...เขียน Blog นี้...เพราะ Destiny of LOVE
Group Blog
 
<<
เมษายน 2555
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
25 เมษายน 2555
 
All Blogs
 
On the road...with Shinhwa





มีสองพาร์ทนะจ๊ะ....พาร์ทแรก On the road...to see Shinhwa


2nd Day in Seoul (March 24,2012)

 

ตื่นกันมาแบบมึนๆ ประมาณเก้าโมงเพราะเจเจ้มาเคาะห้อง เจ้กะพี่แนนแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยเตรียมออกไปสวยระรานข้างนอก ส่วนเราเพิ่งตื่น หน้ามึน น้ำยังไม่ได้อาบ เลยบอกเจเจ้นั่งรอพีคุงซักพักละกัน เพราะเค้ากะไอ่แป้มไม่รีบ พีคุงกะพี่เบิร์ดอาบน้ำเสดก็ออกไปลันล๊ากะเจเจ้ก่อน วันนี้เค้าไม่อยากตื่นเช้าเพราะต้องเก็บแรงตุนไว้ตอนเย็นด้วย

กว่าจะอาบน้ำทำสวยเสร็จเรียบร้อยก็เกือบ 11 โมง เจอพี่เคกะพี่นิ่มพอดีเลยชวนกันไปหาอะไรกินที่อินซาดง แล้วกะว่าจะเดินเลยไปวัดโจเกซาด้วย เดินชิวกันไปเรื่อยก็เจอวัดเป้าหมายของเรา เข้าไปถ่ายรูปกันนิดหน่อยก็ออกมา คือ...ถ่ายรูปไปให้ที่บ้านดูนิดนึงว่าเที่ยวด้วยนะ มะใช่ส่องผู้ชายอย่างเดียว ออกจากวัดแล้วก็หาข้อสรุปว่าจะกินอะไรกันไม่ได้ซะที เรยกลับมาตายรังที่ร้านอาจุมม่าใกล้ๆ ที่พัก และด้วยความที่อาจุมม่าคงจำได้ว่าแก็งค์แทกุกที่เคยบุกร้านวันก่อนมันมากันอีกแล้ว แถมแซวด้วยว่าวันนี้มากันสี่คนเองเหรอ lost in translation สุดชีวิตแต่ก็พยายามอยากคุยกะเรา...น่ารักดีอ่ะ

กินเสร็จกลับมาตั้งหลักกับเดอะแก็งค์ ณ เกสเฮ้าส์อีกครั้ง เตรียมตัวมุ่งหน้าสู่ Olympic Park สถานที่เล่นคอนเสิร์ต รู้คร่าวๆ จากแผนที่ว่ามันไกลมากๆ แบบต้องข้ามแม่น้ำไปด้วย แถมวันนี้เราใช้ซับเวย์คนละสถานีกับที่ใช้เดินทางปกติ ระหว่างทางกะว่าจะหาคิมบับเป็นเสบียงก่อนเข้าคอนเสิร์ตซะหน่อย แต่ไปถึงเร็วไปนี๊สสส...เค้ายังไม่ขาย -*- เลยตั้งใจว่าจะหามินิมาร์ทตุนขนมติดกระเป๋าไว้กินด้วย เพราะแถวนั้นออกแนวกันดารถ้าหิวขึ้นมาแล้วจะลำบาก

ถ้าดูจากแผนที่ เป้าหมายของเรานี่เกือบเป็นสถานีสุดท้ายเลยแหละ ระหว่างทางไปที่นั่นก็มีคนขึ้นลงเรื่อยๆ และเราก็ได้เจอกับ ‘น้องส้ม’ ขึ้นมาบนขบวนเดียวกะเราด้วย มองปร๊าดเดียวก็รู้ว่าคุณน้องเธอเป็นชินชาง (Shinhwa Changjo) แน่นอน พวกเราก็คุยกันขำๆ ว่าตามอิน้องคนนี้ไปไม่หลงแน่นอน นั่งไปซักพัก อิน้องส้มหายไปจากขบวน เราก็มองๆ กันนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ตาม แต่ดันพลาด...อิรถไฟขบวนนี้มันดันไม่ไป Olympic Park ฮ่ะ (มันมีทางแยกสองทาง แต่เราไม่ได้ลงไง แล้วรถไฟมันก็ไปอีกทางซะงั้น) พวกเราเลยต้องนั่งรถไฟย้อนมาหนึ่งสถานี...เก๊าะเท่ากับลงสถานีเดียวกะอิน้องส้มมะกี้อะแหละ พอลงจากรถไฟที่สถานีปั๊บ...เราก็พบกับคลื่นมหาชนจากทั่วสารทิศ 99.99% เป็นผู้หญิง มุ่งหน้าออกจากสถานีเช่นเดียวกันกับเรา

แต่...เรายังไม่ตามออกไปค่ะ ต้องตุนเสบียงก่อน แวะเซเว่นที่ซับเวย์น่ะแหละ ของเราได้นมกล้วย 1 ขวดกะแซนวิสชิ้นใหญ่ (กัวไม่อิ่ม) ยัดลงกระเป๋าได้พอดีๆ วันนี้เรากะพีคุงต้องไปต่อแถวรับบัตรด้วยเลยรีบชิ่งไปก่อน แต่...ยังไม่ทันถึงบูธรับบัตร โดนดักด้วยบูธขายของ Official หน้างาน ด้วยความที่กลัวจะไม่มีแท่งไฟสีส้มโบกกะเค้าเรยรีบชิ่งไปซื้อซะ 7 อันก่อน

เสดภารกิจของที่ระลึกก็รีบไปต่อแถวรับบัตร อิป้ายหน้าเต็นท์ก็ช่วยกูละเกิน เป็นภาษาเกาหลีทั้งหมด -*- มีแค่ A-E แค่เนียะที่พอจะเข้าใจได้ เราก็ตีความง่ายๆ กรุจองตั๋วโซน E ไว้นี่หว่า ต่อแถวนี้สิ เราเก๊าะไปยืนต่อแถวกะเค้า ดึงพาสปอร์ตพร้อมใบจองออกมา ยื่นให้เจ้าหน้าที่


เจ้าหน้าที่เค้าถอนใจเล็กๆ แล้วบอกเราว่า...ชื่อคุณเนี่ย S นะคะ เชิญต่อแถวด้านโน้น


อ้าว...แสรด ก็ไม่เสือกทำป้ายบอกวะ (เค้าบอก...แต่เมิงอ่านไม่ออกแค่นั้น) แต่...จุดนี้สาวไทยไม่แคร์ใครอยู่แล้วเลยเดินชิวๆ ไปแถว S (อิแถวนี้สั้นกว่าเดิมอีก รู้งี้กุไม่ยืนคอยให้เมื่อยหรอก) ได้บัตรมาป๊าบบบ...แบ่งสมบัติ ตั๋วใครเป็นใคร แจกจ่ายแท่งไฟ ดูเวลานาฬิกาแค่สามโมงกว่าๆ ภารกิจก่อนเข้าคอนฯเสดหมดแล้ว เลยชวนกันไปหลบลมหนาวซะหน่อย ถ่ายรูปหน้าคอนฯ กันเป็นที่ระลึก ก่อนทำลายเสบียงที่ตุนไว้เพื่อเป็นกำลังในสี่ห้าชั่วโมงข้างหน้า


จากนั้นเริ่มแยกย้ายเพราะพวกตั๋วยืนต้องไปต่อแถวก่อน นัดแนะกันว่าหลังคอนฯเจอกันแถว ๆ นี้นะ เราฝากเป้ไว้ที่แป้มเพราะไม่อยากมีอะไรเกะกะเวลาดู เดินตัวปลิวตามพี่เคไปหาทางเข้า ยืนงงๆ กันซักพักก็เห็นแถวโซน E ของเราเลข 502 กะ 503 เลยวิ่งไปต่อท้ายแถว ซักพักเริ่มมองไปรอบๆ เอ้ย...มันต้องมีแถบกระดาษบอกโซนที่ข้อมือด้วยนิหว่า เลยรีบวิ่งออกจากแถวเอาหางตั๋วไปแลกกัน แล้ว กลับมายืนต่อท้ายแถวเหมือนเดิม



รอ รอ


และรอ


พอใกล้ๆ 5 โมง สตาฟเริ่มมาเช็คความเรียบร้อยของแถวกับเลขตั๋ว ปรากฎว่าตำแหน่งที่เรายืนน่ะมันไม่ตรง ต้องเลื่อนขึ้นไปอีกเป็นสิบที่เลย (อิน้องเธอจัดแถวได้น่ารักมากค่ะ ลากกรูออกมาจากที่เดิมแระจับยัดลงไปในที่ๆ ต้องการ ใช้คำว่าลากเนี่ย...ถูกที่สุด เพราะอิน้องเธอเปงสาวเกาหลีตัวสูงใหญ่ ผู้หญิงถึกๆ เยี่ยงเค้ายังแทบปลิว) เสร็จสรรพเรียบร้อย ได้เวลาปล่อยเข้าฮอลล์

Photobucket

แหงนดูบนเพดานจะเจอรูปนี้ (ไม่ได้ถ่ายเองนะคะ เซฟมาจากไหนจำไม่ได้เหมือนกัน -*-)

