มกราคม 2560

1
2
3
4
5
6
7
8
9
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
 
 
All Blog
Open Water Scuba Diving + DIVE 1 - 2 :: อยากจม!!!กลับ ลอย! + การ Equalization เคลียร์หูใต้น้ำทะเล


ความเดิมจากตอนที่แร้วววว มาต่อกันเลยค่ะ 
คอร์ส Open Water Diver ( OWD ) นี้ เราเรียนกันสี่วันนะคะ
สองวันแรกคือ ทฤษฏี บวก confine water คือในสระว่ายน้ำ
สองวันต่อมาคือ ...ทะเล... เท่าน๊านนน แอร๊ยยยยยย!

เราสองคนก็แหกขี้ตา..ตื่นแต่เช้าเช่นเดิมค่ะ 6.30 น. ...
ทำกิจกรรมเข้าจังหวะ เอ๊ยยย ไม่ใช่ๆๆๆ ล้างหน้าแปรงฟันอาบน้ำง่ะ
และก็รีบวิ่งลงไปทานอาหารเช้า...
อยากจะ "กราบงามๆตรงหว่างขา" น้องคนสวยใจดี...ที่ Ramada Khaolak Resort
ไว้ตรงนี้เลยนะคะ น้องคนที่ขยัน "ทำซุป...ถ้วยโต" เอาไว้ให้พี่ทู๊กกกกเช้าค่ะ!!!

* ไว้จะมาเขียนเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ในหมวดของ Health Dairy นะคะ *
เพราะเรื่อง Soup เนี่ย...เป็นอะไรที่มหัศจรรย์มาก
และทำให้ฉันเปลี่ยนแนวการกินมาจนถึงวันนี้ค่ะ

แปดโมงเป๊งงงง รถมารับหน้าโรงแรมแระ...ฮ่วยยยย
วันนี้เราไม่ได้เตรียมอะไรเป็นพิเศษ...นอกจาก "บทสวดมนต์" 555
เพราะเราจะลงทะเลกันจริงๆ ... สำหรับฉันแล้วมันเป็นอะไรที่...
"โคตรจะตื่นเต้ลลลลล์ค่ะ"



นึกภาพตัวเองไม่ออก...ว่าตรูจะ ดำน้ำลงทะเล "ท่าไหนดี???"
จะเป็นแบบ เจ้าปลาโลมาในภาพนี้รึปล่าว???
(ภาพนี้คือน้องโล แกเอาหัวมุดลงไปในทรายเพื่อหาไรกินอ่ะค่ะ จบป่ะ 555)

ทั้งสองวัน ...ที่เหลือนี่ สภาพไม่ต่างกันค่ะ ไปถึงโรงเรียน แบกถังออกซิเจน
แบกถุงอุปกรณ์ของใครของมัน ขึ้นรถ และนั่งรถสองแถว ไฮโซชิบบบบ
ไปยัง ท่าเรือ...ของทหารเรือ(มั๊งงงง) และลงเรือหางยาวค่ะ
เพื่อที่จะ ไปยัง...Local Reef... เค้าเรียกมันแบบเน้...


ในเรือนี้ เรามี สองกลุ่มค่ะ กลุ่มแรกคือ
ฉัน สามี และเจ้าหนุ่มเยอรมัน อีกคน(ที่ดันไม่โสด ฮ่วยย)
กับ ครูคนสอน ชาวสวิส... พูดอังกฤษได้ดีมาก และพูดเยอรมันสำเนียงชัดแจ๋วแบบ HD!

กลุ่มที่สองมี 4 นักเรียน 1 ครูผู้ชาย
(ครูคนนี้ ฉันคิดว่าเค้าน่าจะเป็นคนเยอรมันที่พูดอังกฤษได้ดีมาก
เพราะเค้าพูดเยอรมันกับฉันอ่ะค่ะ ฮ่าๆๆ)
คอร์สนี้เค้าสอนเป็นภาษาอังกฤษ...ล้วนๆค่ะ
4 นักเรียนนั้น มี หนุ่มแคนาดา สาวจีนอเมริกัน สาวไทย และ สาวจีนแต๊ๆ...
เจ๊สาวจีนเนี่ย แกฉายแวว..มยุรา มาตั้งแต่ยังไม่ลงเรือแล้วนะคะ
เพราะตอนที่เค้าทำการ test การลอยตัวในสระ แกพยายามเกาะขอบสระตลอด!
ฉันแอบเห็น ครูของเค้า เอาตรีนเขี่ยมือ เจ๊จีนเนี่ย ไม่ให้เกาะขอบสระอ่ะค่ะ 555



สามตัว เอ๊ยยย สามคนนี้คือ ทีมของฉัน..คนกลางนั้น ครูชาวสวิสค่ะ
ไอ้ตัวที่ ยืนชูสองนิ้วนั่น... ผรัวกรูเองคร่ะ 555 ไม่รู้มันแอบไปเรียนท่านี้มาจากไหนเนอะ!!!!

