All Blog
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 14 จบบริบูรณ์



ห้าวันต่อมา วันรบกับพชรมาช่วยรชานนท์ขนกระเป๋าเดินทางขึ้นไปไว้ท้ายรถพชร มัทรีโผเข้าไปกอดรชานนท์ด้วยความเศร้า
“พ่อต้องดูแลตัวเองดี ๆนะคะ”
“มัทห่วงป๋ามาก เพราะป๋าอายุเยอะแล้ว” วันรบบอก
รชานนท์ต่อยไหล่วันรบ ปึ้ก!
“แต่หมัดกับไขข้อฉันยังดีนะเว้ย ไอ้รบฉันฝากดูแลมัทกับกระแต คุณแม่ด้วยนะ”
“สุดชีวิตเลยป๋า”
นลินีมองหาติรกา
“แล้วติรกาไม่ไปส่งนนท์เหรอ”
รชานนท์หน้าถอดสี แววตาเศร้า ๆ ทุกคนสบตากันเลิกลั่ก สงสารรชานนท์
“คุณยายโทรมาบอกว่ายังไม่เสร็จธุระค่ะแล้วก็ฝากอวยพรให้พ่อเดินทางปลอดภัย”
“แล้วแม่เขาฝากอะไรถึงพ่อไหม” รชานนท์ถาม
“มัทไม่ได้คุยกับแม่ค่ะ เห็นคุณยายบอกว่าแม่กำลังคุยกับคุณสมภพเรื่องจะไปเจรจากับตัวแทนงานโอท็อปโลกน่ะค่ะ”
“บ้างานพอกันทั้งผัวทั้งเมียเลยนะ” พชรบอก
รชานนท์สีหน้าน้อยใจ นลินีหยิกพชรเข้าให้
“พูดทำไมเนี่ย”
“ก็มันจริงนี่”
“พ่อคะ...มัทเชื่อว่าแม่อยากมาส่งพ่อนะคะ แต่มันจำเป็นจริงๆ”
รชานนท์ยิ้มรับ แต่พูดไม่ออก
“รีบไปกันเถอะไอ้นนท์ กว่าจะอ้อมกรุงไปถึงสนามบิน เดี๋ยวก็ตกเครื่องกันพอดี” พชรบอก
รชานนท์มองมัทรีอย่างเป็นห่วง
“พ่อต้องไปแล้ว....มัท”
“พ่อไม่ต้องห่วงนะคะ มัทจะดูแลแม่กับน้องเหมือนพ่อดูแลเองเลยค่ะ”
รชานนท์กอดมัทรี
“พ่อรักมัทนะลูก”
มัทรีกอดรชานนท์แน่น
“มัทก็รักพ่อค่ะ พ่อของมัท”
รชานนท์ค่อยๆ ผละจากมัทรี ไปขึ้นรถกับพชรและนลินี มัทรีมองรชานนท์น้ำตาคลอ วันรบจึงเข้าไปกอดปลอบมัทรีไว้ มัทรีมองรถพชรแล่นออกไป ด้วยความอาลัย

บนรถของพชร รชานนท์นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง นลินีแอบมองแล้วสะกิดพชร พชรมองทางกระจกหลัง
“ไอ้นนท์ตั๋วกับพาสปอร์ตแกเรียบร้อยแล้วใช่ไหม”
“ครบทุกอย่างแล้วพี่” รชานนท์บอก
“ไม่ได้ลืมอะไรแน่นะ” นลินีถาม
“ของน่ะไม่ลืมหรอก แต่ที่ลืมคงจะลืม..หัวใจ”
รชานนท์ยิ่งสะเทือนใจ รชานนท์พูดเบา ๆกับตัวเอง
“กระแต”

ในเวลาเดียวกัน ในห้องสัมนาของโรงแรมแห่งหนึ่ง สมภพ ธงฉานกำลังคุยกับตัวแทนรัฐ
“คุณสมภพนี่ก็ใกล้จะได้เวลาเปิดการประชุมกับทางตัวแทนต่างประเทศ แล้วตัวแทนของทางคุณมาถึงหรือยัง” ตัวแทนรัฐถามขึ้น
“ กำลังเดินทางมาจะถึงภายในสิบนาทีนี้ครับ” สมภพบอก แล้วหันไปบอกกับธงฉาน
“แกรีบโทรไปตามทางคุณติรกาด่วนเร็วเข้า”
“ครับอา”
พิธีกรขึ้นมาบนเวที
“ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่งานสัมนาระหว่างผู้ประกอบกิจการและตัวแทนของผู้จัดงานWorld OTOP ตัวแทนจากภาคเหนือ ล้านนาเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก คุณวราวุฒิ ผ่องไทย ตัวแทนจากภาคอีสาน...”
ตัวแทนเดินเข้ามาพร้อมกับเสียงปรบมือ
ธงฉานเดินออกจากสมภพตรงไปหาหญิงสาวในชุดไทยสวยงาม
“ทางโอ่งเตือนใจถึงไหนแล้ว”
หญิงสาวหันมา กลายเป็นกระถินที่ยิ้มสวย
“มาถึงแล้วค่ะ กำลังขึ้นมา ใจเย็น ๆ นะคะพี่ธงฉาน”
“จ๊ะ.” กระถินขยิบตาให้กันสุดฤทธิ์

ลานจอดรถของสนามบิน สุวรรณภูมิในเวลาต่อมา รชานนท์ยกกระเป๋าลงจากรถพชร นลินีกับพชรจะเดินตามเข้าไปด้วย
“พี่นี่ พี่ระไม่ต้องเข้าไปหรอกครับ ผมจะเช็กอินแล้วขึ้นเครื่องเลย”
“เดินทางปลอดภัยนะนนท์”
“ดูแลตัวเองนะพี่นี พี่ระห้ามหนีพี่นีเที่ยวนะพี่ ไม่งั้นอดได้หลานผมไม่รู้ด้วย”
พชรส่งซองให้รชานนท์
“พอไปถึงที่เยอรมันแกก็ไปตามที่อยู่ที่ฉันให้ไว้กุญแจอยู่ในซองนี่แล้ว เรื่องกินอยู่ไม่ต้องห่วง เขาจัดแม่บ้านไว้ให้แกแล้ว ฝรั่งสาวๆ แกคงไม่เหงาหรอก”
นลินีหยิกพชรแล้วบอก
“น้องนีไม่ได้หื่นอย่างคุณนะ”
“โธ่คุณ ผมก็ล้อเล่นน่า”
รชานนท์ถอนใจยาว
“ผมไปก่อนนะครับ”
พชรจับไหล่รชานนท์
“การไปคราวนี้จะดีกับอนาคตของแก เชื่อพี่”
รชานนท์พยักหน้ารับอย่างซังกระตายโบกมือแล้วเดินไป พชรกับนลินีสบตากันแล้วยิ้มมองตาม

ภายในโรงแรม ที่ห้องสัมนา พิธีกรพูดต่อ
“ตัวแทนจากภาคกลางคุณวันรบ แคล้วคลาดภัย ...ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงของผลิตภัณท์โอ่งแม่เตือนครับ”
เสียงปรบมือต้อนรับจากผู้เข้าร่วมสัมนาดังขึ้น สมภพ กระถินและธงฉานปรบมือและผิวปากวี้ดวิ้วอย่างชื่นชม
มัทรีตามเข้ามายืนสมทบกับทั้งสาม บอกเสียงหอบ
“เหยียบมิดเลยค่ะ เกือบมาแทบไม่ทันแล้ว”
“รชานนท์รู้เรื่องไหม” สมภพถาม
“น่าจะไม่นะคะ” มัทรีบอก
“ผมว่าพอถึงที่โน่นคงช็อคตาตั้งแน่” ธงฉานว่า
มัทรี กระถิน สมภพ ธงฉานหัวเราะขำที่แผนทุกอย่างสำเร็จ

เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมันนีตอนกลางวันของอีกวันหนึ่ง รชานนท์เดินทางมาถึงที่พัก รชานนท์ลากกระเป๋ามาที่หน้าห้อง พลางหยิบกระดาษที่อยู่ออกมาเปรียบเทียบ รชานนท์เปิดประตูเข้าไปในห้อง ภายในห้องรชานนท์ได้กลิ่นหอม
“กลิ่นเหมือนผัดกระเพรา...” รชานนท์พูดกับตัวเอง
รชานนท์ปิดประตูแล้วลากกระเป๋าเข้ามาวาง รชานนท์เดินไปที่โต๊ะอาหารเห็นข้าวเปล่ากับผัดกระเพรา ไข่ดาว แกงจืดฟักวางอยู่บนโต๊ะ
“นี่แม่บ้านที่นี่เตรียมพร้อมแบบนี้เลยเหรอ อืม...” รชานนท์ว่า
“มาแล้วเหรอคะ”
“ครับ” รชานนท์รับแล้วก็ชะงักที่เสียงคุ้นหู รชานนท์หันมาอย่างรวดเร็ว ติรกาถือน้ำส้มยืนยิ้มให้อย่างน่ารัก
“กระแต”
“ทำไมมาถึงช้าจังคะ กระแตนึกว่าอาหารฝีมือกระแตจะเป็นหมันซะแล้ว มาถึงเหนื่อยๆ ดื่มน้ำส้มก่อนสิคะ รับรองเย็นชื่นใจ”
รชานนท์กอดกระแตด้วยความดีใจ
“กระแต...นี่คุณจริง ๆ ใช่ไหม ผมไม่ได้คิดถึงคุณจนหลอนใช่ไหม”
ติรกาผละออกจากรชานนท์ แล้วใช้สองมือหยิกแก้มรชานนท์อย่างแรง “นี่.....”
“โอ้ยๆๆ”
“เชื่อหรือยังคะว่านี่กระแตของจริง”
“แล้วกระแตมาที่นี่ได้ยังไง รู้ได้ยังไงว่าผมอยู่ที่นี่” รชานนท์ถามแล้วนึกขึ้นได้
“พี่ระ พี่นีใช่ไหม”
“ไม่ใช่แค่คุณระกับคุณนีนะคะ”
รชานนท์ตาโต
“นี่อย่าบอกนะว่าไอ้รบ มัทรี พุทรา”
“ถูกต้องแล้วค่า”
“บินกลับไปเล่นงานให้ครบทุกคนจะดีไหมเนี่ย” รชานนท์ว่า
“จะเล่นงานแม่ด้วยหรือเปล่า” เสียงเตือนใจดังเข้ามา
รชานนท์ยิ่งตกใจหนักที่หันกลับไปเห็นเตือนใจเดินออกมาพร้อมกับจานผลไม้
“คุณแม่! นี่..ผมไม่อยากจะเชื่อเลย”
“แม่แก่แล้วก็อยากมาเปิดหูเปิดตามั่งสิ”
“แล้วโรงงานล่ะกระแต เมื่อวานคุณต้องไปงานสัมนาโอท็อปโลกนี่”
“ก็ยัยติมีลูกเขยแล้วจะทำเองให้เหนื่อยทำไมที่เหนื่อยสร้างกันมาก็ตั้งใจจะยกให้ยัยมัทอยู่แล้วนี่” เตือนใจบอก
รชานนท์เข้าไปไหว้เตือนใจ
“ขอบคุณนะครับคุณแม่ ผมมั่นใจว่าที่กระแตมาอยู่ที่นี่ตอนนี้ เป็นเพราะคุณแม่ช่วยผมขอบคุณครับคุณแม่”
รชานนท์หันไปหาติรกา
“คุณแน่ใจนะว่าไม่เสียดายเรื่องงาน”
“ค่ะ..กระแตอยากทำหน้าที่ภรรยาของคุณ ดูแลคุณ”
รชานนท์กอดติรกา
“ขอบคุณ ที่คุณยอมเสียสละเพื่อผม..ผมจะดูแลคุณกับลูกให้ดีที่สุด”
ติรกากอดรชานนท์พลางสบตากับเตือนใจ เตือนใจยิ้มพลอยมีความสุขไปด้วย

หนึ่งปีผ่านไป ภายในโรงงานโอ่งแม่เตือน คนงานกำลังลงลายโอ่งเป็นสีฟ้าสดใส วันรบยืนคุมการลงลายอย่างใกล้ชิด มัทรีเข้ามาพร้อมไอแพด
“พี่รบคะ ดูน้องมัทสิคะ”
มัทรีเอาไอแพดมาโชว์ หน้าจอเป็นภาพรชานนท์ ติรกา เตือนใจกับเด็กทารกหลายแอ็กชั่น
“น้องชายของมัท หน้าตาน่ารักจัง มัทล่ะอยากจะบินไปเยอรมันเดี๋ยวนี้เลย”
“งั้นอาทิตย์หน้าเราไปกันไหมมีวันหยุดยาวเราก็หยุดไปเที่ยวกัน”
“จริงๆ เหรอคะ”
“จริงสิ จะได้ฮันนีมูนรอบสองด้วย เดี๋ยวผมแก้ลายตรงนี้เสร็จแล้วเราไปทานข้าวกันนะ”
“แก้เยอะเลยเหรอคะ”
“ไม่เยอะหรอกจ๊ะ โชคดีที่รู้ก่อนยังมีเวลาแก้ไขทันก่อนส่งให้ลูกค้า”
มัทรีมองวันรบแล้วยิ้มปลื้ม วันรบพูดกับคนงาน
“โอเค ลงเน้นๆ อีกหน่อยก็เรียบร้อย”
วันรบหันมาเจอมัทรีมองอยู่
“ยิ้มอะไรครับ”
มัทรีจับมือวันรบเดินออกมา
“มัทกำลังคิดว่ามัทกับแม่โชคดีที่ยังมีเวลาแก้ไขข้อผิดพลาดของตัวเอง คุณยายเคยบอกว่าโอกาสมันไม่มีตัวตน แต่มันเป็นช่วงเวลาที่สามารถพลิกชีวิตของเราจากศูนย์ให้เป็นร้อยได้”

ที่เยอรมัน ในช่วงหนึ่งปีที่ป่านมา ติรกาดูแลรชานนท์กับเตือนใจ ช่วงเวลาแห่งความสุข รชานนท์เอาศีรษะแนบกับท้องของติรกาที่ใหญ่มาก เมื่อติรกาคลอดลูก รชานนท์กับติรกาช่วยกันเลี้ยงลูกด้วยกัน รชานนท์ป้อนนมให้ลูก
“มัทดีใจที่แม่เลือกจะคว้าโอกาสนั้นไว้”
มัทรีมองหน้าวันรบด้วยความรัก
“แล้วมัทก็ดีใจพี่รบให้โอกาสมัท ชีวิตคนเรานี่พลาดนิดเดียวก็อาจพังไปทั้งชีวิตเลยนะคะ”
“มันไม่สำคัญที่ผิดตรงไหน หรือผิดมากไหม แต่สำคัญที่เราพร้อมจะลุกขึ้นมาแก้ไขหรือเปล่า” วันรบบอกแล้วชี้ไปที่รูปของติรกากับรชานนท์
“นี่เป็นผลลัพธ์ของคนที่ลุกขึ้นมาแก้ไขแล้วนี่ก็เป็นรางวัล” วันรบหอมแก้มมัทรี
มัทรีกอดวันรบ
“มัทรักพี่รบนะคะ”
วันรบกอดมัทรีแน่นแทนคำตอบ

จบบริบูรณ์










Create Date : 12 เมษายน 2555
Last Update : 12 เมษายน 2555 15:49:47 น.
Counter : 224 Pageviews.

0 comment
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 14 (ต่อ)



มัทรีทำแผลเรียบร้อยแล้วกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงอยู่บนเตียงคนไข้ของโรงพยาบาล วันรบจับมือมัทรีอยู่ข้างเตียงรชานนท์กับติรกายืนอยู่อีกด้านของเตียง วริษรานั่งอยู่ที่โซฟามองวันรบกับมัทรีอย่างรู้สึกผิด
“มัท..เจ็บมากไหม” วันรบถาม
“ลองโดนยิงดูไหมคะจะได้นึกออกว่าเจ็บมากไหม” มัทรีตอบแล้วยิ้มให้วันรบ
“ถ้าย้อนได้ขนาดนี้คงไม่น่าห่วงแล้วล่ะครับ ป๋า คุณแม่”
“ขอบคุณนะคะพี่รบที่ปกป้องมัท”
“ถ้าไม่มีมัทผมก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม”
วริษรามองวันรบกับมัทรีด้วยความสะเทือนใจกับความผิดของตัวเอง มัทรีเห็นวริษานั่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร “ริษ..ปลอดภัยดีใช่ไหม”
“ค่ะ”
“พี่ต้องขอโทษนะที่ทำให้ริษต้องเดือดร้อนเพราะพี่ พี่รบคะพาริษไปหาคุณหมอสิคะให้ตรวจหน่อยว่าหลานของมัทปลอดภัยไหม เจอเรื่องมาตั้งเยอะมัทกลัวหลานจะตกใจ”
วันรบลำบากใจ
“มัท..ผม”
มัทรีปลดมือจากวันรบ
“มัทขอบคุณนะคะที่พี่รบกับริษช่วยมัท มัทไม่เป็นไรแล้ว พี่รบไปดูแลริษกับลูกพี่รบเถอะค่ะ”
วันรบมองรชานนท์กับติรกาอย่างลำบากใจ วริษรามองวันรบกับมัทรีที่ฝืนยิ้ม วริษราคิดจะพูดบางอย่างแต่ประตูห้องถูกเปิดเข้ามาซะก่อน วันทนีย์เข้ามาแล้วพูดขึ้น
“ไอ้หมาไม่ต้องไปดูแลใครทั้งนั้นนอกจากหนูมัท”
มัทรีมองวริษราอย่างเกรงใจ
“คุณแม่... เอ่อ..คุณป้า”
“เรียกแม่น่ะถูกแล้ว เพราะว่าหนูมัทเท่านั้นที่จะเป็นเมียไอ้หมา ส่วนยัยลิ้นจี่ เอ่อ..วริษราน่ะต้องไปอยู่กับสามีตัวจริง”
ทุกคนงงกับคำพูดของวันทนีย์ วันทนีย์ยิ้มแล้วเรียก
“กระถิน อาไท”
กระถินกับอาไทพาตัวต้น สามีตัวจริงของวริษราเข้ามา
“พี่ต้น” วริษราเรียก
“นายต้นคนนี้ คือพ่อของเด็กในท้องของวริษรา” วันทนีย์บอกความจริงกับทุกคน
“ตัวจริงเสียงจริง ไม่ผิดแน่จ๊ะ” กระถินพูดแทรกขึ้น
“นายต้นเป็นเซลล์แมนขายสุขภัณฑ์ เป็นแฟนกับพี่วริษรามาห้าปี อยู่ด้วยกันแบบสามีภรรยา คนที่อพาร์ทเมนท์เก่าเห็นกันทุกคน แล้วนี่ มีภาพถ่ายคู่หวานชื่น และข้อความหวาน ๆ เพียบ” อาไทอธิบายแล้วโชว์มือถือของต้นเป็นหลักฐาน
“ริษกลับมาอยู่กับพี่นะ พี่จะเลี้ยงดูริษกับลูกเองนะ”
วันทนีย์หันมาหาวริษรา
“ว่าไง จะมีอะไรแก้ตัวอีกไหม”
วริษราที่จนมุมด้วยหลักฐาน ทุกคนมองไปที่วริษราว่าจะแก้ตัวกับเรื่องนี้อย่างไร
“ไม่มีค่ะ..พี่ต้นเป็นพ่อของเด็กในท้องของริษจริงๆ” วริษรายอมรับ
ทุกคนไม่อยากเชื่อว่าวริษราจะยอมจำนนกับเรื่องนี้ง่ายๆ มัทรีอึ้งที่ได้รู้ความจริง วริษราเดินเข้าไปหาวันรบกับมัทรี ทุกคนมองลุ้นว่า วริษราจะทำอะไร วริษรายกมือไหว้วันรบกับมัทรี
“ริษขอโทษนะคะ ริษเห็นแก่ตัวอยากได้ผู้ชายดีๆ อย่างพี่รบมาเป็นพ่อของลูกริษ ริษก็เลยคิดจะ...แย่ง..พี่มัทคะ พี่รบไม่เคยนอกใจพี่มัทเลยนะคะ ริษโกหกพี่มัททุกเรื่อง”
มัทรีหันมองวันรบอย่างรู้สึกผิด วันรบยิ้มโล่งอก
“ริษยอมรับผิดแล้ว ยกโทษให้เขาได้ไหมแล้วก็ยกโทษให้ผมด้วย เราดีกันนะมัทนะ”
มัทรีนิ่งไป รชานนท์กับติรกาเดินกลับเข้าที่โรงพยาบาล หลังจากทุกคนกลับไปแล้ว
“คุณวันทนีย์ก็คุมตัววริษรากลับไปแล้วสิ้นเรื่องสักทีนะกระแต ผมอยากเห็นลูกมีความสุข”
ติรกาสีหน้ากังวล
“ยัยมัทเป็นคนคิดมาก กระแตกลัวลูกจะ...”

