น า ย รั ก ษ์
Group Blog
 
 
เมษายน 2559
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
13 เมษายน 2559
 
All Blogs
 
หญิงสาวแห่งสายน้ำไหลกลับ



จากเชียงของ...บนถนนลาดยางเลียบโขงเลาะเนินสูงหลายต่อหลายหย่อมลูก ไม้เขียวครึ้มเคียงเป็นแนว สลับทิวโล้นบ้าง แลตะปุ่มตะป่ำพืชพรรณเหลืองแก่บ้าง ริมตลิ่งบางจังหวะมีร่องหลุมต้นกล้าแตกใหม่หลายร้อยพัน แต่งแต้มบรรยากาศสายน้ำสีชาขุ่นแก่ๆ เพิ่มขลังแห่งมนต์เสน่ห์ อวดสายตาให้เพลิดเพลินกวาดไล้ ลำโขงล่องใต้แรงไหลเป็นทบเท่าเมื่อปลายหน้าน้ำ หลายคนหลายสิ่งปล่อยลอยตามกระแส มีเพียงเรือสัญจรส่วนน้อยเลาะตลิ่งเร่งเครื่องกระหึ่มต้านแรงน้ำทวนทิศเหนือ ความจำเป็นคงบงการชักนำ แม้ลำบากเพียงไหนก็ต้องทนทำไป หากน้ำจะราแรงลง เรือเครื่องคงลดเสียงลงได้บ้าง

ลมต้านรถย้อนประสานลมอ่อนๆ เหนือสายน้ำไหล ปะทะเนื้อตัวหน้าตาหัวหู แดดบ่ายราแสงสะท้อนผิวน้ำ แวววับจับทุกกริยาจนนิ่งมองเหม่อ แม้รถเมล์สองแถวเล็กสีแดงช้ำอย่างที่พบได้ทั่วไปตามหัวเมืองใหญ่แถบเมืองเหนือจะโขยกตัวหลบหลุมถนนขรุขระตะกุยฝุ่นคลุ้ง ฝ่าโค้ง ไต่เนิน หักพวงมาลัยเลี้ยวเลาะตามซอกผาน่าเสียวไส้ ก็หาได้นำพาไม่ คนเดินทางพร้อมเป้ยังคงตั้งหน้าเสพซึ้งธรรมชาติที่พบสัมผัส ความปีติจวนทะลักล้นใจ ต้องแบ่งมาเก็บไว้ตามซอกอารมณ์ รอวันปันให้ใครก็ยังไม่รู้

จนล่วงเขตถนนแยกทางกับลำโขง อากาศอ้าวทำท่าแสดงตัวราวผู้ร้ายได้เวลาออกโรง รถคงความเร็วแล่นได้ไม่รู้เหน็ดเหนื่อย รู้สึกตัวเมื่อป้ายบอกว่ากำลังเข้าเขตอำเภอเชียงแสน แม้เป็นผู้โดยสารเพียงคนเดียวแต่เขาก็เลือกจ่อมตัวตรงมุมซ้ายท้ายรถ บนม้านั่งยาวของกระบะใต้หลังคาที่สูงแค่คุ้มหัวคนนั่ง จึงทันได้พลันสบหน้ากับหญิงร่างบางใต้ร่มไม้โปร่งๆ หน้าบ้านใครสักหลังในหมู่หลายๆหลังริมถนนฝั่งตรงข้าม อาการชะงักถดแขนคืนจากการโบกกับดวงหน้ายิ้มแหยๆ แลเห็นไกลๆ ว่าผิดหวัง ... แน่นอนว่าพลาด ...โบกรถไม่ทัน

ฉับพลันคนบนท้ายรถส่งสัญญาณมือสื่อความหมายเป็นเชิงถามว่า ไปมั้ย สาวคนนั้นพยักหน้า ขณะรถยังคงวิ่งไกลห่างออกมาเรื่อยๆ จนลับโค้งพุ่มใบบังตาพรึบ

คนขับชะลอรถ แล้วจอดสนิทเมื่อเลยโค้งมาสักระยะหนึ่ง รับแจ้งข้อมูล ตะโกนถามกลับมาว่า ไหน ใครโบกตรงไหน จากนั้นจึงค่อยๆ ถอยรถเลื่อนคืนหลังจนคืนจากเส้นโค้ง พ้นแนวบัง

โน่น ... สาวน้อยเสื้อผ้าสีเนื้อน้ำตาลอ่อน วิ่งตั้งอกตั้งใจข้ามฝั่งถนนมาแล้ว รอยยิ้มอายๆ ระบายเต็มหน้าและท่าทาง ทั้งรถทั้งคนต่างใกล้กันเข้าเรื่อยๆ ไม่กี่อึดใจ ก็พบกัน ณ ที่ตรงกลาง

