Group Blog
 
All blogs
 
Review : แชร์ประสบการณ์ทำเลสิกที่ SUPREME iLASIK CLINIC เจ็บหรือไม่? บล็อคนี้มีคำตอบจ้า

จากบล็อคที่แล้วทรายได้แชร์ประสบการณ์การตรวจตาก่อนทำเลสิก
ใครสงสัยว่าคนที่มีปัญหาสายตาสั้น สายตาเอียง สายตายาวเป็นอย่างไร
และใครที่สามารถแก้ปัญหาสายตาได้ด้วยการทำเลสิกได้บ้าง ?
กลับไปอ่านได้ที่บล็อคก่อนหน้า >>>CLICK<<< เลยค่า Smiley

จากการตรวจตาเมื่อบล็อคที่แล้วทำให้ทราบว่า
สุขภาพตาของทรายไม่มีปัญหาใดๆสามารถทำเลสิก
เพื่อแก้ปัญหาสายตาสั้นได้ จึงทำการนัดวันกับทางคลินิกจ้า
รายละเอียดคลินิกที่ดูแลการทำเลสิกให้ทรายตามนี้ค่ะ

------------------------------------------------------------------------

คลินิกเวชกรรมเฉพาะทางจักษุ
SUPREME iLASIK CLINIC : สุพรีม ไอเลสิค
ตั้งอยู่ที่อาคารยูไนเต็ด เซ็นเตอร์ ชั้น 19 ประมาณสีลมซอย 3
ตรงข้ามโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ลง BTS ศาลาแดงใกล้สุดค่ะ

ราคาในการทำ iLasik อยู่ที่หนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
รายละเอียดเพิ่มเติมสอบถามทางคลินิกที่

02-6312112 หรือ 089-2056326 ค่ะ

>>> http://www.supremeilasik.com <<<

------------------------------------------------------------------------


ซึ่งทรายได้ฤกษ์ทำเลสิกเพื่อสลัดแว่นสายตาทิ้งวันที่ 6/06/2556
เลขสวยป่ะล่า 555 บังเอิญค่ะเพิ่งสังเกตเห็นเหมือนกัน
วิธีการเตรียมตัวก่อนไปทำเลสิกคือ
การงดใส่คอนแทคเลนส์อย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์
เพื่อให้กระจกตาคืนรูปทรงตามธรรมชาติมากที่สุด
แต่เราสามารถใส่แว่นสายตาได้ปกตินะคะ



ขั้นตอนแรกก่อนการทำเลสิกเราจะต้องทำการตรวจค่าสายตาอีกครั้ง
ใช้เครื่องตรวจเหมือนตอนที่เราตรวจตาเมื่อบล็อคที่แล้ว
ซึ่งที่คลินิกจะมีอุปกรณ์เครื่องตรวจที่ครบครัน อย่าง
เครื่องWaveScan
ซึ่งเครื่องนี้สามารถเก็บข้อมูลลายม่านตาเฉพาะบุคคล
เพื่อนำข้อมูลไปเชื่อมโยงกับเครื่องทำเลเซอร์ในการแก้ไขสายตา



การตรวจตาแบบเบสิกที่ให้เรามองผ่านค่าเลนส์ต่างๆ
รอบนี้วัดละเอียดมากจริงๆ จำว่าใช้เวลาวัดพักใหญ่
วัดซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบมาก เพื่อให้ได้ค่าสายตาที่ถูกต้องที่สุดเนอะ



ค่าสายตาของเค้าที่วัดได้วันนี้
ข้างขวา -300 เอียง -0.25

ข้างซ้าย -300 เอียง -0.75



ขั้นตอนต่อมาก็ทำการเปลี่ยนชุดใส่หมวกและชุดคลุมปลอดเชื้อ
และรองเท้าที่ทางคลินิกเตรียมไว้ สีชมพูสดใส๊ สดใส อิอิ



ก่อนการผ่าตัดจะต้องมีการหยอดยา 2 ชนิด คือ
"ยาป้องกันการติดเชื้อ" และ "ยาชา"
โดยต้องหยอดห่างกันประมาณ 5-10 นาที

***ยาชาที่ใช้หยอดตาแตกต่างจากยาชาแบบฉีด
คือปกติยาชาแบบฉีดจะทำให้ผิวหนังเราไม่สามารถรับความรู้สึกจากการสัมผัสได้
แต่ยาชาที่ใช้หยอดตาจะลดความรู้สึกเจ็บปวดจากของแหลมคม
โดยที่เราจะยังคงมีความรู้สึกเมื่อมีอะไรมาสัมผัสแต่จะไม่รู้สึกเจ็บจ้า




ระหว่างที่เตรียมการก่อนเข้าทำเลสิก
คุณหมอจะมานั่งคุยเล่าให้ฟังว่าแต่ละขั้นมีวิธีการอย่างไรบ้าง
คุณหมอที่ดูแลการทำเลสิกให้ทรายในครั้งนี้ คือ

พญ.ศศิวิมล จันทรศรี ผู้อำนวยการแพทย์ของ SUPREME iLASIK CLINIC
ซึ่งคุณหมอเป็นจักษุแพทย์ที่เชี่ยวชาญมีประสบการณ์การทำเลสิกมากว่าสิบปี
คุณหมอใจดีค่ะ อธิบายแต่ละขั้นเข้าใจง่ายทำให้เรารู้สึกว่าไม่มีอะไรน่ากลัว



ก่อนเข้าห้องผ่าตัดก็หยอดยาอีกครั้ง
-----------------------------------------------------

วิธีการหยอดยาหยอดตาที่ถูกต้อง

ให้มองขึ้น ใช้นิ้วถึงเปลือกตาล่างลงเล็กน้อย
หยอดยาเข้าไปบริเวณด้านในของเปลือกตาล่าง
ค่อยๆหลับตาและกลอกตาเบาๆ หลับตาไว้สักครู่นึง
การหยอดน้ำตาเทียมก็ใช้วิธีการเดียวกันค่ะ




ได้เวลาเข้าห้องผ่าตัดกันเลยค่ะ ทุกคนต้องใส่หมวกและชุดคลุมปลอดเชื้อ
ในภาพคือการทำความสะอาดรอบดวงตา ด้วยการเช็ดเบตาดีนก่อนเริ่มการทำ iLasik
ในห้องจะมีเครื่องยิงเลเซอร์ 2 ตัว ได้แก่
เครื่อง Femtosecond Laser ใช้สำหรับแยกชั้นกระจกตา
และ เครื่อง Excimer Laser  เป็นเลเซอร์เย็น
ที่ใช้เจียรนัยและขัดกระจกตาเพื่อแก้ปัญหาสายตาค่ะ
เราจะนอนอยู่บนเตียงนิ่งๆไม่ต้องลุกนั่ง เพราะเตียงสามารถหมุนหันไปหาเครื่องเลเซอร์ได้จ้า



