มีนาคม 2560

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
:::: รถเช่า ::::เข็ด!!!! ไม่เอาอีกแย๊ว ...@ ประเทศไทย


เรื่องราวต่อไปนี้ ..เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น
เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาที่ประเทศไทยค่ะ
การเดินทางกลับสู่บ้านเกิดเมืองนอน เพียงระยะเวลาแค่ เก้าวัน
จุดประสงค์คือ ต้องการไปเรียนต่อ
Advance Open Water Diver ให้จบ..

เริ่มจากการหาที่เรียน และหาโรงแรม
ส่วนตั๋วบินนั่นคือสิ่งแรกที่จองก่อนอื่นใด

สามีจองโรงแรมเน้น พิกัดที่ตั้งว่าจะต้องไม่ไกลจากสถานที่เรียน
และรถรับส่งต้องมาถึงได้สะดวกสบาย
แต่..พิกัดนี้...ดันอยู่ไกลจาก แหล่ง "หากิน" 555 เห้ยยยย จิงๆนะคะ
แหล่งหาของกิน ก็จะอยู่ไปไกลอีก ห้า หก กิโลเมตรมั๊ง..คิดว่า

เราสองคนก็ ตกลงกันว่า เอาวะ.. "จะเช่ารถ" ...
สามีถาม " เธอมั่นใจว่าจะ ขับรถที่ไทยอีกได้ไหม "
ที่เค้าถามแบบนี้เพราะ...
ฉันไม่ได้ขับรถที่เมืองไทยมาเป็นเวลาเกือบห้าปีแหล่ววว
ไปไทยทุกทีก็จะ พยายามไม่เช่ารถขับค่ะ
เพราะไม่ต้องการ "เครียด" บอกเลย..
หากถามว่า ขับได้ไหม มันก็ต้องได้สิ
อดีตก็ ขับรถมาตลอดตอนอยู่ที่ไทย
แต่..พอมาอยู่เยอรมัน บอกเลยว่า ระบบบนถนนต่างกัน
พวงมาลัยก็อยู่คนละข้าง...
ถนนเวลาขับก็ต้องชิดซ้าย ไม่ใช่ขวาแบบเยอรมัน

หากถาม..ที่ไหนขับง่ายกว่ากัน คำตอบคือ เยอรมันค่ะ
ไม่เกี่ยวกับ ขับพวงมาลัยข้างไหน
หรือต้องชิดขวาหรือซ้าย
แต่เกี่ยวกันกับ
"ความเป็นระเบียบ กฏหมายที่เข้มงวดของที่นี่ตะหากเล่า"
ที่ทำให้การขับรถบน ถนนที่นี่ จะง่ายกว่ามาก
ไอ้ประเภทแซงหน้าหลังซ้ายขวา
ทำผิดกฏจราจรกันตลอดที่นี่ หาชมยาก...ค่ะ
เพราะค่าปรับแพง และเค้าเอาจริง!

... อีกเรื่องคือ เรื่องจอดรถ.. ประมาณว่า ถนนมีสองเลน
เลนช้า และเลนแซง ... มั๊ง
เลนช้า ซ้ายสุด คือเลนสำหรับ มอไซค์ ..และ สำหรับ "จอดรถ"
ใช่ค่ะ มันเป็นแบบนั้นจริงๆคือ พี่เค้านึกอยากจะจอด ก็ทิ่มรถจอดโลด...
ข้างถนนแม่มนั่นแหละ ไอ้คันที่ตามมา...ต้อง "เดาใจ" ว่าพี่เค้าจะ ชลอรถช้าๆ
หรือ จะต้องการ "จอดแช่..." แช่แบบ ก็จะจอดอ่ะ ใครจะทำมายช้านนนนน 555

ไอ้เราขับตามพี่เค้ามา..ใช้เลนเดียวกัน ถึงกับ เบรคตัวโก่ง..
เพราะแซงก็ไม่ได้ มีขาโจ๋ แซงตีคู่อยู่ก่อนหน้านี้แล้ว...
ขืนทำตัว งี่เง่าบนถนน เดี๊ยะ ได้มีเหตุการณ์ "กราบรถกู" ..ขึ้นมาอีก 555

และหากเกิดกรณี กราบรถกู ..มันก็จะเป็นเรื่อง "ลำบากมากๆ"
เพราะ สามีเยอรมันของอิชั้น
พยายามสอนให้มันฝึกกราบแล้ว แต่กราบไม่สวยอ่ะ แอร๊ยยยย!!!