Dive 1 ตอนที่ฉันลงไปใต้น้ำนั้นนะคะ ..รู้ล่ะว่า ไอ้การ เคลียร์หู!!! เนี่ยมันต้องทำ
และไม่ใช่แค่ต้องทำนะคะ คือ จะต้องทำให้มัน "ได้ผลอีกตะหากด้วยง่าาาาา"

ถ้าคุณไม่สามารถ "เคลียร์หู" Equalize รูหูได้... คุณก็ลงใต้น้ำไม่ได้เลย..
เพราะ...แค่เมตรแรก...หูกรูก็แทบจะระเบิดแล้ว Pressure = น้ำหนัก... งงป่ะ?
คือน้ำเนี่ย มัน แบกรองรับ อากาศ...ไว้นะคะ (มโนตามนิดนึงนะเทอว์)
ช่วง 10เมตรแรกเนี่ย...ความหนักหนาแน่นจะรุนแรงมาก...

และ แรง pressure ตัวนี้ของน้ำ จะดันเข้าไปในรูหู ...ถ้าคุณไม่เคลียร์หู ...
รูหูของคุณจะ "ปวดแบบรุนแรง..." เคยเจออาการนี้มาแล้ว
เพราะอีโค้ชเยอรมันแม่งไม่บอกกันก่อน มันนึกว่าฉันรู้แล้ว
อิบร้านี่ มันปล่อยให้ฉันลงใต้น้ำ ฟรีไดร์ฟแบบ สามเมตร ฮ่วยยย ..
ขึ้นมาแทบไม่ทัน เพราะปวดหูสองข้างมาก!

** ปัญหาของคนส่วนมาก...​** คือ...เค้าไม่รู้ตัวหรอกค่ะว่า
ควรที่จะต้องเคลียร์หู "ตอนไหน"!!!
อันนี้เรื่องจริง!!! เพราะเจอมากับตัวเอง...
คุณจำเป็นจะต้อง
"ฝึกสังเกตความรู้สึกของร่างกายตัวเอง" ให้เยอะๆให้แม่นๆเลย

หากรู้สึก...มีอาการ "เริ่มตึงๆ" ด้านในของรูหู..ก็ต้องรีบทำการเคลียร์ซะ

วิธีการ..Equalization เอาแบบ เบบี้เรียนเลยนะ มีโค้ชบอกมา...
"มันจะคล้ายการ จาม ฮัดเช้ยยยย อ่ะค่ะ " แต่เราทำแบบ เบาๆ น่ารักๆ...
ด้วยการ เอานิ้วชี้ และนิ้วโป้ง บีบปลายจมูก(กรณีจมูกบานนนนน 555)
ปิดปาก...และ ฮัดเช้ยยยยย เบาๆ ... ลองดูนะ ว่า หูจะ pop!!! ไหม...
ใครจะคิดท่า Equalize พิสดารแบบไหน กรูไม่รู้ว่ะค่ะ แต่ฉันยึดวิธีนี้ล่ะ ง่ายสุด

** สิ่งที่สำคัญมากที่สุดในสามโลกคือ ** ต้องทำการเคลียร์หูแบบ นุ่มนวลที่สุด
ห้าม..ทำแรงนะเว้ย ไม่งั้นหูพัง.....​ค่ะ

ตลอดการดำน้ำทั้ง 4 ไดร์ฟ....ฉันไม่เจอปัญหาเรื่อง Equalize ว่ะค่ะ...
ยิ่งไดร์ฟที่ 3-4 นี่คือ คล่องมากกกก ร่างกายมันส่งสัญญาณเตือนเลย..
เฮ้ยยยยย....​ฮัดเช่ยยยย ได้แล้วนะ ไม่งั้นพวกกรูแย่แน่ๆ...แอร๊ยยยย!!!!

และมันก็คือเรื่องจริงที่ว่า ถ้าคุณลงดำน้ำบ่อยๆ...ร่างกายคุณจะปรับตัวได้
แถมไม่จำเป็นต้อง เคลียร์หูบ่อยๆอีกด้วยนะคะ
* การเคลียร์หู...* กรณีของฉันนะ 10 เมตรแรกนี่คือ ทำบ่อยหน่อยล่ะ...
หลังจาก 10เมตรไปแล้ว...โอ๊ยยยย สวรรค์ค่ะ ไม่จำเป็นต้องเคลียร์หูบ่อยแว๊ววววว

แม้กระนั้นปัญหาที่ตรูเจอมา...คือเรื่องอื่นค่ะ!!!!
ไดร์ฟแรก..เค้าจะมีการทำการสอบใต้น้ำ...อาทิเช่น...
- อากาศหมด และต้องใช้ อากาศจาก buddy
- การควบคุมการลอยตัว buoyancy control  & hovering
ไอ้อันหลังนี่ยากว่ะ 
มันเหมือนกับทำให้ตัวเราอยู่ในสภาพไร้น้ำหนักใต้น้ำ ไม่จม ไม่ลอย
สามารถนั่งเอาขาไขว้กันได้..ใต้ทะเล ซึ่งฉันยังทำได้ไม่เก่งง่าาาาา

