Make the day a little better! Make the way a litle better! ดิฉันและเพื่อนๆพี่ๆพยาบาลไทยในอเมริกาทุ่มเทอย่างมากในการลงข้อมูลตรงนี้ ทำด้วยความศรัทธา ขอให้ทุกท่านที่เข้ามานำกลับเอาไปใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ และขอให้ได้เป็นพยาบาลในอเมริกาตามที่ตั้งใจไว้ในเร็ววัน บล็อกนี้จะไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจใดๆทั้งสิ้น ทำขึ้นมาด้วยใจไม่ต้องการสิ่งตอบแทน และไม่ต้องเอาอะไรมาให้ ไม่อยากได้
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2553
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
8 พฤษภาคม 2553
 
All Blogs
 
ประสบการณ์: เป็นนักเรียนDialysis Technicianในอเมริกา

สวัสดีค่ะ ผู้อ่านบล็อกทุกท่าน ตอนนี้นิดหน่อยก็ฝึกงานไตเทียมใกล้จบแล้วนะคะ เหลืออีกแค่อาทิตย์เดียวเท่านั้น ก็เลยอยากเล่าให้ฟังว่า งานไตเทียมที่นี่ ต่างจากที่เคยเห็นในเมืองไทยอย่างไรบ้าง

หน่วยไตเทียมที่นิดหน่อยไปฝึกงาน เป็นสาขาหนึ่งของบริษัทดาวิต้า ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทไตเทียมที่มีเครือข่ายมากที่สุดในอเมริกา หน่วยไตเทียมนี้เป็นหน่วยขนาดกลาง มีเครื่องฟอกไตไว้ให้บริการ 20 เครื่อง รับบริการผู้ป่วย(ผู้ใหญ่)ที่เป็นไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ภายในหน่วยมีการเรียงเครื่องฟอกไตไว้รอบห้อง ส่วนตรงกลางมีเคาน์เตอร์ตั้งอยู่ 2 เคาน์เตอร์ แบ่งห้องออกเป็นสองโซน โซนแรกของห้อง Dialysis RN เป็นผู้ดูแล โซนนี้อยู่ติดกับห้องWaiting room ซึ่งผู้ป่วยเมื่อมาถึง ก็จะมานั่งรอที่ห้องนั้น และรอให้Dialysis Tech เรียกเข้าไปเมื่อเครื่องฟอกไตพร้อมแล้ว ส่วนโซนที่สอง อยู่ด้านหลังห้อง มีLPN เป็นผู้ดูแล

อัตรากำลังในแต่ละวัน ก็จะมีRN 1 คน LPN 1 คน และ Dialysis Technician 4 คน โดย Dialysis Tech. สองคนแรกจะทำหน้าที่เปิดหน่วยตอนตีห้า ตรวจสอบระบบน้ำ และเตรียมเครื่องฟอกไตไว้รอคนไข้กลุ่มแรกที่จะมาใช้บริการ จากนั้นช่วงหกโมงเช้าก็จะมีTech มาเพิ่มอีกสองคน และRN หนึ่งคน ซึ่งจะทำหน้าที่นอกจากดูแลคนไข้ในโซนของตัวเองแล้ว ยังต้องเป็นCharge Nurse คือ ดูแลทุกสิ่งทุกอย่างในกรณีที่มีปัญหาเริ่งด่วนฉุกเฉิน เช่น ตรวจประเมินคนไข้ทุกคนที่มาฟอกไต เตรียมยาสำหรับคนไข้ทุกคน ตรวจประเมินคนไข้รับใหม่ ติดต่อEMSส่งต่อคนไข้ออกไปรักษาโรงพยาบาลอื่น เอาคนไข้เข้าและออกจากเครื่องในกรณีที่คนไข้ on catheter ส่วน LPN จะมาทำงานตอนหกโมงครึ่ง และอยู่ยาวไปถึงช่วงเย็นกับTech 1 คน เพื่อทำความสะอาด เตรียมเครื่องให้พร้อมสำหรับวันถัดไป และปิดหน่วย

ช่วงแรกที่นิดหน่อยไปฝึกงาน รู้สึกงงกับการจัดอัตรากำลังแบบนี้มาก เพราะมันต่างออกไปจากการขึ้นเวรในโรงพยาบาลที่คุ้นเคย เจ้าหน้าที่ในหน่วยไตเทียมจะทยอยกันมาทำงานสัมพันธ์กับรอบการฟอกไตของคนไข้ และคนที่มาทำงานก่อน ก็จะทยอยกลับก่อน ส่วนคนมางานทีหลัง ก็อยู่ปิดหน่วย เมื่อฝึกงานไปสองสามวัน นิดหน่อยถึงได้เข้าใจว่า 1st Shift, 2nd Shift, 3rd Shift ที่พวกเขาพูดกันนั้น หมายถึง ลำดับของกลุ่มคนไข้ที่มาฟอกไต ไม่ได้หมายถึงการขึ้นเวรของเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด Preceptor ของนิดหน่อย อธิบายว่า เวรของเจ้าหน้าที่ไตเทียมมันก็มีอยู่ Shiftเดียวนั่นแหละ แต่จัดให้มาทำงานเหลื่อมเวลากันเท่านั้น แม้จะเป็นงานไตเทียมในโรงพยาบาล การจัดเวรก็จะเป็นแบบนี้

ฝึกงานวันแรก นิดหน่อยคงตื่นเต้นมาก นอนหลับ ๆ ตื่น ๆ ในคืนก่อนจะฝึกงาน เพราะไม่เคยที่จะต้องตื่นตีสี่เพื่อเตรียมตัวไปทำงานตีห้า ระหว่างการเดินทาง ทุกสิ่งทุกอย่างก็ยังมืด ผู้คนยังหลับ แต่เมื่อไปถึงหน่วยไตเทียม ก็มีไฟเปิดสว่างแล้ว เจ้าหน้าที่คนแรกที่นิดหน่อยพบ เป็นTechnician ซึ่งบอกนิดหน่อยว่า Preceptor ของนิดหน่อยยังไม่มา จะมาทำงานตอนหกโมงครึ่ง ตอนนี้อยากมาช่วยเขาเตรียมเครื่องก่อนไหม นิดหน่อยก็บอกตกลง ทำยังไงล่ะ บอกมาเลย เพราะเครื่องฟอกไตที่อยู่ตรงหน้า มันดูไม่เหมือนที่เคยเห็นที่โรงเรียน แล้วก็ไม่เหมือนที่เคยดูในยูทูปด้วย นิดหน่อยก็ทำตามที่เขาบอกไปอย่างงง พอเธอทำให้นิดหน่อยดูแค่สองเครื่อง แล้วเธอก็บอกให้นิดหน่อยไปเตรียมเครื่องที่เหลือ ตายละวา… ไหนสามีบอกว่า ฝึกงานวันแรก เขาก็คงให้เดิน ๆ ดู ๆ แค่นั้นแหละ ไม่ต้องตื่นเต้นมากหรอก ที่ไหนได้

เมื่อPreceptorมาถึง ก็พานิดหน่อยลงมือทำงานเลยค่ะ เพราะนอกจากเขาจะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับนักศึกษาฝึกงาน ก็ยังมีคนไข้ในความรับผิดชอบอีก 4 คน ก็เลยต้องไปเตรียมเครื่อง เอาคนไข้เข้าเครื่องให้เสร็จก่อนถึงได้มีเวลาคุยกัน Preceptorคนนี้ทำงานเร็วมาก ดูแทบไม่ทัน เขาจะทำให้ดู แล้วก็ชอบถามนิดหน่อยว่า จำได้หรือยัง 555 ใครจะไปจำได้หมด พอเขาบอกนิดหน่อยทำให้เขาดูบ้าง ก็ปรากฎว่า ลืมนั่นลืมนี่ ลืมเปิดclampบ้างล่ะ เครื่องมันก็alarm ส่วนclampที่ต้องปิด เราก็ลืมปิด ทำเอาน้ำไหลเปียกพื้น ลำบากต้องไปหาผ้ามาเช็ดอีก Preceptorบอกว่า ต่อไปจะได้จำ ถ้าลืมอีก ก็ต้องมานั่งเช็ดพื้นอย่างนี้ล่ะ 555 ดีนะที่เป็นน้ำ ไม่ใช่เลือด ไม่งั้นคงงานใหญ่กว่านั้น

ในช่วงอาทิตย์แรก Preceptor สอนการเตรียมSet up เครื่อง การString machine ซึ่งเป็นการเอาCartridgeไปใส่ที่ตัวเครื่อง ซึ่งนิดหน่อยก็ทำได้ดี ทำผิดน้อยลงเรื่อย ๆ จนพี่เลี้ยงปล่อยไปSetเครื่องเองได้ หลังจากนั้นก็สอนการTear off machine คือ การถอดCartridgeหลังจากที่่ฟอกไตเสร็จแล้ว และการDisinfectอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ ตลอดการทำงานในหน่วยไตเทียม จะต้องสวมเสื้อกาวน์ไว้ตลอด ล้างมือบ่อย เปลี่ยนถุงมือบ่อยมาก นอกจากนั้นเวลาที่เข้าไปดูPreceptor แทงเข็ม หรือเวลาที่ Tear off machine ก็ต้องสวมFace Shield ป้องกันเลือดกระเด็นเข้าตา ในช่วงอาทิตย์แรกนี้ ยังสับสนอยู่มาก ระหว่างขั้นตอนการปฏิบัติกับคนไข้ที่ใช้DialyzerแบบReused และแบบDry Pack (ใหม่แกะกล่อง ใช้แล้วทิ้ง) แถมงงกับระบบการทำงานที่แทบไม่ต้องดูFlow Sheet ของคุณPreceptor ซึ่งเขาจำได้หมดว่า คนไข้ชื่ออะไร ใช้Dialyzer แบบไหน ใช้เข็มเบอร์อะไร และที่สำคัญคือ จำได้ด้วยว่า คนไข้ชอบเก้าอี้แบบไหน ส่วนนิดหน่อยนั้น จำไม่ได้เลย ต้องถามตลอดว่า คนไข้คนนี้จะนั่งที่ไหน ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง เคยเปิดดูFlow Sheet แล้วก็ยังงง เพราะในนั้นไม่ได้บอกตำแหน่งเก้าอี้เอาไว้ ก็เลยถามPreceptorว่า จะรู้รายละเอียดเหล่านี้ได้ยังไง คุณPreceptorตอบว่า ทุกอย่างมันโปรแกรมอยู่ในนี้ แล้วก็เอานิ้วชี้ไปที่หัวของตัวเอง นิดหน่อยก็เลยหัวเราะ แล้วบอกว่า ขอดาวน์โหลดข้อมูลได้หรือเปล่า 5555 สาเหตุที่พวกเขาจำทุกอย่างได้ก็คือ เจ้าหน้าที่ทุกคนจะได้ทำงานในโซนเดิมทุกครั้ง ได้เจอกับคนไข้คนเดิม ๆ ที่มาฟอกไตอาทิตย์ละสามวัน คนไข้ก็ไปนั่งเก้าอี้ตัวเดิม แล้วทำแบบนี้มาเป็นปี ๆ ก็เลยจำกันได้ขึ้นใจ

ขอเล่าเรื่องเก้าอี้ฟอกไตซักนิดนึง คือ สองสามวันแรกที่นิดหน่อยฝึกงาน ก็เห็นTech เช็ดทำความสะอาดเก้าอี้หลังจากที่คนไข้ลุกไปแล้ว และก็ย้ายสลับเก้าอึ้ด้วย พวกเขาบอกให้นิดหน่อยช่วยสลับเก้าอี้ นิดหน่อยก็เข้าไปช่วย แต่ในใจก็คิดสงสัยว่า ทำไปทำไมนะ ก็เก้าอี้ที่สะอาดแล้วเหมือนกัน พออดสงสัยไม่ได้ก็เลยถามPreceptor ว่าทำทำไม เขาก็เลยตอบว่า เก้าอี้ที่นี่มีสองรุ่น แบบเก่ากับแบบใหม่ คนไข้บางคนชอบแบบเก่า บางคนชอบแบบใหม่ ถ้าไม่เตรียมแบบที่ชอบไว้ให้ They will give you a hard time คุณPreceptorตอบ

แล้วต่อมา นิดหน่อยก็ได้เจอของจริงจากเรื่องเก้าอี้ที่เล่าให้ฟัง วันนั้น คุณป้าคนหนึ่ง แกมาฟอกไตทีหลัง พอนิดหน่อยพาแกเดินไปถึงเครื่องไตเทียม เตรียมจะหยิบที่วัดความดันมาพันแขนให้ ปรากฎว่า คุณป้าไม่ยอมนั่ง ป้าบอกว่า ไม่ชอบเก้าอี้แบบนี้ นั่งไม่สบายขา ว่าแล้ว แกก็เดินไปทั่วหน่วย มองหาเก้าอี้แบบที่อยากได้ ซึ่งก็มีคนนั่งไปหมดแล้ว และเขาเหล่านั้นก็กำลังฟอกไตอยู่ เดือดร้อนไปถึงหัวหน้าหน่วยไตเทียม(Facility Administrator) ต้องออกมาเจรจา ขอเก้าอี้จากคนไข้คนหนึ่งที่นั่งฟอกไตอยู่ จนคนนั้นต้องลุกสลับเก้าอี้ให้ คุณป้าถึงยอมนั่งเข้าเครื่องฟอกไต ซึ่งคุณป้ารายนี้ ก็ไม่ใช่คนเดียวที่ต้องการอะไร ๆ เป็นพิเศษ ยังมีคนไข้อีกหลายคนที่บรรดาTech ต้องจำรายละเอียดให้ได้ ไม่อย่างนั้นก็เป็นว่า ทำงานไม่ราบรื่น Preceptorเล่าว่า เป็นเพราะคนไข้ที่มาฟอกไต เป็นคนไข้ไตวายเรื้อรัง เมื่อได้มาฟอกไตบ่อย ๆ นานเข้าก็เกิดความคุ้นเคย บางคนถึงกับพยายามปรับสิ่งแวดล้อมให้เหมือนที่บ้าน หมอน ผ้าห่ม ก็หอบหิ้วกันมา เพื่อให้เกิดความสบายมากที่สุดในช่วงฟอกไต

การทำงานของDialysis Technician มีความเป็นตัวของตัวเองมาก ๆ พวกเขาดูแลคนไข้ที่มีGraft และFistula ทำหน้าที่ทุกอย่างในการฟอกไตตั้งแต่เริ่มต้นจนจบกระบวนการ ซึ่งถ้าคนไข้มีภาวะแทรกซ้อน เช่น ความดันเลือดต่ำ Bleeding ก็จะแก้ปัญหาเอง นอกจากปัญหาที่รุนแรงกว่านี้ เช่น คนไข้เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หรือพบการติดเชื้อของตำแหน่งที่แทงเข็ม ก็จะแจ้งRN เพื่อรายงานหมอต่อไป เท่าที่ทราบ ตำแหน่งแบบนี้ไม่มีในเมืองไทย ที่เมืองไทย RN ดูแลคนไข้ร่วมกับ Nurse Aide ตั้งแต่ต้นจนจบ เคยเห็นล้างDialyzerเองด้วย แต่ที่นี่ การReuse Dialyzer จะมีเจ้าหน้าที่รับไปทำโดยเฉพาะ เมื่่อทำความสะอาดเสร็จก็จะเอามาเรียงใส่ชั้นพร้อมหยิบไปใช้ เมื่อใช้เสร็จแล้ว ก็เอาใส่ถุงเดิม แล้วเอาไปเก็บในตู้เย็น รอให้ฝ่ายReuse มารับไป

ตอนนี้เป็นช่วงสุดท้ายของการฝึกงานแล้ว นิดหน่อยก็ทำอะไรได้มากขึ้น เตรียมเครื่องไว้รอPreceptorได้ จำรายละเอียดของคนไข้ได้มากขึ้น เอาคนไข้เข้าเครื่องและออกจากเครื่องได้ เรียกว่าได้ทำเกือบหมดทุกอย่างในหน้าที่ของTech. ยกเว้นอยู่อย่างเดียวคือการแทงเข็ม คนไข้ยังไม่ไว้ใจที่เราเป็นคนมาใหม่ เขาไม่ยอมให้แทงค่ะ Preceptorเคยถามคนไข้แบบทีเล่นทีจริง คนไข้ก็ตอบ No No อย่างเดียว คนไข้บางคนเลือกด้วยว่าจะให้Tech. คนไหนแทงให้ คนไหนแทงแล้วเจ็บเขาก็เข็ด และไม่ยอมให้แทงอีก แถมยังเอาไปเม้าท์ใน waiting room ด้วย อันนี้Instructor ที่โรงเรียนเล่าให้ฟัง

หัวหน้าหน่วยไตเทียมเคยถามนิดหน่อยว่า สนใจอยากทำงานที่หน่วยไตเทียมใกล้ ๆ นี้ไหม เขาจะเป็นReferenceให้ นิดหน่อยก็ตอบขอบคุณ และบอกว่า คงไม่ได้เริ่มงานไตเทียมที่แอตแลนตาแล้ว เพราะแพลนจะย้ายบ้านในอีกไม่กี่เดือนนี้ ทำให้ไม่มีเวลามากพอ หัวหน้าก็เลยบอกว่า ไม่เป็นไร ดาวิต้ามีสาขามากมาย จะทำงานกับหน่วยไหน ที่ไหนก็ได้ ขอให้สมัครเข้ามานะ ซึ่งถ้าสมัครมาในตำแหน่ง RN ก็จะได้ฝึกงานเพิ่มอีก 3 เดือน เพราะนิดหน่อยผ่านการฝึก Dialysis Techมาแล้ว