ภายในห้องคนไข้ วันรบจับมือมัทรี มัทรีมองวันรบอย่างรู้สึกผิดมากๆ
“เราคงไม่เหมาะที่จะแต่งงานกันหรอกคะพี่รบ”
“ทำไมมัทคิดแบบนั้นล่ะ มัทอภัยให้ผมไม่ได้เหรอ”
“มัทต่างหากที่ต้องให้พี่รบอภัย มัทระแวงเชื่อคนอื่นมากกว่าพี่รบทำให้พี่รบต้องเสียใจ พี่รบยังอยากจะแต่งงานกับมัทอีกเหรอคะ”
“มัท”
“มัทรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอที่พี่รบจะรัก”
“ไม่..มัทไม่ได้ผิดคนเดียว ..ผมผิดที่โกหกมัทเพราะคิดว่าถ้ามัทรู้ว่าริษมาชอบผมแล้วมัทจะไม่สบายใจ แต่กลายเป็นว่าทำให้มัทระแวงและเข้าใจผิดๆ เท่ากับว่าครั้งนี้เราผิดทั้งคู่ เจ๊ากันดีไหม” วันรบพูดแล้วยิ้ม
“ถ้าเราแต่งงานกันไป มัทกลัวว่าถ้ามันเป็นแบบนี้อีก มัทเกลียดมากที่รู้ว่าตัวเองคอยหวาดระแวงพี่รบตลอดเวลา เกลียดที่ต้องจับผิดและกลัวจะผิดหวังในตัวพี่รบ”
“ก็อย่าหวังในตัวผมเพราะผมก็ไม่เคยคาดหวังในตัวมัทเหมือนกันเพราะอะไรรู้ไหม”
มัทรีมองอย่างรอคำตอบ
“ผมรู้ว่ามัทรักผมมากจนรักใครอีกไม่ได้แล้ว ถ้ามัทไม่แต่งงานกับผม มัทต้องร้องไห้ขี้มูกโป่งแน่ๆ”
มัทรีหมั่นไส้
“พี่รบต่างหากที่รักมัทมากไม่แต่งกับมัทพี่รบก็ยอมเป็นโสดจนตาย”
“แน่ใจ”
“แน่ใจมาก”
วันรบโอบมัทรีเข้ามาใกล้
“รู้ใจกันขนาดนี้ ก็แต่งงานกับผมสิ ผมจะได้ไม่ต้องเป็นโสดจนตายจริงไหม”
มัทรีคิดๆแล้วบอก
“อืม..มัทก็ไม่ต้องร้องไห้ขี้มูกโป่งด้วยใช่ไหม”
“ช่าย”
“งั้นก็แต่งดีกว่า” มัทรีว่า
“ไชโย” วันรบร้องด้วยความดีใจแล้วจับมัทรีมาหอมแก้ม
“พี่รบ ฉวยโอกาสนะ”
“นิดเดียวเอง”
“พี่รบ มัทสัญญานะคะ”
“ไม่ต้องสัญญาหรอก ตีกรอบแล้วมันเครียดเอาเป็นว่าเราสองคนมีบทเรียนแล้ว มีอะไรสงสัยเราก็คุยกันตรงๆ ดีไหม”
“ดีค่ะ อ้อมค้อมแล้วมันเครียด ตกลงพี่รบไม่เคยนอกใจมัทแน่นะ”
“แม้แต่คิดก็ไม่เคย”
“มัทเชื่อพี่รบคะ”
มัทรีหอมแก้มวันรบเบาๆ อย่างเอาใจ วันรบติดลมจะจับแก้มกะจะหอมอีก มัทรียกมือปิดปากวันรบไว้
“หมดโควต้าแล้วค่ะ”
“ไม่เป็นไรยกยอดไว้วันแต่งเลยก็ได้ ถึงตอนนั้นนะ...ฮึ่ม”
“กล้าทำมัทเหรอ” มัทรีถามแล้วหยิกวันรบเบาๆ
“โอ้ย...ไม่กล้าหรอกครับ”
สองคนหัวเราะหยอกล้อกันอย่างมีความสุข ที่หน้าประตูเห็นรชานนท์กับติรกายืนฟังอยู่ด้วยสีหน้าโล่งใจ
“หายห่วงแล้วใช่ไหม”
“ค่ะ หวังว่าจะไม่มีใครมาแทรกกลางระหว่างลูกเราอีกนะคะ”
“ผมมีวิธี”
ติรกามองอย่างสนใจว่า รชานนท์มีวิธีอะไร

เช้าวันใหม่ วันรบประคองมัทรีเข้ามาในบ้านของติรกา แปลกใจที่เห็นรชานนท์ ติรกา พชร และนลินีนั่งกันอยู่พร้อมหน้า แต่ทุกคนไม่ได้สังเกตว่าทั้งคู่กำลังเดินเข้ามา วันรบเดินเข้าไปตรงกลางระหว่างนลินีกับพชรที่เคร่งเครียดอยู่ “ประชุมเรื่องอะไรกันน่ะพี่นี”
นลินีไม่ได้หันมามัวแต่คิดหนักแต่บอก
“เรื่องเร่งให้รบแต่งงานกับหลานมัทเร็วๆ ไง”
“เร่งแต่งงาน”
“เออ..ก็แกเรียกฉันมาเองไอ้นนท์แล้ว..” พชรหันมาเจอวันรบพอดี
“ไอ้รบ เข้ามาตอนไหนเนี่ย”
“มาตั้งนานแล้ว แต่ไม่มีใครสนใจผมกับมัทเลย”
มัทรีเดินเข้าไปหาติรกา
“ทำไมถึงต้องเลื่อนงานแต่งของมัทให้เร็วขึ้นล่ะคะ”
“ยังไงก็ต้องแต่งก็จัดการให้เรียบร้อยเร็วๆ พ่อกับแม่จะได้สบายใจ จริงไหมจ๊ะกระแต” รชานนท์บอก
“จ๊ะ...ก็ในเมื่อแม่เจอผู้ชายที่ตะโกนว่าถ้าจะทำร้ายมัทต้องข้ามศพเขาไปก่อน แม่ก็คิดว่าไม่เห็นต้องรออะไรแล้วนี่ จริงไหม” ติรกาพูดแล้วหันไปหาวันรบเป็นเชิงถาม วันรบอึ้งไป
“ทำไม..หรือว่าเปลี่ยนใจ ถ้างั้นก็ไม่ต้องแต่ง” ติรกาบอก
“แต่งครับแต่ง รีบแต่งให้เร็วที่สุดเลยครับ” วันรบยืนยัน
“ถ้าไม่รีบ ฉันเปลี่ยนใจแน่” ติรกาขู่
“พรุ่งนี้แต่งเลยครับ”
“นั่นก็รีบไป อีกสามวันเราจะจัดงานแต่งที่บ้านนี้ แต่งกันแบบเล็กๆแค่คนในครอบครัวเพื่อนฝูงรับรู้กันก็พอ” รชานนท์บอก
“แต่ผมอยากให้เกียรติมัทกับครอบครัวจะงานใหญ่แค่ไหนผมก็สู้ครับ” วันรบบอก
“การแต่งงานเป็นเรื่องของการแสดงความยินดี ชีวิตคู่เป็นเรื่องของครอบครัว วันที่สำคัญที่สุดในชีวิตระหว่างคนเป็นร้อยที่เรารู้จักแค่ผิวเผินกับคนสิบคนที่เรารัก และรักเรา เจ้าสาวอยากได้แขกแบบไหนลูก” ติรกาสอนแล้วหันไปถามมัทรี
“ขอเป็นคนที่เรารัก และรักเราก็พอค่ะ”
ติรกาหันไปหาวันรบ
“ได้ยินแล้วนะ”
“ขอบคุณมากครับคุณแม่ ขอบคุณครับป๋า”
มัทรีสวมกอดติรกา
“ขอบคุณนะคะคุณแม่ คุณพ่อ”
รชานนท์เข้ามากอดติรกากับมัทรีด้วยความรัก พชรเข้ามาดึงรชานนท์ไปกระซิบ
“ไอ้นนท์..ฉันรู้นะว่ามันไม่ใช่เวลา แต่เป็นอย่างนี้แล้วเรื่องไปเยอรมันล่ะแกบอกติรกาหรือยัง”
รชานนท์ส่ายหน้า พชรลืมตัวแล้วพูดขึ้น
“พูดเป็นเล่นน่า นี่มันเรื่องด่วนนะ”
ทุกคนหันมองด้วยความอยากรู้ว่า เรื่องอะไร พชรลากรชานนท์ออกไป
“มานี่เลยไอ้นนท์”
วันรบมองตามแล้วตัดสินใจตามไป ทุกคนมองตามไปอย่างสงสัย

พชรลากรชานนท์เข้ามาในบริเวณสวนภายในบ้านของติรกา
“ไอ้นนท์ อีกสองวันจะครบกำหนดที่ทางเยอรมันจะรอคำยืนยันจากเรา แกต้องตัดสินใจแล้ว”
“พี่ก็เห็นว่าตอนนี้ที่บ้านผมมันยุ่งแค่ไหน”
“ฉันเข้าใจ แต่นี่มันเป็นโอกาสนะเว้ย แกอุตส่าห์ติดหนึ่งในห้าของงานประกวดสถาปนิกระดับโลก”
วันรบเดินเข้ามาได้ยินถึงกับตกใจกับข่าวนี้
“จริงเหรอพี่ระ ป๋า..ป๋าโกอินเตอร์แล้วเหรอเนี่ย”
“ทางเยอรมันเสนอโปรเจคท์ด่วนให้ไอ้นนท์ไปดูแลงานที่โน่นห้าปี”
“อ้าว... ป๋าจะทิ้งแม่ยายผมกับมัทได้ไง” วันรบพูดขึ้น
“ถ้าโปรเจคท์นี้สำเร็จ ไอ้นนท์จะอัพตัวเองจากสถาปนิกธรรมดาเป็นระดับอินเตอร์มีชื่อเสียงไปทั่วโลก”
“อนาคตก็สำคัญ แต่...” วันรบพูดยังไม่จบ รชานนท์พูดแทรกขึ้น
“ผมขอเวลาคิดอีกหน่อยเถอะพี่ระ ผมเพิ่งได้ครอบครัวคืนมาไม่นาน ตอนนี้กระแตก็กำลังท้อง ผมไม่อยากให้กระแตกับลูกอยู่กันตามลำพัง”
“ช้าไม่ได้นะ เพราะฉันต้องให้คำตอบลูกค้า ถ้าแกโอเคก็เตรียมบินไปเยอรมันปลายเดือนนี้”
“เร็วขนาดนั้นเลยเหรอพี่”
พชรพยักหน้ายืนยัน วันรบตกใจ ติรกายืนแอบฟังอยู่ด้วยสีหน้าที่เครียดยิ่งกว่า

นลินีวางของว่างให้พชร ที่ม้านั่งในสวน ขณะถามพชรขึ้นด้วยความกังวลแทน
“คุณว่าตานนท์จะตอบตกลงมั้ยคะ”
“มันขอกลับไปปรึกษาติรกาก่อน เห็นว่าจะชวนไปเยอรมันด้วยกัน”
“คนอย่างติรกาจะยอมทิ้งยายมัทและกิจการที่สร้างมากับมือไปกับตานนท์ได้เหรอ แล้วถ้าติรกาไม่ไป ตานนท์จะทิ้งเมียกับลูกได้ไง”
“อนาคตของไอ้นนท์ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจครั้งนี้แล้ว...น่าเห็นใจจริง ๆ ว่ะ”
นลินีถอนใจกลัดกลุ้มแทนรชานนท์

เช้าวันใหม่ ภายในโรงงานโอ่งแม่เตือน ติรกาเดินตรวจการทำงานตามโซนต่างๆ ในโรงงาน โดยมีพุทราเดินตามรายงานและจดรายละเอียดที่ติรกากำชับ
“ยกเลิกดินขาวนำเข้าจากเมืองจีนราคาสูง ไปสั่งแหล่งดินขาวจากระยองแทน อย่างน้อยเงินทองก็ไม่รั่วไหลออกนอกประเทศ”
“แล้วดินเหนียวที่พ่อค้าเปิดหน้าดินมาขายจะรับซื้อไว้ด้วยมั้ยคะ” พุทราถาม
“รับซื้อไว้ทั้งหมด แต่อย่าลืมเช็คคุณภาพดินให้สมกับราคาด้วยนะ”
ติรกาเดินไปหยุดมองที่คนงานกำลังเอาดินเหนียวขึ้นรูปโอ่ง แล้วอดสอนไม่ได้
“รีดดินให้ความหนาไม่เกินหนึ่งนิ้วก็พอแบบนี้มันใช้ไม่ได้เดี๋ยวขึ้นรูปดินใหม่ทั้งหมดเลย”
รชานนท์เดินเข้ามามองหาติรกาในโรงงาน เห็นติรกากำลังสั่งลูกน้องอีกคนที่ปั้นโอ่งเป็นรูปแล้ว รชานนท์หยุดมองอยู่เงียบ ๆ
“ใบนี้เบี้ยวทิ้งแล้วทำใหม่”
“แต่ว่า...”
คนงานอึ้งไปแล้วมองโอ่งที่ปั้นด้วยความเสียดาย
“เดือนหน้าเราจะมีงานแสดงผลิตภัณฑ์โอ่งแม่เตือนในงานโอท็อปโลก เพราะฉะนั้นโอ่งของเราจะต้องสวยและมีคุณภาพ”
คนงานพยักหน้ารับด้วยความเข้าใจ ติรกาหันไปกำชับคนงานทุกคนในโรงงานอีกครั้ง
“โอ่งแม่เตือนทุกใบต้องรักษาคุณภาพทุกชิ้นก่อนออกไปจากโรงงาน ฉันจะไม่ยอมให้โอ่งแม่เตือนที่ฉันสร้างมากับมือ ต้องเสียชื่อเพราะผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้คุณภาพเด็ดขาด”
เหล่าคนงานต่างตั้งใจทำงานกันอย่างขะมักเขม้น รชานนท์ยืนมองติรกาทุ่มเทกับงานในโรงงาน จนเริ่มลังเลที่จะชวนติรกาไปรับโปรเจ็คท์งานที่เยอรมันด้วย

คืนนั้น รชานนท์อยู่ในห้องนอนของติรกากำลังคุยโทรศัพท์กับพชรด้วยความเครียดด้วยเรื่องที่คิดไม่ตก
“ผมก็ไม่รู้จะบอกกระแตยังไง...ขอเวลาอีกวันสองวัน แล้วผมจะให้คำตอบอีกที”
ติรกาเปิดประตูเข้ามาพอดี รชานนท์รีบกดวางสายทันที ติรกาพูดเสียงเรียบแกล้งถาม ทำเป็นไม่รู้เรื่องโปรเจคท์เยอรมันของรชานนท์
“ยังไม่นอนเหรอ”
“กำลังจะนอนพอดี งานเสร็จแล้วเหรอครับ”
“ค่ะ”
รชานนท์ขยับตัวขึ้นบนเตียงแล้วตบที่นอนข้างๆ ตัว
“มานอนเถอะครับ เหนื่อยมาทั้งวัน ผมจะกล่อมคุณเองนะ”
ติรกามองรชานนท์สองจิตสองใจจะถามแต่ไม่กล้า
“คุณกำลังทำให้ฉันเคยตัวนะคะนนท์ เกิดวันไหนไม่มีคุณฉันคงนอนไม่หลับแน่”
รชานนท์สบตาติรกาลังเลที่จะพูดกับติรกาแต่ไม่กล้า
รชานนท์รวบตัวมากอด
“ผมรักคุณนะกระแต”
ติรกาอึ้งไปก่อนรวบรวมความกล้าถามรชานนท์
“คุณมีอะไรจะพูดกับฉันนอกจากบอกรักมั้ย”
รชานนท์นิ่งครุ่นคิดแล้วตัดสินใจบอกติรกา
“ผมมีโปรเจคท์งานที่เยอรมันต้องบินไปปลายเดือนนี้ แต่ผมเป็นห่วงกระแต ยัยมัท แล้วก็ลูกของเรา”
ติรกายิ้มฝืนแล้วบอก
“นนท์คะ คุณไม่ต้องห่วงนะฉันเลี้ยงยัยมัทมาแล้วคนนึง ลูกอีกคนฉันดูแลได้”
“ผมเคยพลาดโอกาสที่จะได้ดูแลคุณ โอกาสที่จะได้ดูแลลูกได้เห็นมัทเติบโต ผมไม่อยากพลาดโอกาสนั้นอีก”
ติรกาได้ยินที่รชานนท์พูดก็อึ้งไป
“นนท์คะ งานที่เยอรมัน..มันเป็นความฝันของคุณไม่ใช่เหรอคะ”
“ผมอยากให้คุณไปกับผม แต่ผมก็รู้ว่าคุณรักโรงงานนี้มากมันก็เป็นความฝันของคุณเหมือนกัน แล้วยังเรื่องคุณแม่อีก ผมคิดว่าครั้งนี้ต้องมีใครสักคนที่ยอมเสียสละ”
ติรกามองรชานนท์อย่างตกใจคิดว่า รชานนท์จะขอให้ติรกายอมเสียสละ
“แต่คนนั้นต้องไม่ใช่คุณ คุณเคยต้องเลี้ยงลูกคนเดียวมาแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ผม...”
ติรกาปิดปากรชานนท์แล้วฝืนยิ้ม
“แค่ห้าปีเองนะคะ”
“ผมกลัวว่าถ้ามันยืดเยื้อ...เพราะผมต้องอยู่จนกว่าโปรเจคท์จะเรียบร้อย”
ติรกาซบกับอกรชานนท์ ติรกาใจเสียแต่ยังปากแข็ง
“แล้วฉันจะจัดกระเป๋าเดินทางให้คุณนะคะ”
ต่างคนต่างรู้สึกเศร้าที่ต้องจากกันแต่ไม่กล้าแสดงให้อีกฝ่ายเห็น

เช้าวันใหม่ ภายในสวนบ้านติรกา คนจัดงานกำลังเซ็ทโต๊ะเก๋ๆ ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง ติรกายืนสั่งการอยู่เตือนใจกับมัทรีเข้ามาหาติรกา
“ยัยติ เรื่องตานนท์”
ติรกาพูดแทรกขึ้นน้ำเสียงเรียบ
“เค้าจะไปเยอรมันปลายเดือนนี้ค่ะ”
“พ่อชวนแม่ไปอยู่ที่โน่นด้วยกันรึเปล่าคะ” มัทรีถาม

ในเวลาใกล้เคียงกัน ภายในบ้านของพชร รชานนท์ส่ายหน้าอย่างเศร้า ๆ บอกวันรบและพชร
“ฉันไม่อยากให้เค้าทิ้งทุกอย่างที่เค้าสร้างมาเกือบทั้งชีวิตเพื่อไปอยู่กับฉัน”
“พ่อตาผมไปทาง แม่ยายอยู่อีกทาง มันก็ไม่ต่างกับคนเลิกกันนะป๋า”
“ท่าทางกระแตก็เฉยๆ เหมือนไม่ได้รู้สึกอะไรกับเรื่องนี้”

ขณะที่ติรกาพยายามอธิบายกับเตือนใจ
“นนท์เค้าบอกให้หนูรับรู้ หนูก็รับรู้แล้วนี่คะ”
“แค่บอกว่าจะจัดกระเป๋าให้เนี่ยนะ” เตือนใจพูดขึ้น
“มัทจะโทรถามพ่อให้เคลียร์เดี๋ยวนี้”

ทางด้านรชานนท์คว้าโทรศัพท์ของวันรบมากดวางสายอย่างรวดเร็ว
“ไม่ต้องโทร ฉันไม่อยากทำให้กระแตเครียดจนส่งผลถึงเด็กในท้อง”
“แล้วป๋าจะทิ้งลูกเมียไปเยอรมันคนเดียวเหรอ” วันรบถาม
พชรจ้องรชานนท์อย่างต้องการคำตอบ

ติรกาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเพื่อกลบเลื่อนความเศร้าในใจ
“พ่อเค้าตัดสินใจแล้ว แม่ก็จะไม่รั้งอนาคตที่ดีของเขา”
“เมื่อยี่สิบปีก่อน.. แม่ไม่เคยต่อสู้ให้หนูมีพ่อ มาวันนี้แม่กำลังจะทำให้น้องของหนูตกอยู่ในสภาพเดียวกันนะคะ”
“เค้าไม่ได้ไปอยู่ที่โน่นตลอดชีวิตสักหน่อย”
“คุณติไม่เคยได้ยินคำว่ารักแท้แพ้ระยะทางเหรอคะ ถ้าคุณนนท์ไปปิ๊งๆๆ ฝรั่งที่โน่น ผลไม้ไทยอย่างเราก็ต้องลงกระป๋อง” พุทราพูดขึ้น
“ฉันเชื่อว่านนท์จะไม่เปลี่ยนไป” ติรกายืนยัน
“ยัยติ”
“เมื่อก่อนหนูไม่มีนนท์หนูยังอยู่มาได้ ตอนนี้หนูก็ต้องอยู่ได้เหมือนกัน เดี๋ยวหนูไปดูตรงโน้นหน่อยนะคะ “ ติรกายิ้มให้ทุกคนก่อนเดินไป มัทรีเข้ามาปรึกษาเตือนใจ
“ทำไงดีคะยาย”
เตือนใจลุกจะตามติรกา มัทรีกับพุทราจะตามแต่เตือนใจยกมือห้ามไว้