ภาพแรกที่เห็นภายในคอนเสิร์ตคือ...ฮอลล์นี่ไม่ได้ใหญ่มากมายอย่างที่เราคิดไว้เลย (น่าจะเล็กกว่าอิมแพ็คอ่ะ) กำลังอบอุ่นแบบพอดีๆ สาวๆ ที่เข้ามาก่อนก็จับจองพื้นที่ริมรั้วด้านติดเวทีกันไปแล้ว เรากะพี่เคเดินชิวกันมาก เพราะไม่รู้กูจะรีบไปเพื่ออะไร คอนฯ ยังไม่เริ่มหนิ หันมองรอบๆ คิดในใจ...นี่อยู่ในคอนเสิร์ตชินฮวาแล้วจริงๆ เหรอ อารมณ์เหมือนยังไม่ค่อยเชื่อตัวเองเท่าไหร่ เลยฝากพี่เคถ่ายรูปเป็นหลักฐานซะหน่อย


ระหว่างนั้นมันยังไม่ถึงหกโมงแถมยังไม่มีอะไรน่าสนใจ เราสองคนตัดสินใจเซฟพลังงานนั่งแปะมันบนพื้นนั่นแหละ เพราะไม่รู้จะยืนไปให้เมื่อยทำไม อิข้างหน้าจะขาแข็งก็เรื่องของมันละกัน กรูนั่งละ...ไม่แคร์

แถมอุปกรณ์กันหนาวที่จัดเต็มมาสำหรับด้านนอกก็เริ่มเกะกะ ความอบอุ่นเยอะมากค่ะในฮอลล์เนี่ย...เยอะมากจนต้องค่อยๆ ถอดออกทีละชิ้น ผ้าพันคอ แจ็คเก็ท เหลือแค่เสื้อยืดด้านในตัวเดียว


พอใกล้ๆ หกโมง เริ่มเปิดเพลงบั้มเก่าๆ ของชินฮวา ก็นั่งฟังชิวๆ กันไปเรื่อย พอไฟในฮอลล์เริ่มสลัวลงๆ จนเป็นมืดทั้งหมด เราเก๊าะรีบลุกขึ้น เสียงกรี๊ดดังกระหึ่ม แท่งไฟสีส้มเรืองแสงในความมืดทั่วฮอลล์ แต่...ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น เสียงตะโกนเรียก Shinhwa-san ดังขึ้นรอบๆ ตัว จนเราเองก็ต้องประสานเสียงตะโกนเรียกไปกะเค้าด้วย จนประมาณหกโมงสิบได้มั๊ง เสียง intro swanlake หรือ intro T.O.P ดังขึ้น พร้อมเสียงบรรเลงไวโอลินจากอิน้องลูกครึ่งหน้าตาดี โผล่มาตรงกลางเวทีเป๊ะๆ เรียกเสียงปรบมือและเสียงกี๊ดไปได้เยอะอยู่

อิน้องบรรเลงจบ จอภาพหลังเวทีเปลี่ยนเป็นรูปพระจันทร์ในคืนเดือนมืด พร้อมกับหงส์สีดำ 6 ตัว


กี๊ดดดดดดดดดดด.....



รู้โดยสัญชาตญาณว่าผู้ชายมันจะมาแล้ว แหกปากกี๊ดสุดเสียงพร้อมกับโบกแท่งไฟ อ๊ากกกก วินาทีที่รอคอยมาสี่ปี จะมาถึงแว๊ววว


ภาพด้านหลังเปลี่ยนเป็นหงส์บินขึ้นฟ้า แล้วเปลี่ยนเป็นรูปนี้

Photobucket

อ๊ากกกก....แม่มเท่ห์อ่ะ



พักเดียว...ภาพจางไป เปลี่ยนเป็นผู้ชายชุดขาวตัวจริงเสียงจริงค่อยๆ เลื่อนลงมาบนลิฟต์ช้าๆ โอ้...ขนาดเห็นแบบไกลๆ ก็พอจะเดาได้จากรูปร่าง



อ๊าก...อิจินของเค้า หล่อจิงว๊อยยยยยยยยย (กี๊ดสามีก่อนมองคนอื่นไม่ผิดชิมิคะ)

Photobucket

ค่อยๆ ไล่เรียงผู้ชายทีละคนๆ ป๋า พี่เอ็ม ซอง ลุง ดี้ อร๊ายยย...เท่ห์ หล่อ สมการรอคอยถึง 4 ปี จริงๆ เลยค่าาาาา

เราอยู่ห่าง main stage พอสมควร เวลาผู้ชายไปเต้นแถวๆ นั้นดูจากจอจะชัดกว่า พอจบเพลง...เตรียมตะโกนชินฮวาชางโจพร้อมๆ กะเค้า รู้สึกดีเป็นบ้าเลยอ่ะ ^^



จบเพลงแรกก็เข้าสู่การทักทาย พูดว่าอะไรไม่รู้หรอก จำได้แค่มีเสียงกี๊ดกับเสียงหัวเราะมาเป็นระยะๆ จุดนี้อยากหายตัวแระไปโผล่ตอน DVD คอนฯมันวางขายมากๆ อยากรู้จังว่าพูดไรกัน


...เริ่มการทักทายทีละคน


พอมาถึงซองหรือแม่นกของเค้า



...ซองร้องไห้ค่ะ...



พูดได้หน่อยเดียวเองมั๊ง...ร้องไห้จนพูดต่อไม่ได้เลยพักนึง แต่ดูแล้วคงเป็นอารมณ์ปลื้มที่ได้มายืนบนเวทีพร้อมกับเพื่อนๆ อีกครั้งนั่นแหละ แถมแฟนๆ ก็ให้การตอบรับกันดีมาก (ภาพนี้ในคอนฯวันแรกหาดูได้ในชินฮวา ทีวี ตอน 6 ค่ะ)


เกือบร้องไห้ตามซองไปซะแล้วชั้น....


เมาท์มอยเสร็จสรรพ พี่เอ็มก็เริ่มเปลี่ยนบรรยากาศให้คึกคักมากขึ้น วิ่งมาตรง stage กลาง ชวนเมียๆ ร้อง Hey come on พร้อมๆ กัน

ก่อนเริ่ม พี่แกก็โชว์เสต็ปเทพก่อนซะหนึ่งยก

Photobucket

โอ้ว...แม่มค่อดเท่ห์อ่ะ อร๊ายยยยยยยย



คนไรวะ Charisma สุดๆ อ่ะ ไม่ได้หล่อที่สุดนะ แต่เสน่ห์เต็มเปี่ยมจริงๆ


ผู้ชายยังคงเต้นอยู่ที่ stage กลาง เราก็เห็นบ้าง ไม่เห็นบ้าง ก็อาศัยดูที่จอเป็นช่วงๆ แถมอิเพลงนี้มี effect เป็นไฟด้วย ร้อนมาก...ขนาดว่าเราอยู่ไกลละนะ ไอความร้อนยังเผื่อแผ่มาถึงเรย


ต่อไปเป็นเพลงช้า Destiny of love เป็นเพลงสุดท้ายก่อนผู้ชายจะหายตัวไปเปลี่ยนชุด

แค่เจอ VTR คั่นเวลาชุดแรก เดี๊ยนถึงกับสครีมอย่างบ้าคลั่ง เพราะอิจินมันเป็นคนพากษ์ค่า อร๊ายยยยย.....


เป็น VTR เปิดตัวผู้ชายทีละคน เริ่มที่พี่เอ็ม พี่ป๋า ลุง ดี้ ซอง แระอิจินคนพากษ์เดินเข้ามาคนสุดท้าย (เลือดกำเดาแทบออกตะหมูก มันใส่เสื้อคอกว้างเมิ่ก เหงแระจิ้นไปถึงไหนต่อไหน ว๊ากกกกก)




(VTR ตัวนี้นั่นแล..แทงยูพี่เคที่หามาให้ อิอิ)

ได้คำแปลคร่าวๆ จากเมียเกาฯล่ามใจดีที่นั่งข้างพี่แนน ประมาณว่า..ตอนนี้มีบริษัทเป็นของตัวเองแล้วนะ มี CEO สองคน ส่วนรายละเอียดสรรพคุณอื่นๆ ที่อิจินนินทาพี่ๆ น้องๆ ในคลิปนั้น รอใน DVD กันนะคะ

กะลังเพลินกะ VTR พักเดียว intro wild eye ดังขึ้นพร้อมเปิดตัวผู้ชายของเราในชุดสีส้ม ชอบมากๆ กับภาพ CG ด้านหลังที่เป็นรูปอิหกคนเหมือนกระโดดทะลุกระจกออกมา โอ้ว...เท่ห์ที่สรวดดดด...