เท่าที่ได้ฝึกงานมา ก็รู้สึกว่าชอบและมีความสุขกับการทำงานค่ะ นิดหน่อยเคยดูแลคนไข้ใช้เครื่องช่วยหายใจ เมื่อตอนทำงานในไอซียูเมืองไทยหลายปีก่อนนู้น เมื่อได้มาทำงานกับเครื่องไตเทียม ก็เลยรู้สึกเหมือนได้ทำในสิ่งเดิมที่ชอบ และเมื่อได้ทำก็เริ่มชำนาญ ก็ทำได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ได้คุยกับLPN เขาบอกว่า ตอนนี้เขาเบื่องานนี้แล้ว เพราะทำมาซ้ำ ๆ สิบกว่าปี เขาก็บอกว่า งานไตเทียมไม่เหมาะกับคนเบื่อง่าย เพราะต้องทำสิ่งเดิม ๆ ซ้ำ ๆ เจอกับคนไข้เดิม ๆ นิดหน่อยก็เลยตอบว่า ตอนนี้เพิ่งเริ่มต้น ยังรู้สึกสนุกกับมันอยู่ ก็จะทำต่อไปเรื่อย ๆ จนถึงเวลานั้น ก็คงคิดหาอะไรใหม่ ๆ ทำบ้างเหมือนกัน

หวังว่า ที่เล่ามาคงเป็นประโยชน์กับคนที่อยากเลือกทำงานสายนี้ ถ้าอ่านแล้วรู้สึกชอบหรือรู้สึกชอบงานไตเทียมอยู่เดิมแล้ว ก็ลงมือเลยค่ะ เก็บประสบการณ์ให้เยอะ แล้วส่งใบสมัครเข้าไปที่บริษัทไตเทียม พยาบาลที่อยากทำงานไตเทียมไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ไตเทียมมาก่อน แต่ควรมีประสบการณ์ Med-Surg หรือ ICU ยิ่งดี ซึ่งทางบริษัทก็จะทำการฝึกสอนเอง ตำแหน่งงานที่เปิดรับคนไม่มีประสบการณ์ ก็มีไม่บ่อยนัก ถ้าเห็นก็ต้องรีบคว้ารีบสมัคร แต่ถ้าค้นหาดูแล้ว หาแล้วหาอีก ในพื้นที่ที่ตัวเองอยู่ เปิดรับแต่คนที่มีประสบการณ์ไตเทียม การไปเรียนDialysis Technician เพื่อเก็บประสบการณ์ก่อน ก็เป็นทางเลือกหนึ่งในการก้าวไปสู่สายงานที่เราอยากทำ

ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการทำงานในสายงานที่ตัวเองเลือกนะคะ



Create Date : 08 พฤษภาคม 2553
Last Update : 24 ธันวาคม 2556 14:49:38 น. 131 comments
Counter : Pageviews.

 
อ่านแล้วอยาก reborn เขียดมีนิสัยขี้เบื่อด้วยสิ แต่ว่านะ ก็อยากเรียนรู้งานเฉพาะทางไปเลย แก่แล้วค่ะ ร่างกายเริ่มไม่ไหว ไม่อยากเครียดกับงานมาก อยากทุ่มเวลาให้กับลูก และอีดอย่างเบื่อ admission ค่ะ ขอสารภาพตามตรง
อิอิ
จอให้พี่นิดหน่อยสนึกกับการทำงานและรวยๆค่า


โดย: เขียด (macdreamnurse ) วันที่: 8 พฤษภาคม 2553 เวลา:3:00:21 น.  

 


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 8 พฤษภาคม 2553 เวลา:9:07:20 น.  

 
ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ


โดย: เหมียว IP: 222.154.89.118 วันที่: 8 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:49:48 น.  

 
อ่านที่นิดหน่อยเล่ามา ถึงได้รู้ว่าที่อเมริกานี่ให้ Dialysis tech ทำเองทั้งหมดรวมถึงแทงเส้นด้วย มิน่าถึงมีพยาบาลแค่คนเดียว ต่อ คนไข้ 20 คน


โดย: น้ำแข็งใส IP: 66.58.247.17 วันที่: 8 พฤษภาคม 2553 เวลา:13:11:15 น.  

 
อ่านแล้วดีนะคะ รู้สึกว่าคุณนิดหน่อยสนุกกับงาน อย่างงี้ดีค่ะเรียนรุ้ได้เร็วด้วยเน๊าะ

เราเคยแต่ทำงานกับ Renal ward ตอนเริ่มงานครั้งแรก ได้ลงไปดูเรื่อง ฟอกไตแป๊ปๆค่ะ เคยคิดจะสมัครไปที่แผนกนั้นด้วยแต่เปลี่ยนใจค่ะ เพราะเราเป็นพวกเบื่อง่ายอ่ะ อิอิ ไม่ค่อยชอบเจอคนไข้เดิมๆ

แค่ทำที่ renal ward ก็เจอคนไข้เดิมๆซะส่วนใหญ่ก็เบื่อแล้ว แต่ที่ได้เรียนได้ลงมือทำจริงๆก็จะเป็นพวก PD (peritoneal dialysis) ค่ะ แต่อันนี้ง่ายมาก ไม่เหมือนเครื่องฟอกไตที่ดูแล้วสับสน ฮาๆๆ

ถ้าย้ายไปที่เมืองอื่นแล้ว ก็ขอให้ได้งานฟอกไตที่อยากทำนะคะ จริงๆแล้วถึงจะย้ายไปทีอื่น แต่คุณหัวหน้าหน่วยเค้าก็ยังคงเป็น referee ให้ได้นี่คะ

โชคดีค่ะ


โดย: BeachBum วันที่: 8 พฤษภาคม 2553 เวลา:14:18:32 น.  

 
ลืมไปค่ะ ฝากประชาสัมพันธ์หน่อยนะคะว่า ช่วงนี้ทาง Western Australia เค้าไม่เปิดรับพยาบาลต่างชาติแล้วนะคะ โดยเฉพาะโรงพยาบาลในเมือง

อย่างโรงพยาบาลที่เก๋ทำอยู่เค้าก็เลิกสปอนเซอร์พยาบาลต่างชาติค่ะตอนนี้ แต่ไม่รู้ในอนาคตจะกลับมาสปอนเซอร์อีกหรือเปล่านะคะ

ที่แน่ๆ เป็นเพราะโรงพยาบาลที่เก๋ทำอยู่ ปีที่แล้วและปีก่อนๆเค้า รับ new grads มาเข้า Grads programme และเค้า Garantee job ให้กับทุกคนค่ะ เราเลยมี พยาบาลจบใหม่ล้นโรงพยาบาล

พอปีนี้เค้าเลยไม่สามารถรับพยาบาลเพิ่ม และตอนนี้นักเรียนพยาบาลที่นี่ที่ไม่ใ่ช่ Australia Citizen หรือ PR ไม่ได้งานกันเลยค่ะ เค้าจะรับคนออสก่อนเป็นอันดับแรก

แต่ทางรัฐอื่นๆที่ทราบมา เค้าก็ยังรับอยู่นะคะ

และเราเชื่อว่าอีกสามสี่ปีข้างหน้า เค้าคงมีเปิดรับขึ้นอีกแหล่ะค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตอนนี้เค้ามีสร้าง โรงพยาบาลใหม่ ซึ่งแต่แรกเค้าว่าจะย้ายโรงพยาบาล Royal Perth ร่วม กับ Fremantle ที่เก๋ทำ ไปที่หม่ แต่ไปๆมาๆ คงจะย้ายไม่ได้เพราะมีคนไม่เห็นด้วย ก็คิดว่าเพราะงั้นเค้าคงต้องมีการเปิดรับคนเพิ่มนะตะ อันนี้ยังไม่แน่ใจค่ะ


โดย: BeachBum วันที่: 8 พฤษภาคม 2553 เวลา:16:58:19 น.  

 
Hello na ka ,
I am sorry that I cant type in Thai as my laptop is bought in New Zealan
My question is " what is the Exam name you have taken? to get a nurse registeration? IELTS? or TOFEL? or only NCLEX?
Thank you very much


โดย: Tip IP: 122.57.55.60 วันที่: 8 พฤษภาคม 2553 เวลา:18:37:57 น.  

 
น้องเขียด: ก็เจอหน้าคนไข้คนเดิม ๆ อาทิตย์ละสามวัน มันก็คงเบื่อกันไปข้างนึงแหละ 555

พี่เอ๋: Tech แทงเข็มกันเก่งมากค่ะพี่ แล้วก็แก้ปัญหาเบื้องต้นได้ชนิดที่เรียกว่าไม่ต้องถึงมือพยาบาล ถ้าความดันเลือดต่ำ หรือคนไข้เป็นตะคริว ต้องให้Salineทดแทน เค้าก็จัดการกันเองเลย นอกจากกรณีที่ต้องให้ยาคนไข้ถึงจะเรียกพยาบาล แต่พยาบาลก็ต้องรู้และเข้าใจงานของTech เวลามีปัญหาจะได้ช่วยกันได้ เช่น มีอยู่วันหนึ่ง ระบบน้ำมีปัญหา ไม่สามารถเปิดบริการฟอกไตได้ Tech พากันวิ่งวุ่น ในขณะที่พยาบาลซึ่งทำหน้าที่เป็นCharge ช่วยอะไรพวกเขาไม่ได้เลย มาตอนหลัง นิดหน่อยแอบได้ยิน Tech เม้าท์พยาบาลว่า มีปัญหาไม่มาช่วยกัน เตรียมแต่ยาอยู่นั่นแหละ

คุณBeachBum: กว่าจะทำได้อย่างวันนี้ ก็เช็ดพื้นไปหลายรอบค่ะ 555 และก็ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่ให้มานะคะ เป็นประโยชน์กับพยาบาลที่อยากไปทำงานออสเตรเลียมาก ๆ ฟังดูเหมือนกับว่า ออสเตรเลียจะเริ่มปิดกั้นพยาบาลต่างชาติแล้ว แต่ก็คงจะยังพอมีโอกาสได้งานมากกว่าทางอเมริกา

คุณTip: พยาบาลอเมริกาทุกคนจะต้องสอบNCLEXค่ะ ส่วนภาษาอังกฤษนั้น ขึ้นอยู่กับRequirementsของBoard of Nursing ของรัฐที่จะไปทำงาน และสถานะการถือวีซ่าที่ถืออยู่


โดย: นิดหน่อย IP: 68.157.11.135 วันที่: 9 พฤษภาคม 2553 เวลา:1:21:11 น.  

 



โดย: tongsehow วันที่: 9 พฤษภาคม 2553 เวลา:2:27:54 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่นิดหน่อย
หนูสนใจอยากเรียนพยาบาลไตเทียมบ้างค่ะ ตอนนี้หนูอยู่ las vegas ค่ะตอนอยู่เมืองไทยเคยทำงานพยาบาลไตเทียม2ปีค่ะ รู้สึกชอบ ก็เลยอยากจะทำในหน่วยงานนี้ต่อแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดีค่ะ พยาบาลไทยที่นี่หนูก็ไม่รู้จักซักคนเลย รบกวนพี่ช่วยตอบหนูหน่อยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
ขอให้พี่ีความสุขกับการทำงานนะคะ


โดย: เม IP: 68.96.225.173 วันที่: 10 พฤษภาคม 2553 เวลา:13:38:55 น.  

 
น้องเมมีประสบการณ์ไตเทียมมาจากเมืองไทยแล้ว ไม่ต้องเรียนหรอกจ้ะ ที่พี่เรียนก็เพราะไม่เคยมีประสบการณ์แล้วอยากเปลี่ยนสายงาน ซึ่งพี่เคยสมัครงานโดยตรงกับบริษัทไตเทียมก็หลายครั้ง แต่ก็ไม่มีตำแหน่งสำหรับคนไม่มีประสบการณ์ในเมืองที่พี่อยู่ พี่ก็เลยต้องใช้วิธีนี้ก้าวเข้าไปในงานที่อยากทำ แต่น้องมีประสบการณ์มาแล้ว ก็ลองสมัครงานดูเลยจ้ะ ใช้กูเกิลค้นหาโรงพยาบาลในเขตที่เราอยู่ แล้วก็เข้าเวบไปดูว่ามีตำแหน่งงานไตเทียมไหม ถ้ามีก็ส่งเรซูเม่สมัครเลย หรือจะสมัครกับบริษัทไตเทียมโดยตรงก็ได้ อย่างDavita, FMC


โดย: นิดหน่อย IP: 98.251.37.54 วันที่: 11 พฤษภาคม 2553 เวลา:6:55:26 น.  

 
ขอบพระคุณค่ะพี่ เค้าจะ require ต้องสอบ nclex ก่อนหรือเปล่าคะ นู๋ยังไม่ได้สอบเลย ถ้าหนูอยาเป็นพยาบาลไตเทียมหนูต้องเทค course และสอบเอาlicenของพยาบาลไตเทียมหรือเปล่าคะ ขอโทษด้วยที่ถามเอาข้อมูลจากพี่เพราะว่าหนูคุยภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่องค่ะ พี่นิดหน่อยสู้ๆนะคะทำบ่อยๆเดี๋ยวก็คล่องเอง ส่วนคนหน้าคนไข้ซักเดือนนึงพี่ก็จะจำได้เอง ความตื่นเต้นความผิดพลาดลวนเกิดขึ้นกับุทุกคนที่เริ่มฝึกงานนครั้งแรกๆเหมือนกัน พี่preceptor
ที่เก่งเค้าก็เคยเก้ๆกังๆมาก่อนทั้งนั้น ซักวนพี่นิดน่นก็จะเก่งเหมือนเคาเช่นกันค่ะ สู้ๆ


โดย: เม IP: 68.96.225.173 วันที่: 11 พฤษภาคม 2553 เวลา:23:16:31 น.  

 
น้องเม: พยาบาลทุกคนในอเมริกาต้องผ่านการสอบNCLEXจ้ะ

- ขั้นตอนแรกที่น้องต้องทำคือ CES ซึ่งเห็นว่ากำลังพยายามสมัครอยู่ สมัครเสร็จแล้วหรือมีปัญหาอะไรแจ้งผลด้วยจ้ะ
- ขั้นที่สองคือ ส่งใบสมัครLicensure by Examinationของบอร์ดNevada
- ขั้นที่สามคือ ลงทะเบียนสอบNCLEXกับเวบPearson

เมื่อสอบผ่านได้ไลเซ่นแล้ว ก็เตรียมเรซูเม่สมัครงานเลยจ้ะ น้องมีประสบการณ์ไตเทียมมาแล้วน่าจะมีโอกาสได้งาน หางานไตเทียมให้ได้แล้วก็ทำไปก่อน ส่วนเรื่องประใบกาศฯของไตเทียมนั้น ต้องรอให้มีประสบการณ์ทำงานไตเที่ยมในอเมริกาอย่างน้อยหนึ่งปี มีหนังสือรับรองจากนายจ้างด้วยถึงจะมีสิทธิสอบ ใบประกาศฯก็มีหลายอย่าง ได้แก่ CNN, CDN, CHN พี่ดูแล้วก็ยังงง ๆ ว่าอันไหนดี ต้องหาข้อมูลเพิ่ม

ลิงค์นี้มีข้อมูลของCNN, CDN
http://www.testprepreview.com/nursing_certifications.htm

ส่วนอันนี้ CHN http://www.bonent.org/examinations/chn.html


โดย: นิดหน่อย IP: 98.251.37.54 วันที่: 12 พฤษภาคม 2553 เวลา:3:23:37 น.  

 
สำเร็จแล้วค่ะหลังจาก 3วันผ่านไป ขอบคุณสำหรับทุกอย่างค่ะ ถ้าไมีมีคำแนะนำจากพี่ อาจใช้เวลา 3เดือนหรือ 3 ปีก็ได้ 55 เหลือขั้นตอนการติดต่อสภาค่ะ สู้ๆ เหมือนกันนะคะพี่นิดหน่อย
โชดดีค่ะ


โดย: เม IP: 68.96.225.173 วันที่: 12 พฤษภาคม 2553 เวลา:20:35:10 น.  

 
พี่นิดหน่อยจ๋าเมไม่รู้ว่าจะต้องส่งใบ Request for Academic record/Transcripts ให้ใครดีระหว่างฝ่ายบริการนักศึกษาของคณะพยาบาลศาสตร์หรือว่าฝ่ายทะเบียนและประเมินผลของมหาลัยน่ะ งง แล้วเราต้องขอสำเนาใบประกอบโรคแบบภาษาไทยและแบบแปลใช่ไหมคะ
วันนี้ฝึกงานเป็นไงบ้างคะ


โดย: เม IP: 68.96.225.173 วันที่: 13 พฤษภาคม 2553 เวลา:1:39:10 น.  

 
น้องเมต้องโทรสอบถามทางมหาวิทยาลัยจ้ะ ซึ่งโดยปกติฝ่ายที่ดูแลเรื่องทรานสคริปต์ก็จะเป็นฝ่ายทะเบียนนะ ถามดูด้วยว่า ค่าธรรมเนียมในการกรอกแบบฟอร์มและออกสำเนาทรานสคริปต์เป็นเท่าไร และให้ส่งเอกสารทั้งหมดไปอเมริกาด้วย จะคิดค่าส่งเท่าไร ถ้าให้ดี ขอให้มหาวิทยาลัยส่งแบบEMSให้ เราจะสามารถติดตามสถานะการส่งได้

ส่วนทางสภาฯ จะส่งเอกสารทางEMSให้อยู่แล้ว ค่าส่ง 600 บาท(ตามที่พี่เคยขอแปลใบอนุญาตเมื่อปลายปีที่แล้ว) รายละเอียดดูตามนี้ http://www.tnc.or.th/regist/translator.html โทรสอบถามงานทะเบียน สภาการพยาบาลก่อนก็ดีเผื่อมีอะไรเปลี่ยนแปลง

ฝึกงานวันนี้ก็สนุกดีจ้ะ ปั่นป่วนนิดนึงตอนเช้า เพราะระบบน้ำมีปัญหา กว่าจะได้เริ่มฟอกไตก็ปาเข้าไปเจ็ดโมงเช้า


โดย: นิดหน่อย IP: 98.251.37.54 วันที่: 13 พฤษภาคม 2553 เวลา:3:48:10 น.  

