the way back to NATURAL
Group Blog
 
 
มีนาคม 2551
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
12 มีนาคม 2551
 
All Blogs
 
พม่า พูดไปใครจะเชื่อ #1

ทริปนี้ไปมาตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว กับฝามีและเจ็ติ๊ก(ซึ่งเป็นเจ้าของรูปถ่ายทั้งหมด) เราไปฉลองปีใหม่กัน 10 วัน มีอะไรแปลก และคาดไม่ถึงในพม่าอีกมากที่ต้องเล่า แต่ขอเคาะสมองซักนิด 555 ก็มันผ่านมานานแล้วอ่ะ

ประเดิมพม่ากับอินเล ที่ลูกสมุนอยากบอกว่าทิ้งหัวใจไว้อินเลซะแล้ว และต้องบอกว่าประทับจิตฝังลึกมั่กๆ ทุกวันนี้ เรายังพูดกันอยู่บ่อยครั้งว่าอยากกลับไปอินเลอีกจัง (ไปกันอีกมั้ยเจ๊ติ๊ก) เอาเป็นว่าดูรูปกันไปพลางๆ ก่อนนะก๊ะ





Create Date : 12 มีนาคม 2551
Last Update : 15 มีนาคม 2551 23:35:17 น. 5 comments
Counter : Pageviews.

 
พม่าๆๆๆ อากไปเหลือเกิน กิ๊ฟเพิ่งอ่านหนังสือ เรื่องพม่าเสียเมืองจบ อยากไปมัณฑเลย์

อยากไปดูวัดสวยๆ แงแง


โดย: grippini วันที่: 13 มีนาคม 2551 เวลา:4:21:57 น.  

 
เคาะสมองมาละ ขอเล่าถึงอินเลต่อเลยนะ สำหรับทางภูมิศาสตร์ว่าตั้งอยู่เหนือ ใต้ ออก ตก บอกตรงๆ ว่าไม่รู้ 55+ เพราะตอนไปก็ตามเจ๊ติ๊กไปหนะ เรื่องที่จะเล่าก็ประมาณว่าจำไม่ได้แล้วว่าไปขโมยฟังมาจากไกด์กรุ๊ปไหน ด้วยความที่ภาษาปะกิดพอจะกระดิกหูบ้าง ก็มักทำเนียน ด้วยใบหน้าคล้ายญี่ปุ่นหรือเกาหลี สุดแต่ใครจะมอง เลยชอบทำเป็นด่อมๆ มองๆ เงี่ยหูฟัง ขโมยไกด์คนอื่นเป็นประจำง่ะ (

อินเลนั้นเป็นเมืองที่จะมีหมู่บ้าน หรือชุมชนนึงที่ใช้ชีวิตอยู่บนน้ำคะ ทำการเกษตร อยู่อาศัย และใช้ชีวิตกันบนน้ำแต่มิใช่แพ หรือเรือลากแบบบ้านเรา แต่อยู่เป็นบ้านเป็นหลังๆคะ

สำหรับอากาศ เราไปหน้าหนาวก็ขอบอกว่า อาจหนาวตายหากเสื้อผ้าไม่พอ กลางคืนและเช้า หนาวชนิดที่ว่าจับจิต ได้ข่าวว่า เช้ามืดแรกที่เราเหยีบยอินเล ถึงกับสะดุ้งโหยงด้วยอุณหภูมิเลขตัวเดียว (เค้าบอกเราว่า 2 องศา ถึงว่าได้หนาวสั่นเป็นเจ้าเข้า) ส่วนตอนเช้าที่เราตื่นมา 7 โมงก็ประมาณ 10 องศา และจะค่อยอุ่นขึ้นตอนสายๆ คะ

คนที่นี่มีวิธีการพายเรือแปลก คือ พายเรือด้วยเท้า แต่อย่าเข้าใจผิดว่าขี้เกียจ เพราะที่พายแบบนั้นมันมีประวัติว่า สมัยก่อนนั้นมักมีกระแสน้ำแรง พัดเอาพืชสวนที่ปลูกไว้ ลอยไปกับสายน้ำ ชาวสวนทั้งหลายก็ต้องไปตามหา เพื่อจะนำกลับมาปลูกให้เหมือนเดิม ไอ้ครั้นจะนั่งพายก็มองไม่เห็นข้างหน้าไกลๆ ก็เลยต้องยืนพายจ้า และไอ้ที่ต้องใช้เท้าพายก็เพราะว่ามือหนะ เอาไว้เก็บพืชผลที่มันลอยน้ำไงจ๊ะ คนที่นี่ปลูกมะเขือเทศบนน้ำเป็นหลักจ้า มีแปลงดอกไม้บ้าง แต่ก็ไม่มากเท่ามะเขือเทศ และเค้าว่ากันว่าเด็กอินเลที่เกิดมา จะว่ายน้ำเป็นก่อนวิ่งเก่ง และจะพายเรือด้วยเท้าเป็นก่อนขี่จักรยานเป็นซะด้วย (ก็ชัวร์หละ บ้านอยู่บนน้ำอะเนอะ)

