Photobucket
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
18 ธันวาคม 2553
 
All Blogs
 
Shangri -La แชงกรีล่า PART # 1

บันทึกเดินทาง

Trip แชงกรีล่า Part # 1
Trip แชงกรีล่า Part # 2

30 พ.ย. 53- 6 ธ.ค. 53

ผู้ร่วมเดินทาง me-o -----จิน (น้องสาว)------ต้นสน(ลูกชาย วัย 10ปี 1 เดือน)


Photobucket

30 พ.ย. 53

เริ่มออกเดินทาง จากเชียงราย ไปกรุงเทพ ด้วย สายการบิน แอร์เอเชีย
เที่ยวบิน FD 3257 เครื่องออก 21.30 น. ถึง 23.00 น.
รอกระเป๋านาน 45 นาที
คืนนี้พวกเราเข้าพักที่โรงแรม ทองทา
มีรถของโรงแรมมารับ รอที่ ชั้น 2 ประตู4
ถึงโรงแรม เที่ยงคืน ห้านาที
เช็คอิน และนัดเวลา ให้รถไปส่งสนามบิน 8.30 น.

ราคาค่าห้องพัก แบบ triple คืนละ 1200 บาท
รวมอาหารเช้า แบบ อเมริกัน ไม่ใช่บุฟเฟต์นะ
และรวมรถไปรับจากสนามบินมาโรงแรม และ ส่งจากโรงแรมไปสนามบิน ฟรี
ที่นี่ไม่นี่ ไม่มี ลิฟท์ และ ไม่มี อ่างอาบน้ำ
ใช้เวลาเดินทางจากโรงแรมไปสนามบิน ไม่เกิน 15 นาที
ที่โรงแรมก็ได้ยินเสียงเครื่องบินขึ้นลง เป็นพักๆ
กว่าจะได้นอนก็เกือบ ตีหนึ่ง
ถ้าการเดินทางครั้งหน้า ดึกมาก คงต้องนอนที่นี่อีก



รูปที่โรงแรม

Photobucket



1 ธ.ค. 53

ตื่น 6.30 น. กินข้าว 7.30 น. เดินทางไปสนามบิน 8.30 น.

ไปพบกรุ๊ปทัวร์ ที่ประตู 2 เคาท์เตอร์ D ไปถึงที่นัด 8.45 น.
ครั้งนี้ เราเดินทางกัน สามคน มี ต้นสน และ จิน ไปด้วย
บริษัททัวร์ที่ไป ก็เป็นเจ้าประจำ คือ maritime tour ครั้งนี้ ก็เป็นครั้งที่ 3 แล้ว ที่ใช้บริการของที่นี่
หัวหน้าทัวร์ ชื่อ คุณ เอ็กซ์ ครั้งนี้ลูกทัวร์ 20 คน

อัตราแลกเปลี่ยนที่ สุวรรณภูมิ 1 หยวน = 4.9 บาท

เริ่มต้นก็ต้องไปช้อป ที่ ดิวตี้ฟรีก่อนออกเดินทาง
ครั้งนี้ ซื้อไม่เยอะแล้ว เพราะพึ่งมาเมื่อ มีนาคม คราวที่ไปปักกิ่ง

เดินได้พักหนึ่ง คุณ เอ็กซ์ โทรมาบอกว่าเปลี่ยน ประตู จาก E9 ไปเป็น E1A


Photobucket

10.50 น. ออกเดินทางไปคุนหมิง โดย การบินไทย เทียวบินที่ TG 612
ใช้เวลาในกานเดินทาง 1.55 ชั่วโมง
อาหารบนเครื่อง เป็น ข้าวหมูเปรี้ยวหวาน กับ ไก่ผัดขิง ขนมกล้วย

ถึงคุนหมิง ผ่าน ต.ม ใช้เวลาไม่นานมาก
คุนหมิง เป็นเมืองหลวงของ มณฑลยูนาน
ที่นี่ อากาศเย็นๆ เหมือนหน้าหนาวตอนเช้าๆที่เชียงราย
อุณหภูมิที่คุนหมิง 7-15 องศา