 
ขอบคุณค่ะ หนูอ่านคอลัมเรื่องเล่าของพี่ด้วยล่ะสนุกดีแล้วก็ได้ประสบการณ์เอาไว้สอนตัวเองด้วยค่ะ ผู้หญิงผมดำ หน้าตรง เสื้อขาว ตรงหน้า ใช่พี่หรือเปล่าคะ
โชคดีค่ะ


โดย: เม IP: 68.96.225.173 วันที่: 13 พฤษภาคม 2553 เวลา:23:42:20 น.  

 
น้องเมเคยอ่านคอลัมอะไรที่ไหนเหรอจ๊ะ พี่เขียนประสบการณ์เป็นไดอารี่ในบล็อกนี้ที่เดียว ไม่เคยเขียนในที่ไหนอีก จำได้ว่าไม่เคยลงรูปประกอบด้วยนา


โดย: นิดหน่อย IP: 98.251.37.54 วันที่: 14 พฤษภาคม 2553 เวลา:0:37:53 น.  

 
ก็คอลัมเปิดห้องสนทนาน่ะค่ะสนุกดี ได้ประโยชน์เพราะเราไม่รู้วัฒนธรรมทางความคิดของคนที่นี่ และไม่มีใครสอนเราได้ จึงได้แต่ศึกษาจากพี่ๆกัน เพราะหนูเป็นคนไว้ใจคนง่าย แต่ไม่ใจง่ายนะ 55 แต่พี่นี่สุดยอดเลยเน๊อะสามารถผ่านcgfns-cpได้ นู๋งี้ถอยเลยโชคดีที่ nevada board ไม่ require ไม่งั้นแย่แน่ โชคดีค่ะ


โดย: เม IP: 68.96.225.173 วันที่: 14 พฤษภาคม 2553 เวลา:19:56:07 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่นิดหน่อย

ผลสอบของหนูออกมาแล้วปรากฏว่าไม่ผ่านค่ะรู้สึกแย่มากเลยค่ะ มีความรู้สึกไม่อยากเจอหรือพูดกับใครเลย
ตอนนี้พอทำใจได้บ้างแต่ยังไม่กล้าบอกใครเรื่องผลสอบเลย
อยากให้พี่นิดหน่อยแนะนำการสมัครสอบรอบ2ให้หน่อยค่ะอยากปรึกษาพี่ว่าถ้าหนูไปเรียนติวสอบโอกาศผ่านจะมีมั้ยค่ะ บอกตรงๆหนูเสียศูนย์มากเลยค่ะทั้งๆที่ทำใจเผื่อใว้แล้ว ขอบคุณค่ะ


โดย: อารยา IP: 115.67.122.203 วันที่: 15 พฤษภาคม 2553 เวลา:5:02:13 น.  

 
น้องเม น้องอารยา และพี่น้องพยาบาลที่กำลังเตรียมสอบNCLEXกันอยู่ ตอนนี้NCLEXเปลี่ยนแนวข้อสอบและปรับเกณฑ์ผ่านให้ยากขึ้น(อ่านข่าวนี้ได้ในหัวข้อNCLEXข้างบน) พี่ก็เลยยังไม่มีข้อมูลมากพอที่จะแนะนำอะไร อยากให้ลองเข้าไปหาข้อมูลในเวบallnurses.com ในนั้นจะมีข้อมูลใหม่ ๆจากคนที่เพิ่งสอบมา มีsupport groupสำหรับคนกำลังเตรียมสอบ มีกระทู้ให้กำลังใจสำหรับคนสอบไม่ผ่าน ฯลฯ เข้าเวบแล้วค้นคำว่า NCLEX discussion นะจ๊ะ นอกจากนี้ พี่ก็ยังรอฟังข่าวจากน้องลิตาที่ไปฟังสัมนาการเตรียมสอบNCLEXของKaplan เห็นว่าจะมาอัพบล็อกเล่าให้พวกเราฟังกันอาทิตย์หน้าจ้ะ


โดย: นิดหน่อย IP: 98.251.37.54 วันที่: 15 พฤษภาคม 2553 เวลา:10:27:20 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะพี่ ตอนนี้กำลังอ่านของ nclex examprep pearson 2007 มันคงเก่าแล้วมั้งคะแต่ก็ยังดีกว่าไม่มีไรอ่าน และกำลังตระเวนหาที่เรียนภาษาอังกฤษถูกๆค่ะ สงสารสามีโดนเกาะมาเป็นปีแล้ว ก็เลยอยากจะช่วยเซฟ นู๋ไปเทสภาษาที่ห้องสมุดค่ะหวังจะเรียนฟรี แต่เค้าไม่ให้เรียน แต่เค้าแนะนำให้ไปที่ university (เสียตังก์ค่ะ)ก็เลยอ่านเตรียมสอบ nclex กะคุยกะพี่ดีกว่า นู๋เข้าเวปที่พี่แนะนำแล้วน้าา ได้คำแนะนำเกี่ยวกับยาInsulin, Coumadin, Heparin, antihypertensives, viagra, digitalis, ritalin, actonel, accutane, anti-ulcer medications, nitroglycern, to name a few. Try to look at the suffixes:

ace inhibitors end with 'pril (eg: captopril) *note that this drug increases potassium in the blood,

angiotensinogen 2 inhibitors end in 'sartan (eg: losartan),

beta blockers end with 'olol (eg: metoprolol) *caution with patients who are diabetic or who are asthmatic,

cholesterol reducing drugs usually end with 'statin (eg: atorvastatin) * note that if the patient experiences muscular pain, they should stop immediately and report it to the doctor, also not to consume grapefruit juice,

impotence drugs end with "defil (eg: sildenefil-hope I spelled it correctly...if not please excuse the typo) *note that you cannot take this drug if you are taking nitrates such as nitroglycerin or isosorbide and go to the doctor if an erection last longer than 4 hours,

accutane is an acne drug, where a pregnancy test must be done on females before prescribing them

actonel (again, this may be a typo) cannot be taken unless a person is able to sit up for at least 1/2 hour to an hour after adminstration.

Know the acting times of insulin, which is fast acting, long acting or the lente. They may ask when will a person become hypoglycemic, and that would be during peak hours.

penicillin: if a person has an allergy to penicillin, they may be at risk for an allergy to a cephalosporin, in that case suggest a macrolide such as clarithromycin. Macrolides are known to cause severe stomach pain for some people. Also, if a nurse administers penicillin or cephalosporin, that the patient should remain with the nurse for 1/2 hour afterwards to intervene with allergic reactions.

Most drugs that end with 'mycin may cause nephrotoxicity or ototoxicity

Parameters for digitalis administration, and also that if potassium is low and calcium and magnesium is high, there is a higher chance for digitalis toxicity.

corticosteriods usually end with 'sone (eg: predinsone), may cause medication related diabetes, increase chances of infection, cause Cushoid symptoms (buffalo hump in back, thin skin, easy to bruise, etc...)

Aspirin should not be consumed with alcohol, increases bleeding, causes ulcers, should be taken with food to diminish gastric distress

Antidote for tylenol is Mucomyst.

There may be many more and also, there is a high chance that many drugs that you never heard of may be on the NCLEX exam. I was fortunate, I knew most of the drugs except two (had 11 drug questions, one calculations question), but, I know many that saw 'drugs prescribed in planet Mars" A good summary of the drugs and the suffixes I mentioned are in Delmar's Comprehensive Exam Review for NCLEX LPN or RN. I heard that the RNs got some chemotherapeutic drugs. I hope that this helped. Pharmacology was a major nightmare for me as well. It was never explained to me in this manner and I didn't discover this until I took a review course specific for pharmacology as well as purchasing the Delmar's book I mentioned. Now, pharmacology has almost become an obsession for me. I carry my PDA everywhere I go to work. Good luck! I know this was long (sorry about that) Oh, and the reason why they give several medications to combat tuberculosis is because it is meant to combat the organism. If not, a medication resistant TB may arise.

INH: must be given with vitamin B-6 to prevent neuropathy
rinfampin: causes red/orange colored urine, feces, tear and sweat (give on empty stomach)
ethambutol: get eye check ups

tetracycline: do not administer with dairy products, do not administer to pregnant women or children below the age of (I forgot, it is either 8 or 10 years old) because it can permanently damage teeth
เลยเอาให้ดูกัน


โดย: เม IP: 68.96.225.173 วันที่: 18 พฤษภาคม 2553 เวลา:3:11:57 น.  

 
น้องเม: เรื่องเรียนภาษาฟรี ลองหาดูESL class พี่เคยเห็นประกาศติดตามหน้าChurch หรือไม่ก็ลองเข้าเวบของCommunity collegeในพื้นที่ ถ้าหาไม่เจอจริง ๆ ก็ลองเรียนออนไลน์จากเวบสอนภาษาฟรีมีลิงค์ในด้านข้างนี้จ้ะ

ส่วนเรื่องNCLEX พี่อยากเชิญชวนให้เข้าไปฟังสัมนาของKaplan และหาข้อมูลใหม่ ๆจากอินเตอร์เนต แล้วเอามาแบ่งปันกันเหมือนอย่างที่น้องทำนี่ล่ะจ้ะ อยากให้พยาบาลไทยเรารวมตัวกันเป็นNCLEX support groupเหมือนอย่างพยาบาลฝรั่งเขาบ้าง การสอบที่ว่ายาก ก็คงง่ายขึ้นเยอะ


โดย: นิดหน่อย IP: 98.251.37.54 วันที่: 18 พฤษภาคม 2553 เวลา:9:50:15 น.  

 
ขอรบกวนถามเรี่ิอง ข้อมูลการเรียน x-ray ค่ะ


ขอบคุณที่ให้คำแนะนำค่ะ


โดย: AAA IP: 71.235.52.29 วันที่: 30 มิถุนายน 2553 เวลา:11:50:31 น.  

 
นิดหน่อยไม่มีข้อมูลเรื่องการเรียนหลักสูตรX-rayค่ะ เคยเห็นผ่านตาว่ามีเปิดสอนในCommunity college ลองติดต่อcollegeในพื้นที่ดูนะคะ


โดย: นิดหน่อย IP: 98.251.37.54 วันที่: 1 กรกฎาคม 2553 เวลา:16:43:23 น.  

 
สู้ๆค่ะพี่ พี่นิดหน่อยเก่งอยู่แล้วค่ะ หนูแหม่มเพิ่งไปสอบมาเมื่อวานค่ะ 142 ข้อ แทบตาย 74 ข้อแรกทำได้บ้างไม่ได้บ้าง ก่อนจะคลิก next ข้อ 74 นั่งภาวนาอยู่ตั้งนานว่าอย่าให้คอมดับ เพราะทำไม่ค่อยได้ ถ้าคอมดับเนี่ย ตกอีกแน่ สรุปว่าผ่านไปได้ข้อ 75 ถึง 142 ข้อ คอมดับค่ะ วันนี้ลองใช้ PVT ดู มันก็ขึ้น pop up มีข้อความเหมือนอย่างที่เค้าบอกว่าเราผ่านน่ะค่ะ ไม่อยากเข้าข้างตัวเองค่ะ เพราะทำไม่ค่อยได้ แล้วไม่มั่นใจเลย แต่ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงก็คงดีนะคะ


โดย: หนูแหม่ม ณ ออริกอน IP: 74.107.131.137 วันที่: 13 กันยายน 2553 เวลา:12:40:20 น.  

 
สู้ๆค่ะพี่ พี่นิดหน่อยเก่งอยู่แล้วค่ะ หนูแหม่มเพิ่งไปสอบมาเมื่อวานค่ะ 142 ข้อ แทบตาย 74 ข้อแรกทำได้บ้างไม่ได้บ้าง ก่อนจะคลิก next ข้อ 75 นั่งภาวนาอยู่ตั้งนานว่าอย่าให้คอมดับ เพราะทำไม่ค่อยได้ ถ้าคอมดับเนี่ย ตกอีกแน่ สรุปว่าผ่านไปได้ข้อ 75 ถึง 142 ข้อ คอมดับค่ะ วันนี้ลองใช้ PVT ดู มันก็ขึ้น pop up มีข้อความเหมือนอย่างที่เค้าบอกว่าเราผ่านน่ะค่ะ ไม่อยากเข้าข้างตัวเองค่ะ เพราะทำไม่ค่อยได้ แล้วไม่มั่นใจเลย แต่ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงก็คงดีนะคะ


โดย: หนูแหม่ม ณ ออริกอน IP: 74.107.131.137 วันที่: 13 กันยายน 2553 เวลา:21:46:42 น.  

 
พยาบาลไตเทียมในอเมริกาได้เงินเยอะหรือเปล่าค่ะหรือได้เท่ากับพยาบาลทั่วไป


โดย: ตา IP: 115.67.186.151 วันที่: 17 กันยายน 2553 เวลา:21:12:50 น.  

 
ได้มากกว่าพยาบาลทั่วไป แต่ก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและประสบการณ์ด้วย

http://www.payscale.com/research/US/Employer=DaVita_Inc./Hourly_Rate


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 21 กันยายน 2553 เวลา:19:47:04 น.  

 
พี่นิดหน่อยค่ะ หนูสมัครกับบอร์ดแคลิฟอเนียไว้แต่สอบไม่ผ่านในครั้งแรก และตอนนี้ทางบอร์ดไม่รับผู้สมัครที่ไม่มnss แสดงว่าถ้าหนูจะ reapply อีกไม่ได้แล้วใช่มั๊ยค่ะ แล้วหนูจะสมัครกับบอร์ดไหนที่คล้ายกับแคลิฟอเนียได้ กรุณสแนะนำด้วยค่ะ


โดย: อารยา IP: 1.46.70.14 วันที่: 22 กันยายน 2553 เวลา:20:57:11 น.  

 
ไม่มีSSNก็สมัครอะไรกับบอร์ดแคลิฟอร์เนียไม่ได้แล้วจ้ะ ตอนนี้มีทางเลือกก็คือ สมัครบอร์ดนิวยอร์ค ซึ่งไม่ต้องใช้SSN แต่ต้องสมัครCVS เข้าไปอ่านรายละเอียดในหัวข้อNCLEXนะจ๊ะ


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 23 กันยายน 2553 เวลา:1:00:14 น.  

 
พี่นิดหน่อยค่ะ ตอนนี้หนูเรียนจบเฉพาะทางไตเทียมแล้ว ตอนนี้กำลังทำงานเพื่อให้คล่องมากขึ้นแต่หนูอยากทราบว่าระหว่างงานไตเทียมและicu อันไหนมีเปอร์เซ็นหางานได้แน่นอนกว่ากันถ้าหากว่าหนูสามารถ ไปอเมริกาได้ ขอบคุณค่ะ


โดย: อารยา IP: 115.67.125.189 วันที่: 23 กันยายน 2553 เวลา:22:33:29 น.  

 
พี่ว่าก็ดีทั้งสองสายงานนะ ทั้งไตเทียมและไอซียูก็เห็นประกาศรับสมัครงานเยอะ เฉพาะทางสาขาอื่น ๆ เช่น Radiology, Cath lab, Cardiovascular, Transplant, Psychiatry, Oncology ก็ยิ่งเป็นที่ต้องการจ้ะ


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 24 กันยายน 2553 เวลา:20:26:33 น.  

 
สวัสดีค่ะ พี่นิดหน่อย

สบายดีไหมคะ ไม่แน่ใจว่าใครจะเป็นพี่ใคร งั้นขออนุญาตให้เกียรติเรียก พี่นิดหน่อยนะคะ ติดตามอ่าน Blog ของพี่มานานแล้วค่ะ วันนี้มีเรื่องรบกวนสอบถามหน่อยค่ะ

1. คือว่าตูนเรียนจบพยาบาลที่ รามา ตั้งแต่ปี 2002 แล้วค่ะ สอบ NCLEX ผ่านปี 2008 (Feb) IELTS ได้ overall 6.0 Speaking 7 เมื่อ July 2009 ขาดไป 0.5 เลยยังยื่นขอ Visa screen ไม่ได้น่ะค่ะ แบบนี้สอบ TOEIC เพื่อยื่นรวมกับผล Speaking 7 กับ CGFNS เพื่อขอ CES for New York หรือ Visa screen ได้ไหมคะ

2. เท่าที่ทราบมาว่า เราสามารถใช้ผล NCLEX กับ CVS for New York กับ Cert. Child Abuse and IC ยื่นขอ License ที่ NY ได้เลย โดยไม่ต้องใช้ SSN ใช่ไหมคะ

3. ถ้ายื่นได้แล้วเนี่ย เราจะสามารถทำงาน RN ได้ไหมคะ ตูนเดาว่ามันอาจมีปัญหาเรื่อง Visa ที่เรามีเนี่ย มันไม่สามารถอยู่ทำงานได้
แบบนี้ นายจ้างเราสามารถยื่นขอ EAD หรือแบบอี่น ให้เราสามารถอยู่ทำงานได้ไหมคะ

4. ตูนมี Sponsor ยื่นขอ I-140 และได้ใบมาแล้วค่ะ
( E3 ) ตูนจ่ายเงินค่ายื่นเองนะคะ อย่างนี้จะมีผลดี หรือทำให้มีปัญหากับว่าที่นายจ้างในอนาคตไหมคะ

ต้องรบกวนสอบถามหลายข้อหน่อยนะคะ คือถ้ายังไม่สามารถไปทำงานได้ ตูนก็จะมุ่งไปเรื่องเรียนต่อแล้วล่ะค่ะ เพราะว่าทุ่มเทกันเรื่องนี้มานานนนนนนนนนนนนนนนมาก มากแล้วอ่ะค่ะ สมมติว่า ขอ License New York ได้ แต่ว่ายังทำงานไม่ได้เนี่ย ตูนก็ดูเอาไว้ว่าอยากไปเรียนที่ NY หรือ NH นี่แหละค่ะ

ขอบคุณล่วงหน้าในความมีน้ำใจของพี่นิดหน่อยนะคะ ถ้าได้คำตอบจากพี่แล้วตูนก็จะนำไปบอกต่อเพื่อน ๆ พยาบาล อีกหลายคนค่ะ ที่ตกที่นั่งเดียวกันค่ะ

การ์ตูน


โดย: การ์ตูน IP: 180.210.216.131 วันที่: 5 ตุลาคม 2553 เวลา:14:30:48 น.  