ในห้องผ่าตัดจะควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ที่ประมาณ 21-22 องศาเซลเซียส
และควบคุมความชื้นให้อยู่ในระดับต่ำ แต่ไม่ต้องห่วงค่ะเค้ามีผ้าห่มหนานุ่มให้ อิอิ



เริ่มขั้นตอนแรกของการทำ iLasik ด้วยการใส่ซิลิโคนครอบตา
เพื่อล็อคตำแหน่งของตาดำเพื่อทำการแยกชั้นกระจกตา
ด้วยลำแสงเลเซอร์ที่ชื่อว่า Femtosecond Laser

นี่คือความแตกต่างของ
การทำ Lasik ธรรมดา และการทำ iLasik

การทำ iLasik จะใช้เลเซอร์ในทุกขั้นตอนตั้งแต่การแยกชั้นกระจกตาและการปรับค่าสายตา
ซึ่งในการทำเลสิกธรรมดาจะแยกชั้นกระจกตาด้วยใบมีดค่ะ
ราคาของ iLasik จึงสูงกว่าการทำเลสิกธรรมดา
ซึ่งรายละเอียดของการแยกชั้นกระจกตาด้วยเลเซอร์ดีกว่าการใช้ใบมีอย่างไร
จะเขียนอธิบายไว้ในขั้นตอนการทำเลสิกด้านล่างนี้เลยค่ะ



หน้าตาของซิลิโคนที่ใช้ครอบตาเพื่อทำการแยกชั้นกระจกตาด้วยเลเซอร์
โดยปกติการแยกชั้นกระจกตาด้วยใบมีดอุปกรณ์ที่ใช้ครอบตาจะเป็นโลหะค่ะ
ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่เรียกได้ว่ารู้สึกมากที่สุดเทียบกับขั้นตอนอื่นๆ
แต่ไม่ใช่ความรู้สึกเจ็บอะไร แต่รู้สึกหนักๆซิลิโคนจะกดล็อคบริเวณตาดำเราไว้
คุณหมอเทียบน้ำหนักของซิลิโคนที่กดบนตาดำเราว่า
เทียบเหมือนมีน้ำหนักกดทับบนลูกตาเราประมาณ 200 กรัม (แค่สองขีดเองจ้า)
มันจะรู้สึกตื้อๆตึงๆตา เป็นความหนักในระดับที่ใครๆก็ทนได้ค่ะไม่ได้ทรมานอะไรจ้า
เมื่อล็อคตำแหน่งตาดำเรียบร้อยก็จะทำการครอบโลหะลงไปแล้วก็ยิงเลเซอร์
ใช้เวลาในการยิงเลเซอร์แค่ 10 วินาที ซึ่งไม่รู้สึกอะไรเลยค่านอนมองไฟนิ่งๆสิบวิ เสร็จเรียบร้อย!



นำภาพจำลองในการแยกชั้นกระจกตาด้วยใบมีดมาให้ชมกันค่ะ
จากที่เห็นว่าตัวล็อคเป็นโลหะ ที่มีใบมีดบางๆลั่นตัดฉับเพื่อเปิดกระจกตา
ซึ่งอาจจะมีความเสี่ยงในการตัดที่ไม่ตรงเป๊ะ อาจจะเอียงหรือเบี้ยวได้



แต่การแยกชั้นกระจกตาด้วยเลเซอร์จะเป็นการยิงฟองอากาศเข้าไป
ระหว่างเนื้อเยื่อให้ชั้นกระจกตาเพื่อให้เกิดช่องว่างขึ้น
แล้วจึงยิงตัดขอบโดยรอบให้เป็นวงกลม เหมือนเป็นรอยประ
จากนั้นคุณหมอจะเป็นคนค่อยๆแซะขอบเพื่อเปิดชั้นกระจกตา
โดยการแยกชั้นกระจกตาจะเปิดออกแบบเป็นบานพับคือไม่ได้ตัดขอบจนสุด
จะเหลือขั้วเอาไว้เหมือนฝาที่สามารถเปิดออกและปิดกลับได้จ้า



ภาพเปรียบเทียบแสดงความแตกต่าง
ระหว่างการเปิดแยกชั้นกระจกตาด้วยใบมีดและด้วยเลเซอร์
ภาพบนเป็นการใช้ใบมีดจะเป็นว่าใบมีดทำให้เนื้อเยื่อขาดรุ่ย
แต่ภาพล่างการใช้เลเซอร์เนื้อเยื่อกระจกตายังคงเรียงเส้นดีอยู่
ซึ่งความเสียหายของเซลล์เนื้อเยื่อที่แตกต่างกัน
ส่งผลต่อการสมานตัวของกระจกตาหลังทำเลสิก
การใช้เลเซอร์กระจกตาจะปิดคืนสนิดได้ดีกว่า
และส่งผลต่อการบางลงของกระจกตาน้อยกว่าการใช้ใบมีด ค่ะ



คุณหมอจะทำการเปิดแยกชั้นกระจกตาทั้งสองข้างให้เสร็จก่อน
แล้วจึงจะย้ายไปที่เครื่องยิงเลเซอร์อีกตัวที่ใช้ในการเจียกระจกตาเพื่อแก้ปัญหาสายตา
หลังการยิงเลเซอร์เข้าไปแล้วคุณหมอจะถอดซิลิโคนครอบตาออก
แล้วใช้อุปกรณ์ค่อยๆแซะขอบเปิดชั้นกระจกตา การเปิดกระจกตาแบบนี้
จะทำให้แผลขอบเรียบปิดคืนได้สนิทมาก ถ้าวันนึงที่ค่าสายตาเรามีการเปลี่ยนแปลง
และต้องการทำเลสิกอีกครั้งคุณหมอบอกอาจจะแซะหารอยเดิมได้ยากนิดนึงจ้า



แอบซูมหน้าจอเครื่อง
Femtosecond Laser
ที่ใช้สำหรับแยกชั้นกระจกตา




และก็มาถึงขั้นการแก้ปัญหาสายตาด้วย
เครื่อง Excimer Laser  เป็นเลเซอร์เย็น
ขั้นตอนนี้ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรครอบตาแต่คุณหมอจะทำการแปะเทปกาว
ที่เปลือกตาบนล่างเพื่อให้ดวงตาเราเปิดออกและลืมตาอยู่เสมอ
ในตลอดระยะเวลาที่ทำเลสิกจะมีการหยอดยาชาและน้ำตาเทียมให้เรื่อยๆค่ะตาจะไม่แห้ง
ในขั้นตอนเลเซอร์นี้ห้องจะต้องปิดไฟซึ่งเดี๋ยวชมได้ในคลิปจ้า
เป็นขั้นตอนที่ชิลสุดๆแค่นอนมองไฟสีแดงนิ่งๆแค่นั้น โดยเครื่องเลเซอร์ของที่นี่
จะมีเทคโนโลยีในการจับการเคลื่อนไหวของลูกตาดำด้วย
ถ้าตาดำไม่อยู่ในตำแหน่งเครื่องจะไม่ทำการยิงเลเซอร์ค่ะ
สำหรับค่าสายตาของทรายไม่ได้สั้นมาใช้เวลาในการยิงแป๊บเดียว

