กุมภาพันธ์ 2560

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
 
 
All Blog
ถนนสายนี้...มีตะพาบ กม.ที่ 172 :: ความแตก ซะที!!!ไทยฟู้ดในเยอรมัน เฮ่อออ ¯\_(ツ)_/¯::


เรื่องกิน เรื่องใหญ่!!!!!
มันคือ คำขวัญประจำใจ..
ที่เพิ่งจะเข้ามาสิงสู่ก็ตอนที่เริ่มหัดดูแลสุขภาพของตัวเองนี่ล่ะค่ะ
สมัยก่อนตอนที่ไม่แยแส ไม่ใส่ใจสุขภาพนี่..กินได้หมดค่ะ ไม่มีบ่น 555
จะบ่นก็ตอนที่ยังไม่อิ่ม แล้วแม่มดันหมดจานซะก่อนเนี่ยดิ ฮึ่ยยยยย

จากคนที่ไม่เคย "ลงครัว" ไม่เคยสนใจและไม่เคยใส่ใจ
ในการ "ทำกับข้าว" เลยแม้แต่น้อย...
คุณยายกับคุณน้าที่บ้านนี่คือ ทำอาหารเก่งมาก
แต่ฉันก็ไม่เคยได้รับปฏิกิริยา OSMOSIS ซึมซับสิ่งดีๆในครัวเข้าหัวเล๊ยยย ผับแผ่
เคยค่ะ เคยเป็นลูกมือ..โขกน้ำพริก
(ต้องโดนจิกใช้ให้ทำนะคะ ไม่เคยมีอ่ะค่ะ จิตอาสาเนี่ย ฮ่าๆ)
หน้าที่สมัยเด็กคือ เก็บจานชามอุปกรณ์ทุกอย่างล้างเก็บ แค่นั้น..จบป่ะ

พอโตขึ้นมา เมืองไทยคือ เมืองสวรรค์ของอาหารที่หลากหลาย
อร่อย ราคาไม่แพง สามารถทำตัวไฮโซ..ออกไปทานอาหารนอกบ้านได้ทุกวัน
วันไหนเงินเดือนออก นัดเพื่อนไปทานหรูนิด จิบสาเก จกวาซาบิ กินซูชิ
วันไหนกรอบ...รอไรล่ะค่ะ ร้านเจ๊หมวยปากทาง
เจ๊แกผัดกระเพรา ทำราดหน้าได้อร่อยที่สุดในปฐพีอ่ะค่ะ

นี่คือ ชีวิตก่อนที่จะมา "ชุบตัว" ที่ Germany ...
แผ่นดินที่ รัดบานแจกเงินให้กับผู้อพยพ..มากกว่าคนที่ได้รับเงินเกษียณ!! 555
จำได้ว่า....​มาถึงบ้านสามีวันแรก สามีพาชม "ครัว" และ..
ผลิตภัณฑ์ที่คุณเค้าไปจัดหาซื้อมาจาก ร้านเอเชีย!!!!
แอร๊ยยยยยย!!!! นี่เทอซื้อมาทำไมเยอะแยะ?
เค้าตอบ..พร้อมทำตาแบบคนใส่บิ๊กอาย..
สายตานี่คือ เปล่งประกายเต็มไปด้วยความหวัง..
ความรัก...เดินได้ด้วย "ท้อง" นะครัช!!!!! เห้ยยยย ...กะกรูเนี่ยนะ???
สรุปคือ.. กะจะเอาช้านมาเป็น แม่ครัวสินะ ฮึ่ยยยยยยย

ทอดไข่ยังไหม้...หม้อที่บ้าน เฟี้ยงทิ้งไปสามใบ ในระยะสองปีแรก..
เพราะปล่อยให้ไหม้ และไม่ได้ใส่ใจที่จะ ศึกษาเพิ่มเติม!
ผีแม่ครัว ไม่เคยมาเข้าสิงค่ะ...
จนกระทั่ง...ภาษาเยอรมันช่วงแรกที่เรียนรู้คือ ..
เรียนรู้ในการ "สั่งอาหาร" ค่ะคุณ!!!