เธอเอื้อมมือขวาจับราวเหล็กดึงตัวขึ้นท้ายรถ เสื้อกระดุมคอกระเช้าสองปกสองใหญ่ๆ ไล่ริ้วทับกันเฉียงแนวคอ แขนเสื้อสั้นกุดรัดต้นแขนจับจีบระบายผิวขาวเนียน ต่ำกว่าศอกมีระเบียงไรขนยาวพอได้สังเกตเห็น นิ้วเรียวทั้งมือซ้ายขวาไร้อาภรณ์ให้คนมองนึกกระหยิ่มในใจ ข้อมือซ้ายมีกำไลเชือกสีน้ำตาลเข้ม 2 เส้นมัดหลวมลุ่ยถักแบบลูกปัดร้อยด้ายเส้นนุ่มๆ ขากางเกงสีเนื้อแซมน้ำตาลยาวแค่เหนือเข่า ปลายรัดวงพอดีกับต้นขาขาวๆ ขัดกับรองเท้าตาข่ายรัดส้นสีดำทรงเก๋

เธอนั่งตรงข้ามกับคนที่เพิ่งช่วยบอกคนขับให้กลับคืนมารับ กระเป๋าหนังดำคล้องไหล่เปลี่ยนมาวางลงข้างตัว เมื่อนั่งได้ที่จึงได้หยุดหอบ แล้วจึงกล่าวตอบแทนด้วยรอยยิ้มสดใสผ่านเหล็กดัดฟันเป็นระเบียบว่า ขอบคุณนะเจ๊า ตรงคำว่าขอบคุณนะเจ๊าทำให้ชายหนุ่มได้พิจารณามองหน้าชัดๆ เธอสวยทีเดียวเชียว แม้จมูกไม่เรียกว่าโด่งมากแต่ก็รับกับวงหน้าเรียวรูปไข่ หน้าผากคางแก้มติดสีแดงเลือดฝาดเรื่อๆ หากเวลาปกติคงขาวกระจ่างนวลชวนหลงใหลกว่านี้ ยิ่งได้ผมดำสนิทดัดเป็นลอนยาวปล่อยสบายๆเคลียระดับอกด้านหน้าสยายคลุมเลยไปลงไหล่ด้านหลัง ยิ่งเสริมคำว่าสวยไปถึงไหนต่อไหน ลองแบบนี้มองยังไงก็ไม่มีเบื่อ กลิ่นหอมอ่อนๆจากส่วนไหนของร่างกายกันหนอ หอมทรมานใจชายยิ่งนัก

ความอึดอัดแผ่กระจายทั่วบริเวณทั้งตัวและหัวใจของคนหนุ่ม จะชวนคุยว่าไงดี จะเอาสายตาไปพักไว้ตรงไหน โชคดีเธอขยับตัวหันหน้าไปด้านหน้ารถแล้ว เหลือเพียงด้านข้างซ้ายสวยๆ ไว้ให้มอง คงไม่ต้องการให้อะไรๆ จากใครมารบกวนความเป็นส่วนตัวกระมัง ชายหนุ่มนึกเสียดายความอึดอัด ยังไม่ได้รู้จัก อยากชวนคุย

ตาคู่ซนเกือบไม่สนความเหมาะสม คอยลอบจังหวะเผลอจ้องแก้มสาวกับคอระหง โอ้หนอ .... ถ้าได้ชิดใกล้กันจริงๆคงเป็นอะไรที่อิ่มใจล้น

*****************************************

รถแล่นเข้าเลียบแม่น้ำโขงอีกครั้ง ผ่านซอกเขาลัดเลาะ อากาศครึ้มเมฆขมุกขมัว ชายหนุ่มตัดใจห้ามสายตาไม่ให้ละลาบละล้วงมากไปกว่านี้ เขาเบนความสนใจตัวเองไปที่ท้ายรถ ก้มจ่อมมองพื้นถนนที่วิ่งผ่านเหมือนน้ำไหลแหงนพิศเทือกเขาทะมึนใหญ่ทว่าไกลกว้างออกเรื่อยๆ สายโขงที่วกเข้าหาเหมือนใจดีให้เอาสายตาไปแกล้งชม พอไม่ให้ตัวเองรู้สึกผิดกับอาการอยากมองหน้ามองไหล่ในคราวเดียวกัน