 
น้องตูน: พี่นิดหน่อยเป็นรุ่นพี่แน่นอนจ้ะ จบมาตั้งแต่ปี 1991 (อ่านแล้วเดาอายุได้เลยเนี่ย) สำหรับคำถามที่ถามมา พี่ขอติดไว้ก่อน เพราะวันนี้มีนัดสัมภาษณ์งานต้องออกจากบ้านแต่เช้า ก่อนอื่นขอแนะนำให้น้องและเพื่อน ๆ ที่อยู่ในสถานะเดียวกัน ลงมือสมัครวีซ่าลอตเตอรี่เลยจ้ะ มีวิธีการสมัครไว้ให้แล้ว คลิกอ่านได้เลย ไม่ต้องกลัวว่าจะซ้ำซ้อนกับวีซ่าทำงานที่เดิมทำเรื่องขอไว้แล้ว น้องสมัครได้ ถ้าได้วีซ่าลอตเตอรี่ ก็จะได้ไม่ต้องไปรอวีซ่าทำงาน


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 5 ตุลาคม 2553 เวลา:18:06:16 น.  

 
มาตอบคำถามน้องตูนต่อจ้ะ พี่เห็นน้องสอบผ่านตั้งหลายปีแล้ว เดาว่าน่าจะเป็นของบอร์ดแคลิฟอร์เนียใช่หรือเปล่าจ๊ะ

1. คือว่าตูนเรียนจบพยาบาลที่ รามา ตั้งแต่ปี 2002 แล้วค่ะ สอบ NCLEX ผ่านปี 2008 (Feb) IELTS ได้ overall 6.0 Speaking 7 เมื่อ July 2009 ขาดไป 0.5 เลยยังยื่นขอ Visa screen ไม่ได้น่ะค่ะ แบบนี้สอบ TOEIC เพื่อยื่นรวมกับผล Speaking 7 กับ CGFNS เพื่อขอ CES for New York หรือ Visa screen ได้ไหมคะ

พี่สอบถามทางCGFNSแล้ว ได้คำตอบว่า น้องไม่สามารถเอาผลสอบต่างชนิดกันมารวมกันได้จ้ะ แต่ผลจากการสอบชนิดเดียวกันสามารถรวมกันได้ เช่น น้องผ่านIELTS speaking เมื่อครั้งที่แล้ว แต่Overallยังไม่ผ่น ครั้งต่อมาน้องไปสอบIELTSอีก ผลออกมาคือ ผ่านOverall แต่Speakingคะแนนตกไป CGFNSจะเอาผลสอบทั้งสองครั้งมารวมกัน ถือว่า น้องสอบผ่านทั้งOverall และSpeaking จ้ะ

2. เท่าที่ทราบมาว่า เราสามารถใช้ผล NCLEX กับ CVS for New York กับ Cert. Child Abuse and IC ยื่นขอ License ที่ NY ได้เลย โดยไม่ต้องใช้ SSN ใช่ไหมคะ

บอร์ดนิวยอร์คไม่ได้บังคับให้ต้องมีSSNในการสมัครสอบจ้ะ ถ้าผ่านRequirementsทุกข้อที่ว่ามา ก็คือจะได้ไลเซ่นเลย

3. ถ้ายื่นได้แล้วเนี่ย เราจะสามารถทำงาน RN ได้ไหมคะ ตูนเดาว่ามันอาจมีปัญหาเรื่อง Visa ที่เรามีเนี่ย มันไม่สามารถอยู่ทำงานได้
แบบนี้ นายจ้างเราสามารถยื่นขอ EAD หรือแบบอี่น ให้เราสามารถอยู่ทำงานได้ไหมคะ

เมื่อได้ไลเซ่นนิวยอร์ค น้องก็จะยังทำงานพยาบาลไม่ได้จ้ะ ทำในนิวยอร์คก็ไม่ได้ จะEndorseกลับไปแคลิฟอร์เนียที่สมัครไว้แต่เดิมก็ไม่ได้ด้วย เพราะต้องมีSSN ดังนั้นหากน้องเดินเรื่องสมัครสอบบอร์ดนิวยอร์ค ผลสุดท้ายก็คือ จะได้ไลเซ่นไว้เฉย ๆ

4. ตูนมี Sponsor ยื่นขอ I-140 และได้ใบมาแล้วค่ะ
( E3 ) ตูนจ่ายเงินค่ายื่นเองนะคะ อย่างนี้จะมีผลดี หรือทำให้มีปัญหากับว่าที่นายจ้างในอนาคตไหมคะ

น้องมีสปอนเซอร์ขอวีซ่าทำงานให้แล้ว ซึ่งเท่าที่พี่เคยขอวีซ่าทำงาน จำได้ว่าในแบบฟอร์มขอวีซ่าจะระบุชื่อนายจ้างเอาไว้ เมื่อได้วีซ่าก็จะต้องมาทำงานให้กับนายจ้างที่ขอวีซ่าให้เรา (ซึ่งพี่ก็ไม่รู้ว่าน้องเซ็นสัญญาทำงานให้กับเขาไปด้วยแล้วหรือเปล่า)

ในประเด็นนี้ หากน้องเดินเรื่องขอไลเซ่นนิวยอร์ค และอยากเปลี่ยนมาทำงานที่นิวยอร์ค แล้วค่อยขอย้ายไลเซ่นไปทำที่แคลิฟอร์เนียทีหลัง(เพื่อไม่ให้ผิดสัญญากับนายจ้างเดิม) ก็คงต้องหานายจ้างใหม่ ทำเรื่องขอวีซ่าใหม่ และก็ต้องรอคิววีซ่าอันใหม่ต่อไปอีก ดู ๆ แล้วจะยุ่งยาก เสียเงิน เสียเวลามากไปกว่าเดิม

ด้วยสถานการณ์ตอนนี้ พี่คิดว่า น้องควรรอวีซ่าทำงานตัวเดิมต่อไป ซึ่งบอร์ดแคลิฟอร์เนียก็บอกออกมาแล้วว่า ผลสอบNCLEXจะยังคงอยู่ เมื่อได้SSNแล้วค่อยส่งใบสมัครเข้าไปใหม่ ก็จะได้ไลเซ่นเอาไปทำงานได้ คงไม่ต้องไปสมัครของบอร์ดนิวยอร์คเพราะวิเคราะห์ดูเหตุผลหลาย ๆ อย่างแล้วมันไม่ได้ช่วยให้น้องมาทำงานในอเมริกาได้เร็วขึ้นเลย

ตัวช่วยเท่าที่มีในตอนนี้ก็คือ Visa Lottery ซึ่งเปิดรับสมัครทุกปี ในระหว่างที่รอวีซ่าทำงานตัวเดิม ก็สมัครวีซ่าลอตเตอรี่ไว้ด้วย ถ้าได้รับการคัดเลือก น้องก็มาอเมริกาด้วยวีซ่าตัวนี้ไม่ต้องรอวีซ่าทำงาน


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 6 ตุลาคม 2553 เวลา:23:02:46 น.  

 
หากน้องตูนจะเปลี่ยนมาเป็นเรียนต่อ ก็อาจต้องขอไลเซ่นนิวยอร์ค เท่าที่พี่ทราบมา การเรียนปริญญาโทปริญญาเอกสายพยาบาลในอเมริกา มีการกำหนดให้ผู้เรียนต้องมีไลเซ่นพยาบาลด้วย เนื่องจากมีการฝึกปฏิบัติงานกับผู้ป่วย ให้น้องตรวจสอบดูRequirementsของมหาวิทยาลัยที่จะไปเรียนดูด้วยนะจ๊ะ


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 7 ตุลาคม 2553 เวลา:5:25:07 น.  

 
สวัสดีคะพี่นิดหน่อย น้องเพิ่งมีโอกาศเข้ามาอ่านข้อมูลต่างๆที่เพื่อนๆพี่ๆนอ้งๆพยาบาลไทยหลายคนฝากคำถามและมีพี่นิดหน่อย ,พี่เขียดและคนอื่นๆช่วยกันไขข้อข้องใจเป็นประโยชน์มากๆแก่คนส่วนใหญ่ สร้างสรรค์มากๆ
น้องเองมีเรื่องรบกวนพี่นิดหน่อยเช่นกันค่ะ
น้องสอบผ่านNCLEX เมื่อเม.ย. 2553 กับทาง CA และเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ที่อเมริกา ,รัฐ PA พร้อมสามีอเมริกัน เมื่อเดือนก.ค.2553 ได้รับSSS และ Original Licence จากCAแล้วค่ะ จากนั้นน้องทำเรื่องขอEndorsement มาที่PA
แต่เนื่องจากภาษาอังกฤษที่ยังไม่ดีพอทำให้ขาดความเข้าใจในการเลือกแบบฟอร์มทีถูกต้อง และการกรอกใบสมัคร
ในapplication for licensure by endorsement/temporary practice permit ข้างในช่องที่ให้กรอกรายละเอียด Applying forมีให้เลือกcheck oneจาก Registered Nurse licence (RN) จ่าย100 $.อีกอันหนึ่งคือ RN Licence & Temporary Practice Permit จ่าย135 $หมายความว่าอะไรคะ ต่างกันยังงัย? แต่น้องเลือกอย่างหลังจ่าย135$ (เพราะคิดเอาเองว่าน่าจะดีกว่าเมื่อ จายเพิ่ม)พร้อมติดต่อส่งvalidation form ไปCA จ่าย60 $ ต่อมากลางเดือนส.ค. น้องได้รับemail ตอบกลับจาก PA Nursing Board ว่าจากใบapplication ของนอ้งมหาลัย ในประเทศไทย ไม่conduct ภาษาอังกฤษ และต้องสอบภาษาอังกฤษ งงเลยค่ะ ??? เครียดมาก หรือน้องควรเลือกเฉพาะ Registered Nurse Licence แล้วจ่าย100 $(ไม่ต้องเลือกที่มีพ่วงอื่นๆ ) น้องได้ยินมาว่าไม่จำเป็นต้องสอบภาษาอังกฤษ (กรณีendorse )แต่ต้องทำCES ส่งไปที่PA Nursing Boardเท่านั้น พี่นิดหน่อยพอมีข้อมูลไหมคะ?
ภาษาอังกฤษก็ยังไม่แข็งแรงและไม่รู้ว่าจะหาข้อมูลได้ที่ไหนดี....รบกวนตอบด้วยค่ะ
ขอบคุณมากๆคะ


jean


โดย: Jean IP: 184.52.210.238, 67.142.173.23 วันที่: 9 ตุลาคม 2553 เวลา:10:43:33 น.  

 
ขอบคุณพี่นิดหน่อยมากๆค่ะ สำหรับคำตอบ รวดเร็วจริงๆ ค่า

แต่ว่าตูนไม่แน่ใจ ในเรื่องที่พี่นิดหน่อยพูดถึงว่า เดินเรื่องสมัครสอบบอร์ดนิวยอร์ค เนี่ย หมายความว่าตูนต้องยื่นขอสอบ NCLEX กับ New York BON ใหม่หรอคะ ตูนใช้ผลสอบเดิมที่สอบไว้เมื่อ Feb 2008 กับ CA BON ได้ไหมคะ

และถ้าใช้ผลสอบเดิมได้เนีย ตูนต้องขอใบพวก Verification อะไรพวกนี้ เพื่อแจ้งกับทาง NY BON ว่าเราผ่าน NCLEX แล้วจาก CA BON ไหมคะ

รบกวนพี่นิดหน่อยด้วยนะคะ และขอให้พี่นิดหน่อยประสบผลสำเร็จในเรื่องงานที่พี่กำลังจะเริ่มต้นนี้นะคะ

ขอบคุณพี่นิดหน่อยมากๆ นะคะ

(น้อง)การ์ตูนค่ะ


โดย: การ์ตูน IP: 10.6.14.231, 202.28.183.10 วันที่: 10 ตุลาคม 2553 เวลา:13:58:47 น.  

 
น้องJean: ที่ว่าการEndorsmentไม่ต้องสอบภาษาอังกฤษนั้น ไม่เป็นความจริงเสมอไป ขึ้นอยู่กับระเบียบของรัฐปลายทางที่เราขอย้ายไป ต้องอ่านดูข้อกำหนดสำหรับพยาบาลที่ไม่ได้จบในอเมริกาให้ละเอียดจ้ะ

สำหรับการEndorsementของบอร์ดเพนซิลเวเนีย พยาบาลที่ไม่ได้จบในอเมริกาต้องสมัครCES และถ้าขอTemporary Practice Permit ก็ต้องสอบภาษาอังกฤษเพิ่มอีกอย่าง(เป็นไลเซ่นแบบชั่วคราวมีอายุ 1 ปี ที่อนุญาตให้พยาบาลที่ย้ายมาจากรัฐอื่นทำงานในเพนซิลเวเนียได้ ในระหว่างที่เรื่องไลเซ่นถาวรยังไม่เสร็จเรียบร้อย) ซึ่งถ้าน้องไม่ต้องการไลเซ่นชั่วคราว ก็ลองติดต่อบอร์ดขอยกเลิกนะจ๊ะ

วิธีการEndorsementของเพนซิลเวเนีย ดูในนี้จ้ะ คลิกตรง Licensure by Endorsement with Temporary Practice Permit อยู่ช่วงกลาง ๆ หน้า

http://www.portal.state.pa.us/portal/server.pt/community/state_board_of_nursing/12515/licensure_information/572048#Board


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 11 ตุลาคม 2553 เวลา:0:43:45 น.  

 
น้องตูน: ตกลงจะสมัครขอไลเซ่นบอร์ดนิวยอร์คใช่ไหมจ๊ะ วิธีสมัครอยู่ในหัวข้อNCLEX สำหรับคนที่สอบNCLEXผ่านแล้วอย่างน้องตูน นอกเหนือจากสมัครCVS ก็ต้องกรอกแบบฟอร์ม 1 ส่งไปนิวยอร์ค ส่วนแบบฟอร์ม 3 กรอกข้อมูลแล้วก็ส่งไปให้บอร์ดแคลิฟอร์เนียรับรองผลสอบให้จ้ะ วิธีขอVerification of Licensure ก็มีลิงค์ให้ไว้ในหัวข้อเดียวกัน น้องลองอ่านดูก่อน อ่านดูประสบการณ์สมัครบอร์ดนิวยอร์คของอ.หมิวที่เขียนไว้ด้านล่างด้วย ถ้าสงสัยอะไรก็ถามเข้ามาได้จ้ะ


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 11 ตุลาคม 2553 เวลา:0:52:31 น.  

 
ขอบคุณค่ะพี่นิดหน่อย น้องจะลองเข้าไปอ่านรายละเอียดในเวปที่พี่โพส์ไว้ค่ะ แต่ไม่แน่ใจจะเข้าใจภาษาอังกฤษ(ที่เป็นทางการ)ถูกรึปล่าวค่ะ? เข้าไปอ่านในdiaryของคุณน้ำพริกเพราะendorse จากCA มา PAแต่ไม่ทราบว่าคุณน้ำพริกต้องสอบภาษาอังกฤษรึปล่าวค่ะ?
Have a good holiday (columbus day )ค่ะ

Jean


โดย: Jean IP: 184.52.210.238, 67.142.173.23 วันที่: 11 ตุลาคม 2553 เวลา:10:30:44 น.  

 
น้องjean ภาษาอังกฤษที่ต้องสอบมันพ่วงมากับTemporary Practice Permit ที่น้องสมัครไว้น่ะจ้ะ ให้น้องลองติดต่อบอร์ดขอยกเลิก บอกเค้าว่าเราไม่ต้องการแบบชั่วคราว จะรอเอาแบบถาวรเลยได้ไหม ถ้าบอร์ดยกเลิกให้ ก็จะได้ไม่ต้องสอบภาษาอังกฤษ


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 11 ตุลาคม 2553 เวลา:21:05:38 น.  

 
พี่นิดหนอ่ยคะ น้องต้องขอขอบคุณมากๆ ที่สละเวลาส่วนตัวเพื่อตอบคำถามเพื่อนๆพยาบาลไทยทุกคนที่นี่และเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นๆมากมาย
เช่นเดียวกับco-writerท่านอื่นๆด้วยเพราะได้เข้าไปอ่านข้อมูลที่เป็นประโยชน์เช่นกัน
คนทำดี สังคมควรยกย่องค่ะ เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีกับคนอื่นๆต่อไป
ด้วยความจริงใจ
Jean


โดย: Jean IP: 184.52.210.238, 67.142.173.23 วันที่: 12 ตุลาคม 2553 เวลา:0:15:16 น.  