อ่ะ เข้าเรื่องต่อค่ะ

พอตกลงกันว่า เราจะเช่ารถ "เพียงเพื่อที่จะเอาไว้ขับไปหาอะไรอร่อยๆกิน"
จุดประสงค์มีแค่นั้นจริงๆค่ะคุณ ... ไม่ได้จะขับไปไหนไกลๆ ไม่สนใจเรื่องนั้น
เพราะช่วงเวลาทีเราไปนั้น เราจะต้อง ดำน้ำ อยู่ในเรือ มีรถรับส่งจากทางโรงเรียน
แล้วทำไม ไม่เรียกแท๊กซี่คะ???
ถ้าคิดว่า จะแค่ต้องการรถ เพียงเพื่อขับไปหาของกินเนี้ย
ก็ โง่ ...ไง ...ตอบแบบไม่อาย...เพราะคือเรื่องจริงค่ะ
โง่ ที่ไม่ได้เช็คราคาแท๊กซี่ก่อน รับไปกลับ ไปแค่กินข้าว จ่ายแค่ สามร้อยบาทคับท่าน..
เช่ารถจ่าย 760บาท ยังไม่รวมน้ำมันรถ
ยังไม่รวมค่าปะยาง ยังไม่รวมค่าเสียเวลา และค่าความเครียด!

รถที่เราเช่ามา...เป็นหนึ่งบริษัทใหญ่...ในภาพนี้ค่ะ ให้เดาว่า บริษัทไหน อิอิ



รถที่ฉันเลือกไปคือ รุ่นเล็กสุด ถูกสุด อีโค่สุดๆ...
ได้รถ Honda Brio มาค่ะ ในราคาวันละ 760บาท ...
ทางบริษัทแจ้งมาว่าหากคุณสนใจซื้อประกัน ก็สามารถจ่ายเพิ่มอีกได้นะคะ
วันละ 390บาท เราก็ถามไป...รถไม่มีประกันหรือคะ?
เค้าบอกว่า มีแต่ พรบ. เฉยๆค่ะ...จบข่าว

พอดีว่า บัตรเครดิตของเราที่ชำระค่าเช่ารถนั้น...
เค้ามี Collision Damage Waiver Insurance (CDW) -
fully comprehensive insurance for rental vehicles
ที่เป็นของบริษัท AXA insurance ทั่วโลก คุ้มครองให้แล้วอ่ะค่ะ

หากไม่มีตัวนี้ จำเป็นมากค่ะที่จะต้องจ่ายคุ้มครองนี้ 200บาทต่อวัน
เพื่อคุ้มครองในกรณีรถเสียหาย หรือโดนขโมย ไรแบบนี้

มาดู สภาพรถกันดีกว่าค่ะ...



นี่คือ รถที่เค้าเอามาส่งให้ เราเช่าค่ะ



ยางประตู หลุด เว้ยเห้ย...มีงี้ด้วยง่ะ



เบาะหน้าค่ะ สามีเห็นแล้ว ถึงกับ กรีดเสียงร้องโหยหวลลลลลล 555



อันนี้เบาะหลังค่ะ ... สุดบรรยาย...



รอยมือ..รอยติง...ปีนป่ายหันให้ทั่วไปหมดล่ะค่ะ ...



ยางอะไหล่..ที่หน้ายางกว้างเท่ากับ "รถมอไซค์"....

รถคันนี้ ..ใช้งานมาหน้าปัดบอกตัวเลขกิโลเมตรคือ เกือบๆ "60000" กิโลเมตรค่ะ

แต่อย่างที่บอก...คือ เรารับได้ ไง.... ก็เลยไม่ได้ทำตัวเรื่องมาก!
ราคาเช่ารถต่อวัน 760บาท ... ช่างแม่งงงงง หยวนๆๆๆ
สัญญาเช่าระบุ... ความเสียหายรับผิดชอบไม่เกินวงเงิน 10000บาท
หากกุญแจรถหาย พนักงานแจ้งเรามาว่า ต้องจ่าย 15000บาท
มีการล๊อกวงเงินบัตรเครดิตไว้ 5000บาท
...เจ๊ รับได้ๆๆๆๆค่ะ ...​ เช่ารถ หกวัน..

