แม่ถามเราว่า เที่ยวคนเดียวสนุกจริงๆ หรือ?




แม่ถามเราว่า เที่ยวคนเดียวสนุกจริงๆ หรือ??
เราก็พยักหน้ายิ้มๆ


"สนุกจริงๆ .."

มิได้ขี้จุ้เบเบ้ เวลาให้เหงามีไม่มากนัก เพราะเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่รู้ทุกวัน
เส้นทางที่ไม่รู้จัก สถานที่ที่ไม่รู้จัก ผู้คนที่ไม่รู้จัก
บางคืนอาจจะนอนไม่ค่อยหลับ ก็อาจจะมีคิดถึงคนนั้นคนนี้ให้เหงาบ้าง
แต่เริ่มต้นวันใหม่ ก็ถือว่าเป็นการผจญภัยเล็กๆ อันใหม่


เที่ยวสนุกจนกระทั่งรถเสียนั่นแหละ
เพราะพอรถเสีย ก็คือทุกอย่างต้องหยุด
และเราทำสิ่งต่างๆ ไม่ได้ คือไม่เป็นอิสระ หงุดหงิดเหมือนเสือติดจั่น
เพราะพอรถเสียต้องพึ่งคนอื่นมาก ต้องขอน้ำใจจากคนรอบข้าง
เราก็คนขี้เกรงใจ ไม่ถนัดไปพึ่งใคร


แต่ตลอดการเดินทางเจอแต่คนดีๆ จริงๆ
อย่างร้ายสุด ก็มีคนแล้งน้ำใจใส่แต่น้อยมาก
ถึงขนาดเจอคนมาเอาเปรียบเรา นี่ไม่มี


เราไปไหนก็ตีซี้กับคนอื่นไปทั่ว..

เชียงใหม่ผู้คนเปลี่ยนไปนิดหน่อย คงเป็นผลจากการเมือง

ลำปางหนาวไม่มาก (อดเล่นมุก)555

อ่างทองไปถึงกลางวันแสกๆ อย่างกับเมืองร้าง

สิงห์บุรีวัดเยอะเหลือเกิน เจอคนมีน้ำใจมาก

สุโขทัยคนยังเป็นมิตร

นอนริมแม่น้ำปิงที่กำแพงเพชร
ข้าวหอมกำแพงเพชรชื่อดัง แต่เมืองนี้หาข้าวกินยากมั่กๆ
เพราะเป็นเมืองแห่งก๋วยเตี๋ยว

ส่วนที่เจียงฮาย ได้กินข้าวทั้งราชบุรี ข้าวนครปฐม ได้กินขนมหวานเพชรบุรีอีกต่างหาก
(แต่ไม่มีอาหารเจียงฮายให้กิน -ฮา)


โอ๋ยเดี่ยวให้สภาพร่างการพร้อมก่อนนครับ..




*******************



สรุปการเดินทาง ถือว่า ไปได้แค่ครึ่งเดียว หรือไม่ถึงครึ่ง
ของที่ตั้งเป้าไกลสุดตอนแรก



สาเหตุหลักๆ เป็นเพราะน้องเบ็คที่แก่เกินไปหน่อย
และความประมาทและไม่ประสีประสาเรื่องรถของตัวเราด้วยนั่นเอง


ภาพล่างน้องเบ็คใต้ร่มเงาไม้ ที่ริมบึงบรเพ็ด นครสวรรค์


ส่วนภาพนี้น้องเบ็ค ขณะขนขึ้นรถเทรนเล่อขากลับจากเจียงฮาย 555





********************


การเดินทางนี้ นอกจากข้าพเจ้า
น้องเบ็คพาหนะหลักแล้ว ก็ยังมีจักรยานคู่ใจ ที่ไปด้วยกันมาหลายทริปแล้ว






ถือว่าแนะนำตัวละคร นะครับ


สรุปการเดินทาง ออกเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน
กลับถึงบ้านเที่ยงวันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม ..ก็นับได้ 2 สัปดาห์

ถือว่าสั้นไปหน่อย แต่ก็สนุกดี จนกระทั่งระเสียนี่แหละ



นี่ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่า จะเล่าลงบล็อกยังไงดี

เพราะทีแรกตั้งใจว่า เอาโน้ตบุคไปแล้ว เล่าบรรยากาศสดๆ วันต่อวัน
ปรากฎว่า เราเซ้ตเรื่องไว้ให้จำค่า login-password
พอจะใช้งาน กลับไม่อยู่ แล้วก็หาไม่ได้ด้วย ก็เยติดต่ออินเตอร์เนทระหว่างทางม่ะได้เลย






*****************




141208
0700


สวัสดีทุกๆ ท่านนะครับ
ไว้จะไปทักทายทุกๆ คนที่บล็อกด้วยนะครับผม

วันนี้มาอัพบล็อกเพิ่ม..

ยังคิดไม่ตกเลยว่า จะเอาลงบล็อกยังไงดี
คือจะอัพมันลงหน้าเดียวเลย หรือแบ่งๆ เปิดหน้ากรุ๊ปย่อยๆ เรื่อยๆ

เพราะว่า ที่ไปมามันก็นานอยู่ ถ่ายรูปมาก็มากเอาการ
แถมมีไฟล์วีดีโอด้วย

เกรงว่า เอาลงหน้าเดียวมันจะนาน
..แต่ถ้าแยกออกเป็นวันๆ เกรงว่า คนที่มาอ่านทีหลัง
อาจจะงงๆ




ภาพป้ายที่วัดร่องขุ่น ผมนึกว่าจะเข้าวัดไม่ได้ซ่ะแล้ว
พอตรวสอบที่คอ โชคดี ที่เราไม่มีปลอกคอ เลยเดินเข้าไปได้ แปวว


ร้านริมแม่น้ำปิงเชียงใหม่ ของชาวเสื้อแดง

เราปั่นจักรยานเหนื่อยๆ เห็นบรรยากาศริมน้ำน่านั่ง ก็จอดจักรยานไว้หน้าร้านเดินเข้าไป

ทุกคน(พนักงาน)ใส่เสื้อแดงแรงฤทธิ์หมด..


เค้าเห็นเราเป็นคนกลาง พูดกลาง คงพอเดาว่าเราคนกรุงเทพ
และอาจจะมองว่าเราเป็นพวกเสื้อเหลือง บรรยากาศแรกๆ ตึงๆ นิดๆ

แต่เราไม่สน เราขอเพลินกับเพลง เพลินกับริมแม่้่ำน้ำ และเพลินกับเบียร์ สักพักบรรยากาศก็คลาย

บรรยากาศเมืองเชียงใหม่เปลี่ยนไป จากที่ผมเคยรู้สึก ..