 
บล็อกนี้เกิดขึ้นมาได้เนื่องจากความคับข้องใจของคุณนายเขียดที่พยายามหาข้อมูลการมาทำงานในอเมริกาเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งในตอนนั้นไม่มีแหล่งข้อมูลเป็นภาษาไทยเลย มีแต่เวบภาษาอังกฤษกับเวบของพยาบาลฟิลิปปินส์ ในตอนหลังก็มีพี่น้องมาร่วมเขียนแบ่งปันประสบการณ์ในบล็อก หากข้อมูลในบล็อกนี้สามารถเอาไปใช้ได้จริงและมีส่วนช่วยพี่น้องพยาบาลไทยให้มาทำงานในอเมริกาได้ตามฝัน เพียงแค่นี้ พวกเราก็ดีใจแล้วค่ะ


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 12 ตุลาคม 2553 เวลา:22:56:23 น.  

 
พี่นิดหน่อย มีคำถามค่ะ ที่PA สำหรับRNที่ไม่มีประสบการณ์ในUS ควรลงเรียนหลักสูตรอะไรพอเป็นพฐ.ที่ทำให้มีโอกาศได้งานง่ายขึ้นคะและหาข้อมูลได้ที่ไหน?น้องโทรไปPA Nursing Board เรื่องcancel Endorsement Application เดิม( RN & Temporary Pracetice Permit )แต่ยังไม่ได้คำตอบเลยค่ะ(เจ้าหน้าที่ลาค่ะ ..อีกวันฝากข้อความไว้ก็เงียบไป) เลยยังไม่รู้ว่าจะต้องทำไงต่อดี
ขอบคุณค่ะ
Jean


โดย: Jean IP: 184.52.210.238, 67.142.173.25 วันที่: 15 ตุลาคม 2553 เวลา:8:39:17 น.  

 
ข้อกำหนดพื้นฐานที่พยาบาลจะต้องมีก็คือ ต้องไปเรียน BLS for Healthcare Providers กับACLS หลักสูตรอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เช่น IV therapy ลองหาในกูเกิล ถ้ามีเปิดสอนแถวบ้าน ไปเรียนไว้ก็ดี แต่ก็ไม่ได้บังคับเหมือนหลักสูตรCPR

สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ได้งาน พี่ว่า อยู่ที่ประสบการณ์ทำงานมากกว่า นายจ้างมักพิจารณาเราจากประสบการณ์ในเรซูเม่ ส่วนหลักสูตรที่เรียนมามีความสำคัญรองลงไปจ้ะ

ส่วนเรื่องติดต่อกับบอร์ดPA ต้องใช้ความพยายาม ติดต่อหลาย ๆ ครั้ง ถ้าเกิดยกเลิกไม่ได้จริง ๆ ก็คงต้องสอบภาษาอังกฤษล่ะจ้ะ


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 16 ตุลาคม 2553 เวลา:2:36:54 น.  

 
Thank u so much ka P' Nid Noi


โดย: Kartoon IP: 117.47.188.41 วันที่: 16 ตุลาคม 2553 เวลา:21:24:27 น.  

 
พี่นิดหน่อย ขอบคุณสำหรับคำแนะนำที่มีประโยชน์นะคะ
จะพยายามต่อไป ขอให้พี่นิดหน่อยมีความสุขกับงานพยาบาลไตเทียมนะคะ
Jean


โดย: Jean IP: 184.52.210.238, 67.142.173.25 วันที่: 17 ตุลาคม 2553 เวลา:1:32:34 น.  

 
พี่นิดหน่อยค่ะถ้าหนูจะสมัครพยาบาลของซิดนีย์ต้องทำเหมือนอเมริกาหรือเปล่าค่ะ ขอพี่แนะนำด้วยค่ะ


โดย: อารยา IP: 183.89.23.164 วันที่: 17 ตุลาคม 2553 เวลา:16:06:49 น.  

 
น้องอารยา: พี่ไม่รู้รายละเอียดวิธีสมัครไลเซ่นพยาบาลของออสเตรเลีย รู้คร่าว ๆ เท่าที่พยาบาลออสเตรเลียเล่าให้ฟังในหัวข้อ: อยากเป็นพยาบาลอินเตอร์ทำอย่างไรฯ ก็คือ ต้องสอบภาษาอังกฤษ IELTSแบบAcademic ให้ได้คะแนนอย่างน้อย 7 ทุกแบนด์, ต้องเข้าเรียนหลักสูตรพยาบาลสำหรับพยาบาลต่างชาติที่เรียกว่า Bridging Program และก็ต้องหาโรงพยาบาลเป็นสปอนเซอร์ขอวีซ่าทำงานให้


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 18 ตุลาคม 2553 เวลา:4:50:38 น.  

 
help!
somebody that working like dialysis nurse in usa or who know about who can afford paidment for dialysis in usa please help.This girl merry with usa guy now stay inthai already merry with american guy inusa (merry inNevada) now inthailand and have dialysis 2 time a week not move to usa because fear can't afford paid for dialysis in usa .Husband work and have bluecross insurace .please help
1how much bill that will paid for month for 2dialysis or 3 in a week
2.howmuch insurance cover
3.have fundation or something social work to help
please reply if you know i willcome to check sorry ka i can't type inthai very thank ka


โดย: will IP: 180.183.0.113 วันที่: 9 มกราคม 2554 เวลา:4:48:11 น.  

 
will: นิดหน่อยไม่ทราบค่าใช้จ่ายในการทำDialysisนะคะ รู้แต่ว่า มีกองทุนMedicaid&Medicareให้การช่วยเหลือคนไข้ที่ทำDialysis http://www.medicare.gov/Publications/Pubs/pdf/10128.pdf สำหรับคนที่มีประกัน คงต้องสอบถามจากบริษัทประกันโดยตรงว่าประกันที่ทำไว้ครอบคลุมหรือเปล่า

ส่วนอันนี้รวมลิงค์แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับDialysisค่ะ http://www.renalweb.com/indices/referencesites/referencesites.htm


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 11 มกราคม 2554 เวลา:3:50:07 น.  

 
พี่นิดหน่อยคะ อยากจะเข้าสู่วงการไตเทียมเหมือนพี่ๆบ้าง เคยทำงานไตเทียมที่เมืองไทย สองปีค่ะ จะเริ่มต้นที่ไหนดีคะ
ขอบคุณค่ะ


โดย: เม IP: 72.193.123.31 วันที่: 12 มกราคม 2554 เวลา:0:44:06 น.  

 
เม: เริ่มจากการเขียนResume, cover letter แล้วก็เข้าเวบสมัครงานจ้ะ พี่ชอบ http://www.indeed.com ลองค้นคำว่า dialysis nurse แล้วก็ใส่ zip code ก็จะมีตำแหน่งงานว่างขึ้นมาให้เลือก สมัครไปเยอะ ๆ เลยจ้ะ ทั้งงานโรงพยาบาลและบริษัทเอกชน ยิ่งมีประสบการณ์มาก่อนแบบนี้ จะมีโอกาสได้งานง่ายขึ้น ขอให้โชคดีจ้ะ


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 13 มกราคม 2554 เวลา:6:58:45 น.  

 
สวัสดีค่ะ พี่นิดหน่อย
อยากไปเป็นพยาบาลที่- australia ก่อนน่ะค่ะ
ขอคำแนะนำด้วยค่ะ
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

may


โดย: may IP: 124.120.191.91 วันที่: 14 มกราคม 2554 เวลา:12:24:05 น.  

 
พี่รู้ข้อมูลคร่าว ๆ สำหรับคนที่ต้องการไปทำงานพยาบาลในออสเตรเลีย ก็คือ ต้องมีผลสอบIELTSแบบAcademic ได้ 7 ทุกแบนด์(ฟัง พูด อ่าน เขียน ทุกทักษะต้องได้อย่างน้อย 7 จากคะแนนเต็ม 9) และต้องเข้าเรียนหลักสูตรBridging Programในออสเตรเลีย เมื่อผ่านทุกอย่างจึงจะได้ไลเซ่น(ต้องดูระเบียบการในรัฐนั้น ๆ ประกอบด้วย) ส่วนวิธีการขอวีซ่าพยาบาลดูในลิงค์นี้ http://www.immi.gov.au/skilled/medical-practitioners/nurses.htm


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 14 มกราคม 2554 เวลา:23:07:50 น.  

 
ขอบคุณพี่นิดหน่อยมากๆเลยค่ะ ลองเข้าไปหาดูแล้วค่ะ มีบริษัท davita ค่ะ ที่นี่เค้ามีแต่บริษัทเอกชนรับทำ hemodialysis เหรอคะ ลองหามาหลายเดือนแล้วค่ะ ไม่ยักกะเคยเห็นในส่วนของโรงพยาบาลประกาศรับสมัครเลยค่ะ เค้าจะพิจารณาประสบการณ์ ไตเทียมและไอซียู ของเราจากเมืองไทยไหมคะ
ขอบคุณพี่นิดหน่อยค่ะ


โดย: เม IP: 72.193.123.31 วันที่: 15 มกราคม 2554 เวลา:3:19:42 น.  

 
เม: DaVitaเป็นบริษัทเอกชนจ้ะ และก็ยังมีFresenius ซึ่งเป็นบริษัทไตเทียมเอกชนเหมือนกัน สองบริษัทนี้มีสาขาอยู่ในหลายรัฐทั่วอเมริกา นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายบริษัท เช่น Renal Advantage, American Renal และคลินิกไตเทียมส่วนตัวของหมอซึ่งมักไม่ลงประกาศในเวบหางาน ให้น้องเข้ากูเกิล ค้นหา Dialysis + zip code ของพื้นที่ที่น้องอยู่ ก็จะเห็นว่า มีหน่วยไตเทียมที่ไหนบ้าง ซึ่งถ้าไม่เห็นในเวบหางาน อาจต้องลองโทรติดต่อโดยตรงจ้ะ

ปล.ประสบการณ์ของน้องเป็นประโยชน์แน่นอนจ้ะ เขียนใส่ในเรซูเม่เลยว่าเราผ่านงานอะไรมาและทำอะไรได้บ้าง


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 15 มกราคม 2554 เวลา:9:22:58 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะพี่ ขอให้พี่และครอบครัว สุขภาพแข็งแรง มีความสุขมากๆนะคะ เจริญก้าวหน้าในการงาน ร่ำรวย บุตรเป็นอภิชาตบุตร นำความเจริญมาสู่ครอบครัวนะคะ ถ้าหากมาเที่ยว las vegas เชิญแวะพักที่บ้านได้นะคะ เต็มใจต้อนรับค่ะ


โดย: เม IP: 72.193.123.31 วันที่: 16 มกราคม 2554 เวลา:21:32:10 น.  

 
คุณอยู่รัฐไหนคะ
อยากโทรคุยเรื่องพยาบาลไตเทียม
รายได้ที่นี่นให้ ชม.เท่าไร


โดย: พี่อ๋อย IP: 75.17.93.35 วันที่: 24 มกราคม 2554 เวลา:3:26:25 น.  

 
เท่าที่ทราบ รายได้เฉลี่ยDialysis RNเริ่มที่ $25-28 แต่ถ้าจะให้ได้ข้อมูลละเอียด คงต้องดูในเวบpayscaleหรือsalary.com ใส่zip codeเข้าไปก็จะได้ข้อมูลที่แม่นยำมากขึ้นค่ะ


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 24 มกราคม 2554 เวลา:20:58:51 น.  

 
ต้องขอบคุณคุณนิดหน่อยมากค่ะที่ตอบคำถาม อ้อ แล้ว
อิอิ แต่อ้อ กลับมาหาอีกไม่เจอว่า ถามไว้ที่ไหน ขอขอบคุณไว้ที่นี่แล้วกัน คร่าาาา
คือว่าเหมาอ่านไปหมด งงตัวเองนิดหน่อย
ตอนนี้อ้อขอ visa CR1 อยู่ หวังไว้ว่าคงจะได้ปลายๆปีค่ะ
ขอสอบกับCA แล้ว Endorsement ไป SC ค่ะ กะจะไปเรียน kaplan ก่อนสอบ ที่โน่นด้วยค่ะ ไปอยู่ charleston ค่ะ น่าจะมีที่เรียน


โดย: aor IP: 118.172.28.218 วันที่: 25 มกราคม 2554 เวลา:18:49:32 น.  

 
aor: นิดหน่อยก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าเคยตอบคำถามไว้ตรงไหน บล็อกมันไม่มีระบบค้นหาด้วยน่ะค่ะ ตกลงคุณaorสมัครบอร์ดCAทันก่อนเดือนเมษายน 2010ที่จะต้องใช้SSNในการสมัครใช่ไหมคะ

นิดหน่อยดูระเบียบการEndorsementของบอร์ดSouth Carolinaแล้ว คิดว่าหลังจากที่คุณaorได้ไลเซ่นของCAแล้ว คงต้องสมัครCESและสอบTOEFLเพิ่มอีกนะคะ ตามข้อกำหนดForeign Educated Applicants

http://www.llr.state.sc.us/POL/Nursing/index.asp?file=bonexam.htm

ส่วนเรื่องKaplan ใส่Zip codeเข้าไปก็จะมีข้อมูลสถานที่ติวสอบขึ้นมาให้ค่ะ


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 25 มกราคม 2554 เวลา:20:35:33 น.  

 
ไม่ทันค่ะคุณนิดหน่อย รุ่นเดียวกันกับ หมิวน่ะค่ะ ก็รอได้VISA ก่อน ค่อยไปที่ดน่น แล้วค่อยสมัครของ CA ค่ะ โอ้โฮ แล้วต้องมาเจอสอบ TOEFL อีก แล้ว CES คืออะไรค่ะ ใช่เหมือนของ NY ไหมค่ะ


โดย: aor IP: 118.172.25.117 วันที่: 26 มกราคม 2554 เวลา:21:06:39 น.  

 
sam: จากที่น้องถามไว้ในกล่องข้อความหน้าบล็อก น้องได้ส่งเอกสารทำCESครบหมดแล้ว แต่ตอนนี้แพลนจะย้ายไปอยู่แคลิฟอร์เนีย พี่อยากให้น้องถามสามีดูว่า ในอนาคตจะได้ย้ายกลับมาโคโลราโดไหม ถ้ามีโอกาสจะได้ย้ายกลับมา พี่ว่า สอบภาษาอังกฤษให้ครบตามที่บอร์ดโคโลราโดกำหนด แล้วก็สอบเอาไลเซ่นของทางนี้ก่อน เมื่อได้แล้วค่อยขอEndorsementไปบอร์ดแคลิฟอร์เนีย

แต่ถ้าคิดว่า คงไม่ได้ใช้ไลเซ่นโคโลราโดแล้ว จะไปสอบเอาไลเซ่นของแคลิฟอร์เนียเลย น้องก็ไม่ต้องสอบภาษาอังกฤษ บอร์ดแคลิฟอร์เนียไม่บังคับให้สอบภาษา น้องแค่ส่งApplicationพร้อมค่าธรรมเนียม ส่วนสำเนาทรานสคริปต์และสำเนาใบประกอบฯ ซึ่งน้องได้ส่งไปให้CGFNSไว้แล้วนั้น ก็ขอให้เขาส่งต่อไปให้บอร์ดแคลิฟอร์เนียได้ โดยล็อกอินเข้าCGFNS Connect แล้วเลือก Additional CGFNS Services - Forwarding Professional Education Information ซึ่งต้องจ่ายค่าธรรมเนียม แต่พี่จำไม่ได้แล้วว่าเท่าไร


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 26 มกราคม 2554 เวลา:21:46:14 น.  

 
aor: ถ้าส่งใบสมัครของแคลิฟอร์เนียไม่ทันก่อนที่เขาจะเปลี่ยนกฎ ก็ไม่ต้องสมัครผ่านบอร์ดแคลิฟอร์เนียแล้วค่ะ สมัครLicensure by Examinationโดยตรงกับบอร์ดเซาท์ แคโรไลน่าไปเลยดีกว่า เพราะถึงอย่างไรก็ยังต้องสมัครCESและสอบภาษาอังกฤษอีกอยู่ดี(ตามข้อกำหนดสำหรับพยาบาลที่ไม่ได้จบในอเมริกา) การสมัครผ่านบอร์ดแคลิฟอร์เนียไม่ได้ช่วยลัดขั้นตอนเหล่านี้เลย

ช่วงที่ยังรอวีซ่าอยู่ที่เมืองไทยนี้ นิดหน่อยแนะนำให้สมัครCESและเตรียมสอบTOEFL โดยแจ้งศูนย์สอบว่าต้องการให้ส่งผลTOEFLไปที่CGFNSนะคะ เมื่อส่งเอกสารครบและสอบภาษาผ่านแล้ว ทางCGFNSจะส่งCES reportและผลสอบTOEFLของเราไปให้บอร์ด วิธีสมัครCES ให้เข้าไปที่เวบ http://www.cgfns.org เลือกเมนูCES(Credential Evaluation Service) ในด้านล่างของหน้าจะมีHandbookให้ดาวน์โหลดออกมาอ่านก่อนลงมือสมัคร ส่วนในหัวข้อCGFNSในบล็อกนี้ นิดหน่อยทำตัวอย่างวิธีการสมัครไว้ให้ดู มีรูปประกอบด้วย (คล้ายกับCVS for New York State แต่แบบฟอร์มและขั้นตอนต่างกัน)


จากนั้น เมื่อคุณaorมาอเมริกาได้กรีนการ์ดและSSNแล้ว ก็ส่งใบสมัครLicensure by Examinationไปที่บอร์ดเซ้าท์แคโรไลน่า เมื่อบอร์ดได้รับApplication + CES + TOEFL ก็จะอนุมัติให้คุณไปสอบNCLEX


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 26 มกราคม 2554 เวลา:22:11:07 น.  