รถส่วนมากจะจอดทิ้งไว้ที่โรงแรม..อย่างที่บอกคือ ใช้รถแค่ตอนเย็นค่ะ
ขับพาคุณสามีไปหาร้านอาหารที่เค้าชอบ ทานกัน...
แม่เจ้าโว้ย.... การขับรถในแหล่งนี้ ...บอกได้เลยค่ะว่า มันส์มาก!!!!

"ความกลัว" เกิด...ไม่ใช่แค่ว่ากลัวไปชนใคร หรือ กลัวว่าเค้าจะมาชนเรา
คือไม่ว่าจะไปไหน เราไม่ต้องการ "มีเรื่อง" หรือไม่ต้องการให้เกิดเรื่องอ่ะค่ะ
และที่ โซน เขาหลัก... เวลาขับรถนี่ บอกเลยว่า โคตรมันส์...
เพราะเวลาขับรถ ตา...สองข้างจะต้องทำหน้าที่ให้เหมือน สัปปะรด ค่ะ

เพราะ..เวลาขับๆไป ทั้งๆที่ขับช้า...ความเร็วไม่เคยเกินหกสิบ...
ก็จะมี ...รถมอไซค์แซงด้านซ้าย รถกะบะ แซงด้านขวา ในเวลาเดียวกัน
เหตุการณ์แบบนี้ที่เยอรมัน หาดูยากค่ะ ฮ่าๆๆๆ

สามีจะมีหน้าที่..คอยบอกว่า เราจะต้อง "ชิดซ้าย" ห้ามชิดขวา
ปัญหาเกิดก็อิตอน เลี้ยวเข้าโรงแรม มันจะมีถนนเข้าไป
และฉันก็เผลอ "ขับชิดขวา" ซึ่งมันอันตรายมาก...

และวันสุดท้าย..ก่อนที่จะคืนรถในวันรุ่งขึ้น...
พาสามีสุดที่เลิฟ..ไปทานอาหารร้านโปรด...
วันนั้นเป็นวันเกิดของฉันค่ะ ร้านนี้สัญญาว่าจะทำ "คั่วกลิ้งไก่" ให้ป้ากิน
อาหารคั่วกลิ้งนี่ไม่มีในเมนูนะคะ แต่เค้าจัดให้เราได้...
ก็ขับรถไปเลย..ตามสัญญา...ค่ะ

กินอิ่มเหมือนหมี...ขับรถกลับมาที่โรงแรม
ตอนสายของวันรุ่งขึ้น จะขับรถออกไป รับผ้า เพราะเอาผ้าไปส่งซัก
เห้ยย เค้ามีร้านประจำด้วยนะจ๊ะ..ขอบอก..ร้านนี้ใช้บริการแล้วติดใจอย่างแรง!
เขย่งขึ้นรถ สตาร์ทรถ...ขับ..ได้ยินเสียง แกร่กกกกๆๆๆๆๆๆ

สามีบอก หยุดรถเลย เสียงแบบนี้มันไม่ปกติ
หยุดรถตอนที่เลย ป้อมยามโรงแรมไปนิดเดียว
ป๊าดดดดดด แม่เจ้า...
ยางแบนแต๊ดแต๋คร่ะ... ตกใจอ่ะ ตอนนั้นสิ่งที่นึกขึ้นมาได้ ...
คือ "เสียเงินอีกแล้วสินะกรู..."

ลุงยาม...น่ารักมากๆค่ะ วิ่งมาดู...
บอกเราให้ถอยรถมาจอดข้างๆป้อมยามของแกค่ะ
แก้มยางยังไม่เจ๊ง....​(โหยยยย โล่งอก)
เพราะมันแปลว่าอาจจะยังไม่ต้องเปลี่ยนยางทั้งเส้น!

มองไปที่ยาง...เจอ ตะปู ตัวนึง..ยืดอก..ปักอยู่อย่าง "สง่างาม"....
ลุงยามบอก...มาๆๆๆ เดี๋ยวผมช่วยเปลี่ยนยางให้...
ยังไม่ทันขาดคำ... อีห่านจิก เยอรมันข้างๆ กรีดเสียงร้องโหยหวล...
"เธอต้องโทรบอกบริษัทรถเช่านะ
มันต้องรับผิดชอบ ยางมันเก่ามากกกกก"
โหยหวล แบบ รัวๆ ...ต่อว่า

"มันจะมาทำแบบนี้กับคนเช่าไม่ได้
นี่มันจะมาโบ้ยให้คนเช่าซื้อยางใหม่ให้มันใช่ม๊ายยยย"

กูฟังแล้ว.... ณ ตอนนั้น บอกเลยว่า
"เบื่อShipหาย..กับความคิดแบบเยอรมันๆอ่ะค่ะ"
แต่ ..สารภาพว่า "ไม่มีแรงที่จะ เถียงหรืออธิบายค่ะ"...

