระดับสารต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็นต่อร่างกายต่ำกว่าคนสุขภาพแข็งแรงเกือบ 2 เท่า

อีกทั้ง คนไทยทั่วไปยังมีค่าเฉลี่ยสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ในระดับต่ำ ประมาณ 10,000-30,000 ซึ่งเป็นระดับที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและก่อให้เกิดโรคร้ายต่างๆได้


คนไทยควรจะมีค่าสารต้านอนุมูลอิสระในระดับ 50,000 ขึ้นไป ซึ่งเป็นค่าที่มีความสอดคล้องกับระดับแคโรทีนอยด์ในเลือด และเป็นระดับที่บ่งชี้ว่าบุคคลนั้นมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังเหล่า นี้ น้อยกว่าคนที่มีค่าสารต้านอนุมูลอิสระต่ำ

คุณหมอสงวนศักดิ์ บอกว่า สำหรับเครื่องไบโอโฟโตนิค สแกนเนอร์ (Biophotonic Scanner) เป็นนวัตกรรมใหม่ ค้นคว้าวิจัยโดย ดร.เวอร์เนอร์ เกลเลอร์แมน สถาบันเลเซอร์ แผนกฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยยูทาห์ สหรัฐอเมริกา ใช้พื้นฐานเทคโนโลยีรามาน สเปคโตรสโคปี โดยเซอร์ซีวี รามาน เจ้าของรางวัลโนเบล

วัดระดับแคโรทีนอยด์ที่ผิวหนังมนุษย์ด้วยแสงเลเซอร์พลังงานต่ำ โดยไม่ต้องเจาะเลือด แต่ได้ค่าที่แม่นยำเทียบเท่ากับการเจาะเลือด ทำให้ทราบถึงระดับสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกายได้อย่างง่ายดาย และปลอดภัย ภายในเวลา 3 นาที

เหล่านี้คือความสำคัญของอนุมูลอิสระ คุณหมอสงวนศักดิ์แนะอีกว่า วิธีดูแลสุขภาพให้ห่างไกลโรคร้าย สิ่งสำคัญคือการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทั้ง 5 หมู่

"เน้น การรับประทานผักสด ผลไม้หลากสี...เพื่อเสริมสร้างปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกายให้เพียงพอ"

ผัก ผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระปริมาณมาก ได้แก่ คะน้า มะเขือเทศ แครอท ฟักทอง และมะเขือม่วง อีกทั้งยังต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หมั่นออกกำลังกายให้เสียเหงื่ออย่างสม่ำเสมอ

หมั่นตรวจสุขภาพเป็น ประจำอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อรู้เท่าทัน เตรียมพร้อมรับมือโรคร้ายได้อย่างทันท่วงที

สุดท้ายอย่าลืมข้อ เลี่ยงสำคัญคือ มลภาวะและความเครียด




ขอแทรกความเห็น ไว้ก่อนว่า ผมไม่เชื่อเครื่องแบบนี้ นะครับ ...





สำหรับ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่โฆษณาสรรพคุณว่า สามารถช่วยเพิ่มปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย เสริมภูมิต้านทานโรคร้ายได้นั้น พญ.อภิญญ์เพ็ญ สาระยา ให้ทรรศนะร่วมกับ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศูนย์ปฏิบัติการโรคทางสมอง คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เอาไว้ว่า


อาหาร เสริม...วิตามิน...สมุนไพรบางประเภทถึงจะไม่ผ่านการรับรอง แต่ก็เป็นที่ยอมรับของประชาชน ด้วยความเชื่อที่ว่า...อะไรที่เป็นธรรมชาติ ไม่มีพิษมีภัย

และอะไรที่ขายในต่างประเทศ เช่น อเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย ย่อมจะเป็นของดี



ในความเป็นจริงการขายอาหารเสริม อย่างเสรีในอเมริกาเกิดจากการล็อบบี้ต่อสภาคองเกรสของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีทุนหลายพันล้านดอลลาร์

โดยบริษัทอ้างว่าเป็นเสรีภาพของประชาชนที่จะตัดสินใจเลือกบริโภคด้วยตัวเอง

อาหาร เสริมสมุนไพรเหล่านี้ แม้ว่าจะผ่านตรา อย. ก็ไม่ได้หมายความว่า มีข้อพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพจริง

