สิงหาคม 2558

 
 
 
 
 
 
1
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
แนะนำสายพันธุ์กุ้งเครย์ฟิช : Cherax tenuimanus ( Hairy Marron ) และ Cherax cainii ( Smooth Marron )




กุ้งเครย์ฟิช ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่มีชื่อสามัญนามว่า Marron นี้ มีอยู่สองพันธุ์ก็คือ Cherax tenuimanus ( Hairy Marron ) และ Cherax cainii ( Smooth Marron ) เนื่องจากมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมาก จนเคยถูกจัดให้เป็นชนิดเดียวกันมาก่อน แต่ในปัจจุบันนั้น ได้มีการแยกเป็นสองชนิด โดยที่ Cherax tenuimanus มีความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์มากว่า Cherax cainii ที่ในปัจจุบันมีการเพาะเลี้ยงในระบบฟาร์มได้ในออสเตรเลียตะวันตก และ พื้นที่อื่นๆ ของประเทศออสเตรเลีย

กุ้ง Cherax cainii จะสามารถพบได้ตลอดแนวยาวของแม่น้ำ Hutt ซึ่งทอดยาวเป็นระยะทางไกลอยู่ทางออสเตรเลียตะวันตกเฉียงใต้ แต่กุ้ง Cherax tenuimanus นั้น จะพบอยู่แค่บริเวณแนวแม่น้ำสายสั้นๆ ชื่อ Margaret ทางตะวันตกเฉียงใต้ เกือบสุดขอบพื้นดิน และเป็นทางลงสู่ท้องทะเลทางตะวันตกเฉียงใต้ ของประเทศออสเตรเลียเท่านั้นครับ

Cherax tenuimanus ( Hairy Marron ) และ Cherax cainii ( Smooth Marron ) นั้นมีความแตกต่างในส่วนของรายละเอียดบางส่วนของร่างกาย ที่แสดงถึงความเป็น Sub species กัน ก็คือ ส่วนหัวของ Hairy Marron จะมีขนปกคลุม และลักษณะของส่วนสันที่ดูเป็นร่องบนส่วนหัวของกุ้งนั้น , Hairy Marron จะมีแนวสันที่ลากต่อยาวยาวไปจนถึงสุดส่วนที่เป็น Carapace ซึ่งในส่วนของ Smooth Marron แนวสันที่ส่วนหัวนี้ จะมีระยะที่สั้นกว่าครับ และ ส่วนหัว , ก้าม และ ปลายหาง จะแตกต่างกันเล็กน้อย

กุ้ง Marron สามารถเติบโตได้ถึง 380 มิลลิเมตร ( ความยาวลำตัว ) โดยที่อาจจะเทียบขนาดความใหญ่ของกุ้งได้จาก การวัดขนาดของส่วนหัวกุ้งจากปลายแหลมของกรี ไปจนถึงด้านหลังของส่วนหัว เพื่อใช้ในการกะขนาดคร่าวๆ โดยไม่ต้องใช้การชั่งน้ำหนักก็ได้ว่า กุ้งตัวใหน จะมีขนาดใหญ่กว่ากัน หากมีการจับกุ้งมาหลายๆตัว และต้องการเปรียบเทียบด้านขนาด และ ปริมาณน้ำหนัก แบบคร่าวๆ

สีสันของกุ้ง Marron นั้นก็มีความหลากหลายสูง สีสันของกุ้งในธรรมชาตินั้น ส่วนใหญ่จะพบว่าเป็นสีน้ำตาล หรือ สีน้ำตาลอมเขียว ( สีมะกอก ) นานๆครั้งจะพบสีน้ำเงินเข้มสวยงาม ในธรรมชาติซักครั้ง ( มักพบสีสันนี้ ในกุ้งที่เลี้ยงเพื่อความสวยงามใน Aquarium มากกว่า นั้นก็คือ สีสันที่บ้านเราจะเรียกกันว่า Electric Blue นั่นเองครับ แต่สำหรับในต่างประเทศ อาจจะเรียกสีสันแบบนี้ว่า Cobalt blue ครับ นอกจากนี้ ยังมีสีสันลวดลาย ที่เรียกกันว่า tiger และ สีดำสนิท ที่เรียกกันว่า jet-black ด้วยเช่นกันครับ