วิ่ง...หน้าตั้งโกยสี่ขา ไปที่ห้องพัก เพราะโง่จัด..
เอาสารการเช่ารถเก็บไว้ในห้องพักหมด..แม่งเอ๊ยยยย
วิ่งไปถึงห้องพัก... ยกหูทอสับ ในห้องพัก...กดหา Operator
เพราะ จะให้เค้าช่วยหา เบอร์ อิห่านจิกบริษัทรถนี่ให้

คือ สติ ...ในตอนนั้นหายไปหมดแระ ตอนนั้น...และสามีก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย
นอกจากช่วยให้ เหตุการณ์มันแย่มากไปกว่าเดิม...​
ยกหู คนที่พูดสาย ดันพูดไทยไม่ได้... "น่าเบื่อแม๊ะ...ที่นี่ประเทศไทยนะคะ"
คุณพูดไทยไม่ได้ เจือกมาทำหน้าที่ โอเปอเรเตอร์ทำไม?
หากเกิดเหตุฉุกเฉิน คนโทรขอความช่วยเหลือ เค้าไม่อยากพูดภาษาต่างด้าวล่ะ
" I can't speak Thai , I will find someone who can... ''
เอิ่มมมมมมม  คือ ถ้าจะให้พูดอังกฤษ หรือ เยอรมัน ฉันก็พูดได้นะ
แต่ อารมณ์นั้น... กุไม่อยากพูดภาษาห่านจิกอื่นๆแล้วค่ะ อยากพูดภาษาไทย
เพราะต้องการจะให้เค้าช่วยหาเบอร์โทร ร้านปะยาง และ บริษัทเช่ารถ

ปลายสายบอก จะหาคนพูดไทยให้...
ผลคือ แม่งกะจะให้กุรอยัน "เลือกตั้ง" เลยใช่มั๊ยคะ ห๊าาา
ก็เลย "วางสายไป แบบ ถอดใจ..." ค่ะ
วิ่งกลับมาที่รถ....กำเอกสารเช่ารถมาด้วย

ขอยืม..."ทอสับมือถือ" จากลุงยาม... สาบานได้ว่า
มือถือรุ่นที่ลุงยามใช้นั้น ใหม่กว่าของฉันห้าร้อยเท่า 555
* ไปเมืองไทย ไม่มีนโยบายซื้อซิมค่ะ อาศัยใช้ wifi อย่างเดียว *

โทรไป.. ปลายสายบอก ..เดี๊ยวมาภายในสิบนาที
... ทำทุกอย่างตามที่ สามีเยอรมัน(ซื่อบื้อ) บอก..
รถมาจอด พนักงาน "สี่คน"ลงมาจากรถ
ทุกคนทำแบบเดียวกันหมด คือ... เดินดูรอบรถ หาร่องรอยความเสียหาย..!!!
และ... หนึ่งในนั้น ก็บอกกับฉันว่า...
" เรื่องยางเสียหาย นี่เป็นความรับผิดชอบของลูกค้านะคะ"
เดี๊ยวทางเราจะ โทรตามช่างปะยางมาให้
คุณลูกค้าไปรอที่ lobby ของโรงแรมได้เลยนะคะ

และ...พนักงานทั้ง "สี่" ก็ขับรถออกไป... แป่ววววววว

เอาไงดีวะกรู ...  นึกสมน้ำหน้าตัวเอง... ที่หลงผัวฝรั่งซะจนลืมหูลืมตาไม่ขึ้น!
ดันเชื่อทุกอย่างที่มันบอก เป็นไงล่ะมรึงห๊าาาาา
เห็นยัง...ว่า ระบบที่เยอรมันกะไทยอ่ะ มันคนละเรื่องกัน!!!
ฉันบอก สามี...คราวหน้าอ่ะ ขอล่ะนะ " ให้หุบปาก.... "
สามีบอก ขอโทษ กุผิดไปแระ.... 555

ลุงยาม...บอก ...นี่ถ้าให้ผมช่วย เปลี่ยนยางอะไหล่ ...
และคุณขับออกไป ร้านปะยางอยู่ไม่ไกลเลย แค่โค้งหน้า ห้ากิโลเมตรข้างหน้านี่
เดี๊ยวบอกทางให้ คุณจะได้ไม่ต้องเสียเงินมาก
ถ้ารอ..ให้ ช่างมาหาที่โรงแรม...นอกจากเค้าจะทำอะไรไม่ได้แล้ว
คุณยังจะต้องเสียเงินค่าที่ให้เค้ามาหาด้วยนะครัช...

