~Luvless Paradise~
 

"ไปตายซะ!!" / พรสวรรค์เล็กจ้อยของแต่ละคน

"ไปตายซะ!!"

"ไปตายซะ!!...ความเครียด"

"ไปตายซะ!!...ความง่วง"

"ไปตายซะ!!...ความขี้เกียจ"

"ไปตายซะ!!...ความเศร้า"

"ไปตายซะ!!...ความโกรธ"

"ไปตายซะ!!...นึกไม่ออกแล้ว(ฮา)"



เอาเป็นว่าตอนนี้อยากไล่อะไรที่ไม่ชอบด้วยคำนี้...ช่วงนี้ทำCF[Comic Fighter = การเขียนการ์ตูนคอมมิคโต้ตอบกัน สู้กันด้วยตัวละครที่ออกแบบเอง]แล้วทำให้รู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับตัวเอง ว่าตัวเองเป็นคนเอาเป็นเอาตายกับเรื่องที่กำลังสนใจจนเป็นนิสัย เอาเป็นเอาตายชนิดที่ว่า เรื่องไหนสำคัญน้อยกว่า หรือเรื่องไร้สาระกว่าเรื่องที่กำลังสนใจมันจะถูกโยนลงชักโครกไปเลย (กดชักโครกลงไปเลยด้วย)

เราว่ามันเป็นข้อเสียนะ...แต่บางคนบอกว่ามันเป็นข้อดี เพราะแสดงว่าเป็นคนมีสมาธิ (ตรงไหน?)

สิ่งที่ต้องสู้รบกับมันไปพร้อม ๆ กับภารกิจCFก็คือ ความเครียด (กลัวทำไม่ทัน) ความง่วง (นอนไม่พอและไม่กล้านอนกลัวทำไม่ทัน) ความขี้เกียจ (พยายามจะไม่หันไปดูการ์ตูนหรือทำอย่างอื่น) ความเศร้า (ที่ตัวเองทำงานช้าโคตร ๆ 555+ เลยทำให้คิดว่า ช้าแบบนี้ฉันทำไม่ทันแน่เลยโว้ยโจ้ย) ความโกรธ (โกรธที่ทำไมตูวาดไป ๆ มันไม่สวยสักที....วาดๆลบๆแก้มันอยู่นั่น ย้ำคิดย้ำทำจนโกรธ)

ถ้าไล่สิ่งที่เกลียดได้ด้วยคำนี้...จะรีบไล่มันไปเลย ไปไป๊!!

ถ้ามันยอมไปง่าย ๆ ก็ดีน่ะสิ....(ฮา) สาธุ !!

ตอนนี้รบราฆ่าฟัน ทำคอมมิคสู้บอสชื่อพี่เฉียน ร่างไปได้2หน้าครึ่ง แบ่งช่องคอมมิคไม่ค่อยเป็น แย่จริง ๆ (แต่ก็ดีขึ้นกว่าตอนยังไม่ได้ทำอินโทร ตอนนั้นทำไม่เป็นเอาเลย) แต่เรื่องที่ยากกว่าอินโทร10หน้านั่นมันก็เป็นตรงที่ว่า คอมิคล่าบอสมันมีฉากบู๊ลุ่น ๆ ...ทั้ง ๆ ที่เตรียมใจลงเล่นCFมาหักดิบเก็บเกี่ยวประสพการณ์โหดกับกิจกรรมนี้ แต่ว่ามันก็เครียดตรงที่มันยากจริง ๆ ไม่ใช่เขียนตัวละครพูด ๆ ๆ ๆ เดิน ๆ ๆ ๆ หรือชีวิตวัยใสที่ไม่ต้องใช้เอฟเฟคมากมาย (ไม่ได้บอกว่าการ์ตูนแนวชีวิตประจำวันมันเขียนง่ายนะ...แต่ไอ้การ์ตูนฉากบู๊มันยากเรื่องแบ่งช่องกับการจัดวางคอมโพสให้สวยงามน่าสนใจ ให้ตัวละครดูเท่ห์น่ะสิ)