เมื่อกุ้ง Marron อายุได้ประมาณ 2 – 3 ปี ลูกกุ้งวัยอ่อน ก็จะเริ่มจะเข้าสู่วัฏจักรของการเจริญพันธุ์ของกุ้ง โดยกุ้งจะเริ่มทำการผสมพันธุ์และเริ่มวางไข่ ในช่วง ฤดูใบไม้ผลิ ที่อากาศเริ่มจะเข้าสู่ความอบอุ่น และ อุณหภูมิเหมาะสม กุ้งตัวเมียที่ได้รับการผสมพันธุ์จากตัวผู้แล้ว จะทำการวางไข่ซึ่งจะมีปริมาณอยู่ที่ระหว่าง 200 – 400 ฟอง ขึ้นอยู่กับขนาด และ ความสมบูรณ์ของตัวเมีย โดยที่จากสถิติกุ้งตัวเมียที่มีขนาด และ ความสมบูรณ์เพศสูงสุด จะสามารถให้ผลผลิตไข่ได้ถึง 800 ฟองเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามกุ้งเครย์ฟิชชนิดนี้ เป็นกุ้งที่อัตราการให้ผลผลิตไม่มากรอบต่อปีนัก เนื่องจากตัวเมียจะใช้เวลาในการพัฒนาไข่อยู่ในตัวค่อนข้างนาน เกือบครึ่งปี ต่อครอกเลยทีเดียว โดยตัวเมียสามารถเก็บถุงน้ำเชื้อจากตัวผู้ ที่ฝากเอาไว้ได้นาน และ สามารถนำออกมาผสมกับไข่ที่พร้อมจะปล่อยออกมาในภายหลังได้เสมอ

พอช่วงหน้าร้อนมาถึง ลูกกุ้ง Marron ก็จะเจริญเติบโต เตรียมออกจากท้องของแม่กุ้งแล้ว ในระยะนี้ลูกกุ้งจะพร้อมสำหรับการออกหากินอาหาร และ จะกินอาหารต่างๆได้ดีแล้ว และ จะทยอยออกมาจากช่วงท้องของแม่ และไหลปะปนกับสายน้ำในแหล่งกำเนิด เพื่อไปเจริญเติบโตในที่ต่างๆต่อไปตามธรรมชาติ และแม่กุ้งก็จะลอกคราบ และ ออกหากินอาหาร ที่มีอย่างสมบูรณ์ตามฤดูกาล เพื่อเข้าสู่วัฏจักรตามธรรมชาติเหมือนกับในทุกๆปีต่อไป

ลูกกุ้ง Marron ที่ผ่านขั้นตอนการเจริญเติบโตตามที่ได้กล่าวมานี้นั้น ก็จะเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนกลายมาเป็น กุ้งเครย์ฟิชน้ำจืด ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพื้นที่ตะวันตกเฉียงใต้ของออสเตรเลียได้ และ เป็นหนึ่งในกุ้งเครย์ฟิชน้ำจืด ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้อีกชนิดหนึ่ง

กุ้ง Marron ที่โตเต็มวัยนั้น จะชอบอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำที่มีพื้นเป็นทราย ตามแม่น้ำ และ ร่องสันเขื่อนต่างๆ โดยที่พื้นที่เหล่านั้น อาจจะอุดมไปด้วย วัสดุตามธรรมชาติที่จมน้ำอยู่เช่น ต้นไม้ ใบไม้ต่างๆ และก้อนหินต่างๆ ที่จมน้ำระเกะระกะอยู่ กุ้ง Marron จะชอบพื้นที่ในลักษณะนี้มาก เนื่องจากวัสดุตามธรรมชาติที่ตกหล่นอยู่ตามพื้นน้ำพวกนี้ จัดได้ว่าเป็นแหล่งอาหาร และ ที่หลบซ่อนตัวชั้นยอด สำหรับพวกมัน