สารภาพ...ว่า..ครั้งแรกที่วิ่งถลาไป...ร้านทุกร้านที่ แปะป้ายไว้ว่า "Thai Food"
ความคาดหวังนี่ "เต็มร้อย" ..ได้มีโอกาสพูดไทยก็งวดนี้ล่ะวะ!!!!
"พูดไทยไป สั่งอาหาร" ไม่มี "หมา" ที่ไหนเข้าใจ..
เพราะ พนักงานทุกคน (ไม่เว้นแม้แต่คนล้างจาน...) แม่งไม่ใช่คนไทยค่ะ

พูดจีน...ไป (ในวันตรุษจีน) ซินนี้ฮวดไช้
มันตอบกลับมา.."จะใช้อะไรกรูอีกล่ะ!!! " 555
มันตอบกลับมาว่า ... เรามาจาก เวียดนาม!!! ความแตก ตอนที่หนึ่ง..
ฉันถึงกับ ... แอบเศร้าใจไปพักใหญ่ค่ะ ...
นี่ "อาหารไทย" ของประเทศเรา
โดนคนอื่นเอามาก๊อปทำมาหาแDรก กันหน้าด้านๆแบบนี้หรือ

เห้ยยย คิดบวกๆๆ เค้าอาจจะอยากโฆษณาอาหารบ้านเรา เราควรที่จะดีใจนะ



ไก่ผัดกระเทียมพริกไทย... หน้าตาแปลกมานะเทอว์..



ผัดเปรี้ยวหวานไก่...​ ผัดนี้มันทำในช่วงอุทกภัย!!!! น้ำแม่งท่วมมาเรย



thai curry ใส่ครี่...อะไรมาก็ไม่รู้... และข้าวอ่ะค่ะ เสริฟมาแบบนี้จริงๆ
* ฉันถึงกับ...เข้าใจเลยว่า ..*
เวลาที่มาเมืองไทย ไปกินอาหารไทย แอบเห็นฝรั่งโต๊ะข้างๆ
สั่ง แกงเขียวหวานมากิน และ เอาข้าวสวยโปะ!!!!ลงไปในชามแกง
เห็นตอนแรก.... ฉันแอบคิด..หืออออ อิฝรั่งเอ๊ยยย ช่างไม่รู้จักวิธีกินแบบไทยเลย
ตอนนี้...เข้าใจหัวอกมันแระ...
ก็มันโดนอิห่านจิก เวียดนามหน้าด้านเอาชื่ออาหารไทยไปใช้
และทำออกมาขายแบบในภาพบนนี่ตะหากล่ะ...!!!



นี่ก็อีก...Thai curry อร่อยชิบหายเลยค่ะคุณ
มาดูจานล่างนี่กัน...



ทั้งหมดนี้คือ...จากร้านที่แปะป้ายว่า Thai Food อ่ะค่ะ มันเอาตัวอะไรมาทอดให้กินวะ แมวป่าว???

ความแตก... ครั้งที่สอง...ไม่ได้มาจากไหนค่ะ
จาก คนไทย เชื้อชาติไทย สายเลือดไทย
ที่..หมดความภูมิใจในการทำอาหารไทยไปนานแระ
สภาพคือ ก็กรูต้องทำมาหากินอ่ะ เข้าใจป่ะ!!! ทำออกมาไง ก็ "ขายได้" (และได้กำไร)
ร้านคนไทย ที่คิดแบบนี้ "มีเกลื่อนกลาดในเยอรมันค่ะ"

ใครที่ยัง โลกสวย..คิดว่า วัตถุดิบ...ที่เยอรมันนั้นมีให้เลือกไม่มาก
จะให้มาทำอาหารออกมาสวยเด๊ะ แบบเมืองไทยได้ไงยะ???
คิดใหม่นะคะ..เพราะ ณ วันนี้ระบบการขนส่งมีประสิทธิภาพมาก
เราคิดว่า เครื่องปรุงของไทย ที่ขาดมือจริงๆน่ะ ไม่กี่ % หรอกค่ะ
แถมยังสามารถหา สิ่งทดแทนมาใช้ได้อย่างดีด้วยนะคะ



สะเต๊ะไก่...ภาพบนนี่คือภาพที่พวกเรา คุ้ยเคย...ชิมิ๊...
ชวนมาดู...ภาพล่างกันค่ะว่า จาก สะเต๊ะไก่
อาหารที่แสนจะทำง่ายๆไม่ยุ่งยาก...มันสามารถ แปลงร่าง..ได้เป็นแบบนี้