Photobucket

ต่อด้วย Perfect Man พอเริ่มถึง Time Machine ผู้ชายเริ่มกระจายออกจาก stage กลางมาลันล๊าแถวเวทีใกล้ๆ ที่เรายืนอยู่ จุดนี้วิ่งแบบไม่คิดชีวิตเข้าไปดูให้ใกล้ที่สุด รู้สึกจะเป็น ดี้ ซอง ลุง ที่จะมาตรงโซนเราก่อน ขอเมาท์นิดนึง...ผิดความคาดหมายกะดี้มาก รู้สึกความน่ารักลดลงไปนะ แต่มันไปเพิ่มความหล่อขึ้นเยอะมากอ่ะ แมน...ค่อดๆ แทบไม่เหลือคราบมักเน่บ้องแบ๊วที่เต้น heart dance ซักนิด ส่วนอิลุงคิมหล่อสมคำร่ำลือ แต่เสียดายตัวเล็กไปหน่อย ส่วนซอง รู้สึกว่าผอมกว่าตอนมาไทย แต่ช่วงไหล่รู้สึกจะเฟิร์มขึ้นนะ เสพความหล่อของสามคนได้ซักพัก ก็สลับเป็นป๋า จิน พี่เอ็ม ว๊ากกกกกกกกกกก ผู้ชายที่รักทั้งสามมาพร้อมกัน สารภาพตรงนี้เลย จินก็หล่ออย่างที่คิด ป๋านี่ก็เคยเห็นแล้ว ปรากฎว่าสายตาเดี๊ยนล็อคเป้าหมายอยู่ที่พี่เอ็มนานมากอ่ะ คนอะไรไม่รู้ เตี้ยแต่โคตรเท่ห์เลยอ่ะ ^^


มาถึง How Do I say ผู้ชายวิ่งไปกองรวมกันที่ stage หน้า VIP จุดนี้แหละ ได้เห็นเบื้องหลังอย่างแท้จริง แอร๊ยยยยยย...ได้เล็งซอกคอของทั้ง 6 คนสมใจอยากแระค่ะ

เพลงสุดท้ายของช่วงนี้คือ eusha eusha ก็วิ่งกลับไป stage กลางอีกรอบ


แล้วผู้ชายก็หายไปอีกครั้ง


ตัดสลับมาที่ VTR เดิม เป็นภาพผู้ชาย 6 คนทักทายกันในห้องประชุม แบบประมาณไม่ได้เจอกันนานมาก อร๊ายยยย....กี๊ดอย่างสุดเสียงอีกครั้งเพราะมันทำออกมาได้น่ารักสุดๆ ใครจิ้น Y ก็เตรียมฟินกะฉากนี้เลยนะ

ผู้ชายเปลี่ยนชุดอีกรอบ ออกมาเป็นชุดนี้ กับเพลงที่เราชอบมาก On the road ฟังไปโดยที่ไม่รู้ความหมาย ทำไมได้ยินแล้วอบอุ่นแปลกๆ บอกไม่ถูกเหมือนกัน

Photobucket

พอร้องใกล้จบก็ไปที่ stage หน้า VIP อีกรอบ ขึ้นลิฟต์เดี่ยวแบบรูปนี่แหละ

Photobucket


ซักพักผู้ชายก็ถอดเสื้อคลุมนั่นออก อิชุดด้านในนี่เท่ห์อ่ะ อ๊ากกกกกกก...มาพร้อมกับเพลง RUN


จากนั้นต่อด้วย Deep Sorrow มีแอบ Y หลายช็อตด้วย รอดูใน DVD ละกัน

Photobucket


ต่อด้วย wedding ก่อนเข้าไปเปลี่ยนชุดอีกรอบ

Photobucket


จำไม่ได้ละว่า VTR รอบนี้เป็นอะไร จำได้แค่มันหายไปนานผิดปกติ ไปโผล่อีกทีที่ stage ด้านหน้าอัฒจันทร์ พร้อมกับ Once in a lifetime

ต่อด้วย I pray for u เรียกว่าเป็นช่วงโบนัสของแฟนๆ แถวอัฒจันทร์เพราะผู้ชายย้ายมาขึ้นเวทีแบบเลื่อนทักทายประชาชีได้ทั่วถึงมากๆ แถมเพลงนี้ก็ลันล๊ากันสุดๆ น่ารักอ่ะ


ผู้ชายหายไปเปลี่ยนชุดอีกรอบและกลับมาพร้อมเพลง Hurt ในบั้มชุดใหม่ ซองก็เสียงโคตรเทพ อิป๋าแม่มก็แร็พโคตรเท่ห์ โอ๊ย...ไม่ไหวจะกี๊ดจริงๆ ณ จุดนี้ และต่อกันทันทีด้วย Venus กี๊ดดด...สุดพลังอย่างต่อเนื่อง ชอบมากกกกอ่ะ เท่ห์จริงๆ ให้ตาย ว๊ากกกกก...เดี๊ยนอยากเปงแดนเซอร์ ได้จับ...ลูบ...คลำ อย่างใกล้ชิด อิจฉาที่สรวดดดดดดด




ต่อมาก็ brand new เจอเสต็ปเทพแบบ Venus เข้าไป brand new เลยกลายเป็นท่าแบบธรรมดามากๆ อ่ะ ณ ตอนนี้สังขารเริ่มไม่ไหว...ปวดขาโคตรๆ แสบคอ อยากกี๊ดต่อแต่เสียงเริ่มไม่ค่อยมีละ


แล้วผู้ชายก็หายไป.....

แฟนๆ เริ่มตะโกนให้ encore

ซักพัก...ผู้ชายก็กลับมา จริงๆ ค่า....โผล่มาจากพื้นเวทีแบบนี้...




โอ้ววววว...ทำไมเสื้อฮูดรุ่นเน้ไม่มีขายแว๊ ถ้าขายเสื้อพร้อมคนใส่ เดี๊ยนขอทุ่มสุดตัวฮ่ะ


กระโดดโลดเต้นไปพร้อมกะผู้ชายด้วย Yo และต่อด้วย OH อิพี่เอ็มวิ่งมาสาดน้ำมนต์แถวเค้าด้วยนะ แต่คนเยอะ เลยไม่ถึงเราอ่ะ

Photobucket

ช็อตไอ่ป๋าแกล้งน้อง


ก่อนผู้ชายจะ Bye Bye stage ก็มีเค้กโผล่มาตรงกลางให้เราได้ HBD ชินฮวากัน ^^

Photobucket

มีอัปปาของจิน ออมม่าของป๋า พี่เอ็ม ลุง ซอง และคุณยายของดี้ขึ้นมาแสดงความยินดีบนเวทีกันด้วย รู้สึกว่าดี้เริ่มจะร้องไห้นำไปก่อนคนแรกแล้ว คุณพ่อชาร์ลี (ขออนุญาตเรียกแบบทางการนิดนึง พ่อสามีเค้าเอง) เป็นตัวแทนจากครอบครัวทั้งหมดอวยพรให้ผู้ชายของเราค่ะ จุดนี้อิจินเริ่มก้มหน้าแล้วหล่ะ คิดในใจ...สามีกรูเป็นรายต่อไปแน่ๆ แล้วก็จริงตามที่คิด พอเห็นมันร้องไห้ เราก็เริ่มน้ำตาซึมอะค่า T-T งือออ...อินว่ะ เป็นโรคเห็นน้ำตาผู้ชายไม่ได้ (รู้สึกราวกับว่าเดี๊ยนเป็นหนึ่งในครอบครัวของเค้าไป ช็อตนี้เค้าดูภาพจากจอนะ เพราะยืนใกล้ๆเวทีก็จริง แต่เห็นแค่ด้านหลัง

Photobucket


ก่อนจบเก๊าะมีการปล่อยลูกโป่งสีส้มตามธรรมเนียม เรากะพี่เคก็แค่หยิบติดมือมา 1-2-3-4-5-6 และ 7 ลูก...แค่เนียะ ก็เผื่อเดอะแก็งค์ที่อยู่โซนด้านบนไรงี้ไง

คอนฯ วันแรกจบด้วยความประทับใจและลันล๊ามากกกกที่สุด เห็นตอนนั้นไม๊ ป๋าหอมแก้มซองอ่ะแกล้งทำลื่นนะ ดี้หล่อเนอะ ซองทำผมทรงนี้เวิร์คอ่ะ ฯลฯ ปากก็ทำงาน มือก็แกะลูกโป่งก็ไปเรื่อย กว่าเราจะได้ขยับจากจุดนั้นก็เกือบๆ ครึ่งชั่วโมงได้มั๊ง

พอจบคอนฯ ความเจ็บปวดก็เริ่มเข้าหา ปวดขา แสบคอ อยากพักที่สุด เดอะแก็งค์มีโปรแกรมไปกินเนื้อย่างต่อ ส่วนเรารู้ตัวเลยว่าไม่ไหวแล้ว ขอกลับที่พักด่วนที่สุด ส่วนไอ่แป้มเห็นว่าเหมือนจะป่วยเลยแยกกลับที่พักกันก่อนสองคน แต่ไม่ลืมที่จะตุนมาม่าและขนมอีกนิดหน่อยเข้าไปด้วย

แต่ก่อนนอนยังไม่วายอัพรูปนี้

Photobucket


3rd Day in Seoul (March 25,2012)