 
โอ้ละหว่า อกหักรอบที่ 3 อ้อน่ะเตรียมเอกสารของCA พร้อมหมดแล้ว ซึ่งเป็นรอบที่ 2 แล้วแต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะAgecy ที่ทำวีซ่าให้ เค้าบอกว่าระหว่างรอวีซ่าให้เราขอ SSN ได้ เราก็เลยลองดูแต่ก็ไม่ได้จริง เตรียมเอกสารไว้หมดแล้ว รอแต่SSN ผิดหวังอีกรอบหรือเนี่ย นี่ต้องกลับไปดูว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรมั่งเนี่ย แต่ละรัฐก็ต่างกัน ทำไมช่างยากเย็นเหลือเกิน นี่แค่จะขอสอบน่ะเนี่ย ได้สอบแล้วยังไม่รู้จะผ่านไหม สอบผ่านแล้วจะมีงานหรือให้เราหรือเปล่า TOEFL คะแนนเท่าไหร่ค่ะ ต้อแต้จัง ขอบคุณมากนะค่ะ คุณนิดหน่อยนี่รู้ทุกเรื่องจริงๆ เป็นบุญมากๆที่ช่วยคนมากมาย ขอโมทนาบุญด้วยจริงๆ


โดย: aor (n1178 ) วันที่: 27 มกราคม 2554 เวลา:22:30:15 น.  

 
aor: การEndorsement บางรัฐก็ง่าย บางรัฐก็ยากค่ะ ที่พอรู้แนวทางก็เพราะเคยเจอกับปัญหาพวกนี้ เดิมทีนิดหน่อยมีไลเซ่นของแคลิฟอร์เนีย ตอนขอEndorseมาที่ฟลอริดาก็ไม่ได้สอบหรือทำอะไรเพิ่ม แต่ตอนขอEndorseมาจอร์เจียนี่ซิคะ เขาให้ไปทำCES เพราะนิดหน่อยเป็นForeign educated graduate เสียเงินไปเกือบสี่ร้อยเหรียญ ใช้เวลาทำเกือบหกเดือนกว่าจะได้จอร์เจียไลเซ่นมาครอบครอง บทเรียนนี้สอนให้รู้ว่า ไลเซ่นที่เรามีไว้ก่อนหน้านั้นไม่ได้ช่วยให้อะไรง่ายขึ้น ถ้าหากรัฐปลายทางที่เราจะย้ายไป มีข้อกำหนดพิเศษสำหรับพยาบาลที่ไม่ได้จบในอเมริกา

ในกรณีของคุณอ้อ การวางแผนสอบขอไลเซ่นของแคลิฟอร์เนียไว้ก่อนแล้วขอย้ายมาจึงใช้ไม่ได้กับรัฐนี้ บอร์ดเซ้าธ์แคโรไลน่าเขียนระเบียบไว้เลยว่าพยาบาลที่ไม่ได้จบในอเมริกาต้องทำCESและสอบTOEFL ซึ่งยังระบุชัดลงไปอีกว่า TOEFL จะต้องประกอบด้วยข้อสอบเขียน(TWE) และสอบพูด(TSE) ดังนั้นคุณอ้อต้องสอบTOEFLแบบ iBTเท่านั้น สอบเวอร์ชั่นอื่นก็ไม่ได้ จะไม่ครบตามrequirement

ในระหว่างที่รอวีซ่าอยู่นี้ แนะนำให้คุณอ้อสมัครCESให้เสร็จ และถ้ามีเวลาก็ไปติวสอบTOEFL (ขอแก้ไขนิดนึงนะคะ ผลสอบTOEFLให้แจ้งศูนย์สอบว่าต้องการส่งไปที่บอร์ดเซ้าธ์แคโรไลน่า) ส่วนเรื่องการส่งไปสมัครไปที่บอร์ด รอให้ได้มาอเมริกาก่อนแล้วค่อยดำเนินการ


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 28 มกราคม 2554 เวลา:3:12:49 น.  

 
aor: เพิ่มเติมเรื่องสอบภาษาอังกฤษค่ะ ในเวบไซต์ของบอร์ดเซ้าธ์แคโรไลน่าไม่ได้ระบุคะแนนผ่านของTOEFLเอาไว้ คุณอ้อคงต้องติดต่อไปที่บอร์ด และถ้าไม่อยากสอบTOEFLลองสอบถามดูว่า จะเลือกสอบแบบไหนได้บ้าง ดูจากข้อความในเวบก็บอกว่า อาจเลือกสอบอย่างอื่นได้ แต่ก็ไม่ได้บอกไว้ว่า ตัวเลือกอื่นคืออะไร (An applicant whose native language is not English shall submit evidence of passing the Test of English as First Language (TOEFL), Test of Written English (TWE), and Test of Spoken English (TSE) offered by TOEFL/TSE Services or another service approved by the board.


โดย: นิดหน่อย IP: 98.251.38.151 วันที่: 28 มกราคม 2554 เวลา:3:34:36 น.  

 
ขอบคุณ มากๆ ค่ะคุณนิดหน่อย
ขอเวลาทำใจสักเล็กน้อย ค่อยไปศึกษาการเครียมเอกสาร ของ SC ค่ะ


โดย: aor IP: 118.172.38.188 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:22:20:26 น.  

 
มึนเลยค่ะคุณนิดหน่่อย เช่น
3.the certificate of endorsement from must be mailed direct from the school to the SC board of nursing เราจะแบบฟร์อมเหมือน CA หรือเปล่า
ข้อ 3 และ4 คล้ายกันไหม
กำลังดูเรื่อง CES อยู่ ว่าจะสมัครอย่างไร ต้องทำไงบ้าง
ขอบคุณคุณนิดหน่อยมากน่ะค่ะ ที่ ชี้ทางให้ ไม่งั้นก็หลงรอไปจนกว่าไปที่โน่น แล้วค่อยทำ ถ้าไม่มีรุ่นพี่นี่ต้องงมเข็มไปอีกนาน คุณนิดหน่อยอยู่ จอร์เจียหรือค่ะ ก็อยู่ติดกับ SC ใช่ไหมค่ะ


โดย: aor (n1178 ) วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:21:59:30 น.  

 
aor: ตกลงใช้วิธีสมัครตรงกับบอร์ดSCนะคะ เพราะถ้าสมัครขอไลเซ่นของบอร์ดCAไว้ก่อน คุณaorจะอยู่ในสถานการณ์เดียวกับตอนนิดหน่อยขอไลเซ่นGA คือ ได้เริ่มต้นทำใหม่หมด

ขั้นตอนการสมัครLicensure by Examination สำหรับForeign educated applicants โดยสรุป

1. ส่งใบสมัครSouth Carolina Application for Licensure by Examintion (นิดหน่อยไม่มีโอกาสดูให้ว่า ใบสมัครหน้าตาเป็นยังไง ต้องกรอกอะไรบ้าง เพราะเป็นใบสมัครแบบออนไลน์ที่คุณaor ต้องเข้าไปสร้างaccount แล้วกรอกข้อมูล และคงจะต้องรอให้ได้มาอเมริกา มีSSNก่อนถึงจะกรอกได้) เมื่อกรอกแล้ว ปรินท์ออกมา ส่งเอกสารแนบไปด้วย ได้แก่ รูปถ่าย 2x2, สำเนาพาสปอร์ต, สำเนาใบเปลี่ยนชื่อสกุล(และใบสำคัญการสมรส), สำเนากรีนการ์ดหรือสำเนาบัตรโซเชียล, ค่าธรรมเนียมเป็นmoney orderหรือcashier's check

2. สมัครสอบNCLEXที่เวบPearsonVUE (ต้องระบุSSNในการสมัครด้วย)

3. กรอกใบCertificate of Endorsement (คลิกตรงRegistered Nurse(RN) Applications จะเห็นลิงค์ให้ดาวน์โหลดแบบฟอร์มนี้) โดยส่งไปให้สถาบันที่เรียนพยาบาลมาลงข้อมูลและส่งแบบฟอร์มนั้นกลับมาที่บอร์ดSCโดยตรง (คุณaorจะดาวน์โหลด กรอกข้อมูลฝากทางบ้านไว้ก็ได้ แต่ยังส่งออกไม่ได้ เพราะต้องกรอกSSNในแบบฟอร์ม รอให้ได้SSN แล้วค่อยโทรบอกทางบ้านให้กรอกSSNและส่งไปสถาบันให้)

นอกจากข้อ 1-3 Foreign Educated Applicants ให้ดูข้อ 5-9 เพิ่มเติม(ข้อ 4. ไม่ได้ใช้ค่ะ มันเป็นของOut of State Applicants)

5. ต้องสอบTOEFL เวอร์ชั่นที่ต้องมี TOEFL + TWE + TSE

6. แนบสำเนาใบประกอบวิชาชีพ(+ฉบับแปล) ส่งไปบอร์ดรวมกับเอกสารที่เตรียมไว้ในข้อ 1.

7. สมัครCES

8. สมัครสอบTOEFL ที่เวบ http://www.toefl.org

9. ผู้สมัครที่ไม่สามารถสอบNCLEXผ่านภายในสามปีหลังจากการสอบครั้งแรก จะต้องไปเรียนเพิ่มเติมตามที่บอร์ดกำหนด ก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้สอบNCLEXได้อีก

ข้อมูลข้างบนนี้ นิดหน่อยแปลสรุปจาก http://www.llr.state.sc.us/POL/Nursing/index.asp?file=bonexam.htm#Exam Requirements

ซึ่งจะเห็นได้ว่า ขั้นตอนที่คุณaorสามารถทำได้ในช่วงเวลาที่ยังอยู่เมืองไทย คือการสมัครCES และสอบTOEFL ส่วนขั้นตอนอื่นที่ต้องใช้SSNในการสมัคร ต้องมาทำที่อเมริกา วิธีการสมัครCESดูในลิงค์ด้านซ้ายมือนะคะ ถ้ามีข้อสงสัยโพสต์ถามได้ค่ะ


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:4:38:22 น.  

 
ขอคุณมากค่ะคุณนิดหน่อย อ้อก็ทำตามผู้มีประสบการณ์น่ะค่ะ ก็คงอย่างที่คุณนิดหน่อยบอก อย่างไร เราก็ต้อง Tofel และCES อยู๋ดี เราต้องผ่าน สองอย่างนี้ก่อนถึงจา ขอสอบNCLEX ได้ใช่ไหมค่ะ
ขอทบทวนการเตรียมเอกสารอีกทีน่ะ ถ้าติดตรงไหน ขอรบกวนน่ะค่ะ


โดย: aor IP: 118.172.39.116 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:22:05:08 น.  

 
ผลสอบ NCLEX จะครบสามปีในเดือนมิ.ย.นี้ยังไม่มี SSN จะต้องทำอย่างไรค่ะ แล้วจะมีผลอย่างไร ...ขอบคุณค่ะ


โดย: GiGi IP: 27.55.201.14 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:22:17:22 น.  

 
GiGi: สำหรับคนที่สอบผ่านNCLEX แต่ไม่ได้แจ้งSSNไปที่บอร์ดแคลิฟอร์เนียภายในสามปี เรื่องการสมัครที่เคยยื่นเอาไว้ก็จะหมดอายุ แต่ผลสอบNCLEXบอร์ดยังเก็บไว้ให้อยู่นะคะ ซึ่งก็ต้องรอจนกระทั่งได้SSNแล้ว จึงทำเรื่องRe-apply สมัครเข้าไปใหม่

Prior to April 26, 2010, once an applicant passed the NCLEX-RN examination, the applicant was allowed a three-year time period to submit a valid SSN. After that time period had elapsed, the file was considered abandoned and the file was destroyed. Additionally, an applicant was also allowed to request an extension on the file Abandonment Date. This was done as a courtesy to the applicant. As of April 26, 2010, the BRN will no longer grant an extension on the file abandonment date.

An applicant, who has passed the NCLEX-RN exam and is affected by file abandonment and file destruction, still has the following options:

· Once the valid U.S. Social Security Number is obtained, the applicant may re-apply to the BRN. The applicant will not have to retest, because even though the file is abandoned and destroyed, the NCLEX-RN test result is still valid. You do need to submit a new Application Fee Schedule for Examination; a transcript and the fingerprint card. When the Board receives all the requirements (a new application; transcript from school; the fingerprint clearance and a valid U.S. SSN) we needed; the CA RN license will be issued.

· An applicant may request that the California NCLEX-RN test result (NCLEX-RN CANDIDATE REPORT with your picture) be provided to any U.S. jurisdiction; if the applicant wishes to apply to a jurisdiction that does not require the SSN for licensure (There is a $10 fee that must be included with a test result (NCLEX-RN CANDIDATE REPORT with your picture) request). The applicant must contact other U.S. jurisdictions to inquire as to each jurisdiction’s licensure requirements. For a list of U.S. jurisdictions, please visit the National Council of State Boards of Nursing (NCSBN) official Web site at: https://www.ncsbn.org/index.htm and access the contact information under Boards of Nursing.

· To assist an applicant who is requesting a VisaScreen® certificate from the International Commission on Healthcare Professions (ICHP), the BRN will certify the applicant’s California NCLEX-RN test results (there is a $60 fee that must be included with the certification request). Information related to the VisaScreen® certificate requirements may be found on the International Commission on Healthcare Professions official Web site at: http://www.cgfns.org/sections/programs/vs/



โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:21:33:55 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะ...ถ้ามีโอกาส ได้ SSN คงได้รบกวนคุณนิดหน่อยอีก...


โดย: GiGi IP: 27.55.195.235 วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:2:38:29 น.  

 
Choose from two types of reports
CGFNS currently offers two types of CES reports. We suggest you contact the organization (the recipient) you would like to receive your CES report and ask which type of report they require. The two types of reports are described below:

Professional Report — This report meets the specific requirements of individual state boards of nursing, incorporating their requirements templates and including a statement of comparability of an applicant’s education when measured against U.S. standards.
Academic Report — This report is designed to meet the needs of applicants pursuing further education in U.S. institutions of higher learning
คุณนิดหน่อยค่ะ ของพยาบาลนี้เราต้องเลือก แบบprofessional ใช่ไหมค่ะ


โดย: aor IP: 118.172.88.186 วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:22:46:45 น.  

 
aor: ใช่แล้วค่ะ ดูในลิงค์ที่นิดหน่อยเคยให้ไว้ ตรงข้อ 7. จะมีคำอธิบาย Request a Credential Evaluation Service (CES) report at http://www.cgfns.org. You will need to request a CES Professional Report description of your nursing program


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:7:18:55 น.  

 
พึ่งเข้าไปอ่าน CES ที่คุณนิดหน่อยแนะนำไว้ แล้วเวลาที่เราจ่ายเงิน ต้องจ่ายพร้อมกับรายงานผลTOEFL เลยด้วยไหมค่ะ
แฟนอ้อโทรไปถามที่ board SC เรื่องคะแนนTOEFL เค้าให้ไดูที่เวบเอง แล้วจารู้ไหมเนี๊ย ,requirement SC ไม่เห็นมีfinger print เลยค่ะ


โดย: aor IP: 118.172.53.188 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:22:40:41 น.  

 
aor: nursing boardของบางรัฐไม่ได้ใช้fingerprint cardในการสมัครนะคะ เท่าที่ดูในระเบียบของบอร์ดSCก็ไม่มีระบุไว้ ส่งเอกสารให้ครบตามรายการที่บอร์ดกำหนดก็พอค่ะ ส่วนการสมัครTOEFLสมัครแยกต่างหากค่ะ ผลสอบก็ให้ศูนย์สอบส่งไปบอร์ดSCโดยตรง ไม่ได้รวมกับCESของบอร์ดSC (มีบางบอร์ดให้ทำรวมกัน) สำหรับคะแนนTOEFL นิดหน่อยหาในเวบของบอร์ดSCยังไงก็ไม่เจอ รู้แต่เกณฑ์ของCGFNS http://www.cgfns.org/files/pdf/req/vs-requirements.pdf ลองถามบอร์ดดูนะคะว่า ใช้เกณฑ์ตามนี้ไหม


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:11:59:46 น.  

 
ขอบคุณค่ะ ตอนนี้อ้อกำลังเริ่มสมัคร CES ขอเข้าไปคุยที่ห้อง CES น่ะค่ะ นี่ถ้าอ้อไปถึง เมกาจาขอไปคารวะคุณนิดหน่อยที่จอร์เจีย คิดว่าคงไม่น่าจะใกลกัน CR1 เดินถึงstep2 แล้วค่ะ


โดย: aor IP: 118.172.48.220 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:22:42:45 น.  