คนเดินทางตั้งกระทู้ในใจ นี่ใช่ไหม --- แอบมอง

เธอกดโทรศัพท์ ยกแนบหูจับใจความว่าขึ้นรถโดยสารแล้วไม่ต้องมารับ ปลายสายเป็นใคร ใจหาย--ไม่อยากรู้ จากนั้นความเงียบที่จ้องโอกาสอยู่แล้วก็เข้าคลอบคลุมทั่วอาณาบริเวณหลังรถโดยสมบูรณ์

โขดหินจะขวางน้ำไหล ถนนจะคดโค้งขรุขระ รถจะไต่เขาแรงถดถอย แต่เวลายังล่วงจังหวะสม่ำเสมอ คนหนุ่มเริ่มกระวนกระวายหวั่นจุดหมายที่กำลังใกล้เข้าๆ ซึ่งหมายถึงการแยกไปตามทางของทั้งเขาและเธอ แม่หน้านวลจะไปเป็นแม่เนื้อหอมของคนบนรถคันไหนต่อคันไหนอีกบ้าง เอาความใบ้เบื้อมาแลกได้ไหมขอนั่งแค่สองคน-- ตรงข้ามแค่เอื้อมถึง เป็นแบบนี้ไปอีกสักนานๆ แม้จะได้แค่ลอบมอง ก็รู้สึกดีแล้ว

รถวิ่งช้าลงเมื่อผ่านบริเวณที่พื้นถนนเปียกลื่น กลางถนนมีน้ำขังตามหลุมบ่อเล็กๆ อากาศหลังฝนชื้นจนรู้สึกหนาว บางจังหวะสั้น ๆ ฝนเส้นเล็กโปรยปรายเป็นสายไหม เหมือนความชุ่มชื้นงดงามนั้นกำนัลมาจากแดนสรวงสูงขึ้นไป แต่ถ้าฟ้าจะเป็นใจมากกว่านี้ ต้องละเลงเม็ดหนาๆ ลงมาแบบไม่ต้องยั้ง จะได้กระเถิบหลบเปียกเข้าใกล้กัน

สวรรค์แกล้ง -- ฟ้าหลังฝนใสแจ๋ว ส่งลำแดดบ่ายร้อนแรงแทงลงหลังรถ มาตกแสงเอาที่ต้นขานวล หวั่นว่าเธอจะขยับหลบเข้าข้างใน โล่งอก...เธอแค่ดึงกระเป๋ามาบังทาบบนหน้าขา

ถึงไหนไม่ทันได้สังเกตป้าย ใจคอยปั้นแต่งว่าจะเริ่มคุยด้วยเรื่องอะไร หากชวนถามแล้วเธอตอบคำจะเสียความรู้สึกไหม แต่จะว่าไปแล้ว....ไม่ลองก็ไม่รู้

พลันตัวเร้าอีกตัวก็ผุดขึ้นในความคิดชายหนุ่ม พาลให้ตกใจนิดๆ หากชักช้าประเดี๋ยวมีคนขึ้นมาสมทบเสียก่อน ปิดโอกาสพูดคุยได้สนิทนัก .... เอาไงดี

แล้วมันก็เกิดขึ้นจนได้ ..........

***********************************************

สองหนุ่มเหน้าหน้าเหนือสำเนียงเหนือแท้ๆ หนึ่งผมเกรียนหน้าผากแก้มเห่อฮอร์โมนธรรมดาๆแบบวัยรุ่น หนึ่งผมยาวสไตล์มาดหมายจะให้เท่ห์แบบปรกๆหน้า เสื้อยืดมอซอประทับตาต้นไม้เขียวใบห้าแฉก กางเกงยีนส์ตัวซีดคงตัดปะตามสมัยนิยม(เดิม) คนผมสั้นชุดครึ่งท่อนนั้นทหารเกณฑ์แน่ๆ เขาเลือกที่จะถือคอมแบทแล้วใส่รองเท้าแตะเหมือนอีกคนที่ถามไถ่กันภายหลังบอกว่าเป็นช่างเชื่อมในเชียงแสน

เหตุการณ์ระทึกใจเป็นดังนี้ สองชายผู้มาใหม่ดูจะตั้งใจมองและซุบซิบดังๆ หน้าตายิ้มย่อง มุ่งความสนใจไปที่ต้นขาขาวๆ กับใบหน้าสวยๆ ของน้องผู้หญิงที่บัดนี้กระเถิบเข้าไปนั่งชิดในสุด ปล่อยที่เดิมให้ผู้ชายๆ ได้ประจันหน้ากันตรงๆ ความกลัวรายงานตัวที่คนหนุ่มผู้นั่งอยู่ก่อน กลัวน้องจะโดนจีบ แทะโลมหรือได้รับรู้กิริยาอันไม่เหมาะสมกับความงาม เธออาจจะตกใจ รำคาญ หวาดกลัวหรือไม่ก็รู้สึกเฉยๆ แต่ยังไงก็คงไม่ชอบแน่ๆ