ติรกาเดินมายังส่วนที่กำลังจัดดอกไม้ ทำซุ้มเล็ก ๆ สำหรับจดทะเบียน ติรกาหยิบดอกไม้มาช่วยแต่ง เตือนใจเดินเข้ามาช่วยหยิบแต่งด้วย
“แม่ช่วยนะ.. ดีใจจริงๆ ที่หลานจะแต่งงาน คิดๆ ไปแล้วแม่นี่โชคดีนะ มีโอกาสได้ลูกสาวที่แสนเก่งคนนี้มา มีโอกาสได้เลี้ยงหลานอย่างยัยมัทให้โตแล้วยังมีโอกาสได้เห็นหลานของแม่ใส่ชุดเจ้าสาวๆ ดีจริงๆ ที่แม่ไม่เคยปล่อยโอกาสเหล่านั้นให้มันผ่านไป”
ติรกาหันมองเตือนใจ
“ไปกับตานนท์เถอะนะลูก”
ติรกาตัดสินใจ
“บางครั้งถึงจะมีโอกาสเราก็ไม่พร้อมที่จะคว้ามันไว้นะคะแม่”
“แม้มันจะเป็นโอกาสให้ลูกได้แก้ตัวน่ะเหรอ”
“แม่คะ”
“ติ..ลูกกับตานนท์จากกันตั้งยี่สิบปี ได้กลับมาอยู่ด้วยกันไม่ถึงสองเดือนต้องจากกันอีกหลายปี ลูกกำลังจะปล่อยโอกาสของความสุขให้มันผ่านไป”
ติรกาจับมือเตือนใจ
“ถ้าหนูมีความสุข โดยที่ต้องปล่อยให้...” ติรกาพูดไม่ออก
“เพราะแม่ใช่ไหม...ติไม่ไปไม่ใช่เพราะงาน แต่เป็นเพราะแม่ใช่ไหม” เตือนใจถาม
“เรื่องยัยมัททำให้หนูรู้ว่าหนูมัวแต่ยุ่งกับงานจนลืมมองคนรอบข้าง ตอนนี้หนูมีโอกาสที่จะดูแลคนที่หนูรักหนูไม่อยากทิ้งโอกาสไป”
“ติ...ความสุขของแม่คือการที่ได้เห็นลูกหลานมีความสุข ถ้าติต้องอยู่อย่างมีความทุกข์แล้วแม่จะสุขได้เหรอลูก”
“หนูกับนนท์ยังมีเวลามีโอกาสอีกมากที่จะอยู่ด้วยกัน หนูจะไม่ยอมทิ้งแม่เพื่อไปมีความสุขส่วนตัวเด็ดขาด”
“ยัยติ”
ติรการีบเปลี่ยนเรื่องทันที
“แม่คะ หนูอยากให้ของขวัญกับยัยมัท แม่สนใจจะร่วมหุ้นกับหนูไหมคะ”
เตือนใจมองติรกาว่าหมายถึงอะไร

เช้าวันรุ่งขึ้น ภายในบ้านของติรกา ทุกคนที่มาร่วมงานยิ้มปลาบปลื้มมองวันรบกับมัทรีจดทะเบียนแต่งงานต่อหน้านายอำเภอ และต่อหน้ารูปหมอนพ นายอำเภอรับเอกสารแต่งงานมาเซ็นรับรอง แล้วยื่นใบทะเบียนสมรสสองใบให้วันรบกับรชานนท์
“นับแต่วันนี้ไป คุณวันรบกับคุณมัทรีได้เป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วครับ”
วันทนีย์ยิ้มแก้มปริ ด้วยความปลาบปลื้ม
“สมใจแม่จ๋าแล้วล่ะสิ” กำนันเรืองแซววันทนีย์
เสียงธงฉานร้องไห้สะอึกสะอื้น เสียใจที่เห็นมัทรีแต่งงาน จนสมภพต้องเตือน
“ไอ้ธงฉาน นี่มันงานแต่งงานนะเว้ยจะร้องทำไมวะ”
“ก็ผมเสียดายนี่อา น้องมัทของพี่”
กระถินหยิบผ้าเช็ดหน้าให้ ธงฉานยื่นมือมารับผ้าเช็ดหน้า ชะงักมองหน้ากระถิน อาไทโผล่มาตรงกลางอย่างรู้ทัน
“ฮั่นแน่ อย่าบอกนะว่าพุดเดิ้ลทอยกับหมูปิ๊งกัน”
กระถินกับธงฉานหันไปมองอาไทคำรามใส่
“ชะอุ๋ย เขาล้อเล่น”
กระถินกับธงฉานมองส่งสายตา ปิ๊งๆๆ ให้กัน
“คุณนี คุณระคะ” พุทราเรียกขึ้น
พชรกับนลินีหันมองพุทรา พุทราขยิบตาให้ทั้งคู่ พชรกับนลินียกนิ้วโอเค
“สร็จสิ้นพิธีการแล้ว ก็ขอเชิญทุกท่านร่วมกันรับประทานอาหารที่สวนได้เลยครับ” พชรบอก

ทุกคนออกมาที่สวนซึ่งจัดเป็นแนวค็อกเทลเก๋ๆ -รชานนท์เดินเข้ามาหาวันรบกับมัทรีที่กำลังคุยอยู่กับกำนันเรืองและวันทนีย์
“มัท..เห็นคุณแม่กับคุณยายไหมลูก” รชานนท์ถาม
มัทรีมองหา
“ตั้งแต่ออกมาที่สวนก็ไม่เห็นนะคะ พี่พุทราเห็นไหมคะ”
พุทราทำเป็นมองหา
“พี่ก็ไม่เห็นเหมือนกันเหมือนกันค่ะไปไหนกันน้า”
ตรงมุมซุ้มที่ดูกึ่งๆเวทีมีม่านบาง ๆ ปิด จู่ๆ ก็มีเสียงซาวน์ยิ่งใหญ่ดังขึ้น ทุกคนหันไปมองนลินีที่เดินขึ้นไปตรงหน้าม่านพร้อมกับไมค์
“และช่วงเวลานับจากนี้ ทุกท่านจะได้ฟังเพลงสุดโปรดและศิลปินในดวงใจของเจ้าสาว”
วันรบกับมัทรีมองหน้ากัน วันรบเลิกคิ้วแบบรู้ป่ะ มัทรีส่ายหน้างง ๆ ไม่รู้เรื่อง
“ขอเชิญทุกท่านพบกันโชว์ชุดพิเศษได้เลยค่า”
อินโทรเพลง “รักคือฝันไป” ดังขึ้น ม่านถูกรูดเปิด สองสาวยืนหันหลังให้คนดูพร้อมกับโยกสะโพกตามจังหวะ พอเข้าเนื้อเพลงประโยคแรก เตือนใจที่อยู่ด้านซ้ายหันกลับมา
“รักมิใช่ดวงดาวเมื่อพราวแสง ใช่ร้อนแรงดังแสงอาทิตย์ส่อง”
มัทรีเซเข้าประชิดวันรบอย่างตื่นเต้น
“พี่รบ...อย่าบอกนะคะว่า”
ติรกาหันมา มัทรีกรี๊ดอย่างเซอร์ไพร์สมาก
“รักมิใช่ภูผาสุดจับจอง ใยใครมองหารักกันทำไม”
…....
“รักคือดวงจันทร์ รักคือตะวัน รักคือไฟอันร้อนแรงไร้จุดหมาย” ติรกากับเตือนใจร้องรับท่อนนี้ด้วยกัน
“...แต่รักฉัน คือฝันไป ค่ำลงดวงใจฉันได้แต่ฝัน...”
ทั้งเตือนใจกับติรกาเต้นไปร้องไปตามจังหวะ
“...ลา..ล้า..ล้า..ลา..ลา..ล้า..ลา..ลา..ล้า..ล้า..ลา..ลา..ล้า..ลา..ลา..ล้า..ล้า..ลา..ลา..ล้า..ลา”
มัทรีเต้นตาม ติรกายื่นมือเรียกให้มัทรีขึ้นมา
“มัท”
มัทรีกระโดดขึ้นเวทีร่วมร้องเพลงทันที สาวสามวัย ติรกา เตือนใจ มัทรี
“รักคือดวงจันทร์ รักคือตะวัน รักคือไฟอันร้อนแรงไร้จุดหมาย”
รชานนท์กอดคอวันรบ
“สาว สาว สาวจริงๆว่ะ” รชานนท์บอก
“สาวที่เรารักทั้งสามคนเลยนะป๋า”
คนอื่นๆ พากันเต้นตามบนเวทีอย่างสนุกสนาน
“แต่รักฉัน คือฝันไป ค่ำลงดวงใจฉันได้แต่ฝัน”
“ลา..ล้า..ล้า..ลา..ลา..ล้า..ลา..ลา..ล้า..ล้า..ลา..ลา..ล้า..ลา..ลา..ล้า..ล้า..ลา..ลา..ล้า..ลา”
เพลงจบ … ทุกคนปรบมือ พุทราถือแก้วขึ้นมาให้เตือนใจกับติรกา
“กล่าวอวยพรเลยค่ะคุณยาย คุณติ”
“ติก่อนเลยลูกแม่ขอหอบแป๊บนึง”
ติรกาเข้าไปยืนตรงไมค์โครโฟนมองทุกคนด้วยรอยยิ้ม
“ขอบคุณทุกคนนะคะที่มาร่วมยินดีกับมัทรีลูกสาวของฉัน มันยาวนานมากสำหรับความรักของแม่คนนึงที่เฝ้ามองลูกสาวตัวน้อยค่อย ๆเติบโตด้วยความหวังว่าอยากให้เขามีความสุขตลอดไป”
เตือนใจถือแก้วมองยิ้มอย่างมีความสุข ติรกาจับมือมัทรีวางบนมือวันรบ
“วันนี้ฉันตัดสินใจมอบดวงใจของฉันไว้ในมือของผู้ชายคนนี้ ด้วยความเชื่อมั่นว่าวันรบจะรักและดูแลดวงใจของฉันเป็นอย่างดี”
“ผมสัญญาครับว่าผม...”
เพล้ง! เสียงแก้วกระทบพื้นดังจากด้านข้าง ติรกาหันไปเห็นเตือนใจลงไปนอนฟุบกับพื้น ทุกคนตกใจ
“คุณแม่”
วันรบรีบเข้าไปประคองเตือนใจ
“คุณยาย คุณยายครับ”
วันรบรีบสั่งพุทรา
“คุณพุทรา เรียกรถพยาบาลด่วนที่สุด”
รชานนท์ มัทรี ติรกาเข้ามาดูเตือนใจด้วยความเป็นห่วง เตือนใจสลบไสลไม่ได้สติ
หน้าห้องฉุกเฉิน รชานนท์ ติรกา วันรบ มัทรี สีหน้าเครียดเดินสวนกันไปมารอคอยอยู่ด้วยความกระวนกระวาย
พุทราวิ่งเข้ามา
“คุณยายเป็นยังไงบ้างคะคุณติ”
ติรกาส่ายหน้าด้วยความเครียดเหมือนจะร้องไห้
“ทางโน้นเป็นยังไงบ้างครับ” วันรบถาม
“ทุกคนรอฟังข่าวอยู่ค่ะ ส่วนเรื่องงานคุณพชรจะเคลียร์ให้เอง พุทราก็เลยรีบมาเนี่ยล่ะค่ะ”
คุณหมอเดินออกมา ทุกคนกรูกันเข้าไปหา
“คุณหมอคะ คุณแม่ฉันเป็นอะไร ทำไม”
“คนไข้เป็นหลอดเลือดหัวใจตีบครับและตอนนี้เกิดการอุดตันจนเลือดไปเลี้ยงหัวใจได้น้อยมาก คนไข้จำเป็นที่จะต้องได้รับการผ่าตัดโดยเร็วที่สุด เพราะถ้าช้ากว่านี้ อาจจะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตายเป็นอันตรายถึงชีวิตนะครับ”
ติรกามองรชานนท์สีหน้าเครียด
“แต่การผ่าตัดก็มีความเสี่ยงนะครับ เพราะการผ่าตัดต้องใช้เวลานาน ร่างกายคนไข้อาจจะรับไม่ไหว”
“โหย..หมอ ผ่าก็ตาย ไม่ผ่าก็ตายแล้วจะทำยังไงเนี่ย”
ติรกาหน้าเสียทันที รชานนท์เรียกชื่อพุทราเพื่อปรามไว้
“ก็...ไม่เห็นจะดีสักทางนี่คะ”
“ที่หมอแจ้งข้อมูลทั้งหมดให้ทราบ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจครับ ส่วนจะผ่าหรือไม่ พวกคุณคงต้องตัดสินใจ”
“ถ้าเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ โอกาสรอดจะมีกี่เปอร์เซ็นต์ครับ” วันรบถาม
“จากสภาพร่างกายคนไข้ก็...สามสิบเปอร์เซ็นต์ครับ” หมอพูดด้วยความลำบากใจ
“โฮๆๆ คุณยาย” พุทราร้องเสียงดัง
“เงียบนะพุทรา”
ติรกากันไปหาหมอแล้วตัดสินใจทันที
“ฉันยินยอมให้ผ่าตัดค่ะ”
“คุณแม่” มัทรีร้องขึ้น
“แม้โอกาสรอดเหลือไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ แม่ก็จะเสี่ยง”
ทุกคนมองติรกาที่ใจเด็ดเดี่ยวมาก

เช้าวันรุ่งขึ้นที่หน้าห้องผ่าตัด เตือนใจที่ยังหลับอยู่ถูกเข็นเข้าไปในห้องผ่าตัด ติรกายืนไม่ไหวทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ รชานนท์มองติรกาที่มือไม้สั่นด้วยความกลัว รชานนท์เข้ามานั่งที่เก้าอี้ด้านซ้ายจับมือข้างซ้ายติรกาไว้
“คุณแม่ต้องไม่เป็นอะไรนะ”
รชานนท์โอบติรกามากอดไว้ ติรกาจับมือรชานนท์บีบแน่น
“แม่เป็นทุกอย่างในชีวิตของกระแต วันที่ไม่มีนนท์ แม่อยู่ข้างกระแตทำให้กระแตอยู่จนถึงวันนี้ ถ้าแม่เป็นอะไรไป กระแตจะอยู่ได้ยังไง”
มัทรีมองติรกาแล้วกลั้นน้ำตาไม่อยู่ มัทรีเดินมานั่งเก้าอี้ที่ที่อยู่ด้านขวาจับมือขวาของติรกาไว้ มัทรีเอียงหน้าซบที่ไหล่ของติรกา ในขณะที่ติรกาเอียงหน้าซบไหล่รชานนท์ วันรบนั่งอยู่ตรงข้ามกับพุทรา ทั้งคู่มองสามคนพ่อแม่ลูกที่นั่งเกาะกุมกันอย่างให้กำลังใจ พุทรากระซิบกับวันรบ
“ไม่คิดเลยนะคะว่าจะได้เห็นภาพนี้... ถ้าเป็นเมื่อก่อน คุณติคงต้องยืนหยัดทำตัวเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ต้องแข็งแรงที่สุด.. แล้วถ้าคุณนนท์ไปเยอรมัน คุณติคงเสียศูนย์แน่ๆ”
วันรบคิดหนักตามคำพูดของพุทรา วันรบมองที่นาฬิกาหน้าห้องผ่าตัด เวลา 08.30 น เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ทุกคนรอคอยด้วยความหวั่นใจจนนาฬิกาเห็นนาฬิกาหมุนไปจนถึงเวลา 17.00 น. ประตูห้องผ่าตัดเปิดออก หมอเดินออกมาสีหน้าซีเรียสมาก เหงื่อเกาะพราวเต็มใบหน้า ติรกาและทุกคนเดินเข้าไปหาหมอ
“คุณหมอคะ คุณแม่เป็นยังไงบ้าง”
หมอเหงื่อตก
“ผม..”
“ว่าไงคะคุณหมอ” มัทรีถาม
หมอเกร็งเก็บอาการปวดเต็มที่
“เอ่อ..ผมขอโทษนะครับ”
สีหน้าทุกคนช็อค หมอจะรีบไปแต่พุทราดึงแขนหมอไว้
“เดี๋ยวค่ะหมอ ไม่จริงใช่ไหมคะคุณยายไม่ได้เป็นอะไร”
หมอหูอื้อ กระดากใจที่จะพูด
“ผมขอโทษครับ ขอโทษจริงๆ”
ติรกาเข่าอ่อน ทรุดฮวบจนรชานนท์ต้องรีบรับตัวไว้
“ไม่จริง...คุณแม่...คุณแม่”
พุทรายังไม่ยอมปล่อยหมอร้องโวยวาย
“ทำไมหมอไม่ช่วยคุณยาย”
“ปล่อยผมเถอะครับ ปล่อย”
นางพยาบาลเข็นร่างของเตือนใจออกมาแล้วเลี้ยวไปอีกทาง
“คุณแม่”
ติรกาวิ่งเข้าไปที่เตียง รชานนท์ วันรบ มัทรีตามเข้าไป ติรกาจับที่ขอบเตียง
“คุณแม่...ทำไมถึงทิ้งหนูไปคุณแม่”
“คุณยายขา..คุณยาย”
นางพยาบาลเข้ามาห้ามติรกากับมัทรี
“คุณคะ ช่วยหลีกทางให้ด้วยนะคะฉันต้องรีบพาคนไข้ไปที่ห้อง”
“ให้ฉันอยู่กับท่านอีกหน่อยได้ไหมคะ” ติรการบเร้า
“ดิฉันว่าพวกคุณไปนั่งรอท่านในห้องดีกว่านะคะ” นางพยาบาลบอก
รชานนท์ดึงติรกาออกมา
“กระแต คุณพยาบาลต้องพาคุณแม่ไปที่ห้องดับจิตนะ”
“ขอทางด้วยนะคะ” พยาบาลบอกแล้วกำลังจะเข็นรถไป
“เดี๋ยวครับ...ปกติมันต้องมีผ้าคลุมปิดหน้าไม่ใช่เหรอครับ แล้วทำไมคุณยายถึงไม่มีล่ะครับ” วันรบถามนางพยาบาล
“ผ้าเขาใช้คลุมปิดเฉพาะศพค่ะ แต่คุณยายท่านแค่สลบจะคลุมทำไมล่ะคะ”
ทุกคนชะงักไป
“สลบ..หมายความว่าคุณแม่ยังไม่ตายเหรอครับ”
“ยังค่ะ..การผ่าตัดประสบความสำเร็จค่ะ”
“แล้วทำไมคุณหมอถึงขอโทษพวกเราล่ะ” วันรบถามขึ้นอย่างสงสัย
พุทรารีบวิ่งมา
“คุณติ คุณยายยังไม่ตายค่ะ”
“ใครบอก”
“คุณหมอบอกค่ะ ไอ้ที่เขาขอโทษเพราะหมอเขาท้องเสียจะรีบไป พุทรายื้อไว้จนข้าศึกคุณหมอทลายประตูกลิ่นขมคอเลยค่า”
“แม่คะ คุณยายยังไม่ตาย” มัทรีพูดขึ้นอีก
“คุณแม่ยังไม่ตาย” ติรกาทวนคำเหมือนไม่เชื่อ
“ไชโย” พุทราร้องขึ้น
ติรกากับมัทรีเข้ากอดกันด้วยความดีใจ รชานนท์เข้ากอดทั้งติรกากับมัทรี พุทราจะเข้ากอดวันรบ วันรบเอามือดันหน้าผากพุทราไว้ อีกมือยกนิ้วชี้โบกไปมาว่าไม่ได้แอ้มซะหรอก
“ดิฉันพาคนไข้ไปที่ห้องพักได้หรือยังคะ” นางพยาบาลถาม
“เชิญเลยครับ เชิญเลย”
พยาบาลเข็นเตียงไป รชานนท์ ติรกา มัทรี วันรบ พุทรารีบตามไป

หลายวันต่อมา ภายในสวนบ้านติรกาเวลากลางคืน ติรกาเดินถือถาดน้ำส้มห้า - หกแก้วเข้ามา เตือนใจนั่งอยู่บนเก้าอี้ รชานนท์ วันรบและมัทรีนั่งอยู่ที่พื้นรอบเก้าอี้เตือนใจ
“น้ำส้มสด ๆ มาแล้วค่า”
ติรกาหยิบแก้วน้ำส้มส่งให้
“ของคุณแม่ ของนนท์ ของมัท แล้วก็ของลูกเขย”
“ขอบคุณครับคุณแม่”
“เรามาฉลองให้กับคุณแม่ที่อาการดีขึ้น” รชานนท์บอก
“เอ้า ระยอง” ติรกาพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี
ทุกคนแก้คำพูดให้ติรกา “ชน”
ติรกาหันมาถามรชานนท์ว่า
“ฮาไหม”
รชานนท์ยิ้มแล้วบอก
“ก็ได้อยู่”
ติรกายิ้ม ทุกคนดื่มน้ำส้มด้วยสีหน้ามีความสุข
“แม่ก็ดีขึ้นแล้ว แล้วนนท์ล่ะ เลื่อนเดินทางมาเป็นเดือนแล้วนะ” เตือนใจพูดขึ้น
“พี่ระจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินให้แล้วครับ อีกห้าวันจะเดินทางครับ” รชานนท์ว่า
พุทราตกใจ
“ก็ตรงกับวันเจรจากับตัวแทนงานโอท็อปโลกน่ะสิคะ”
เตือนใจมองหน้าติรกา ติรกาหลบตาทำเป็นดื่มน้ำส้ม
“ก็ดีแล้ว เมื่อมีโอกาสก็ต้องคว้าไว้แล้วทำมันให้ดีที่สุด”
“ครับ”
“ป๋าครับ วันดี ๆ แบบนี้สักเพลงสิป๋า”
รชานนท์หยิบอูคูเลเล่ออกมาเล่นเพลง วันรบแอบเห็นน้ำตาที่คลออยู่ที่หน่วยตาของติรกา ติรกาพยายามกระพริบไล่แล้งฝืนยิ้มให้รชานนท์ เป็นยิ้มที่ทุกคนมองออกว่าติรกาใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก

เช้าวันรุ่งขึ้น ติรกาเปิดกระเป๋าเดินทางกางออกเพื่อจะจัดกระเป๋าให้กับรชานนท์ ติรกาพยายามสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วเปลี่ยนอารมณ์ตัวเองด้วยการเปิดเพลง เพลงHome ดังขึ้น ติรกาฮัมตามเบาๆ ดึงไม้แขวนเสื้อออก
“ดอกไม้..ประตู..แจกัน ดินทราย ต้นไม้ใหญ่”
ติรกาเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วฮัมเพลงตามต่อ
“แก้วน้ำ จานชาม บันได โคมไฟที่สวยงาม”
ติรกาหยิบเสื้อที่แขวนออกมาวางบนกระเป๋า
“ขอบรั้ว และริมทางเดิน ต้นหญ้าอยู่ในสนาม”
ติรกาดึงไม้แขวนเสื้อออกแล้วพับเสื้อ
“บ้านนี้จะงามอย่างไร ถ้าไม่มีเธอ”
น้ำตาของติรกาหยดลงบนเสื้อตัวที่พับเรียบร้อย ติรกาหยิบเสื้อตัวใหม่มาพับก็ทนไม่ไหวกอดเสื้อรชานนท์ร้องไห้ หลังจากที่พยายามเก็บกดความรู้สึกนี้มานาน ติรกาที่ร้องไห้อย่างทะลักทะลาย มัทรียืนอยู่ที่ประตูน้ำตาร่วงตามติรกา แต่เมื่อหันหลังกลับก็เจอวันรบที่ยืนอยู่ มัทรีร้องไห้เข้าไปกอดวันรบ วันรบกอดมัทรีปลอบใจพลางมองไปที่ห้องติรกาแล้วคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่าง
เย็นวันเดียวกัน วันรบกับมัทรีเดินลงมาข้างล่าง
“มัทอยากช่วยแม่ค่ะพี่รบ อยากให้แม่มีความสุข แต่มัทไม่รู้จะทำยังไง”
วันรบยังไม่ทันตอบ พุทราก็เดินนำคนงานยกมินิโอ่งสองสามใบเข้ามาวางไว้บนพื้น
“เอ้า ขนเข้ามาวางไว้บนโต๊ะ เรียงดีๆ นะ อย่าให้หล่น” พุทราบอก
“พี่พุทราขนโอ่งมาทำไมเหรอคะ” พุทราบอก
“ก็คุณติจะเอาโมเดลโอ่งไปโชว์ให้ลูกค้าต่างประเทศดูวันที่ไปเจรจากับตัวแทนโอท็อปโลกน่ะค่ะ”
ติรกาเดินลงมาพร้อมอุปกรณ์ลงสี
“มาแล้วเหรอ”
“โอ่งไซส์เล็กนี่น่ารักดีนะครับคุณแม่”
“มินิโอ่ง แม่ว่าจะลงลายแล้วก็พรีเซ้นต์ให้เป็นของตกแต่งบ้านเปิดตลาดให้หลากหลายขึ้น”
“แม่จะลงลายเองเหรอคะ”
“ใช่สิจ๊ะ คิดแล้วมันต้องสร้างเองมันถึงจะได้อย่างใจ แม่มีไอเดียอีกเพียบกว่าพ่อจะกลับมา มินิโอ่งเตือนใจก็คงไปไกลทั่วโลกแล้วล่ะ”
ติรกาฝืนยิ้ม มัทรีหน้าเสียทันที ติรกาจัดแจงวางอุปกรณ์เตรียมลงลายด้วยท่าทีกระตือรือร้น มัทรีแอบปาดน้ำตา วันรบมองอย่างหนักใจว่าจะทำยังไงดี

ติรกาใช้พู่กันลงลายเส้นขวางรอบโอ่ง โดยติรกาหมุนโอ่งเบาๆ พลางลงพู่กันจนลายเส้นมาบรรจบกับ รชานนท์กลับมาจากทำงานเดินเข้ามาพอดี
“กระแตจ๊ะ”
“เคลียร์งานเรียบร้อยแล้วเหรอคะ”
รชานนท์หอมติรกาซ้ายขวา
“อีกวันสองวันน่าจะเรียบร้อย ก็คงเสร็จก่อนวันเดินทางพอดีเฉียดฉิวน่าดู แล้วงานคุณเสร็จหรือยัง”
“ยังเลยค่ะ คุณขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะ อย่างอแงสิคะ ไปอาบน้ำนะเดี๋ยวกระแตตามไปนะคะ”
“ตามขึ้นไปเร็วๆ นะ”
“ค่ะ”
รชานนท์จำต้องลุกออกไป ติรกามองตามแล้วเปลี่ยนสีหน้าจากรอยยิ้มเป็นความเศร้าน้ำตาไหล

ติรกาปาดน้ำตา แล้วหันมาจับพู่กันลงสีต่อ วันรบเดินเข้ามาพอดี
“คุณแม่เก่งจังเลยนะครับ”
วันรบเดินเข้ามายืนมองลายเส้นบนโอ่ง
“มือนิ่งมากเลยครับ”
“แล้วยัยมัทล่ะ”
“ผมบังคับให้เข้านอนแล้วครับ ไม่งั้นก็จะนั่งทำงานไม่ยอมนอน เดี๋ยวก็จะไม่สบายอีก”
“ยัยมัทน่ะจริงจังกับงานมาก จนบางทีก็มากไป”
“ลูกไม้มักจะหล่นไม่ไกลต้นนะครับ”
ติรกามองวันรบ
“เป็นลูกเขยเต็มตัวก็ยอกย้อนเต็มปากเต็มคำเชียวนะ”
“นี่ผมชื่นชมนะครับคุณแม่ มัทน่ะเป็นคนมั่นคง ขยัน อดทน แล้วก็ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ ผมว่าดีเอ็นเอทางความคิดของมัท ได้คุณแม่มาเต็มๆ เลยครับ”
ติรกาจับโอ่งหมุนเบาๆ
“รู้ไหมว่าจะขึ้นโอ่งได้แต่ละใบมันยากแค่ไหน น้ำหนักมือจังหวะหมุน แม่ต้องลองผิดลองถูกอยู่นานกว่าจะเข้าใจมันจริงๆ”
“ผมทราบครับ แต่วันนี้โอ่งของคุณแม่ก็ขึ้นรูปได้อย่างสวยงามนะครับ ไม่ว่าจะในบ้านหรือนอกบ้านก็โดดเด่นและงดงามไม่แพ้ใครๆ”
“ฉันดีใจนะที่เธอเห็นค่าของโอ่งใบนี้”
วันรบยิ้มแล้วบอก
“ก็กว่าจะได้มามันแสนยากนี่ครับ การต่อสู้ให้ได้มามันทำให้ผมรู้ว่ามันมีค่ามากแค่ไหน คุณแม่ครับ ผมขอบคุณนะครับที่คุณแม่ยอมให้ผมเข้ามาเป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว ผมจะรักษาของมีค่าในมือไว้ให้ดีที่สุด จะไม่ทำให้คุณแม่ผิดหวัง” วันรบพูดพลางยกมือไหว้ติรกา
“แม่เชื่อว่ารบทำได้”
ติรกาวางพู่กันแล้วหมุนถาดเบาๆ อย่างตั้งใจ วันรบมองเส้นที่ติรกาวาดแล้วหมุนถาดจนเส้นมาบรรจบกันอย่างเป๊ะ ติรกาขึ้นเส้นใหม่ แต่เพิ่งหมุนไปได้นิดเดียวก็ชะงักเพราะ...
“คุณแม่ครับ..ให้ผมลองทำได้ไหมครับ”
ติรกาชะงักมือ เส้นยังค้างอยู่ครึ่งหนึ่ง ติรกามองวันรบ
“อยากลองเหรอ”
“ครับ”
ติรกาลองส่งพู่กันให้วันรบ วันรบวางพู่กันทำเหมือนติรกา วางพู่กันที่ตัวโอ่งแล้วหมุนถาดเบาๆ ลายเส้นวิ่งตามความเร็วของถาดแต่เส้นที่วันรบวาดกลับไม่บรรจบกับจุดที่ติรกาเริ่มต้น
“วันรบ..มันไม่”
“ลายเส้นของผมมันคงไม่เป๊ะเหมือนที่คุณแม่เริ่ม แต่ถ้าคุณแม่ไว้ใจผม ผมจะเชื่อมลายมันเข้าด้วยกัน” วันรบพูดแล้วมองไปที่ติรกา ติรกามองวันรบแล้วตัดสินใจพยักหน้า วันรบลงลายเส้นม้วนเป็นตัวเชื่อมระหว่างปลายเส้นสุดท้ายของวันรบกับจุดที่ติรกาเริ่มต้น
“พอไหวไหมครับคุณแม่”
ติรกามองอย่างพินิจแล้วบอก
“ก็มีฝีมือนี่ ถ้างั้น..อีกสองใบลงลายแบบนี้ก็ดีนะ”
“มินิโอ่งอีกสองใบเดี๋ยวผมจัดการต่อเองครับ”
“แต่แม่ว่า”
“ผมยังมีแรงครับแม่...แล้วมัทก็หลับไปแล้ว..แต่ป๋า..กำลังรอคุณแม่อยู่นะครับ ถ้าคุณแม่ไว้ใจผม ให้ผมจัดการเถอะครับ”
วันรบยื่นมือมาตรงหน้าติรกาให้ติรกาตัดสินใจ ติรกามองโอ่งแล้วมองวันรบ วันรบมองกลับด้วยสายตามุ่งมั่น
“ไหวนะ”
“ครับ”
ติรกาตัดสินใจวางพู่กันในมือวันรบ
“ขอบใจมากนะ”
“เพื่อคุณแม่ยาย และครอบครัวของเรา .....สู้ตายครับ”
ติรกายิ้มแล้วกลับหลังหันเดินเข้าไปในบ้าน วันรบมองตามแล้วยิ้ม วันรบหันมาสนใจกับมินิโอ่ง

เมื่อติรกาเดินเข้าบ้านมาก็ชะงักที่เห็นเตือนใจนั่งรออยู่ เตือนใจสีหน้าซีเรียส
“คุณแม่..ดึกแล้วทำไมยังไม่พักอีกล่ะคะ คุณหมอสั่งแล้วว่าให้พักผ่อนเยอะๆนะคะ”
“เลิกบ่นแล้วฟังแม่ก่อนได้ไหม แม่มีเรื่องจะให้ติช่วย”
“ช่วย...ช่วยอะไรคะ”
เตือนใจหน้านิ่งดูซีเรียสมาก

ภายในห้องนอนของติรกาในเวลาต่อมา รชานนท์สีหน้าผิดหวังมาก
“กระแตต้องไปธุระกับคุณแม่เป็นอาทิตย์เลยเหรอ”
“ค่ะ...แต่นนท์ไม่ต้องห่วงนะ กระแตจัดกระเป๋าให้ทั้งหมดแล้ว วันเดินทางคุณหิ้วกระเป๋าสองใบนี้ไปก็มีครบทุกอย่างแล้วค่ะ”
“กระแต...ผมไม่อยากจากกันอีก”
“เราไม่ได้จากกันตลอดไปนี่คะ นนท์ไปทำงาน ปี ๆ นึงมันแป๊บเดียวเอง”
“แต่ผมคงคิดถึงคุณ คิดถึงมัท..คิดถึงลูกของเรา” รชานนท์พูดพลางเอามือแตะที่ท้องติรกา
“ไม่นานหรอกค่ะ เราก็จะได้เจอกันแต่คุณห้ามนอกใจฉันนะ ไม่งั้นฉันเอาตายแน่”
รชานนท์โอบติรกา
“ตั้งแต่ได้กอดกระแต เห็นคนสวยกี่คนมันก็ไม่คึกคัก สงสัยผมจะตายด้านแล้วล่ะ”
“ดีค่ะ”
“แต่...มันปึ๋งปั๋งกับคุณคนเดียวน่ะ”
“เวอร์น่า”
“จริง ๆ มา ผมจะพิสูจน์ให้ดู”
รชานนท์คว้าตัวติรกาลงบนเตียง รชานนท์ปัดปอยผมที่ปรกหน้าติรกาออก รชานนท์ค่อยๆเลื่อนเข้าหาติรกาช้า ๆ










Create Date : 12 เมษายน 2555
Last Update : 12 เมษายน 2555 15:48:30 น.
Counter : 160 Pageviews.

0 comment
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 14



มัทรีเดินจากชั้นบนลงมาเจอเตือนใจที่ข้างล่างพอดี
“ยัยมัท ตารบเป็นยังไงบ้างลูก”
“มัทไม่สนใจคนโกหกหรอกค่ะ”
“มัทพูดเรื่องอะไรลูก” เตือนใจทำไก๋ไม่รู้เรื่อง
“มัทหวังว่าจะมีแค่คนนอกที่โกหกมัทนะคุณยาย”
เตือนใจยิ่งทำไก๋หนัก
“มัทพูดอะไรเนี่ย ยายงงไปหมดแล้ว”
“มัท” มัทรีอึดอัดใจแล้วเดินออกไปทันที เตือนใจหันมองตามมัทรี
“ความแตกแล้วเหรอเนี่ย”
เตือนใจมองตามมัทรีอย่างกังวล

ขณะเดียวกันกับที่วริษราเดินทางมาถึงที่หน้าบ้านติรกาพอดี วริษราจะเข้าไปแต่รปภ.แจ่มเข้ามาขวางทันที
“ไม่ทราบว่ามาหาใครครับ”
“ฉันมาหาพี่รบ”
“ยังเข้าไม่ได้ครับ ตอนนี้ที่นี่ไม่รับแขก”
“ฉันไม่ได้เป็นแขกฉันจะมาตามแฟนฉัน”
วริษราดึงดันจะเข้าไปให้ได้ แต่รปภ.แจ่มเข้าขวางไว้ไม่ยอม
“ห้ามเข้าครับ”
“เอ๊ะ ฉันจะเข้า ถอยไป”
ขณะที่วริษรากับรปภ.แจ่มยื้อกันอยู่ไปมานั้น รถกระบะของพ่อเลี้ยงก็แล่นมาด้วยความเร็ว พ่อเลี้ยงจรัลยืนเด่นอยู่หลังรถกระบะ โดยมีลูกน้องพ่อเลี้ยงคุมตัวสมภพกับธงฉานไว้
“อาจะช่วยพ่อเลี้ยงจับน้องมัทไปทรมานจริงๆ เหรออา”
“ไม่มีทาง ฉันจะต้องช่วยลูกของเพื่อนฉัน มัทรีจะต้องปลอดภัย”
“แหม ตัวเองยังจะไม่รอดเลยคิดจะเป็นฮีโร่”
สมภพข่วนหน้าธงฉานแล้วบอก
“อย่าพูดความจริงสิเว้ยมันเจ็บปวด แต่เราต้องช่วยมัทรีให้ได้ไม่งั้นคุณติต้องโกรธจนเลิกช่วยเราเรื่องรีสอร์ตแล้วเราก็จะกลับเป็นหนี้เหมือนเดิม”
“ไม่เอานะอา เค้าไม่อยากเป็นหนี้.. งั้นถึงไหนถึงกันเลยอา เราต้องช่วยมัทรีให้ได้”
สมภพกับธงฉานตั้งศอกอย่างงัดขึ้นจับมือกัน
“สู้ๆ”
“แล้วจะช่วยยังไงล่ะอา จะเล่นพ่อเลี้ยงสมุนมันก็อาวุธเพียบเชียว”
ได้ยินที่ธงฉานพูด สมภพหน้าเครียดขึ้นมาทันที

ด้านวริษรายังพยายามจะเข้าไปให้ได้ แต่รปภ.แจ่มกั้นไว้สุดชีวิต
“ยังไงก็เข้าไม่ได้ครับ”
มัทรีเดินออกมาจากบ้านเห็นวริษรากำลังยื้อกับรปภ.แจ่ม จึงมองอยู่ห่างๆอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อมัทรีจะเดินออกไปอีกก็ต้องชะงัก ที่เห็นรถกระบะของพ่อเลี้ยงแล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน้าบ้าน รปภ.แจ่มกับวริษราชะงักหยุดยื้อชั่วคราวแล้วแปลกใจว่าใครมา
“ลุย” พ่อเลี้ยงจรัลสั่งทันทีที่รถจอด
ลูกน้องพ่อเลี้ยงกระโดดลงจากกระบะเพื่อจะเข้าไปในบ้าน แต่รปภ.แจ่มเข้าขวางไว้อีก ลูกน้องพ่อเลี้ยงรุมอัดรปภ.แจ่มจนต้องเป่านกหวีด ปรี๊ด แทนเสียงโอ้ยๆ
วริษราตกใจกับภาพที่เกิดขึ้น ธงฉานสะกิดให้สมภพมองวริษรา
“อา นั่นวริษรานี่”
สมภพมองวริษราแล้วเกิดปิ๊งไอเดียทันที สมภพพูดกับวริษรา
“มัทรี นี่จะหนีคุณติรกาไปเที่ยวไหนอีกแล้วใช่ไหม”
“หะ” วริษรารู้สึกงงขึ้นมาทันทีที่ได้ยินสมภพเรียกอย่างนั้น
พ่อเลี้ยงจรัล ชี้ที่วริษรา
“หมายความว่า คนนี้คือ...”
“มัทรี ลูกสาวของคุณติรกาที่พ่อเลี้ยงต้องการตัวครับ”
“เฮ้ย อา”
สมภพรีบตะปบปากของธงฉานไว้ทันทีแล้วบอก
“นี่แหล่ะดีที่สุดแล้ว”
“เฮ้ย เอาตัวนังนี่ไป” พ่อเลี้ยงจรัลสั่ง
ลูกน้องพ่อเลี้ยงเสร็จจากรุมซ้อมรปภ.แจ่ม ก็หันมาจับตัววริษราไว้
“ปล่อยนะ ฉันไม่ใช่ยัยมัทรี ปล่อย”
พ่อเลี้ยงจรัลเดินเข้ามาจับคางวริษรา จ้องมองด้วยสีหน้าร้าย
“ลูกยัยเตียดรากา แกจะต้องชดใช้แทนแม่ของแก”
วริษรากัดเข้าที่มือของพ่อเลี้ยงจรัลจนร้อง “อ๊ากก” วริษรายกเท้าถีบเข้าที่กลางลำตัวพ่อเลี้ยง ปึ้ก! จนพ่อเลี้ยงเซไปกระแทกรถ พ่อเลี้ยงโมโหมากชักปืนออกมา
“ตายซะเถอะ”
“อย่า” มัทรีร้องขึ้นแล้วพุ่งตัวเข้าไปปลักวริษราให้พ้นวิถีกระสุน
พ่อเลี้ยงจรัลยิงปืน ปัง! กระสุนพุ่งเข้าที่ต้นแขนของมัทรี
“โอ้ย”
สมภพกับธงฉานตกใจร้องขึ้นพร้อมกัน “แย่แล้ว”

รชานนท์ วันรบ ติรกาวิ่งลงมาจากห้องนอนของมัทรีที่ชั้นบน พุทราคว้าปืนลงมาด้วย เตือนใจตกใจกับเสียงปืนลุกขึ้นจะเดินออกจากห้องรับแขกไปที่หน้าบ้าน
“คุณแม่คะ”
“แม่ได้ยินเสียงปืน”
“พวกพ่อเลี้ยงแน่เลยค่ะ” พุทราว่า
รชานนท์กับเตือนใจ
“คุณแม่ครับ แล้วมัทรีล่ะครับ”
“อยู่ข้างนอก” เตือนใจบอก
“มัท”
วันรบรีบวิ่งออกไปทันที รชานนท์รีบตาม ติรกาสั่ง
“พุทรา โทรแจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้ คุณแม่อยู่ในบ้านนะคะ”
ติรกาคว้าปืนจากมือพุทราแล้วรีบตามออกไป
“โทรเร็วๆ เข้าสิ พุทรา” เตือนใจย้ำเสียงสั่น พุทรารีบกดโทรศัพท์ทันที