แอบคิดในใจว่า ความเป็นคนเจียงใหม่ กับความเป็นคนเสื้อแดง อย่างไหนมันเข้มข้นกว่ากัน??

แล้วถ้าไปเทียบกับความเป็นคนไทยหล่ะ?? ??






*****************


แม่แซวว่า เดี๋ยวนี้เราธรรมะธรรมโม..








...



ก็อ่ะนะ ออกทริปตะลุยเที่ยวครั้งนี้ ถ่ายรูปมา ก็มีแต่รูปวัด 555

ไม่ได้เจตน่าอ่ะนะ
ก็ตั้งใจจะไปเที่ยววัดอยู่แล้วแหละ ทั้งวัดโบราณ วัดปัจจุบัน
แต่ก็ไม่ได้เจาะจงว่า จะต้องวัดเท่านั้น

..แต่ไหง ไม่รู้ยังไง สงก่ะสัยจิตใัจใฝ่ทางดี เท้าเลยพาเลี้ยวเข้าวัดตลอดเลย เอิ๊กๆ



สำหรับผู้ที่ผ่านเข้าบล็อกนี้ครั้งแรก
แนะนำว่า น่าจะลองไปอ่านบล็อกย่อยก่อนหน้านี้ดูสักหน่อยก็ดี

จะได้รู้ว่า นี้ไม่ใช่บล็อกธรรมะ แต่เป็นบล็อกท่องเที่ยว ประสบการณ์ชีวิตจ้า
(แม้ทริปนี้ จะเต็มไปด้วยรูปวัดก็ตามทีเถอะ 555)

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=m-ms&month=12-2008&date=13&group=13&gblog=4

อันที่จริงธรรมะธรรมโม มันก็ไม่ได้เลวร้ายหรอกนะ
แต่ก็มักจะถูกใช้ประชดประชัน แซว แขวะ ฯ
จนอาจจะทำให้ใครหลายๆ คนเขิล ที่จะเข้าวัดเข้าวา
..เขิลที่จะแสดงว่า ว่าเป็นบัวปริ่มน้ำ ที่พร้อมที่โผล่ขึ้นมาพ้นน้ำ

วัดเป็นที่ที่ดีครับ เป็นที่ที่ช่วยให้ใจที่ว้าวุ่นสงบลงได้
เป็นที่ที่ช่วยให้ใจที่ร้อนรุ่มคลายตัวเย็นลง


แถมว่า.. ถ้าเราเป๋็นนักเดินทาง เป็นนักท่องเที่ยว ประเภทที่ชอบมองรายละเอียด
ก็จะพบว่า วัดวาไทยนั้นวิจิตรงดงาม สวยประนีตมาก

ไม่ว่าจะมองทางสงบ หรือมองทางงดงาม วัดวาไทยมีให้ชมหมด




แต่ถ้าชอบอึกทรึกครึกโครม มันก็หาได้ไม่ยากอยู่แล้ว ที่ไหนๆ ก็มี
เราจะไปเที่ยวพระธาตุช่อม่วงทำไม ในเมื่อเราอยู่กรุงเทพฯ มี rca มีเอกมัย มีรัชดาให้เที่ยวเยอะแยะ
(พระธาตุช่อม่วง-เป็นชื่อเล่นของผับดังที่เชียงราย ที่หน้าผับทำเป็นรูปพระธาตุ ติดไฟสีม่วง
คนเชียงฮายเรียกเป็นที่รู้จักว่า "พระธาตุช่อม่วง" - เร็วๆ นี้ปูดาเป็ดจะไปเล่น 555)


ส่วนธรรมชาติที่งดงามนั้น เราเห็นได้ตลอดการเดินทางอยู่แล้ว
ในขณะที่บางแห่งต้องเจาะจงไป น้องเบ็คของผมมันไม่ค่อยแข็งแรง 555





เอาหล่ะ ออกตัวกันพอสมควรแระ พาไปเที่ยวดีกว่า..

2 วันแรกไปตั้งหลักที่สระบุรี้านเพื่อน (แอบไปที่ยว "สระบุรีเลี้ยวขวา" มาด้วย-ชื่อผับเพื่อชีวิตที่นั่น)


ออกจากสระบุรีแวะเข้าอ่างทอง
ถึงอ่านทองกลางวันแสๆ แต่คนน้อยมากๆ
ถ้าไม่ได้เข้าไปในตลาด คงแทบจะไม่ได้เห็นผู้คนเลย

ทานข้าวกลางวันเสร็จ
ก็ออกจากอ่างทอง ไปสิงห์บุรี
ขับรถไปถนนเส้นใน ที่ขนานไปกับถนนสายเอเชีย

เป็นถนนระหว่างจังหวัด ถนน 2 เลน รถวิ่งสวนกัน รถไม่เยอะ
ร่มรื่น อาการดี ฝั่งซ้ายเป็นคลองตลอดแนว
ตลอดแนว 2 ข้างฝั่ง วัดวาเยอะมากๆ ..
.. เพิ่งรู้ว่า จังหวัดสิงห์บหรีวัดเยอะขนาดนี้
ชื่อออกจะโหดๆ แต่มีวัดเยะตลอด 2 ข้างฝั่ง

สุดท้ายแวะที่วัดเกศไชโย
ผมไม่เจอข้อมูลรายละเอียดชัดๆ
แต่มีการลิงค์ ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม
ระหว่างวัดแห่งนี้ กับพระสมเด็จพิมพ์เกศไชโยอยู่หลายจุด
ไม่้แน่ใจว่า ใช่วัดที่ขุดกรุเจอ "พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เกศไชโย" ที่นี่หรือเปล่า




วิ่งเส้นในมา แวะหมูบ้านอรัญญิก ปรากฎว่า "ไม่มีอะไรเลย" 555
หมู่บ้านเล็กๆ มีร้านทั้งทรงไทย ทรงปัจจุบัน ตั้งตู้ขายมีดอยู่

ผมคิดว่าจะได้เห็นเค้าตีมีดกันสดๆ
..แต่เป็นไปได้สูง ที่ว่า อาจจะต้องลงเดินเท้าลึกเข้าไปในหมู่บ้านจึงจะได้เห็น
ผมขับน้องเบ็ควนเข้าไปดูเห็นไมีมีคนเลย จึงเลือกที่จะวนออกเดินทางต่อ



วัดเกศไชโยจากด้านนอก




พระประทานในโบสถ์หลัก
ที่ริมแม่น้ำจะมีโบสถ์ที่ประดิษฐาน รูปเหมือนของสมเด็จโตด้วย
ผมคิดว่า ถ่ายรูปมานะครับ แต่ไม่ยักก่ะมีแหะ..