วันนี้ออกจากที่พักเช้ากันนิดนึง (นิดนึงจริงๆ แต่สายกว่าพีคุง พี่เบิร์ด เจเจ้ พี่แนน แหะๆ ) เพราะเรามีโปรแกรมไปซื้อของที่ระลึกที่อินซาดงด้วย เดินกันแบบเรื่อยๆ แวะดูราคา เข้าร้านนั้น ออกร้านนี้ ได้ของฝากติดไม้ติดมือพอสมควรก็ไปหาอะไรใส่ท้อง ลงเอยที่ร้านบรรยากาศดีในซอยเล็กๆ แป้มเลือกอะไรซักอย่างที่เหมือนเส้นขนมจีน ส่วนเรา..ต็อกบกกีแบบทะเล (หน้าตาในรูปดูน่ากินสุดละ) พอเห็นจานที่มาเสิร์ฟ เอิ่ม.... สาบาน...ว่าต้องกินกันแค่สองคน -*- (แต่หมดนะคะ 5555)

Photobucket

นั่งแช่กันอยู่ในร้านนั้นซักชั่วโมงกว่าได้มั๊งกว่าจะได้ออกมาเดินเที่ยวต่อ มองดูนาฬิกาเที่ยงครึ่งกว่าเข้าไปละ ตัดสินใจจะเดินกลับที่พัก เอ๊า...เจอแก็งค์ของพีคุงกะเจเจ้ เมาท์กันนิดหน่อยก็รีบแยกย้ายเพราะต้องรีบไปที่อื่นต่อ ส่วนเราพอผ่านร้านสกินฟู๊ด...แวะอีกแล้ว เสียตังค์อีกแล้ว เห็นแก่ของแถมแพ็คใหญ่ ไปซื้อมาสก์หน้ามาเพิ่มอีก พอซื้อเสร็จรีบเดินกลับที่พักเอาของไปเก็บ ก่อนเดินจ้ำอ้าวไปขึ้น subway สายสีม่วงทันที


ณ ขณะนั้นอิสองคนมันมิได้สังวรณ์กันเล๊ยว่าวันนี้คอนฯมันเริ่มเร็วกว่าเดิม 1 ชั่วโมง กร๊ากกกกกกกกกกกก


ระหว่างนั่งรถไฟ...แป้มหันมาบอก “พี่จิ๋ว...ใบรับตั๋วมันอยู่ที่เค้าเนี่ย” เราสองคนสื่อสารกันทางสายตาได้ว่า ‘โดนด่าแน่ๆ มึงเอ๊ย....’

แถมไอ่แป้มก็โดนโทรตามพร้อมประโยคสั้นๆ ได้ใจความ ‘มาถึงตอนบ่ายสองนะ’ แป้มมันตอบกั๊กๆ ไปว่า ‘ประมาณนั้นแหละ’



ก่อนจะออกไปถึง Olympic park มีพวกพ่อค้าแม่ค้าขายแท่งไฟตามทางเยอะมาก รวมทั้งที่คาดผมที่ใช้กระดาษคาดเป็นโบว์สีส้ม ไอ่แป้มหันมาถาม ‘พี่จิ๋ว ซื้อนี่กันเหอะ’ กรุ ‘เอาจริงเหรอ’ ใช้เวลาตัดสินใจกันอยู่ 0.05 วิ เราทั้งคู่ได้ที่คาดผมมาสองอัน ชิ้นละ 1,000 วอน


ลันล๊ากันได้แป๊บเดียวก็ต้องรีบเดินจ้ำอ้าวไปหาพี่ๆ ทั้งสองทันที (เวลาขณะนั้น 14.30 เวลาเกาหลี คิคิ)


....เดาไว้ไม่ผิดชิงๆ ด้วย โดนเหวี่ยงใส่ไป 1 ดอก กร๊ากกกกกกกกกกก


แต่เราไม่ได้ดราม่าอะไรกันใหญ่โตนะ นิ่งๆ อึนๆ และเดินตามไปเงียบๆ ก็พวกเค้ามาช้าจริงๆ นี่นา ถ้าเราผิดเก๊าะควรรับผิดกันดีๆ ชิมิคะ ^^



วันนี้พี่นิ่มได้ตั๋วโซนยืนเลยแยกตัวไปก่อน ส่วนที่เหลือเป็นที่นั่งแยกเดี่ยวทั้งหมด มีแค่เค้ากะแป้มสองคนได้ที่นั่งคู่โซน 38 เบอร์ 7 กับ 8 ที่เป็นแถวหน้าสุดของโซน ด้านหน้าเป็นทางเดิน เลยไปอีกนิดเป็นพื้นที่ถ่ายภาพของ press คนละอารมณ์กะเมื่อวานมากๆ วันนี้เราได้มองภาพจากมุมกว้าง แถมพวกตั๋วนั่งนี่รู้สึกความกดดันจะน้อยกว่าตั๋วยืนเยอะอ่ะ แบบ...อยากเข้าเมื่อไหร่ก็ทยอยเข้าไป หรืออยากออกมาเข้าห้องน้ำก็เดินใกล้นิดเดียว เห็นบางคนเค้าออกมาซื้อน้ำ ซื้อขนมกิน เออ...สบายดีเนอะ

Photobucket

(ถ่ายได้หนึ่งรูปถ้วนแบบแอบๆ เพราะกัวอิสตาฟด้านขวามือแหล่กตับ -*-)


ระหว่างรอก็เอาอิที่คาดผมมาลองใส่เล่น

Photobucket


แต่..เราต้องใส่ให้มันหันไปคนละทางค่ะ โบว์ใหญ่จัด...มันตีกัน

มองลงไปที่โซนยืน...นึกถึงตัวเองตอนเมื่อวาน


วันนี้พี่นิ่มคงได้ไปสนุกสนานกะโซนยืนบ้าง


พี่เคอยู่สุดโค้งด้านนี้ เจเจ้อยู่โค้งด้านโน้น พีคุงอยู่โซนเกือบกลาง พี่แนนโซนเดียวกันแต่เยื้องเราขึ้นไปสองแถว กระจายตัวกันรอบๆ ฮอลล์เลยหล่ะ

วันนี้เราได้นั่งติดกะสาวงามค่ะ เธอมาคนเดียว (ไอ่แป้มบอกศัลย์มาแล้วแน่ๆ) ผอม สูง เพรียว แต่งตัวงามเลิศ จิกบูทส้นสูงงามสง่า เมียต่างแดนหน้าตาเบๆ สองคนรู้สึกขี้เหร่ไปในบัดดล เธอมานั่งป๊าบบบ...จัดแจงวางกระเป๋าบนตัก จากนั้นชีสะบัดผมทางซ้าย แล้วย้ายมาสะบัดทางขวาต่อ จัดแจงนั่น...นี่...โน่น และจบที่...ฉีดน้ำหอม

ณ จุดนั้นกรูกะไอ่แป้มอยากจะหายตัวไปโผล่ที่หลังเวที (ไม่ใช่แระเมิง) หรือที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ตรงนี้อ่ะ เพราะกลิ่นมันแรงมากกกก (คอนเฟิร์มว่าน้ำหอมเธอก็หอมปกตินี่แหละ แต่ความที่อยู่ในระยะใกล้จัด หอมมากไป..มันเมานะคะ )

เราจามไปหนึ่งรอบถ้วน ก่อนหันไปบ่นกะไอ่แป้มเป็นภาษาไทยเป็นระยะๆ ‘แม่ม...สะบัดไรนักหนาวะผมเนี่ย’ ‘ฮึ้ยยยย...สวยแบบไม่ต้องเผื่อแผ่กรุนักก็ได้’ และ ‘กรุเกลียดอินี่ ’


นินทาเค้าเสร็จสรรพ..เข้าเรื่องของเราต่อเหอะ ^^’


พอใกล้ๆ เวลาคอนเสิร์ตจะเริ่ม เหล่า press ก็เข้าประจำที่ โซนฝั่งที่เค้านั่งรู้สึกจะเป็นพวกภาพนิ่ง พวกสถานีโทรทัศน์ต่างๆ รู้สึกจะอยู่โซนขวามือมั๊ง เห็นเลนส์ของแต่ละสำนักข่าวแล้ว โอ้...มันช่างอลังการซะจริง หน้าเลนส์ใหญ่กว่าหน้าเค้าอีก ไม่แปลกใจเลยว่าภาพที่ออกมาจะมันจะสวยงามคมชัดขนาดนี้

Photobucket

(ชอบรูปนี้เป็นการส่วนตัว...เพราะอะไรคงไม่ต้องบอกเนาะ )


ด้วยความที่เราทำงานด้านนี้ด้วย ความกระหายใคร่รู้เรื่องที่มาของภาพต่างๆ มันเลยเยอะกว่าปกติ หลายๆ ทีที่เรามัวแต่ดูเค้าทำงานจนลืมดูคอน ฯ 5555

เท่าที่เห็น แต่ละสำนักข่าวช่างภาพจะมาพร้อมกล้อง+เลนส์อลังการ+ขาตั้งกล้อง กะผู้ช่วยอีกคนพร้อม notebook สำหรับเลือกภาพ อิช่างภาพด้านหน้าก็กดไป อิผู้ช่วยข้างหลังก็เลือกไป (อยากเข้าไปกระแซะใกล้ๆ แล้วขอก็อปรูปทั้งหมดที่ถ่ายได้มั๊ยคะ) แต่บางสำนักช่างภาพ one man show ถ่ายเสดเลือกเอง ส่งเลย เวิร์คสุดๆ

