มีนาคม 2560

 
 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
Dental Care : ปวดฟัน ไม่มันส์! อย่างที่คิด ใน Germany


ใครในที่นี้ เคยปวดฟันบ้าง ยกมือขึ้น! อ่ะๆ ไม่ต้องแย่กันยกจ้ะ 555
เราไม่รู้นะคะว่า ใครเคยมีประสบการณ์ที่ "แย่มากๆ" แบบเราในวัยเด็กบ้าง
นั่นคือ เรามาจากครอบครัวใหญ่ที่ มีการใส่ใจกันไม่ intensive มากเท่าที่ควร
เราจำได้ว่า .... เรารู้จัก อาการปวดฟัน 
จากนั้นก็ รู้จัก "การถอนฟัน" มาก่อนที่เราจะรู้จัก "การแปรงฟันที่ถูกวิธี"
เราแทบจะไม่รู้จักการดูแลรักษาฟันของตัวเองเลย 
อันนี้แบบว่า ขอเขียนแบบไม่อายใครเลยนะคะ

สมัยเราเด็ก สิ่งที่จำได้คือ ถ้าปวดฟัน ..ก็จะโดนไล่ให้ "ไปถอนฟันออกซะ"
ในปากเราตอนนี้ หึ หึ มีฟันจริงอยู่ไม่กี่ซี่อ่ะค่ะ แม่มมมมม 
ถามว่า ถอนทำไม? 
คำตอบคือ ถอนเพราะ ปวดฟัน! 
ถามต่อ ทำไมไม่รักษารากฟัน? 
คำตอบ การรักษารากฟันนั้น ราคาแพง และต้องทำต่อเนื่อง
ครอบครัวไม่ยากจน แต่เราไม่ได้มี "เงินเพื่อการนี้" ...

ชีวิตบัดSoap มันเลือกเกิดไม่ได้นี่ ...
จำได้ว่า ทันตแพทย์ฝึกหัดในรุ่นสมัยโน้นจะเก่งเรื่อง ถอนฟันมาก 555
เพราะคนหลายคนไปหาก็เพื่อที่จะ กำจัดความเจ็บปวด...อาการปวดฟัน
ก็เลย ถอนๆแม่มซะ...จบๆไป..และมันก็จบจริงๆนะคะ

เพราะในชีวิตที่ผ่านมานี้...จำไม่ได้แระว่า 
อาการปวดฟันครั้งสุดท้ายนั้น เกิดขึ้นเมื่อไหร่?
เริ่มรู้จักการใส่ฟันปลอม ตอนอายุแค่สิบห้า สิบหก...
รู้จักการทำ bridge ตอนอายุ 26ปี ค่ะ
ในปากอิช้านเนี่ย สะพานไขว้กันให้ยุ่งเต็มไปหมด เห้ออออ คิดแล้วหดหู่!



ตอนที่มาถึงเยอรมันใหม่ๆ สามปีแรก..ทำ bridge รวดเดียวสามอัน
สามีบอกว่า ปล่อยไว้ไม่ได้เดี๊ยวเจ๊งทั้งหมดล่ะยุ่งเลย
จำได้ว่า เงินเดือน หกเดือนแรก...หมดไปกะค่าทำฟันค่ะ

bridge นึงก็เกือบๆสามหมื่นบาทไทย
อิห่านจิก ทันตแพทย์คนแรกที่ไปหา..โดยการแนะนำของคนรู้จัก
ก็ "ห่วยได้โล่ห์"...
เชื่อไหมว่า เค้า "ฉีดยาชา" ให้ฉัน "ผิดข้าง" อ่ะ!!!!
พอรู้ว่า ฉีดผิดข้าง เค้าก็ขอโทษ และฉีดใหม่ อีกข้างที่ถูกต้อง
ผลคือ ...ฉัน... หายใจได้ลำบากมากๆค่ะ เพราะมันชาทั้งสองข้าง
ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงล่ะกว่ายาชาจะหายไป...