ตะเน้ เรื่องอากาศหมดถัง!!!
ครูบอกว่า "เหตุการณ์นี้ คุณจะต้องไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้น!!!!!"
หมายถึง...เราจะต้องคอยดู monitor ตลอดว่า อากาศในถังเราเหลือเท่าไหร่!!!!
แต่การเรียน safety เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องฝึกค่ะ
ถ้า buddy เราอากาศหมด เราจะทำยังไง..แบบไหน
Reg. สายที่เราคาบในปากอ่ะ มันมีสีดำ และสีเหลือง ทุกคนจะมี 2 Reg.
สายสีเหลืองคือ safety และเผื่อฉุกเฉินหากสายสีดำ มันทำงานขัดข้อง...
และอีกกรณีก็คือหาก อี buddy หน้าโง่! ดันปล่อยให้อากาศหมดถัง!
ซึ่ง มันมีโอกาสเกิดขึ้นได้...กับทุกคนนะจ๊ะ

ใต้ทะเล คิดว่าความลึกคือ ห้า หก เมตรมั๊ง ไม่ลึกเกินกว่านี้อ่ะ
เราก็นั่งล้อมวงกัน... เค้าให้เราจับคู่กับสามี...
เราส่งสัญญาณ อากาศกรูหมดเว้ยยยยย

อิผรัววววว ไม่มีอาการตอบสนอง 555
ทำหน้าประมาณว่า "หมด แล้วไงล่ะ!!!!"
น่าตรบป่ะ!!!!
เราก็ดึงเลยค่ะ ดึงสาย regสีเหลือง จากคุณเค้า
และเอาเข้าปากเลย...
โดยไม่ได้ดูเลยนะคะ ว่า...เอาเข้าปากผิดด้านง่ะ..ห่านจิก!

*** กฏข้อที่สำคัญแสรดๆ...ของ scuba คือ ห้ามกลั้นหายใจ ***
แม้ว่า..ปากจะไม่ได้คาบ Reg แล้ว ไม่มีอากาศให้หายใจแล้ว
คุณจะต้อง "ค่อยๆ....ปล่อยลมหายใจออกมาเรื่อยๆเบาๆ และยาวๆ..."

ความโชคดี! คือฉันฝึกการหายใจเข้าทุกครั้งให้ ลึกๆ...
และหายใจออกยาวๆ นานกว่าการหายใจเข้า!
เรื่องนี้หากเรียนฟรีไดรฟ์ การหายใจที่ถูกต้อง "สำคัญมากค่ะ"
มันก็เลย... ช่วยฉันได้...
ในกรณีนี้คือ อี Reg สีเหลืองเนี่ย 
เอาเข้าปากแระ พยายามพ่นน้ำออก แม่งดันไม่ออก!

ฉันก็ ดึง Reg ออกจากปาก และหายใจออกต่อเนื่องตามปกติ!
ปอดกรูใหญ่เว้ยยยย มีลมเหลือเฟือ 555
(คิดบวกสำคัญนะ ณ นาทีแห่งความตายนี้..ฮ่าๆๆ)

ก็ดึงออกมา ดูใหม่ และเอาเข้าปากใหม่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง
ตามปกติสุขแล้วนะคะ อี Buddy ผรัวอิชั้นเนี่ย มันควรที่จะเป็นคนยื่น...Reg
มาให้ฉันในตำแหน่งที่ "ถูกต้อง" เพื่อที่ฉันจะได้เอาเข้าปาก 
และหายใจต่อเนื่องได้ถูกต้อง..

แต่มันไม่ทำคร่ะคุณ!!!! แถม ครูที่สอนเค้าก็ไม่ได้ เน้น...นะยะ..
ประมาณว่า ชีวิตใครชีวิตมัน 555

ก็ผ่านมาได้ ...ไม่มีอาการตกใจนะ พอรู้ว่าตัวเองทำผิด...เราก็แก้ไข
แต่สมองนี่คือต้อง โฟกัสตลอด..ที่ลมหายใจ...
ใครที่ หายใจเข้าแบบ "แผ่วๆ" 
...หากมาเจอปัญหาแบบฉัน บอกเลยว่า "แย่แน่นอน"ค่ะ
เพราะหากหายใจเข้าไม่ลึกพอ..ลมในปอดจะมีน้อยมากๆ
และมีไม่พอหรอกที่จะ support ระยะยาว..
ในกรณีที่ต้องแก้ไขตำแหน่งของ Reg ใหม่ที่เอาเข้าปากอ่ะค่ะ

ถังอากาศ...ที่แบกๆหันหลังแอ่นนั้น...
ตอนเริ่มต้นจะมี อากาศอยู่ที่ 200bar ค่ะ
แค่ลงไปเกิน 10 เมตร อากาศแม่งก็หายไปแระ ครึ่งถัง!!!ฮ่วยยยย
ไว้จะอธิบายให้ฟังว่า ทำไมมันเปนเช่นน๊านนน นะคะ
พอทดสอบต่างๆนานา เสรด...ครูก็ พาชมความงามของโลกใต้ทะเลค่ะ

* มันส์..สุดยอดอ่ะค่ะ *
ความรู้สึก "ครั้งแรก" ที่เห็น กลุ่มปลาตัวเล็กๆ schooling อยู่บนหัว..
ปลาหลากสีตัวเล็กๆ ว่ายรวมกลุ่มเป็นวงกลมๆ..
วิวจากด้านล่าง พอมองขึ้นมานี่คือ...แปลกมากอ่ะค่ะ
และไม่มีกล้อง ไม่มีไรไปเลย..