สามี...เอาอีกๆๆ ไม่เข็ดๆๆๆ "สั่งเสียงแหลมปรี๊ด..."
"นี่เธอรีบโทรไปบอก อิบริษัทรถเช่าเลยนะ บอกมันว่า ไม่ต้องส่งใครมาแล้ว"
ฉันก็ทำ หูทวนลม...บอกว่า ไม่เอาอ่ะ ขี้เกียจโทร! กุเบื่อแระ
ลุงยาม บอก...อ่ะ เบอร์ไรเดี๊ยวผมกดให้ ป๊าดดดดดดดด น่ารักใจดีจิงๆ

โทรไปบอกเสรด ว่าไม่ต้องส่งใครมาแระ เดี๊ยวจัดการเอง...
ก็ช่วยกันเปลี่ยน "ล้อรถ" เป็น ยางอะไหล่ ...
พอ แหงะ ออกมาเห็นยางอะไหล่...ถึงกับ "หงาย" นี่กรูจะขับไปไงวะเนี่ย
ยางมันแบบว่า ...หน้ายางเล็กม๊ากกกกกกกกก

เปลี่ยนเสรด ก็ ทิป ลุงยาม ไป 200บาท เพราะใช้มือถือของแก
และใช้แกช่วยเปลี่ยนยางรถ ฮ่าๆๆ
บอกเลยว่า งานนี้ไม่มี ลุงยาม นี่อิชั้นคงจะแย่แน่ๆค่ะ
จากนั้น ...
ก็ขับรถไปยัง ร้านปะยาง....
แม่มเอ๊ยยยย อิหน้าร้านปะยางนี่ก็นะ ตะปูเต็มพื้นไปหมด 555
ทำไมไม่รู้จักเก็บให้สะอาดวะ ฮึ่ยยยย นี่ชั้นยิ่งกัวๆ ตะปูอยู่นะเว้ย

ร้านปะยาง จ้ดการให้ แพล๊บเดียวค่ะ ไม่เกิน สิบนาที เสรด...
ค่าเสียหาย 150บาท แต่เราให้เค้าไป 200บาท
น้องเค้าน่ารักอ่ะ ทำให้อย่างดี... ไม่มีรั่ว ไม่มีซึมล่ะ
บอกน้องเค้าไปว่า จะคืนรถพรุ่งนี้ ...
น้องบอก... ปะแบบนี้ แค่นี้ก็ดีถมถืด..แล้วครัช....

คือ จริงๆแล้ว ...
ไม่ได้คิดว่า มันคือ "ความซวย" หรืออะไรนะคะ
ฉันกลับคิดว่า มันคือ "บทเรียนที่ได้มาจากท้องถนน"
บทเรียนนี้ จะทำให้เรา "เก่ง และ แกร่งขึ้น"
เพราะในภายภาคหน้า หากเกิดขึ้นอีก
เราก็จะรู้ วิธีรับมือกะเหตุการณ์แบบนี้อ่ะค่ะ

วันรุ่งขึ้นที่คืนรถ ก็ไม่มีปัญหาใดๆ...
ทุกอย่างก็เป็นไปได้ด้วยดี ..
คำถามคือ คราวหน้าจะเช่าอีกไหม
คำตอบคือ คงไม่อ่ะค่ะ 555
คือ ชอบที่จะ มีคนขับๆให้มากกว่านะ
เรามาเที่ยว ไม่ต้องการจะมาแบกความเครียดอ่ะ

ต้องรีบมาเล่าสู่กันฟัง วันนี้ได้หยุดงาน เย้ เย้...
จะรีบไปทำงานบ้านก่อนนะคะ ไว้เจอกันใหม่ค่ะ
ขอบคุณทุกคนเลยนะคะ ที่เข้ามาอยู่เป็นเพื่อนกันค่ะ
จุ๊ฟๆๆๆๆๆ Smiley



Create Date : 31 มีนาคม 2560
Last Update : 31 มีนาคม 2560 15:19:23 น.
Counter : 486 Pageviews.