เนื้อไก่ที่เอามาหมัก..เครื่องปรุงให้สีเหลืองสวยๆ นุ่มๆเอามาย่างให้หอม...
ไม่ใช่ เอามา "ทอด" ค่ะคุณ!!!!!! ร้านคนไทยที่ฉันไปทานมาเมื่อคืน เจ๊แกแบบว่า..
กรูจะทอดอ่ะ ใครจะทำไมช้าน ห๊าาาา อยากกินแบบไทยๆ มรึงไปทำแdรก เองสิคะ!!!
555 ขำอ่ะ ... แต่ยังดีนะ น้ำจิ้มสะเต๊ะ ของเจ๊
ที่แกเอามาจาก ซองโลโบ้ ซองละ 80cent อ่ะ
ยังอร่อย พอที่จะช่วย ชุบชีวิต ไก่สะเต๊ะทอด!!! ของช้านนน
ให้มีโอกาสเกิดในวงการได้อีกครั้ง เอื๊อกซ์!!!

เนื้อไก่ที่กัดเข้าไปแล้ว ไม่มีรสชาดใดๆเลย นอกจากรสชาด "น้ำมันเก๊า เก่าที่ใช้ทอด"
แถม..เนื้อไก่มันก็กอดกันติดหนึบกับ อิ ไม้...นี่อ่ะ ฮึ่ยยยย
แต่..ฉันก็เห็น ...ฝรั่งซื่อบื้อหลายๆโต๊ะ เค้าก็สั่งกันมาทานกันอย่างเอร็ดอร่อยนะคะ
บางคนถึงกับต้องเอา ตรีนสองข้างหนีบไม้นั่นเอาไว้
และใช้ปากพยายามดึงเอาไก่ออกมาจาไม้ 555 ล้อเล่นๆๆ แต่เห็นภาพเลยนะ!

มาดูอีกภาพ...ภาพล่างนี้คือ ผัดไท ...ที่ชิดลม ประเทศไทยค่ะ



ราคาถึงจานละ สี่ร้อยบาทไหมคะ? อันนี้ฉันไม่รู้นะ..แต่นี่คือ ภาพผัดไท ที่เราคุ้นเคย..
ตะเน้...มาดูผัดไท ของ พี่ไทย ในร้านไทยๆ ที่เยอรมันกันบ้างค่ะ



... จานนี้ตกราคา สิบกว่ายูโร...ที่แพงนี่ พวกเทออย่าตกใจนะยะ มันแพงค่า "แกะสลักผัก" จ้ะ
นี่...สารรูปมันเป็นแบบนี้ ...​ ก็เข้าใจว่า จะให้มาขายราคาเท่าที่ไทยอ่ะไม่ได้...
เพราะมันมีภาษี มีค่าโน่นนี่นั่น เพิ่มมาอีกเยอะแยะ
แต่ถามจริง...มรึงผัดแบบ เลิกใช้ ตรีนผัด จะได้ไหมคะ???
ผัดมาแบบให้ "คน" แDรกอ่ะ ทำได้ไหม?

...  อันนี้แค่ sample นะคะ มีร้านอาหารไทยที่เยอรมันอีกเยอะ ที่เน่ามาก ...
ทำอาหารออกมาขายแบบ "ดูถูกคนกิน" สิ้นดีเลยค่ะ
แต่อย่างว่า...ค่ะ คนกิน บางคน แม่งก็น่าดูถูกอยู่นะคะ ..
โดยเฉพาะคนกินที่ "ไม่รู้จักของดี" กินแบบแค่ให้ท้องอิ่ม
กินเพราะราคาแม่งถูก...
ฉันเห็นฝรั่ง(ซื่อบื้อ)หลายคน...หือ..สั่งอาหารไทย ซื้ออาหารไทย
ทั้งๆที่ ในประเทศกรูเนี่ย ไม่มีนะ
อาหารซ่นTeen ทำมาหมาไม่แdรก แต่พวกมรึงแดรกกันเนี่ย..