อารมณ์หวามไหวจากการได้ลอบมองอยู่เงียบๆ ในที่ที่เป็นส่วนตัวแค่เราสองมาตลอดค่อนชั่วโมง ถูกทำลายจินตนาการย่อยยับ เหมือนหนึ่งหัวใจหนุ่มกำลังถูกทำร้ายให้ตายตามกัน

บังเอิญเหลือเกิน หนุ่มผมยาวหันมาทางผู้อยู่ก่อนทั้ง ๆ ที่ปากก็คุยอยู่กับเพื่อนทหารว่าอย่าไปยุ่งน่า ของพี่เขา .... อย่างฉับพลัน เขายิ้มตอบอย่างนึกอะไรขึ้นมาได้ หันไปมองน้องผู้หญิงที่ก้มหน้าหลับตาเหมือนไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น ก่อนจะทิ้งยิ้มกลับมายังสองหนุ่มอีกที พร้อมยักคิ้วหลิ่วตา เป็นภาษากายให้เข้าใจว่า ไม่เถียง –แต่ก็ไม่รับคำอยู่ในที

คนผมยาวสบโอกาสเปิดเรื่องชวนคุย ถามไถ่ที่มาที่ไป ทหารร่วมผสมโรงโดยยังคงอาการลอบมองต้นขาน้องคนสวยอยู่บ้าง จับสังเกตได้ว่าเสียดาย เกรงใจคนอยู่ก่อน ... เกรงใจแฟนมันเว้ย

ชายหนุ่มคนเดินทางนึกขำในแผนอุปโลกย์ตัวเอง สมใจที่จะไม่มีเหตุการณ์ “จีบ”ที่เขาไม่อยากจะให้เกิด จากผู้หนึ่งผู้ใดที่ไม่ใช่เขา บทสนทนาจากผู้ชายสามคนบนรถไม่เคยขาดหาย แม้บางครั้งสองหนุ่มหันไปพ่นกำเมืองใส่กันเอง แต่อารมณ์ครื้นเครงยังเผื่อแผ่มายังคนต่างภาษาถิ่น บางจังหวะยังกระเซ้าหยอดคนที่เข้าใจว่าเป็นแฟนกัน เหมือนอยากให้แสดงอาการ “แฟน” ให้หายข้องใจ คนเดินทางแก้สถานการณ์คับขันด้วยการยิ้มรับ แล้วถามกลับคืนเป็นประเด็นใหม่ วนเวียนอยู่อย่างนี้อีกหลายรอบ

จอดสุดท้ายที่รถจะถึงปลายทาง คนผมยาวมาดเซอร์บอกโต้งๆ ว่า

“ ไม่ต้องห่วง ไอ้ทหารมันไม่ยุ่งกับแฟนพี่หรอก สบายๆ นะพี่ ” แล้วก็พากันก้าวลงจากรถไป ไม่เหลียวกลับมามองสักนิด น่าเสียดายที่ระหว่างนั้นเขาไม่ได้สังเกตกิริยาอาการของแฟนสาวตามสมมติ อยากรู้ว่าเธอจะรู้ตัวไหม เขาได้ช่วยให้เธอได้อยู่อย่างเป็นส่วนตัวตลอดการเดินทางเชียวนะ

ใจพอได้ชื้นขึ้น เมื่อนึกได้ว่าบางตอนที่เริ่มคุยกับสองหนุ่มที่ป้อนคำถามถึงที่มาของเขา สาวเจ้าหันมามองสบหน้าหูคล้ายจะตั้งใจฟังเอาคำตอบ และคงอยู่อย่างนั้นจนประเด็นนั้นจบไป เขาไม่น่ามัวอายจนเกินไป ควรจะตอบไปด้วย สบตาเธอไปด้วย เผื่ออะไรๆจะเป็นได้มากกว่าที่มันกำลังเป็นอยู่ตอนนี้ ก็ตอนที่สองคนนั้นกำลังจะลงรถไปก่อน เธอยังลอบมองมา มองเป้ใบโต มองกระเป๋ากล้อง เสื้อผ้า รองเท้า