8 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสองแผ่นดิน, คุณคนผ่านทางมาเจอ, คุณtoor36, คุณจันทร์ใส, คุณClose To Heaven, คุณสาวไกด์ใจซื่อ, คุณnewyorknurse

  
สวัสดีคะ..

อ่านแล้ว...น่าอายเมืองไทยจังคะ..

สมัยนี้ เค้าเรียกuber กันทั้งนั้น..ถูก เร็วคะ

โหวตให้คะ..

โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 31 มีนาคม 2560 เวลา:17:14:05 น.
  
เหนื่อยแทน..... บริษัทรถเช่า ไงเป็นแบบนี้

โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 31 มีนาคม 2560 เวลา:17:49:06 น.
  
ที่ไทยที่ดังๆ และเห็นบ่อยๆ ก็ AVIS แต่อาจจะไม่ใช่ก็ได้

ก็ถือเป็นค่าประสบการณ์ครับ วิธีการของต่างประเทศหลายๆ อย่างก็ใช้ในไทยไม่ได้เหมือนกัน
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 31 มีนาคม 2560 เวลา:18:17:26 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
จารุพิชญ์ Music Blog ดู Blog
ก้นกะลา Music Blog ดู Blog
อิงดาว ณ พราวฟ้า Literature Blog ดู Blog
Max Bulliboo Klaibann Blog ดู Blog
โดย: จันทร์ใส วันที่: 31 มีนาคม 2560 เวลา:23:27:12 น.
  
Max Bulliboo Klaibann Blog ดู Blog

กลับเมืองไทยนี่เอง เดี๋ยวมาอีกรอบนะคะ
โดย: Close To Heaven วันที่: 31 มีนาคม 2560 เวลา:23:55:57 น.
  
หนูเคยเช่ารถขับเองตอนไปแพร่ ดีที่ไม่เจอปัญหาอะไรเลยค่ะ แหะๆ

แต่อ่านของเจ๊ ถ้าแค่ขับไปหาอะไรกิน ใช้บริการแท็กซี่น่าจะดีกว่าจริงๆ นะคะ

เจ๊มากรุงเทพฯ เมื่อไหร่บอกล่วงหน้าน้าา เดี๋ยวพาไปเลี้ยงมื้อหนึ่ง จะโคคาที่เจ๊อยากกินหรือที่ไหนก็ได้ค่ะ ยินดีๆ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Sweet_pills Photo Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
Max Bulliboo Klaibann Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 1 เมษายน 2560 เวลา:11:00:25 น.
  
เห็นด้วยเรื่องการขับรถค่ะ
ขับรถที่ไทย ไม่ง่ายเลย
ไหนจะเลนแคบ ไหนจะมอเตอร์ไซด์ วิ่งโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้บ่อย ๆ
ที่จอดรถก็หายาก แถมแคบมากอีกต่างหาก
และที่สำคัญที่สุดคือการไม่เคารพกฏจราจรนี่แหละค่ะ
เห็นด้วยที่สุดเลย
โดย: Close To Heaven วันที่: 1 เมษายน 2560 เวลา:18:55:06 น.
  
ขับรถเมืองไทยไม่ง่ายเลยค่ะ
กลับมาที่ไร ก็ใช้รถแทกซี่ กลัววเหมือนกัน
แต่ส่วนมากมีเพื่อนไปด้วย

โหวดค่ะ
โดย: newyorknurse วันที่: 2 เมษายน 2560 เวลา:20:05:24 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Max Bulliboo
Location :
  Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 78 คน [?]



มีความตั้งใจนำทาง มีบทเรียนเป็นภูมิคุ้มกันให้ชีวิต ไม่มีพรสวรรค์แต่สร้างพรแสวงมาตลอด ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ดีใจที่ได้มีโอกาสได้เรียนรู้อะไรมากมายที่มีประโยชน์จากที่ Bloggang แห่งนี้่ค่ะ มาอยู่เป็นเพื่อนกันนะคะ

อยากเปิดให้ทุกคนได้เข้ามาเขียนความคิดเห็นได้แบบเสรี โดยไม่ต้อง Log in เข้ามาค่ะ ดังนั้น **ขออนุญาต ไม่รับ "ฝากร้าน" โฆษณาอะไรทั้งหลายนะคะ**