เวียดนามทำชื่ออาหารไทยเจ๊ง ยังไม่เท่า คนไทยที่มาเปิดร้านอาหารไทย
และพยายามทำเจ๊ง แข่งกันกับอีพวกเวียดกง อ่ะค่ะ...
มันน่าเศร้ามากนะคะ ทำไมหนอคนที่ทำอาหารไทยออกมาขายเนี่ยถึง
ไม่มีศักดิ์ศรี ไม่มีความภาคภูมิใจในสมบัติ
ที่โคตรเง่าของเรา คิดค้นทำอาหารพวกนี้ ออกมาให้พวกเราได้ทานกัน...

มาดู ...แกงเผ็ด... ของโปรดของ(แทบ)ทุกคนกันค่ะ



นี่คือ ภาพที่พวกเราคุ้นๆตา..กันนะคะ
แต่..ร้านอาหารไทย ที่เยอรมันบางร้าน..หาทำแบบนี้ไม่ค่ะคุณ
สิ่งที่เค้าทำคือ จะมี หม้อน้ำแกงเผ็ด แยกตะหาก...
มีเนื้อไก่หมู แยกตะหาก... ผักไม่ต้องพูดค่ะ
มะเขือพวงนี่ ถ้าไม่โชคดีจริงๆจะไม่มีวันได้เห็น..
* ถ้าอยากเห็น กรูแนะนำว่า
ให้พกเอาไปเองจากบ้าน และไปดีดลงใส่ชามที่มันเอามาเสิรฟ์อ่ะค่ะ 555*

วิธีการคือ เวลาที่คนสั่งอาหารนี่มา...
เค้าจะจัดการ งัดเอาเนื้อสัตว์ที่แช่แข็งๆ(ไว้นานแค่ไหนใครจะรู้)
เอาเข้า เวฟ...คร่ะ จากนั้น ตักน้ำแกงเผ็ดมา คลุกๆ ตั้งไฟให้เดือด
และ แต่งเติมสีสรร ด้วยผักไรก็ว่ากันไปตอนจบ...ก่อนเสิรฟ..
ผักประหลาด..ที่พวกเราไม่เคยเห็นในแกงเผ็ดที่ไทยเลยคือ แครอท กะ ซูกินี่..
มรึงใส่ลงไปทำไมเหรอคะ??? มันไม่ใช่สูตรแกงเผ็ดของไทยนะยะ...
ผักพวกนี้่ถูกแจม...ลงไปในแกงเผ็ด
แต่..ผักจะถูกต้มแยกก่อนล่วงหน้านะคะ
จากนั้นเอาไปรวมกับน้ำแกงอีกทีก่อนเสริฟ์ค่ะ แจ่มมมมม ป่ะ....

ไม่ได้ว่าอะไรร้านอาหารนะคะ เข้าใจว่าเค้าจะต้องมี ระบบ จัดการ!!!
การทำอาหารออกมาขาย..ให้ได้ กำไร และต้องใช้เวลาน้อยที่สุด
คือเข้าใจไง.... ว่ามันคือ ธุรกิจ...

ไอ้การจะมานั่งเคี่ยวให้เนื้อเปื่อยยุ่ย นุ่มแทบละลายในปากนี่
ไม่มีหมาที่ไหนเค้าทำกันหรอกค่ะ เปลืองไฟ!!!! เปลืองแก๊ส!!!
น้ำแกงเผ็ด เฉพาะน้ำแกงอย่างเดียว อาจใช้ได้หลายวันอยู่
หากนำไปแช่เอาเข้าช่องแข็ง และใช้วิธีนำออกมา อุ่นให้เดือด!!!

แหวะ ป่ะ.... ฮ่าๆๆ อย่าแหวะค่ะ เพราะมันคือธุรกิจจ้ะ
คนวงใน..นำมาเล่าให้เราฟังเองแหละ...
การที่จะทำอาหารขาย ให้อาหารสามารถออกมาตั้งโต๊ะ
ภายในเวลาสิบนาทีนั้น...มันไม่ได้ทำกันได้ง่ายๆนะคะ
คือต้องหาวิธีที่รวดเร็วแบบสุดๆล่ะค่ะ

และนี่คือเหตุผล...ที่...ปี 2017 นี้..ที่ผ่านไปแระเดือนนึง เห้อออออ
ฉันได้ทำพิธีดื่มกาแฟลาเต้..สาบานตน... ว่า