คิดว่าถ้าผ่านบทเรียนโหดหินราคาแพงนี้ไปได้ ชีวิตคงได้สกิลใหม่ประดับตัว เหมือนทหารผ่านศึกได้เหรีญกล้าหาญอะไรเทือกนั้นเลย เพราะคอมมิคมันมีแนวทางของมันอยู่ ไม่ใช่ว่าเก่งวาดแนวอิลลัส วาดภาพนิ่งแล้วจะหมายความว่าคุณจะเขียนคอมมิคสนุก

อิลลัสมันยากที่เส้น ที่สี ที่ดีไซน์ และอีกหลาย ๆ ที่....
แต่คอมมิคน่ะ...มันก็ยากกว่าอิลลัสในอีกหลาย ๆ ข้อด้วย และเป็นหลาย ๆ ข้อที่นักวาดที่วดแต่ภาพเดี่ยว ๆ หรือรูปอิลลัสจะตายคาที่เวลาจะต้องวาดคอมมิค

เรียกว่า...คอมมิคนี่ดูถูกไม่ได้เลย ถึงแม้ว่าอิลลัสจะถือว่ายากเย็นมากอยู่แล้วนะ แต่ชีวิตตอนนี้เดินทางมาเจอศึกCF แล้วได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เกี่ยวกับการวาดคอมมิค ทำให้เรียนรู้ว่า...ไม่มีอะไรง่าย ไม่มีอะไรยาก มันมีแต่ว่า "อะไรที่เราจะต้องหัดให้ทำได้"

'เราไม่ใช่คนเก่ง' และเพราะอย่างนั้นแหละ ไอ้คำว่า 'อะไร'ที่ต้องฝึกมันเลยเยอะแยะ หลายเรื่องไปหมด

คิดว่าการถีบตัวเองลงไปในความยากลำบากมันก็เป็นสิ่งที่สนุกดี ชีวิตมีรสชาติ ไม่มีคำว่าย่อหย่อน ไม่มีเรื่องไร้สาระกวนใจ (ไม่มีเวลาคิดถึง...เผลอๆตอนนี้ลืมไปแล้ว) อีกอย่างก็คือจะได้ประสพการณ์ชีวิตที่น่าจดจำ แถมยังได้สกิลที่เติบโตงอกงามจากภาวะดิ้นรนที่ต้องเอาตัวรอดจากความยากลำบากนี้ด้วย

....คนอ่านคงคิด ว่ามันมาอัพบล็อคอะไรของมันกันวะ!!

อยากจะบอกว่า...เราชอบที่จะทำอะไรหลาย ๆ อย่าง เราเพลิดเพลิน เราเครียด เราโกรธเพราะตัวเราไม่ได้อย่างใจ (ไม่ได้อย่างใจ...จนต้องหัดสิ่งที่ทำไม่ได้อยู่อย่างนั้นจนกว่าจะได้อย่างใจ555+) และสันดานเสีย ๆ ของเราที่ว่าไปนั่น ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่เราได้พบแล้วว่า มันคือ "พรสวรรค์" ของเรา

บางคนอาจจะงงๆ...ว่าคำว่าพรสวรรค์มันต้องหมายถึง เริ่มต้นก็เก่งเลย รึไม่ก็ รังสีเทพออกมาตอนที่ทำอะไรสักอย่าง (คือเก่งมากว่ายังงั้นเถอะ)

เราว่านะ...เราที่ไม่คิดว่าตัวเองมีไอ้ตัว 'พรสวรรค์' ตอนนี้รู้ละว่าตัวเองมี ขอบใจเพื่อนยากที่ชี้ให้เราเห็นความจริงอันนี้ในขณะที่เราหน้าดำคร่ำเครียดกับสิ่งที่ทำไม่ได้อย่างใจ (ฮา)