ทางด้านนอก ร่างของมัทรีกับวริษราล้มไปด้วยกัน วริษราที่ตั้งหลักได้หันมองมาเห็นว่าที่ต้นแขนของมัทรีที่ถูกยิงมีเลือดไหลเป็นทาง วริษราตกใจ
“พี่มัท”
“โอย..ริษไม่เป็นไรใช่ไหม”
“พี่มัท”
“เอาตัวลูกนังเตียดรากาไป” พ่อเลี้ยงจรัลสั่ง
ลูกน้องของพ่อเลี้ยงจะเข้าไปดึงตัววริษราแต่มัทรีไม่ยอมปล่อย
“อย่าเอาเขาไปนะ”
“มันไม่ปล่อยครับพ่อเลี้ยง”
พ่อเลี้ยงจรัลตัดสินใจ
“เอามันไปทั้งคู่ เร็ว”
ลูกน้องพ่อเลี้ยงอุ้มมัทรีกับวริษราขึ้นหลังรถทันที สมภพกับธงฉานเห็นว่าไม่ได้การจะเข้าไปแย่งตัวมัทรี
“เอาไปไม่ได้นะเว้ย” สมภพว่า
“ปล่อยน้องมัทนะเว้ย” ธงฉานว่า
“ปล่อยเหรอ” พ่อเลี้ยงจรัลพูด
รชานนท์กับวันรบวิ่งออกมา ติรกาวิ่งตามออกมาแล้วยิงขึ้นฟ้า ปัง!
“คิดจะขู่อั๊วเหรอ”
พ่อเลี้ยงจรัลยิงปืนใส่ เปรี้ยงๆๆ ! รชานนท์กับวันรบพุ่งเข้าป้องกันติรกาดันให้พ้นวิถีกระสุน มัทรีร้องขึ้น
“แม่ พ่อ พี่รบ”
“แกเผาบ้านฉัน ฉันจะยำลูกแกให้เละ ฮ่าๆๆ” พ่อเลี้ยงจรัลคลั่งหัวเราะทิ้งท้ายสะใจ
ลูกน้องพ่อเลี้ยงออกรถอย่างแรงจนพ่อเลี้ยงล้มคะมำหน้าทิ่ม แต่ยังไม่วายลุกขึ้นมาวางฟอร์มยืนหัวเราะร่า แต่มือจับที่หน้าผากอย่างเจ็บ มัทรีร้องเรียก
“พ่อ แม่”
เตือนใจกับพุทราวิ่งออกมาทันเห็นมัทรีที่โดนพาตัวไป
“ยัยมัท”
รชานนท์ วันรบ ติรการีบพุ่งขึ้นรถทันที
“คุณแม่รอที่บ้านนะคะ หนูจะพายัยมัทกลับมาเอง” ติรกาบอก
กลุ่มของรชานนท์ออกรถไปทิ้งสมภพกับธงฉานให้นอนร้องโอดโอยอยู่ที่หน้าบ้าน เช่นเดียวกับรปภ.แจ่มที่นอนหมดสภาพ เตือนใจเห็นเหตุการณ์แล้วเครียดจะเป็นลม พุทราต้องรีบเข้าไปประคอง
“ใจเย็นๆนะคะคุณยาย”
เตือนใจตั้งสติ
“ฉันไม่เป็นไร ฉันต้องรีบช่วยลูกหลานฉันเอาโทรศัพท์มาเร็ว”
“ค่ะๆ”
พุทรารีบหยิบมือถือส่งให้เตือนใจ เตือนใจกดๆๆ ทันที

รถของพ่อเลี้ยงแล่นมาด้วยความเร็วบนถนนในจังหวัดราชบุรี ภายในรถของรชานนท์ วันรบขับรถและเหยียบด้วยความเร็วจนสุดเข็มเข้ามาจี้รถพ่อเลี้ยง วันรบตัดสินใจขับแซงแล้วปาดหน้ารถพ่อเลี้ยงจรัล ลูกน้องพ่อเลี้ยงเหยียบเบรกเอี๊ยด! พ่อเลี้ยงจรัลหน้าทิ่มกระแทกแค็ปอีกโป๊ก! ลูกน้องที่อยู่ด้านหลังล้มกันระเนระนาด มัทรีได้ทีก็ถีบลูกน้องที่จับตัวเองกับวริษราแล้วรีบดึงวริษราให้ลงจากรถ ลูกน้องที่ตั้งหลักได้ตามลงมาจะจับมัทรี
รชานนท์ วันรบ พุ่งเข้าไปแลกหมัดกับลูกน้องพ่อเลี้ยง พ่อเลี้ยงที่ตั้งหลักได้สีหน้าโมโหมาก
“กำแหงกับอั๊ว พวกลื้อต้องตาย”
พ่อเลี้ยงจับปืนส่ายไปมาแล้วกระหน่ำยิงปังๆๆ ! จนหมดแม็ก พ่อเลี้ยงจรัลยิงเสร็จแล้วก็เป่าปากกระบอกปืนอย่างหนังคาวบอย
“ใครเป็นศัตรูกับอั๊วมันต้องตาย”
พ่อเลี้ยงกราดสายตามองไป เห็นลูกน้องตัวเองนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น แต่รชานนท์ วันรบยืนเฉยไม่เป็นอะไรเลย
“เย้ย! ฝีมืออั๊วใช่ไหมเนี่ย”
รชานนท์กับวันรบรับขึ้นพร้อมกัน
“ถั่วต้ม (ถูกต้อง)”
“อาแป๊ะอย่างแกไม่มีลูกน้องมันก็บ่มิไก๊ ใช่ไหมวะไอ้รบ”
พ่อเลี้ยงเห็นรชานนท์กับวันรบก้าวเข้ามาหา
“อย่าเข้ามานะโว้ยอั๊วมีปืน”
พ่อเลี้ยงจรัลขู่แล้วก็เหนี่ยวไกใส่เสียงดังแชะ แชะ ! ปืนไม่มีกระสุนแล้ว
“เฮ้ย”
“ปืนไม่มีลูก..ยิงถูกก็ ไม่ตาย” วันรบพูดด้วยสีหน้ากวนประสาทใส่
รชานนท์ตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อพ่อเลี้ยง
“คิดจะยำลูกสาวฉันใช่ไหม ไอ้แป๊ะ”
พ่อเลี้ยงเห็นสีหน้ารชานนท์เอาจริงก็ปอดพลางว่า
“มีอะไรค่อยคุยกันก็ได้”
ติรการีบเข้าไปหามัทรีที่จับตัววริษราไว้เพื่อพยุงตัวเอง
“มัท”
“พี่มัทโดนยิงค่ะ” วริษราบอก
“ นนท์คะ ลูกถูกยิง” ติรกาตะโกนบอกรชานนท์
พอรชานนท์กับวันรบได้ยินว่ามัทรีถูกยิงก็เลือดขึ้นหน้า
“เชื่อเค้านะ คุยกันก่อน” พ่อเลี้ยงจรัลพยายามอ้อน
“คุยด้วยไอ้นี่แล้วกัน”
วันรบบอกแล้วก็ต่อยผัวะ! ตามด้วยหมัดของรชานนท์ที่อัดพ่อเลี้ยงจรัลอย่างไม่ยั้ง
“เฮ้ย ช่วยด้วย ช่วยด้วย”
ลูกน้องพ่อเลี้ยงจรัลซึ่งโดนยิงเข้าที่ขาเข้ามาด้านหลังติรกา ติรกาหันไปโดนตบผัวะ! จนกระเด็นออกไป
“แม่” มัทรีร้องขึ้น
รชานนท์กับวันรบหันไปเห็นลูกน้องพ่อเลี้ยงจรัลเข้าล็อกตัวมัทแล้วยิงปืนขู่
“เฮ้ย ปล่อยพ่อเลี้ยง ไม่งั้นนังนี่ตาย”
รชานนท์กับวันรบชะงักต้องปล่อยมือจากพ่อเลี้ยงที่หน้าตาบวมตุ่ย
“ฮึๆ ๆ อั๊วบอกแล้วให้คุยให้คุย ทีนี้ล่ะตาอั๊วบ้าง”
พ่อเลี้ยงเดินไปข้างมัทรีแล้วกระชากปืนมา
“ท่าจะรักนังนี่กันมาก ถ้ามันตายซะคน”
“อย่านะ” วันรบร้องขึ้น
วันรบพุ่งเข้าไปกอดมัทรีไว้โดยไม่สนใจกับหมัดเท้าของลูกน้องพ่อเลี้ยงที่พยายามจะถีบวันรบให้ห่างออกไป
“ถ้าจะฆ่ามัทแกต้องข้ามศพฉันไปก่อน”
มัทรีมองวันรบอย่างอึ้งๆด้วยไม่เคยคิดมาก่อนว่าวันรบจะรักเธอมากขนาดนี้ วริษรามองวันรบที่กอดมัทรีอย่างไม่กลัวตาย
“ตามคำขอ” พ่อเลี้ยงจรัลพูดแล้วกำลังจะยิง
ติรกาตัดสินใจกระโจนเข้ามาจิกหัวพ่อเลี้ยงจรัล อีกมือจิกเข้าที่หน้าพ่อเลี้ยง
“ห้ามทำลูกเขยฉันน่ะไอ้บ้า”
“โอ้ย”
รชานนท์อาศัยจังหวะนั้นเข้ามาถีบลูกน้องที่ถือปืนอยู่จนปืนกระเด็นหลุดไปแล้วตามไปจัดการอย่างต่อเนื่อง
วันรบมองที่แผลของมัทรี
“มัทเป็นยังไงบ้าง”
“เจ็บค่ะ”
รถตำรวจเปิดหวอแล่นเข้ามา ตำรวจลงมาจากรถแล้วบอก
“พ่อเลี้ยงมอบตัวซะดีๆ”
“โอ้ย ช่วยอั๊วก่อนสิเว้ย”
รชานนท์จัดการกับลูกน้องพ่อเลี้ยงจรัลเรียบร้อยแล้ว จึงรีบเข้ามาจับติรกาแยกออกจากพ่อเลี้ยงทันที
“จับมันเลยคุณตำรวจ มันทำร้ายอั๊ว” พ่อเลี้ยงบอก
ตำรวจเข้าใส่กุญแจมือพ่อเลี้ยงแล้วบอก
“ผมจะจับให้แต่หลังจากพ่อเลี้ยง”
ตำรวจพูดด้วยเสียงรัวเร็วขึ้น
“สู้คดีลักลอบเข้าประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย ไม่มีใบต่างด้าว คิดดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนด มีอาวุธผิด
กฎหมายในครอบครอง บุกรุกบ้านคุณติรกา ข่มขู่ ลักพาตัว ทำร้ายร่างกาย เจตนาฆ่า”
พ่อเลี้ยง อึ้งไปแล้วบอก
“เยอะเนอะ”
“เยอะ” ตำรวจตอบหน้าตาย
ตำรวจคุมตัวพ่อเลี้ยงไปที่รถ รชานนท์ วันรบและติรการีบเข้ามาหามัทรี
“เลือดยังไม่หยุดไหลเลยรีบพามัทไปโรงพยาบาลเถอะค่ะ” ติรกาบอก
วันรบเข้าอุ้มมัทรีจะพาไปขึ้นรถ มัทรีจับสาบเสื้อวันรบแล้วบอก
“พี่รบ... ริษ พาริษไปด้วย”
วันรบหันไปเห็นวริษรายืนนิ่งอึ้งอยู่ที่ได้ยินมัทรีบอกกับวันรบ
“ริษ...ขึ้นรถ เร็ว” วันรบตะโกนบอก
วริษรายังเงอะๆงะๆ ติรกาตรงเข้าลากวริษราไปที่รถ เมื่อทุกคนขึ้นรถแล้ว ชานนท์ขึ้นนั่งที่คนขับแล้วขับรถไปโรงพยาบาลทันที









Create Date : 12 เมษายน 2555
Last Update : 12 เมษายน 2555 15:47:09 น.
Counter : 117 Pageviews.

0 comment
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 13 (ต่อ)



วริษรานั่งที่โต๊ะทานข้าวบ้านกำนันเรืองเวลากลางคืน
“ทานสินังลิ้นจี่ แล้วนี่เอ็งกับไอ้หมาไปคบกันตอนไหน ทำไมไอ้หมามันไม่เห็นบอกพ่อกับแม่เล” วันทนีย์ทำเป็นไม่รู้เรื่อง
“ก็ช่วงที่ฉันอยู่กรุงเทพฯน่ะจ๊ะ พี่รบคอยช่วยเหลือฉันบ่อยๆ เราก็เลยเห็นใจกันและกัน”
กระถินพูดกับอาไท
“สตอเบอรี่ได้อีก”
“พอกับพี่กระถินเลยเนอะ” อาไทหยอก แรกๆเล่นเอากระถินเคลิ้มไปเพราะคิดว่าเป็นคำชม แต่พอนึกได้
เออ... ไอ้อาไท” กระถินหยิกขาอาไทที่ใต้โต๊ะ
“ก็แปลกนะ ถ้าเห็นใจกันขนาดนั้น ทำไมไอ้หมามันถึงบอกข้าว่าจะแต่งงานกับหนูมัทไม่ใช่เอ็ง”
“พี่รบบอกว่าสงสารคุณมัทรีน่ะจ๊ะก็เลยจะขอเลิกกับริษไปแต่งงาน”
“ลิ้นจี่ก็เลยท้องจับพี่รบเหรอจ๊ะ” กระถินโพล่งขึ้นอย่างทนไม่ได้
กำนันเรืองทำเป็นปรามด้วยเสียงต่ำ
“เฮย...เรียกว่าเห็นแก่ตัวไม่มีศีลธรรม ไม่รู้จักคิดจิตอกุศล..จะดีกว่า”
“เหรอ” อาไทกับกระถินพูดขึ้นพร้อมกัน
วริษราทนไม่ไหววางช้อน
“ริษทานไม่ลงค่ะ ขอตัวไปพักก่อนนะคะ”
วริษราไม่รอให้ผู้ใหญ่บนโต๊ะอนุญาตก็ลุกออกไปเลย ทุกคนในโต๊ะมองจนแน่ใจว่าวริษราเข้าห้องไปแล้วก็ตีมือกันอย่างเมามันส์
“เก่งมากจ๊ะพ่อจ๋า”
“ว่าแต่เราจะหลอกด่ายัยลิ้นจี่นี่แล้วถ้าเกิดยัยลิ้นจี่ไม่พอใจล่ะจ๊ะ” กระถินถามขึ้น
“ข้าไม่ได้หวังผลแค่หลอกด่า แต่ถ้าคนมันอึดอัด มันต้องระบายแล้วตอนนั้นล่ะ...”
วริษราเดินไปเดินมาในห้องอย่างหงุดหงิด วริษราหยิบมือถือจะกดออก แต่เสียงมือถือวริษราดังแทรกเข้ามาซะก่อน วริษรามองเบอร์ที่ขึ้นบนเครื่องอย่างไม่คุ้นเคย
“ฮัลโหล..พี่ต้น พี่โทรมาทำไมเนี่ย รู้ได้ไงว่าฉันท้อง นังเปิ้ลล่ะสิ พี่ไม่ต้องมารับผิดชอบ ฉันหาพ่อของลูกได้แล้ว แค่นี้นะ”
วริษรากดวางสายวางมือถือที่หัวเตียง อาไทแอบมองไปที่มือถือที่วางอยู่ที่หัวเตียง

มัทรีเดินออกมาที่ระเบียง ทอดสายตามองไปที่ท้องฟ้าอย่างเศร้าซึมนึกถึงวันชื่นคืนสุขที่มัทรีกับมัทรียิ้มหวานๆ ให้กัน แต่เมื่อนึกถึงภาพที่วริษรากอดขาอ้อนวอนวันรบไม่ให้ตามมัทรีมาก็น้ำตาร่วง … แล้วเอ่ยชื่อของวันรบขึ้น
“พี่รบ”
“ครับ” เสียงตอบจากวันรบดังขึ้น
มัทรีตกใจหันซ้ายหันขวาแล้วมองลงไปข้างล่าง เห็นวันรบคุกเข่าอยู่
“มัทรี ผมรักคุณ”
มัทรีมองวันรบอย่างอึ้งๆ ทำตัวไม่ถูก
“ผมรักคุณคนเดียวนะมัทรี”
วันรบส่งสายตามองมัทรีด้วยสายตาอ้อนวอน ขณะที่รชานนท์กับติรกาแอบมองอย่างลุ้นๆว่า มัทรีจะตัดสินใจอย่างไร
“มัทไม่อยากฟังคำแก้ตัว”
“ผมไม่ได้มาแก้ตัว ผมมาขอโอกาสแก้ไขจากมัท”
“พี่รบกลับไปเถอะค่ะ”
“ผมไม่กลับ ผมจะอยู่ตรงนี้จนกว่ามัทจะยอมเชื่อผม ผมไม่เคยนอกใจมัทจริงๆ”
มัทรีลุกขึ้นแล้วเดินเข้าห้องปิดประตูระเบียง วันรบหน้าจ๋อยไปทันที รชานนท์กับติรกาเข้ามาหาวันรบ
“ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก ไอ้น้อง” รชานนท์ตบไหล่เป็นเชิงปลอบใจ
“คืนนี้กลับไปพักก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่แล้วกัน” ติรกาว่า
“ไม่ครับ ผมจะอยู่ตรงนี้จนกว่ามัทจะยอมฟังผม”
“ตรงนี้นะ” รชานนท์ถามย้ำ
“ครับ”
รชานนท์กับติรกามองหน้ากันแล้วหันไปมองวันรบที่สายตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

คืนนั้น … เมื่อวริษรานอนหลับสนิท อาไทกับกระถินค่อยๆแง้มประตูห้องนอนออก อาไทสวมใส่เสื้อตัวใหญ่ กางเกงขายาวหลวมสำหรับใส่นอนเน่าๆ กระถินหันกลับมาเจอวันทนีย์ที่รออยู่ วันทนีย์พูดเสียงเบา
“เป็นไง”
“หลับแล้วจ๊ะแม่จ๋า”
“เอ็งสองคนรีบเข้าไปเอาโทรศัพท์นังลิ้นจี่ออกมา อย่าให้มันรู้ตัวเด็ดขาดนะ”
“จ๊ะ” กระถินกับอาไทพูดเสียงดังปกติอย่างลืมตัว
วันทนีย์รีบเอามือปิดปากกระถินกับอาไทแล้วจุ๊ปากให้เงียบ กระถินกับอาไทรีบปิดปากตัวเองแล้วหันไปเปิดประตูค่อยๆแฝงตัวเข้าไป อาไทคลานนำกระถินเข้ามาจะตรงไปที่หัวเตียง
วริษราพลิกตัวจนขายื่นเลยเตียงออกมา เท้าข้างที่ยื่นออกมากั้นตรงหน้าอาไท อาไทเบรก เอี๊ยด!จนหน้าทิ่มไปที่เท้าของวริษรา กระถินที่กำลังคลานเพลินๆ ชนเข้ากับก้นของอาไทอย่างจัง
“อุ๊บ!” อาไทตกใจจนไม่กล้าขยับ
กระถินเงยหน้าขึ้นมาเห็นก็ตกใจกลัววริษราจื่น แต่วริษรายังหลับนิ่ง กระถินถอนใจโล่งอก อาไทหน้าเสียเหลือบมองกระถินเพื่อขอความช่วยเหลือ
“ช่วยเหรอ” กระถินพูดเสียงเบาแล้วใช้มือจิกผมอาไทดึงออกมาทันที เล่นเอาอาไทหน้าหงายออกมา อาไทรีบเช็ดปากเช็ดหน้า พลางหันไปหากระถินแล้วถาม
“สาบานนะว่าเนี่ยช่วยไม่ได้โกรธอะไรกัน”
“ช่วยจริงๆ”
อาไทยังเช็ดหน้ากับปากไม่เลิก
“แหวะ..นี่ถ้าไม่เห็นแก่พี่รบนะ”
“พูดมากน่าหามือถือเร็วๆ” กระถินบอก
อาไทมองหาที่หัวเตียงแต่ไม่เห็น
“ไม่อยู่แล้วพี่...หายไปไหน”
อาไทกับกระถินช่วยกันมองหาแล้วเห็นว่ามือถืออยู่อีกฝั่งหนึ่งที่ชิดกับผนังซึ่งมีวริษรานอนคั่นกลางอยู่
“โน่นไง..แกปีนข้ามไปหยิบมาเร็ว” กระถินบอก
“อาเหรอ”
“เออ...”
อาไทจำต้องปีนขึ้นเตียงอย่างตัวเบาที่สุด อาไทกำลังจะเอื้อมมือข้ามตัววริษราไปหยิบโทรศัพท์ ทันใดนั้นวริษราเด้งตัวขึ้นมานั่ง พูดละเมอขึ้น
“นังกระถิน แกจะทำอะไร”
อาไทสะดุ้งเด้งหงายหลังลงไปกองกับพื้น กระถินยืนตัวแข็ง เห็นวริษราที่หลับตาชี้มาทางกระถิน อาไทโบกมือตรงหน้าวริษรา วริษราด่าทั้งๆ ที่หลับตา
“นังบ้า นังขี้เหร่ มายุ่งกับฉันอีกแกไม่ตายดี....แน่ “ พูดจบวริษราก็หงายหลังลงนอนบนเตียงเหมือนเดิม
กระถินยืนมองอย่างแค้นจะเข้าไปตบวริษรา แต่อาไทรีบกันไว้
“อย่าพี่ เดี๋ยวเสียงาน”
“เร็ว ๆ เลยไม่งั้น ฉันจะกระโดดตีศอกใส่หน้ามันเดี๋ยวเนี้ยะ”
อาไทขึ้นไปบนเตียง เอื้อมมือข้ามตัวเพื่อหยิบมือถือทันที อาไทหยิบโทรศัพท์ได้แล้วกำลังจะดึงตัวกลับมา วริษราก็ขยับมือขึ้นมากอดหมอนข้าง มือดันลอดเข้าเสื้อตัวโคร่งของอาไทด้วย อาไทยืนค้างเพราะถ้าขยับตัววริษราตื่นแน่ อาไทถึงกับหน้าเสีย หันคอมาพูดแบบไม่มีเสียงกับกระถิน
“พี่กระถิน ช่วยด้วย”
กระถินมองตามสายตาอาไทแล้วตกใจ
“ทำไงล่ะ”
“เอาออกสิ เอาออก” อาไทพูดแบบไม่มีเสียง
กระถินขยับเข้ามาจะจับมือวริษราออกแต่มือวริษราซุกใกล้หน้าวริษรามาก กระถินไม่กล้า
“เอาออกไม่ได้ มันกอดมือตัวเองไว้”
“แล้วทำไงล่ะพี่”
กระถินคิด ๆแล้วปิ๊งไอเดีย
“เอามันออกไม่ได้ เอาแกออกแทน”
อาไทตกใจคิดไม่ออกว่าจะเอาตัวเองออกอย่างไร กระถินจับปลายเสื้ออาไทด้านบนแล้วถอดเสื้ออาไทออกอย่างทุลักทุเล
“โอ้ย แทบตาย” อาไทบอก
“ได้มาไหม” กระถินถาม
อาไทโชว์มือถือ กระถินดีใจ
“รีบเอาไปให้แม่จ๋าเร็ว”
อาไทพลิกตัวจะลงจากเตียง แต่พอก้าวขาปรากฎว่าติด อาไทพยายามดึงว่าติดอะไร
“อืม..” วริษราเสียงพึมพำ
อาไทหันไปมองปรากฎว่าวริษราพลิกตัวมากอดปลายขากางเกงอาไทไว้อีก
“พี่กระถิน”
กระถินหันมา
“เฮ้ย”
“มันจะละเมออะไรนักหนาวะเนี่ย”
วริษรายิ่งดึงปลายขากางเกงเข้าไปกอดแน่นขึ้น
“อาไท”
อาไทเห็นสายตากระถิน
“อย่าบอกนะว่า.....”
กระถินพยักหน้า อาไทถึงกับหน้าเสียทันทีเพราะต้องถอดกางเกงออกเช่นเดียวกับเสื้อ