เข็ด หมายเลข 1 เจ็บตัว เสียเงิน แล้วรักษาห่วยขนาดนี้..
ไม่มีวันไปหาอีกแล้ว ก็บอกศาลากันไป
ต่อมา...
ทันตแพทย์ หมายเลข 2
เป็นคลีนิคที่ใหญ่โตมาก สามีเคยไปทำการรักษาที่นั่นมาก่อน
ก็นัดไปกันทั้งคู่ ไปตรวจฟัน ไปทำความสะอาดฟัน
* การตรวจสภาพฟัน และการทำความสะอาดฟัน*
ควรที่จะทำอย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี
ในกรณีที่ปากเหม็น..มากๆ ควรที่จะไปทำความสะอาดฟันทุกๆ 6 เดือนค่ะ
ซึ่งการเข้ารับการตรวจสุขภาพฟัน นั้นประกันจ่ายให้
แต่...การทำความสะอาดฟัน ประกันจะจ่ายให้บางส่วนเท่านั้นค่ะ

ค่าทำความสะอาดฟันแบบ professional จะประมาณ 90Euro
ประกันจ่ายให้ 50Euro และจ่ายให้แค่ครั้งเดียวต่อปีค่ะ

ทันตแพทย์หมายเลข 2 นี่ดีนะ เปิดปาก คอยจ้องจะหาโน่นนี่นั่น ทำใหม่ๆตลอด
พูดง่ายๆ จะ "หาเงิน" อ่ะแหระเทอว์...
แต่ สถานะของเรา ในตอนนั้นคือ เงินในกระเป๋ามันไม่อนุญาตค่ะ ...
ช่วงระยะหลังๆพอเราปฏิเสธไปบ่อยๆ การตรวจสุขภาพฟัน ก็กลายเป็น ทำแบบขอไปที!!!
เราก็เลย ...โบกมือลา.... ห่านจิก!!! จิงๆค่ะ

ทันตแพทย์ หมายเลข 3 อันนี้สามีแนะนำอีกล่ะ อยู่ไม่ไกลจากบ้านมากนัก
ทั้งคลีนิคมี หมา เอ๊ย มีหมอฟันอยู่แค่ นางเดียว...
และ นางวิ่งลอก... (กรณีแบบนี้ที่เยอรมันคือ เรื่องปกตินะคะ ใครๆเค้าก็ทำกัน)
พอนางเปิดปากเราดูแค่นั้นล่ะ นางบ่นเลย บอกว่า นี่ถ้าปล่อยไว้จะเจอปัญหาเยอะนะ

แต่การไปเยือนคลีนิคหมายเลข 3 ในครั้งนั้น เราไม่ประทับใจ
การบริหารการจัดการของ คลีนิคนี้ ห่วยมหาห่วย..อ่ะ บอกเลย
เราไม่ได้มีโอกาส ที่จะ กรอกแบบฟอร์มคนไข้เลยด้วยซ้ำ
เพราะเค้า "ลืมให้เรากรอก" แถมบอกเราว่า "ไว้คราวหน้าละกันเนอะ"
เอิ่มมมมม นี่ถ้าเราเป็น โรคติดต่อ หรือ โรคเลือด ที่เลือดออกไม่หยุด
อิชั้นคิดว่า คงมันส์พิลึกล่ะ.... ก็เลย โบกมือลา...อีกล่ะค่ะ

กว่าจะหา "ทันตแพทย์" ที่ถูกจริตในเยอรมันได้นี่ ยากมากค่ะ
จนกระทั่งล่าสุด... ปลายปีที่แล้วค่ะ สามีบอกว่า มีคลีนิคใหม่นะ
เพื่อนเค้าแนะนำมา บอกว่า ดีมากๆ ดีงามผุดๆ
อ่ะ ก็ไปลองค่ะ
"ติดใจเลย" ...​ ไปทำการตรวจสุขภาพฟัน และไปทำความสะอาดฟัน
เค้าทำดีมากๆอ่ะ ที่พูดว่า ดีมากๆได้ เพราะเคยเจอที่ "ห่วยมากๆมาก่อนอ่ะนะ"
ทันตแพทย์ก็ โอเคนะ เค้าบอกว่า คุณควรทำที่ครอบฟัน เอาไว้ใส่ตอนนอน
เพราะ... เราเผลอกัดฟันตอนนอนหลับค่ะ ใครเคยเป็นแบบนี้บ้าง?