ตาขวา -300 เอียง -0.25 <<<ใช้เวลาในการยิง 16 วินาที
ตาซ้าย -300 เอียง -0.75
<<<ใช้เวลาในการยิง 19 วินาที

เร็วเว่อร์จริงๆค่าแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว ระยะเวลาในการยิงจะขึ้นอยู่กับค่าสายตา
ยิ่งสายตาสั้น/เอียง/ยาว มากจะใช้เวลาในการยิงเลเซอร์นานขึ้นค่ะ
เลเซอร์ตัวนี้เป็นเลเซอร์เย็นบอกเลยว่าเค้าไม่รู้สึกอะไรเลยตอนที่ยิง
แค่เครื่องเลเซอร์เป็นแบบที่ผลิตพลังงานจากแก๊ส ระหว่างที่เครื่องทำงาน
จะมีเสียงดังและมีกลิ่นใหม้ๆของแก๊สนิดหน่อย แค่นั้นเองจ้าไม่มีอะไรน่ากลัวจริงๆ
นอนมองไฟนิ่งๆตาสองข้างไม่ถึงหนึ่งนาทีก็เป็นอันเรียบร้อย เค้าตกใจไวขนาดนี้เลยเหรอนี่!!!
เมื่อยิงเลเซอร์เสร็จคุณหมอจะทำการปิดกระจกตาที่เปิดไว้ให้เข้าที่เหมือนเดิม
กระจกตาเราสามารถสมานตัวเองได้ในเวลา 24 ชั่วโมงจ้า

-------------------------------------------------

สำหรับคนสายตาสั้นเลเซอร์จะยิงลงไปเพื่อเจียกระจกตาเราให้บางลง
เพื่อปรับระยะการตกกระทบของแสงให้ไปโฟกัสพอดีกับจอประสาทตา
ดังนั้นคนที่สายตาสั้นมากๆก็ต้องเจียกระจกตาให้บางลงมากกว่า
หลังทำเลสิกความโค้งของกระจกตาจะเปลี่ยนไป จะราบลงไม่นูนเท่าเดิม
อาจส่งผลให้ไม่สามารถใส่คอนแทคเลนส์ (แบบสีหรือบิ๊กอาย)
ที่มีความโค้งในระดับเดิมที่เคยใส่ได้ค่ะ




คลิปวิดีโอในห้องผ่าตัดในวันที่เค้าทำ iLasik
ที่ Supreme iLasik Clinic
ขอบคุณพี่อู๊ดแห่ง Supreme iLasik Clinic ที่ช่วยถ่ายไว้ให้นะค๊า Smiley



เสร็จเรียบร้อยไปด้วยดีเย้ๆ คุณหมอเช็คสภาพตาหลังลุกขึ้นจากเตียง
ใช้เวลาทั้งหมดในห้องผ่าตัดแค่ 30 นาที เท่านั้นค่า



ถ่ายกับคุณหมอหลังทำจากเพิ่งทำ iLasik เสร็จ
ขอบอกว่ามองเห็นได้ทันทีเลย แค่จะรู้สึกฝ้าๆมัวๆเล็กน้อยเพราะกระจกตาเพิ่งเกิดแผล
แต่มองเห็นได้ในระดับปกติไม่ใช่สายตาที่เคยสั้นของเราอีกแล้ว ฟินค่ะฟิน Smiley



หลังทำเลสิกจะให้เรานอนพักในห้องรับรองแป๊บนึง
เก้าอี้นอนปรับเอนพร้อมผ้าห่มหนานุ่มเคลิ้มๆ Smiley



หลังจากเสร็จเรียบร้อยคุณหมอจะตรวจเช็คสภาพตาให้อีกหนึ่งครั้ง



ตาด้านซ้ายของเค้ามีรอยเส้นเลือดฝอยในเยื่อบุตาขาวแตกหนึ่งจุด
เป็นอาการปกติที่เกิดได้ในขั้นตอนการใส่ซิลิโคนครอบตา
เพราะจะมีแรงกดทับบนลูกตาส่งผลให้เส้นเลือดฝอยแตกได้
จะมีรอยแตกมากน้อยแล้วแต่คนค่ะ แต่ไม่ได้มีอันตรายใดๆ
ของทรายเป็นจุดไม่ใหญ่อยู่ทางฝั่งหางตา ไม่มีผลต่อการมองเห็นค่ะ



ตาขวาปกติไม่มีรอยเส้นเลือดฝอยแตก
แต่ที่เห็นตรงหางตาเป็นเงาที่เกิดจากแสงเฉยๆจ้า



ซูมๆดูรอยขอบแผลบนชั้นกระจกตาที่เกิดจากการเปิดแยกชั้นกระจกตา
โดยปกติกระจกตาสามารถสมานแผลตัวเองได้ภายใน 24 ชั่วโมง
และจะปิดสมานตัวเองสนิทจนสามารถกันน้ำได้ภายในเวลาหนึ่งอาทิตย์ค่ะ



ซูมๆอีกหนึ่งภาพเพื่อดูอาการตาแห้ง
หลังทำทันทีตายังไม่ค่อยแห้งถ้าตาแห้งจะขึ้นเป็นจุดๆขาวๆ
ถ้าตาแห้งมากๆจุดที่แห้งจะมีผลต่อการมองเห็นทำให้เห็นเป็นฝ้าๆค่ะ
ซึ่งหลังทำเลสิกโดยปกติมักจะเกิดอาการตาแห้งไปประมาณ 3-6 เดือน
สามารถแก้ไขได้ด้วยการหยอดน้ำตาเทียมบ่อยๆค่ะ
ดังนั้นก่อนทำการเลสิกถ้ามีอาการตาแห้งอยู่แล้ว
คุณหมอจะสั่งให้หยอดน้ำตาเทียมเรื่อยๆจนถึงวันทำเลสิก
เพื่อช่วยให้หลังทำตาไม่แห้งมากจนเป็นปัญหาต่อการมองเห็นค่ะ



แชะภาพคู่กับคุณหมอหลังการทำ iLasik ผ่านไปอย่างประสบความสำเร็จดีมากๆ
ช่วง 1-2 อาทิตย์แรกหลังทำเลสิกเราจะต้องทำตัวเป็นเซเลปกันด้วยการใส่แว่นกันแดด 555
เพื่อช่วยปกป้องดวงตาไม่ให้โดนแสง ฝุ่น แมลง ฯลฯ จนกว่าแผลที่กระจกตาจะสมานดีจ้า