จุดนัดพบที่ดงกล้วยในเวลากลางคืน กระถินยื่นมือถือของวริษราให้วันทนีย์
“โทรศัพท์ของยัยลิ้นจี่จ๊ะแม่จ๋า”
วันทนีย์ส่งกระดาษกับปากกาให้กระถิน
“ดีมาก เอ็งรีบจดเบอร์โทรศัพท์ทั้งหมดที่โทรเข้าวันนี้ออกมาเลย ไอ้พ่อเด็กในท้องนังลิ้นจี่ที่ชื่อ..ชื่ออะไรนะอาไท
“พี่ต้นจ๊ะ” อาไทเสียงสั่นด้วยความหนาวเพราะทั้งเนื้อทั้งตัวเหลือแต่กางเกงในเพียงตัวเดียว
“เออ..นั่นแหล่ะ รีบจดเร็ว ๆ เข้า”
“แม่จ๋า ทำไมเราไม่ไปคุยบนบ้านล่ะจ๊ะ” อาไทถาม
“คุยในบ้าน ถ้านังลิ้นจี่มันตื่นมาได้ยินก็แผนแตกสิวะ เอ็งอย่าเรื่องมากได้ไหมเนี่ย”
“ฉันไม่ได้เรื่องมาก แต่ฉันหนาว”
“เร็วสิพี่กระถิน ฉันจะไม่ไหวแล้ว”
“ทนหน่อยน่าอาไท แล้วพี่จะบอกพี่รบให้ว่าอาไททุ่มเทเพื่อช่วยพี่รบ รับรองได้รางวัลใหญ่แน่”
วันทนีย์ส่งแบงค์พันให้อาไท
“อ่ะ หายหนาวไหม”
อาไทตาลุกวาวรีบรับแล้วบอก
“ ร้อนเลยจ๊ะ”
“อ้าว..แม่จ๋า” กระถินยังพูดไม่จบ วันทนีย์รู้ทันส่งแบงค์พันให้กระถิน
“ของเอ็งก็มี”
กระถินรีบรับมาแล้วบอก
“ขอบคุณจ๊ะ”
วันทนีย์มองขึ้นไปบนบ้านด้วยสายตามั่น
“คิดจะจับลูกชายคุณนายวันทนีย์ ไม่มีทางหรอกเว้ย”

ในเวลาเดียวกัน ทางบ้านของติรกา มัทรีเดินออกมาที่ระเบียงอีกครั้ง วันรบยังนั่งอยู่ที่พื้นหญ้าเหมือนเดิม มัทรีปวดใจที่ไม่อาจจะอภัยให้วันรบได้ ในขณะที่วันรบก็พยายามอ้อนวอนให้เห็นความจริงใจ
“พี่รบ..กลับไปเถอะค่ะ อย่าทำแบบนี้”
“ผมไม่กลับจนกว่ามัทจะยอมเชื่อว่าผมพูดความจริง”
มัทรีเหนื่อยที่จะพูดกับวันรบ ทำเป็นเดินเข้าไปในห้องแล้วปิดประตูกระจก มัทรีหันมองนาฬิกาเป็นเวลาสามทุ่ม เวลาผ่านไปจนถึงตีหนึ่ง มัทรีคอยมาแอบมองวันรบอย่างเป็นห่วง วันรบยังนั่งอดทนรอคอย มือก็ตบยุงไปด้วย มัทรีตัดสินใจปิดไฟ วันรบมองอย่างจ๋อย ๆ แต่ก็ยังฮึดนั่งต่อไป มัทรียืนแอบมองด้วยสายตาเศร้าๆ

อีกมุมหนึ่งของบ้าน เตือนใจกับพุทรายืนมองวันรบอยู่เช่นกัน
“ฉันล่ะอยากจะเอาน้ำไปสาดตารบนัก เอาให้จับไข้ไม่สบายเลยยิ่งดี” เตือนใจพูดขึ้น
พุทรามองเตือนใจแล้วถาม
“นี่คุณยายคิดจะให้คุณรบเรียกร้องความเห็นใจแบบในหนังเหรอคะ”
“แล้วหล่อนว่ามันจะได้ผลไหมคะ”
เตือนใจกับพุทรายิ้มให้กันอย่างเจ้าเล่ห์
“หึๆๆ”

บริเวณชั้นล่าง ติรกากำลังจะหอบผ้าห่มมาเดินออกไปหาวันรบ แต่รชานนท์เดินเข้ามาดึงติรกาไว้
“กระแต คุณจะไปไหนไ
“อากาศมันเย็นน่ะค่ะ ฉันจะเอาผ้าห่มไปให้”
“ไม่ต้อง..ปล่อยให้ไอ้รบมันตากน้ำค้างไป”
“เดี๋ยววันรบจะไม่สบายน่ะสิคุณ ทั้งยุงทั้งน้ำค้าง”
ยังไม่ทันขาดคำติรกา เสียงน้ำก็สาดโครม!เข้าที่ตัววันรบจนเปียกปอนไปหมด
“เฮ้ย” รชานนท์ร้องขึ้น
รชานนท์กับติรกาวิ่งออกมาดูเห็นเตือนใจทยืนหน้าถมึงทึงอยู่ เตือนใจพูดเสียงดัง
“ทำหลานฉันร้องไห้จะเป็นจะตาย ยังกล้ามาเสนอหน้าอีกเหรอ”
มัทรีได้ยินเสียงก็เปิดประตูออกมาดูอย่างตกใจ
“คุณยายครับ ฟังผมก่อน”
“ฉันไม่ฟังไอ้ผู้ชายหลายใจ ฉันล่ะเกลียดนักออกไปจากบ้านฉัน ไป๊”
“สมบทบาทมากค่ะคุณยาย” พุทราบอก
“ยังไม่ออกไปอีก”
เตือนใจกระซิบกับพุทรา
“ทำไมยัยมัทยังไม่ลงมาอีกนะ เหนื่อย! หล่อนช่วยห้ามด้วยสิยะ”
“ต้องห้ามด้วยเหรอคะ”
“เออสิ”
“โอ้ย ใจเย็น ๆค่ะคุณยายเดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งไป”
“ไม่ยงไม่เย็นมันแล้ว ขอเอาเลือดหัวออกสักทีเถอะ”
เตือนใจคว้ากระป๋องจะเข้าไปตีวันรบ
มัทรีตกใจเดินออกมาที่ระเบียง แต่เมื่อครั้นจะหันหลังกลับก็ชะงักเพราะรชานนท์กับติรกาวิ่งเข้ามาพอดี
“ใจเย็นครับคุณแม่”
“คุณแม่คะ อย่าถึงขั้นทำร้ายกันเลยนะคะคุณแม่” ติรกาว่า
เตือนใจ ตกใจที่กลายเป็นรชานนท์แต่ต้องเล่นให้สมบทบาทต่อไป
“ฉันจะฆ่ามัน ปล่อยฉัน แม่พุทรา” เตือนใจพูดแล้วทำท่าจะวูบไปซะอย่างนั้น
“อ้าว...ลมจะจับจริงซะงั้น” พุทราบอก แล้วรีบส่งเสียงดัง
“ว้ายคุณยาย คุณนนท์ขา พาคุณยายเข้าไปพักก่อนเถอะค่า”
เตือนใจจะเป็นลม พุทราจับแขนเตือนใจชักใยซะงั้น
“อย่าอาละวาดค่ะ คุณยาย ใจเย็น ๆ ค่ะ”
รชานนท์ ติรกา วันรบมองพุทราที่จับมือเตือนใจเหวี่ยงไปมา เตือนใจขยิบตาให้วันรบ วันรบเก็ททันที
“คุณยายครับ ผมขอโทษ ผมไม่ได้นอกใจมัทจริง ๆนะครับคุณยาย”
“แกไม่ใช่หลานฉัน แบกฉันเข้าไปเร็ว” เตือนใจพูดกับกับพุทรา
“คุณนนท์ คุณติช่วยพุทราหน่อยค่า พาคุณยายไปเร็วค่าก่อนคุณรบจะตาย”
“นั่งอยู่ได้แค่ตรงนั้น ห้ามเข้ามาในบ้านเด็ดขาด ไม่งั้นฉันฆ่าตายแน่”
เตือนใจพูดแล้วชี้ที่วันรบเป็นความหมายว่า ให้นั่งอยู่อย่างนั้นแหล่ะ อย่าไปไหน วันรบมองอย่างเข้าใจขยิบตารับ
“เห็นใจผมเถอะครับคุณยาย ผมจะไม่ไปไหนจนกว่ามัทจะยอมฟังผม”
เตือนใจแอบยกนิ้วโป้งให้วันรบ เพื่อบอกว่าแสดงบทบาทได้ดีมาก รชานนท์เข้าใจทันที ช่วยกันพาเตือนใจเข้าบ้าน ติรกายังงงแต่เดินตามเข้าไปในบ้าน วันรบเงยหน้ามองสบตากับมัทรี มัทรีเป็นห่วงแต่ยังทำเป็นไม่สนเดินเข้าไป
วันรบลงคุกเข่าต่อทั้งที่เนื้อตัวเปียกปอน

ภายในห้องรับแขก ติรกาอึ้งไปกับแผนการของเตือนใจ
“ช่วยวันรบเรียกคะแนนความเห็นใจ”
“ใช่สิ ฉันรอให้ยัยมัทลงมา พวกแกก็ดันมาขัดซะก่อน”
“คุณแม่จัดน้ำใส่วันรบเต็มๆ ขนาดนั้นจะล้มซะก่อนยัยมัทใจอ่อนสิคะ”
“กระแตจ๊ะ คุณแม่จัดตัวช่วยให้ไอ้รบต่างหาก โดนด่าก็ยังทนแถมอาจจะล้มเป็นไข้ไม่สบาย มารยาเรียกความเห็นใจ ผู้หญิงน่ะนะยิ่งรักด้วยแล้วใจแข็งไม่นานหรอกจ๊ะเดี๋ยวก็เปลี้ย วิ่งลงมา”
มัทรีวิ่งลงมาจริง ๆ
“นั่นไงมาจริง ๆ ด้วย” รชานนท์ว่า
“คุณยายขา คุณยายเป็นยังไงบ้าง”
“เป็นอะไร”
“อ้าวก็เมื่อกี้คุณยายจะเป็นลมไม่ใช่เหรอคะ”
เตือนใจนึกขึ้นได้ แล้วทำเป็นวูบทิ้งตัวใส่รชานนท์ทันที
“หะ..อ๋อ..เอิ๊กกก”
“คุณยายโกรธจนความดันขึ้นเลยนะคะเนี่ย อย่าเป็นอะไรนะคะคุณยาย โฮ..คุณยา” พุทราพูดแล้วร้องไห้ราวหนักราวกับเตือนใจจะสิ้นลมไปตรงหน้า
เตือนใจสะกิดกระซิบกับพุทรา
“เยอะไปแล้ว เยอะ”
“เนียนเนียนค่ะ” พุทราตอบเสียงเบา แล้วหันไปทำเสียงดังต่อ
“อย่าเป็นอะไรนะคะคุณยาย”
“คุณแม่ก็ทำเกินไปนะคะ ยัยมัทไม่ออกไปดูตารบหน่อยเหรอลูก” ติรกาทำหยอด
“แบบนี้ดีแล้วล่ะค่ะ”
“อ้าว” ทุกคนเหวอไป เตือนใจเด้งตัวขึ้นมา
มัทรีหันมาหาเตือนใจ เตือนใจทำเป็นทิ้งตัวลงไปอีก พุทราเข้ามารับแทบไม่ทัน
“พี่รบจะได้รู้ว่าเรื่องระหว่างเขากับมัทมันจบลงแล้ว”
มัทรีมองออกไปทางวันรบด้วยสายตานิ่ง
พุทราพูดเบาๆ กับเตือนใจ
“จะใจแข็งไปไหนเนี่ย”
คนอื่นๆแอบสบตากันอย่างหนักใจ

เช้าวันใหม่ที่บ้านกำนันเรือง วริษราตื่นนอนแล้วเดินออกมาที่ระเบียงอย่างแปลกใจที่เห็นบ้านเงียบ
“ไปไหนกันหมด”
“พี่กำนัน กระถินไปบอกฉันว่านังริษมันมาอยู่ที่นี่...จริง ๆเหรอจ๊ะ” เสียงแม่ของวริษราดังขึ้น
“จริง อยู่บนเรือนแน่ะ”
“ฉันต้องขอโทษนะพี่ที่ลูกฉันมาสร้างความเดือดร้อนให้ ฉันจะลากมันกลับบ้านเดี๋ยวนี้”
“ใจเย็นๆ มีอะไรค่อยๆพูดกันดีกว่านะ”
“แม่นะแม่ ยุ่งจริงๆ” วริษราว่า
วริษราเห็นท่าไม่ได้การตัดสินใจรีบวิ่งกลับไปที่ห้องหยิบกระเป๋าเงินออกมาแล้วหนีออกไปอีกทาง

ส่วนทางบ้านติรกา พุทราถือถาดน้ำเต้าหู้ร้อนเข้ามา เตือนใจหยิบส่งให้ติรกา ติรการับไปแล้วเกิดอาการเหม็น แล้ววางถ้วยลงแล้วรีบยกถังขยะมาอ้วก
“เป็นอะไรน่ะกระแต”
“มันคลื่นไส้น่ะค่ะ”
“ก็ไม่ได้นอนทั้งคืนนี่คะ ทานน้ำเต้าหู้ร้อนๆ สิคะ” พุทรายื่นแก้วเข้าไปใกล้ติรกา
“ไม่เอา..มันเหม็น”
เตือนใจ รับแก้วมาดมดู
“เหม็น ก็ไม่นี่ ยัยติประจำเดือนมาหรือยังลูก”
“ยังเลยค่ะ “ ติรกาพูดแล้วก็นึกได้มองหน้าเตือนใจ รชานนท์เข้าใจทันทีรีบเข้าไปกอดติรกา
“นี่หมายความว่า...เยี่ยมมากเลยกระแต”
ติรกาเขิน
“จะใช่เหรอคะแม่”
เตือนใจหันไปพูดกับพุทรา
“แม่พุทรา ฉันจะมีหลานอีกแล้ว”
พุทราดีใจมากบอก
“คุณนนท์สุดยอดเลยค่ะ เปิดปุ๊บติดปั๊บ”
“แน่นอนอยู่แล้ว”
“ถ้ายัยมัทรู้ต้องดีใจแน่ ๆ อยากได้น้องอยู่แล้วนี่” เตือนใจว่า
“เอ่อ..พุทราว่าเคลียร์ทีละเรื่องไหมคะ ไม่งั้นที่คุณรบนั่งมาทั้งคืนก็เหนื่อยฟรีนะคะ”
“รอให้เราเคลียร์เรื่องวันรบก่อนแล้วค่อยบอกยัยมัทนะคะ”
ทุกคนมองกันอย่างรับรู้

มัทรีนั่งหัวพิงกระจกประตูระเบียงจนหลับแล้วสะดุ้งตื่น มัทรีนึกได้รีบออกมาดูที่ระเบียงเห็นวันรบยังนั่งอยู่ที่เดิม ที่ด้านล่าง เตือนใจ รชานนท์ ติรกายังนั่งเฝ้าอยู่ พุทราค่อยๆ ยื่นหน้าออกมามองเห็นมัทรีชะเง้อมาจากระเบียง
พุทรารีบรายงานเตือนใจ
“คุณมัทออกมาแล้วค่ะ”
เตือนใจรีบเดินไปในมุมที่วันรบเห็น
เตือนใจพูดเสียงเบาๆ
“ตารบ..ตารบ”
วันรบเบลอนิด ๆเพราะยังไม่ได้นอนแถมมีไข้ขึ้นมองไปทางเตือนใจ เตือนใจทำท่าใบ้ชี้ที่วันรบว่าไม่สบายแล้วทำท่าล้มให้เห็นเป็นตัวอย่าง วันรบเพ่งมอง พอเตือนใจทำให้ดูครั้งที่สองก็เข้าใจทันที วันรบทำเป็นเงยหน้าพอเห็นมัทรีก็ทำยิ้มแบบฝืน ๆ แล้วโงนเงนล้มไปกองกับพื้นทันที มัทรีตกใจ
“พี่รบไ
มัทรีรีบวิ่งลงไปทันที

เตือนใจ รชานนท์และติรกาทำเป็นนั่งที่โซฟาเพลียๆ หลับๆ มัทรีวิ่งลงมาร้อง
“พี่รบ”
มัทรีวิ่งออกไปที่สวนเข้าไปประคองวันรบ แล้วเอามือแตะหน้าผาก
“พี่รบ พี่รบ ตัวร้อนจี๋เลย พี่รบคะ”
วันรบทำเป็นเบลอๆ
“เชื่อพี่นะพี่ไม่ได้นอกใจมัท ไม่ได้” วันรบนิ่งหลับไป
“พี่รบคะ พี่รบ” มัทรีพยายามจะหาทางแบกวันรบเข้าบ้านไป
“นั่นไง บอกแล้วว่าได้ผล” เตือนใจว่า
รชานนท์ ติรกาหันไปยกนิ้วให้เตือนใจ
“พ่อคะ แม่คะ ช่วยพี่รบด้วยค่ะ”
“ได้ ๆ” รชานนท์บอก
รชานนท์กับติรกาวิ่งออกไปช่วยมัทรีหิ้วปีกวันรบ เตือนใจจะตาม แต่ชะงัก เพราะมีอาการเบลอแล้ววูบ พุทราเห็นท่าไม่ดีรีบเข้ามารับตัวไว้
“คุณยายขา ไม่ต้องแกล้งเป็นลมแล้วค่ะ”
“ไม่ได้แกล้งย่ะ หน้ามืดจริงๆ”
“อ๋อ...วัยชรา”
เตือนใจดึงแก้มพุทราอย่างแรง
“หยาบคาย ประคองฉันนั่งก่อนสิ”
“ยาดมหน่อยไหมคะ”
“ได้ก็ดี...”
พุทรารีบไปเอายาดมมาให้เตือนใจ เตือนใจดมยาดมแบบเต็มสูบ เสียงมือถือของพุทราดังขึ้น พุทรากดรับ
“ค่ะคุณสมภพ...อะไรนะคะ” น้ำเสียงของพุทราตกใจ
เตือนใจหันไปมองพุทรอยากรู้ว่ามีเรื่องอะไรกัน
พ่อเลี้ยงจรัลบินด่วนกลับจากเมืองจีนและรีบมาดูที่ห้องเก็บเอกสารภายในบ้าน พ่อเลี้ยงจรัลถึงกับอึ้งไปที่เห็นห้องเก็บเอกสารเสียหายจากไฟไหม้ แฟ้มและสัญญาเงินกู้โดนไหม้จนกลายเป็นเศษขี้เถ้าจนหมด กลุ่มสมุนพ่อเลี้ยงมองด้วยสายตาหวาดหวั่น พ่อเลี้ยงจรัลยืนอยู่กลางห้องสีหน้าโกรธจัดแล้วพูดขึ้น
“หมดกัน เงินของฉัน หมดกัน”
พ่อเลี้ยงจรัลหันไปหาพวกสมุนแล้วชี้หน้าอย่างเอาเรื่อง
“ไฟมันไหม้สัญญาพวกนี้ได้ยังไง”
ลูกน้องพ่อเลี้ยงมองหน้ากันเลิ่กลั่ก พ่อเลี้ยงจรัลจ้องมองด้วยแววตาเต็มไปด้วยความแค้น