ไกด์จีน ชื่อ อาเฉิน

ไปถึงก็ได้ไปเที่ยวที่เขา ซีซาน ห่างจากตัวเมือง 35 km.
ภูเขาแห่งนี้ เขาว่าเหมือนหญิงสาวนอนอยู่
แต่เราก็ไม่เห็นตอนที่ผ่านแล้วดูเหมือนผู้หญิงนอน
ทีแรกตั้งใจจะดูว่า เหมือนกว่าที่ดอยนางนอน ทางไปแม่สายหรือเปล่า
แต่ก็ไม่ได้มีการแนะนำจากไกด์จีน ชี้ชวนให้ดูแต่อย่างไร

ไปถึงก็เปลี่ยนรถ เป็นรถรางที่ไม่ใช้น้ำมัน ขับขึ้นเขาไปต่อ
คนจีนหลายคนนิยมเดินขึ้นเพื่อออกกำลังไปในตัว
ทางเดินมีร้านค้าขายของที่ระลึก ตรงข้างทาง

พอลงรถรางเราก็ต้องรอไกด์ พักหนึ่ง
เพราะทั้ง คุณ เอ็กซ์ และ อาเฉิน ไม่ได้ขึ้นรถมาคันเดียวกับพวกเรา
พออาเฉินมาก็ซื้อตั๋วขึ้นไปชม
แล้วพาพวกเราเดินขึ้นเขาต่อไปชมประตูมังกร
ซึ่งถือกันว่าเป็นประตูแห่งโชคลาภ และ ความมั่งคั่ง
ระหว่างเดินขึ้นเขาไป เราก็จะเห็น ทะเลสาบ เตียนฉือ อยู่ข้างล่าง
ทะเลสาบที่นี่งดงาม
จนได้ถูก
ลอกเลียนเป็นทะเลสาบที่วังฤดูร้อน อี้เหอหยวนในกรุงปักกิ่ง



รูปทะเลสาบเตียนฉือ

Photobucket



รูปประตูมังกร

Photobucket



รูประหว่างทางขึ้นเขาซีซาน

Photobucket


ที่ข้างทะเลสาบ จะมีบ้านเศรษฐีอยู่เป็นแถวๆ เนื่องจากที่นี่ ฮวงจุ้ยดี ข้างหน้าเป็นน้ำ ข้างหลังเป็น ภูเขา



รูปบ้านเศรษฐี

Photobucket


วันนี้คนมาเที่ยวไม่เยอะ เลยถ่ายรูปได้สบาย สบาย
เที่ยวเสร็จเดินลงเขา มาซื้อ ไอติมกิน 1 ถ้วย 6 หยวน
นั่งรถรางไปขึ้นรถทัวร์ แล้ววิ่งเข้าเมือง 


รูปรถราง

Photobucket


ไปร้านขายชาในเมือง
ที่นี่ เขานำเสนอ ชาหิมะ ชาฝูเอ๋อเก่า กับ ชาฝูเอ๋อใหม่
คนขายชา พูดเก่ง มีมุกเด็ดๆ
ครั้งนี้ พวกเราไม่ได้ซื้อชาอะไร เพราะที่เชียงราย มีชาขายหลากหลายชนิดแล้ว แต่ลูกทัวร์คนอื่นๆ ก็ซื้อกันหลายคนอยู่



รูปคนขายชา

Photobucket



ไปกินข้าวมื้อเย็น มื้อนี้ เป็นสุกี้
มีหม้อต้มรวมอยู่ตรงกลาง
ลูกชิ้น กลม 1 จาน ลูกชิ้น สามเหลี่ยม 1 จาน จานละ สิบกว่าลูก
ผัก หลายชนิด มาม่า 1 ถุง
มีที่ลวก 1 ชุด ต่อ 10 คน
ผักจะมีการเติมให้เรื่อยๆ เพอเราขอ ลูกชิ้นเพิ่ม เขาบอกมาว่า โต๊ะ ละ หนึ่งชุด ไม่มีการเติม ต้นสนโวยใหญ่ ว่า ไม่อิ่มเลย
เราเลยให้ต้นสน เดินไปบอกไกด์ที่โต๊ะไกด์กิน
ว่า ต้นสน อยากได้ลูกชิ้นเพิ่มกินยังไม่อิ่มเลย
อาเฉิน เลยลุกเดินมาสั่ง ลูกชิ้นให้เพิ่ม โต๊ะละ 1 ชุด