จริงๆ มีภาพเยอะนะครับ แต่ถ้าลงทุกภาพ ผมว่าคงเดินทางไม่คืบหน้า
จึงขอเอาเลือกเฉพาะที่ เฉพาะจุดมาลง ให้กระฉับดีกั่ว..



ที่วัดเกศไชโย รถผมยางแบนอ่ะ
ไม่มีอุปกรณ์เครื่องมือใดๆ เลย ถนนก็สายรอง
ต้องเรียกพี่คิวมอเตอร์ไซค์แถวนั้น ให้พาผมไปหาที่ป่ะยาง
ไปถึงร้านป่ะยาง มีแต่คุณน้าผู้หญิงทำงานอยู่คนเดียว (ลูกชายแกเพิ่งเข้าเมืองไปเมื่อตะกี้)

จะเรียกแกให้ขนอุปกรณ์ไปช่วย แกต้องต้องเฝ้าร้าน และมีลูกค้าอยู่
สุดท้ายเค้าให้ยืมอุปกรณ์ไปถอดล้อ แล้วยกล้อกลับมาให้แกเปลี่ยนให้

ผมเองไม่เคยเปลี่ยนล้อรถเลย
ก็ได้พี่คิวมอเตอร์ไซค์ อาสาว่าเดี๋ยวพี่ทำให้
สุดท้ายขนอุปกรณ์จำนวนหนึ่ง ขี่มอเตอร์ไซค์ไปวัดเกศไชโย
ไปช่วยกันถอดล้อ แล้วก็แบกล้อมาให้คุณน้าผู้หญิงทำ
แล้วก็แบกล้อกลับไปวัดเกศไชโยใส่กลับเข้าไป
เรียบร้อยแล้ว ก็เอารถกลับมาให้แกใช้เครื่องยิงยึดน็อตอีกที

เล่าแค่สั้นๆ แต่จริงๆ มีรายละเอียด
ต้องบอกว่า ผมได้รับน้ำใจ จากทั้ง 2 ท่านนี้มากๆ
..ทีแรกเราก็คิดว่า เดี๋ยวโดนเรียกเก็บเงินหัวแบะแหงมๆ (คิดแบบคนกรุง)
ปรากฎว่า เรียกเก็บเงินน้อยมากๆ น้อยเกินคาดมากๆ
ที่เค้าเหนื่อๆ ให้ และช่วยเหลือทั้งหมด เป็นน้ำใจคนชนบทล้วนๆ
..อันนี้แอบซาบซึ้งเล็กๆ อยู่ในใจ







แก้ไขรถเสร็จ ขับรถต่อไปตามถนนสายเอเชีย ไม่ไกลนัก
ก็ถึงวัดอัมพวัน.. หนึ่งในจุดมุ่งหมายหลายจุดของการเดินทางครั้งนี้

อย่างว่าอ่ะนะ เราเป็นคนธรรมะ ธรรมโม----ม่ายช่ายยย
เราน่ะ ยังเป็นผู้อ่อนด้อยเรื่องธรรมเสียเหลือเกิน

แต่ในเรื่องเกี่ยวกับปรัชญาแล้ว ต้องบอกว่าชอบอ่านมาตั้งแต่สมัยเรียนแระ
ปรัชญาของนักคิดนักเขียนต่างๆ หนังสือแนวปรัชญา
อย่างของรพินทรนาถ , ลีโอ ตอลสตอย , เฮอร์มานน์ เฮสเส และอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งของเทศ และของไทย
ไปจนถึงปรัชญาเปรียบเทียบเนี่ย ชอบอ่านมาตั้งแต่สมัยเรียนแระ ในสมัยที่ยังแสวงหารุนแรง


ในขณะที่ในฐานะพุทธสานิกชนแล้ว
เรากลับม่ีความรู้ทางศาสนาเราเองน้อยมาก น้อยสุดๆ
เอาเป็นว่า ศีล 5 ข้อเนี่ยมีอะไรบ้าง? ผมเพิ่งจะจำได้ ก็ไม่ถึงปีที่ผ่านมานี่เอง
ไม่ต้องไปพูดถึงบทสวดมนต์ต่างๆ ..เพราะท่องเป็นแค่นะโมตะสะ เท่านั้นเอง เอิ๊กๆ (พูดแล้วอาย)



ดีที่ว่า ในช่วงหลายปีหลังมานี่
ผมได้รู้จักกลุ่มกัลญาณมิตร ที่มีจิตใจในทางที่ดี
ไม่ได้ถึงกับชวนกันเข้าวัดทุกสัปดาห์ หรือบอกบุญชวนบริจาคอย่างไม่สมเหตุผล

แต่เป็นกลุ่มที่เป็นทั้งผู้รู้ และผู้ปฎิบัติ ทางธรรม
เป็นสายกลาง สมเหตุสมผล ผมฟังแล้วเข้าท่าในความรู้สึกผม
ได้รู้จักกับญาติมิตรกลุ่มนี้ ก็ได้น้องแนะนำให้ซีดีของหลวงพ่อจรัญมาให้

ได้ฟังแล้วก็เข้าที เหมาะสำหรับมือใหม่หัดฟังธรรม
ฟังง่ายๆ มีเหตุมีผล เป็นแนว simply the best แบบที่ผมชอบ
ฟังแล้วไปต่อยอด ฟังความเห็นทางธรรมอื่นๆ เข้าใจมากขึ้น

จึงรู้สึกชื่นชม และเคารพนับถือหลวงพ่อจรัฐท่าน
การเดินทางครั้งนี้มีหลายที่หมาย ที่ตั้งใจไปให้ถึง
หนึ่งในนั้น คือได้ไปวัดอัมพวัน ได้กราบท่านสักที
..ซึ่งช่วงนี้เห็นท่านป่วยอยู่ รับแขกได้ไม่นาน ก็ต้องกลับไปพักผ่อน




วัดอัมพวัน




บรรยากาศช่วงเย็นๆ




คืนนั้นก็นอนวัดอัมพวันนี่แหละ
(น้องหมาเยอะมากๆ -เดินเข้าห้องน้ำทีมันเห่ากันเกรียวเลย -ดีที่เราพูดภาษาหมาได้)



เห็นกระเป๋าสานข้างหมอนนั้นมั้ย เป็นกระเป๋าใส่พวกเครื่องประทินโฉม 555
จะเดินหิ้วไปไหน ต้องไม่เผลอหิ้วหูหิ้ว เดี๋ยวเค้านึกว่าเราแต๋วแห๋ว
..แต่ที่ใช้มันเนี่ย เพราะเค้า used full จริงๆ , มันใหญ่พอเหมาะ
ระบายอากาศดี ของเปียกใส่เข้าไปไม่อับชื้น แถมมีหูหิ้ว เอาไว้แขวตามประตูสะดวกมากๆ



แล้วก็วางแผนการเดินทางสำหรับพรุ่งนี้ต่อ
ส่วนใหญ่จะเป็นการวางแผนกันวันต่อวัน








หลวงพ่อจรัญรับแขกช่วงเช้า..