" แกมีพรสวรรค์ที่จะรนหาที่ตายกับเรื่องพวกนี้จริง ๆ ว่ะ พอเป็นเรื่องที่เอาคำว่า เสี่ยงแล้วจะเก่งขึ้นมากรอกหูแกละก็...แกยอมโดดลงเหวสู้กับปีศาจทันทีเลย เป็นแบบนี้ทุกครั้งไม่รู้จักเข็ดสักที "

ปีศาจที่ว่าก็คือ อุปสรรค เพื่อนมันว่างั้นนะ555+

แล้วสุดท้ายก็ขำที่โดนแซวว่า... " แกมัน...ชินเวอร์ชั่นผู้หญิงที่ไม่ทำลายอิเลคโทรนิคดี ๆ นี่แหละวะ กร๊าก " เออ!! คนพูดคิดว่านี่มันด่าเรานะ แต่คนฟังนี่ดีใจจนตัวลอยแล้วฮ่า (กร๊าก) เพื่อนเราคิดว่าชินเป็นตัวละครที่เถรตรงเกินไป เลยดูไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ดูพุ่งชน ๆ (ก็จริง) ใครที่อ่าย EyeShield21คงรู้ว่า ชิน เซย์จูโร่ เป็นยังไง เราชอบชินนะ เพราะชินเป็นผู้ชายนิสัยแบบที่ชอบ มุ่งมั่นดี ไม่มีความกังขาลังเลเมื่อตัดสินใจทำลงไปแล้ว และไม่ย่อท้อด้วย

ท้ายสุดแล้ว...การรนหาที่โดดลงเหวไปสู้กับปีศาจ คือ 'พรสวรรค์' ของเรา (ตามที่เพื่อนเราบอก)

คนเราอาจไม่มีใครเพอร์เฟค อาจไม่ได้เป็นคนที่มีคนอื่นเรียกว่าเทพอย่างนั้น เทพอย่างนี้ หรือไม่ใช่คนที่ถูกพูดชมว่ามีพรสวรรค์อย่างน่าอิจฉา แต่...คิดว่าทุกคนมีพรสวรรค์นะ ถึงจะเป็นพรสวรรค์ที่เล็กน้อยและมีแค่ตัวเราเท่านั้นที่รู้ก็ตาม

ใครที่ท้อ โทษตัวเอง หรือนั่งยอง ๆ รอให้เวลาผ่านไปเฉยๆ โดยไม่ทำอะไรเลยเพราะคิดว่าตัวเองไม่เก่ง...เราว่าลองหันไปมองรอบ ๆ ตัวแล้วหาไอ้ตัวพรสวรรค์นั่นของคุณให้เจอดีกว่า ถึงมันจะเล็กจ้อยจนไม่มีใครมองเห็นก็เถอะ แต่ถ้าเราหามันดี ๆ เราต้องเจอมันแน่ ๆ แล้วก็อยากให้ภูมิใจกับมัน แม้มันจะเป็นสิ่งที่ไม่ได้เลิศงามจนคนจำนวนมากให้ความสนใจก็ตาม (แต่คนที่คิดว่าตัวเองมีสิ่งดี ๆ ให้คนอื่นทึ่งหรือยอมรับนับถือ...แต่ว่าเอาตัวเองไปข่มคนอื่นอันนี้ไม่เห็นด้วยนะ คนทุกคนก็เท่าเทียมกันหมดละเราว่า แต่เรื่องถนัดๆมันคงเป็นคนละด้านกัน ไม่ได้หมายความว่าถ้าคนยอมรับมากหมายความว่าคน ๆ นั้นจะพูดให้อะไรที่ตัวเองคิดถูกไปหมดมันก็ไม่ถูกน่ะนะ...อันนี้ไม่ดีเลย แล้วพูดไปอาจจะไปสร้างความเจ็บปวดสะเทือนใจให้คนอื่นเขาเสียใจอีกด้วย )