น้ำจิ้มสุกี้ที่นี่ คล้ายกับที่ปักกิ่ง ไม่อร่อย แต่ไกด์ก็มีการเตรียมน้ำจิ้มสุกี้มาจากเมืองไทยด้วย
อาหารมื้อนี้ ถือว่า แย่ที่สุด ในทริป นี้



รูปสุกี้

Photobucket



เข้าพักที่โรงแรม KUNMING JIN JIANG HOTEL ห้อง 1508 ชั้น 15



รูปโรงแรม

Photobucket



พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า ตีสี่ ไปขึ้นเครื่องบินไปแชงกรีล่า
โปรแกรมทัวร์เปลี่ยนจากเที่ยวจากใต้ขึ้นเหนือ เป็นเที่ยวจากเหนือไปใต้ เนื่องจาก จองตั๋วเครื่องบินขากลับ แชงกรีล่าไปคุณหมิง ไม่ได้



2 ธ.ค. 53

ตื่น 4.00 น. 5.30 น. เดินทางไป สนามบินคุนหมิง

อาหารเช้า โรงแรม ทำข้าวกล่องให้ มี ส้ม 1 ลูก แอปเปิ้ล 1 ลูก น้ำ 1 ขวด และ ขนม 2 ชิ้น

รูปข้าวกล่อง ไม่ชัด

Photobucket


พอขึ้นรถ ไกด์ถามว่ามีใครลืมของไว้ไหม
ต้นสนก็รีบหน้าตาตื่นว่า ลืมโทรศัพท์มือถือ ไว้ที่เตียง
ทั้งๆที่เราเก็บเข้ากระเป๋าให้แล้ว เมื่อคืน
ยังแอบเอาออกมาเล่นอีก
เลยได้น้ำตาร่วงตั้งแต่เช้ามืดเลย
เนื่องจากวันสุดท้าย เราต้องมาพักที่นี่อีก
ไกด์เลยโทรไปให้โรงแรมเก็บไว้ให้
โดยไม่ได้ย้อนกลับไปเอาของ

พอถึงสนามบิน
น้ำของพวกเราก็ถูกยึดโยนลงถัง
ไม่ให้เอาเข้าไปในสนามบิน ตามกฎของสนามบินนั่นเอง
เข้าไปนั่งที่สนามบิน
จินก็จัดการกับอาหารกล่อง เราก็กินไม่ลงเพราะเช้ามาก
ส่วนต้นสน ไม่ได้รับอาหารกล่อง ไกด์ก็ไม่ได้ทวงให้แต่อย่างไร
ที่สนามบินเราได้ซื้อ โยเกริต กิน 1 ถุง ต้นสนซื้อ ขนม กับ อมยิ้มกิน

รูปที่สนามบินคุนหมิง


Photobucket


7.10 น. เดินทางไปแชงกรีล่า
เที่ยวบิน MU 5933 โดยสายการบิน China Eastern
ใช้เวลาเดินทาง 50 นาที
บนเครื่องแจกน้ำเปล่า คนละ 1 ขวด

พอเครื่องใกล้ถึงแชงกรี ล่า ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นบนขอบฟ้า

เห็นภูเขาหิมะ ต้องแสงสีทองของดวงอาทิตย์
ที่เขาเรียก ภูเขาเงินภูเขาทอง



รูปที่สนามบินแชงกรีล่า

Photobucket


8.00 น. ถึงแชงกรีล่า ก่อนลงเครื่องก็ต้องใส่เสื้อกันหนาวเพิ่มให้หนาและอบอุ่น
แชงกลีร่า ตั้งอยู่ในเขตจงเตี้ยน อ.ตี๋ชิ่ง
รอยตะเข็บระหว่าง มณฑลยูนานกับทิเบต ห่างจากคุนหมิง 620 km.
อากาศที่นี่ เบาบาง เนื่องจากอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลค่อนข้างมาก
หนาว แต่วันที่ไปหิมะไม่ตก
ความเป็นมาของแชงกรีล่า ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง
ชาวอังกฤษคนหนึ่งโดยสารเครื่องบินตกที่สถานแห่งหนึ่ง
หลังจากตื่นขึ้นมาเห็นสิ่งแวดล้อมอันสวยงามที่เขาไม่เคยคิดฝัน
ปี ค.ศ. 1933 หลังจากกลับอังกฤษ
Mr.James Hillton ได้เขียนหนังสือนวนิยายอมตะชื่อ Lost Horizon (ขอบฟ้าที่เลือนหาย)
ที่มีดินแดน Shangi-la ที่เขาบรรยายเอาไว้ว่า

“ภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้านั้น
เป็นทิวทัศน์บนภูเขาที่งดงามตระการตาที่สุดในโลกก็ว่าได้
...ดินแดนแห่งนั้นคือ แชงกรีล่า...
แชงกรีล่าเป็นดินแดนที่งดงามลี้ลับ
ผู้คนมีชีวิตเรียบง่าย
มียอดเขาหิมะ
หุบเขา
ทุ่งหญ้า
สายน้ำ
และทะเลสาบ อันน่าตระการตา”


นักเดินทางคนใดที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้
ต่างก็พยายามค้นหาดินแดนแห่งนี้ว่ามีอยู่ที่ไหน
รวมถึงรัฐบาลจีนเองก็พยายามค้นหาสถานที่ดังกล่าวที่อ้าง
ไว้ในหนังสือขายดีติดท็อปเบสต์เซลเลอร์เล่มนี้ด้วย
โดยหลังจากทางการจีนทำการศึกษาค้นคว้า
ตามคำบรรยายของ Mr.James Hillton เทียบกับพื้นที่ต่างๆ ในประเทศจีนมาร่วมปี
ที่สุดทางการจีนก็ได้ค้นพบภูมิประเทศในเมือง Deqing กับ Zhondion
( อ.ตี๋ชิ่ง เขตจงเตี้ยน )
ระหว่างสองเมืองเป็นรอยต่อระหว่างจีนและทิเบตมีความสวยงามมาก
และมีความคล้ายคลึงกับที่บรรยายไว้ในหนังสือ
จีนจึงประกาศให้บริเวณตรงนี้เป็นแชงกรีล่า
อย่างเป็นทางการมาตั้งแต่เมื่อ พ.ศ. 2539 (ค.ศ.1997)


หลังจากถ่ายรูปที่สนามบิน เราก็ขึ้นรถบัสไปเที่ยวที่ทะเลสาบ นาพาไห่
ที่แชงกรีล่า เรามีไกด์ ท้องถิ่น เพิ่มมาอีก 1 คน
พูดไทยไม่ได้ ขึ้นรถมาก็ร้องเพลงให้ฟัง 1 เพลง
เส้นทางที่ไป ทะเลสาบนาพาไห่ กำลังอยู่ระหว่างซ่อมแซม
เราเลยต้องใช้อีกเส้นทางหนึ่ง
ที่ไกด์ทั้งสอง ของเรา ไม่เคยไปมาก่อน
ระหว่างทางที่ไปก็จะมีหมู่บ้านของชาวทิเบต
บ้านที่นี่ ข้างในเป็นไม้ เสาเป็นไม้ต้นใหญ่ๆ
ข้างนอก ใช้ดินฉาบ สวยงามแปลกตา



รูปบ้านชาวทิเบต

Photobucket

 photo kera19.jpg

 photo kera42.jpg


ที่ทะเลสาบนาพาไห่ มีนกกระเรียนคอดำ ซึ่งเป็นพันธ์ที่หายากที่สุด อาศัยบริเวณนี้แห่งเดียว


รูปนกกระเรียนคอดำ



ทะเลสาบนาพาไห่ สูงจากระดับน้ำทะเล 3266 เมตร
แวดล้อมด้วยภูเขาหิมะ
ท้องฟ้าสีสวย เมฆขาว
อากาศบริสุทธิ์ มีจามรี
มีน้ำค้างแข็ง เกล็ดหิมะ
และมีหมาตัวเล็ก เหมือน พันธุ์ปักกิ่ง หลายตัว