กล้องเราคุณภาพสูง เค้าไม่ใหใช้แฟลต ถ่ายจากที่ไกลๆ ก็ได้แค่นี้แหละ 555



ศาลาริมน้ำ ถ้าใครเคยฟังซีดี หรืออ่านหนังสือของท่าน
"ศาลาริมแม่น้ำ" จะเป็นสถานที่ที่ถูกพูดถึงบ่อยๆ

แต่ผมคิดว่าศาลานี้ อาจจะไม่ใช่ฉากที่ถูกพูดถึงในซีดี
เพราะนี่เป็นศาลาใหม่ สร้างเมื่อราวๆ ปี 253x ถ้าจำไม่ผิด
ถ้าศาลาที่ว่ามีจริง อาจจะมีการรื้อสร้างใหม่
หรืออาจจะเป็นศาลาไม้โทรมๆ ที่อยู่ห่างออกไป
เผอิญเห็นว่าทรุดโทรมมาก ผมเลยไม่ได้เข้าไปดูใกล้ๆ กลัวเหยียบแล้วทำศาลาพัง555



กราฟท่านแสร็จ กินข้าวอีกมื้อ(กินข้าววัดท่านไป 2 มื้อ อิอิ)
ก็ออกเดินทางต่อ..




******************





ออกจากวัดอัมพวันสายๆ ของวันนั้น

แผนการเดิมคือจะไปหารุ่นพี่คนหนึ่งที่พี่จิตร
แล้วจะต่อไปนอนพิษณุโลก ไปกราบพระพุทธชินราช(ที่บ้านนับถือพระพุทธชินราช)

นครสวรรคเป็นเมืองที่ถือเป็นทางผ่านสู่ภาคเหนืออยู่แล้ว
จึงมีโอกาสได้ผ่านบ่อยๆ จึงไม่ได้คิดจะแวะนาน

แต่ยังติดต่อรุ่นพี่ที่ว่าไม่ได้
ก็เลยไปแวะเที่ยวบึงบรเพ็ด สักหน่อย(จำไม่ได้ว่าสะกดยังไงนะ)
พักน้องเบ็คไปในตัวด้วย..


ภาพถ่ายจากน้องเบ็ค จอดใต้ร่มไม้ นอนกลิ้งเล่นก่อน



บึงบรเพ็ดก็ไม่มีอะไรนะครับ เป็นเวิ้งน้ำกว้างๆ แต่แทบไม่มีคนเลย
ไปวันธรรมดา อากาศเย็นก็จริงอยู่ แต่ร่มเงาไม้น้อย มันจึงดูแห้งแล้งโล่งๆ พิกล

ที่ตรงนั้นมีพิพิธภันณ์สัตว์น้ำเล็กๆ อยู่
แวะเข้าไปชม เสียค่าเข้า 25 หรือ 45 บาทจำไม่ได้แล้ว


พยายามจะถ่ายน้องหลาม ปลาฉลามขนาดสัก 2 ศอก
แรกๆ ก็เห็นมันนอนเรี่ยต่ำๆ ดูชัดๆ แต่พอตั้งท่าจะถ่าย น้องแกอายหรือไงไม่รู้
ว่าย วนไม่ยอมหยุดเลย พี่รอถ่ายอยู่พักหนึ่ง ถ่ายมาได้ดีสุดแค่นี้ 555



ภาพนี้ถ่ายออกมา ก็ดูเหมือนอะควอเรี่ยมดีหรอก
แต่จริงๆ เล็กนิดเดียว นี่ตู้ปลากระเบน





แล้วถ้าให้ตัดตู้ปลาฉลาม กับตู้ปลากระเบนออกไปสัก 2-3 ตู้
สิ่งที่เหลือก็จะคือ "การจัดตู้ปลาโชว์" 555

..ก่ะคร่าวๆ ก็คงไม่ถึง 100 ตู้หรอกอ่ะนะ



พิพิธภันฑ์มี 2 ชั้น ชั้น 2 จะัดแสดงอุปกรณ์ประมงพื้นบ้าน
ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจ จัดแสดงไม่สวย แถมแสงก็น้อย ถ่ายไม่ค่อยติด

ด้านนอกมีกล้องให้หยอดเหรียญส่องดูบึงบรเพ็ด
ภาพน้องเบ็คจากชั้น 2





ชมอะคอเลียมเสร็จ กลับออกมา โทร. หารุ่นพี่ที่ว่า
ปรากฎว่า แกเข้ามาทำธุระกรุงเทพซ่ะงั้น
..แผนพิจิตร-พิษณุโลก จึงถูกหักทิ้ง

ย้อนทางมานิดหน่อย เพื่อเลี้ยวเข้ากำแพงเพชรแทน..



*********************





ถนนเส้นนครสวรรค์-กำแพงเพชร ไม่ดี
ขากลับมา ผ่านนครสวรรค์ แต่คนละเส้นทางกัน ก็เห็นว่าไม่ดี
ถนนนี้ สร้างสมัยไหน? ใครเป็น สส. พื้นที่? --คงกินไปไม่น้อย..
ถึงได้ถนนห่วยๆ ..และก็คงซ่อมแซมมาหลายที ถึงได้ปุปะทั้งเส้นทาง

จะอ้างว่า เป็นถนนที่มีการใช้งานเยอะก็ฟังไม่ขึ้นนัก
อันที่จริง การเดินทางท่องเที่ยวในปีหลังๆ ผมชอบทำตัว ประดุจผู้ตรวจการแผ่นดินก็ไม่ปาน

ชอบสำรวจ สังเกตุ พื้นที่ที่ผ่าน สังเกตุสาธารณูปโภค ถนน สะพาน เขื่อน ชอบสังเกตุหมด

อย่างที่เกาะลันตา กระบี่ ไปเมื่อ 3 ปีก่อน
เขาสูงชันขนาดนั้น แค่สร้างถนนยังลำบากเลย ควรเป็นที่หลวงชัดๆ ไม่น่าครอบครองกันได้
แต่นี่ดันมีรีสอท์ ตั้งตระหงานหันหน้าออกทะเล.. วิวคงสวยน่าดู

ถามคนพื้นถิ่นนั้น ได้ความว่า เป็นโครงการของ......กับ.......
..ก็อ่ะนะ ต้องทำใจ


นอกเรื่องไปไกล..