เรื่องที่ไม่ถนัดแล้วทำไม่ได้เรามีเยอะเหมือนกัน เราล้างจานไม่ค่อยได้ ....ทำจานแตกเละเทะทุกรอบ เราเป็นคนจับของลื่น ๆ ไม่ค่อยอยู่ ไม่รู้ทำไม แต่ว่าถ้าเป็นเรื่องใช้แรงงาน(ฮา...จับกัง) จะเก่งเป็นพิเศษ อย่างพวกการขัดห้องน้ำ ทำไปเรื่อย ๆ เพลินดี ห้องน้ำบ้านเราไม่ทันไรก็ขัดเรื่อย มันเปียก ๆ มันส์ ๆ ดี ไม่เหมือนออกแรงกลางแจ้ง 555+ <<< นี่คงไม่นับเป็นพรสวรรค์หรอก กร๊าก

เราอาจจะมองอะไรง่ายไป หรือเราอาจมีมุมมองที่ไม่ได้ดูแล้วเป็นการเป็นงาน เป็นจริงเป็นจัง ไม่ได้เขียนแล้วดูเป็นคนน่าเชื่อถือหรือเป็นผู้ใหญ่ เราเขียนบล็อคนี่ บางทีเราแค่อยากจะเขียนเราก็เขียนไป ตอนที่คิดอะไรได้ก็พิมพ์ออกมาเท่านั้น

เราบอกไม่ได้หรอกว่า พรสวรรค์ของใครมากน้อยกว่ากัน เราบอกไม่ได้หรอกว่าสิ่งที่เราพูดคือสิ่งที่ถูก (เราไม่ชอบพูดว่าเราถูกนะกับเรื่องแนวนี้ เพราะมันแล้วแต่ทัศนคติส่วนตัวของแต่ละคน) แต่เราคิดว่า ถึงจะมีน้อยมีมาก มียากมีง่าย แต่คิดว่าทุกคนต้องมีไอ้ตัว 'พรสวรรค์' อยู่แน่ ๆ

แล้วคุณล่ะ...หาเจอรึยัง 'พรสวรรค์' อันนั้นที่มีแค่ตัวคุณที่มีอยู่ ? ^_^

ปล.ไร้สาระที่สุดในโลกเลย คนอัพบล็อคสติไม่ครบ...อ่านแล้วลืมๆไปซะก็ได้นะ 555+




 

Create Date : 21 มีนาคม 2551    
Last Update : 21 มีนาคม 2551 19:42:29 น.
Counter : 128 Pageviews.  

copyสไตล์งานคนดัง...ชื่นชมหรือทำลายศิลปินต้นฉบับ?

ออกตัวก่อนนะว่าวันนี้มาแบบอารมณ์ปลดปลงมากกว่าอย่างอื่นค่ะ อาจจะเขียนออกมาดูเรื่อย ๆ เรียง ๆ ผสมเศร้าใจนิดหน่อยด้วย

วันนี้เราคงเล่าความคิดเกี่ยวกับศิลปินคนหนึ่ง เขาคือ http://www.hyung-taekim.org/ เราเรียกอ.คนนี้โดยออกเสียงว่า อ.ฮวนแตคิม นะคะ ผิดพลาดยังไงก็ขออภัยด้วย

เรื่องที่อัพวันนี้ก็เพราะ...คุยกันกับคนอื่น ๆ แล้วพูดเกี่ยวกับเรื่องที่ว่า
เดี๋ยวนี้อ.ฮวนไม่อัพงานลงเวบเลยตั้งแต่ออกงานกับเกมส์แมคนาคาต้า
ได้ยินว่า'อาจจะ'เป็นเพราะมีคนมากมายทำตามสไตล์การวาดของแกทั้งในและนอกเกาหลี จนเดี๋ยวนี้ งานแนวเดียวกับของอ.นั้น ในเกาหลีและญี่ปุ่นก็มีศิลปินจำนวนมากทำได้เหมือนกับที่แกวาดด้วยตัวเองมากมายจนน่าเศร้า

