กฎหมายและข้อปฏิบัติการบริจาค(ซื้อขาย?)เลือดในจีน


  เมื่อเช้ามีคนตั้งกระทู้เกี่ยวกับการขายเลือดของเด็กจีนในห้องสวนลุม ทำให้เราอยากจะหาข้อมูลในเรื่องการบริจาคเลือดในจีน ซึ่งเป็นเรื่องที่เราไม่เคยคิดจะหาข้อมูลมาก่อน ปกติเราจะค่อนข้างกลัวการแพทย์ในจีน ก็เนื่องจากเราได้ยินมาว่าเลือดที่ใช้ช่วยชีวิตผู้ป่วยในจีนไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่ และสารพัดข่าวลือที่ได้ยินมา ทั้งผ่านเพื่อนที่เรียนที่จีนด้วยกัน ผ่านการแชร์ข่าวจากช่องทางต่างๆ ท่าทีที่ยอมรับกลายๆของนักอ่านข่าววิทยุที่เราฟังประจำเวลามีการพาดพิงถึง มันทำให้เรารู้สึกว่าปัญหานี้ของจีนแย่กว่าไทยและไม่มีท่าทีจะคลี่คลายขึ้นมาได้เลย

พอเมื่อได้มาค้นหาข้อมูลก็ตกใจนิดนึง เพราะนอกจากจีนจะมีบัญญัติกฎหมายและข้อปฏิบัติไว้อย่างชัดเจนแล้ว ข้อปฏิบัติบางข้อยังถือว่าเข้มงวดและระบุรายละเอียดเยอะกว่าไทยอีกด้วย เช่น

ของไทยไม่ห้ามผู้หญิงที่มีรอบเดือนบริจาคเลือด แต่ของจีนมีระบุไว้ชัดว่า หน้า 3 หลัง 3 (ยึดวันที่ประจำเดือนมาวันแรกเป็นหลักนับ) ห้ามบริจาค 
ไทยบริจาคได้ทุก 3 เดือน  จีนบริจาคได้ทุก 6 เดือน
น้ำหนักผู้บริจาคไทยต้องเกิน 45 กก. ทั้ง ชายหญิง แต่จีนมีแยกเพศ ชายต้องเกิน 50 กก. หญิงต้องเกิน 45 กก.
ไทยห้ามกินอาหารที่มีไขมันสูงก่อนบริจาค  จีนห้ามทั้งอาหารไขมันสูงและอาหารที่มีโปรตีนสูง
จีนห้ามคนที่เป็นโรคบางโรคบริจาคอย่างถาวร มีเขียนไว้อย่างละเอียดกว่ายี่สิบข้อ ส่วนไทยไม่ค่อยเจอข้อมูลส่วนนี้ อาศัยสามัญสำนึกและการคัดกรองของเจ้าหน้าที่เสียมากกว่า

แน่นอนว่ามีข้อกฎหมายเกี่ยวกับการบริจาคเลือดที่ระยุไว้ชัดเจนว่า "ห้ามซื้อหรือขายเลือด"

ถ้าเป็นเช่นนั้น ปัญหาการซื้อขายและแพร่เชื้อบางโรคจากเลือดในจีนก็ไม่ได้มาจากตัวบทกฎหมาย แต่มาจากความหละหลวมของการบังคับใช้ เป็นที่รู้กันในวงกว้างว่า นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีการแพร่เชื้อ HIV ในประเทศจีน 

วิธีที่ใช้เลี่ยงกฏหมายในการซื้อขายเลือดก็คือ คนจีนจะจ่ายค่าเลือดในนามของค่าบำรุงร่างกายแทน (营养费) ถ้ามองในแง่ปฏิบัติก็ผิดกฎหมาย แต่ถ้ามองในแง่ของตัวบทกฎหมาย มันก็ไม่เชิงว่าจะผิดไปซะทีเดียว จ่ายเป็นค่าบำรุงร่างกาย ไม่ใช่ค่าเลือด เหอะๆ

น่าแปลกที่จีนสามารถจัดระเบียบบางอย่างได้เป็นอย่างดี เช่น ปัญหาเด็กแว้น การรวมตัวประท้วง สมัยที่จีนห้ามมีลูกเกิน 1 คน ก็เห็นกฎหมายบังคับใช้ได้ดี พอเจอเรื่องบริจาคเลือดหรือบริจาคอวัยวะเข้าไป รัฐบาลจีนกลับทำอะไรไม่ค่อยได้ บางข่าวที่ได้ยินมา เราว่ารัฐบาลจีนแกล้งทำเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ซะด้วยซ้ำ

โดยปกติข่าวหรือข้อมูลปัญหาเหล่านี้มีน้อยไปหน่อย แหล่งข่าวก็มักเป็นสื่อกระแสรองที่ตรวจสอบที่มาไม่ค่อยแน่ชัด แน่นอนว่ามันจะไม่ถูกเสนอในสื่อกระแสหลักของจีน สื่อที่รัฐบาลจีนเป็นผู้ควบคุมโดยตรง เพราะมันคือข้อมูลที่ไม่ค่อยโสภาสักเท่าไหร่ ไม่มีทางที่รัฐบาลจีนจะปล่อยให้มันถูกแฉกันได้บ่อยๆ

นักเรียนไทยในจีนก็จึงรักษาสุขภาพให้ดีๆ อย่าได้เจ็บป่วยในประเทศจีนเชียว นอกจากความเสี่ยงที่สูงกว่า พยาบาลจีนยังดุกว่าพยาบาลไทยด้วยนะเออ 

แหล่งข้อมูล :
ข้อมูลเกี่ยวกับการบริจาคเลือด
http://baike.baidu.com/item/%E6%97%A0%E5%81%BF%E7%8C%AE%E8%A1%80
กฎหมายที่เกี่ยวกับการบริจาคเลือด
http://baike.baidu.com/item/%E4%B8%AD%E5%8D%8E%E4%BA%BA%E6%B0%91%E5%85%B1%E5%92%8C%E5%9B%BD%E7%8C%AE%E8%A1%80%E6%B3%95

ปล. ถ้ามีอะไรจะถามหรือแนะนำเพิ่มเติม รบกวนหลังไมค์นะคะ เราเข้าบล็อคไม่บ่อย



Create Date : 10 มีนาคม 2560
Last Update : 10 มีนาคม 2560 23:59:29 น.
Counter : 123 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

นางสาวคานทอง
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



All Blog