ธงฉานเดินเข้ามาในบ้าน และตรงไปยังห้องรับแขกเจอกับสมภพที่กำลังลากกระเป๋าเดินทางจะออกไปอย่างรีบร้อน
“เฮ้ย อาครับอา อาจะลากกระเป๋าไปไหนเนี่ย”
“ไอ้พ่อเลี้ยงจรัลมันกลับมาจากเมืองจีนแล้วน่ะสิ ขืนอยู่มันเอาตายแน่ นี่ฉันให้รุจี พาทรงสุดากับตาต้นไปหลบแล้ว”
“อ้าว ไปกันหมดแล้วผมล่ะอา”
“จะรอมันมาฝากรอยเท้าบนหน้าแกก็อยู่ไป”
“เอ้า..เรื่องอะไรจะอยู่เล่า รอด้วยสิอา”
สมภพเดินออกไปที่ประตู ธงฉานกำลังจะตาม แต่ร่างสมภพถูกถีบกระเด็นกลับเข้ามาในบ้านอีก ธงฉานตกใจเข้าไปหาสมภพ
“อา”
ธงฉานหันมองที่ประตูเห็นพ่อเลี้ยงจรัลค่อยๆลดเท้าลงและยืนหน้าเหี้ยมอยู่
“พ่อเลี้ยงจรัล” พ่อเลี้ยงว่า
“ถั่วต้ม (ถูกต้อง) แกทำฉันแสบมาก”
“ค่อยคุยกันนะครับพ่อเลี้ยง”
“บ้านอั๊วไหม้ขนาดนั้น คุยกันไม่รู้เรื่องหรอกเว้ย แค้นต้องชำแหละ”
“ชำระ” ธงฉานกับสมภพโพล่งขึ้นพร้อมกัน
“อย่างอั๊วมันต้องชำแหละลูกเดียว พาอั๊วไปหาเตียดรากาเดี๋ยวนี้”
“พ่อเลี้ยงมันพูดถึงใครอ่ะอา เตี่ยๆ ใคร”
“เตียดรากา เตียด รากาคนที่ช่วยพวกลื้อบุกไปเผาบ้านอั๊วจนวอดน่ะ พูดภาษาไทยฟังไม่เข้าใจหรือไงวะ”
“ภาษาน่ะใช่ แต่สำเนียงน่ะ..สวดยอดดด”
พ่อเลี้ยง เบิ๊ดกบาลธงฉานทันที
“ล้อเลียนอั๊วเหรอไอ้อ้วน”
“พ่อเลี้ยงจะไปบ้านติรกาทำไมครับ”
พ่อเลี้ยงกำลังจะง้างปาก แต่ลูกสมุนพูดแทรกขึ้นทันที
“คิดจะยิงกราด พังบ้าน บี้มด ตบหมาแก้แค้นให้สะใจใช่ไหม เลวจริงๆ”
พ่อเลี้ยง ฟาดหลังมือเข้าหน้าลูกน้อง ผัวะ!
“ปัญญาอ่อน ระดับอั๊วแล้วไม่ทำ...แค่นั้นหรอกเว้ย อั๊วต้องขยี้หัวใจเตียดรากาให้แหลกราญให้มันรู้ซะบ้างว่าพ่อเลี้ยงจรัลสวดยอดขนาดไหน”
ธงฉานกับสมภพมองพ่อเลี้ยงด้วยสีหน้าสยอง

วันรบอยู่บนเตียงภายในห้องนอนของมัทรี มัทรีหยิบอ่างน้ำกับผ้าผืนเล็กมาชุบน้ำบิดหมาดแล้วเช็ดหน้ากับคอให้วันรบ วันรบขยับเล็กน้อย
“อืม...มัท”
มัทรีเช็ดซ้ำอย่างเบามือ วันรบจับมือมัทรีไว้ แล้วเอามาแนบหน้าและจูบเบาๆ
“มัท..มัทหายโกรธผมแล้วใช่มั้ยค๊ะ”
รชานนท์มองวันรบแล้วเกิดอาการหวงลูกสาวทันที
“เฮ้ย เกินไป เกินไป เยอะไปแล้วจะอ้วก” รชานนท์พูดแล้วก็เข้าไปดึงมือมัทรีออกจากมือวันรบทันที
“คุณพ่อคะ พี่รบไม่สบายอยู่นะคะ”
“ไอ้รบมัน” รชานนท์เกือบหลุดปากเพราะความฉุน
วันรบแอบลืมตามองหวั่นๆว่าความจะแตก พยายามจะส่งซิกให้รชานนท์แต่รชานนท์ไม่มอง ติรกาเดินเข้ามาแล้วรีบพูดแทรกขึ้นทันที
“นนท์คะ”
รชานนท์ชะงัก ติรการีบเข้ามาข้างมัทรี
“ห่วงตารบว่าอาการจะเยอะไปกว่านี้ใช่ไหมคะ มัทจ๊ะ แม่ว่ามัทไปเอาข้าวต้มกับยามาให้วันรบดีกว่านะลูก”
“ค่ะแม่”
มัทรีมองอย่างสงสัยแต่ก็ยอมออกไป มัทรีปิดประตูไม่สนิทตัดสินใจแอบดูอยู่ด้านนอก รชานนท์เดินไปเบิ๊ดหัววันรบ
“โอ้ย ป๋า ผมกำลังอ้อนมัทอยู่จะทำเสียเรื่องทำไมเนี่ย”
“ก็เกรงใจกันบ้าง เฮ้ย แอ็คติ้งว่าป่วยฉันช่วย แต่เอาเปรียบลูกฉันฉันไม่ยอมเว้ย”
“นนท์คะ จะจุ๊กจิ๊กอะไรตอนนี้เดี๋ยวยัยมัทก็มาได้ยินพอดี”
“นั่นสิครับคุณแม่ ป๋าน่ะงี่เง่า เอ๊ย งอแง หวงลูกน่ะครับ”
“ป่วยให้มันเนียนหน่อยแล้วกัน ยัยมัทจับได้โดนงอนกันหมดแน่”
มัทรีโกรธทันทีที่ได้รู้ความจริง มัทรีกำลังจะเดินออกไปเจอพุทราวิ่งขึ้นมาพอดี
“คุณมัทจะไปไหนคะ”
มัทรีไม่ตอบแต่เดินไปหน้าตาเฉย พุทรามองตามอย่างงงๆ แล้วรีบเดินเข้าไปหาติรกา
“คุณติ คุณนนท์คะ คุณสมภพโทรมาเตือนว่าพ่อเลี้ยงจรัลกำลังจะมาที่นี่ค่ะ”
วันรบ รชานนท์ และติรกาหันมองพุทราด้วยความตกใจ








Create Date : 12 เมษายน 2555
Last Update : 12 เมษายน 2555 15:42:35 น.
Counter : 148 Pageviews.

0 comment
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 13 (ต่อ)



เช้าวันรุ่งขึ้น วันรบเดินเข้ามาในบ้านพชรก็ต้องชะงักที่เห็นวริษรานั่งรออยู่
“ริษ...ริษมาที่นี่ทำไม”
พชรกับนลินีเดินออกมาพอดี นลินียิงคำถามใส่วันรบทันที
“ตารบ ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงบอกว่ารบเป็นพ่อของเด็กในท้องแล้วหลานพี่ล่ะ ทำไมรบทำแบบนี้”
“ใจเย็น ๆ สิคุณ” พชรเตือน
“จะเย็นยังไงไหว มัทรีจะเสียใจแค่ไหนที่เจอเรื่องแบบนี้”
“ใจเย็น ๆ นะครับ” วันรบบอกแล้วหันมาหาวริษรา
“ริษ..อย่าให้พี่หมดความอดทนนะ”
“พี่รบสัญญาแล้วว่าจะดูแลริษ”
วันรบอารมณ์ขึ้นปรี๊ดทันที
“กลับไป! ไปให้พ้นหน้าพี่”
“พี่รบ”
นลินีได้ฟังที่วันรบพูดกับวริษราก็ได้ข้อสรุปแล้วหันไปหาพชร
“ตารบมาแรงนะคุณแสดงว่าตารบไม่ใช่พ่อเด็กแน่”
“อีแบบนี้ตั้งใจมาจับไอ้รบแน่”
“พี่ไม่ใช่สามีไม่ใช่พ่อของเด็ก ถ้ายังพูดไม่เข้าใจก็ไม่ต้องมาเจอกันอีก เดือดร้อนก็ไม่ต้องมา”
“ริษรักพี่รบนะคะ”
“แต่พี่ไม่รักริษแล้วริษก็ไม่มีสิทธิ์มาทำลายความรักของพี่”
นลินีตีมือกับพชรอย่างสะใจ วริษรามองพชรอย่างไม่พอใจ
“พี่รบสัญญาแล้วว่าจะดูแลริษ”
“แผ่นเสียงตกร่องหรือไงน้องพูดซ้ำอยู่ได้ วันรบเขามีคู่หมั้นแล้วน้องจะมาตื้อทำไม ใครทำท้องก็ไปร้องให้เขารับสิคะมายัดเยียดคนอื่นแบบนี้เขาเรียกหน้าอะไรนะคุณ” นลินีพูดขึ้น
“หน้า..ไม่อายน่ะเหรอจ๊ะ” พชรบอก
“อย่ายุ่ง” วริษราตวาดเสียงดัง
“หยุดนะอย่าก้าวร้าวที่นี่ กลับไปได้แล้ว”
“นี่พี่รบไล่ริษเหรอ”
วันรบหันไปพูดกับพชรและนลินี
“ผมไม่ไหวแล้วพี่ ช่วยพาเขาออกไปทีนะครับ”
พูดจบวันรบเดินเข้าห้องไปอย่างหัวเสีย
“พี่รบ เรายังพูดกันไม่รู้เรื่องนะ”
“น้อง..พี่ว่ากลับบ้านไปดีกว่านะ” พชรบอกวริษรา
“อย่ามายุ่ง”
“นี่ อย่ามาขึ้นเสียงกับผัวฉันนะ ไม่งั้นจะตบให้ลูกเล็ดเลย กลับเข้าป่าไปเลยนังชะนีไป ไป๊”
วริษราหันไปจะสู้แต่นลินีง้างมือรอด้วยท่าทางเอาจริงมาก
“ออกไป๊”
วริษราเห็นท่าว่าสู้ไม่ได้แน่ วริษราจึงรีบสะบัดหน้าออกไป
“นังนี่มันร้ายนะคะคุณ”
“อีแบบนี้ หลานมัทจะสู้ไหวหรือเปล่าเนี่ย”
นลินีมองพชรด้วยสีหน้าเครียด

มัทรีนั่งซึมพิงหน้าต่างด้านหนึ่ง มัทรีมองออกไปด้านนอกแล้วน้ำตาไหล ซึม เช่นเดียวกับวันรบที่นั่งพิงหน้าต่างอยู่อีกด้านด้วยสีหน้าเศร้า เจ็บปวดจนไม่รู้จะทำยังไงดี ต่างคนต่างฟุบหน้าลงที่ฝ่ามือ มัทรีร้องไห้เจ็บปวด แต่วันรบเครียดจนไม่รู้จะหาทางออกกับเรื่องนี้อย่างไร

ยามเช้าในเวลาต่อมา รชานนท์กับติรกาเดินมาที่หน้าห้องแล้วพูดขึ้น
“นนท์คะ ลูกจะยอมฟังเหรอ”
“ยังไงก็ต้องลอง ผมเชื่อว่าไอ้รบไม่ทรยศลูกเรา แล้วมัทก็รักไอ้รบมาก ผมไม่อยากให้ลูกกับไอ้รบเสียรู้ผู้หญิงคนนั้น หรือคุณคิดว่าไอ้รบไม่ซื่อ” รชานนท์มองติรกาเป็นเชิงขอความเห็น
“พูดยากค่ะ ฉันเชื่อว่าวันรบรักลูกเรา แต่เรื่องที่มัทเจอก็คงเลวร้าย ลูกถึงได้ตัดสินใจถอนหมั้นวันรบทั้งที่ต่อสู้กับฉันมาจะเป็นจะตาย”
“งั้นเชื่อความคิดผมสักครั้ง ช่วยให้มัทกับไอ้รบปรับความเข้าใจกัน”
“ค่ะ”
รชานนท์กับติรกากำลังจะเคาะประตูแต่ มัทรีเปิดประตูออกมาซะก่อน รชานนท์เห็นมัทรีแต่งตัวจะออกไปข้างนอก
“ลูกจะไปไหน”
“มัทเบื่อๆ ค่ะจะไปเดินเล่น”
“มัท..เรื่องไอ้รบ”
“มัท....ขอโทษนะคะพ่อ มัทอยากอยู่เงียบๆ ..คนเดียว”
มัทรีพูดตัดบท ติรกาจับมือรชานนท์แล้วดึงไว้เป็นเชิงบอกว่าอย่าตาม มัทรีเดินออกไป ติรกากับรชานนท์มองด้วยความเป็นห่วง

ทันทีที่มัทรีขับรถเลี้ยวออกจากบ้านและเหยียบด้วยความเร็ว จู่ๆ วริษราก็กระโดดออกมาขวางรถไว้ มัทรีรีบเหยียบเบรกเอี๊ยด! ทันที ร่างวริษราร่วงลงไปกับพื้น มัทรีตกใจรีบลงมาจากรถ เข้าไปประคองร่างวริษรา
“วริษรา ริษ”
บริเวณถนนหน้าบ้านติรกา มัทรีพยายามจะปลุกวริษรา
“ริษ..ริษ”
วริษราทำเป็นเพิ่งฟื้น
“พี่มัท”
“นี่เธอทำบ้าอะไร กระโดดมาขวางรถแบบนี้ได้ยังไง”
“ริษไม่อยากอยู่แล้ว ริษอยากตาย”
“นี่มีเรื่องอะไรต้องถึงกับฆ่าตัวตายเลยเหรอ”
“พี่รบ..พี่รบเขา”
“ทำไม พี่รบทำไม”
วริษราตีหน้าเศร้ามาก มัทรีมองวริษราอย่างรับฟัง

ในเวลาต่อมา ตอนกลางวัน พชรกับนลินีกำลังพาวันรบออกมาที่หน้าบ้านเพื่อจะไปขึ้นรถเพื่อไปพบมัทรีที่บ้านติรกา
“ถ้ามันเป็นอย่างที่รบว่า พี่ว่าพูดต่อหน้าหลานมัทให้มันรู้เรื่องกันไปเลย เราไม่ได้ทำอะไรผิดทำไมต้องเจอเรื่องแบบนี้ ไปเลย พี่ช่วยพูดเอง” นลินีบอก
เสียงมัทรีดังขึ้นมาพอดี
“พูดที่นี่ก็ได้ค่ะ ป้านี”
มัทรีประคองวริษราเข้ามา ทุกคนหันไปมองอย่างตกใจคาดไม่ถึง
“มัท นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมริษถึงมากับมัท”
“พี่รบคะ ผู้หญิงคนนี้กระโดดขวางทางรถของมัทคิดจะฆ่าตัวตายค่ะ”
ทุกคนมองวริษรา
“ถ้าริษกับลูกจะไม่มีพี่รบ ริษตายซะดีกว่า”
วันรบได้ยินวริษราถึงกับโกรธทันที
“พอได้แล้ว เลิกโกหกทุกคน ถึงไม่มีมัทพี่ก็ไม่มีวันเลือกริษ ยิ่งริษคิดจะทำลายความรักของพี่ พี่ยิ่งเกลียดริษ”
วริษราทำเป็นสะอึกสะอื้นร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด
“แต่ริษรักพี่รบ รักพี่รบคนเดียว”
“มัทต้องเชื่อผมนะผมไม่เคยนอกใจมัท ริษท้องกับคนอื่นแล้วขอให้ผมรับเป็นพ่อเด็ก”
วริษราแหกปากเสียงดังขึ้นมาทำราวกับวันรบทำให้เสียใจมากมาย
“พี่รบ ทำไมพี่รบถึงได้ใจร้ายกับริษแบบนี้”
นลินีคันไม้คันมือมากจะโผเข้าไป พชรจึงต้องจับยื้อไว้
“ปล่อยฉันน่ะคุณ ขอยันยัยนี่ซะทีเถอะ เห็นมันสะตอแล้วฉันคันเท้า”
“คุณไปทำแบบนั้น วริษราก็จะยิ่งเรียกคะแนนสงสารจากหลานมัทนะ นิ่งไว้เถอะคุณ” พชรเตือน
นลินีพยายามข่มใจสุดชีวิต
“มัท..ผมช่วยเพราะเห็นว่าริษเป็นน้อง ผมไม่เคยรักริษ ผมรักคุณคนเดียวนะมัท”
วริษราทรุดตัวลงไปกอดเข่าวันรบประหนึ่งทาสรัก
“พี่รบอย่าทำแบบนี้ อย่าทิ้งริษกับลูก มัท..ช่วยริษด้วย”
วันรบสุดทนแกะมือวริษราผลักออกไปทันที
“เลิกบ้าซะทีริษ ถ้าไม่หยุดพี่จะไม่ทนอีกแล้วนะ”
วันรบหันหน้ามาทางมัทรีแล้วพูดต่อ
“มัท..ริษโกหกมัททุกเรื่อง”
“ผู้หญิงคนนี้บอกมัทว่าเขายอมเป็นเมียเก็บพี่รบจนท้อง ตอนนี้เขาอยากให้พี่รบรับผิดชอบเขากับลูก”
“แต่ผมไม่ได้”
“ตอนนี้มัทไม่รู้จริง ๆว่าใครพูดเรื่องจริงใครโกหก ที่มัทถอนหมั้นพี่รบเพราะมัทไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นมือที่สามของใคร”
“ระหว่างผมกับมัท ไม่เคยมีใครแทรกกลางระหว่างเราได้ วริษราต่างหากที่เป็นมือที่สาม”
“พี่รบ” วริษราร้องเรียกขึ้น
มัทรีหันมามมองตาขวางใส่วริษรา
“อยู่เงียบๆได้ไหมริษ พี่กับพี่รบเคลียร์กันอยู่”
วริษราเห็นสายตาเอาจริงของมัทรีจึงจำเป็นต้องเงียบ
“ผมพร้อมจะตอบทุกคำถามนะมัท”
“แต่มัทไม่มีอะไรจะถามเพราะตอนนี้มัทกับพี่รบ เราจบกันไปแล้ว”
“มัท”
มัทรีถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
“มัทเหนื่อยค่ะ มัทไม่อยากเวียนว่ายในวัฎจักรชิงรักหักสวาทเราสามคนแบบนี้ มัทอยากมีความรักที่สบาย ๆ มีแค่เราสองคนที่เข้าใจและอยากอยู่ด้วยกัน”
“มันเป็นแบบนั้นมาตลอดและมันจะเป็นอย่างนั้นตลอดไป แค่มัทเชื่อใจผม”
“นั่นล่ะค่ะที่สำคัญ ถ้ามัทคิดจะเลือกใครมาเป็นผู้นำชีวิต เขาต้องทำให้มัทศรัทธาในตัวเขา อย่างไม่มีข้อสงสัย ที่ผ่านมา พี่รบโกหกว่าไม่รู้จักริษทั้งที่จริง ๆ แล้วพี่กับริษเป็นญาติกันตั้งแต่เด็ก พี่รบยอมลงชื่อรับเป็นพ่อของเด็กแต่ไม่ยอมบอกมัทปล่อยให้มัทรู้เอง พี่รบไปหาริษที่คอนโดกลางดึกและสุดท้ายพี่รบอยู่ที่ไหนคะตอนที่ครอบครัวมัทมีปัญหา”
“ริษตั้งใจวางยานอนหลับผม ผมขอโทษผมไม่รู้จริงๆ ว่าริษจะกล้าทำกับผมขนาดนี้”
มัทรี พชร นลินีหันไปมองวริษรา วริษราเข้าไปเกาะแขนมัทรีและพยายามอ้อนวอนให้เชื่อมาก
“ไม่จริงนะคะพี่มัท พี่รบโกหก พี่มัทเชื่อริษนะคะ”
“นางร้ายแท้ๆ นะเนี่ยคุณ” พชรพูดขึ้นแล้วเห็นนลินีจะโผเข้าหาวริษราอีกจึงรีบจับไว้
“ใจเย็นคุณ”
“ออกไปจากที่นี่ ไม่งั้นฉันตบลูกเล็ดแน่” นลินีพูดขึ้นอย่างสุดทน
วันรบกระชากวริษราแล้วผลักไปให้ไกลจากมัทรี
“ไปให้พ้น อย่ามาให้พี่เห็นหน้าอีก”
มัทรีเบื่อถึงขีดสุดจะเดินขึ้นรถแต่วันรบตามไปดึงไว้ วริษราเข้ากอดขาวันรบไว้ไม่ให้ไป
“พี่รบ อย่าทิ้งริษ พี่รบ”
มัทรีแกะมือวันรบ นลินีรีบเดินเข้าไปหามัทรี
“มัท ฟังป้าก่อนนะมัท”
“หลานมัท เรื่องนี้ลุงกับป้านีอธิบายได้นะ ยัยนี่มันแต่งเรื่องมาหลอกมัทนะ”
“จริงหรือไม่ ไม่สำคัญเท่า..พี่รบทำลายความไว้ใจที่มัทมีต่อพี่รบ”
วันรบถึงกับหน้าเสีย มัทรีมองหน้าวันรบ
“มัทขอให้ตัวมัทได้อยู่นิ่งๆ สักพักนะคะ อย่าให้ใครมากระโดดขวางรถมัทอีกนะคะ มัทไม่อยากเป็นฆาตกร” มัทรีขึ้นรถแล้วขับรถแล่นออกไป นลินีร้องเรียกตาม
“มัทรี มัท”
วันรบสะบัดจนหลุด วริษราเรียก
“พี่รบ”
วริษราเห็นไม่ได้การก็ทิ้งตัวลงกับพื้นทำแกล้งสลบไปเลย
วริษราตอนล้มลงกระแทกพื้นแต่หัวดันไปโขกกับหินแรงไปหน่อย ทำเอาวริษราสลบวูบไปจริงๆ
“อ้าว นี่อย่ามาสำออยแถวนี้ นี่” นลินีเข้าไปเขย่าตัววริษราแล้วบอกพชร
“คุณ ยัยนี่แน่นิ่งไปเลย”
พชรเดินเข้ามาดู)
“สงสัยสลบจริงนะคุณ เอาไงดี”
นลินีหงุดหงิดเล็กน้อยแต่ไม่รู้จะทำอย่างไรดี
“อุ้มเข้าไปในบ้านก่อนคุณ”
นลินีมองวันรบที่ยืนนิ่งอยู่แล้ว นลินีหยิบมือถือมากดออกทันที
“คุณจะโทรไปไหน”
“รายงานตานนท์..ฉันไม่ยอมให้เรื่องเป็นแบบนี้แน่” นลินีบอก