****************************************

ถึงปลายทางเมืองเชียงแสนเมื่อตะวันจวนลับฟ้า เมืองที่ว่ากันว่าน้ำสบรวกดูกระจ้อยเมื่อจบสายที่ลำโขงกว้างใหญ่ สองสายนทีถ้อยทีกันแบบน้องพี่ เอาดินแดนสามเหลี่ยมทองคำอันเลื่องชื่อหลากแง่มุมนี้เป็นจุดตั้งต้นจูงมือล่องใต้ อีกหลายเพลากว่าจะลุที่หมายแห่งมหาสมุทร

เส้นแบ่งไทย ลาว พม่าคงได้ประจักษ์สายตาในวันรุ่งตะวันแรง หากเวลานี้หัวใจหนุ่มนักเดินทางกลับสั่นหวิวหนักขึ้นเรื่อยๆ

ลองฮึดดูสิ ... ฮึดสิฮึด ไม่มีอะไรจะเสีย เอาเข้าจริงก็เงอะงะถามน่าเขกหัวได้แค่ว่าหมดระยะแล้วหรือ แต่ก็บังเกิดผล คนสวยบอก “เจ๊า” ฟังหวานจนน้ำตาลจะพาลอย ใจเหิมเกริมดุจราชสีห์ ลุกขยับที่ทางให้น้องลงก่อนทั้งที่ไม่ต้องขยับก็ยังได้ นักเดินทางกุลีกุจอตามลงมา ยืดแข้งเหยียดขาทำท่าทะมัดทะแมงตวัดเป้หนักอึ้งขึ้นไหล่ สถานการณ์จะจากกันแล้วรุนทุกอารมณ์ความรู้สึกให้พ่นวาจาออกมาอีก

พี่คนขับบอกอะไรบางอย่างกับเขา แต่เขาเข้าใจว่าพี่แกถามน้องผู้หญิง แว่วว่าจะไปแม่สายต้องไปขึ้นรถใกล้ๆสามแยกติดน้ำโขงโน่น ไม่ไกลมากนักหรอก พลันโอกาสมาอีกแล้ว เขาเอ่ยถามสาวเจ้าเสียงเรียบๆ

         “จะไปแม่สายหรือครับ” แบบเก็บอาการสุดๆ ถ้าคนสวยขึ้นรถคันไหน กลัวใจตัวเองตามไปนั่งข้างๆ แน่

         “ เปล่าค่ะ” (ไม่ “เจ๊า” แล้ว ) “จะไปเชียงราย” เสียงไหนเสียงไหนก็ยังฟังเสนาะหู

         “ เรียนที่เชียงรายเหรอครับ”

         “ ไปหาหมอค่ะ” ตอบดักประเด็น กระชับ สั้นๆ

รับคำว่าอ๋อ พลางพยักหน้า “ แล้วต้องขึ้นรถตรงไหนหรือครับ”

“ นั่นไง รถจอดอยู่ไกลๆ โน่นค่ะ”

“ รถสองแถวนั่น ? ”

“ ไม่ใช่นะพี่ รถเมล์ เอ่อ ...ที่เป็น” เธอหยุดนึก

“ อ๋อ รถบัส”

“ ค่ะ”

เสียงสนทนาควบคู่ไปกับการเดินเคียงคู่ ผ่านแยกไฟแดงจนเกือบหวังดีแต่รุ่มร่ามไปจับมือข้ามถนน ทะลุร้านรวงบทบาทวิถี คิวรถมอเตอร์ไซด์มองตามอย่างสบายอารมณ์ ผ่านร้านหนังสือ ร้านทำขนม และอีกจิปาถะ แต่คู่สนทนาก็แทบจะไม่ได้มองหน้ากันสักนิด ไม่มีการอยากรู้ต่อว่าจะไปหาหมอทำไม เมื่อการสนทนากลายเป็นบทพูดที่ไม่มีการถามกลับ ชายหนุ่มก็เกรงไปว่าจะเป็นการซอกแซกมากจนเธออาจรำคาญจริงๆ ก็ได้ ( ตอนนั้นไม่ได้คิดว่าเธออาจจะอายที่จะตอบว่าเป็นโรคที่ไม่อยากให้คนแปลกหน้ารู้ หรือไม่แม้แต่จะคิดว่าเธอคงไปหาหมอฟันเรื่องจัดฟันก็เป็นได้ )

จะว่าไปแล้ว เธอคงไม่ได้อยากรู้อะไรเกี่ยวกับตัวเขาเลย เฉยๆ ไม่สนใจมาตั้งแต่ต้น ไม่รู้สึกสักนิดว่าเขาพยายามทำอะไรให้บ้าง หรืออะไรๆ ที่ไม่น่าสนใจพอ ไม่อยากไปเกี่ยวข้องด้วยทั้งนั้น น่าเสียดายถ้าจะหยุดสัมพันธ์เพียงแค่นี้ ลองอีกสักทีดีกว่ามั้ง