"อย.จะเข้าตรวจสอบก็ต่อเมื่อ เกิดผลอันตรายขึ้นมาแล้ว"


ประเทศไทยมีการโฆษณาอาหารเสริมอย่าง ถี่ยิบ ด้วยรูปแบบการตลาดขายตรง ทั้งยังโอ้อวดสรรพคุณเกินจริงผ่านผู้แทนการขาย

อีกทั้งยังแฝงด้วย การใช้ผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นนักวิชาการ แพทย์ เภสัชกร อธิบายสรรพคุณผ่านสื่อ โทรทัศน์ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ อินเตอร์เน็ต


สรรพคุณมุมมอง ดีๆผ่านสื่อเหล่านี้ นอกจากจะทำให้ประชาชนทั่วไปอยากสุขภาพดี ยังมีคนไข้เจ็บป่วยจริงๆเจียดเงินมาซื้อผลิตภัณฑ์ เหล่านี้ จนละเลยการรักษาที่ถูกต้อง

ในท้ายที่สุด ผู้ป่วยก็ประสบเคราะห์กรรม หรือไม่ ผลิตภัณฑ์ก็มีปฏิกิริยาต่อยาปัจจุบัน...เกิดผลร้ายแรงกับคนไข้



คุณ หมอธีระวัฒน์ ยกตัวอย่าง กรณีค่อนข้างใกล้ตัว...วิตามินอี

"วารสาร นิวอิงแลนด์และแลนเซ็ท ฉบับมกราคม 2543 และ 2544 จนถึงปัจจุบันยืนยันว่า...วิตามิน E ไม่ช่วยป้องกันเส้นเลือดตีบ"

แม้ ว่า วิตามินอี อาจจะชะลอโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ได้เล็กน้อย แต่ผลข้างเคียงรุนแรงกว่า หากใช้ในขนาดตั้งแต่ 400 หน่วยต่อวัน กลับทำให้ เสียชีวิตเพิ่มขึ้น



วิตามิน B6, B12 และ folic acid เดิมเชื่อกันว่า...ลดสาร homocysteine ซึ่งก่อให้เกิดเส้นเลือดตีบในหัวใจ สมอง และขา กลับพบว่าทำให้เป็นโรคเส้นเลือดตีบมากขึ้น และก่อให้เกิดอันตรายเพิ่มขึ้น

ไม่เว้นแต่...วิตามินเบตาแคโรทีน (Beta carotene) ที่เชื่อว่า... กันมะเร็ง เมื่อนำไปศึกษากลับพบว่าก่อมะเร็งในปอดมากขึ้น

ข้อมูลเหล่านี้ แม้ว่าจะเป็นข้อมูลทางวิชาการอ่านแล้วน่าเบื่อ... แต่ขอให้รู้เอาไว้ว่า อาหารเสริมใช่จะมีสรรพคุณเลิศเลอ แต่ยังแฝงไปด้วยโทษถึงชีวิต



วารสาร แลนเซ็ท มกราคม 2549 การศึกษาในประชากรมากกว่า 250,000 ราย พบว่า การทานผัก ผลไม้ช่วยลดการเกิดอัมพาต อัมพฤกษ์ ได้ถึง 30%...ทำให้อัตราการเกิดมะเร็งลดลง ซึ่งไม่มียาตัวใด มีสรรพคุณยอดเยี่ยมเช่นนี้

"ทานผัก ผลไม้ หลากหลายชนิด อย่างน้อยวันละ 3-5 ครั้ง เป็นวิธีธรรมชาติที่ดีที่สุด แถมไม่เสียสตางค์เพิ่มจากค่าอาหารที่ต้องใช้ทุกวัน"

คุณหมอธีระวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย.





 

Create Date : 02 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 2 กรกฎาคม 2553 15:16:05 น.
Counter : 194 Pageviews.  