ถ้าตัวเราเป็น อ.ฮวนซะเอง เราอาจจะท้อก็ได้ ที่ทุกคนสามารถวาดแบบที่ตนเองวาดเองเกือบจะ100% การเป็นศิลปินทำงานอิลลัสของเขาอาจจะสั่นคลอนอยู่ อาจจะรู้สึกหมดความมั่นใจเพราะเห็นว่าใครๆก็ทำงานแบบของเขาได้ ไม่จำเป็นที่จะต้องให้เขาเป็นคนวาดเอง

...จนทำให้คิดว่า ถึงคนที่พยายามไล่ตามสไตล์ความเป็น อ.ฮวน นั้นเพราะรักงานของแกจริง ๆ ก็ตามที แต่แบบนี้มันไม่ใช่การทำลายตัวอ.ที่พวกเขารักทางอ้อมหรือ?

โดยการทำให้เหมือนอ.ฮวนวาดเองเกือบจะ100% โดยที่ไม่พยายามดัดแปลงแก้ไขให้เป็นในรูปแบบที่เป็นตัวของตัวเอง ตามแบบที่ศิลปินดัง ๆ ต่างก็มีเอกลักษณ์ของตัวเองกันทุกคน
มันคงไม่ใช่สิ่งที่อ. ฮวนคาดหวังให้นักวาดรุ่นใหม่ทำแบบนี้แน่ ๆ

อันที่จริงก็มีนักวาดไม่น้อยที่เอาอย่าง อ.ฮวนโดยการปรับสไตล์การลงสีให้คล้ายคลึงกับอ.ฮวน แต่ว่าลายเส้นของพวกเขายังเป็นของเดิมอยู่ก็ยังมีให้เห็น หรืออีกกรณีก็คือบางคนเลือกที่จะเดินตามอ.ฮวนโดยวาดหน้าตาตัวละครคล้ายคลึงกับอ.ฮวนแต่ปรับแก้บางส่วนตามที่คน ๆ นั้นชอบ แต่เลือกที่จะลงสีในสไตล์ที่ต่างไปจากอ.ฮวน

แบบที่พูดมาข้างบนนี้มันก็ไม่ค่อยเท่าไหร่นะในความคิดส่วนตัวของเรา...อย่างน้อย ๆ ก็ถือเป็นการเดินตามรอยคนที่ชอบแต่ก็ยังมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง

แต่เมื่อคุยกันไป ๆ มา ๆ ก็ปฏิเสธกันไม่ได้ว่าตอนนี้ศิลปินสมัครเล่นแบบที่วาดแนวของ อ.ฮวน อย่างที่ต้องการให้เหมือน ๆ กับการที่อ.ฮวนเป็นคนวาดเองทั้งหมด ก็มีมากจนน่าตกใจ เรียกว่าท่องเวบไปเจอที่คล้ายมาก ๆ อยู่ก็หลายคน ทั้งลายเส้น หน้าตาตัวละคร การลงสี รวมไปถึงวิธีการลงสีและโทนสีที่อ.ใช้บ่อย ๆ ซึ่งได้ไปเจออยู่หลายคนไม่ว่าจะมือสมัครเล่นจากเกาหลีเองรึว่าจากญี่ปุ่น

...อันที่จริงถ้าอาจารย์ฮวนไม่หยุดอับรูปภาพผลงานของเขาขึ้นเวบมานานอย่างที่เป็นอยู่นี้ เราเองและคนอื่น ๆ ก็คงไม่เฉลียวใจเช่นกันว่า การที่มีคนอื่นทำงานตามแบบของอ.ฮวนมากมายจนเกินไปจะก่อให้เกิดผลเสียแก่ความรู้สึกของอ.อย่างไรบ้าง

พอคิดได้ก็มานั่งย้อนคิดกันดู...เราเองก็พูดได้แต่ว่า 'ถ้าเป็นตัวเรา' เราก็คงหมดความมั่นใจไป เพราะรู้สึกว่าใคร ๆ ก็ทำแบบที่เราทำได้ ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องเป็นเราวาดเอง