* เพราะบอกตัวเองไว้ว่า จะตั้งใจเรียนก่อน...ไม่พกกล้องนะคนดี..*
เอาไว้ดำน้ำได้เก่งๆแล้ว เราค่อยหาเวลามาถ่ายวีดีโอใต้น้ำได้
ช่วงเรียนนี่สำคัญ! เราต้อง 100% โฟกัสเรื่องเรียนก่อนนะจ๊ะ

ไดรฟ์ แรก..และไดรฟ์ ที่สอง...สำหรับฉันแล้ว "โหดมากกว่า ฮา..."ค่ะ
เพราะ..ฉันจะ buddy กับครู สามี buddy กับหนุ่มเยอรมันอีกคน
เค้าไปคู่กัน และอิห่า(น)ครูนี่มันเก่งอ่ะ
มันดำน้ำแทบจะติดพื้นทรายก้นทะเลตลอด
เพราะ... ความลึกของโซนนี้ ไม่เกิน 12 เมตรเท่านั้นอ่ะค่ะ
และมันเป็นพื้นที่ ราบเรียบ..
ไม่ใช่ wall diving (ไว้จะอธิบายคราวหน้านะคะว่ามันคือไร)

ปัญหาคือ ดำๆไปเรื่อยๆ แม่มเอ๊ยยยย ดันเจือกมี หินมหึมาตั้งขวางอยู่ตรงหน้า
ทำไงล่ะคะ..? ต้องพยายามหายใจเข้าให้ลึกสุดใจ!!!
เพื่อที่ปอดจะได้พองลม เหมือนลูกโป่ง!
และพาตัวเรา "ลอยขึ้นมาให้พ้นอิหิน นี่อ่ะค่ะ"
การตีฟิน​...ก็สำคัญอย่างแรงงงงงง ต้องฝึกง่ะ

พอพ้น...อิห่านจิก หินที่อยู่ตรงหน้าแล้ว ...
ก็ต้องพยายาม "หายใจออกให้ ปอดแฟ่บบบบบที่สุด"
เพื่อที่ตัวเราจะได้ ลงใต้น้ำในระดับลึก...
อีขั้นตอนนี้ล่ะค่ะ!!!! หืดขึ้นคอ!!
เพราะ ...เวลาจะต้อง ลงลึก..แปลว่า ต้องเคลียร์หู!!!!
และต้องทำปอดให้แฟ่บบบบบ ผุดๆ มันยากง่าาาาาาา

การดำน้ำในพื้นที่ราบเรียบ ไม่ง่าย
บอกเลยว่า มันไม่ใช่สถานที่สำหรับ beginner
แต่...พวกเราคงไม่มีทางเลือก(มั๊งงงงง กุเดาเอา)
เพราะ..หัวเข่าอิชั้น ขูดกับหิน..หน้าแข้งขูดกับหินใต้น้ำ
แผลอ่ะค่ะ..เรียงหน้าสะหล๋อนนนน สงสารขางามๆทั้งสองข้างมาก...

สอง ไดรฟ์แรก..ยาก..มาก ครูบอกว่า ... อีก 50ไดรฟ์ เทอว์เก่งแน่นอน ป๊าดดดด
จากไดร์ฟแรก... เวลาผ่านไป 36นาที..เราขึ้นมาที่ผิวน้ำ..
คือเราต้องการพัก และรับประทานอาหาร (อาหารกล่องแบบบ้านๆแต่อร่อยชิบ!!!)
แต่...เราก็ยังกินไม่ได้..เพราะปัญหาคือ อิเจ๊จีน...แกเมาเรือค่ะคุณ!!!!

สภาพเจ๊แกน่าสงสารมากนะ ถึงกับต้องนั่งไปกับพื้นเรือหางยาวเลยค่ะ
ครูก็บอกว่า จำเป็นต้อง เอาเรือกลับ เพื่อที่จะเอาอิจีนนี่ไปเก็บบนฝั่งก่อน 555
จากจุดที่ดำน้ำ ไปท่าเรือใช้เวลา ยี่สิบนาทีมั๊ง
ลากอิเจ๊ไปทิ้งบนท่าเรือเสรด..เราก็กลับมาที่จุดดำน้ำเดิมอีกครั้ง
ตะนี้ก็ ได้กินดื่มกันเต็มที่ค่ะ!



ในภาพ... ลุงกัปตัน เห็นลุงแกฮิปๆแบบนี้นะคะ ลุงแกเก่งมานะคะ
แกสอนฉันหลายอย่างเลยแหระ อิอิ

เหมือนฟ้าจะส่งกรูมาทดสอบความอึด..โดยแท้..เพราะพอกินอิ่มเสรด..
"อาการ จมูกตัน!!!" ก็เริ่มตามมาติดๆ...เห้ยยย อัลไลกันเนี่ยยยย
นี่พวกเมริง..มาตันอะไรกันตอนนี้วะ !