อยากรู้ว่าตัวเองเป็นไหม ให้ดู ฟันล่าง..ถ้ามันยับเยินล่ะก็ใช่เลยค่ะ!
การนอนหลับและกัดฟัน อาจจะมาจากหลายสาเหตุ
แต่ที่แน่ๆคือ ตัวเราจะไม่รู้ตัวเองค่ะ และควบคุมไม่ได้อีกตะหาก ก็หลับอ่ะ...555
หมอก็บอก อ่ะ ทำนัด มาให้ "ปั๊มฟัน" เพื่อที่จะเอาไปทำ "ที่ครอบฟัน"
ที่จะเอาไว้ใส่ตอนนอนค่ะ

จนกระทั่ง....​อาทิตย์ที่แล้วค่ะ ดัน "ปวดฟันเว้ยเฮ้ย" ปวดแบบจี๊ดๆเลยอ่ะค่ะ
ปวดที่ด้านบน กรามด้านในสุด และอีกรามเนี่ยมันก็มี bridge ครอบอยู่อ่ะนะ
เราก็ทน...ทนปวดมาเป็นอาทิตย์เลย เพราะตอนนั้นไม่แน่ใจว่า ที่ปวดเพราะอะไร
รอดูอาการ...ดูไปดูมา ไม่ไหวว่ะ แม่งงง ปวดไม่หาย ปวดต่อเนื่องน่ารำคาญมากๆ

ก็โทรทำนัด โทรบอกว่า ปวดฟันปุ๊บ ได้ "นัด" เลยค่ะ ได้นัดวันรุ่งขึ้นทันที
สามีไปด้วย เพราะเราขอเค้าให้ช่วยเผื่อเราไม่เข้าใจที่หมอพูด
บางหมอ ชอบใช้ศัพท์เทคนิคเยอะ และเผื่อจะต้องมีการตัดสินใจ(เสียเงิน)อ่ะค่ะ
เราชอบ คลีนิคนี้ขึ้นมาทันที...
ทั้งๆที่เรามี ประกันสุขภาพของ "คนธรรมดาที่มีงานทำ"
ไม่ใช่ ประกันสุขภาพแบบ Private หรือ ประกันส่วนตัวแต่อย่างใด
แต่เค้าก็ เทคแคร์เราดีมากๆ

พอไปถึง...ปัญหาปวดฟันยังอยู่ เราถามหมอเลยว่า
จะเป็นไปได้ไหม ถ้าจัดการไอ้ฟันที่ปวด และ
ต้องการจะ ปั๊มฟัน เค้าเรียกว่าไรอ่ะ เราเรียกไม่ถูกค่ะ
พิมพ์ฟันเนอะ เพื่อที่จะเอาไปทำ
"ที่ครอบฟัน ป้องกันการกัดฟันตัวเอง" ตอนนอนหลับอ่ะค่ะ



ทำเสรดมา หน้าตามันจะเป็นแบบในภาพอ่ะค่ะ

อ่ะ ก็ทำการ พิมพ์ฟันกัน...ตะเน้...อิช่วงพิมพ์ฟัน..ปัญหาคือ
ตัวพิมพ์มันเกาะติดฟันล่างไม่ยอมหลุด แม่มมมมมม เอ๊ยยยย
ต้องดึงกันอยู่นานมากค่ะ นานมากซะจนเรา "ใจเสีย" เลยอ่ะ
กลัวว่า เห้ยยย ถ้ามันไม่หลุดนี่ จะทำไงดีวะ?

เด็กน้องผู้ช่วย เดาว่า เพิ่งมาเริ่มงาน และยังไม่เชี่ยวชาญเท่าไหร่
และเค้าไม่คุยกันกับหมอเลยอ่ะค่ะ เค้าเงียบอ่ะ
จนเราต้องเป็นฝ่าย "โวย" ...หมอคะ ไม่ไหวนะคะ
เล่นดึงจนฟันจริงที่มีอยู่สามซี่จะหลุดตามไปด้วยแล้วเนี่ย

หมอก็เลยรีบเข้ามา "ทำเอง" ...
เมื่อพิมพ์ฟันเสรด...เค้าก็จะทำการทำความสะอาดเหงือก
เฉพาะจุดที่ เราปวดค่ะ ก็มีการฉีดยาชา..แบบเต็มเหนี่ยว!
เลือดเต็มปาก...suction คุณน้องผู้ช่วยก็ ..ไม่ได้แยแสอะไรกุมาก..
คงจะไม่พอใจที่เราโวย(รึป่าวววว)