ทั้งหมดนี้...ไม่ได้พูดกันที่แง่ของงานและรายได้นะคะ...แต่เราพูดในแง่ความรู้สึกของศิลปินคนนึง แล้วมันอาจจะน่าสงสารอยู่เหมือนกันนะ เวลาที่มีใครทำแบบนี้ แล้วทำลงไปโดยรู้ไม่ถึงการณ์ว่าอาจจะทำให้คนที่ตัวเขาเองชื่นชอบอาจจะกำลังเสียใจอยู่ก็ได้

เราไม่ได้บอกว่าเรารู้ว่า อ.ฮวนคิดยังไง เราบอกไม่ได้หรอกค่ะว่าอ.ฮวนจะเสียใจรึเปล่า แต่เราได้แค่คาดเดาเท่านั้น แต่ไม่ว่าจะคาดเดาไปแบบไหนมันก็ยังออกมาน่าเศร้าอยู่ดี

เพราะคนที่เดินตามอ.ฮวนก็คงเดินตามแบบที่รักและปลื้มใจในผลงานที่สวยงามของอ.ฮวนแน่ ๆ แต่พวกเขาอาจจะไม่รู้ว่าการเดินตามอ.ฮวนโดยทำตามอ.ทุกอย่าง และไม่ดัดแปลงเทคนิคของอ.ให้เป็นตัวของเขาเองเลยนั้น อาจจะเป็นการทำร้าย อ.ฮวนไม่มากก็น้อย

ถึงอย่างไรก็ตาม ฉันคิดว่า อ.ฮวนคงไม่หวังให้มีคนทำงานเหมือนกับอ.ทุกกระเบียดนิ้วแน่ ๆ ตามประสาศิลปินที่อยากทัศนางานแนวใหม่ ๆ ของศิลปินอื่นๆในโลกกว้าง แกคงพอใจมากกว่าถ้าจะมองไปรอบ ๆ แล้วพบว่ามีศิลปินมากมายผลิตผลงานที่สวยงามและมีแนวทางแปลกใหม่น่าดู น่าสนใจ น่าติดตาม

วันนี้ที่อับบล็อค...เราไม่ได้อยากที่จะทำให้ใครรู้สึกว่านี่คือเอนทรี่ล่อเป้า เราแค่พูดความรู้สึกของเราเฉย ๆ ...เราแค่ฟัง-คิด-คาดเดา-แล้วก็เศร้าค่ะ เราไม่ได้บอกว่าเราพูดถูก แต่มันเป็นแค่สิ่งที่เราอยากจะระบายเท่านั้น เราระบายด้วยความรู้สึกเศร้าใจน่ะค่ะ

จริง ๆ แล้วไม่อยากให้คิดแค่กรณีของ อ.ฮวนเท่านั้น...พอคิดไปว่าไม่ว่าเรื่องแบบนี้จะไปเกิดกับศิลปินคนไหน มันก็คงจะน่าเศร้าอยู่ดีนั่นละค่ะ เพราะศิลปินเหล่านั้นคงอยากมองไปรอบ ๆ แล้วได้เห็นงานคนรุ่นใหม่ที่แปลกใหม่น่าติดตาม มากกว่าที่ต้องแลเห็นงานของตัวเองรายล้อมอยู่รอบ ๆ เป็นแน่


ความจริงแล้ว เรื่องสีสันรึลายเส้นนั้น... การเรียนรู้จากศิลปินรุ่นพี่นับเป็นวิธีสามัญที่ใคร ๆ ก็เคยทำ ซึ่งเราเองเราก็ทำนะคะ สมัยก่อนเราเริ่มจาก Clamp และเดี๋ยวนี้มันก็ไปเรื่อย ๆ ของมัน ค่อย ๆเป็นค่อยๆไป ตามแต่อารมณ์และบุคลิกรวมถึงแรงบันดาลใจที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลาเมื่อเราเติบโตขึ้น