อุปกรณ์และยาที่ทางคลินิกจ่ายมาให้ค่ะ
มีน้ำเกลือล้างแผล สำลีและก้านคัทตอนบัดแบบผ่านการฆ่าเชื้อ
ที่ครอบตา เทปกาว น้ำตาเทียม ยาพารา(แก้ปวด) ยานอนหลับ
และยาหยอดตาแก้อักเสบและป้องกันการติดเชื้อ



วิธีการดูแลตัวเองหลังทำเลสิกในสัปดาห์แรก

- หยอดยาหยอดตาที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อเช้า-เย็นอย่างเคร่งครัด

- หยอดน้ำตาเทียมเรื่อยๆระหว่างวัน ยิ่งบ่อยยิ่งดี
เพราะช่วงแรกหลังทำเลสิกจะเกิดอาการตาแห้ง

- ใช้น้ำเกลือเช็ดทำความสะอาดรอบดวงตาทุกวัน
ด้วยการใช้สำลีและคัทตอนบัดที่ผ่านการฆ่าเชื้อ

- ใส่ที่ครอบตาเฉพาะตอนนอนเพื่อป้องกันเราเผลอขยี้ตาตัวเอง
เพื่อให้ดีควรใส่ที่ครอบตาในช่วงสัปดาห์แรกทุกวัน
แต่เค้าแอบงอแงใส่แล้วรำคาญ แหะๆ เลยใส่เฉพาะ 3-4 วันแรก
แต่ถ้าเพื่อความชัวร์และใครติดนิสัยชอบขยี้ตาใส่ครบเจ็ดวันดีกว่าจ้า

- ควรพักผ่อนสายตามากๆๆ โดยเฉพาะวันแรกหลังทำเลสิก
อย่าพยายามทดสอบการมองเห็น ควรนอนพักเยอะๆ
คุณหมอเลยมีการสั่งจ่ายยานอนหลับมาให้สองเม็ด
ให้ทานในช่วงสองวันแรก เป็นช่วงที่ชิลมากกินๆนอนๆ 555


- งดตาโดนน้ำ 7 วัน นั่นหมายความว่าห้ามล้างหน้าจ้า
ให้ทำความสะอาดหน้าด้วยการใช้สำลีชุบน้ำเช็ด
แต่เค้าไม่ชินเลยใช้ Bioderma Sensibio ขวดสีชมพู
ที่ใช้เช็ดทำความสะอาดใบหน้าแบบไม่ต้องล้างน้ำออก
เช็ดหน้าเช้าเย็นจะรู้สึกสบายและสะอาดผิวมากกว่าการเช็ดด้วยน้ำเปล่าจ้า

- ช่วง 7 วันหลังทำเลสิกเนื่องจากต้องงดโดนน้ำดังนั้นสระผมเองไม่ได้นะคะ
ต้องไปสระผมที่ร้าน ซึ่งเค้าเป็นคนไม่ชอบเข้าร้านทำผมเลยง่ะ
เลยดองหัวไว้สามสี่วันแล้วค่อยไปสระ สรุปหลังครบอาทิตย์
ได้ผลข้างเคียงของการทำเลสิกละคือหัวเป็นรังแค 555 ผิดที่ตัวเค้าเองนี่หล่ะ

- ควรงดแต่งตาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์จนกว่าแผลที่ตาจะหายดี

- ใส่แว่นกันแดดเมื่อต้องกลางแจ้งเพื่อลดอาการเคืองตาหรือแสบตาค่ะ



หลังทำเลสิกต้องกลับมาตรวจตาตามแพทย์สั่ง
ทุก 1 วัน / 1 สัปดาห์ / 1 เดือน / 3 เดือน / 6 เดือน และ 1 ปีจ้า

------------------------------------------------------

อาการและสภาพตาหลังการกลับมาตรวจตา 1 วันหลังทำเลสิก

หลังทำคุณหมอบอกว่าอาจจะมีอาการแสบตาบ้างเล็กน้อย
ในบางคนอาจจะมีอาการน้ำตาไหลมาก หรือมีอาการปวดตาบ้างแต่พบไม่มาก
แต่สำหรับเค้าแทบไม่รู้สึกอะไรเลย มีเคืองๆตาเล็กน้อยแต่ไม่แสบไม่ปวด
หยอดน้ำตาเทียมเข้าไปก็หาย สำหรับการมองเห็นแค่พักวันแรก
ก็มองเห็นได้เกือบปกติ 100% แล้วไม่มีอาการฝ้ามัวอะไรเลย
เทสการมองเห็น มองเห็นในระดับของคนปกติแล้วไม่เห็นแสงแฟร์
กรี้ดมากกก!
ไปเช็คสภาพตากับคุณหมอ พบอาการตาแห้งเล็กน้อย จัดว่าน้อยมาก

สรุปว่าหลังทำเสร็จของทรายไม่รู้สึกผิดปกติอะไรเลย ปกติทุกอย่างบอกเลยว่าฟินจ้า
แต่อาการหลังทำจะแตกต่างกันไปอยู่ที่สุขภาพตาก่อนทำของเราด้วย
ยิ่งตาเรามีสุขภาพดี แข็งแรงมากเท่าไหร่ เอฟเฟคหลังทำก็จะยิ่งน้อย
ดังนั้นการดูแลสุขภาพตาเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์นานๆ
ไม่ควรขยี้ตาบ่อยๆ พักผ่อนให้เพียงพอ รักษาอนามัยรอบดวงตากันด้วยนะคะ

------------------------------------------------------



อาการและสภาพตาหลังการกลับมาตรวจตา 1 สัปดาห์หลังทำเลสิก

สัปดาห์แรกหลังทำเลสิกทรายดูแลตัวเองตามที่คุณหมอสั่ง
เน้นหยอดน้ำตาเทียมบ่อยๆ นึกออกก็หยอดวันนึงหยอดหลายรอบ
สุขภาพตาหลังผ่านการเลสิกไปหนึ่งอาทิตย์ผลออกมาดีมาก
พบแค่อาการตาแห้งที่ตาซ้ายบริเวณ
ค่อนไปทางด้านล่างของตาดำ
จึงไม่มีผลต่อการมองเห็น ส่วนตาขวาไม่พบอาการตาแห้งเลย
การดูแลตัวเองหลังจากนี้ก็แค่เน้นหยอดน้ำตาเทียมบ่อยๆเหมือนเดิมโดยเฉพาะตาซ้าย
ส่วนการมองเห็นกรี้ดเลยเพราะเทสการมองเห็นสองตาทรายมองเห็นแบบพิเศษ
คือมองเห็นแบบ Supervision หรือ Supremevision นั่นคือเห็นได้ชัดกว่าคนปกติ
คนปกติสามารถมองเห็นได้ในระดับ 20/20 แต่ทรายมองเห็นในระดับ 20/15
เป็นหน่วยวัดของชาร์ตทดสอบการมอง เอาง่ายๆคือเห็นตัวหนังสือที่เล็กกว่า
ในระดับที่คนปกติจะมองเห็นโดยเทียบจากระยะทางเท่ากัน
ก็เหมือนกันคนปกติเห็นภาพแบบทีวีปกติ แต่ทรายเห็นภาพแบบ HD
คมชัดทุกลายระเอียดนั่นเองค่า ซึ่งในบางคนอาจจะมีการมองเห็นแบบ
Supervision อยู่แล้วแต่กำเนิด ที่เค้าเรียกกันว่าตาเหยี่ยว
อย่างแฟนทรายคุณหมอลองตรวจตาให้พบว่าตาข้างนึงเห็นปกติ
แต่ตาอีกข้างนึงมองเห็นได้แบบ
Supervision สายตาเริ่ดจริงอะไรจริง