"ข้าพเจ้าจะพยายามเข้าครัวทุกวัน
จะขยันทำอาหารทานเอง และ
จะออกไปกินนอกบ้านให้ น้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้"

ไม่ใช่เป็นเรื่องของการประหยัดเพียงอย่างเดียว!!!!
แต่มันคือเรื่องของ สุขภาพ ด้วยค่ะ

ความแตก..เลยสินะ...คิกๆๆๆๆ

ทั้งนี้นั้น จะบอกว่า ต้องขอขอบคุณ bloggang ...
ขอบคุณ blog ระดับเทพๆ ที่คอยสร้างแรงบันดาลใจ...
ในเรื่องการทำอาหาร อย่างของคุณ โอ บ้านเนินน้ำ
และของคุณพี่บิ๊ บ่งบ๊ง..และอีกหลายท่าน ขออภัยที่ไม่ได้เอ่ยถึงในที่นี้นะคะ
ถ้าไม่มี blog แบบนี้ ชีวิตฉันที่เยอรมันอาจจะเน่ามากกว่านี้อ่ะค่ะ

คือการทำอาหารมันไม่ใช่เรื่องยาก ..และมันเป็นเรื่องที่ "จำเป็นมาก"
ที่ควรจะทำให้เป็นอ่ะค่ะ โดยเฉพาะเวลาที่ต้อง
พลัดพรากจากเมืองไทยอันเป็นที่รักมา
สุขภาพของ "สามี" ฉัน สำคัญมากที่สุด
เพราะเค้าคือ หัวหอก เอ๊ยยไม่ใช่ๆๆ เค้าคือ เสาต้นตะเคียนของครอบครัวค่ะ

และเค้าชอบมาก เวลาที่ฉันขยันทำอาหารให้ทาน
เพราะเค้ารู้ว่า อาหารที่ฉันทำมานั้น แม้จะได้เรื่องบ้างไม่ได้เรื่องบ้าง...
แต่ที่แน่ๆ คือ ได้สุขภาพกลับมาเต็มๆ แถม..กินอิ่มจัง ตังค์อยู่ครบอ่ะค่ะ

ขอบคุณ blogger ทุกท่านที่สร้างสรรค์เขียนสูตร สร้างแรงบันดาลใจ
ให้ คนไกลบ้านแบบฉัน ที่ไม่มีเสน่ห์ปลายจวัก...ลุกขึ้นมาจับตะหลิวค่ะ
ขอบคุณเพื่อนๆนักอ่านที่เข้ามาเป็นพยาน "ความแตก" ..ในต่างแดนนะคะ

สุขสันต์วันอาทิตย์ค่ะ จุ๊ฟฟฟฟฟ!!! Smiley

Vote : ขอเป็น  Klaibann ไกลบ้าน ละกันนะคะ
(แม้ว่าจะเป็นงานเขียนก็เหอะ)
พอดีเนื้อหามันเป็นเรื่องของคนไกลบ้านล้วนๆเลยอ่ะค่ะ จุ๊ฟฟฟฟ



Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2560 19:14:28 น.
Counter : 400 Pageviews.

16 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณกาบริเอล, คุณThe Kop Civil, คุณtoor36, คุณเหมือนพระจันทร์, คุณClose To Heaven, คุณกะว่าก๋า, คุณซองขาวเบอร์ 9, คุณสาวไกด์ใจซื่อ, คุณสองแผ่นดิน, คุณไวน์กับสายน้ำ

  
มาอ่านเรื่องคนไกลบ้านระบายความคับข้องใจค่ะ
อ่านแล้วเห็นภาพชัดเจนเลย ^__^
มายกมือยืนยันว่าทำอาหารทานเองดีที่สุดค่ะ
ดีใจที่บล็อกเรายังพอมีประโยชน์กับคุณแม็กซ์บ้างนะคะ
เพิ่งโหวตบล็อกก่อนหน้านี้ เลยยังโหวตบล็อกนี้ไม่ได้ค่ะ
ลงชื่อเจิมไว้ก่อนนะคะ
โดย: เนินน้ำ วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:19:15:32 น.
  
ทำม๊ายยยยยย....