รูปทะเลสาบนาพาไห่

 photo kera06.jpg


 photo kera02.jpg

 photo kera15.jpg

 photo kera07.jpg


 photo kera09.jpg



 photo kera12.jpg

 photo kera18.jpg

 photo kera40.jpg


 photo kera29.jpg


 photo kera23.jpg


 photo kera28.jpg

 photo kera38.jpg


 photo kera27.jpg


Photobucket



ไปเที่ยวต่อ ที่หมู่บ้านโบราณแชงกรีล่า ที่นี่ ขายสินค้าพื้นเมืองหลายอย่าง



รูปหมู่บ้านโบราณแชงกรีล่า

Photobucket

 photo oldtown07.jpg

 photo oldtown06.jpg

และมีลานขายอาหารเราได้ชิมเนื้อ จามรี ย่าง เสียบไม้
เหมือนหมูปิ้ง ที่ เมืองไทย ไม้ละ 2หยวน
กลิ่นเนื้อค่อนข้างแรง พอเราเริ่มกิน
ก็มีหมาตัวน้อยๆ 3 ตัว มารุมขอกินด้วย
เพื่อนร่วมทัวร์คนอื่นได้ ลองชิม อาหาร แบบอื่นๆกัน


แล้วเราก็เดินต่อเข้าไปข้างใน พบเจดีย์ขาว
แต่ก็เกือบถึงเวลานัดและไม่มีใครเดินตามา
เราเลยต้องเดินย้อนกลับทางเดิม
ต้นสน ได้ ของฝากจาก เพื่อนร่วมทัวร์ เป็นที่หมุน คำภีร์ ชาวทิเบต 5 หยวน


เที่ยงกินข้าว อาหาร ก็จะเป็นผัดผักกาด ผัดบล็อกโคลี่
ไข่ตุ๋น ต้มจืดสาหร่าย ไก่ย่าง และอีกหลายอย่าง
ก็ ถือว่าอร่อยนะคะ


บ่ายไปชมวัดลามะซงจ้านหลิน หรือวัดกุ้ยหัว
สร้าง เมื่อ ปี ค.ศ. 1679 เป็นวัดลามะ
สร้างในสมัย องค์ดาไลลามะที่ 5
ซึ่งชื่อวัดก็ได้มาจากชื่อพระองค์ “เกอตันซงจ้านหลิน”
วัดสร้างด้วยสไตลิเบต กลมกลืนด้วยสถาปัตยกรรมสมัยฮั่น
เดินขึ้นบันไดกันสูงเลย ต้องค่อยๆขึ้น
ที่นี่ อากาศเบาบาง สูงจากระดับน้ำทะเล 3200 เมตร
ทำให้เหนื่อยง่าย

ที่นี่ในวัดห้ามถ่ายรูป
เราได้เห็นไขมันตัวจามรี เอามาทำเทียน
และ พานดอกไม้ไหว้พระ ทำ จาก ข้าวบาร์เล่
ทำบุญกับพระทิเบต ได้สร้อยลูกประคำมา คนละเส้น



รูปวัดลามะ

 photo lama01.jpg

 photo lama02.jpg

 photo lama03.jpg

 photo lama04.jpg

 photo lama11.jpg

 photo lama06-1.jpg

 photo lama07.jpg

 photo lama10.jpg

Photobucket


บ่ายสาม ทัวร์ก็พาเข้าพักที่โรงแรม ชื่อ Shiner Hotel(XIANGGELILA)
พักห้อง 8606 ชั้น 6 เลขแปดข้างหน้า เป็นเลขนำโชค เข้ามาในห้องก็พบว่า ห้องเล็กมาก และยังไม่ได้เสริมเตียง เลยลงไปบอกให้มาจัดการให้ เมื่อเรียบร้อย เราก็ไปเดินต่อบริเวณรอบๆโรงแรม
พบตลาดเสื้อผ้า ตลาดผักผลไม้ ซุปเปอร์มาร์เก็ต
เราได้ซื้อ ถุงเท้าแบบหนา ซื้อไอติม ซื้อโยเกริต ต้นสนได้ขนม และ อมยิ้มมา



รูปตัวเมือง

Photobucket


ห้าโมงเย็นกลับมาโรงแรมพักผ่อน อาบน้ำ
หกโมงเย็น กินข้าวที่โรงแรม
อาหารที่นี่ ก็จะซ้ำๆกับตอนเที่ยง ก็จะมีผัดผักกาด ผัดบล็อกโคลี่ ต้มจืดสาหร่าย เห็ดผัดพริกหยวก หมูผัดเปรี้ยวหวาน


หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จ ต้นสน ชวน ไปเดินเล่นต่อ ก็เดินไปเจอ ซุปเปอร์มาร์เก็ต อีกที่ ได้ซื้อ น้ำ และ ขนมมา อีก สองอย่าง