การทำฟาร์มเลี้ยงกุ้ง Marron ได้รับความนิยมในประเทศออสเตรเลียพอสมควร และ มีการทำฟาร์มเลี้ยงกันในหลายพื้นที่ เพื่อการบริโภคภายในประเทศ และก็จะมีกุ้งบางส่วน ได้นำไปเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงสวยงามในประเทศต่างๆ ด้วยเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ถ้าเทียบกับฟาร์มเลี้ยงกุ้ง Cherax destructor และ กุ้ง Cherax quadricarinatus แล้ว ฟาร์มเลี้ยงกุ้ง Marron ก็ยังถือว่ามีน้อยกว่าครับ

สำหรับวิธีการทำฟาร์มกุ้ง Marron นั้น ผู้สนใจทำฟาร์ม ก็สามารถขุดบ่อที่มีความลึก 1 – 2 เมตรได้ ความกว้างของบ่อแต่ละด้าน ก็ได้ตั้งแต่ประมาณ 500 เมตรขึ้นไป ถ้าเป็นบ่อดินนะครับ ส่วนบ่อปูน หรือ อ่างตู้กระจกใหญ่ๆ ก็ขอให้มีขนาดใหญ่พอสมควร เพื่อการเลี้ยงกุ้งรวมกันได้หลายตัว โดยแต่ละบ่อนั้นถ้าเป็นบ่อดิน ขอให้ก่อเป็นเนินดินที่ สามารถเดินเชื่อมถึงกันได้ เพื่อความสะดวกในการดูแล และ ให้อาหารแก่กุ้ง Marron ในบ่อ ผู้เลี้ยงสามารถที่จะใช้ท่อ PVC ขนาดกลาง หรือ ใหญ่ ขึ้นอยู่กับ ขนาดของกุ้งในบ่อ ว่าเป็นกุ้งที่อยู่ในช่วงวัยใด ตัวขนาดเล็ก กลาง หรือ ขนาดใหญ่ที่เป็นพ่อแม่พันธุ์ หรือบางครั้ง การใช้ยางรถยนต์เก่าๆ มาผ่าครึ่ง หรือ ผ่าสี่ส่วนแล้วโยนลงไปในบ่อ อย่างเป็นระเบียบ ก็สามารถใช้เป็นที่หลบซ่อนของกุ้ง Marron ในวัยต่างๆ ได้เป็นอย่างดี การปล่อยกุ้ง Marron ก็อย่าให้หนาแน่นมากนัก เพราะกุ้งจะมีปัญหาการกระทบกระทั่ง หรือ กินกัน ทำให้ได้ผลผลิตที่น้อยกว่าที่ควรจะเป็น สิ่งแวดล้อมต่างๆ ในการเลี้ยงกุ้ง Marron นั้น จะเป็นผู้กำหนดว่า กุ้งจะมีอัตราการเจริญเติบโตเป็นอย่างไร โดยขึ้นอยู่กับ แสงสว่าง , อุณหภูมิ และ อาหารที่มี โดยการจับคู่ผสมพันธุ์ของกุ้ง Marron นั้น จะเริ่มตั้งแต่ช่วงอุณหภูมิ 11 องศาเซลเซียส และ มีแสงสว่างยืนยาวขึ้นในเวลากลางวัน โดยขนาดของพ่อและแม่พันธุ์ของกุ้ง Marron นั้น ควรจะใช้ขนาดอายุตั้งแต่ 2 – 3 ปีขึ้นไป จะเหมาะสมมาก ยิ่งถ้าพ่อและแม่พันธุ์มีขนาดใหญ่เท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีโอกาสได้ผลผลิตลูกกุ้งมากขึ้นไปด้วย โดยที่ส่วนใหญ่แล้วการจับคู่ จะมีก่อนช่วงฤดูใบไม้ผลิ ( บ้านเราไม่มี ฤดูใบไม้ผลิ เอาเป็นว่าพอหมดช่วงอากาศเย็นมากๆ เริ่มอุ่นขึ้นแทน ก็แล้วกันนะครับ ถ้าไม่อย่างนั้น ก็ใช้การปรับเครื่องทำความเย็นเอาแทนก็แล้วกันเด้อครับ อิอิอิ ) ตัวเมียที่ผ่านการจับคู่แล้ว ก็จะให้ไข่ประมาณ 200 – 300 ฟอง โดยจะทำการเก็บไข่ไว้ที่ส่วนหาง ประมาณ 12 – 16 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ที่จะมีผลต่อการพัฒนาตัวอ่อนจากไข่ของแม่กุ้งครับ