อาหารบ้านเราไหงกลายพันธุ์เยี่ยงนี้

ข่าวว่า Sriracha ก็แตกหน่อเป็นแบรนด์เวียดนามไปแล้ว
แกงอะไรก็ม่ายรุ น้ำท่วมจริง คนไม่เคยกินอาหารไทย
ก็อาจเข้าใจผิดเนอะ

แหม ผงโลโบ สำหรับคนไกลบ้านคงเป็นเครื่องผ่อนแรงดีสุดๆ
แต่ สะเต๊ะ ทอด นี่ไม่น่าเลยนะ
ร้านของ คนไทย จริงๆ ที่เกรียนทำของเสียแบบนั้น
เสียชื่อหมด เง้อออ

เจ้ทำกินเองดีแล้วค่ะ อยากใส่อะไรก็จัดไปเต็มที่เลย
ไม่ต้องพะวงเรื่องน้ำมันเก่า รึผงชูรสด้วย
อาหารไทย ที่ไปกินนอกบ้านนอกเมืองเนี่ย
ก็เจอแบบที่ไม่ค่อยเต็มเต็ง... แฮ่
โดย: กาบริเอล วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:19:54:31 น.
  
วันนี้มีเวลาเลยได้นั่งอ่านช้าๆ คิดไปด้วยตั้งแต่ต้นจนจบ แม่บุญ...ชอบทำอาหารไทย แบบไทย..และพยายามหาวัตถุดิบแบบไทยๆ มาใช้ เครื่องเทศทุกอย่าง นำมาโขลกใหม่ในเครื่องแกง เพื่อเพิ่มความหอมให้ถึงเครื่อง แต่..ก็นะ ไม่มีโอกาสได้เปิดร้านอย่างคนอื่นเพราะบุญ...ไม่ถึง

แม่บุญ เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับอาหารไทยในต่างแดน ลงในนิตยสารที่เบลเยียม ขอบอกว่า..พูดความจริงไม่ได้ เพราะ...แม่ครัว พ่อครัว..รับไม่ได้ ต้องลบทิ้งไป หาเรื่องใหม่ที่ไม่กระทบกระทั่งมาลงแทน เพราะเผื่อเดินผ่านร้าน อาจจะถูกสาดด้วยน้ำร้อนๆ ก๊ากกกก

เข้าใจค่ะ หลายๆ อย่างที่เขียนเป็นแบบนั้นจริงๆ ที่เป็นแบบนี้เพราะ....เขาทำ..เพราะต้องทำ เพื่อเงินเดือน เพื่อความอยู่รอด ไม่ได้ทำเพราะ...รัก...ในการทำอาหารอย่างแท้จริง ความใส่ใจในรายละเอียด มันจะออกมาทำให้คนกินสัมผัสได้อย่างแน่นอน

แกงมัสมั่น..สมัยก่อนพี่สาวคนโต เป็นอาจารย์สอนทำอาหาร แกเคี่ยวเนื้อให้เปื่อยกับเครื่องเทศ เครื่องแกงจนหอมไปทั้งบ้าน
ปัจจุบัน...เทเครื่องแกงจากซอง ใส่ไก่ ใส่เนื้อที่ต้มมาแล้วจนหมดความหวานจากเนื้อสัตว์แท้ๆ เพราะมันหายไปหมดกับน้ำที่ต้มแล้วเททิ้งไป แล้วก็ใส่ถั่วลิสงที่ขายเป็นถุง เหม็นหืน แต่..ไม่เป็นไร เอาเร็วไว้ก่อน

เคยไปทดลองทำงานที่ร้านอาหารไทยที่บรัสเชลล์ ...ทดลองทำค่ะ ..วันเดียว เข้าใจเลยว่า ทำไมถึงแดรกไม่ได้...เพราะทำแกงไว้แล้วแช่แข็ง พอแขกสั่งก็เอามาใส่กล่องพลาสติค ที่ใช้จนสารพิษคงละลายออกมากับอาหารที่อุ่นนั่นแหละ แล้วก็เสริฟ ..ขอลาค่ะ ไม่ใช่แนวที่ตัวเองถนัด ทำไม่ได้..

พูดเรื่องนี้น่าจะยาว จบดีกว่า..งอิ อิ
โดย: Maeboon วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:20:23:48 น.
  