“ รถหมดกี่โมงครับ”

“ ราวๆ หกโมงเย็นมั้งคะ”

“ อ๋อ .... แล้วตอนเช้าล่ะครับ”

หน้าสวยหันมามองก่อนตอบเสียงขุ่นๆ “ ไม่แน่ใจ แล้วพี่จะไปไหนล่ะ”

ใจแป้วลงเป็นกอง ทบทวนไล่เรียง ที่พูดไปก่อนหน้าได้สร้างความหมองใจอันใดไว้บ้าง แล้วที่เธอถามมา มันหมายความว่าอย่างไร จะตอบตามจริงว่าไปแม่ฮ่องสอนเธอจะเรียกตำรวจไหมหนอ หรือเธอจะเริ่มรำคาญลูกตื้อ อยากไปให้พ้นๆ จึงถามไปงั้นๆ แต่เขาก็เพิ่งชวนคุยไปไม่กี่คำเอง หรืออารมณ์นี้สื่อให้รู้ว่า อย่าได้คิดที่จะจีบ มาดมอมแมมรุงรังอย่างคุณฉันไม่เคยจะคิดสน

******************************************

ความมืดคงโรยตัวในไม่ช้า หน้าฟ้าค่อยๆ หมอง บรรยากาศแห่งความแปลกหน้ายิ่งไม่น่าไว้วางใจ ชายหนุ่มหน้าหมองกลมกลืนฟ้า เฮ้อ ... เป็นผู้ชายนี่ มันจะไม่น่าไว้ใจได้สักแค่ไหนกัน

แต่แล้วในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวเท้ายาวๆ ปลีกตัวจากไป เหมือนสวรรค์เมตตา สาวน้อยเอี้ยวหน้ากลับมาถาม “ พี่จะไปเชียงรายใช่มั้ย ?”

เสียงหวานๆ กลับมาอีกแล้ว เรียกคืนสติคนหนุ่มท่ามกลางกลุ่มคนเบียดเสียดจับจ่ายมื้อค่ำ เขาเบียดตัวขึ้นเดินคู่เธออัตโนมัติ หนนี้มองคนสวยเต็มๆ ตา ชั่วขณะรู้สึกว่าแววตานั้นเพิ่งคลายจากอาการรู้สึกผิด

“ คืนนี้ว่าจะค้างเชียงแสนน่ะครับ พรุ่งนี้ถึงจะไปแม่ฮ่องสอน ดูแผนที่เดินรถแล้วมันต้องผ่านเชียงรายกับเชียงใหม่ก่อน”

“ ไปทำงานเหรอคะ” นี่แหละๆ ที่อยากเจอ ขอแค่เป็นคำถามจากปากสาว ถามอะไรก็ถามมา หัวใจคนหนุ่มได้ทีพองโตระริกระรี้จนน่าถีบ

“ เที่ยวครับ เที่ยวไปเรื่อยๆ”

“ มาเที่ยวคนเดียวน่ะนะ” หน้าสวยแม้เลิกคิ้วขณะทำสงสัย ดูยังไงก็ยังสวย

“ ครับ” เขายืดอกภูมิใจ แต่อารมณ์สมเพชตัวเองกลับแล่นแทรกผิดเวลามาตอกหน้า--ประจานตัว “ เพื่อนๆไม่มีใครว่างมาด้วย”

“ น่าสนุกนะคะ” เธอยิ้มย้ำความตามที่พูด

“ ครับ แต่บางทีก็อดเหงาไม่ได้” ไม่หรอกน้อง ไม่สนุกเลย เขานึก

“ เดินทางคนเดียว ไม่กลัว ?” เหนือคาดหมายด้วยสำเนียงกระเซ้าเย้าแหย่

“ กลัวสิครับ” พูดกลั้วหัวเราะ “คืนแรกๆ ก็ไหว้พระตั้งหลายรอบ ยิ่งแปลกๆ ที่ยิ่งไม่กล้านอน”