 
ถ้ามีโอกาสเราคงได้เจอกัน ไม่ต้องคารวะหรอกค่ะ นิดหน่อยไม่ใช่สิ่งศักสิทธิ์ อิอิ ถ้ามีอะไรพอจะช่วยได้ ก็โพสต์คำถามไว้เลยนะคะ


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:1:10:55 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่นิดหน่อย มาช้าไปหน่อยค่ะเพราะพึ่งกลับมาจากไทยค่ะ (ไม่ได้ลืมนะคะแต่ไม่ได้เข้าเน็ตเลยตอนอยู่ไทย)

เรื่องสกี ฮามากค่ะ จะไปแก้มืออีกรอบค่ะกลับมาคราวนี้ จะต้องเบรคให้ได้เลย


โดย: thainurse@norway วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:12:44:32 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะพี่นิดหน่อยสำหรับคำตอบที่เจี๊ยบถามไป เจี๊ยบเคยได้ยินมาว่าบางคนไปหา (เยี่ยม) แฟนที่อยู่ที่อเมริกาด้วยวีซ่าท่องเที่ยว แต่หลังจากอยู่ดูใจแล้วแน่ๆ ก็แต่งงานที่โน่นเลย หลังจากนั้นใช้เวลาในการเปลี่ยน Status ไม่นานก็ได้ Green Card

เจี๊ยบกำลังเตรียมสอบ IELTS อยู่ แต่สอบแล้วจะยังไงต่อกำลังคิดอยู่ค่ะ

ส่วนตัวยังไม่ได้ apply visa screen ถึงแม้จะสอบ NCLEX ผ่านแล้ว (รัฐ CA) เพราะเท่าที่หา Agency ที่จะ Sponsor แล้วนั้นหาไม่ได้เลยค่ะ ส่วนมากจะบอกว่าตอนนี้ Sponsor เฉพาะคนที่มี Green Card หรือคนที่มี I-140 ก่อนปี 2006 เท่านั้น

อ้อพี่นิดหน่อยพอจะทราบไหมค๊ะว่าพยาบาลไทยสามารถไปเรียน "BLS" "ACLS" ของ AHA ที่อเมริกาได้หรือเปล่า (ด้วยวีซ่าท่องเที่ยว) แล้วใช้เอกสารอะไรบ้าง เจี๊ยบสอบถามไปที่สถาบันที่โน่นยังไม่ได้คำตอบกลับ ดีกว่าอยู่เปล่าๆ ช่วงรอ

และสุดท้าย ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ ที่อยู่ในขั้นตอนและสถานการณ์เดียวกันด้วยค่ะ

อ้อ, หากพี่นิดหน่อยมีคำแนะนำอย่างอื่นก็ยินดีนะคะ หรือจะช่วยหาแฟนให้เจ๊ยบก็ได้ค่ะกำลังหาอยู่เหมือนกัน อิอิ

ขอบคุณค่ะ
เจี๊ยบ
Bangkok


โดย: เจี๊ยบ IP: 58.8.154.96 วันที่: 6 มีนาคม 2554 เวลา:16:17:09 น.  

 
เจี๊ยบ: คำแนะนำของพี่สำหรับคนที่ยื่นขอวีซ่าทำงานไว้แล้วก็คือ รอ...รอไปจนกว่าจะถึงคิวเรียกสัมภาษณ์ เพราะยังไม่มีอะไรที่จะทำให้ขั้นตอนนี้เร็วขึ้นได้ ส่วนในกรณีของเจี๊ยบซึ่งยังไม่มีสปอนเซอร์วีซ่า ก็คงต้องพยายามหาต่อไป การหาสปอนเซอร์ก็ไม่ต่างจากการหางาน หากน้องมีประสบการณ์เฉพาะทางในสาขาที่ทางอเมริกาต้องการก็น่าจะช่วยได้มาก ส่วนเรื่องการมาเรียนBLS,ACLSในอเมริกา สำหรับคนที่ถือวีซ่าท่องเที่ยว ก็น่าจะเรียนได้ เพราะหลักสูตรพวกนี้ เขาไม่ได้ตรวจสอบหลักฐานการเข้าเมือง เรียนไม่กี่ชั่วโมงก็จบ แต่หลักสูตรพวกนี้ต้องเรียนทบทวนทุก 2 ปี เรียนไปแล้ว กว่าจะได้มาอเมริกาใบประกาศก็คงจะหมดอายุ ต้องไปเรียนใหม่อยู่ดี

ส่วนเรื่องที่น้องทราบมาว่า มีคนถือวีซ่าท่องเที่ยว แล้วมาแต่งงานที่อเมริกาและได้กรีนการ์ดนั้นมีอยู่จริง แต่ก็จะถูกตรวจสอบมากกว่าธรรมดา เคยรู้จักกันมานานแค่ไหน มีหลักฐานแสดงความสัมพันธ์แน่นหนาไหม พี่เคยอ่านเจอเรื่องราวของหลายคน ที่สมหวังได้เจอรักแท้ แต่งงานไปได้กรีนการ์ดก็มี คนที่ไม่สมหวังก็มี แฟนให้มาหา มาทดลองอยู่ที่อเมริกา แล้วก็ไม่ยอมแต่ง ไม่ยอมทำเรื่องขอวีซ่าให้ พอวีซ่าหมดก็ต้องกลับ บางรายก็แย่ไปกว่านั้น แฟนทำเรื่องขอวีซ่าคู่หมั่้นให้ แต่อยู่กันไปครบ 90 วันแล้วก็ไม่ยอมแต่ง วีซ่าหมดฝ่ายหญิงก็ต้องกลับไทย ฝ่ายชายก็ทำเรื่องขอวีซ่าให้หญิงคนใหม่ พี่จึงไม่แนะนำให้ใช้วิธีนี้เพียงเพื่อหาทางให้ได้มาอเมริกา ความเสี่ยงสูง เราเป็นผู้หญิง มีแต่ทางเสียเปรียบ ลองสมัครวีซ่าลอตเตอรี่น่าจะเป็นช่องทางที่ดีกว่า


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 7 มีนาคม 2554 เวลา:15:57:16 น.  

 
ขอบคุณพี่นิดหน่อยมากค่ะสำหรับคำแนะนำ เจี๊ยบก็คิดอย่างนั้นแหละค่ะ

ตอนนี้พี่นิดหน่อยอยู่รัฐไหนนะคะ? เผื่อมีโอกาสจะได้ไปเที่ยวหา เมื่อเดือนที่แล้วไปเดินแถว San Francisco มา ชอบมากค่ะ

ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ

เจี๊ยบจบจาก ว.กรุงเทพฯ ปี 1991

ขอบคุณค่ะ


โดย: เจี๊ยบ IP: 61.90.38.149 วันที่: 8 มีนาคม 2554 เวลา:18:59:30 น.  

 
พี่อยู่จอร์เจียค่ะ ติดฝั่งตะวันออกเลย ไกลจากที่ที่น้องเคยไปเที่ยวมาก ๆ ถ้ามีอะไรที่พี่พอจะช่วยให้ข้อมูลได้ ก็โพสต์เข้ามาคุยกันอีกนะคะ ยินดีค่ะ


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 9 มีนาคม 2554 เวลา:7:35:07 น.  

 
มานั่งอ่านเรื่องราวของพี่นิดหน่อยแล้ว สนุกมากค่ะ ประสบการณ์ล้วนๆ นะคะเนี่ย มิน่าพี่นิดหน่อยถึงเก่ง นี่เจี๊ยบก็เตรียมสอบ IELST เอง ไปสมัครที่ British Council ซื้อ Practice Materials มา 3 ชุด กำหนดวันสอบปลายเดือน พ.ค. นี้ค่ะ อาจจะได้สอบหลายรอบอยู่ (ตอนสอบ NCLEX ก็อ่านเองเหมือนกันค่ะ ประหยัดเงิน ไปสอบเองคนเดียว อยู่เที่ยวฮ่องกงด้วย 3 วันเดินจนทั่วเลย)

ก็คิดอยู่ว่าถ้าเรื่องราวของตัวเองบรรลุเป้าหมายเมื่อไหร่ก็คงจะมีอะไรมา Share บ้าง ตอนนี้ขออ่านเรื่องของพี่ๆ และน้องๆ ไปก่อนนะคะ

Have a nice day ค่ะ


โดย: เจี๊ยบ IP: 61.90.5.92 วันที่: 9 มีนาคม 2554 เวลา:12:26:17 น.  

 
ขอบคุณนะคะพี่นิดหน่อย อ้อก็ไม่รู้ว่าวันนึงอาจจะได้เจอหมอกระแทกหูโทรศัพท์ใส่เมื่อไหร่เหมือนกันค่ะ 555 ก็ไม่ใช่ภาษาแม่นี่ค๊า จะให้ทำยางงายอีกกก เครียดเข้ากระดูกแล้วเนี่ย

สู้ต่อไปค่ะ ไอ้มดแดง


โดย: thainurse@norway วันที่: 10 มีนาคม 2554 เวลา:5:25:57 น.  

 
สอบถามเรื่องหลักสูตร Dialysis T. ค่ะ พอดีสนใจอยากเรียนค่ะ ตอนที่คุณนิดหน่อยสมัครเรียน ไม่ทราบว่าใช้วุฒิการศึกษามัธยมปลาย หรือวุฒิพยาบาลสมัครคะ สนใจมากค่ะ


โดย: อ๊อด IP: 75.31.193.57 วันที่: 23 มีนาคม 2554 เวลา:13:12:32 น.  

 
อ๊อด:โดยปกติหลักสูตรนี้ใช้วุฒิม.ปลาย เพื่อนร่วมชั้นส่วนมากก็เป็นNurse Aide ที่มาเรียนDialysisเพิ่ม แต่นิดหน่อยใช้วุฒิพยาบาลในการสมัครเรียนค่ะ ถ้าคุณอ๊อดเคยมีประสบการณ์ไตเทียมจากเมืองไทยแล้ว ลองสมัครงานเลยก็ได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องไปเรียนหลักสูตรนี้ ในตอนนั้นที่นิดหน่อยไปเรียน เพราะยังว่างงานในระหว่างที่รอไลเซ่นจอร์เจีย


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 23 มีนาคม 2554 เวลา:20:48:53 น.  

 
Who you know about this?
www.kidneyschool.org

I am not sure for dialysis nurse ?


โดย: Aod IP: 75.31.193.57 วันที่: 24 มีนาคม 2554 เวลา:6:10:21 น.  

 
เวบที่คุณอ๊อดให้มา ก็มีบทเรียนให้ความรู้สำหรับผู้ป่วยไตวายและมีแหล่งความรู้สำหรับพยาบาล แต่ก็ยังไม่ใช่Dialysis training


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 24 มีนาคม 2554 เวลา:21:16:53 น.  

 
คุณนิดหน่อยได้เรียน คอร์ส Hemodialysis Training Program หรือยังคะ แล้วตอนนี้คุณนิดหน่อยทำงานด้าน dialysis อยู่หรือเปล่าคะ


โดย: อ๊อด IP: 75.31.96.9 วันที่: 25 มีนาคม 2554 เวลา:3:29:33 น.  

 
คุณนิดหน่อยคะ รบกวนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมคะ ตอนที่คุณนิดหน่อยเรียน Dialysis T.คุณนิดหน่อยเรียน online หรือไปเรียนที่ callage คะ หาที่เรียนอยู่ค่ะ ตอนนี้ว่างรอสอบ NCLEX อยู่ค่ะ อยากหาอะไรเรียนเพิ่มเติมค่ะ


โดย: อ๊อด IP: 75.31.96.9 วันที่: 25 มีนาคม 2554 เวลา:12:59:11 น.  

 
เรียนทฤษฏีที่โรงเรียน หลังจากนั้นโรงเรียนก็ส่งไปฝีกงานที่ศูนย์ไตเทียมค่ะ


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 25 มีนาคม 2554 เวลา:20:27:27 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่นิดหน่อย เข้ามาอ่านฺblogอยู่เสมอ พี่นิดหน่อยยังคงเป็นที่ปรึกษาที่ดีแก่เพื่อนๆพยาบาลทุกท่านอยู่เสมอ ตอนนี้น้องได้รับlicense จากการendorse จากCA มา PA เรียบร้อยต้นเดือนมี.ค. ใช้เวลานานมากกว่าที่คาดไว้(รวม7-8 เดือน) เพราะส่วนหนึ่งนอ้งเลือกapply ทั้ง RN License & TPP(Temporary Practice Permit) ซึ่งส่วนTPP requires for RN who graduated outside US and didn't conduct English Programme ,have to take English Test. ทำให้น้องเสียเวลาในการทำเรืองwithdraw ส่วน TPP ส่วนหนึ่งจนท.ที่พิจารณาเคสน้องไม่friendly เอาซะเลย การติดต่อก็ไม่ง่าย ไม่ได้รับคำตอบ แต่ที่สุดก็สามารถทำเรื่องwithdraw TPPสำเร็จ( เเละผลทำCES ใช้เวลาประมาณ 4 เดือน) ตอนนี้มีlicense ของ PA ก็จะapply job ในพท.ใกล้บ้านดูค่ะ ต้องขอขอบคุณมากๆสำหรับคำแนะนำที่ดี ที่ให้นะค่ะ อยากทำงานในส่วนไตเทียมเหมือนกันถ้ามีโอกาศ (ไม่มีประสบการณ์ไตเทียมในไทยมาก่อน ) ควรเริ่มที่ไหนดี (ประสบการณ์med/surg,เด็ก)
ขอบคุณค่ะ


โดย: Jean IP: 174.33.249.64, 67.142.168.20 วันที่: 25 มีนาคม 2554 เวลา:22:05:18 น.  

 
พี่นิดหน่อยขา หนูมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเขียน resumeค่ะเนื่องจากไม่มีประสบการณ์การทำงานในอเมริกาหนูจึงไม่มีไม่มี personal references หนูจะใช้ชื่อหัวหน้างานที่อยู่เมืองไทยได้ไหมคะ หรือว่าจะใช้ชื่อเพื่อนคนไทยด้วยกันแต่เค้าทำงานคนละรัฐกับที่หนูอยู่หนูควรจะทำไงดีคะ ขอบคุณค่ะ


โดย: เม IP: 72.193.123.31 วันที่: 27 มีนาคม 2554 เวลา:0:44:41 น.  

 
มีอีกอย่างนึงค่ะ ต้องมี cover letter ไหมคะในการเขียน resume ค่ะ ขอบคุณค่ะ


โดย: เม IP: 72.193.123.31 วันที่: 27 มีนาคม 2554 เวลา:0:49:51 น.  

 
อ๊อด&jean: จากประสบการณ์ที่เคยสมัครและเคยไปสัมภาษณ์งานไตเทียม พี่คิดว่า งานนี้อัตราการแข่งขันสูง และโดยมากนายจ้างก็จะพิจารณาคนที่มีประสบการณ์ไตเทียมมาก่อน หรืออย่างน้อยก็น่าจะมีประสบการณ์ICU, Med-Surg ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ดีในการต่อยอดไปทำงานไตเทียม ในความคิดเห็นของพี่ ถ้าน้องยังไม่มีประสบการณ์ในอเมริกามาก่อน โอกาสจะได้งานค่อนข้างยาก เพราะงานพยาบาลไตเทียมต้องใช้ทักษะความสามารถในการเป็นTeam leaderที่ต้องกำกับดูแลการทำงานของLPNและDialysis Techอีกทีนึง ในแต่ละศูนย์ก็มีRNแค่สองสามคน ตำแหน่งงานว่างก็เลยค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับงานพยาบาลในสาขาอื่น พี่เองยังไม่ได้ทำงานไตเทียม เพราะยังขับรถไม่เป็น โดนฝันร้ายในวัยเด็กหลอกหลอนทุกครั้งที่ไปนั่งหลังพวงมาลัย จะทำงานนี้ต้องขับรถไปทำงานแต่เช้ามืด หรือถ้าเป็นตำแหน่งAcute dialysis RNอย่างน้องเขียด ก็ต้องขับรถตระเวนไปโรงพยาบาลโน้นโรงพยาบาลนี้ ตอนนี้พี่ยังทำงานเวรดึกที่Long Term Acute Care Hospital และรู้สึกมีความสุขกับงานนี้ดี

อย่างไรก็ตาม อย่าเพิ่งท้อและหมดหวังกับสิ่งที่พี่เล่าให้ฟัง บางครั้ง..การได้งาน มันไม่ใช่แค่เพราะประสบการณ์ ยังขึ้นอยู่กับโอกาสและปัจจัยอื่น ๆ พี่เคยได้ยินว่า พยาบาลจบใหม่ ไม่มีประสบการณ์ไตเทียมเลย แต่สัมภาษณ์แล้วได้งานก็มี ลองส่งเรซูเม่สมัครดู ไม่ลองไม่รู้


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 27 มีนาคม 2554 เวลา:6:11:40 น.  

 
เม: Cover letterจำเป็นอย่างยิ่งในการสมัครงาน มันเหมือนจดหมายแนะนำตัว เป็นสิ่งแรกที่Recruiterอ่าน ซึ่งถ้ามันดึงดูดความสนใจของเขาได้ เขาก็จะอ่านResumeของเรา Cover letterมีตัวอย่างหาได้ในเนต ลองกูเกิล'sample cover letter' แล้วเอามาดัดแปลง

ส่วนJob Reference ใส่ชื่อหัวหน้างานหรืออาจารย์ที่อยู่เมืองไทยจะดีกว่าชื่อเพื่อน โดยส่วนมากเขามักต้องการคนระดับSupervisor ขออีเมล์คนที่เป็นReferenceไว้ด้วย เพราะโซนเวลาทางนี้กับทางบ้านเราไม่ตรงกัน อีเมล์จะใช้ในการติดต่อได้ดีกว่าทางโทรศัพท์


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 27 มีนาคม 2554 เวลา:6:19:09 น.  

 
ขอบคุณค่ะพี่นิดหน่อย ตอนนี้apply Med/Surg. jobในรพ.ใกล้บ้าน 4-5 แห่ง ดูค่ะแล้วลองเข้าเช็คwebของรพ.ดูตน.ที่เปิดรับค่ะ กำลังคิดว่าถ้าไม่ได้จะลองสมัครตามnursing homeดู แต่ได้ยินมาว่างานpaper work เยอะมากและภาษาอังกฤษต้องproficient in written&spoken
คิดว่าภาษาอังกฤษยังไม่ดีพอค่ะ เป็นอย่างนั้นรึปล่าวคะ


โดย: Jean IP: 174.33.249.64, 67.142.168.23 วันที่: 30 มีนาคม 2554 เวลา:4:57:13 น.  