สรุป
สัปดาห์แรกผ่านไปเหมือนเดิมไม่มีอาการข้างเคียงใดๆชิลมาก
สามารถใช้ชีวิตทำงานได้ปกติ คุณหมอไม่ได้ห้ามทำงานค่ะ
แค่เมื่อเรารู้สึกตาล้าๆ ก็ให้หยุดและพักสายตาเท่านั้น
คุณหมอพูดดีมากว่าห้ามไปยังไงเราก็ฝืนทำ ดังนั้นไม่ห้ามเดี๋ยวไม่ไหวก็หยุดเอง
555
หลังหนึ่งอาทิตย์สามารถล้างหน้าได้ตามปกติแต่ก็ควรระวังรอบดวงตา
อย่าไปยุ่งไปโดนที่สำคัญอย่าขยี้ตาค่ะ มือเรานี่แหละตัวนำเชื้อโรคเลย
ส่วนรอยเส้นเลือดฝอยในเยื่อบุตาขาวแตกที่ตาข้างซ้าย
จะค่อยๆจางหายไปเองใน 7-14 วัน ขึ้นอยู่ที่ว่าแตกมากหรือน้อย
ของทรายมีแค่จุดเดียวเทียบภาพวันแรกกับวันที่ 8 จะเห็นว่าหายเกือบหมดแล้วจ้า

------------------------------------------------------

อาการและสภาพตาหลังการกลับมาตรวจตา 1 เดือนหลังทำเลสิก

ปกติดีทุกอย่างแทบไม่มีปัญหาตาแห้งอะไรเลย
แต่ก็พกน้ำตาเทียมติดตัวไว้หยอดในช่วงที่รู้สึกไม่สบายตา
ตอนนี้แต่งหน้าแต่งตาได้ตามปกติแล้วค่ะ
และสามารถใส่คอนแทคเลนส์สีได้แล้วถ้าจำเป็นต้องถ่ายงาน
หลังจากนี้ก็ดูแลดวงตาตามปกติ ใช้ชีวิตทุกอย่างได้ตามปกติ
และกลับมาหาคุณหมอเพื่อทำการตรวจตาอีกครั้งเมื่อครบ 3 เดือนจ้า

------------------------------------------------------



ว่าด้วยเรื่องของน้ำตาเทียม มีกี่ประเภท ควรเลือกใช้แบบใด?

น้ำตาเทียมโดยทั่วไปแบ่งง่ายๆเป็น 2 ประเภทดังนี้

1. แบบมีส่วนผสมของสารกันเสีย จะบรรจุอยู่ในขวด
สามารถเก็บไว้ได้ 30 วันหลังการเปิดใช้ ราคาไม่สูงมาก
สมัยนี้มีสารกันเสียแบบที่จะสลายตัวเมื่อสัมผัสอากาศด้วย

1. แบบไม่มีส่วนผสมของสารกันเสีย จะบรรจุอยู่ในหลอดเล็กๆ
เปิดใช้ทีละหลอด เมื่อเปิดใช้หนึ่งหยอดจะอยู่ได้ไม่เกิน 24 ชั่วโมงค่ะ

สำหรับคนที่เพิ่งทำเลสิก มีการใช้น้ำตาเทียมร่วมกับตาหยอดตาที่เป็นยาปฏิชีวนะ
คุณหมอจะสั่งจ่ายให้ใช้น้ำตาเทียมแบบไม่มีสารกันเสียที่เป็นหลอดเล็กๆมาให้ตามภาพ
ยี่ห้อ Vislube เป็นน้ำตาเทียมแบบให้ความชุ่มชื่นใช้ในรายที่มีปัญหาตาแห้ง
เพราะมีส่วนผสมคือ Sodium Hyaluronate 0.18%
ไฮยาลูรอเนตเป็นสารอุ้มน้ำจึงช่วยเคลือบให้ความชุ่มชื่นแก่ดวงตาได้ดี
ซึ่งในน้ำตาเทียมปกติจะใช้สารอื่นๆที่ช่วยแค่ให้การหล่อลื่นแก่ดวงตาเท่านั้น ไม่ได้ช่วยอุ้มน้ำ
น้ำตาเทียมที่มีส่วนผสมเป็นไฮยาลูรอเนตจึงมีราคาสูงและหาซื้อยากกว่าแบบปกติค่ะ
ราคาของน้ำตาเทียม Vislube หนึ่งกล่องมี 20 หลอด ราคาประมาณ 4-5ร้อยบาท
ต้องหาซื้อตามร้านยาบางร้าน คุณหมอแนะนำว่าหาได้ที่ร้าน Fasino ราคาไม่แพงมากจ้า
ถ้าเป็นน้ำตาเทียมปกติแบบไม่มีสารกันบูดกล่องนึงมี 30 หลอดอยู่ที่ 3-4 ร้อยบาทค่ะ
การหยอดน้ำตาเทียมนานๆไม่มีอันตรายใดๆโดยเฉพาะน้ำตาเทียมแบบไม่มีสารกันเสีย
เพราะในบางคนอาจมีอาการระคายเคืองสารกันเสียบางตัวได้ ข้อเสียอย่างเดียวคือแพงจ้า

ถ้าคนปกติที่ไม่ได้มีปัญหาตาแห้งมาก ไม่มีอาการเยื่อบุตาอักเสบ
ไม่มีการใช้ยาหยอดตาปฏิชีวนะร่วมด้วย ผ่านการทำเลสิกมาเกินหนึ่งอาทิตย์
ก็สามารถใช้น้ำตาเทียมแบบปกติทั้งแบบผสมหรือไม่ผสมสารกันเสียก็ได้ค่ะ
แต่ถ้าใครกังวลเรื่องการระคายเคืองจากสารกันเสีย
ก็สามารถเลือกใช้แบบหลอดเล็กๆใช้ให้หมดวันต่อวันก็จะสบายใจกว่าค่ะ

------------------------------------------------------




หลังการทำเลสิก สามารถใส่คอนแทคเลนส์สีหรือบิ๊กอายได้ไหม ?