ผลคือ...ของเหลวในปากเต็ม หมอบอก...ห้ามกินดื่ม 1 ชั่วโมง
บ้วนของเหลวทิ้งได้ แต่ห้ามกินห้ามดื่ม จบข่าว...
ก็เดินออกมากับสามี ...ด้วยปัญหาใหม่! คือ
ไอ้ฟันด้านที่ปวดตอนนี้ ไม่ใช่แค่ปวดฟันแระ
แม่ม ปวดมากเพิ่มขึ้น จากที่พวกมันดึงทึ้งขูดเขี่ยเนี่ยแหระค่ะ

ปากเบี้ยวเลย เพราะเค้ากดยาชาฉีดให้แบบ "เกินความจำเป็น"
ที่เขียนแบบนี้ เราไม่ใช่หมอนะคะ แต่ ขอให้อ่านต่อ...

วันรุ่งขึ้น..คลีนิค โทรเข้ามือถือสามีเรา บอกว่า ..
"ฟันที่พิมพ์เอาไว้นั้น ทาง Lab บอกว่าใช้ไม่ได้ ต้องให้กลับไปพิมพ์ใหม่จ้ะ"
และเค้าก็บอกเลยว่า ควรจะมาหาอีกทีวันไหนๆ เวลาไหน..

เรานะ สารภาพเลยว่า "อารมณ์อย่างเสียเลยค่ะ"
ตอนที่สามีโทรมาบอก ... เราบอกสามีไปว่า เดี๊ยวเราจัดการเอง!

เราโทรกลับไปที่ "คลีนิค" นี้ทันทีค่ะ
เราบอกเลยว่า "ไม่ไหวนะคะ เจ้าหน้าที่ของคุณทำงานผิดพลาดอ่ะ"
ทำงานกับ "ปากและฟันของชั้นอ่ะ" ทำแล้วไม่ได้เรื่อง
แถมจู่ๆจะมาเรียกให้ กลับไปอีก
บ้านชั้นน่ะ ไม่ได้อยู่หัวมุมถนนใกล้คลีนิคคุณนะคะ
และไอ้ที่ต้องกลับไปอีกครั้งเนี่ย มัน "เสียเวลา เสียเงิน" ของชั้นอ่ะ ถูกไหม?

เทคนิคในการ โวยวาย in Germany!
คุณต้องบังคับ โทนเสียงให้ ราบเรียบ ห้ามตะคอกใส่เด็ดขาด
ทำโทนเสียงให้ปกติ แต่ "ชัดเจน" เข้าใจนะ...

ไม่งั้น มันไม่เวิร์คค่ะคุณ!!!

ฉันก็บอกเค้าไปว่า "ชั้นไม่ไว้ใจ พนักงานของคุณแล้วค่ะ"
ช่วยกรุณาหาคนใหม่ให้ได้ไหมคะ เอาแบบที่มีประสบการณ์เก่งๆหน่อยอ่ะค่ะ

การพูดเยอรมันของฉันนี่คือ พูดดี และสุภาพนะคะ
เพราะคนที่พูดจาดีๆ และพูดจาสุภาพ ใครก็อยากให้ความช่วยเหลือค่ะ

เจ้าหน้าที่ reception เค้าก็บอกได้ค่ะ จัดหาคนใหม่ให้...และทำนัดใหม่ให้
นั่นก็คือ "เช้าวันนี้จ้ะ" เวลา 9:00น.

ปัญหาใหม่!!! เมื่อคืนค่ะ ปวดฟันอีกข้าง แม่มเอ๊ยย กรำจิงๆ
ทำไมจู่ๆปวดวะ ไอ้ข้างที่เคยปวดตอนนี้หายแล้ว
ดันเจือกย้ายไปปวดอีกข้าง ตำแหน่งเดียวกันแต่คนละข้าง
ไม่ได้การล่ะ!!! เราต้องจัดการเรื่องนี้ให้เรียบโร้ย...ค่ะ

เช้าวันนี้...
สามีใจดี น่ารัก แถมหล่อ 555 อาสาไปส่งนังเมียที่คลีนิคค่ะ
ขากลับคือ นั่งรถเมล์สบายๆจ่าย 2.80Euro กลับบ้าน
ไม่ขับรถไปให้เมื่อยตุ้มหรอกค่ะ
จะขับไปทำไม ในเมื่อนั่งรถเมล์สบายกว่าเป็นไหนๆ
ขับไปนอกจากจะหลงแล้ว ยังหาที่จอดรถยากอีกตะหาก ฮ่วยยยยย