ออกกำลังกายกับร่ำรวยตลอดชีวิต


ฟังวิทยุออนไลน์ ที่ izeemusic



เรื่องที่แสนจะธรรมดาแต่ทำยากเช่นออกกำลังกายไม่น่าจะเกี่ยวกับเรื่องร่ำรวยตลอดชีวิต แต่แท้จริงแล้วเกี่ยวพันเป็นอย่างมาก
เป็นที่ยอมรับกันในวงการแพทย์ปัจจุบันว่า การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอมีผลอย่างสำคัญต่อการมีสุขภาพแข็งแรง การออกกำลังกายที่ว่านี้ไม่ใช่เต้นแอโรบิก 5-10 นาทีต่อวัน อาทิตย์ละ 2 วัน หรือการเดินรอบบ้านสองสามรอบประมาณ 10 นาที แล้วก็สบายใจว่าจะมีสุขภาพแข็งแรง

หากเป็นการออกกำลังกายชนิดที่ก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า ”exercise effect”นั่นคือการออกกำลังกายชนิดที่ทำให้หัวใจเต้นแรงและเร็วขึ้น ปอดทำงานฟอกอากาศหนักขึ้นเป็นเวลาต่อเนื่องอย่างน้อย 20 นาทีต่อการออกกำลังกายหนึ่งครั้ง
การออกกำลังกายเช่นนี้อย่างน้อยสามครั้งต่ออาทิตย์จะมีผลดีต่อสุขภาพ เพราะเลือดที่ขนออกซิเจนจะถูกสูบฉีดไปยังเซลล์ต่างๆของร่างกาย ในขณะเดียวกันปอดก็ทำหน้าที่สูดอากาศอันประกอบด้วยออกซิเจนเป็นส่วนใหญ่เข้ามาให้เลือดมากเป็นพิเศษ ภายหลังการออกกำลังกาย ร่างกายจะหลั่งสารเอนดอร์ฟินที่ทำให้จิตใจร่าเริง สดชื่น มีหลักฐานสนับสนุนว่าเอนดอร์ฟินเป็นสารที่ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง

ถ้าถามว่าแล้วการออกกำลังกายเกี่ยวกับเรื่องเงินทองตรงไหน ผมขอยกตัวอย่างคนที่เจ็บกระเสาะกระแสะ ไม่เคยออกกำลังกาย ไม่ดูแลรักษาสุขภาพของตัวเองให้ดี ก็ย่อมไม่สามารถทำงานหาเงินได้อย่างสม่ำเสมอ สามวันดีสี่วันไข้ แถมค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลก็บานตะไท จิตใจกังวลแต่เรื่องเงินทองที่เอาแต่ไหลออก อย่าว่าแต่จะมีสมองคิดวางแผนใช้เงินเลย แค่อยู่ไปวันๆก็ไม่มีความสุขแล้ว

การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีเป็นการป้องกันการเจ็บไข้ ซึ่งเท่ากับเป็นการป้องกันความผันผวนของรายได้-รายจ่าย และเป็นการสร้างความมั่งคั่งให้แก่ตนเองและครอบครัวในระยะยาวอีกด้วย หรือพูดอีกนัยหนึ่งว่า เท่ากับเป็นการลดความเสี่ยงในชีวิต

โดยแท้จริงแล้ว ทุกชั่วโมงของการออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพ ย่อมเป็นเหมือนการสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจให้แก่ตนเองและครอบครัว คนที่ขี้เกียจออกกำลังกายคือคนที่สร้างความเสี่ยงให้แก่ตนเองอย่างไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่าวันใดตนเองจะอยู่ในสภาพที่ไม่อาจหารายได้ไว้รองรับสำหรับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลก้อนใหญ่

ถ้าคนขี้เกียจออกกำลังกายเป็นกำลังสำคัญของการผ่อนบ้านระยะยาวก็มีความเป็นไปได้สูงพอควรที่อาจจะไม่มีวันได้เป็นเจ้าของบ้านหลังนั้นเพราะในช่วงเวลาที่ผ่อนบ้านนั้น ในทางกฎหมาย สถาบันการเงินเป็นเจ้าของบ้าน ต่อเมื่อผ่อนส่งครบถ้วนแล้วเท่านั้น บ้านจึงจะกลายมาเป็นสมบัติของผู้ผ่อนอย่างแท้จริง