ไฟในฮอลล์เริ่มสลัวลงเรื่อยๆ เห็นสตาฟเดินนำผู้ใหญ่หลายๆ คนผ่านหน้าเราไป จำได้ชัวร์ ๆ ก็แม่อิป๋า จับมือกะแม่ใครอีกซักคนเดินนำไปก่อน ต่อด้วยผู้ชายหน้าตาดีจำนวนมากเดินตามกันไปเป็นพรวน แถมยังเดินเร็วโคตรๆ (จุดนั้นมองหน้าใครไม่เห็นแล้วนะ เห็นแต่เงาผู้ชายตัวสูงๆ เดินผ่านหน้าไปเยอะมาก)


นึกในใจ..มะวานพี่เคบอกว่าไอ่แทคจะมาดูคอนฯนี่หว่า


เวน...เด็กผู้ชายผ่านหน้าไปโดยไม่รู้ตัวไปซะงั้นอ่ะ


ตอนนี้ไฟมืดหมดละ สาวๆ ในคอนฯโบกแท่งไฟในมือไปทั่วทุกบริเวณ ได้ดูจากมุมสูงแบบนี้ สวยไปอีกแบบเหมือนกันนะ

Photobucket

(ไม่ใช่มุมที่เรานั่ง แต่มันสวยดี)


แต่...มันมีหลุมดำอยู่โซนนึง(ไม่มีแท่งไฟเลย) ก็รู้ว่านั่นแหละคงเป็นโซน VIP ของบรรดาบุพการีผู้ชายและเด็กๆ ไอดอลนั่งอยู่ตรงนั้น

ด้วยความที่ดูมาแล้ววันนึง พอจำคิวได้คร่าวๆ ว่าอะไรยังไงตรงไหน ตอน intro ที่เป็นเดี่ยวไวโอลินของน้องลูกครึ่ง เราไม่ได้ดูน้องเลยค่ะ มัวแต่ดูช่างภาพถ่ายรูป 5555

ขนาดเริ่มคอนฯไปแล้ว เค้าก็ยังมองอยู่แค่สามที่ มองผู้ชายบนเวที มองภาพในกล้อง มองภาพที่โหลดใน Notebook ชอบของสำนักข่าวนึงมากเลย คาดว่าจะตั้ง motor drive ไว้อ่ะ ได้ยินเสียงชัตเตอร์รัวตลอด แระคนเลือกภาพข้างหลังก็กดดูภาพแบบเร็วๆ เหมือนเรากำลังดู animation อยู่เลย หยั่งรูปที่พี่เอ็มโชว์เต้นเดี่ยว เค้าก็เปิดเลือกทีละเสต็ปเลยว่าช็อตไหนดีสุด อร๊ายยย...อยากทำงานแบบเน้บ้างง่ะ ท่าจะมีความสุขดีเนอะ

กลับมาที่บนเวทีต่อ เรื่องคิวเพลงก็เป็นตามเดิมนั่นแหละ อ้อ..คราวที่แล้วรู้สึกจะเขียนขาดไปสองเพลงมั๊ง หลังจาก destiny of love รู้สึกจะต่อด้วย just one more time แล้วก็ Gonna be alright หรือไงนี่แหละ แต่ที่ไม่เหมือนเดิมแน่ๆ เลยคือ อิวันนี้ผู้ชายมันพูดม๊ากกกกมาก มากจนแอบคิดว่า...เมิงจัดทอล์คโชว์ไปเลยมะ (ที่พี่เอ็มเคยบ่นเมมเบอร์ว่า ไม่ช่วยกันพูดบนเวทีบ้างเลย แต่...วันเวลาผ่านไปสี่ปี แทบไม่มีช่องว่างเหลือให้พี่เอ็มพูดค่ะ มันพูดต่อๆๆๆๆ กันไปเรื่อยๆ อ่ะ แถมเรายังรู้สึกว่า งานนี้พี่เอ็มพูดน้อยลงไปเยอะเพราะโดนเพื่อนแย่งพูด 5555)

แถมยังมีช่วงทักทายไอดอลรุ่นน้องที่มาดูด้วย ถ้าแบบเห็นหน้าเห็นตาแระกล้องจับได้คงเป็น 2pm ไอ่แทค จุนโฮ และน้องหมีชานของเค้า (มาดูพ่อจินนี่เหรอคะลูก) แระยังมีที่กล้องไม่ได้แพนไปถึงด้วย คยูฮยอน ลีทึก ทงเฮ SJ ยูบิน WG TeenTop (รู้เพราะเด็กๆ ทวิตกันว่าไปดูคอนชินฮวามา) แล้วก็พวกนักร้องรุ่นพี่ที่เราไม่รู้จักชื่ออีกเยอะอ่ะ ปลื้มใจแทนผู้ชาย...ได้เป็นต้นแบบของรุ่นน้องๆ ^^ และด้วยความที่รุ่นน้องมากันเยอะนี่แหละ รู้สึกได้เลยว่าวันนี้ผู้ชายจัดเต็มกะทุกๆ โชว์อ่ะ แบบปล่อยของสุดๆ

ผ่านไปซัก 5 หรือ 6 เพลงนี่แหละ การ์ดในชุดสูทดำเดินมาแถว press คงประมาณมาบอกว่าหมดเวลาถ่ายภาพแล้ว ทีมงานทั้งหมดก็ทยอยเก็บของออกไป โอ้ว...ตรงหน้าเค้าปลอดโปร่งที่สุดแล้วค่ะตอนนี้

ดูคอนเสิร์ตในมุมสูงแบบนี้ถึงจะเห็นหน้าผู้ชายไม่ชัด แต่สิ่งที่เราได้รับคือบรรยากาศทั้งหมดค่ะ แสง สี เลเซอร์ ทุกอย่างมันได้รับการออกแบบและวางแผนมาอย่างดี ลงตัวที่สุด (เห็นทวิตของ CEO LW ตั้งแต่ก่อนคอนฯแล้วว่า ช่วงนี้เกาหลีจัดประชุม Nuclear Summit ไม่อนุญาตให้ใช้ effect ระเบิดทุกชนิด แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกว่าคอนเสิร์ตมันขาดอะไรไปเลยนะ)

ว่าแล้วก็เมาท์เรื่องสาวงามข้างๆ เดี๊ยนต่อ พอถึง VTR ช่วงที่ 3 เธอหันมาหาเราแล้วชี้ๆ เหมือนอยากจะบอกอะไรซักอย่าง เดี๊ยนก็ยิ้มให้ แบบ..อยากรู้ว่าเธอจะสื่ออะไร เลยถามไปว่า ‘Can u speak English’ แต่เธอตอบกลับเดี๊ยนมาด้วยภาษาเกาหลีฮ่ะ -*- เราหันไปมองไอ่แป้ม ประมาณ...ช่วยกรุหน่อยดิ ไอ่แป้มเลยคิดได้ว่า ‘เค้าจะบอกว่าผู้ชายจะโผล่มาตรงนี้อะป่าว’

อ่ออออ....เก็ทละ

นางผู้นี้มีน้ำใจเหมือนกันแฮะ... เราเลยขอ confirm อีกที (ด้วยภาษามือว่า) ชินฮวาจะโผล่มาตรงนั้นชิมิ เธอพยักหน้ารัวๆ ว่า ถูกต้องนะค๊า พร้อมกับรอยยิ้ม


ซักพักผู้ชายมันกะโผล่มาอย่างที่เธอบอก (ซึ่งกรูก็รู้แล้วเหมือนกันแหละ) ระหว่างจบเพลงเธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจิ้มๆ ซักพักแระชี้ชวนให้เราดูลิสต์เพลงที่จะร้องต่อไปฮ่ะ โอว...เอื้อเฟื้อกะกรูจริงๆ ค่ะอิน้องนางผู้นี้ อิที่ด่าๆ ไปตอนแรก ถอนคำพูดละ ^^


แระอยากจะบอกว่า เธอคงเป็นชินชางระดับตัวแม่ใช้ได้ เธอร้องตามได้ทุกเพลง ทุกท่อน ไม่เว้นแม้กระทั่งช่วงแร็พ -*- เทพชิงๆ ฮ่ะ

ส่วนโมเมนต์บนเวทีที่จำได้อะเหรอ....อิป๋าทำ mission หอมแก้มซองได้สำเร็จนะคะ หาโอกาสมาตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้สำเร็จแล้วเพราะได้จังหวะตอนซองเผลอ คริ คริ อ้อ...อีกอันที่ขำกันจนน้ำตาไหล คอนฯ นี้ รู้สึกอิลุงคิมจะโดนแกล้งบ๊อยบ่อย พอลุงงอนมันก็จะเดินไปด้านหลัง แล้วให้เพื่อนมาง้อ เป็นป๋ามั่ง หรือบางทีก็พี่เอ็ม แต่มีช็อตนึง...ลุงทำเหมือนงอน ลงไปนั่งยองๆ หน้าเวทีแล้วทำอะไรซักอย่างกับกระดาษ เราก็คิดว่างอนแบบ...เออ ไม่ต้องสนใจกูกะได้ กูหาอะไรทำเองก็ได้ แต่...อิลุงมันลงไปฉีกกระดาษสองแผ่น เอาเหงื่อมาแปะๆ แล้วทำเป็นน้ำตาไหล กร๊ากกกกกกกกกกกก....จุดนี้เดี๊ยนไม่คิดว่าลุงจะทำไปได้