ก็ไปถึงคลีนิคแปดโมงฝ่านิดๆ เดินไปร้านกาแฟค่ะ
สั่งกาแฟหอมๆ นั่งจิบ ชมนกชมไม้ ว่ากันไป
พอถึงเวลา 8.30น. ก็เริ่มส่ายก้นเดินไปที่คลีนิคนี้ค่ะ

แอบโต่ะจายยยยยยย เล็กน้อยถึงปานกลางค่ะ
เค้าไม่ได้แค่เปลี่ยนพนักงานให้นะ เค้าเปลี่ยนหมอให้กุด้วยอ่ะ 555
พนักงานผู้ช่วยเก่งมาก เก่งพอๆกันกับหมอเลยค่ะ
คุณหมอคนใหม่นี่ แบบว่า "โคตรสุภาพเลย" จะคุยกันกับเราตลอดค่ะ

คิดดูว่า เค้าสุภาพแค่ไหนอ่ะ ก่อนจะลงมือทำงาน
เค้าบอกว่า มือเค้าค่อนข้างเย็นนะ เค้าเอามือมาแตะแขนเรา
และถามเราว่า เราโอเคไหม?
ป๊าดดดดด น่ารักอ่ะ ได้ใจป้าไปเลยค่ะ

เราก็บอกไปว่า เรามาเพื่อ พิมพ์ฟัน ตามที่นัดไว้
แต่ปัญหาใหม่ของเราคือ เราปวดฟันอีกด้านนึงค่ะ
อยากจะขอให้เค้าช่วยดูให้จะได้ไหม
หมอบอก ได้จ้าาาาาา จัดให้ทันที

พิมพ์ฟันก่อน ... น้องผู้ช่วยคนใหม่นี่แบบ มืออาชีพมาก
รู้ถึงขนาดกับว่า พิมพ์เสรดแล้วใช้ได้ไม่ได้อ่ะค่ะ
จากนั้น หมอก็ขอเช็คฟันด้านที่ปวด...
เค้าลงความเห็นว่า วันนี้จะทำการ "ทำความสะอาดเหงือกด้านในที่ปวดให้ก่อน"
ก็ ฉีดยาชา แต่ เค้าบอกเราว่า จะฉีดเท่าที่จำเป็นค่ะ
เราจะได้ไม่ต้อง ชา นานๆ ...ฉีดเฉพาะที่เค้าต้องทำงานกับเหงือกแค่นั้น
ไม่มีการ เอาเข็มครูดดดดดดไปกับเหงือก เหมือนหมอคนอื่น

เราแอบ "ปลื้ม" กับ ทันตแพทย์ท่านนี้มากๆค่ะ
คือเค้าแคร์อ่ะบอกเลย และจะถามเรา ทุกๆสามนาทีว่าเราโอเคไหม
เค้าบอกเลยว่า ให้ยกมือหากโอเค หากไม่โอเค ให้แกว่งมือบอก เค้าจะหยุด
หือ....ดีขนาดนี้ น่าเก็บเอามาเลี้ยงไว้ที่บ้านจริงๆ ให้ตายเหอะ!!!!

ฉีดยาเสรด ก็ไปทำการ X-ray เฉพาะที่ค่ะ
สุดยอดมาก...ไม่มีการ X-ray แบบพร่ำเพรื่อ อีกตะหาก...
เค้าเอาฟิลม์ไปดู หมอกลับมาบอกว่า รากฟันดูดีนะ
แต่เค้าไม่แน่ใจว่า รากมันจะมีปัญหาส่วนใดบ้างไหม

เค้าบอกว่า งั้นวันนี้จะทำความสะอาดให้ก่อนนะคะ
และให้เรากลับไป "สังเกต" ...หากอาการปวดยังไม่หายไป
ให้รีบโทรมาแจ้ง และทำนัดทันทีค่ะ
เพื่อที่ว่าเค้าจะได้ทำการรักษาให้แบบ ละเอียดลึกลงไปอีก

ป๊าดดดดด ดีงามขนาดนี้ หาไม่ได้อีกแล้วนะคะ
ทำเสรดก็ ร่ำลา กันออกมาค่ะ นั่งรถเมล์ชิวๆ
รถเมล์เยอรมันนี่ มันไม่เคยแน่นเลยรึไงวะ 555
นั่งสบ๊าย สบาย กลับมาถึงบ้านค่ะ