ในเวลาต่อมา ที่บ้านของติรกา รชานนท์ ติรกา เตือนใจ พุทรากำลังปรึกษากัน
“นี่ถึงขั้นถอนหมั้นกันเลยเหรอ ก็ไหนตานนท์บอกว่าตารบไม่ได้โกหกไง” เตือนใจถามขึ้น
“ผมเชื่อว่าไอ้รบไม่ได้โกหก แต่มัทรีไม่เชื่อนี่ครับ เมื่อกี้นี้พี่นีกับพี่ระก็โทรมาว่า มัทพาวริษราไปให้วันรบ แถมยังประกาศจบอย่างเด็ดขาดแล้วด้วย”
“แล้ววริษราไปกับยัยมัทได้ยังไง” ติรกาถามด้วยความสงสัย
“เห็นว่าวริษราจะกระโดดให้รถยัยมัทชนน่ะครับ เพราะว่าโดนไอ้รบไล่มา”
“อื้อหือ..ตามตำรานางร้ายเขาเรียกมารยาสาไถยนะคะเนี่ย ถ้าคุณรบไม่ใช่พ่อของเด็กจริงๆ ยัยวริษรานี่ก็นางร้ายตัวแม่เลยนะคะ แบบนี้คุณมัทแย่แน่ๆ” พุทราบอก
“โอ้ย แม่ไม่ยอม ถ้าตารบเลวจริงเลิกกันแม่ไม่ว่า แต่ถ้ายัยมัทกับตารบจะมาเลิกกันเพราะมือที่สามปั่นแบบนี้ไม่ได้” เตือนใจบอก
“พุทรา ปืน!” ติรกาสั่ง
พุทราส่งปืนให้ติรกาทำท่าจะไปแต่รชานนท์ดึงไว้
“กระแตจะไปไหน”
“จะไปสอบสวนแม่วริษราว่าจริงหรือเปล่า”
“ถ้าจริง” เตือนใจถามขึ้น
“วันรบไส้กระจุยแน่”
“แล้วถ้าไม่จริง” เตือนใจพูดหยั่งเชิง
“วันรบก็ไส้กระจุยอยู่ดี”
ทุกคนร้อง “อ้าว!” ขึ้น
“ก็หนูไม่ทำร้ายผู้หญิงแล้วยิ่งท้องด้วย จะโทษก็ต้องโทษวันรบที่ทำให้วริษรามาวุ่นวายกับยัยมัท ทำให้ยัยมัทเสียใจ พูดแล้วมันขึ้น...ตายซะเถอะ”
เตือนใจกับรชานนท์ต้องกอดติรกาดึงยื้อไว้ไม่ให้ไป
“เรื่องนี้แค่บ้านเราคงรับมือไม่ไหว มันต้องขอความช่วยเหลือจากทุกฝ่ายแล้วล่ะ” เตือนใจบอก
“ทุกฝ่าย...แม่หมายถึงใครเหรอคะ” ติรกาถาม
เตือนใจยิ้มเจ้าเล่ห์

วริษรายังไม่ฟื้น วันรบยืนมองสีหน้าเครียด นลินีกับพชรนั่งอยู่ที่โต๊ะ
“นี่คุณมาสลบไสลไม่ฟื้นแบบนี้ จะเนียนมาอยู่กับตารบเลยหรือเปล่าเนี่ย” นลินีพูดขึ้น
“ไอ้รบไม่ยอมหรอกหรือคุณยอม” พชรว่า
“ไม่มีทาง แต่ตอนนี้ฉันว่าตานนท์หรือติรกาต้องมาจัดการเรื่องนี้แล้วนะ ปล่อยไว้หลานมัทกับรบได้เลิกกันจริง ๆแน่”
“ตอนนี้หลานมัทฟังใครที่ไหนเห็นไอ้นนท์ว่าใครพูดก็เดินหนีเลย”
“ถ้ายัยนี่ยังมาปั่นมาป่วนอยู่แบบนี้ ตารบจะเอาเวลาไหนไปง้อหลานเราล่ะต้องแยกยัยนี่ออกไป”
“เออ..เอางี้มะ ผมจะเสียสละตัวเองให้น้องริษเกาะแทน ไอ้รบจะได้เป็นอิสระ”
นลินีดึงหูพชรทันที
“ที่พูดนี่คิดแล้วใช่ไหม”
“เมียจ๋า...สามีล้อเล่น เล่นเกาะไอ้รบเป็นตุ๊กแกแบบนี้ ต้องมือชั้นเซียนเท่านั้นแหสะถึงจะเอาอยู่”
“แล้วใครล่ะมือชั้นเซียนคนนั้น”
เสียงกริ่งดังขึ้นที่หน้าบ้านพชร นลินีพูดขึ้นก่อนเดินไปเปิดประตู
“คงไม่มีสาวอุ้มท้องมาโผล่หน้าบ้านอีกนะ”
นลินีเปิดประตู วันทนีย์กับกระถินก้าวเข้ามา นลินีกับพชรต่างตาโตมองกันไปมาแล้วพูดขึ้นพร้อมกัน
“มือชั้นเซียน”
วันทนีย์กับกระถินมองกันอย่างงงๆ ไม่รู้ว่านลินีหมายถึงอะไร พชรรีบไปลากวันรบมา วันรบถึงกับแปลกใจ
“แม่ มาได้ยังไง”
“ออกมานี่เดี๋ยวนี้”
วันทนีย์ลากวันรบออกไปกับกระถิน พชรกับนลินีจะตามไป แต่วันทนีย์ยกมือห้ามแล้วชี้ไปที่ห้องที่วริษรานอนอยู่
“เฝ้าไว้อย่าให้ตามมาได้”
พชรกับนลินีได้แต่หันมองวริษราที่ยังหลับอยู่ในห้อง

วันทนีย์กับกระถินลากวันรบออกมาเจอรชานนท์และติรกาที่รออยู่หน้าบ้านพชร วันรบหันไปมองวันทนีย์
“ป๋า คุณแม่ยาย นี่มันอะไรกันครับ”
ติรกาชักปืนขึ้นมา
“ฉันต่างหากที่ต้องถามว่านายทำบ้าอะไร ทำลูกฉันร้องไห้อยากตายใช่ไหม”
รชานนท์ต้องคว้าปืนติรกาให้หลบไปทางอื่น
“กระแต ระวังครับ เสียงดังเดี๋ยววริษรารู้ตัว”
“อ้าว! ไม่ได้กลัวผมตายเลยเหรอป๋า” วันรบบอก
รชานนท์กระชากคอเสื้อวันรบ
“ลูกฉันตาบวมร้องไห้จนทำอะไรไม่ได้ แกคิดว่าฉันยังจะห่วงแกอีกเหรอ ไอ้รบ”
“กระถินไม่ยอมนะพี่รบ เมียพี่รบถ้าไม่ใช่พี่มัทก็ต้องเป็นกระถินเท่านั้น” กระถินบอก
ทุกคนร้อง “เฮ้ย” พร้อมกันเพราะตกใจ
“ก็มันจริงนี่จ๊ะ กระถินยอมแพ้ความดีของพี่มัทถึงได้ยอมตัดใจ ถ้าจะมีหมาคาบพี่รบไปกิน กระถินไม่ยอม”
“นายคงไม่รู้ตัวว่ายัยมัทให้โอกาสนายครั้งแล้วครั้งเล่า หวังว่านายจะไม่โกหกแต่นายก็ทำให้ลูกฉันผิดหวัง และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร จำไว้ว่าโกหกก็คือโกหก” ติรกาน้ำเสียงเข้มจริงจัง
“ไม่คิดว่าจะแกจะซื่อบื้อขนาดนี้” กำนันเรืองใส่วันรบบ้าง
“ซื้อบื้อไม่พอแบบนี้ต้องเรียกโง่ น่าตีให้ตายนัก” วันทนีย์เสริม
“คุณแม่ยายครับ ผมรักมัทผมไม่อยากสูญเสียมัทไป ช่วยผมด้วยนะครับ”
“กลับเถอะค่ะนนท์” ติรกาบอก
วันรบเดินไปคุกเข่าตรงหน้าติรกา
“ผมสำนึกผิดแล้ว ผมจะไม่ทำให้มัทต้องเสียใจอีกให้โอกาสผมนะครับ”
“ถ้าฉันให้โอกาส นายต้องทำตามที่ฉันสั่งทุกอย่างตกลงไหม” ติรกาว่า
“ครับ ผมจะทำตามทุกอย่าง”
“อย่าใจอ่อนให้คนที่สร้างปัญหาให้เรา” เตือนใจบอก
“ครับ ผมจะไม่ใจอ่อน”
“จะทำงานให้ฉันฟรี ๆ ไม่คิดเปอร์เซนต์” รชานนท์บอก
“ครับ ผมไม่คิดเปอร์เซนต์...หือ แล้วป๋าเกี่ยวอะไรด้วย”
“ไม่เกี่ยวหรอก แต่อยากข่มแกมั่ง หรือจะหือ” รชานนท์บอก
วันรบจำยอม
“ไม่หือครับ”
“กระแตจ๊ะ ผมอนุมัติให้ที่ประชุมช่วยไอ้รบคืนดีกับลูกเรา”
“แต่ตอนนี้มัทไม่ยอมฟังผมเลย” วันรบบอก
“ไม่มีแก่ใจฟังหรอกตราบใดแม่มือที่สามยังเกาะตารบแจเป็นตุ๊กแกขนาดนี้ ต้องกำจัดตุ๊กแกซะก่อน”
เตือนใจหันไปยิ้มกับวันทนีย์ วันทนีย์ยิ้ม วันรบไม่เข้าใจว่าจะจัดการกับวริษราอย่างไร

ในห้องนอนของวันรบ วริษราตื่นขึ้นในเวลากลางคืนเห็นวันรบที่นั่งอยู่ข้างเตียงกุมมือวริษราอยู่จนวริษรารู้สึกแปลกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของวันรบ
“พี่รบ”
“ริษเป็นยังไงบ้าง”
“ริษ..ยังมึนๆ นิดหน่อยค่ะ”
“พี่ขอโทษนะริษ ที่พี่ทำให้ริษต้องเสียใจ ต่อไปนี้พี่จะให้ความสำคัญกับริษและลูกมากกว่านี้ ยกโทษให้พี่นะริษ”
“พี่รบ พี่จะดูแลริษกับลูกไม่ทิ้งไปไหนใช่ไหมคะ”
“จ๊ะ”
วริษราเข้าสวมกอดวันรบทันที สีหน้าหน้าวริษรายิ้มสะใจ
“ ริษดีใจที่สุดเลยค่ะ ริษรักพี่รบนะคะ”
“ต่อไปนี้ริษไม่ต้องไปทำงานแล้วนะ”
วริษรามองวันรบอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

เช้าวันใหม่ วันรบถือกระเป๋าพาวริษราเข้ามาที่บ้านกำนันเรือง วริษราถึงกับหน้าเสีย
“ทำไมต้องให้ริษมาอยู่ที่บ้านลุงกำนันด้วยจ๊ะ”
“ก็ที่นี่เป็นบ้านพี่ ถ้าริษจะอยู่กับพี่ก็ต้องเข้ากับครอบครัวพี่ให้ได้จริงไหมจ๊ะ”
“แต่...”
วริษรายังไม่ทันจะพูดอะไรต่อ เสียงวันทนีย์ก็ดังเข้ามา
“ไอ้หมา”
วันทนีย์รีบออกมาเข้ามากอดวันรบ
“แม่กำลังรอเอ็งอยู่เลย”
วันทนีย์หันมาหาวริษราแล้วลงดาบแรกทันที
“ว่าไงนังลิ้นจี่”
วริษรายกมือไหว้
“ป้าวันคะ หนูเปลี่ยนชื่อเป็นวริษราแล้วค่ะ เรียกหนูริษก็ได้ค่ะ”
วันทนีย์ยิ้มเฉือนแล้วบอก
“แหม ไม่ว่ายังไงเอ็งก็เป็นลิ้นจี่ของป้า ต้นไม้ในสวนจะไปโตที่ป่าคอนกรีต เปลี่ยนชื่อเริ่ดหรูขนาดไหน กำพืดมันก็อยู่สวนเหมือนเดิมล่ะจริงไหม”
วริษราถึงกับสะอึก วันรบเห็นว่าวันทนีย์ชักมันส์ปากจึงรีบห้ามด้วยการกระซิบเบาๆว่า
“แม่!แรงไปแล้ว”
“ก็มัน...”
วันรบรีบพูดแทรกขึ้นทันที
“ผมจะพาริษมาฝากน่ะครับแม่ ริษเขากำลังท้อง”
“ได้สิ ได้ ลูกหลานมาพึ่งพาข้าจะไม่ให้พึ่งพิงได้ยังไงถูกไหม”
“ผมอยากให้ริษเข้ากับครอบครัวเราได้ ริษก็ไม่ได้เจอกับพ่อแม่ตั้งหลายปี”
กำนันเรืองเดินออกมาพอดี
“ไม่ต้องห่วงไอ้หมา แฟนเอ็ง..พ่อกับแม่จะดูแลให้ ดีนะคนคุ้นเคยกันลูกๆ หลานๆ”
“งั้นผมไปนะครับพ่อ แม่”
วริษราหันมาจับมือวันรบ
“พี่รบจะไปไหน ไม่อยู่กับริษเหรอ”
“พี่ต้องไปดูงานที่ภูเก็ต ริษอยู่กับแม่พี่สักสองสามอาทิตย์นะแล้วพี่จะรีบกลับมาหา”
กระถินหมั่นไส้ทนไม่ได้ตรงเข้าจิกผมวริษราจนหน้าหงาย
“อย่าเซ้าซี้พี่รบสิจ๊ะ ลิ้นจี่” กระถินพูดด้วยน้ำเสียงแค้นมาก
“นังกระถิน” วันทนีย์เสียงดังปรามให้กระถินรู้สึกตัว
“โอ้ย ตายจริงลืมตัว อยากสนิทกับแฟนพี่รบเร็ว ๆน่ะจ๊ะ”
“ผมไปก่อนนะครับแม่”
วริษราจับแขนวันรบ ไม่อยากให้ไป
“แต่ว่า..”
วันทนีย์เข้ามาแกะมือวริษราออกจากแขนวันรบ
“ไอ้หมาต้องไปทำงานหาเงินมาเตรียมสำหรับเอ็งคลอดลูกนะ ลิ้นจี่ อย่างอแงงี่เง่า”
วันทนีย์ส่งสายตาโหดใส่วริษราแล้วเริ่มลดเสียงให้หวานขึ้น
“สิจ๊ะลูก”
“พี่ไปนะ”
“เดี๋ยวสิพี่รบ”
วริษราจะตามวันรบไป แต่กระถินกับอาไทรีบวิ่งมาขวางปิดทางวริษาไว้
“พวกแกมาขวางฉันทำไมเนี่ย”
“ก็แม่จ๋าอยากให้พี่ลิ้นจี่อยู่กับแม่จ๋าที่นี่..นี่จ๊ะ” อาไทบอก
“ใช่..เธอต้องอยู่ที่นี่” กระถินบอก
“หลบไป”
“ไม่หลบ”
วริษราพยายามจะดันแต่กระถินไม่ยอม วริษราตบผัวะ!เข้าที่หน้ากระถิน อีกฝ่ายสวนทันที เพี๊ยะ! จนสองคนตบกันชุลมุนตะลุมบอน วริษราสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย ฝ่ายกระถินกระโดดตบสุดตัวจนวริษราลงไปกองกับพื้น กระถินขึ้นคล่อม สติหลุด
“จะแย่งพี่รบจากพี่มัทเหรอ นังลิ้นจี่ นี่ๆๆ”
วันทนีย์ดูเพลินจนออกแนวเชียร์ จนอาไทต้องสะกิด
“ตี ๆๆ อย่างนั้น”
“แม่จ๋า ห้ามสิจ๊ะ อย่าเชียร์”
วันทนีย์รู้สึกตัว
“เออ จริง..นังกระถิน”
วันทนีย์ต้องเข้าไปลากกระถินออกมา วริษราลุกขึ้น
“นี่ให้ริษมาอยู่ที่นี่เพราะมัทรีใช่ไหมจ๊ะ”
“ไม่ใช่อย่างนั้น นังกระถิน ข้าเตือนแล้วใช่ไหมว่าไอ้หมามันรักใครเอ็งต้องรักด้วย อย่าลำเอียง ขอโทษนังลิ้นจี่ซะ”
กระถินจะไม่ยอมแต่เห็นสายตาวันทนีย์ที่จ้องนิ่งมาอย่างเอาเรื่อง
“ฉันขอโทษ หวงพี่รบมากไปหน่อย”
วันทนีย์สั่งกระถิน
“พานังลิ้นจี่ไปพัก ไป แล้วอย่าก่อเรื่องอีกนะ ไปพักเถอะ หลานแม่จะได้พักด้วยนะ”
วริษรามองวันทนีย์ที่ยิ้มแต่ปาก แต่สายตาคุกคามมากอย่างหวั่น ๆ

วันทนีย์ยืนอยู่ตรงดงกล้วยในเย็นวันนั้น มีกำนันเรืองกับอาไทนั่งยองๆ รอ กระถินรีบวิ่งเข้ามาพลางมองหลังอย่างระแวดระวัง
“นังกระถิน..ยัยลิ้นจี่เป็นยังไงบ้าง มันสงสัยเราไหม” วันทนีย์ถามขึ้น
“ไม่จ๊ะ กระถินจ๊ะจ๋าเป็นอย่างดี”
“โอ้ย! แม่จ๋าไม่ต้องห่วงหรอกจ๊ะ พี่กระถินเวลาสอพลอน่ะ แม่จ๋ายังเชื่อเลย” อาไทบอก
“อาไท” กระถินพูดพลางดึงหูอาไท
“นี่ฉันชมนะเนี่ย”
“เลิกอวยกันได้แล้ว ที่ข้าเรียกประชุมเพราะว่ามีภารกิจที่เราต้องทำอย่างเร่งด่วน เพื่อขยายครอบครัว” วันทนีย์บอก
“งั้นขึ้นห้องกันเลย” กำนันเรืองว่า
“ขึ้นห้องมันเกี่ยวอะไรด้วยพ่อจ๋า”
“เอ้าก็บอกว่าเร่งด่วน ข้าก็จะปั้นน้องให้ไอ้หมาน่ะสิ”
“พ่อจ๋าอ่ะ บ้า! ฉันไม่ได้บอกว่าจะปั้นน้ำให้เป็นตัว แต่จะขยายครอบครัวด้วยการทำให้หนูมัทรีแต่งงานกับไอ้รบให้ได้”
“รู้แล้วน่า พ่อล้อเล่น”
“ว่าแต่ว่าแม่จ๋าจะให้ยัยลิ้นจี่มาเป็นสะใภ้แม่จ๋าจริงๆรึ” อาไทถาม
“ไม่มีทางลูกสะใภ้ของข้าต้องเป็นหนูมัทคนเดียวเท่านั้น”
“งั้นแม่จ๋าจะให้พวกเราทำยังไง บอกมาเลยจ๊ะ” อาไทถามขึ้น
“ตอนนี้นังลิ้นจี่มันกำลังใช้เด็กในท้องเรียกคะแนนสงสาร”
“แม่อย่าบอกนะว่าจะทำร้ายเด็ก” กระถินว่า
“เรื่องบาปกรรม ข้าไม่ข้องแวะอยู่แล้ว แต่กรรมใดใครก่อกรรมนั้นย่อมตามสนอง เราต้องต่อสู้เพื่อความถูกต้อง”
ทุกคนมองหน้าวันทนีย์ที่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์








Create Date : 04 เมษายน 2555
Last Update : 4 เมษายน 2555 10:41:03 น.
Counter : 171 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  

มิกัง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]