Photobucket

(พี่นิ่มหามาได้...เีราก็ไปจิ๊กพี่นิ่มมาอีกที คิคิ)

พอช่วงใกล้ๆ จบก็เป็นช่วงเต้นโชว์เดี่ยว เดี๊ยนหัวใจจะวายตั้งแต่ตอนไอ่ป๋าละ มันก็เต้นแซมบ้าตามประสามันนี่แหละ เต้นอย่างเมามันส์แล้วก็ไหลๆๆๆ ลงไปข้างเวที (เวทีมันลาดลงนิดหน่อย กลัวมันตกน่ะ) มาถึงซอง...เธอโชว์เต้นอะไรซักอย่างที่ hardcore กว่าปกติ แถมใช้เข่าเยอะด้วย...ใจหายอีกรอบ แต่พอเต้นแล้วเสร็จวิ่งกลับได้ปกติก็...โล่ง มาถึงแอนดี้...มันโชว์เต้นแบบเจ็บตัวอีกแล้ว (แบบใน xman german) เต้นเสร็จจับบั้นเอวไปด้วย อาจจะโดนกระแทกรึเปล่าไม่รู้ (หลังจากนั้นก็มีข่าวว่าดี้เจ็บหลัง...วันหลังอย่าเล่นแบบนี้อีกเรยว่ะ เมียๆ ใจจะขาด)

อารมณ์ความสนุกสนานกำลังจะถึงขีดสุดต่อเนื่องไปจนถึงช่วง encore ที่ผู้ชายต้องเทคตัวจากลิฟต์ใต้เวทีโดดขึ้นมาใหม่ แต่...มีใครซักคนแถวหลังสุดล้มลนอนกับพื้น (เราอยู่ไกล..ยังไม่แน่ใจว่าใครและกล้องไม่ได้จับ) ไล่ๆ มาดูด้านหน้า ใครหายไปฟระ แถมยังแอบคิด...มันอำป่าววะเนี่ย (บ่อยครั้งที่พวกมันชอบลงไปนอนกะพื้นเวที....กรูแยกแยะลำบาก) นึกต่อไปอีก...อย่าบอกว่าเป็นซองนะ เฮ้ยยยย.....

หันไปมองอิน้องสาวเกาหลีด้านข้าง ถามเพื่อคอนเฟิร์มอีกรอบดิ๊ “Hyesung?” เธอพยักหน้ารัวๆ ด้วยสีหน้าตกใจมาก เลยหันมาคุยกะแป้ม...เฮ้ย ทำไมมันนิ่งไปนานเลยวะ...เป็นไรมากมั๊ยอ่ะ
ซักพักอิสตาร์ฟด้านหลังมาอุ้มออกไป คือแบบ...ความรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุนอ่ะ ทำไมวะ...จะจบแล้วนะ อีกนิดเดียวเอง พี่เอ็มกะป๋าพยายามแก้ไขสถานการณ์ปลอบใจเมียๆ ประมาณว่ากำลังพาไปโรงพยาบาล ไม่ต้องห่วง
แต่อิสามคนที่เหลือก็วิ่งไปดูที่หลังเวที ซักพักใหญ่ๆ จิน ดี้ ลุงก็ออกมาเตรียมร้องเพลงสุดท้าย...เราเข้าใจนะว่า the show must go on ยังไงก็ต้องปิดคอนเสิร์ตให้ได้แม้จะเหลือบนเวทีแค่ 5 คนก็ตาม
แต่ตอนนั้นอารมณ์มันไม่ใช่แล้วอ่ะ อิน้องด้านข้างกรูปิดแท่งไฟ หยิบกระเป๋าแระเดินออกไปเลยค่ะ (ท่าทางจะ main ซองแน่ๆ)

ผู้ชายที่เหลือร้องอีกเพลงเดียวก็โบกมือบ๊ายบาย จุดนี้ไม่มีใครขอให้ encore หรืออะไรทั้งสิ้น เพราะทุกคนต่างก็เข้าใจว่าตอนนี้ความรู้สึกมันไม่ปกติแล้วแน่นอน แป้มหันมาบอก ‘เค้าว่าวันนี้มีคนกินข้าวไม่ลงแน่ๆ’ เออ กรุก็ว่างั้นแหละ -*-

ลูกโป่งสีส้มที่อยู่ด้านบนถูกปล่อยลงมาแบบเหงาๆ คนละอารมณ์กับเมื่อวานอย่างสิ้นเชิง เรากะแป้มนั่งแช่กันอยู่พักใหญ่กว่าจะลุกออกมาเพราะเชื่อว่ายังไงวันนี้แต่ละคนยังไม่พร้อมจะรีบออกไปชัวร์ๆ


แล้วก็จริง...ออกไปเจอพีคุงนั่งรออยู่คนเดียว ดูแววน้องคงร้องไห้มาแล้ว ส่วนเรา...น้ำตาไม่ไหล แต่รู้สึกอื้อๆ ยังไงบอกไม่ถูก รออีกพักใหญ่กว่าที่เหลือจะตามมาสมทบกันครบ สภาพเมียๆ ซองทั้งหลายผ่านการร้องไห้กันมาแล้วทั้งสิ้นค่ะ เราเองพยายามประหยัดคำพูดที่สุดเพราะไม่แน่ใจในสภาพอารมณ์แต่ละคน คิดได้แค่...ไปหาอะไรกินแล้วรอเช็คข่าวละกัน ยังไง shincom ต้องทวีตแน่ๆ เพราะรู้ว่าแฟนๆ เป็นห่วง

โปรแกรมหลังคอนฯ วันนี้คือไป Born Bar แถว apgujeong ร้านที่อิลุงคิมเคยแนะนำไว้ในบล็อก มีเมนูแนะนำคือ สปาเกตตี้กิมจิ แน่นอน...พวกเราก็สั่งเมนูยอดฮิต พร้อมกับค็อกเทลคนละแก้ว ใครมีไอโฟนก็นั่งเช็คข่าว ดูรูปกันไป พยายามบิ๊วให้บรรยากาศมันไม่หดหู่ พอเจอรูปแต่ละสำนักข่าวเข้าไปก็ทำให้พวกเราดีขึ้นได้เยอะมาก ผู้ชายมันหล่อทะลุรูขุมขนกันเข้าไปเรยทีเดียว

และด้วยความที่วันเสาร์มีรายการ shinhwa broadcast ep2 แต่เราไม่ได้ดูเพราะไปคอนฯ พีคุงเลยเปิดน้อง patty ให้ดูย้อนหลังจากในเว็บฮ่ะ ทั้งดูทั้งฮากันจนลืมอารมณ์เศร้ากันได้เลยแหละ ขำกันจนพนักงานในร้านต้องเดินมาดูกันเรยทีเดียวว่ามันกินยาบ้ากันเข้าไปรึเปล่า แถมระหว่างนั้นก็ได้รับทวิตกันอีกเรื่อยๆ ว่าซองโอเคแล้ว อยู่กันจนเกือบตีหนึ่งได้มั๊งก็ได้ฤกษ์กลับที่พัก กินกันไปไม่เยอะค่ะ แสนกว่าๆ เท่านั้นเอง


ถึงวันนี้ออกแนวเศร้าไปบ้าง แต่เราก็ยังยืนยันว่าประทับใจกับคอนเสิร์ต Shinhwa ‘The Return’ทั้งสองวันมากๆ ค่ะ ผู้ชายหล่อ เท่ห์ เป๊ะเวอร์ การเต้น ดนตรี แสง สี เสียง บรรยากาศโดยภาพรวมมัน perfect สุดๆ และที่สำคัญชางโจทุกๆ คน ที่ได้มีโอกาสมาใช้เวลาดีๆ ร่วมกัน เพื่อต้อนรับการกลับมาของ ’ชินฮวา’ ผู้ชายอันเป็นที่รักของเรา ได้เห็นทั้งรอยยิ้มและน้ำตาทั้งของพวกเค้าร่วมกับชินฮวาชางโจ ทั้งหมดมันจะเก็บเป็นความทรงจำดีๆ ของเราค่ะ เพราะเราเองก็ไม่รู้ว่าปีหน้าจะมีโอกาสดีๆ แบบนี้อีกรึเปล่า (มันเป็นเรื่องยากมากนะที่จะทำให้ทุกอย่างมันออกมาลงตัวได้แบบนี้ เพราะโชคชะตาหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ก็ขอบคุณมากๆ ที่ทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น)



Last Day in Seoul (March 26,2012)