เอาเป็นว่า กว่าจะขับมาถึงกำแพงเพชร ก็เย็นแล้ว
เผอิญช่้วงนั้น ที่ริมแม่น้ำปิงกำแพงเพชร มีเทศกาล
"กินก๋วยเตี๋ยว เที่ยวกำแพงเพชร" อยู่..

เราก็สวมรอยประหนึ่งเป็นพ่อค้ามาออกงานเทศกาลกับเค้า
ไปจอดรถนอนริมแม่น้ำปิง..

บรรยากาศเย็นนั้น จอดรถแล้วก็ไปหาที่อาบน้ำ



จริงๆ อยู่ที่เดียวกันเลย ติดกันถนนทั้งเส้นริมปิง เป็นที่จัดงาน "กินก๋วยวเตี๋ยวฯ"
ก็มีการออกร้านขายของ ของทั้วไป ขายอาหาร เบียร์ ไปจนถึงมอเตอร์โชค์กำแพงเพชรด้วย 555

เสียดายไม่ได้ถือกล้องถ่ายเก็บบรรยากาศในงานเอาไว้
มีประกวดดนตรีด้วย ไำด้ฟังอยู่หลายเพลง บางวงเล่นได้ดีใช้ได้เลย


ภาพนี้เป็นเช้าวันใหม่แล้ว..


ตอนเช้าจัดๆ มีคนมาวิ่งออกกำลังกายด้วยที่ริมปิงที่นี่
แต่เมื่อคืนนอนน้อย เพราะวันสุท้ายของงาน
จบงานเค้าก็ขนของกลับ เราก็ดันไปนอนแฝงตัว
ทั้งคืนมีรถวิ่งเข้าออกตลอด เลยนอนได้น้อย

ตื่นมาบรรยากาศร้างผู้คน ผิดกับเมื่อคืนก็เสียวๆ
เลยว่า ขยับรถไปหาที่นอนใหม่ดีกว่า..






2 ภาพนี้ ยังไม่ถึงกับโทรมมา แม้จะนอนน้อยก็ตาม
บางช่วงโทรมสุดๆ ตาคล้ำแบนไปหมด

แล้วนี่นะ เตรียมการเที่ยวอย่างดี พวกโลชั่นนี่ปกติไม่เคยทา ยังหามาทา
เตรียมทุกอย่าง อย่างดี แต่ปรากฎว่า ดันลืมที่โกนหนวดมา
ทั้งๆ ที่เตรียมเปลี่ยนใบมีดล่วงหน้าไว้เรียบร้อย

เพราะเป็นคนที่หนวดขึ้นไม่สวย จะหยิ่มๆ น่าเกลียด
ช่วงไหนที่หนวดมันยาวแล้วดันลืมโกน เวลาเจอสาว จะค่อนข้างขาดความมั่นใจ 555
(แหมหน้ากาก็ออกจะดีเนอะ อิอิ 555)






ว่าจะแค่ย้ายที่นอน ไปหาที่สงบๆ นอนให้เต็มตา
ขับรถไปๆ มาๆ หลงเข้าไปในเขตอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรซ่้ะแล้ว


ไหนๆ ก็ไหนๆ
เอารถไปจอดข้าง ททท. ของอุทยานฯ
อาบน้ำก่อน แล้วไปหาของรองท้อง แล้วจึงค่อยเที่ยว


ภาพโมเดล ของวัดในคูเมืองชั้นในของกำแพงเพชรสมัยโบราณ
สังเกตุว่า วันที่จะเพี้ยนไปแล้ว


จริงๆ ตอนนั้น น่าจะยังเช้าอยู่ น่าจะแค่ ราวๆ 8 โมงเช้าเศษๆ เท่านั้น

ภาพนี้ถ่ายใน ททท. นั่นแหละ เข้าไปขอแผนที่สถานที่ท่องเที่ยว
เค้ามีจัดแสดงเป็นพิพิธภันท์เล็ก เล่าประวัติคร่าวๆ ให้ฟัง


กำแพงเพชร เดิมชื่อว่า ชากังราว
ที่เราได้ยินว่า เฉากว้ยชากังราว ก็คือเฉาก้วยกำแพงเพชรนั่นเอง

สถานที่ท่องเที่ยวแบ่งเป็นเมืองชั้นใน กับเมืองชั้นนอก

ผมไปจอดรถอยู่ในส่วนของเมืองชั้นนอก
ตอนนั้นยังเช้าอยู่ ข้าวก็ยังไม่ได้กิน อาบน้ำเสร็จได้แผนที่จาก ททท.
แล้วก็ปั่นจักรยานกลับเข้าเมือง ว่าจะไปหาข้าวทานรองท้องก่อน




แต่เชื่อมั้ย?.. ปั่นจักรยานกลับเข้าเมือง
วนในเมือง ช่วงราวๆ 9 โมงเช้า วนmyh'ที่ใกล้ทั้งไกล
ทั้งซอกเล็ก ซอกใหญ่ . ..หาข้าวกินไม่ได้
มีแต่ก๋วยเตี๋ยวให้กิน เรามันพวกชอบกินข้าว

ปั่นวนจนจะเที่ยวเมืองอยู่แล้ว เกือบชั่วโมง สุดท้ายมากินข้าวที่วงเวียนตีนสะพานทางเข้าเมือง
ดีที่ว่าของเค้าอร่อยดี จำไม่ได้เหมือนกันว่ากินอะไรไป จำได้แต่แdbนไป 2 จานเป็นข้าว

กินเสร็จ จึงปั่นเค้าตัวอุทยานอีกที

อย่างที่บอก ตัวอุทยาน แบ่งเป็น 2 ส่วน
คือชั้นใน กับชั้นนอก , ชั้นนอก ก็คือ ชั้นนอกของเมืองโบราณเดิม
แต่เป็นชั้นในของเมืองปัจุบัน , สรุปคือ เขตอุทยานชั้นนอก คือส่วนที่อยู่ใกล้เขตเมืองมากกว่านั้นเอง

ลืมไป เมืองนี้มอเตอร์ไซค์เยอะมาก
และพี่แก บีบแตรเก่งจิบเป๋ง ทั้งมอเตอร์ไซค์ ทั้งรถยนต์
..มาแซวแบบนี้ แต่ผมมองว่าเป็นความน่ารักนะ
มันมากก็จริง แต่ผมยังไม่รู้สึกถึงระดับรำคาญ มองไปทางน่ารักมากกว่า






รูปั้นนี้อยู่ในพิพิธภันท์นะครับ
ไม่แน่ใจว่า เป็นรูปั้นโบราณ หรือรูปั้นจำลองเอามาโชว์(่น่าจจะจำลอง)



ป่ะ.. เริ่มเที่ยวกำแพงเพชร์กันดีกว่า






เนื่องจากว่าเที่ยววัดเยอะมากๆ เลยนะครับ
แม้ไม่ได้เจตนาก็ตามที แต่มันเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไปแล้วอ่ะ
และโบราณ วัดแต่ละแห่งก็เล็กๆ และมักจะอยู่ติดๆ กัน
จึงเข้าวัดนี้ออกวัดนั้นเยอะไปหมด ไม่ได้จำเลยว่า วัดนี้ชื่ออะไรๆ

เน้นไปที่ดูรูปเนอะ..