“ ไม่ใช่ๆ หนูหมายถึงตอนเดินทาง” เธอขำพองาม แววตาล้อเลียน

ยังไม่ทันมืดดีนัก แสงไฟจากหลากหลายที่มาก็สว่างโร่ทั่วบริเวณ บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลาย สาวน้อยเดินสบายๆ ท่าทางเหมือนเด็กเดินเกาะแข้งขาคุณพ่อใจดี พลางซักไซ้ชีวิตนักเดินทางไม่ขาดปาก เรียนจบจากไหน เก่งจัง ทำไมลาออกจากงาน ถ่ายรูปไปทำโปสการ์ดขายหรือเปล่า แล้วผ่านที่ไหนมาบ้าง โดนผีหลอกมั้ย ชายหนุ่มรู้สึกอบอุ่นลึกๆ ข้างในใจ จะดีแค่ไหนหากได้ฟังเสียงเจื้อยแจ้วทั้งคืน จะกี่จำไม จำไม ก็คงไม่มีเบื่อ

*************************************

สวรรค์ให้เวลาแห่งความสุขได้เท่านี้ งานเลี้ยงใกล้เลิกรา สองหนุ่มสาวมาหยุดยืนคุยที่ท่ารถก่อนถึงสามแยกสถานีตำรวจตรงข้ามเขื่อนริมโขง สาวเชียงของอธิบายทางเดินตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายไปยังเกสต์เฮ้าส์ใกล้ๆ เธอรีบบอกเขาให้ไปเถอะ ไม่ต้องรอจนรถเธอออกก็ได้

“ นอนอย่าลืมไหว้พระนะคะ เชียงแสนเนี่ย .... เมืองโบราณ ” เสียงใสสำทับพร้อมโบกมือไหวๆ พาลให้หัวใจคนหนุ่มวูบไหวตาม เนื้อใจคงกำลังเต้นหวิว มันคงนอนตาค้างคิดถึงหน้านวลๆ ทั้งคืน หนุ่มนักเดินทางถามตัวเองซ้ำๆ ว่าจะรีบปลีกตัวตามบัญชาเธอมาทำไม ทนเซ้าซี้คุยต่อก็ยังได้กว่าเธอจะขึ้นรถ แม้คำตอบจะชัดเจน “ ก็เธอยืนยันจะเอาแบบนี้” แต่นักเดินทางก็ยังใจลอยเพียรถามตัวเองอยู่อย่างนั้น

ข่าวร้ายจากบริกรตามสถานบริการห้องพัก ประชุมบ้างทัวร์บ้างกรุ๊ปใหญ่กรุ๊ปย่อยพร้อมใจกันมาค้างคืนที่เชียงแสน อีกสิบกิโลเมตรห่างไปคือสามเหลี่ยมทองคำจะเหมารถเราไปก็ได้นะ แต่ไม่รับรองว่าจะมีที่พักหรือเปล่า อ้อ ประเดี๋ยวเช็คให้ นี่ไงๆ แต่แพงหน่อยนะเป็นโรงแรมกึ่งรีสอร์ท 5 ดาว คืนละ 2,500

นักเดินทางเดินหลังค่อมย่ำไปข้างหน้า อ่อนใจไร้จุดหมาย ถามคนแล้วคนเล่าจนแรงกายล้าแรงใจล่ม ที่พักเต็ม ร้านอาหารคนเนืองแน่น แม้ร้านรถเข็นชั่วคราวริมเขื่อนเรียงรายทอดยาวยังแทบจะหาที่นั่งไม่ได้ แต่ก็นั่นแหละ ลูกค้าที่นั่งรอกันหน้าสลอนยังไม่ได้รับบริการเลยแล้วคนนั่งใหม่จะต้องรออีกนานแค่ไหน

ย้อนกลับไปยังร้านสะดวกซื้อสโลแกนยี่สิบสี่ชั่วโมง เปิดเบียร์เย็นดับกระหายคลายเรื่องเซ็งๆ หอบกระป๋องเดินกลับมาชิดเขื่อนริมโขง ได้ที่ว่างเหมาะๆ นั่งจมอดีตรุ่งโรจน์ -- อดสู เรื่องรักหวานแหวว -- รักขมล่มสลาย เรื่องสาวขี้เล่นหน้าสวยเสียงหวานยังวนเวียนในคำนึง หน้านวลเด่นชัดกว่าเรื่องราวไหนๆ จึงไม่แปลกที่ยังไม่นึกกลัวสักนิดว่าคืนนี้จะไม่มีที่นุ่มๆให้หลับนอน

********************************************

สามทุ่มครึ่งแล้ว เบียร์ล็อตแรกหมดไป ไม่หิวนักแต่ถึงคราวต้องหาอะไรหนักๆ ใส่ท้องบ้างแล้ว ร้านรวงยังคงคึกคักผู้คนเปลี่ยนหน้าเปลี่ยนกลุ่มไปเรื่อยๆ ตัดใจเช่นเคย...ร้านสะดวกซื้อคือที่พึ่ง