วันนี้จู่ๆ ก็ตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำตอน 7 โมง...แถมเสดแล้วพยายามจะหลับต่อแต่ก็ไม่สามารถ เลยปีนลงมาหยิบไอโฟนที่ชาร์ทไว้ตรงพื้นห้องมาเล่นฆ่าเวลา กี๊ดดดด ทำไมตัวเครื่องมันร้อนเยี่ยงนี้ฟระ....เพิ่งนึกได้ว่า...พื้นห้องมันมี heater นี่หว่า เวร...น้องไอโฟนที่มีอายุยังไม่ครบหนึ่งเดือนดีเกิดอาการ over heat ซะงั้น เค้าขอโต๊ดดดด


ว่าแล้วก็เข้าไปสำรวจเว็บต่างๆ ตามเซฟรูปผู้ชายกันดีกว่า ^^

และแล้วก็มาสะดุดกับ absolutshinhwa

Eng Trans. : On the Road

แอดมินก็บรรยายก่อนนิดนึงว่า เกิดอารมณ์ค้างคาจากคอนเสิร์ตเลยทำให้นอนไม่หลับ เค้าเลยลุกขึ้นมาแปลเพลงนี้

อ่านไปซักครึ่งเพลง...เออ ทำไมน้ำตามันไหลเองได้ฟระ

ไม่รู้ว่ามันเป็นอารมณ์ค้างจากในคอนเสิร์ตจริงๆ เหมือนคุณแอดมิน absolutshinhwa รึเปล่า เพราะเพลงนี้มันหมายถึงความผูกพันของชินฮวากับชินฮวาชางโจแน่ๆ...แบบว่า เราอินโคตรๆอ่ะ

นึกในใจว่ากลับไทยแล้วต้องแปลเพลงนี้ให้ได้

ทำไปแล้วด้วย

ว่าแล้วก็แปะซะอีกรอบ..


Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

(Eng ไม่เก่งเท่าไหร่นะคะ แค่ทำสนองนี๊ดตัวเอง อย่าเอาไปอ้างอิงที่ไหนเลยนะ 555>



ยิ่งเห็นรูป...เปิดดู...กดเซฟ...เปิดดู...กดเซฟ ................ เห็นรูปถ่ายจากในคอนฯ แล้วโมเมนต์ต่างๆ มันก็ลอยขึ้นมาในความคิดอีกรอบ



อ๊ากกกกกกก....ยังไม่ต้องทำไร อารมณ์ฟินมาแต่เช้าแระ ^^


มัวแต่นอนเล่นเฟซ เซฟรูปไปเรื่อย จนพีคุงตื่น...ไปอาบน้ำ จนพี่เบิร์ดตื่น....ไปอาบน้ำ ถึงจะได้ฤกษ์ที่เดี๊ยนไปอาบน้ำกะเค้าบ้าง เรื่อยเปื่อยดีจริงๆ ค่ะชั้น

แถมวันนี้ต้องเช็คเอาท์ กว่าจะเก็บกระเป๋าเสร็จ พี่เค พี่นิ่มก็ลงมาแล้วเหมือนกัน เอากระเป๋าไปกองๆ รวมกันที่ห้องรับแขกของเค้า โอ้...เริ่มเสียวๆ เหมือนกันว่าน้ำหนักจะเกินมะเนี่ย

โปรแกรมเดิมคร่าวๆ คือไปนัมซาน ทาวเวอร์ กับเก็บตกช้อปปิ้งที่เมียงดง เพราะเราต้องไปเปลี่ยนขบวนรถไฟแถวๆ นั้นอยู่แล้ว เดินตามๆ พี่ๆไปเรื่อย ก็แว๊บเข้าร้านขายซีดีเดิมที่ซื้อเคสไอโฟน และในที่สุดแป้มก็ได้เก็บ(เคส)แอนดี้กลับเมืองไทยสมใจอยากแล้ว

ในกลุ่มนี้ มีเราคนเดียวที่ยังไม่เคยขึ้นนัมซาน รู้อยู่ว่ามันออกจะไกลและค่อนข้างชัน แต่พี่นิ่มกะพี่เคบอกลองเดินก่อนไม๊ บรรยากาศดีนะ พวกพี่ๆ เค้าก็เดินขึ้นเองทุกครั้ง ไอ่แป้มกระซิบเบาๆ ‘พี่...เค้าว่าเราเดินกันไม่ไหวอ่ะ’ (เค้ากะแป้มเป็นหอบหืด&ภูมิแพ้เหมือนกันฮ่ะ) แต่แบบ...เราก็อยากลองไง แค่โค้งแรกที่ขึ้น อิจิ๋วเกิดอาการหอบแดรกเรียบร้อยแระค่ะ เห็นแววว่าไม่ไหวแน่เลย ตะโกนเรียกพี่ๆ ที่เดินนำไปก่อน ‘เค้าไปแท็กซี่แล้วนะ เด๋วไปเจอกันข้างบน’ พี่ๆ หันมามอง ‘เออ...งั้นก็ไปพร้อมกันก็ได้’ สี่สาวเรยโบกแท็กซี่ขึ้นไปแทนค่ะ 55555

แท็กซี่หย่อนเราไว้ตรงทางขึ้นกระเช้า ซื้อบัตรเสร็จก็เพิ่งเห็น พีคุง เจเจ้ พี่แนน พี่เบิร์ด ต่อคิวอยู่ด้านหน้าเรานี่เอง

พอถึงคิวพวกเราได้ขึ้นบ้าง พี่ๆ ไล่ให้พวกไม่เคยขึ้นไปอยู่ด้านหน้าจะได้เห็นบรรยากาศชัดเจน เราขี้เกียจหยิบกล้องเลยเอาไอโฟนขึ้นมาถ่ายแทน โฮะๆๆ เงาผู้ชายตามมาหลอนอีกละ

Photobucket


ลงกระเช้าไปใช่ว่าจะถึง...ต้องเดินไต่บันไดไปอีกนิดนึง พี่ๆ หันมาถามว่า ไหวมั๊ย เราตอบไปแบบไม่ต้องคิด ไหวค่า...(ถ้าบอกไม่ไหว พี่ๆ คงหันมายันมันลงบันไดไปจะง่ายกว่า) แต่กว่าจะถึงก็เล่นเอาหอบแหล่กไปอีกรอบ แต่เห็นวิวรอบๆ แล้วก็โอเคนะ....สมกะที่ปีนขึ้นมา

ขึ้นไปเดินดูกำแพง Love lock แม่กุญแจสารพัดขนาดจำนวนมหาศาลแขวนอยู่บนระเบียงของนัมซานทาวเวอร์ คิดในใจ ใครแม่มคิดคอนเซ็ปนี้ฟระ...สร้างสรรค์เป็นบ้า ปีๆ นึงคนจำนวนกี่ล้านขึ้นมาที่นี่ มาล็อคกุญแจแล้วอธิษฐาน มันจะจริงไม่จริงคงไม่มีใครตอบได้...แต่มันก็ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่มาเกาหลีแน่ๆ (นึกถึงฉากนี้ในกวน มึน โฮ อ่ะ เป็นคนที่ไม่ค่อยซาบซึ้งกะมันเท่าไหร่แบบไอ่พระเอกนั่นแหละ) ก็ไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึกนิดหน่อย เอาไว้โชว์พ่อกับแม่ (อีกแล้ว)
พวกเราไม่ได้ซื้อตั๋วไปดูวิวข้างบน และก็ไม่ได้เสียตังค์เข้าพิพิธภัณฑ์ Teddy Bear ด้วย เดินถ่ายรูปกันเกือบครึ่งชั่วโมงก็ลงมา เพราะ.....หิว -*-

ระหว่างนั้นพีคุง พี่เบิร์ด เจเจ้ พี่แนน แยกไปก่อนเพราะแก็งค์นั้นเค้ายังมีที่ๆ อยากไปอีกเยอะ ส่วนเรา...พวกชิลทัวร์ เดินลงมาเรื่อยๆ เพื่อหาอะไรใส่ท้อง ระหว่างทางลงเขามีร้านอาหารเยอะมากกกกก

และอาหารขึ้นชื่อแถวนี้ก็คงเป็น ข้าวหมูทอดละมั๊ง

ไม่เข้าใจ...ทำไมโปรโมทกันอยู่เมนูเดียว

แถมแต่ละร้านก็จะมีคนเชียร์แขกอยู่ด้านหน้าเพื่อเชิญชวนเข้าร้าน พวกเราตัดสินใจเข้าไปร้านนึง เพราะ...มีรูปคังโฮดงหน้าร้าน การันตีว่าอร่อยแน่ 5555

ระหว่างเดินขึ้นไปชั้นบน เห็นปริมาณแขกในร้านก็คงจะการันตีได้ว่าร้านนี้มันก็คงอร่อยระดับนึงอะนะ

เรา แป้ม พี่เค สั่งข้าวหมูทอดราดซอสพริก ส่วนของพี่นิ่มเป็นปลา แต่ยังไม่ทันได้กิน ไอ่แป้มได้เลือดมาก่อนละ น้องก้มลงไปเก็บอะไรซักอย่าง แต่ไม่ทันระวัง หางคิ้วไปกระแทกกับขอบเก้าอี้ -*- ไม่ค่อยซุ่มซ่ามเลยนะเมิง