* อธิบายนิด..* โพรงไซนัสที่เค้าเรียกกันว่า air space
ที่มันแปะอยู่ตรงหน้าผาก จมูก พาดผ่านไปที่แก้ม และที่หู เนี่ยนะคะ
ฉันเป็นคนที่มีอาการภูมิแพ้ความเย็น...แต่ไม่ใช่ "หืดหอบ"
เวลาที่เจอความเย็น... ไอ้โพรงไซนัสเนี่ยมันก็จะเริ่มบวม
พอบวมปุ๊บ... น้ำ ก๊าซ หรือไรก็เหอะที่มันไหลผ่านในโพรงอากาศนี้
มันก็จะไหลผ่านไม่ได้..ทำให้ ..​เกิดอาการจมูกตัน!!! 

ฉันไม่เคยเป็นอาการโรคไซนัสอักเสบมาก่อน
เพราะทุกครั้งที่จมูกตัน จะไม่ปล่อยไว้
จะไม่ปล่อยตัวให้อยู่ในที่เย็นนานๆอ่ะค่ะ
อาการไซนัสอักเสบเพราะน้ำที่มันขัง..ไว้ในโพรงอากาศนั้น
มันเริ่มเน่า..ไง...นึกภาพออกนะ...

ตะเน้... อาการจมูกตัน..หายใจทางจมูกได้ไม่สะดวกนั้น..
จริงๆมันก็ไม่ได้มีผลกับการ ดำน้ำสกูบ้ามากมายเท่าไหร่
เพราะการหายใจจะทำแค่ "ทางปาก" เท่านั้น..
แต่...ผลร้ายที่จะเกิดคือ
คุณจะ "รู้สึกปวดที่บริเวณไซนัส ตั้งแต่หน้าผากไล่ลงมาเลย"
เพราะ ก๊าซต่างๆ หรือของเหลวที่มันจุกอยู่นั้น มันไม่มีทางระบาย...
อันนี้คือตามที่ฉันเข้าใจนะคะ...

นี่คือ "ที่มา...." ที่ทำให้เข้าใจว่า
ทำไมการฝึกเคลียร์หน้ากากใต้น้ำนั้น สำคัญโคตร!!!!
โดยเฉพาะในกรณีของฉันที่มีอาการ จมูกตัน!!!

ตัดภาพกลับมาที่ "บนเรือ" นั่งชิวๆ อยู่ แม่งจมูกเริ่มตัน!!!
หันไปถามสามี "เห้ยยยย จมูกชั้นตัน ทำไงดีแย่แน่ๆๆๆ กุตายๆๆๆ"
สามีบอก " ใช้น้ำทะเลล้างจมูกสิ!!!"
* เค้าหมายถึง..เอาน้ำทะเลกรอกแม่มเข้าไปในรูจมูกข้างซ้ายเพื่อให้มันไหลออกมาข้างขวา *
ปกติฉันจะทำการล้างจมูก แบบในภาพนี้ค่ะ



ฉันก็บอกสามีไปว่า "ไม่ได้พกเอาขวดล้างจมูก(แบบในภาพนี้) มาด้วยง่ะ จะล้างไงล่ะ"
ผรัววววว ยื่น..ขวดน้ำพลาสติกนิ่มๆสีขาวๆ
อันนี้คือน้ำดื่มที่เค้ามีไว้ให้ดื่มบนเรือ แบบว่าราคาถูกสุดๆอ่ะค่ะ
สามีบอกใช้ได้เหมือนกัน อ๊ากกกกซ์

ก่อนจะ ตักน้ำทะเล....ด้วยขวดน้ำพลาสติกสีขาวๆนิ่มๆนี้
และกำลังจะ กรอก...เอาน้ำทะเลเข้าจมูกเพื่อล้างจมูก...
"ในใจตอนนั้นคิด...​พวกแกรทุกคนฉี่กันที่ไหนวะ????
ทำไมไม่เห็นมีใครบ่น หาห้องน้ำเลยอ่ะ ห๊าาาาา แง๊ๆๆๆๆๆๆๆ "

ทางเลือกในชีวิตคนเรา แม่มมีไม่มากอ่ะค่ะ ...
เพื่อความอยู่รอด!!!!ต้องทำ! ทำเสรด...หือออออออ คุณเอ๊ยยย
จมูก หายตันเป็นปลิดทิ้งค่ะ หายใจโล่งงงงง ลงไปถึงตับอ่อนด้านในเลย!
เห้ยยย มันได้ผล! หันไปขอบคุณสามี...สามีบอกเห็นป่ะ น้ำทะเลอ่ะดีจะตายไป