ทำกินเองก็สะอาดที่สุดด้วย
ล้างผักทีน้ำหมดแท๊งค์อิอิ

แม่ไปอย่บ้านบิ๋งกินอาหรไทยร้านเวียตนาม
ทุกอย่างมีแต่หอมใหญ่
กลับมาไทยไม่กินหอมใหญ่ไปนานเลย อิอิ

มาใหม่พรุ่งนี้วันนี้กระเป๋าแห้งแล้ว
หนีบล๊อกไปวันนึงติดค้างโหวดเพื่อนอานเลย
โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:22:00:17 น.
  
น่าเศร้าใจตรงที่ประเทศอื่นเอาอาหารไทยไปปู้ยี่ปู้ยำนะครับ ผมคิดว่าไม่มีที่ไหนจะมีอาหารการกินที่อร่อย และหากินได้ตลอด 24 ชั่วโมง เท่าที่เมืองไทยแล้วละครับ
โดย: The Kop Civil วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:23:09:45 น.
  
อาหารไทยในต่างประเทศ ถ้าเป็นแถบเอเชียดูเหมือนจะยังพอไหว วัตถุดิบหลายๆ อย่างเค้าหาได้ ไม่ก็ใช้ของที่ค่อนข้างใกล้เคียงกัน แถบยุโรปหลายๆ ร้านที่ได้ยินมาไม่ไหวครับ

ตอนผมอยู่จีนก็ได้พวกเครื่องปรุงสำเร็จรูปหลายๆ อย่างจากไทยช่วยไว้นะ ทำให้เราพอจะทำอาหารที่รสชาติใกล้เคียงกัยของเราได้ อย่างต้มยำน้ำข้นผมขนน้ำพริกเผาไป รสเลยแซ่บได้ตามที่ต้องการ

ทำเองยังไงก็ดีกว่าครับ มันได้ดั่งใจกว่า
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:0:30:02 น.
  
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำเรื่องสุขภาพที่มาเม้นท์ไว้ในบล็อกนะคะ^^
ไม่เคยทำกับข้าวทานเองเลยค่ะ
โดย: เหมือนพระจันทร์ วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:6:44:44 น.
  
Max Bulliboo Klaibann Blog ดู Blog

5555
ถ้าไม่แปะว่าโหวตหมวดนี้ บุ๊งจะโหวต Funniest แล้วค่ะ
สำนวนฮาได้ใจมาก ๆ อ่านไปหัวเราะไปค่ะ 5555
เห็นหน้าตาอาหารแต่ละจานแล้วเพลียแทน
ลงไปแหวกว่ายในแต่ละจานได้จริง ๆ
ผัดไทยนี่สุดยอดค่ะ
โดย: Close To Heaven วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:15:56:47 น.
  
โหวต Klaibann ครับคุณแม๊กซ์

อ่านไปยิ้มไป
คือสำนวนภาษาร้อนแรงมาก
จนรู้สึกเลยว่าคุณแม๊กซ์คงเซ็งกับรสชาติอาหารไทยสัญชาติเวียดนามจริงๆ 555

นานมาแล้วที่ผมได้ไปยุโรป
เกือบทุกประเทศเจ้าของร้านเป็นคนเวียดนาม
อาหารไทยที่ไปกินก็เลยมีสภาพแบบที่คุณแม๊กซ์เล่าพร้อมภาพประกอบ
จำได้ว่าไข่เจียวมีทุกมื้อครับ และดูจะเป็นอาหารไทยที่สุดแล้ว 5555

จะดีใจได้หรือเปล่าไม่รู้
ว่าที่เค้าใช้ชื่อร้านอาหารไทย
คงเพราะอาหารไทยดูอร่อยกว่าอาหารเวียดนามนะครับ





ปล.ผมอาจจะโชคดีครับที่ทำงานตอนเป็นหนี้
และเป็นหนี้เยอะมาก 555
และหลายคนที่ผมรู้จัก (แบบห่างๆ) เค้ารวยมาก
แต่ผมดูแล้วชีวิตเค้าไม่มีความสุขเลยครับ

มีเงินเยอะๆ แต่จัดการชีวิตตัวเองไม่ได้
ก็ไม่มีความสุขแน่นอนครับ


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:19:21:52 น.
  