คำถามยอดฮิตที่ทุกคนอยากรู้ก่อนจะตัดสินใจทำเลสิก
สำหรับการทำ iLasik ที่นี่คุณหมอตอบให้เลยว่า ได้ค่ะ
สามารถใส่คอนแทคเลนส์เพื่อความสวยงามได้หลังการทำเลสิกอย่างน้อยหนึ่งเดือน
ถ้าคุณหมอตรวจเช็คแล้วไม่พบว่าตาเราไม่มีปัญหาใดๆ
ในบางรายที่มีปัญหาสายตาสั้นค่อนข้างมาก ในการทำเลสิก
จะต้องเจียเนื้อกระจกตาออกมาก ผลคือความโค้งกระจกตาจะลดลง
หลังทำเลสิกแล้วจึงอาจจะกลับไปใส่คอนแทคเลนส์รุ่นเดิม
ที่เคยใส่ได้ไม่พอดี หรือไม่สบายตา เนื่องจากความโค้งตาที่เปลี่ยนไปมาก
เพราะคอนแทคเลนส์จะมีค่า B.C. ที่ย่อมาจาก Base Curve
หมายถึงรัศมีความโค้งด้านหลังของเลนส์ที่สัมผัสกับดวงตาของเรา
ค่าความโค้งจะมีตั้งแต่ 8.00-10.00 ซึ่งจริงๆแล้วก่อนที่เราจะใส่คอนแทคเลนส์
ควรจะไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจค่าความโค้งของกระจกตาก่อน
เพื่อที่จะได้เลือกใส่เลนส์ที่มีค่าความโค้งพอดีกับกระจกตาไม่คับไปไม่หลวมไป
การใส่เลนส์ที่ไม่พอดีมีผลให้รูปทรงของกระจกตาเปลี่ยนไปได้โดยเฉพาะเลนส์ที่คับไปค่ะ
แต่เชื่อว่าคนไทยจำนวนน้อยม๊ากกกกที่จะไปตรวจตากับจักษุแพทย์รวมถึงตัวทรายเองด้วย
จึงพบปัญหาว่าใส่เลนส์ยี่ห้อนั้นยี่ห้อนี้แล้วไม่สบายตาเพราะมันไม่พอดีนั่นเองค่ะ
เมื่อทราบแล้วว่าความโค้งมีความสำคัญอย่างไร ลองไปพบจักษุแพทย์กันดีกว่านะคะ
ไหนพูดถึงค่า B.C. ไปแล้วมาดูถึงค่าอื่นๆเป็นความรู้ไปด้วยเลยเนอะ
ค่า DIA ของคอนแทคเลนส์คือ Diameter ที่แปลว่าเส้นผ่าศูนย์กลางค่ะ
ซึ่งจะมีขนาดตั้งแต่ 14.00-16.00 mm โดยเลนส์ปกติจะมีขนาด 14.00-14.50 mm
พวกเลนส์ขนาดใหญ่ๆใส่แล้วดูตาดำโตกว่าปกติเราจึงเรียกว่า Big Eye ค่ะ
แต่ยิ่งเลนส์มีขนาดไหญ่มากเท่าไหร่ก็จะทำให้ออกซิเจนผ่านเข้าไปในดวงตาได้น้อย
จะมีผลทำให้ตาแห้ง เกิดการอักเสบ หรือติดเชื้อได้ง่ายกว่าเลนส์ที่มีขนาดเล็กกว่าค่ะ
ส่วนอีกหนึ่งค่าที่ควรทราบคือ ค่าอมน้ำ หรือ Water Content จำมีค่าเป็นเปอร์เซ็นต์
ยิ่งค่าอมน้ำมีค่าเปอร์เซ็นต์สูงๆ 50-60% ยิ่งหมายถึงเลนส์อมน้ำได้ดี
ทำให้ออกซิเจนไหลผ่านได้มาก ทำให้ใส่สบายตาไม่ค่อยแห้ง
แต่อาการตาแห้งไม่ได้ดูแค่ค่าอมน้ำอย่างเดียว จะขึ้นอยู่กับวัสดุเลนส์ด้วย
ต่อให้เลนส์มีค่าอมน้ำสูงแต่วัสดุเลนส์นั้นระเหยน้ำง่ายก็ทำให้ตาแห้งได้เช่นกันค่ะ
สิ่งที่สำคัญที่สุดของคนที่อยากใส่คอนแทคเลนส์นอกจากการดูค่าต่างๆที่ว่ามาแล้ว
ความสะอาด เป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดของที่สุดที่ต้องดูแล
ก่อนใส่เลนส์ต้องล้างมือเราให้สะอาด ก่อนใส่เลนส์ต้องล้างเลนส์ก่อนทุกครั้ง
น้ำยาที่แช่ต้องเปลี่ยนใหม่และล้างตลับใส่เลนส์ทุกครั้ง
ควรเปลี่ยนตลับใส่เลนส์ทุกเดือนเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
และสุดท้ายไม่จำเป็นไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานานๆค่ะ!!!
วันนึงไม่ควรใส่เกิน 8 ชั่วโมง ถ้าไม่มีเหตุจำเป็นใดๆไม่ใส่ดีที่สุด
พึ่งระวังไว้ว่าดวงตาของเราสำคัญแค่ไหน อย่าเห็นแก่ความสวยงามมากว่าความปลอดภัยค่ะ

------------------------------------------------------

ทำไมสีตาขาวถึงดูไม่ขาวสดใส ทำอย่างไรให้ตาขาวใส?