ไดรฟ์สอง... ลงไปอีก จำไม่ได้แระว่าเค้าให้ทำไรอีกมั่ง ฮ่าๆๆลืมไปแร้ว
แต่ครั้งนี้...ตอนที่เราลงไปอ่ะ เราเจอปัญหา "หน้าผากตึงงงงง เริ่มปวดๆนิดๆ"
เพราะ อิห่านจิก ไซนัสนั่นแหละค่ะ แต่เราไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหานี้ยังไง(ในตอนนั้นอ่ะนะ)
เราก็บอก ครู...
ครู..มันทำหน้าแบบ .." กรูไม่ใช่หมอ! จะให้กรูทำไงล่ะ ดำต่อไป...ฮึ่ยยย"

ฮือออออ... ในสมองตอนนั้นก็เริ่มคิด...ทำไงดีวะ ...???
ก๊าซ และของเหลวห่าเหว แม่งไปจุกรวมตัวกันที่ air space มันไม่มีทางออก
มันก็เลยทำให้ "รู้สึกตึงๆที่หน้าผาก ถึงขั้นเริ่มๆปวด...ฮ่วย"
จากนั้นเราก็คิด...อีก...
อ้าว แล้วทำไมไม่ทำให้ ก๊าซ และของเหลวพวกนี้มันออกมาซะล่ะ!!!
แค่นั้นก็​จบ...ว่าป่ะ

ก็เริ่มเรียนรู้เอง ด้วยการทำวิธีเคลียร์หน้ากาก...



ดูวีดีโอนี้ได้ค่ะ คนที่เรียนสกูบ้าต้องทำการเคลียร์หน้ากากเป็น!!!
จริงๆฉันคิดว่า เค้าสอนไว้ให้กรณีที่ หน้ากากเป็นฝ้า หรือ น้ำเข้าหน้ากาก
หรือ หน้ากากหลุดออกจากหน้า ไรแบบนี้นะคะ

แต่... ฉันนำเอาวิธีการนี้มา " ใช้ในการแก้ปัญหา "
อิจมูกตัน น้ำมูกจุกเป็นเมือกที่ปลายจมูกในหน้ากาก
และเวลาที่ ก๊าซ และเมือกของเหลวใน air space ที่หน้า..(ไซนัส)
มันไม่มีที่ไป ...ฉันก็จัดเลย...ทั้งๆที่ไม่มีน้ำเข้าหน้ากากหรอกค่ะ
แต่ ใช้สองมือกดหน้ากากด้านบน เงยหน้านิดนึง
และ พ่นลม..(พร้อมน้ำมูก 555) ออกมาทางจมูกค่ะ

ปิ๊งงงงงงงงง !!! เห้ยยย มันได้ผลว่ะค่ะ!!! เย้ เย้....
อาการตึงปวดหน้าผากหายไป
น้ำมูกเมือกที่จุกอยู่ที่ปลายจมูกในหน้ากาก หายไป
เพราะเราพ่นมันออกจนหมดแระ แฮร่ๆๆๆๆ

ฉันค้นพบวิธีนี้เอง และดีใจมากที่มันได้ผล...เลยอยากจะเขียนไว้
เผื่อคนที่เจอปัญหาเดียวกัน อาจจะลองเอาไปใช้ได้บ้างอ่ะค่ะ

เรา...จบไดรฟ์ที่สอง... แบบสบายๆ ..
ฉันคิดว่า สองไดรฟ์ แรกนี่มันยังไม่มีอะไรที่ "น่าจดจำ" หรอกค่ะ
เพราะ การสอบ...ทำโน่นนี่นั่นใต้น้ำนั้น...
สร้างความเครียดให้พวกเราพอสมควร

ปัญหาที่เจอทั้งสองไดรฟ์ สำหรับฉันคือ ..
"เผลอตีฟิน...เอาตัวเองขึ้นมาบนผิวน้ำแบบไม่ได้อยากขึ้นเลย"
เซรงงงงงมากถึงมากที่สุดค่ะ
เบื่อตัวเองที่โง่ และไม่หาความรู้เพิ่มเติม!

ครูบอกว่า "อันตรายมาก..."
ถ้าคุณดำไปลึกๆมากๆ และไม่จอดพักก่อนขึ้นสู่ผิวน้ำ(safety stop)
หรือทำการ decompression ให้ร่างกายได้มีโอกาสระบายไอ้ ไนโตรเจนเนี่ย

หากคุณขึ้นพรวดมาเลย....
ร่างกายมันระบายไม่ทัน ไนโตรเจนก็จะเป็น ฟองอากาศ
bubble นี้จะกระจายเต็มไปตามเส้นเลือด ที่สำคัญคือ...
ในบางกรณีมันจะเข้าไปอยู่ใน ไขสันหลัง..และคุณจะพิการ!
เพราะมันเข้าไป บล๊อกกั้นการเดินทางของเลือด (มั๊งงงงง)
ประมาณนี้อ่ะค่ะ 

เรื่องนี้ไว้จะค่อยๆเอามาเล่าสู่กันฟังนะคะในคราวหน้า..
แต่เราเจอปัญหานี้ เพราะ โง่!!!!!! บอกเลยไม่อาย
ในความลึกที่ 5เมตร...หาก เผลอตีฟิน หรือตำแหน่งการดำน้ำผิด
น้ำมันจะดันเราขึ้นสู่ผิวน้ำทันที แบบเราโมโหตัวเองมาก....
นึกในใจ...นี่กรูจะรีบ "ลอยอังคาร" ไปไหนวะเนี่ย ห๊าาาาา กรี๊ดดดๆๆๆ