วันนี้ เข้านอนค่อนข้างเร็ว เพราะตื่นเช้า และ ลูกทัวร์หลายคน มีอาการ เวียนหัว จากอากาศเบาบาง แต่เราไม่เป็น

โรงแรม ที่นี่ 4 ดาว มีชา มีที่ ต้มน้ำร้อน มี ฮีทเตอร์
แต่เตียงแข็ง ผ้าห่ม และ ผ้าปูที่นอน ดูเก่ามาก
ผ้าเช็ดตัวมีกลิ่นลูกเหม็น
ไม่ค่อยประทับใจในโรงแรมมากนัก แต่ไกด์ยืนยันหนักแน่น ว่า เป็นโรงแรมที่ดีที่สุด ในเมืองนี้


รูปโรงแรม

Photobucket



3 ธ.ค. 53

ตื่น 6.30 น. กินข้าว 7.30 น. ล้อหมุน 8.30 น.


รูปที่หน้าต่างตอนเช้า

Photobucket


วันนี้ออกเดินทาง จากเมือง แชงกรีล่า หรือ จงเตี้ยน ไป เมือง ลี่เจียง
วิวข้างทางสวย
แต่ถ่ายรูป แล้วมันติด รอยน้ำ ดำ ดำ เป็นเส้นที่กระจก


รูปข้างทาง

Photobucket


เราได้บอกให้ อาเฉิน บนรถบัส ว่า ให้ล้างรถ
เพราะ ถ่ายรูปไม่ได้
อาเฉินก็รับปากว่า จะบอกคนขับรถ ให้เอารถไปล้าง เวลาเราแวะเที่ยว หรือ กินข้าว
นั่งมา ประมาณ 2 ชั่วโมง รถมาถึง สะพานข้ามแม่น้ำแยงซีเกียง
รถจอดให้คนลงเดิน ข้ามสะพาน
ไปขึ้นรถอีกฝั่ง
เนื่องจากสะพานเก่า กลัวรับน้ำหนักไม่ได้



รูปสะพานข้ามแม่น้ำแยงซีเกียง

Photobucket

เมื่อข้ามสะพานมาอีกฝั่ง
รถบัสขับไปยังช่องแคบเสือกระโจน (ไม่ถึง)
แต่แวะสั่งอาหารเที่ยง ที่ร้านอาหารไว้ก่อน

ระยะทางที่เดินไปชมช่องแคบเสือกระโดดนี้ ไปกลับ 5 km.
มีการเจาะอุโมงค์เป็นระยะ แทนทางเดิน เลียบแม่น้ำแยงซีเกียง ที่ชำรุด และดูไม่ปลอดภัย
ก่อนลงเดิน อาเฉิน บอกว่า ที่นี่ร้อน เดินไปเหงื่อออก
ไม่ต้องใส่เสื้อหนาวลงไปก็ได้
เราเลยใส่เสื้อกันหนาวที่ไม่หนามากลงไป
ปรากฏว่า อากาศเย็น มีลมตลอด เดินไปน้ำมูก น้ำตาไหลเลย
พวกเราเดินไป ถ่ายรูปไป เรา สามคน เดินรั้งท้ายสุดเลย

ช่องแคบเสือกระโดดนี้ เป็นช่องแคบที่ลึกที่สุดในโลก แต่ดูแล้วเสือไม่น่ากระโดดข้ามได้


รูปช่องแคบเสือกระโดด

Photobucket


ใช้เวลา เดิน ตั้งแต่ 10.00-13.00 น.
เดินกลับออกมาเป็นสามคนสุดท้ายเลย
ช่วงเดินออกมา มีร้านค้า ขายของกิน
เราแวะห้องน้ำกัน ห้องน้ำที่นี่ ไม่มีประตู และผนังสูงครึ่งตัว
เป็นส้วมรางน้ำไหล กลิ่นค่อนข้างแรง
จินเข้า แต่ เราไม่เข้า ตั้งใจไปเข้าที่ร้านอาหารน่าจะดีกว่า


กินข้าวเที่ยง กับข้าวก็มีมาก ฟองเต้าหู้ผัด ผัดขึ้นฉ่ายยักษ์ ผัดเต้าหู้ แกงจืดไข่ใส่ผัก ฟักทองต้มเป็นลูก