แต่ทว่าถึงจุดหนึ่ง เรารู้สึกว่า...สิ่งที่มีผลต่องาน คือแรง... "แรง...ที่บันดาล หรือเกิดขึ้นมาจากในใจเราเอง"

ดังนั้นช่วงแรก ๆ ที่เรียนรู้ การมองแนวทางของศิลปินที่ชอบอาจจะมีผลมากมายพอดู เพราะเรายังไม่สามารถสลัดตัวเองจากความนิยมชมชอบในตัวศิลปินคนนั้นเพื่อสร้างความเป็นตัวของเราเอง โดยผสมผสานความเป็นตัวเราเพิ่มลงไปเรื่อย ๆ ให้มันชัดเจนและมากขึ้น

แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งแล้ว...อิทธิพลจากศิลปินคนที่ชอบจะค่อย ๆ ถูกลดทอนลงไปเรื่อย ๆ ...เพราะ 'แรง' ที่บันดาลออกมาจากใจของเรา จะค่อย ๆ ไหลออกมาจากตัวเราเอง เสมือนไฟที่ไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาจุดให้ มันเป็นแรง...เป็นไฟแห่งการสร้างสรรค์ของเรา ซึ่งเราเป็นผู้จุดมันขึ้นมาเอง ดังนั้นความเป็นตัวเราจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ...เรื่อย ๆ

จนกระทั่งท้ายสุด...ถึงแม้ว่ารากของจุดเริ่มต้นจะยังคงเหลืออยู่บ้างเล็กน้อย (หรือกับบางคนคืออาจจะไม่เหลือรากอยู่เลย) แต่ตอนท้ายสุดแล้วความเป็นตัวเราในปัจจุบันมันก็จะยังคงมากกว่าอยู่ดี

สำหรับเราแล้ว ปลายทางของคำว่างแรงบันดาลใจที่ชัดเจนมันน่าจะเป็นแบบนี้นะ
ท้ายสุดแล้วถึงได้รู้สึกว่า ต่อให้พยายามเลียนแบบสไตล์ของอ.ที่ชอบให้เหมือนเปี๊ยบขนาดไหนก็ตามในตอนนี้ แต่ว่า...ในวันข้างหน้าเราก็ต้องเดินไปข้างหน้าไปเป็นตัวตนของตนเองมากกว่าตอนนี้นะคะ เพราะมันแสดงให้เห็นว่าเราคือศิลปินที่มีแรงบันดาลใจออกมาจากในตัวของเขาเอง
ดังนั้นถ้าจะเลียนแบบให้เหมือนละก็เราคิดนะคะว่า...การปรับใช้ตามความต้องการตามความเหมาะสมแล้วค่อย ๆ พัฒนาความเป็นตัวตนของตนเองก็คงจะดีกว่าการมุ่งจะทำให้เหมือนศิลปินต้นแบบละมั้งคะในความเห็นส่วนตัวของเรา
แล้วคุณล่ะ? คิดแบบไหน?กันบ้างคะ

ปล1.หวังอย่างยิ่งว่า อ.ฮวนจะไม่คิดมาก เราอยากเห็นงานอ.อีกเยอะ ๆ (อ.คงไม่มาเห็นหรอก 555+ แต่อยากให้อ.ไม่คิดมาก)
ปล2.เรายังยืนยันเหมือนเดิมว่าเราไม่ได้พูดว่าสิ่งที่เราคิดนี้คือสิ่งที่ถูกต้อง100% เราแค่คิดว่า "ถ้า...มันเป็นอย่างนี้ มันคงน่าเศร้า" เท่านั้นเองนะ ไม่ว่าจะเกิดกับอ.คนไหน หรือศิลปินคนไหนก็เถอะ
ปล3.วันนี้...เหมือนเราจะพูดอะไรมีสาระนะ ทั้งๆที่ปรกติน่าจะไร้สาระกว่านี้ (ฮา)
ปล4.อาจจะเขียนอะไรแบบเรื่อย ๆ มาเรียง ๆ นกบินเฉียงไปทั้งหมู่...อ่านไปอาจจะมีคนง่วงหลับก็ได้นะนี่ 555+




 

Create Date : 09 มีนาคม 2551    
Last Update : 9 มีนาคม 2551 19:57:38 น.
Counter : 102 Pageviews.  