ไอ้ที่ปวดตอนนี้คือ ปวดจากที่เค้า "ทำงาน" กับเหงือกง่ะ
รอดูกันต่อไป...ว่าจะปวดมากปวดนานขนาดไหน
ขอให้มัน หายปวดไปซะทีเหอะ รำค๊าน รำคาญค่ะ

ทั้งหมดทั้งมวล ประกันสุขภาพจ่ายทุกเซ็นต์ค่ะ
สุดยอดอ่าาาาาา แต่ไม่อยากปวดเลยนะถ้าเลือกได้ อิอิ

อ่ะแค่นี้ก่อน พิมพ์ไปแม่มก็ปวดไปค่ะ
ไว้เจอกันใหม่นะจ๊ะ จุ๊ฟฟฟคร่ะ

Smiley







Create Date : 06 มีนาคม 2560
Last Update : 6 มีนาคม 2560 18:03:28 น.
Counter : 332 Pageviews.

7 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณจารุพิชญ์, คุณชีริว, คุณtoor36, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณQuel

  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
เกศสุริยง Education Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Literature Blog ดู Blog
สาวไกด์ใจซื่อ Review Food Blog ดู Blog
ออมอำพัน Literature Blog ดู Blog
Max Bulliboo Klaibann Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
อือเมืองไทยเราอะไรก็ง่ายไปหมดเนาะพี่ แต่ขาดความมีระเบียบอิอิอิ
โดย: จารุพิชญ์ วันที่: 6 มีนาคม 2560 เวลา:21:47:59 น.
  
รู้งี้ทำความรู้จักกับเจ้าวิธีการแปรงฟันที่ถูกวิธีตั้งแต่แรก จะได้ไม่ต้องปวดฟัน ถอนฟันเนอะ หุหุ
สมัยเด็กหมอฟันเป็นสิ่งที่น่ากลัวมากครับ เด็กยังห่างไกลหมออื่นเยอะ แต่หมอฟันนี่ต้องมาเลาะฟันน้ำนมเรารัวๆ
ยิ่งพี่แมกซ์เจอทันตแพทย์ฉีดยาชาผิดข้าง เอาน่ะ อย่างน้อยเขาก็ฉีดถูกคนนะ
อีตาคนที่ 2-3 ก็ไม่ได้ดีเลย ไม่อยากจะเชื่อว่าประเทศอย่างเยอรมันหมอฟันก็ห่วยเหมือนกัน
(มีเคล็ดลับการโวยวายไสตล์เยอรมันให้เสร็จสรรพ)
ยังดีที่สุดท้ายก็หาหมอฟันที่ดีจนเจอ 555
โดย: ชีริว วันที่: 6 มีนาคม 2560 เวลา:23:19:37 น.
  
ผมอ่านแล้วหัวเราะออกมาเลย (ขออภัย) แต่ทันตแพทย์คนแรกนี่น่าด่าจริงๆ คนที่สองนี่ก็ขายตรงเกิน คนที่สามนี่ก็เกินไปคราวหน้าเนี่ยะนะ

รู้สึกเจอประสบการณ์ไม่ค่อยดีนะครับ หาทันตแพทย์ที่ถูกใจกับหาช่างตัดผมที่ถูกใจนี่ยากไม่ต่างกันเลยครับ

มีเทคนิคการโวยด้วย ของไทยถ่ายคลิปและขู่ลงพันทิป

โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 6 มีนาคม 2560 เวลา:23:35:00 น.
  