แต่เรากลับกินไม่ลง เนื่องจากส้วมร้านอาหาร
แย่กว่าที่อุทยานเสือกระโดดอีก
ส้วมไม่มีประตู มีรางไหลเอียง แต่ไม่มีน้ำ

เมื่อกินเสร็จ รถบัสก็ไม่มีการเช็ดกระจก หรือ ล้างรถ แต่อย่างไร
เราเลยจะเช็ดเอง
อาเฉิน เดินตามมา หาผ้าถูบ้าน เช็ดกระจกให้ในส่วนที่เรานั่ง
เลยพอถ่ายรูปได้ไม่หงุดหงิด

รถบัสพาเรามาข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแยงซีเกียง อันเดิม
โดยให้เราลงเดินข้ามไปฝั่งเดิม
เราก็เดินไป แวะ ถ่ายรูปกันไป

พอถึงจุดนี้ ไกด์ท้องถิ่นแชงกรีล่า ก็ได้ลากลับไป

เดินทางต่อไป ได้แวะดู โค้งแรกของต้นแม่น้ำแยงซีเกียง ที่ ต.สือกู่
ที่นี่พอเราจะข้ามถนนไปถ่ายรูป
แต่มีเจ้าหน้าที่กันไว้ ไม่ให้ข้ามถนนไป
เขาให้ขึ้นไปถ่ายบนอาคารที่เขาสร้าง ไว้ที่ฝั่งตรงข้าม
แต่เมื่อขึ้นไป เรากลับมองไม่เห็นโค้งแม่น้ำที่ว่าสวย
หรือเราตัวเตี้ยไปหว่า



รูปโค้งแม่น้ำแยงซีเกียง

Photobucket


เดินทางต่อ อีก ชั่วโมงครึ่งถึง เมืองลี่เจียง

16.30 น. แวะเข้าโรงแรม SHINER HOTEL (LIJIANG)



รูปโรงแรม

Photobucket


17.30 น. เดินทางไปเมืองโบราณลี่เจียง
ไปกินข้าวเย็นก่อน มื้อนี้เป็นอาหารไทย ทุกคนเจริญอาหารกัน
ร้านอาหารนี้ เป็น โรงแรม ในเมืองโบราณด้วย

เมื่อกินข้าวเสร็จ เราก็ไปเดินถ่ายรูป กับ กังหัน สัญญลักษณ์ของที่นี่


ที่นี่ มีร้านเหล้า ร้านคาราโอเกะ ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ทีนี่เราถ่ายรูปกันเสียส่วนใหญ่ ไม่ได้ซื้ออะไร เมืองโบราณที่ลีเจียงสร้างเป็นแบบบ้านจีนโบราณ มีคูน้ำ มีต้นหลิว ที่นี่โดยรวมสวย ดูดี
ต้นสนได้ popcorn


รูปเมืองโบราณลี่เจียง

Photobucket


20.00 น. เรามานั่งรอ กรุ๊ปทัวร์ ที่ lobby โรงแรมที่กินข้าว
ทัวร์นัด 21.00 น. แต่เราเมื่อย และ ไม่รู้จะซื้ออะไร
ที่ ลี่เจียง มีไกด์ท้องถิ่นอีกคน เป็นผู้หญิง ไกด์คนนี้ เก่ง สามารถ จำ ลูกทัวร์ได้เร็ว ได้มาทักพวกเราตอนเดินเมืองโบราณด้วย

วันนี้นอนดึกเลย 23.00 น.



ขอแบ่งเป็น 2 Part นะคะ รูปเยอะมากเลย
ทำไม่เสร็จสักที
ไว้รอชม ต่อ part 2







Create Date : 18 ธันวาคม 2553
Last Update : 30 ตุลาคม 2556 18:46:42 น. 7 comments
Counter : Pageviews.

 
แวะมาเจิมครับ ......

ทีแรกคิดว่าคุณ me-o ยังไม่ up บล็อกเมืองจีน เพราะคลี๊กไปตามชื่อ log in แล้ว ยังเข้าไปหน้าบล็อกเดิมที่เป็นไร่ชาอยู่ เพราะยังไม่ได้ตั้งหน้าบล็อกนี้เป็นหน้าหลักใช่ไหมครับ .....