 
ไม่ขนาดนั้นหรอก พี่ทำ med surg มาก่อน เวลาสัมภาษณ์ self ตัวเองเยอะๆ nursing home ที่พี่ทำมา มันก้อน้องๆ med surg แต่ไม่ยุ่งเท่า ขอให้ผ่านสัมภาษณ์ ก่อน ค่อยว่ากัน


โดย: เขียด (macdreamnurse ) วันที่: 30 มีนาคม 2554 เวลา:6:58:11 น.  

 
โอ้ว..คุณนายเขียดมีเวลาว่างมาเข้าบล็อกแล้วเหรอจ๊ะ อิอิ ขอแซวหน่อย ไม่เห็นเข้ามาตั้งนาน เข้ามาคุยกันบ้างน๊า บล็อกจะได้ไม่เหงา พี่อยู่โยงเฝ้ามานานแล้ว


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 31 มีนาคม 2554 เวลา:22:34:08 น.  

 
ตารางทำงานเวร 12 ชม 4 วัน เข้า 7 ไม่รุ้เวลาออกจิงๆค่ะ กลับ ตีสอง ตีสาม on call ด้วย ไม่มีเวลาดูแลบล็อกเลยค่ะ
อ้าว บอกแล้วไง เขียดสร้างบล็อกขี้นมา แต่ทุกคนเป็นเจ้าของ ขอให้ช่วยกันดูแล และช่วยเหลือกันต่อไป 55555


โดย: เขียด (macdreamnurse ) วันที่: 3 เมษายน 2554 เวลา:3:38:36 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่นิดหน่อย หนูตัดสินใจส่งเอกสารทุกอย่างไปที่แคลิฟอร์เนียแล้วค่ะ เพราะว่าหนูโทรถามบอร์ดของโคโรราโด้แล้วถ้าหนูจะเอนดอสกลับมา ไม่ต้องสอบภาษาอังกฤษหรือว่าอย่างอื่นเพิ่ม (เค้าบอกว่าถ้าสอบผ่าน NCLEX แล้วแสดงว่าภาษาอังกฤษเราต้องแม่น เค้าว่าไม่ต้องสอบเพิ่ม) อิอิ ดีใจจังเลย แต่ก็ไม่แน่หนูอาจจะต้องย้ายตามสามีไปฟลอริด้าปลายปีนี้(สามีจะไปเรียนขับเครื่องบินประมาณ 2 ปี) ตอนนี้หนูกำลังขมักขเม่นอ่านหนังสือเตรียมสอบอยู่ค่ะ ขอบคุณพี่นิดหน่อยและเพื่อนๆพี่ๆบล้อกนี้มากน่ะค่ะ


โดย: Sam IP: 67.6.182.194 วันที่: 20 เมษายน 2554 เวลา:0:49:35 น.  

 
น้องSamสอบให้ได้ไลเซ่นของแคลิฟอร์เนียก่อนก็ได้จ้า เมื่อไรจะเอนดอสไปฟลอริดาก็เข้ามาคุยกันอีก พี่ยินดีให้คำปรึกษาจ้ะ


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 21 เมษายน 2554 เวลา:11:36:48 น.  

 
ขอบคุณค่ะพี่นิดหน่อย...พี่สาวที่แสนดี อิอิ หนูจะพยายามสู้ให้ผ่านในรอบแรกค่ะ


โดย: Sam IP: 67.6.182.194 วันที่: 22 เมษายน 2554 เวลา:11:25:28 น.  

 
กำลังตั้งใจอ่านหนังสือเตรียมสอบเช่นกันค่ะ
เป็นกำลังใจให้กันและกันนะคะ
สู้สู้ค่ะ(แบบว่าให้กำลังใจตัวเองด้วยน่ะค่ะ)


โดย: april IP: 75.84.179.98 วันที่: 7 พฤษภาคม 2554 เวลา:6:37:51 น.  

 
พี่นิดหน่อยคะ พิมคิดว่า น่าจะมี facebook พยาบาลไทยในอเมริกา จะได้พูดคุยกันสะดวกขึ้น รับไว้พิจารณาด้วยนะคะ


โดย: พิม IP: 98.17.238.98 วันที่: 31 พฤษภาคม 2554 เวลา:8:52:07 น.  

 
พี่คิดว่าคงดูแลไม่ไหวจ้ะ เอาบล็อกนี้ที่เดียวดีกว่า เข้ามาคุยได้ตลอดจ้ะ แต่ต้องจำไว้ว่าตัวเองโพสต์ไว้ในหัวข้อไหน แล้วก็กลับมาอ่านคำตอบในหัวข้อเดิมนะ


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 1 มิถุนายน 2554 เวลา:22:20:43 น.  

 
โอเคค่ะ


โดย: พิม IP: 75.89.162.27 วันที่: 3 มิถุนายน 2554 เวลา:4:57:47 น.  

 
พี่นิดหน่อย ขอบคุณนะคะ อ้อสอบผ่านแล้วค่ะ เย้ ๆๆๆ ตอนนี้ส่งเอกสารไปหมดแล้ว จ่ายค่าธรรมเนียมไปแล้ว เหลือรอเค้าส่งใบอนุญาตมาอย่างเดียวค่ะ เย้ ๆๆๆ กร๊ากๆๆๆ แบบว่าบ้าไปแล้ว 555
ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่มีให้ตลอดมานะคะ


โดย: thainurse@norway วันที่: 12 มิถุนายน 2554 เวลา:3:25:10 น.  

 
พี่นิดหน่อยคะ พยาบาลที่เมกากะพยาบาลที่ไทยทำงานเหมือนกันหรือต่างกันตรงไหนบ้างคะ


โดย: พิม IP: 71.28.238.251 วันที่: 13 มิถุนายน 2554 เวลา:6:56:27 น.  

 
พิม: พี่ไม่ได้ทำงานที่ไทยนานหลายปีแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง แต่ก็จะเปรียบเทียบให้ดูตามมุมมองของพี่ ที่ดูจากการทำงานที่นี่ เทียบกับการทำงานของตัวเองที่เมืองไทยเมื่อประมาณ 5 ปีก่อน พี่คิดว่า หลักการพยาบาลเหมือนกัน แต่วิธีการปฏิบัติต่างกัน เช่น

- ที่นี่ ชั่วโมงการทำงานจะยาวนานกว่า คือ 12 ชั่วโมง และมักจะได้ขึ้นเวรแบบเดียวไปตลอดตามที่เลือกไว้เมื่อตอนสมัครงาน เช่น เช้า หรือไม่ก็ดึก น้อยคนที่จะขึ้นเวรแบบสลับไปมา เวร 8 ชั่วโมงก็มี แต่มักเป็นหน่วยงานพิเศษ เช่น OPD ถ้าเป็นงานBedsideมักจะเป็น 12 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 3 เวร

- ที่ไทย ทำงานตามหน้าที่รับผิดชอบ มีcharge nurseดูแลเรื่องชาร์ต ประสานงานกับแพทย์และหน่วยงานต่าง ๆ, มีmed nurseทำหน้าที่ให้ยา มีคนงานคอยเดินไปเอาโน่นเอานี่ให้ แต่ที่อเมริกา ทำงานแบบTotal care ดูแลคนไข้ตามassignment พยาบาลจะได้รับมอบหมายคนไข้ 5-6 คน ซึ่งต้องทำทุกอย่างทั้งการประเมินคนไข้ ให้ยา รายงานแพทย์เมื่อมีปัญหา ประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ทำชาร์ตของคนไข้ตัวเอง บางทีต้องไปเอายาที่ห้องยา เอาเลือดที่blood bankเองด้วย

- การส่งเวร ที่นี่ส่งเวรเป็นระบบ บอกชื่อคนไข้ อายุ ประวัติ การแพ้ยา ชื่อหมอเจ้าของไข้ การประเมินสภาพตามระบบ และปัญหาต่าง ๆ แต่ที่ไทย จะส่งเวรตามที่เขียนไว้ในคาร์เด็กซ์ แถมบางทีมีเม้าท์เรื่องต่าง ๆ แถมมาด้วย ซึ่งบางทีก็ไม่เกี่ยวกับการดูแลคนไข้เท่าไร

- รู้สึกว่าทำงานที่นี่ ความรับผิดชอบจะมากกว่า เพราะต้องดูแลทุกสิ่งทุกอย่างให้คนไข้ ให้คนไข้ของเราปลอดภัยตลอดรอดฝั่งภายในเวร Charge nurseที่นี่ก็มี แต่เขาจะทำหน้าที่เหมือนเป็นที่ปรึกษามากกว่า คอยให้ความช่วยเหลือเวลาที่เราเจอปัญหา หรือคนไข้หนัก ๆ บางทีเวลาต้องให้ยาอะไรที่ไม่คุ้นเคย ก็ถามเขาได้

- เอกสารเยอะมาก แม้ว่าบางโรงพยาบาลจะบันทึกทางการพยาบาลในคอมพิวเตอร์ แต่ก็ยังคงมีแบบฟอร์มต่าง ๆมากมายที่ต้องกรอก

- ในแง่ของกฎหมายที่นี่จะเข้มงวดมากกว่า เช่น เรื่องการปกป้องข้อมูลของคนไข้ บางโรงพยาบาลมีการกำหนดรหัส เวลาที่ญาติคนไข้โทรถามอาการ ต้องบอกรหัสให้ถูกต้อง เพื่อยืนยันว่าเป็นบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลผู้ป่วย เราถึงจะสามารถบอกอาการของผู้ป่วยได้ แต่ก็บอกได้คร่าว ๆ ไม่ลงลึกไปถึงแผนการรักษาหรือยา Nurse stationก็เป็นบริเวณที่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเท่านั้นที่เข้าไปดูชาร์ตหรือทำนั่นทำนี่ได้ ต่อให้ญาติของคนไข้เป็นเจ้าหน้าที่ในนั้น แต่ไม่ได้ขึ้นเวรในช่วงนั้น ก็ไม่มีสิทธิดูชาร์ต แม้แต่สามีของพยาบาลป่วย ถ้ามาแอดมิท เขาก็จะไม่assignให้ภรรยาดูแล ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยและการปกป้องข้อมูล มันเคยมี ที่ภรรยาวางแผนฆ่าสามีเอาเงินประกัน แพทย์ที่มาตรวจคนไข้ ถ้าไม่คุ้นหน้า ก็ต้องสอบถามและตรวจสอบก่อนว่า แพทย์คนน้ันมีสิทธิสั่งการรักษาคนไข้รายนั้นหรือไม่ เพราะมีเรื่องเล่าว่า มีคนปลอมตัวเป็นหมอมาฆ่าคนไข้ เรื่องพวกนี้พี่ฟังมาจากตอนOrientation ฟังดูก็เหลือเชื่อ นึกว่ามีแต่ในหนัง แต่ที่นี่เขาstrictกันจริง ๆ


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 13 มิถุนายน 2554 เวลา:21:56:53 น.  

 
ขอบคุณค่ะพี่นิดหน่อย ตอบรวดเร็วทันใจ แถมได้ความรู้


โดย: พิม IP: 139.55.48.36 วันที่: 14 มิถุนายน 2554 เวลา:1:18:04 น.  

 
หวัดดีค่ะพี่นิดหน่อย คือหนูไปสมัครอบรมไตเทียมมาหลายที่แล้วค่ะแต่ไม่ได้สักที อยากเรียนมากกก มีที่ไหนพอจะรับเข้าไปเทรนด์งานก่อนมั้ยคะ ถึงคิวเมื่อไหร่แล้วค่อยส่งเรียนอะไรประมาณนี้น่ะค่ะ (เค้าว่ามาว่าส่วนมากเค้ารับต้นสังกัดเข้าเรียน หรือไม่ก็เด็กเส้น)


โดย: patcharee IP: 183.89.192.147 วันที่: 17 กรกฎาคม 2554 เวลา:20:27:38 น.  

 
patcharee: พี่ไม่ทราบข้อมูลการอบรมไตเทียมที่เมืองไทยนะคะ เท่าที่เคยได้ข้อมูลจากเพื่อนที่เป็นพยาบาลไตเทียม ก็คือ ต้องมีต้นสังกัดส่งไปอบรมค่ะ


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 18 กรกฎาคม 2554 เวลา:23:41:13 น.  

 
อ่านจบ 119 คอมเม้นท์ ตาลายเลย อิอิ

เข้ามาเป็นกำลังใจให้น้องนิดหน่อยและเพื่อนๆพยาบาลทุกคนนะคะ


โดย: ดอกหญ้าพันงู วันที่: 26 สิงหาคม 2554 เวลา:2:44:04 น.  

 
เอ๋า...ขออภัย ส่งเบิ้ลเลย ช่วยลบให้แนเด้อ...อ...จขบ !!

ขอบคุณค่า..


โดย: ดอกหญ้าพันงู วันที่: 26 สิงหาคม 2554 เวลา:2:46:00 น.  

 
ขอบคุณค่ะคุณพี่ แหม..หายไปตั้งนาน นึกว่าจะไม่เข้ามาที่บล็อกซะแล้ว


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 27 สิงหาคม 2554 เวลา:13:17:00 น.  

 
พี่นิดหน่อยคะ พยาบาลที่เมกา นี่เค้ามีชื่อเรียกมากมายหลายประเภทจังเลย พี่นิดหน่อยช่วยบอกหน่อยได้มั้ยคะว่าเค้ามีพยาบาลแบบไหน ประเภทไหน เรียกว่าอะไรบ้าง เพื่อเป็นวิทยาทานนะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ อย่างพยาบาลห้องคลอดนี่เค้าเรียกว่าอะไรคะ


โดย: พิม IP: 98.17.236.229 วันที่: 8 กันยายน 2554 เวลา:23:25:07 น.  

 
พิม: ดูในwikipediaเลยจ้ะ ตามนี้ http://en.wikipedia.org/wiki/List_of_nursing_specialties


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 9 กันยายน 2554 เวลา:2:09:42 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะ พี่นิดหน่อย มีเยอะแยะมากมายจริงๆ


โดย: พิม IP: 98.17.236.229 วันที่: 10 กันยายน 2554 เวลา:4:12:26 น.  

 
ขอบคุณนะคะพี่นิดหน่อยที่แวะไปเป็นกำลังใจให้อ้อ วันนี้ไปพบหัวหน้ามาแล้วค่ะ ไว้จะอัพในบล็อกเร็ว ๆ นี้ค่ะ


โดย: thainurse@norway วันที่: 20 มกราคม 2555 เวลา:23:08:44 น.  

 
พี่นิดหน่อยคะ คือหนูกำลังจะเรียนจบพยาบาลคะ
กำลังคิดว่า อยากทำงาน ซัก สองปีที่ไทย
หลังจากนั้นอยากไปต่างประเทศคะ สนใจเรียน dialysis technician คะ คือไม่ใช่ทำในตำแหน่งพยาบาลคะ แต่เปนแค่ technician พี่คิดว่า ดีมั้ยคะ ถ้าเราเรียนไป อาจจะมีทางต่อไปได้มั้ย ขอบคุนคะ


โดย: poppy IP: 202.28.25.164 วันที่: 19 กันยายน 2555 เวลา:19:04:52 น.  

 
poppy:งานDialysisมีโอกาสก้าวหน้าอยู่แล้วจ้ะ เพราะเป็นงานเฉพาะทาง แต่ประเด็นอยู่ที่เรื่องของวีซ่า ถ้าน้องมีกรีนการ์ด จะมาเรียนที่นี่ก็ได้ แต่ถ้าไม่มี น่าจะทำงานที่ไทย และไปอบรมเฉพาะทางไตเทียมเลยดีกว่า เพราะถ้าจะขอวีซ่านักเรียนมาเพื่อเรียนหลักสูตรนี้ในอเมริกา พี่ว่ามันไม่คุ้ม เพราะเรียนแล้วก็จะติดที่เงื่อนไขของวีซ่า วีซ่านักเรียนไม่อนุญาตให้ทำงานจ้ะ


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 20 กันยายน 2555 เวลา:7:06:23 น.  

 
ขอบคุนนะคะ พี่ แล้วถ้าหนูเรียนจบdialysis technicianแล้ว แล้วไปสมัครงาน เป็น dialysis technician แล้วขอวีซ่าทำงาน โอกาสจะมีมั้ยคะ


โดย: poppy IP: 202.28.25.164 วันที่: 20 กันยายน 2555 เวลา:19:06:08 น.  

 
poppy: งานDialysis tech ไม่ใช่งานวิชาชีพสาขาขาดแคลน ไม่สามารถขอวีซ่าทำงานได้จ้ะ ทางที่ดีคือ เรียนจบRN แล้วต่อเฉพาะทางไตเทียม แล้วก็สอบขอไลเซ่น สอบภาษาให้ผ่าน มีโอกาสขอวีซ่าทำงานได้มากกว่า


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 21 กันยายน 2555 เวลา:9:34:47 น.  

 
ขอบคุนะค้าา


โดย: poppy IP: 202.28.25.164 วันที่: 21 กันยายน 2555 เวลา:17:57:18 น.  
BlogGang Popular Award#10


 
macdreamnurse
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 115 คน [?]




บล็อกของเรามีข้อมูลอยู่มาก คลิกเมนูหลักที่ด้านซ้ายมือ จะเห็นเมนูย่อย อยู่ต่อจากส่วนล่างของปฏิทิน ใครโพสต์คำถามไว้ตรงไหน เข้าไปดูคำตอบได้ที่เดิมนะคะ
counter widget
counter widget
New Comments
Friends' blogs
[Add macdreamnurse's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.