คำถามนี้ทรายเจอคนถามเข้ามาบ่อยเพราะทรายเป็นคนตาขาวค่อนข้างขาวใสค่ะ
หลายคนถามเข้ามาว่าทรายไปทำอะไรหรือใช้ยาอะไรหยอดตาถึงขาว
ซึ่งตัวเองไม่เคยไปยุ่งอะไรกับดวงตาเลย เลยสอบถามคุณหมอมาให้
คำตอบที่ได้คือสีของตาขาวอันดับแรกขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์ค่ะ
เหมือนกับสีผิวเราที่มีผิวขาว ผิวคล้ำ ตาขาวก็เช่นเดียวกันมีขาวมากขาวน้อย
ถ้าตาไม่ได้เหลืองเพราะปัญหาสุขภาพ หรืออาการป่วยอย่างโรคดีซ่าน
ปัญหาสีตาขาวไม่ขาวสดใสมักเกิดจากพฤติกรรมของเรา
เช่น การตากแดด สีตาขาวก็เหมือนผิวค่ะโดนแดดมากๆก็คล้ำลงได้
ดังนั้นถ้าต้องออกแดดจ้าๆควรใส่แว่นกันแดด คุณหมอแนะนำหัดใส่แต่เด็กยิ่งดีค่ะ
เป็นการปกป้องดวงตาของเราจากแสงจ้าๆ เพื่อสุขภาพตาที่ดีในอนาคต
การใช้สายตามากไปอย่างดูทีวี อยู่หน้าคอมพิวเตอร์ การเล่นมือถือก็มีผลค่ะ
จะส่งผลให้ตาเราแห้ง เมื่อตาแห้งจะทำให้ตาไม่สดใส รู้สึกเคืองตาได้ง่าย
และในคนที่มีอาการภูมิแพ้ คันตา ขยี้ตาบ่อยๆก็มีผลต่อให้เส้นเลือดฝอยในเยื่อบุตาขาว
ทำให้ตามีเส้นเลือดฝอยขึ้นชัดตาจะดูแดงๆเรื่อๆ วิธีแก้ง่ายๆคือไม่ขยี้ตา
ถ้าคันตาเพราะภูมิแพ้สามารถซื้อยาหยอดตาที่ลดอาการระคายเคือง
และมีผลทำให้เส้นเลือดหดตัวมาใช้ได้อย่าง Naphon-A มีขายตามร้านยาทั่วไป

เมื่อหยอดแล้วจะทำให้เส้นเลือดจะหดตัว ทำให้สีของตาดูขาวขึ้นค่ะ
แต่อย่างไรยาก็คือยาไม่ควรใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน
ใช้เฉพาะจำเป็นและอยู่ในการดูแลของแพทย์ดีกว่าค่ะ
อีกสาเหตุสุดท้ายก็คือตาขาวสกปรกอย่างคนที่แต่งตาเยอะๆ
และทำความสะอาดดวงตาไม่ดี มีคราบอายไลน์เนอร์ อายแชโดวที่ล้างไม่เกลี้ยง
ก็สามารถร่วงหล่นเข้าไปสะสมอยู่ในดวงตาได้ อาจส่งผลถึงขั้นตาอักเสบเลยนะคะ
ดังนั้นรักจะแต่งหน้าต้องรักที่จะล้างให้เกลี้ยงด้วยจ้า
สรุปถ้าอยากมีตาขาวสดใส ควรดูแลร่างกายให้แข็งแรง ทานน้ำเยอะๆ พักผ่อนให้เพียงพอ
ทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสายตาเช่นอาหารที่มีวิตามินเอแค่นั้นเองค่า

------------------------------------------------------

ทำเลสิกแล้วสามารถบริจาคดวงตาได้หรือไม่

ตอบว่าได้ค่ะเพราะกระจกตาดำยังดีอยู่  โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องการกระจกตารีบด่วน
ในคนไข้ที่มีปัญหากระจกตาทะลุที่เกิดจากอุบัติเหตุหรือเกิดการติดเชื้อ
เพื่อที่จะใช้อุดรอยรั่วที่กระจกตาในกลุ่มนี้สามารถใช้กระจกตาได้ทุกชนิด
แต่สำหรับกลุ่มคนไข้ที่ไม่รีบด่วน เช่น เป็นแผลเป็น
กลุ่มนี้แพทย์อาจจะพิจารณาใช้กระจกที่มีคุณภาพที่ดีกว่ากลุ่มแรกค่ะ
เพราะก่อนตัดสินใจทำเลสิก ทรายตัดสินใจไว้แล้วว่าจะบริจาคร่างกายและดวงตา
จึงหาข้อมูลไว้ก่อนว่าจะยังสามารถบริจาคได้ไหมค่ะ

------------------------------------------------------

สรุปสั้นๆสำหรับการทำ iLasik ครั้งนี้

เจ็บไหม? : ตอบเต็มปากเต็มคำเลยว่าไม่เจ็บค่ะ ไม่มีอะไรน่ากลัวเลยจริงๆ

พักฟื้นนานไหม? : ไม่ได้ต้องพักอะไรมากมายใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ไม่ต้องใส่ที่ครอบตาทุกวันเหมือนที่ทุกคนเคยเข้าใจค่ะ

มองเห็นได้เมื่อไหร่? : มองเห็นได้ทันทีหลังทำเสร็จค่ะ

มีผลข้างเคียงอะไรไหม? : ของทรายไม่มีเลยค่ะตาปกติทุกอย่าง
จะมีแค่ช่วงแรกที่รู้สึกเห็นชัดเกินเพราะเห็นแบบ HD
จะมีความรู้สึกตึงๆตาบ้างเพราะเรายังไม่ชิน ซึ่งร่างกายจะค่อยๆปรับไปเองค่ะ
แต่ไม่มีอาการเห็นแฟร์หรือแสงกระจายใดๆ มองกลางคืนชัดปกติค่ะ

แนะนำอย่างไรสำหรับคนที่สนใจ? : ไปตรวจกับคุณหมอเลยค่ะ
แนะนำจริงๆสำหรับคนที่มีปัญหาสายตา มันเหมือนได้เห็นโลกใหม่
ตื่นมาแล้วมองเห็นได้เลยไม่ต้องคลำหาแว่น เป็นความรู้สึกที่สุดยอดจริงๆค่ะ
ขั้นตอนการทำเลสิกไม่มีอะไรน่ากลัวเลย ยกเว้นแค่ "ราคา" 555

------------------------------------------------------

ขอบคุณ SUPREME iLASIK CLINIC สำหรับการดูแลทำเลสิกให้ในครั้งนี้
ขอบคุณจริงๆค่ะสำหรับการมองเห็นเหมือนได้เห็นโลกใหม่ที่สดใสอีกครั้ง

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไปชมหรือสอบถามได้ที่

http://www.supremeilasik.com
หรือ
https://www.facebook.com/supremeilasik

หวังว่าบล็อคนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆทุกคนนะคะ
ขอบคุณค่ะ

Smiley XOXO
Smiley



Create Date : 20 กรกฎาคม 2556
Last Update : 21 กรกฎาคม 2556 9:53:56 น. 18 comments
Counter : 14166 Pageviews.

 
ขอบคุณครับ


โดย: ฉฟหยำพ IP: 146.23.250.105 วันที่: 21 กรกฎาคม 2556 เวลา:9:02:27 น.  

 
ขอบคุณนะคะ รีวิวได้ละเอียดมากค่ะ
คุณทรายพอทราบรายละเอียดระหว่างทำเลสิกธรรมดากับไอเลสิกมั้ยคะ. ไอเลสิกแพงกว่า1.2เท่า งบไม่พอค่ะ สนใจทำแบบเลสิก ไม่ทราบมันต่างกันในเรื่องใดค่ะ


โดย: แตง IP: 101.108.246.145 วันที่: 21 กรกฎาคม 2556 เวลา:9:06:41 น.  