แชงกรีล่า เป็นที่ที่ผมอยากไปมากครับ แต่คงต้องรอเด็กๆ โตกว่านี้หน่อย ผมว่าโตขนาดลูกชายคุณ me-o นี่น่าจะกำลังเที่ยวสนุกนะ แถวนั้นเขาว่าเป็นพื้นที่สูง หลายๆ คนมักจะมีอาการปวดหัวจากภาวะ adtitude sickness ไม่รู้คุณ me-o มีอาการแบบนั้นบ้างไหมเนี่ย

ปล. ทริปนี้ภาพสวยๆ เพียบเลยนะครับ ไว้ตอนใหม่ออกอากาศเมื่อไหร่ รบกวนช่วยแวะไปตามผมมาชมด้วยนะครับ .....


โดย: NET-MANIA วันที่: 18 ธันวาคม 2553 เวลา:22:56:58 น.  

 
เป็นทริปในฝันที่ผมอยากไปมากเลยครับพี่
สวยมกาครับ
ไม่พลาดมาตามดูตอน 2 แน่นอนครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 ธันวาคม 2553 เวลา:23:05:31 น.  

 
ดูรูปอ่านเพลินเลยค่ะ

รอตอนสองค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 19 ธันวาคม 2553 เวลา:15:14:03 น.  

 
สวัสดีครับ

ผมว่าแต่ละบล็อกที่ผมทำ ยาวเหยียดหลายโบกี้แล้วนะ แต่มาเจอบล็อกนี้ ยาวมากกว่าผมอีก ต้องขอปรบมือให้เจ้าของบล็อกที่ถ่ายทอดทั้งเรื่องและรูปภาพออกมาได้ดีมากๆเลยครับ


โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 19 ธันวาคม 2553 เวลา:22:04:42 น.  

 
สวัสดีค่ะ

ขอบคุณที่แวะทักทายกัน

เจอคนรักแมวอีกแ้ล้ว...

ตามไปเที่ยวแบบละเอียดเห็นภาพด้วยค่ะ

รอดูตอน 2 นะคะ



โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 20 ธันวาคม 2553 เวลา:13:35:24 น.  

 
เข้ามาบอกว่า...


รอดูภาค 2 อยู่จ้ะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 23 ธันวาคม 2553 เวลา:20:34:59 น.  

 
แวะมาเยี่ยมค่ะ


โดย: นู๋ที วันที่: 2 มิถุนายน 2555 เวลา:8:15:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
me-o
Location :
เชียงราย Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




สวัสดีค่ะ

me-o เป็นคนรักแมวค่ะ
เลี้ยงไว้ 12 ตัว
เลี้ยงมาพร้อมกับลูกชายวัย 13 ปี
มีลูกคนเดียว กลัวไม่เหนื่อย เลยมีแมวเยอะ555

ชอบท่องเที่ยว ไปที่ต่างๆ
แล้วแต่เวลาจะอำนวย

สนใจการถ่ายรูป
รูปที่ลงในBlogจะถ่ายเอง
ใช้กล้อง โอลิมปัส E-410
คาดหวังไว้ว่า
รูปถ่ายจะสวยสุดยอดสักวัน

ปี 2556 เปลี่ยนมาใช้
กล้อง โอลิมปัส OM-D E-M5
เพราะ E-410 เริ่มพัง สายแพที่เลนส์ขาด
ซ่อมแล้ว ก็ยังใช้งานไม่ปกติ

OM-D E-M5 เข้ามาเป็นกล้องตัวเก่ง เที่ยวไปทั่ว แทนที่

กลาง ปี 2556 เริ่มทำ blog เรื่องความงาม
เขียนเล่าประสบการณ์
ในส่วนนี้ รูปที่ถ่ายในสถานที่เสริมความงาม
จะเป็นกล้องจากมือถือ ซัมซุง s2 รุ่นเก่าแต่ยังไม่พัง



การนำรูปไปใช้ ทางสิ่งพิมพ์หรือ ในwebอื่นๆ
ให้ขออนุญาต เป็นกรณีไป
ในที่บันทึกลิขสิทธิ์ก่อนนะคะ

ไม่อนุญาต
ให้ใช้ในเชิงพาณิชย์ทุกกรณี
New Comments
Friends' blogs
[Add me-o's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.