สำหรับในหน้าที่ไม่ใช่หน้าผสมพันธุ์ เช่น ช่วงหน้าร้อน การเลี้ยงดู และ ขุนกุ้งนั้น ก็ควรจะใช้หลักสัดส่วน ตัวเมีย 3 ต่อ ตัวผู้ 1 ตัว จะเป็นสัดส่วนทีเหมาะสมที่สุดครับ สำหรับการเตรียมการขุนกุ้ง Marron ครับ พอกุ้งจับคู่ผสมพันธุ์กันตามฤดูกาลดังที่กล่าวมาก่อนหน้านี้แล้ว พอมีตัวเมียตัวใหนเริ่มตกไข่ ก็ขอให้ทางผู้เลี้ยงทำการจับคัดแยก ตัวเมียที่มีไข่แล้ว เอาไปไว้ที่บ่อเตรียมอนุบาลลูกกุ้งต่อไปครับ เพื่อที่เวลาลูกกุ้งออกมาเป็นตัวแล้ว จะได้ทำการจัดเตรียมการอนุบาลได้ง่ายครับ

กุ้ง Marron ค่อนข้างจะง่ายต่อการดูแล มากกว่าญาติๆกลุ่มกุ้งด้วยกันหลายๆชนิด เพราะกุ้งเครย์ฟิชชนิดนี้นั้น ไม่ค่อยจะขุดรูหนีไปไหน ทำให้ค่อนข้างง่ายต่อการดูแลมากกว่ากุ้งเครย์ฟิช ที่เลี้ยงในเชิงอุตสาหกรรมชนิดอื่นๆครับ สำหรับค่าต่างๆในน้ำที่ควรจะต้องดูแลนั้น กุ้ง Marron จะเติบโตได้ดีที่สุดที่อุณหภูมิประมาณ 24 องศาเซลเซียส และ จะหยุดการเจริญเติบโต ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 12.5 องศาเซลเซียส แต่ถ้าอุณหภูมิมากกว่า 24 องศา เป็นต้นไป กุ้งจะเจริญเติบโตได้ช้าลง และค่าความกระด้างของน้ำ ไม่ควรเกิน 15 ppt ( parts per thousand ) แต่ค่าความกระด้างของน้ำที่เหมาะสมที่สุด จะอยู่ที่ประมาณ 6 – 8 ptt ครับ

โดยปกติแล้ว กุ้ง Marron จะชอบค่า pH ที่ประมาณ 7.0 ถึง 8.5 แต่ในสภาพของฟาร์มที่มักจะอยู่กลางแจ้ง และ ถูกแสงแดด ก็จะทำให้ค่า pH เพิ่มขึ้นมาได้ นอกจากนี้แสงแดดที่แรง บวกกับสารอินทรีย์ในน้ำ ทำให้เกิดปรากฏการณ์ตะไคร่บูม ได้ ซึ่งมีผลทำให้ เกิดภาวะขาดแคลนอ็อกซิเจนในน้ำได้ ดังนั้น ผู้เพาะเลี้ยงก็ควรที่จะต้องระวังในจุดนี้ด้วย อาจจะใช้การเติมอากาศ ในน้ำ โดยการใช้เครื่องจักรปั่นน้ำ มาช่วย ก็สามารถทำได้ครับ