การตำหนิคนขี้เกียจออกกำลังกายนั้นทำได้ง่ายแต่การเปลี่ยนจากการเป็นคนถูกตำหนิที่นั่งพุงอืดมาเป็นผู้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจนร่างกายแข็งแรงนั้นทำได้ยากยิ่ง เพราะต้องใช้ความอดกลั้น หยาดเหงื่อ เวลา และน้ำตามากมาย มีคนจำนวนมากที่ซื้อเครื่องเดินวิ่งมาใช้แทนราวตากผ้า เพราะคิดว่าจะออกกำลังกายในวันพรุ่งนี้ และผัดไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงวันก่อนเข้าโรงพยาบาลและต้องเสียทรัพย์สินเงินทองไปอีกไม่น้อย

จากแง่มุมนี้จึงเห็นได้ว่า ความสุขอันเนื่องมาแต่การอยู่บนโลกนี้อย่างมีสุขภาพดี มีความสุข มีความร่ำรวยตลอดชีวิต มีความเสี่ยงในชีวิตต่ำ มิได้มาจากการจัดการเรื่องการเงินดีเพียงอย่างเดียว หากมาจากการต้องยอมเสียสละหลายสิ่งหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความปวดเมื่อย เงินทอง เวลา หรือหยาดเหงื่อในขณะที่ออกกำลังกายด้วย

credit:เงินทองของ(ไม่)หมู

ผมเสียเงินออกกำลังกายไปกับทรูฟิตเนส สาขาเซ็นทรัลเวิลด์(ซึ่งตอนนี้ถูกเสื้อแดงปิดอยู่ จึงต้องไปเล่นสาขาอโศกแทน)ทั้งๆที่ก็ยังไม่ได้ทำงาน มีรายได้อะไรมากมาย เพราะยังเรียนไม่จบ ทำให้ค่าใช้จ่ายมีมากกว่ารายรับที่ผมได้มา

ผมจึงมีความคิดว่าจะเลิกออกกำลังกายที่นี่แล้วไปหาที่ออกกำลังกายสาธารณะที่ไม่ต้องเสียตังค์เอา แต่ด้วยความขี้เกียจบวกกับสัญญาที่ยกเลิกไม่ได้ทำให้ผมต้องเล่นที่นั่นต่อไป

ที่ผ่านมาร่ายกายผมก็ไม่ค่อยที่จะแข็งเเรงมากขึ้นเหมือนแต่ก่อน อาจเนื่องจากอายุที่มากขึ้นรวมทั้งความเครียดจากการเรียนหรือการทำงานทำให้ผมป่วยออดๆแอดๆไปหาหมอฉีดยา1เข็มหมดเงินไป2พันกว่าบาทแทบจะเป็นลม ผมจึงตั้งใจกลับไปออกกำลังกายอีกครั้ง ซึ่งก็เห็นผลลัพธ์ที่ดีคืออาการเจ็บป่วยไม่ค่อยมีแล้ว แถมได้เพื่อนเยอะแยะมากมายจากการออกกำลังกายที่เปิดเป็นคอร์ส

ทำให้ผมได้รู้ว่าการเสียเงินแค่เดือนละพันกว่าบาท(ซึ่งที่จริงไปหาที่ออกกกำลังกายที่ฟรีก็ได้นะ แต่ทำไงได้ผมสมัครไปแล้วนี่แถมยกเลิกไม่ได้ด้วย)มันคุ้มกับการที่เราไม่ต้องเสียเงินไปกับการหาหมอหรือซื้อยามากินอย่างมากมาย

ดูได้จากการที่คนที่ทำงานหาเงินจนไม่มีเวลาออกกำลังกายจนต้องมาป่วยแล้วตายไปก็มากมาย เช่น ดีเจเนสที่อายุแค่ 25 ที่ทำงานหนักทั้งๆที่ตัวเองป่วย ไม่มีเวลาพักผ่อน ออกกำลังกายก็ต้องมาจากโลกนี้ไปตอนอายุแค่ 25 ปีเท่านั้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าอายุน้อยๆก็ใช่ว่าจะไม่เสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บได้

ก็อยากเชิญชวนทุกคนหันมาออกกำลังกายให้หัวใจเต้นแรงกันอย่างน้อย20นาทีให้เหงื้ออกด้วยนะครับแล้วคุณจะร่ำรวยด้วยสุขภาพที่ดีไปตลอดชีวิตครับ








นายบาว.






 

Create Date : 13 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 13 พฤษภาคม 2553 12:56:55 น.
Counter : 157 Pageviews.  


MisterBaow
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add MisterBaow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.