ที่ดีมากๆ อันหนึ่ง ของอุทยานประวิติศาสตร์ กำแพงเพชร คือร่มรื่นมากๆ
การปั่นจักรยานเที่ยวเหมาะสมที่สุึด





ในอดีตกำแพงเพชร ถือเป็นเมืองหน้าด่าน ใหญ่ไม่แพ้สุโขทัย
เป็นเมืองหน้าด่านที่แข็งแกร่ง ยากแก่การที่จะตีเอาชนะได้โดยง่าย

ถ้าจำไม่ผิด คำว่า "ชากังราว" จึงมีความหมายว่า แข็งแกร่งประดุจเพชร
อันเป็นที่มาของเมืองกำแพงเพชรนั่นเอง..

แต่ถ้าเทียบในฐานะของความเป็นสถานที่ท่องเที่ยว
สภาพโบราณสถานของกำแพงเพชร ถือว่าเสื่อมโทรง และเหลือเค้าเดิมให้ดูน้อยมาก
เทียบกับที่สุโขทัยแล้ว ที่สุโขทัยมีสภาพดีกว่ามาก (จึงดังกว่า)





เหมือนเมืองอยู่กลางป่าเลย ร่มรื่นอย่างที่เห็นนี่แหละ










เข้าสู่อุทยานชั้นใน..



มรดกโลก..











ปรับวันที่กลับมาแล้ว..






















เห็นผมปลิวๆ นี่ เพราะว่าอยู่บนหลังอาน(จักรยาน) กำลังปั่นอยู่อ่ะนะ ปั่นไปด้วยถ่ายไปด้วย อิอิ




แสงมันดีหรีือยังไงนะ ..
ขนาดว่าหลงตัวเองอยู่แล้ว ยังรู้สึกว่ามันหน้าตาดูดีเกินจริงไปหน่อย








ที่อุทยานประวิติศาสตร์กำแพงเพชร มันไม่มีอะไรให้ถ่ายจริงๆ ครับ
ส่วนใหญ่อย่างที่บอกว่ามันเป็นซากโบราณสถาน มากกว่าโโบราณสถานอ่ะนะ





ก็เที่ยวชมจนทั่ว อากาศดีมากๆ ร่มรื่นอย่างที่เห็น
ก็ไปนอกพักผ่อนสักงีบ ก่อนเดินทางไปสุโขทัยต่อ

คืนนี้ จะนอนสุโขทัย..



**********************






ถนนหนทาง จากกำแพงเพชร-สุโขทัย ถือว่าร่มรื่นดีอ่ะนะ
ช่วงนี้มีเริ่มถ่ายคลิปด้วย..

ขับรถไป ร้องเพลงไป ตั้งกล้องถ่ายตัวเองไป 555

เสียดายว่าผมลองตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ว่าจะอัพโหลดคลิปยังไง ปรากฎว่า ยังทำไม่ได้



คืนนี้ที่สุโขทัย
เป็นคืนวันที่ 4 ธันวาคม
ผมอยากดูทีวี อยากฟังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็นพระเจ้าอยู่หัว

ปรากฎว่าท่านทรงประชวรอยู่
ปีนี้จึงไม่มีพระราชดำรัสของท่านออกสู่สาธารณะ


ขอให้พระเจ้าอยู่หัวทรงหายประชวรไวๆ ทรงพระเจริญๆ ยิ่งๆ ขึ้นไป นะครับ




และคงมีคนจ้องจะแอบอ้างพระราชดำรัสของท่านอยู่ด้วย
ท่านไม่ออกมาปีนี้ ผมว่าอีกส่วนเพราะท่านคงมองตรงนี้ด้วย


แต่ก่อนหน้านั้นไม่รู้ครับ
อยากฟังพระราชดำรัสของท่าน
คืนที่สุโขทัย จังไม่ได้นอนในรถ ไปเช่าเกรสเอ้าส์อยู่


ต้องบอกว่า คนเที่ยวน้อยจริงๆ ฝรั่งก็หายไปหมด
เค้าว่า เหลือไม่ถึง 10% เอง

ผมเองก็เจอฝรั่งไม่กี่คน , ส่วนคนไทยที่เป็นนักท่้องเที่ยวก็น้อย
ทั้งๆ ที่วันรุ่งขึ้นเป็นวันที่ 5 เป็นวันหยุด





เย็นนั้นระหว่างอาบน้ำอยู่
วิทยุของหมู่บ้านก็ประกาศ ให้พรุ่งนี้ร่วมกันตักบาตรตตอนเช้า ใส่เสื้อเหลือง

ผมเป็นคนไม่ค่อยได้ตักบาตร ..
ก็ได้โอกาสใส่บาตรที่เมืองกรุงเก่าแห่งนี้ ดีใจมั่กๆ

ไปซื้อข้าวสารอาหารแห้งมา จัดแพ็กใส่ถุง 9 ชุด
ระหว่างแพ็ก ก็กินเบียร์ไปด้วย ..ไม่รู้จะได้บุญหรือได้บาป เอิ๊กๆ



เจอคุณน้าที่นี่ เค้าดูแลร้านอาหารอยู่ให้เจ้านาย

แต่ก่อนทำงานการบินไทย
แต่เอิลลี่รีไทร์ออกมา แกว่าเงินเดือนสุดท้ายแกอยู่ที่ 40,000-50,000 บาทต่อเดือน

แต่วันนี้มาเป็นลูกน้องเค้า แกไม่ได้พูดเสียดมเสียดายอะไรนะ แกคงเข้าใจอะไรในชีวิตของแกดี
ก็คุยกันไปเรื่อยเปื่อย คุยเรื่องเพื่อนแกด้วย
คนหนึ่งเป็นร้อยตำรวจ อีกคนเป็นเถ้าแก่ อยู่ลำปางหรือลำพูดนำไม่ได้แล้ว

เรียนมาด้วยกัน แกไปทำการบินไทย มีโอกาสได้ไปเที่ยวมาแล้วทั่วโลก
เพื่อนแกที่เป็นเถ้าแก แต่ก่อนก็ไม่ค่อยมีเหมือนกัน เดี๋ยวนี้เป็นเถ้าแก่
มีรถ มีร้าน มีที่ดิน ฯ ..แต่ก็ทำงานหาเงินเก็บเงินอย่างเดียว ไม่เคยไปไหน


ฟังแกเล่าก็เห็นสะท้อน คนหนึ่งก็ใช้ชีวิตเสียจนไม่มีเหลือเก็บในบันปลาย
อีกคนก็ทำงานเก็บเสียจนไม่ได้ใช้ชีวิต


ตรงนี้ต้องระมัดระวัง ต่างคนต่างใจ ความพอใจในชีวิตไม่เหมือนกัน
..แต่น่าจะดีกว่า ถ้าจะได้ใช้ชีวิตด้วย และก็ต้องพอมี พอกินเหลือเก็บในบันปลายด้วย

จะสุดโต่งไปทางใดเลยมันคงไม่ดี..