สำหรับการให้อาหารในบ่อนั้น บ่อในธรรมชาติ ก็จะมีพวกอาหารธรรมชาติ สำหรับกุ้งเครย์ฟิชอยู่บ้างแล้ว แต่ผู้เพาะเลี้ยงก็สามารถให้อาหารสำเร็จรูปจมน้ำ สำหรับกุ้ง เพื่อให้กุ้งมีขนาดและน้ำหนักที่ดีมากขึ้นได้ แต่ผู้เพาะเลี้ยงไม่ควรให้อาหารมาก เพราะว่า จะทำให้เกิดภาวะน้ำเน่าเสีย และ เป็นการลดปริมาณอ็อกซิเจนในน้ำได้ครับ

อันตัวของกุ้ง Marron นั้น ถ้าได้รับการดูแลอย่างดีแล้ว จะสามารถเติบโตได้ถึง 60 – 150 กรัม ภายใน 1 ปี และ จะเติบโตได้ถึง 100 และ 300 กรัม ภายในสองปี เลยทีเดียว

ปัญหาเกี่ยวกับโรคภัยต่างๆ นั้น ส่วนใหญ่ ถ้ากุ้งได้รับการดูแล ในเรื่องของคุณภาพน้ำ และ อุณหภูมิต่างๆ เป็นอย่างดีแล้วนั้น ก็ไม่ค่อยจะพบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องโรคภัยนัก แต่อาจจะมีพวกสัตว์เล็ก ๆ หรือ ปรสิต ที่จะแอบอาศัยอยู่ตามร่องเปลือก และเหงือกของกุ้งอยู่บ้าง ซึ่งถ้ามีการระบาดมากๆ ก็จะทำให้กุ้งโตช้าได้เหมือนกันครับ ซึ่งพวกนี้ จะเกิดจากปัญหาคุณภาพของน้ำที่ต่ำ ซึ่งจะเป็นปัญหาหลักๆ เลยในการสูญเสียปริมาณของกุ้ง Marron ที่เลี้ยงอยู่ เนื่องจากจะมีพวกโปรโตซัวต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อกุ้งเกิดขึ้นในระบบครับ

ปัจจุบันนี้ กุ้ง Marron ได้มีการนำเข้ามาเลี้ยงในประเทศไทยแล้วครับ โดยมีความพยายามในการที่จะเพาะพันธุ์กุ้งเครย์ฟิช ชนิดนี้ให้ได้ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม อาจจะต้องใช้เวลาซักระยะ เนื่องจากองค์ความรู้ต่างๆ ที่มี ยังต้องศึกษาเพิ่มเติม ในส่วนของการปฏิบัติการจริง อย่างไรก็ตาม ก็ขอเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุน และ เป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ต้องการเพาะพันธุ์กุ้งชนิดนี้ ในบ้านเราต่อไปนะครับ


เรียบเรียง : กษิดิศ วรรณุรักษ์

เครดิตภาพ :

https://c2.staticflickr.com/4/…/3471754494_3e7f9821af_z.jpg…

http://www.animalsandearth.com/…/ph…/get-Image-For-Facebook…

http://i.ytimg.com/vi/AZGnW20W5VE/maxresdefault.jpg

http://www.abc.net.au/…/cookand…/img/ep_29_Marr_m1281666.jpg




Create Date : 19 สิงหาคม 2558
Last Update : 19 สิงหาคม 2558 19:54:27 น.
Counter : 1329 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
เหมียวกุ่ย
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 39 คน [?]



ยินดีต้อนรับพี่ๆน้องๆทุกท่านเข้าเยี่ยมชม เว็บบล็อค ชมรมคนรักการเลี้ยงกุ้งสวยงามทุกชนิด แห่งประเทศไทยเด้อครับเด้อ กระผมตั้งใจทำเว็บบล็อคนี้ขึ้น เพื่อรวบรวมความรู้เกี่ยวกับ กุ้งสวยงามทุกชนิด เท่าที่จะหาข้อมูลได้ และอาจจะรวมถึงสัตว์น้ำอื่นๆ ในตระกูลที่ใกล้เคียงด้วย หวังว่าทุกท่าน คงมีความสุขในการชมบล็อคของกระผมนะครับ










View My Stats
New Comments