เริ่มต้นกับทีนี่...

หลังจากที่เคยคิดจะมาใช้ที่นี่อยู่นาน แต่ว่าไม่เข้าใจวิธีใช้ของบล็อค
คิดว่าในที่สุดแล้วก็อยากจะลองมาใช้ที่นี่เป็นไดอารี่และใช้พูดคุยดู
เพราะที่ใช้อยู่ที่เก่ามันมีปัญหาเมื่อลงนิยาย หรือลงรูปภาพที่วาด
หรือแม้แต่รูปถ่าย เพราะว่ามันทำให้สัดส่วนของบล็อคเบี้ยวไปเมื่อลงภาพที่ใหญ่เกินไป และเมื่อลงนิยายก็ทำให้ตัวหนังสือดูอ่านยากมาก แม้แต่ตัวเองยังอ่านไม่ได้ แสบตาและก็ตัวหนังสือไม่สะดวกที่จะอ่านจริง ๆ

แต่อยากจะตกแต่งบล็อคนี้สักหน่อย แต่ว่ายังต้องเรียนรู้กันไป ไม่รู้ว่าจะทำได้ไหม ถ้าใครจะกรุณามาบอกวิธีได้จะขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ (กระทั่งวิธีใช้ก็ยังจะงงๆเลยแท้ๆ )

วันนี้เอารูปภาพที่วาดสเก็ตช์มาลงบ้างรูปหนึ่ง
เพราะหลังจากทำโปรเจคจบเทอมมานาน1เดือน ไม่ได้วาดรูปเลยจนรู้สึกว่า...
โอโห...มันมือแข็งไปเลยนะ วาดไม่ค่อยได้ แอบช็อคไปเหมือนกันเลยพยายามที่จะวาดให้มือมันกลับมาอยู่ในสภาพคล่องแคล่วเหมือนที่เคยเป็น

แต่ไหนแต่ไรมาจริงๆแล้วก็ไม่ใช่คนที่วาดเก่ง เคยถูกพูดว่าเลิกวาดรูปไปทำอย่างอื่นเถอะ อะไรแบบนี้มาก็บ่อย ๆ แต่มันก็ทำให้หัวเราะขำ ๆ เมื่อมองย้อนกลับไป เพราะไอ้เรานี่มันก็ช่างนั่งให้เขาด่าเหลือเกิน ฟังเขาด่าจนวาดได้อย่างทุกวันนี้ ไม่เคยคิดอะไรกับเค้าเลยสักนิด (หัวเราะ) เค้าด่าก็แก้ ทำมันไปเรื่อย...

มาคิดดูอีกที...
ตัวเองก็เป็นคนดันทุรังสูงเหมือนกันนะนี่ (หัวเราะ)

ลงภาพ...


เป็นรูปที่วาดเสร็จในช่วงราว ๆ 40นาที-1ชั่วโมง กินไปวาดไป (จะมีวันผอมไหมเนี่ย)

รายละเอียดภาพ
Tool : PS CS3 / ETC
Time : 40Min-1Hr
Note : วาดให้เพื่อนพร้อมนิยายที่แต่งให้เป็นของขวัญวันเกิด

ขอบคุณทุกคนที่มาเยี่ยมบล็อคค่ะ ทักทายกันได้นะคะ




 

Create Date : 03 มีนาคม 2551    
Last Update : 3 มีนาคม 2551 22:32:04 น.
Counter : 192 Pageviews.  

 
 

Ai-Luvless-
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




~Welcome To Luvless~ เร็ว ๆ นี้จะลองเอารูปวาดกับนิยายที่เขียนมาทยอยลงที่นี่นะคะ
C-box

: Online Now // : All View
[Add Ai-Luvless-'s blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com