รอไม่นานเค้าก็มาเสริ์ฟ

Photobucket


มาแบบจานใหญ่อีกแล้ว....จะใหญ่ไปไหน (เริ่มเข้าใจเหตุผลว่าทำไมอาหารที่นี่ต้องจานใหญ่อลังการตลอด เพราะเป็นเมืองหนาว ต้องสะสมพลังงานความอบอุ่น แถมต้องเดินเยอะมากกกกก)

แล้วในที่สุด...ก็กินเหลือ (แอบเสียดาย แต่มันไม่ไหวแล้วจริงๆ)

พี่ๆ ถามว่าจะไปไหนต่อดี เพราะเหลือเวลาอีกสองสามชั่วโมง ยังพอเที่ยวได้อยู่ เลยบอกว่าอยากไปคลองชองเกซอน พวกเราทั้งสี่พอลงจากนัมซานก็นั่งรถไฟต่อไปสถานี city hall ทันที

แถมไปจังหวะดี๊ดี เค้ามีประชุมนิวเคลียร์ซัมมิท ตำรวจรักษาความปลอดภัยเยอะมากกกกก แต่เราก็ไม่ได้ใส่ใจกะตรงนั้น เดินลิ่วๆ ไปหาที่ถ่ายรูปของเรา (เดินไปถ่ายรูปตรงอนุสาวรีย์พระเจ้าเซจงแล้วก็เดินกลับ ไม่ได้แบบซึมซับอะไรมากมาย บอกตรงๆ ว่าไม่ได้อินกะวัฒนธรรมหรือประวัติศาสตร์เกาหลีเท่าไหร่ แต่สาเหตุที่ก็นั่นแหละ...เพราะผู้ชาย ถ้าไม่มีคอนเสิร์ตก็อย่าหวังว่าจะเห็นเดี๊ยนมาเดินท่องเที่ยวแถวนี้ค่ะ)

เดินเลยไปอีกนิดก็ถึงต้นคลองชองเกซอน พี่ๆ เคยมาเที่ยวกันหลายครั้งแล้วเลยปล่อยเรากะแป้มไปกันสองคน ส่วนเจ๊ทั้งสองไปนั่งหลบความหนาวกันที่ร้านกาแฟ ระหว่างทางก็ผ่านปฏิมากรรมรูปก้นหอยสีม่วงที่เป็น landmark ใครมาก็ต้องถ่าย...แต่เรา ขอผ่านค่ะ

เดินลงไปเจอกะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยกลุ่มใหญ่พอดี เรากะไอ่แป้มหันมามองหน้ากัน กุ ‘let’s go down’ (แอ๊บเป็นนักท่องเที่ยวชาวฟิลิปปินส์กันขึ้นมาทันที เลวกันดีมะ 5555) แถมยังไม่ถ่ายรูปกันด้วยนะ รอให้เค้าไปกันหมดก่อน พวกเราถึงเริ่มถ่ายรูปกัน คือ...ไม่อยากโดนชวนคุย ไม่อยากตอบ ไม่อยากคุยกะคนแปลกหน้า (เราไม่ได้อายในความเป็นคนไทย แต่เรื่องบางเรื่อง ไม่รู้กันบ้างดีกว่ามั๊ยคะ) อินี่ออกแนวโรคจิตเนาะ 5555

เดินเล่นถ่ายรูปกันซัก 20 นาทีก็เดินมาสมทบกะพี่ๆ ที่ร้านกาแฟ เค้าก็งงกัน..เสร็จแล้วเหรอ มาเที่ยวเองแต่ทำตัวเหมือนพวกชะโงกทัวร์ซะงั้น


พอเริ่มว่าง ไอ่แป้มก็แกะเคสไอโฟนรูปดี้ออกมาใช้ แล้วก็เอามาวางรวมกัน โฮะๆๆๆ ภูมิใจนำเสนอสิ่งนี้

Photobucket

ออกจากที่นั่นประมาณบ่ายสาม เดินทางกลับเกสเฮ้าส์ นั่งเฮฮาลันล๊ากันอีกพักใหญ่ก็ได้ฤกษ์ออกเดินทาง ตอนแรกตั้งใจกันว่าจะไปขึ้นลีมูซีนบัสไปสนามบิน แต่พี่โรส(ภรรยาชาวไทยของเจ้าของเกสเฮ้าส์)แนะนำว่ากลับกันหลายคน ให้เช่ารถตู้ไปเลยมั๊ย หารกันแล้วก็ราคาไม่ต่างกันมาก

แต่ที่ต้องลุ้นกันก่อนไปนี่คือ กระเป๋าเดินทางและสมบัติพัสถานของพวกเรานี่มันก็ไม่น้อย แอบเบียดกันนิดหน่อย แต่ก็โอเค พี่นิ่มโบกมือบ๊ายบายส่งพวกเรา (เจ๊แกอยู่ต่ออีกอาทิตย์ค่ะ อิจฉามากมาย เมื่อไหร่จะมีตังค์อยู่ได้นานๆ แบบนี้มั่งเนี่ย)

ขากลับนี่พวกเราได้นั่งดูบรรยากาศของกรุงโซล ที่ไม่มีโอกาสได้ดูในวันแรก ถึงเราจะบอกว่าไม่ได้ซาบซึ้งอะไรกับที่นี่นัก แต่พอขากลับที่จะต้องไปจริงๆ มันก็รู้สึกใจหายลึกๆ เหมือนกันละ สี่วันมานี่เหมือนหลุดมาอยู่อีกโลกนึงอ่ะ โลกที่มีแต่ความสุขและความสนุกสนานเฮฮา ถึงบางวันอากาศมันจะไม่เป็นใจไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วประทับใจกะทริปนี้มากมาย


จินนี่ พี่เอ็ม ป๋า ซอง ลุง ดี้....เค้าไปก่อนนะ ไว้มีตังค์และมีโอกาสเค้าจะมาหาที่นี่อีก ขอบคุณมากๆ ที่ทำให้เค้าได้มีโอกาสมาเหยียบดินแดนบ้านเกิด และขอบคุณที่เล่นคอนเสิร์ตแบบสนุกสุดยอดให้ดูทั้งสองวัน


และขอบคุณที่สุดสำหรับ ‘เดอะ แก็งค์’ ทุกคน พี่นิ่ม พี่เค พี่นุช พี่แนน พี่เบิร์ด แป้ม พีคุง เพื่อนร่วมทางที่ทำให้ ทริปตามผู้ชายในเกาหลีครั้งแรกของเค้าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม (ผ่านหนาว ผ่านฝน ผ่านหิมะมาด้วยกันแล้วด้วยนะ)



Thanks you all



แล้วสักวัน ฉันจะกลับมา.... SEOUL

.....................................................




Create Date : 25 เมษายน 2555
Last Update : 28 เมษายน 2555 14:42:24 น. 4 comments
Counter : Pageviews.

 
ดีใจที่มีเรื่องประทับใจกลับไปนะคะ ^ ^


โดย: 有情 ^_______^ IP: 172.20.7.83, 203.144.130.176 วันที่: 26 เมษายน 2555 เวลา:16:08:58 น.  

 

อ่านแล้วบรรยากาศกับความทรงจำมันก็กลับมาอีก

- ขอบใจไอ่จิ๋วสำหรับการเล่าเรื่องที่แสนจะเพลิดเพลิน

- ขอบใจ the gang เช่นกันที่ไปร่วมหัวจมท้ายด้วยกันมา

- จิงเนอะ เราผ่านหนาว ผ่านฝน ผ่านหิมะมาด้วยกันแล้ว
(มันเล่นกรุครบทุกความรู้สึกจิง ๆ) - -;

- สัญญาว่าจะต้องมีทริปต่อไปของพวกเราชาว the gang อีก

(ปลายปีเลยมั้ยไปคอนฯ encore ^^)


โดย: ekada IP: 203.144.184.190 วันที่: 26 เมษายน 2555 เวลา:17:36:22 น.  

 
ดีใจที่น้องจิ๋วอัพแล้ว ^^

คิดถึงบรรยากาศในคอนฯ ความรู้สึกของการยืนกะนั่งมันแตกต่างกันมากเลย ^^

แต่สนุกทั้งสองวัน ถึงวันที่สองจะจบดราม่าก็เถอะ แต่ก็น่าประทับจริงๆ

ก็ต้องขอบคุณทุกคนมากจริงๆ นะคะ กับทุกๆ อย่าง ทั้งตั๋วเครื่องบิน บัตรคอนฯ ที่พัก ฯลฯ

และเอาไว้ the gang ของเราไปด้วยกันอีกเนอะ ^^ (แต่ ฝน ลม หนาว นี่... พวกเราจะเลี่ยงได้มั้ยเนี่ย -___-")


โดย: nantta IP: 101.108.236.249 วันที่: 28 เมษายน 2555 เวลา:0:28:23 น.  

 
อ่านรวดเดียวสองตอนเรย แม้ว่าตอนสองจาอ่านในไร่แล้ว แต่อ่านอีกด้วยความประทับใจ

อยากให้ได้ไปเที่ยวด้วยกันอีกนะคะ


โดย: jjaddict IP: 182.53.237.65 วันที่: 1 พฤษภาคม 2555 เวลา:2:42:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
แม่ยกชูงแจ
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Friends' blogs
[Add แม่ยกชูงแจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.