*******


สำรวจดูแล้ว คนพื้นถิ่นนั้น นิยมสีเหลือง
เช้านั้น เราเลยเอา ลายพรางทหาร พรางทะเลทราย มาใส่เป็นเสื้อกันหนาว..
..แล้วไปตักบาตรตอนเช้า










ตักบาตรเสร็จ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์




ท้องฟ้าที่นี่วันนี้สวยมาก เมฆเป็นปุยๆ กระจายไปทั่วทั้งแผ่นฟ้า..









พระสงฆ์เจริญพุทธมนต์เสร็จ
ก็ไปตั้งแถว ถวายพระพรชัย ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี
พร้อมทั้งทหารยิ่งปืนสดุดี..

ช่วงนี้ผมมีถ่ายคลิปวีดีโอไว้ด้วย


น่าแปลกใจ พอร้องเพลงสดุดีจบคำปุ๊บ กล้องดับ ถ่านหมดพอดิบพอดีเลย



***************



จริงๆ ที่แถวนี้มีปิ๊งหญิงด้วย เค้ายิ้มให้เราด้วยหล่ะ
แต่ความปอดแหกมันฝั่งลึกในหัวใจ
พอเสร็จพิธี ก็กลับห้องพัก ไปเตรียมตัวเที่ยวต่อ






ใบหน้าของคนอิ่มบุญ (อิ่มบุึญหรืออิ่มเบียร์ อิอิ)


รูปแบบนี้ ถ้าไม่บอกใครเค้าจะรู้ว่าเราจะโชว์
ว่าปล่อยมือขี่จักรยานถ่ายรูป 555

นั่นน่ะ ก็บนหลังอ่าน มือหนึ่งถือกล้องถ่ายตัวเอง อีกมือชู 2 นิ้ว
แบบว่าอยากให้รู้ว่าปล่อยมือขี้จักรยานอยู่นะ 555 เอิ๊ก








ททท. ของที่นี่
ตอนที่ไป เข้าใจว่า ม่ีแต่นักศึกษาฝึกงานอ่ะนะ
หลบมุมดูหนังเกาหลีกันอยู่ 555







อยู่ติดกับ ททท. นั่นแหละ ไม่รู้อะไร เพราะเค้าไม่ได้เปิด






อยู่ไม่ไกลกันนัก เป็นสถานปฎิบัติธรรม
..แต่ไม่มีคนอยู่





ตอนนี้ยังอยู่ในส่วนรอบนอกของตัวเมืองเก่าอยู่
นี่ก่อนเข้าวัดอะไรจำบ่ได้ จำได้ว่า ชื่อดังอยู่ เดี๋ยวเห็นภาพคงจะพอุ้นตาบ้าง






ภาพนี้นี่จะเป็นการซูมจาก จุดที่จอดจักรยานอ่ะนะ



ย่องไปดูใกล้ๆ ..


ภาพนี้ผมชอบแนวขวางอ่ะ..





นี่ก็อีก มองแนวขวาง ดูเท่ดี






เที่ยวรอบนอกเสร็จก็พักทานข้าวเช้า

ซึ่งได้ทานข้าวที่นี่ เป็นครั้งแรกในรอบสัปดาห์นั้นเลย ที่ได้อ่านหน้งสือพิมพ์เห็นข่าสาร
แล้วมันก็ยังเป็นหนังสือพิมพ์ย้อนหลังไป 2 วันต่างหาก 555
..แต่ก็ได้นั่งอ่านอย่างมีความสุขอ่ะนะ












มาอัพเดท เพิ่มเติม เมื่อเช้าวันที่ 7 มกราคม
070109
0600



หลังจากอัพทิ้งไว้เกือบเดือน
เช้านี้ ก็ได้ฤกษ์ มาเล่าต่อ

ไม่รู้เหมือนกันว่า จะเล่าได้ต่อเนื่องขนาดไหน คือจะจบวันไหนนั่นแหละ

ยังไม่ได้ตอบทุกข้อความข้างล่าง ต้องขออำภัยด้วยนะครับ
เพราะอยากจะอัพเรื่องราวให้เสร็จเสียก่อน จึงค่อยตอบทีเดียว (ไม่มีเหตุผล อิอิ)





หลังจากหม่ำมื้อเช้าไป 2 จานใหญ่
ก็ได้ฤกษ ออกเที่ยวในส่วนในของเมืองประวัติศาสตร์สุโขไทยต่อ..


เข้าเมืองประวิติศาสตร์ จากประตูที่ผมเข้า
เห็นวัดนี้อยู่ไกลๆ ภาพนี้ซูมเข้าไปข้ามสระน้ำ

































เนื่องจากเนื้อหายาวเกินกว่าบล็อกจะรับได้
จึงต้องสร้างบล็อกใหม่ครับผม
..ติดตามต่อได้ที่นี่

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=m-ms&month=01-2009&date=04&group=13&gblog=6



Create Date : 13 ธันวาคม 2551
Last Update : 4 มกราคม 2552 7:07:26 น. 20 comments
Counter : Pageviews.

 
เที่ยวคนเดียวก็สนุกได้ครับ มันแล้วแต่จังหวะอารมณ์น่ะเน้อะ แต่ถ้ามีอะไรทำไปเรื่อยๆ มันก็ไม่มีเวลาเหงาจริง แหละครับ

แวะมาทักทายครับผม สวัสดีครับ


โดย: หมื่นทิพ (เทพบุตรตบะแตก!! ) วันที่: 13 ธันวาคม 2551 เวลา:17:48:53 น.  

 
สุดยอดเลย นายแน่มาก


โดย: ปิ่นพระศิวะ วันที่: 13 ธันวาคม 2551 เวลา:18:51:54 น.  

 
เก่งจังค่ะ

มีน้องคนหนึ่ง (ผู้หญิง) ถามว่าเที่ยวคนเดียวเป็นไรมั้ย

เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย กับการผจญภัยบางเรื่องมากกว่าค่ะ


โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 13 ธันวาคม 2551 เวลา:18:52:20 น.  