ขณะที่ยืนรอเตาอบไมโครเวฟทำหน้าที่ปรุงอุ่นข้าวกล่อง เครื่องปรับอากาศในร้านนำความเย็นมาให้จนมากเกิน ใจเริ่มกังวลว่าคืนนี้เอาไงดี จะนอนวัดแถวนี้ ... จะดีรึ ยิ่งมีเสียงหวานเตือนขู่ไว้ว่าเมืองนี้มีแต่ประวัติศาสตร์เก่าขลัง สุ่มสี่สุ่มห้าเดินระวังจะเจอดี เฮ้อ -- ป่านนี้น้องคนสวยคงถึงเชียงรายหลับสบายไปแล้วกระมัง

“ ต้องแบกเป้ติดตัวตลอดเลยเหรอคะ” เอาล่ะสิ แค่นึกถึง เสียงนุ่มหูยังตามมาถึงนี่

เขาหันไปยังต้นเสียง ใครถามใครวะ คนอะไรจะมีโทนสำเนียงคล้ายกันซะขนาดนี้

“ อ้าว ... เฮ้ย นี่น้อง ! ... “

ตกใจ ! ประหลาดใจ ! น้องคนสวยมาในชุดเสื้อยืดกางเกงเล มาไงเนี่ย รวบผมเผ้าหน้าขาวนวล กรุ่นกลิ่นสาวหอมอ่อนๆชื่นใจ ใจคนหนุ่มเต้นตึ่กตั่ก

ตะกุกตะกักถามไถ่ กว่าจะได้เรื่องว่าเธอก็มาจัดการมื้อเย็นที่นี่เหมือนกัน วันนี้เชียงแสนคึกคักผิดปกติ คนท้องที่แท้ๆ ยังต้องวิ่งวุ่นหาข้าวกิน น่าอายนัก บังเอิญรถเมล์ไปเชียงรายก็เป็นไปกับเขาด้วย คนขับรถคันสุดท้ายของวันขอตัวไปรับรองเพื่อนฝูงกะทันหัน ได้แต่ฝากคนแถวนั้นขอโทษขอโพยผู้โดยสารมาณ โอกาสนี้ด้วย

“ พี่ชายหนูเป็นตำรวจที่นี่ ตอนเรียนมัธยมหนูก็อยู่นี่แหละ ว่าแต่พี่เถอะ ยังไม่ได้ที่พักเลย แล้วจะไปนอนไหน” แทบจะทันที... เรื่องที่ไม่เคยคาดไว้ เธอเสนอมาให้ด้วยแววตาแห่งน้ำใจล้วนๆ

“ ไปค้างแฟลตพี่ชายหนูก็ได้นะ เดี๋ยวขอพี่ให้ นั่นไงพี่หนู มาพอดีเลย”

ตำรวจในเครื่องแบบสองนายก้าวลงจากรถมอเตอร์ไซค์สายตรวจ คู่หนุ่มสาวที่เพิ่งออกจากร้านโบกมือร้องเรียกชื่อ นายตำรวจหนุ่มที่ร่างสันทัดกว่าเดินตรงเข้ามาหา น้องสาวพี่ชายตกลงอะไรกันครู่เดียว แล้วสาวน้อยก็หันมาแนะนำให้นักเดินทางรู้จัก นายตำรวจยิ้มรับไหว้

“ คุณน่ะเอง ขอบคุณมากที่มีน้ำใจกับไอ้เอื้องเมื่อกลางวัน โชคไม่ดีเลยนะครับวันนี้คงหาอะไรกินยากหน่อย พรุ่งนี้นายกจะมาประชุมผู้นำท้องถิ่นที่นี่ ยังไงก็ตามสบายนะ ขาดเหลืออะไรก็บอก ว่าแต่คุณจบรุ่นไหน ผมจบ 46”


11.53 น. / 28 ต.ค. 51


Create Date : 13 เมษายน 2559
Last Update : 13 เมษายน 2559 1:27:19 น. 2 comments
Counter : 324 Pageviews.

 
สุขสันต์วันสงกรานต์

มีความสุขมากๆนะค่ะ



โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 13 เมษายน 2559 เวลา:21:46:16 น.  

 
สุขสวัสดีปีใหม่ไทยเช่นกันนะคร้าบ


โดย: นายรักษ์ (สมาชิกหมายเลข 3115170 ) วันที่: 14 เมษายน 2559 เวลา:10:10:06 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สมาชิกหมายเลข 3115170
Location :
ขอนแก่น Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 3115170's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.