Max Bulliboo Klaibann Blog

มาส่งโหวดคร่า
โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:20:17:43 น.
  
เข้าใจเลยเจ้

ในฐานะคนทำทัวร์ น้อยครั้งจะเจออาหารไทยที่ไทยจริงๆ น่ะค่ะ 555

หัดทำก็ดีนะเจ้ หนูก็ยังอยากเลย ทำกินเองมันมั่นใจกว่าอะน่อออ


ง่ะ ทำไมลูบหละคะ? เค้านวดไม่เป็นหรือเค้ากลัวเจ็บหรือยังไงง่ะคะ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Dharma Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
ไม่ต้องหวานซึ้ง...ก็นึ่งได้ Food Blog ดู Blog
Max Bulliboo Klaibann Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:21:44:21 น.
  
555หรือน่าร้องไห้ดี กับ ไทยฟู้ดที่เยอรมัน
ส่งกำลังใจครับ
ขอบคุณสำหรับโหวตครับ
โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:0:21:22 น.
  

สวัสดียามเช้าครับคุณแม๊กซ์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:6:32:30 น.
  
เป็นหนังสือที่น่าอ่านเล่มนึงเลยครับ ผมเคยนั่งอ่านบนรถไฟตอนกลับบ้านที่ต่างจังหวัด มีชาวเวียดนามกับอเมริกา มาชวนคุยเค้าบอกว่าอ่านเล่มนี้เหมือนกัน ก็เลยได้เพื่อนคุยตลอดทางเลยครับ
โดย: The Kop Civil วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:15:27:26 น.
  
ความรู้สึกคล้ายๆกันเลยค่ะ ยังหาร้านอาหารไทยที่อร่อยแบบไทยในเยอรมันไม่ได้เลย ทั้งมัน ทั้งหวานและเค็มจัด เจ้าของส่วนมากไม่เป็นเวียดนามก้อตุรกี
ไปร้านไทย คนไทยทำ สั่งเมนูไทยก็จ่ายเพิ่มอีก1-2ยูโร หรือแล้วแต่อารมณ์คนเก็บเงิน เจอแพงสุดคือส้มตำไทจ่าย 8 ในเมนูเขียน 5 ยูโร
โดย: oh!o IP: 188.165.240.145 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:17:24:25 น.
  
เห็นหน้าตาอาหารไทยข้างบน แล้ว ต้องบอกว่า เฮ้อ...

แล้วอ่านลงมาเรื่อย ๆ คนทำอาหารเขาไม่รู้เคล็ดลับ การใส่
หมู ไก่ ผัก ตอนไหน.... ตอนไหนต้องคั่วให้หอมก่อน

เคยไปอดอยากที่ เมียนม่า... กินอะไรไม่ถูกปาก เขละ ๆ รสไม่
ไปไหน...

พอบินไป อินเล... ดูแผนที่ โห้ มีร้านอาหารไทยด้วย งั้นไป

แกงเผ็ด ก็ไม่ใช่ ต้มยำกุ้งยิ่งไม่ใช่ แม้แต่ ไข่เจียว ยังไม่ใช่
เลย เซ็ง... คนทำเมียนม่ามั้งครับ

เห็นใจคนไกลบ้าน กะว่าจะโหวต งานเขียน กับไกลบ้าน
แต่เขาให้โหวตอย่างเดียวงั้น
Max Bulliboo Klaibann Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:13:10:30 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Max Bulliboo
Location :
  Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]



มีความตั้งใจนำทาง มีบทเรียนเป็นภูมิคุ้มกันให้ชีวิต ไม่มีพรสวรรค์แต่สร้างพรแสวงมาตลอด ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ดีใจที่ได้มีโอกาสได้เรียนรู้อะไรมากมายที่มีประโยชน์จากที่ Bloggang แห่งนี้่ค่ะ มาอยู่เป็นเพื่อนกันนะคะ

อยากเปิดให้ทุกคนได้เข้ามาเขียนความคิดเห็นได้แบบเสรี โดยไม่ต้อง Log in เข้ามาค่ะ ดังนั้น **ขออนุญาต ไม่รับ "ฝากร้าน" โฆษณาอะไรทั้งหลายนะคะ**