ขอให้หายปวดเร็วๆนะคะ แป้งไม่คิดมาก่อนเลยคะว่าจะหาทันตแพทย์ดีๆยากในเยอรมัน แอบกลัวนะเนี่ย55 ถ้าพลาดไปเจอทันตแพทย์แบบคนที่2ที่พี่เล่ามานี่ นู๋คงหมดตัวคะพี่ คงไม่ทันหมอ555 ปีที่แล้วตอนบินมาเยอรมันก็ปวดฟันจนต้องไปหาหมอฟันเหมือนกันคะ แฟนถามว่าจะไปคลืนิคใกล้บ้านหรือคลินิคที่เค้าและพี่สาวไปประจำ แต่มันอยู่ไกล ต้องนั่งรถไฟไป40นาที สรุปนู๋เลือกไปไกลดีกว่า อย่างน้อยก็อุ่นใจ ดีที่หมอและผู้ช่วยน่ารักมากคะ วันนั้นได้ทำความสะอาดฟันที่ผุข้างที่ปวดทั้งหมดกับอุดฟันที่ปวดไป แต่พอกลับมาบ้านนู๋ส่องกระจกดูฟันอีกข้างที่ไม่ปวดนะคะยังมีคราบผุ งงว่าทำไม่หมอไม่ทำความสะอาดให้ พอถามที่บ้าน เค้าบอกว่า อ้อ เราไม่ด้บอกหมอว่าปวดเค้าหมอเลยคงไม่ได้ตรวจและทำความสะอาดให้,,,ห๋าาาาา นู๋ไม่รู้เลยคะ ปกติไปหาหมอฟัน หมอเห็นคราบผุหมอจะบอกทันทีถึงไม่ใช่ซีกที่ปวดแล้วถามเลยว่าจะทำไหม เราก็จะให้หมอทำเลยไม่เสียเที่ยวป้องกันมันผุลึก แต่ที่นี่เห็นชัดๆอยู่แล้วแต่ไม่บอกไม่แนะนำอะไรเลย แป่วววว555 ถือว่าเป็นประสบการณ์เรียนรู้ไป คราวหน้าไปตรวจฟันได้เตรียมตัวดี55
โดย: Clannad วันที่: 7 มีนาคม 2560 เวลา:16:56:37 น.
  
นี่ป้าลีก็มีบิลรอจ่ายอีก 3 บิล (หนึ่งบิลต่อครั้งที่ไปตามนัดอ่ะนะ ราวๆ 100 ยูโรต่อครั้ง)

แต่เริ่มจากปวดฟันหนึ่งซี่ แล้วต้องการจะถอน แต่ไม่ได้ถอน ได้นัดตามมา 5 ครั้ง (รวมแล้ว ทั้งหมด 500 ยูโร ใน 2 เดือน )

ทั้งๆที่ บอกหมอเน้นแล้วเน้นอีก ว่าต้องการจะถอน หมอต้องถอนไม่ต้องมารักษารากอะไรให้วุ่นวาย ชั้นแก่แล้วชั้นไม่แคร์ เพราะรักษาเนี่ย ชั้นทำมาหลายสิบปีแล้ว ถอนมันออกไปเลยไอ้ซี่นี้...

"มา เดี๋ยวดูกัน" ...หมอตอบ...แล้วก็ ได้นัดมาห้าครั้ง และยังไม่ได้ถอน.... คือ หมอมันฟังไม่เข้าใจ ว่าต้องการถอน หรือตรูพูดไม่รุ้เรื่องฟวะ.... โกรธค่ะโกรธ...

โดย: Lee Jay วันที่: 8 มีนาคม 2560 เวลา:23:07:15 น.
  
โห..น้อง Max ฉีดยาชาผิดข้างนี่ พี่เสียวเลยน้อง
หมดศัทธาเลย

หมอนัดมาบ่อยๆ จะได้เงินบ่อยตามไปด้วย
เอ๊ะ เกี่ยวกันไม๊เนื่ยะ

ตัวพี่เเละลูกๆ เวลาไปทำฟัน หมดต้องนัดไม่ต่ำกว่า 3ครั้งกว่าจะได้เรื่อง เผลอๆมีครั้งที่4 เเละ5 ตามมา

เรื่องฟันนี่สำคัญนะคะ
พี่เคยปวดฟันค่ะ ปวดจนไม่สบาย ไข้ขึ้นเลย
ฟันอันไหนที่มันไปเเล้ว หมอดูๆ บอกว่าฟันจะล้ม ให้ดัดฟันอีก

สู้ๆ ฟันๆ นะคะ
โหวตให้ค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Max Bulliboo Klaibann Blog ดู Blog


โดย: Quel วันที่: 9 มีนาคม 2560 เวลา:2:36:32 น.
  
หมอ กับ เรา นี่เหมือน คู่บุญกันมาก่อน...
หมอฟันคนแรก
ปี 2002 วัย 24
อุดอะมัลกัมสีเงินบน ล่าง ทั้งปาก 7400 บาท
หมอฟันหญิงยังสอนวิธีแปรงฟันที่ต่อยอดจากฐานเดิม...