ครูบอกว่า ให้ "หายใจออกให้ยาวววววว ยาววววววว ให้ปอดแฟ่บบบบ"
เพื่อที่ตัวเราจะได้ จมลงใต้น้ำ ... และห้ามตีฟินเด็ดขาด!!!!
แทนที่มันจะบอกกรูบน..บก ก่อนลงน้ำ 

แม่งงงเจือกมาบอกอะไรกันตอนนี้ บอกใต้น้ำ 
ตอนที่ตัวชั้นกะลังเด้งขึ้นสู่ผิวน้ำวะ ห๊าาาา!!!!
เค้าว่ากันว่า "อยากลืม กลับจำ"
แต่ของฉันนี่คือ "อยากจม กลับลอย" เซรงงงง เนอะ!!!!

ผ่านไป สองไดรฟ์ ออกทะเลครั้งแรกในชีวิต สนุกดีค่ะ
แต่รู้ตัวว่า จะต้องแก้ไขหลายเรื่อง...

น้องคนไทย ของอีกกลุ่ม น้องเค้า ปวดหูมาก..น่าสงสารอ่ะ
เค้าบอกว่า หนูเคลียร์หูไม่ทัน
ฉันก็ถามน้องเค้าว่า "แล้วรู้มั๊ยว่าจะต้อง เคลียร์ตอนไหน"
น้องเค้าบอกว่า "ไม่รู้ค่ะ" แป่วววววววว ...

ตามทฤษฏีบอก ควรเคลียร์หู ทุกๆ 1 เมตร!!!
นั่นมันทฤษฏี!!! ถ้าคุณไม่มี dive computer ผูกติดที่ข้อมือนะคะ
คุณไม่มีทางรู้หรอกค่ะว่า ไอ้ 1 เมตรที่ว่านะ มันอยู่ตรงไหน!!!
ฉันลงไปลึกที่ 15 เมตรยังไม่รู้สึกเลยว่า นี่คือ 15 เมตรแล้ว จริงๆนะคะ

ฉะนั้น...อยากแนะนำว่า ต้องฝึก...สังเกตความรู้สึกของร่างกายค่ะ
ถ้าฝึกแบบนี้ ยังไงก็ไม่พลาด!!!!
ความมหัศจรรย์ของร่างกายคนเราคือ มันมี memory ที่แม่นยำมากๆอ่ะ
ถ้าเราให้ร่างกายมัน ลองทำอะไรใหม่ๆแล้ว มันจะจำได้ทันที!

ฉันไม่มีปัญหาเรื่อง เคลียร์หูไม่ทันเลยนะคะ
คือรู้ล่ะว่า ความรู้สึกแบบนี้ เราต้องทำการ เคลียร์หูแร้ว ไรแบบนี้อ่ะค่ะ

สรุปคือ ...น้องคนไทยผู้หญิงนี่ก็ ไม่มาอีกในวันรุ่งขึ้นค่ะ
อิเจ๊จีนนั้น...ก็ไม่มาอีก..ไม่รู้ป่านนี้เค้าแบกเอาเจ๊แกไปเก็บไว้ที่ไหนนะคะ ฮ่าๆๆๆ
ไดรฟ์ที่ 3-4 ในวันรุ่งขึ้น...กลุ่มของเรายังอยู่ครบค่ะ
ส่วนอีกกลุ่มมีแค่ สองคน...คือหนุ่มแคนาดา กับเจ๊จีนอเมริกันนั่น..เท่านั้นจ้ะ

ไว้มาต่อ คราวหน้าค่ะ ...
ขอบคุณที่เข้ามาดำน้ำไปด้วยกันที่นี่นะคะ เลิฟๆๆๆๆทุกคนค่ะ Smiley



Create Date : 26 มกราคม 2560
Last Update : 26 มกราคม 2560 19:19:22 น.
Counter : 504 Pageviews.

8 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสาวไกด์ใจซื่อ, คุณเรียวรุ้ง, คุณALDI, คุณเนินน้ำ, คุณtoor36, คุณRaizin Heart, คุณClose To Heaven

  
เอิ่มมม หายใจให้ปอดแฟ่บพร้อมเคลียร์หู แค่อ่านก็ทำไม่ได้แล้วเจ๊ 5555

สามีเจ๊เก่งจริงแหละ น้ำทะเลก็น้ำเกลือน่อ ใช้ได้เหมือนกัน อิอิ

แผลที่ขาเป็นแผลเป็นไหมง่าา หวังว่าคงไม่เป็นนะคะ

รออ่านต่อฮับบบ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
จารุพิชญ์ Music Blog ดู Blog
life for eat and travel Review Food Blog ดู Blog
ซองขาวเบอร์ 9 Literature Blog ดู Blog
Max Bulliboo Klaibann Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 27 มกราคม 2560 เวลา:0:12:24 น.
  