 
ก็สนุกแบบเอกาไปล่ะมั้ง

ไม่เคยไปเที่ยวคนเดียวแฮะ แต่รู้สึกได้ถึงการเที่ยวคนเดียว เพราะปกติก็อยู่คนเดียวอยู่แล้ว เพื่อนทิ้ง......อึก T_T

แต่อยู่คนเดียวก็สนุกดีนี่นา....ไม่รู้สิ แต่ชอบความรู้สึกตอนอยู่คนเดียวมากกว่าอยู่รวมกันหลายๆคน มันยุ่งยาก


โดย: ชนวนกลาง วันที่: 13 ธันวาคม 2551 เวลา:19:08:42 น.  

 
แห๋มเที่ยวอย่างงี้ก็น่าสนุกไปอีกแบบ
อยากลองขับรถเที่ยวอย่างงี้ไปเรื่อยๆเหมือนกัน เอาให้ทั่วเลยคงมีความสุขน่าดู

แต่แฟงเป็นพวกขี้เหงาอย่างน้อยต้องมีเพื่อนไปซักคน


โดย: d_regen วันที่: 13 ธันวาคม 2551 เวลา:19:12:51 น.  

 
สุดยอดเลย


โดย: Lymphoma_man วันที่: 13 ธันวาคม 2551 เวลา:21:10:59 น.  

 
เห็นด้วยค่ะ ว่เที่ยวคนเดียวก็าสนุก
เพราะเที่ยวคนเดียวอยู่บ่อยๆ
ล่าสุดก็ไปสิงคโปร์มา
จะมีเหงาบ้าง แต่สนุกค่ะ ชอบ ผจญภัยดี
อยากไปแบบคุณบ้างจัง เป็นไอเดียที่ดีนะคะ


โดย: fondakelly วันที่: 13 ธันวาคม 2551 เวลา:22:11:07 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

แวะเข้ามาโหวตให้ด้วยความคิดถึงจ๊ะ
อิจฉาผู้ชายก็ตรงนี้แหละ
ที่สามารถไปไหนมาไหนได้โดยไม่กัง
วล


โดย: อุ้มสี วันที่: 13 ธันวาคม 2551 เวลา:22:30:41 น.  

 
ขอบใจนะbeck นายแน่มาก


โดย: อายาโกะ IP: 117.47.72.185 วันที่: 14 ธันวาคม 2551 เวลา:11:50:04 น.  

 

เอ๊ะ..ใครเอ่ย คนข้างบน??..


หวัดดีวันอาทิตย์จ้าน้องอายาโกะ





โดย: บุญทับ วันที่: 14 ธันวาคม 2551 เวลา:11:56:47 น.  

 
เยี่ยมมากเลย พี่ป๋าหนมเม็ด


โดย: น่านัด IP: 125.24.150.97 วันที่: 15 ธันวาคม 2551 เวลา:13:07:07 น.  

 
ป้าก็ตามกลิ่นเราไป 5555
ไปเชียงใหม่ + ลำปาง หนุกมาก แต่ลงรูปไม่เป็น
กลับมาลืมpassword ทำไรไม่ได้เลย 5555 แก่จริง ๆ เรา
พอเข้าได้เห็น itd+42% ด้วยจำนวนพันหุ้น ดีใจมัก ๆ
เป็นอีกมุมหนึ่งของชีวิต ที่ปรับวิธีคิดให้กับตัวเอง
อย่ายืนอยู่ในมุมเดิม ๆ นานเกินไป
ควรแสวงหามุมใหม่ ๆ ให้ตัวเองบ้าง
เพราะหนทาง ของชีวิต มีออกมากมาย เน๊อะ ๆ

สวัสดีค่ะคุณหมอนา ***

*-*


โดย: ป้า IP: 117.47.117.198 วันที่: 19 ธันวาคม 2551 เวลา:6:46:44 น.  

 
แวะมาเยี่ยมค่ะ ใช้ชีวิตได้คุ้มจริงๆ เจ๋งมากค่ะ


โดย: @KiSsy IP: 202.156.10.236 วันที่: 26 ธันวาคม 2551 เวลา:13:43:16 น.  

 
ตามไปเที่ยวด้วยคน
เด๋วนี้เที่ยววัดตามวัยนะคะ 5555555555


โดย: พี่จูน IP: 61.90.92.35 วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:11:43:34 น.  

 
โหหหหหหหหหห สุดยอด เที่ยวคนเดียว นอนในรถด้วย

ถ้าเราเป็นผู้ชายเราก็คงทำแบบนี้เหมือนกัน ชอบ ๆ ชอบเที่ยว

มีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรงนะค่ะ


โดย: ความเจ็บปวด วันที่: 1 มกราคม 2552 เวลา:18:09:57 น.  

 
นายเจ๋งวะ ถึงไม่หล่อแต่นายก็ได้ใจเรา ฌฮ้ยแต่เราไม่ใช่พวก ช ชอบชนะไปเที่ยวไหนอีกชวนเราไปด้วยนะ you've got a friend

ถ้านายไม่ใช่พวก ช ชอบ ช ได้เลย ศรีราชามานอนบ้านเราได้เลย


โดย: รีฟ IP: 115.67.26.71 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:14:36:46 น.  

 
ออกทริปอีกเมื่อไหร่ ขอติดรถไปด้วยนะ(พูดจริง)
ladys55@hotmail.com


โดย: เอส IP: 58.8.143.51 วันที่: 1 มกราคม 2553 เวลา:10:56:01 น.  

 
เป็นผู้หญิงไปคนเดียวลำบากจัง อยากทำแบบนี้ได้บ้างไปไกลๆๆ


โดย: MyloveisBlue วันที่: 16 สิงหาคม 2553 เวลา:2:46:46 น.  

 


โดย: คนเดินดิน (หน้าใหม่อยากกรอบ ) วันที่: 8 สิงหาคม 2554 เวลา:12:32:23 น.  

 


โดย: คนเดินดิน (หน้าใหม่อยากกรอบ ) วันที่: 12 สิงหาคม 2554 เวลา:13:29:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
บุญทับ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




กฎของเราก็คือ
เรามีความสุขสนุกสนาน
ได้มากเท่าที่เราต้องการ
แต่ต้องไม่ทำร้ายจิตใจใคร
..แม้แต่คนเดียว


จากหนังสือ ฟ้ากว้าง..ทางไกล



มวลเมฆ คือเนินเขาทำด้วยไอน้ำ เนินเขา คือมวลเมฆสร้างด้วยศิลา..(รพินทรฯ)
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
13 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add บุญทับ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.