 
ตอบคุณแตงค่ะ
บล็อคนี้คือบล็อคที่เขียนอธิบายความแตกต่างของเลสิกธรรมดา กับ iLasik นะคะ ทรายเขียนอธิบายความแตกต่างให้ทุกขั้นตอนลองอ่านดูนะคะเขียนให้เอียดจริงๆค่ะว่าต่างกันอย่างไร


โดย: SaRaY วันที่: 21 กรกฎาคม 2556 เวลา:9:48:43 น.  

 
เขียนละเอียดมากค่ะพี่ทราย พลอยก็เบื่อเวลาสายตาสั้น บางทีขี้เกียจพกแว่นไปไหนมาไหนเวลาขึ้นเครื่อง เพราะจะใส่คอนแท็คก็เห็นว่าไม่ดี ถ้าใส่แว่นก็เป็นป้าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมาก


โดย: coconutgirl วันที่: 22 กรกฎาคม 2556 เวลา:18:00:49 น.  

 
ละเอียดมากๆๆ อยากทำบ้างจังแต่ตาเฟินระคายเคืองแพ้ง่ายแต่ไหนแต่ไรแล้ว


โดย: สาวน้อยน่ารักพิทักษ์ความสวย^^ วันที่: 24 กรกฎาคม 2556 เวลา:20:19:18 น.  

 
ละเอียดมาก ๆ เลยครับ ขอบคุณที่มารีวิวนะครับ


โดย: Kornkung IP: 58.8.236.178 วันที่: 7 สิงหาคม 2556 เวลา:1:21:33 น.  

 
ผมสั้นเเค่ 100 เดียวเองยังอยากทำเลย 140k เลยเเฮะ รอลดอีกหน่อยจะเก็บเงินมาทำครับ ขอบคุณครับบ ละเอียดมากๆ


โดย: สุดยอดครับ IP: 124.121.162.69 วันที่: 5 กันยายน 2556 เวลา:16:17:15 น.  

 
แล้วจำกัดอายุมั้ยคะ เพราะเห็นว่าทำเลสิค ต้อง อายุ 18 ปีขึ้นไป แล้วอยากทราบเรื่องค่าใช้จ่ายน่ะค่ะ และถ้าเราอยู่ต่างจังหวัดจะเป็นปัญหาต่อการรักษารึเปล่าคะ ?


โดย: Krongkan IP: 114.109.94.141 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2556 เวลา:19:51:58 น.  

 
ราคา รายละเอียดเรื่องอายุเขียนบอกไว้ในบล็อคครบถ้วนรบกวนอ่านดูนะค้า


โดย: SaRaY วันที่: 10 พฤศจิกายน 2556 เวลา:21:16:17 น.  

 
ขอบคุณสำหรัดการ Review ได้อย่างละเอียดมากครับ เมื่อพักเที่ยงลงไปทานข้าวทางSupreme Ilasik มาจัด Booth เลยรีบลงชื่อได้รับส่วนลด 1000 บาท สำหรับการตรวจประเมินสุขภาพตา ปกติ 1,500 บาท จะลองไปตรวจดูก่อนครับ ดูผลก่อนแล้วค่อยว่ากัน


โดย: BJ IP: 58.8.121.170 วันที่: 14 พฤศจิกายน 2556 เวลา:13:31:28 น.  

 
เพิ่มเติมครับ ถามราคามาแล้ว 55,000 บาทครับ


โดย: BJ IP: 58.8.121.170 วันที่: 14 พฤศจิกายน 2556 เวลา:13:33:08 น.  

 
ข้างบนเขียน แสนสี่นะคะ 55,000 คุุณไปถามที่ไหนมาคะ


โดย: Gift IP: 1.10.218.227 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2556 เวลา:19:53:12 น.  

 
อ่านหมดแล้ว แต่ไม่เห็นราคาเลยค่ะ รบกวนบอกราคาได้ไหมค่ะ หาไม่เจอจิง ๆ รบกวนด้วยค่ะ


โดย: tang IP: 124.120.200.189 วันที่: 19 มกราคม 2557 เวลา:22:52:38 น.  

 
ราคาอยู่ต้นๆบล็อคเลยนะคะลองอ่านดูดีๆนะคะเน้นเป็นตัวหนังสือสีแดงเลยค่ะ


โดย: SaRaY วันที่: 24 มกราคม 2557 เวลา:1:14:06 น.  

 
แล้วอายุเท่าไรถึงทำได้คะ แล้วก็สั่นเท่าไร หรือไม่เกินเท่าไรถึงทำได้คะ


โดย: JaM IP: 14.207.119.61 วันที่: 7 มีนาคม 2557 เวลา:11:16:11 น.  

 
แล้วอายุเท่าไรถึงทำได้คะ แล้วก็สั่นเท่าไร หรือไม่เกินเท่าไรถึงทำได้คะ


โดย: JaM IP: 14.207.119.61 วันที่: 7 มีนาคม 2557 เวลา:11:21:17 น.  

 
รายละเอียดเบื้องต้นอ่านในบล็อคแรกเลยค่ะอธิบายไว้ชัดเจนค่ะ
www.bloggang.com/viewblog.php?id=mhunoiii&date=17-05-2013&group=13&gblog=9


โดย: SaRaY วันที่: 10 มีนาคม 2557 เวลา:23:53:07 น.  

 
อ่านแล้วรู้สึกเข้าใจขึ้นมากๆ และพร้อมนัดคุณหมอเพื่อตรวจวัดสายตาก่อนทำ ilasik แล้วครับ ถ้าทำเสร็จจะมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมครับ


โดย: becktrix IP: 49.230.151.88 วันที่: 6 สิงหาคม 2557 เวลา:13:04:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
BlogGang Popular Award#10


 
SaRaY
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 346 คน [?]




..........ชื่อ "ทราย" นะค๊า นามแฝงที่ใช้ก็มี SaRaY และก็ Mhunoiii (หมูน้อย) ค่า สนใจการถ่ายภาพ กะการแต่งหน้า จากเป็นงานอดิเรกจะกลายเป็นงานประจำอยู่แล้ว 555 เลยอยากจะทำบลอคเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มานะค๊า ได้มากบ้างน้อยบ้าง มั่วๆกันปายยยย อิอิ

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าการลอกเลียนแบบ
หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของรูปภาพและข้อความใน
http://www.mhunoiii.bloggang.com แห่งนี้ไปใช้
ทั้งโดยเผยแพร่ หรือเพื่อการอ้างอิงโดยไม่ได้รับอนุญาต
จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด

ปล.ห้ามมิให้นำภาพใดๆจากในบล็อคไปใช้เพื่อการขายของโดยเด็ดขาดนะคะ !!!

---------------------------------------------------------

hits
New Comments
Friends' blogs
[Add SaRaY's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.