สวัสดีค่ะ

เคยคิดอยากดำน้ำลึกเหมือนกัน

แต่สุดท้ายก็ขี้เกียจเกินจะเข้าคอร์สหัด

ว่ายน้ำก็ไม่เป็น คือทำได้แค่เอาชีวิตรอดไม่จมน้ำตายเท่านั้น

บอกตัวเองว่าดูสารคดีสัตว์โลกใต้ทะเลต่อไปเถอะง่ายกว่ากันเยอะ

เรื่องเคลียร์หูนี่คงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเราเหมือนกัน

หมอบอกว่าให้พยายามเคลียร์หูทุกวันวันละ 30 ครั้งจะทำให้เราไม่ต้องเจอกับภาวะน้ำในหูไม่เท่ากัน

แต่เราก็ทำลมออกหูไม่ได้ซักที และก็ลืมๆคำแนะนำของหมอด้วยอะ

ปล.อ่านเพลินมากค่ะ เล่าเรื่องได้เห็นภาพมากเลย

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กาบริเอล Travel Blog ดู Blog
Max Bulliboo Klaibann Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: เรียวรุ้ง วันที่: 27 มกราคม 2560 เวลา:11:29:10 น.
  
ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้ค่ะ
ที่จริงเราไม่ชอบทาน buffet ซักเท่าไหร่ค่ะคุณแม็ก รู้สึกว่าอาหารที่ทำเยอะ ๆ มันอร่อยสู้ตามสั่งไม่ได้ แต่ถ้าไปสังสรรค์กันมันก็ดีตรงที่ความหลากหลาย เพื่อน ๆ ก็เลือกตักได้ตามความชอบค่ะ

อ่านเพลินเลยค่ะ นึกภาพตามด้วย สรุปว่าน้ำทะเลนี่ดีจริง ๆ เนาะล้างจมูกโล่ง 555
วันนี้หมดตัวแล้ว ไว้มาส่งกำลังใจย้อนหลังจ้า
โดย: เนินน้ำ วันที่: 27 มกราคม 2560 เวลา:16:33:29 น.
  
ของเราลงน้ำปุ๊บก็จมปั๊บเลยค่ะ

โดย: ALDI วันที่: 28 มกราคม 2560 เวลา:4:10:36 น.
  
เริ่ดค่ะ คุณน้อง

ตกลง นังเจ๊จีน ยังมาเรียนด้วยกันอีกไม๊คะ รอบหน้า
โดย: Sai Eeuu วันที่: 28 มกราคม 2560 เวลา:14:23:49 น.
  
โลมามุดหัวแบบในภาพพึ่งเคยเห็นครับ หาอาหารนี่เอง

ภาพที่แนะนำว่ามีใครบ้างตอนแรกอ่านเพลินๆ ครับ พอถึงคนที่ชูสองนิ้วผมฮาเลย

การดำน้ำดูแล้วไม่ง่ายจริงๆ ต้องผ่านการฝึก แต่ของแบบนี้ก็เพิ่มความปลอดภัยของเราล่ะนะ ใต้ทะเลจะช่วยเหลือไม่ได้ทำได้ง่ายๆ
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 29 มกราคม 2560 เวลา:0:33:07 น.
  
ทักยามสายวันอาทิตย์ค่ะ
การดำน้ำนี่มันเป็นสิ่งท้าทายที่น่าลองมากค่ะ แต่ไม่เคยกล้าลองสักที แฮ่ๆๆ

Max Bulliboo Klaibann Blog ดู Blog

"หนังสือน่าอ่านมากเลยอ่ะค่ะ มีนโยบายทำเป็น ebook ขายไหมคะ?" ตอนนี้ลิขสิทธิ์อยู่ที่สนพแจ่มใสค่ะ สนพนี้ยังไม่ทำอีบุ๊คค่ะ แต่ถ้ามีเมื่อไหร่จะมาแจ้งข่าวนะคะ
ปล ขอบคุณสำหรับโหวตด้วยค่ะ
โดย: Raizin Heart วันที่: 29 มกราคม 2560 เวลา:11:27:08 น.
  

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Max Bulliboo Klaibann Blog ดู Blog

ขอบคุณสำหรับวิธีเคลียร์หน้ากากค่ะ
เคยไป scuba diving ครั้งนึง แต่ไม่รู้วิธีเคลียร์ค่า
โดย: Close To Heaven วันที่: 30 มกราคม 2560 เวลา:0:01:48 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Max Bulliboo
Location :
  Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 75 คน [?]



มีความตั้งใจนำทาง มีบทเรียนเป็นภูมิคุ้มกันให้ชีวิต ไม่มีพรสวรรค์แต่สร้างพรแสวงมาตลอด ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ดีใจที่ได้มีโอกาสได้เรียนรู้อะไรมากมายที่มีประโยชน์จากที่ Bloggang แห่งนี้่ค่ะ มาอยู่เป็นเพื่อนกันนะคะ

อยากเปิดให้ทุกคนได้เข้ามาเขียนความคิดเห็นได้แบบเสรี โดยไม่ต้อง Log in เข้ามาค่ะ ดังนั้น **ขออนุญาต ไม่รับ "ฝากร้าน" โฆษณาอะไรทั้งหลายนะคะ**