ปี 2009-17 วัย 32-38
ซ่อมที่อุดชำรุด 1800 บาท หมอฟันหญิงคนเดิม แต่แต่งงานไปแล้วโอนเราไปหาเพื่อนหมอฟันหญิงรุ่นเดียวกัน และดูแลสุขภาพช่องปากมาจน 36 ก่อนแต่งงานย้ายไปเยอรมนี ขูดหินปูนX-ray หาจุดหลบใน ไม่ผุ ซ่อมที่อุดชำรุด

ปี 2015 ซ่อมที่อุดชำรุด 2650 บาทขูดหินปูน 600บาท
ปี 2016 หมอฟันหญิงเยอรมัน ส่งไปทำกายภาพขากรรไกร
6 ครั้ง จากนอนกัดฟัน 2ฟันล่างซ้ายด้านในชำรุด
ได้ซิลิโคนกันกัดฟันล่างมาใส่เวลานอน
ประกันGEK มีบิลมาเรียกเก็บเพิ่ม 20.89ยูโร
ปี 2017 ซ่อมที่อุดชำรุด 1200 บาทขูดหินปูน 700 บาท

การกลับเมืองไทย จะตรวจฟันทุก 2 ปีแต่ที่ยั่งยืนคือ
การแปรงฟันหลังทานอาหารทุกครั้ง ...

หมอสูติเยอรมันคนแรก ที่ตรวจอัลตราซาวด์ทางช่องคลอด
ปี 2015 ก ค หลังเจออาหารเยอรมัน เมนส์มา16วันหลาย
โรค อาการประหลาด หายจาก "การปรับพฤติกรรม" ลด ละ
ความอยากในรสชาติ เลิกกินอาหารเยอรมันไขมันเขลอะ
ทำให้ไม่ต้องเพิ่มยาคุมฮอร์โมนแรงขึ้น การแพทย์เยอรมัน
จะให้ใช้ยาน้อยที่สุด เช่น ปวดท้อง เลิกกินอาหารบางชนิด
ไปเลย เช่น พริก ระคายกระเพาะ กินอาหารให้ตรงเวลาเป็น
เวลาเดียวกัน เลิกกินอาหารที่ทำให้ปวดท้อง นม กาแฟตอน
ท้องว่าง ...

เป็นความยากลำบาก สุขภาพหลังเปลี่ยนประเทศปีแรก
และหลังไปอยู่เยอรมัน 1.5 ปีปวดท้องเมื่อมากินอาหารไทย
อีกครั้ง ปีนี้ซ่อมตึกเสร็จแล้วอยู่ไป 20 ปีจากนี้ เราจะมา
เมืองไทยไม่เกินปีละ 28 วันไปกลับพร้อมสามี ตัวติดกัน
ไม่แยกร่าง 2เดือน2วีค อีก ...ต้องรอหมายศาลว่าหลังรถ
แฉล่บหิมะพัง ห้ามขับนานกี่แค่ไหน ดีสามีซื้อรองเท้าวิ่ง
เดินไปทำงาน เราเดินไปรับกลับทุกวัน ซื้อของกลับมา
ทำอาหาร กลับมาหุ่นดีอีกครั้ง ตอนวิกฤติเป็นโอกาสห้ามขับ
นี้ล่ะ ...สำหรับคนเคยขับ คงไม่ถนัด สำหรับคนไม่เคยขับรถ
รถเมล์ รถZug เราตีซี้ คุ้นเคยได้รวดเร็ว ...เสียแต่แพง!
รอเป็น นร.ปริญญาเอก ก็จะได้ตั๋วเดือน 37ยูโร อิ อิ...


โดย: kueckieziegler วันที่: 19 มีนาคม 2560 เวลา:2:02:43 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Max Bulliboo
Location :
  Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]



มีความตั้งใจนำทาง มีบทเรียนเป็นภูมิคุ้มกันให้ชีวิต ไม่มีพรสวรรค์แต่สร้างพรแสวงมาตลอด ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ดีใจที่ได้มีโอกาสได้เรียนรู้อะไรมากมายที่มีประโยชน์จากที่ Bloggang แห่งนี้่ค่ะ มาอยู่เป็นเพื่อนกันนะคะ

อยากเปิดให้ทุกคนได้เข้ามาเขียนความคิดเห็นได้แบบเสรี โดยไม่ต้อง Log in เข้ามาค่ะ ดังนั้น **ขออนุญาต ไม่รับ "ฝากร้าน" โฆษณาอะไรทั้งหลายนะคะ**