การมาเที่ยวอินเลนั้น ต้องเหมาเรือไปเที่ยวคะ ออกจากที่พักแต่เช้า ใช้เวลาทั้งวันนั่งเรือเล่น และขากลับได้นั่งดูพระอาทิตย์ตกกลางน้ำเลยคะ (บรรยากาศดีสุดๆ ) แต่อย่าคิดว่านั่งเปล่านะคะ มีกิจกรรมด้วยคะ เอาเท่าที่จำได้นะคะ
- ให้อาหารนกนางนวล มันฉลาดมั่กๆ ทันทีที่เห็นคน นกจะบินตามเรามา ด้วยหวังจะกินอาหารจากคน ตอนแรกพวกเราก็ไม่รู้ แต่บังเอิญได้เจอแม่ค้าขายหนม ซึ่งพูดไทยได้ เค้าบอกว่าเค้าเป็นไทใหญ่ หรือคนไต เลยพูดไทยได้ เค้าบอกเราว่าให้ซื้อไปเยอะๆ เราบอกว่าเรากินไม่เป็น เค้าบอกว่าให้นกกินได้ และแล้วก็สอนเราว่า ให้บิเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่มือ ชูขึ้นในที่ๆ มีนก นกแสนรู้จะโฉบมากินที่มือเลยจ้า และแม้เราจะโยนขึ้นฟ้า เจ้านกแสนรู้ก็จะโฉบมากินอย่างแม่นยำมั่กๆ
- ดูแมวกระโดดรอดห่วงที่วัดๆ นึง จำชื่อไม่ได้คะ เค้าจะมีโชว์เป็นรอบๆ น่ารักมั่กๆ
- แวะหมู่บ้านอินเดีย ก็จะมีชุมชนคะ มีของขาย มีบ้านเรือน มีโรงเรียน ซึ่งเราบังเอิญได้เจอการแข่งกีฬาของเด็กนักเรียน เป็นกีฬาวิ่งแข่งคะ แวบไปแอบดู หนุกมากๆ คะ เด็กวิ่งกันหน้าตั้งเชียว อิอิ
- แวะดูบ้านที่ทำบุหรี่พม่า ผ้าทอจากใยบัว และหัตถกรรมอื่นๆ คะ

เราได้เจอหนุ่มญี่ปุ่นอยู่ 1 กรุ๊ปคะ ซึ่งดูเหมือนโปรแกรมเราจะตรงกันคะ แรกที่เห็นหน้ากันเราก็แค่ยิ้มๆ หลังเจอกันทุกที่ๆ เรือแวะคะ เราเลยได้คุยกันบ้าง ก็ดีคะ ได้มิตรภาพระหว่างทางแถมมาด้วย

วันถัดมา เราปั่นจักรยานเที่ยวกันคะ เมืองนี้เป็นแค่เมืองเล็กๆ เราก็ปั่นดูบ้านเมืองกัน และอันที่จริงมันมีน้ำพุร้อนคะ แต่เราโง่ ปั่นไปจะถึงละ ดันถอดใจคะ คิดว่าคงถูกหลอกให้ปั่นมาแน่ เลยวนรถกลับคะ ด้วยความที่ทางเป็นลูกรัง หลุม บ่อ และฝุ่นเยอะมั่กๆๆๆ เลยเลี้ยวกลับด้วยเกรงว่ามันจะทางเด้งๆ แบบนี้มันจะกระเทือนไปถึงไตซ้ายและท่อปัสสวะขวา แต่ชาวบ้านแถวนั้นก็ชี้โบ้เบ้และพูดพม่ากับเรา ไอ้เราก็โง่อีกหละ ไม่เข้าใจสิ่งที่เค้าพยายามจะบอก ซึ่งอันที่จริง เค้าจะบอกเราว่าไปอีกนิดเดียวก็จะถึงน้ำพุร้อนแล้ว (55+ มารู้ความจริงตอนถึงที่พักและได้คุยกับเจ้าของบ้านพักคะ)

ตกกลางคืนเราก็ไปหาอะไรกินกันตามปกติ ด้วยความที่กินอาหารพม่ากันมาเกือบทุกมื้อ เราเลยเปลี่ยนบรรยากาศ กินอาหารอิตาเลี่ยนกันมั่ง เห็นป้ายร้านว่าพิซซ่าเตาถ่าน เราก็ไม่ลังเล เดินเข้าทันที ประเดิมด้วยพระเอกของทริป "สตาร์โคล่า" หรือโค้กพม่านั่นเอง เนื่องจากเป็นประเทศปิด ข้าวของที่เราเห็นส่วนมาก ผลิตขึ้นเองในประเทศเกือบหมดคะ จากนั่นเราก็ปอบสิง สั่งพิซซ่ามา 2 ถาด (half & half ได้ด้วยหละ เท่ห์สุดๆ) และสปาเกตตี้มีตบอล ขอบอกว่ารอนาน จนเราแอบชะโงกหน้าไปดูในครัว โหหหห คุณขาเค้าตีแป้งทำพิซซ่าและเส้นกันสดๆ เลยคะ และเมื่อได้กิน ของบอกว่าอร่อยมั่กๆๆๆๆ
ชีสก็หอม รสชาติก็ได้ใจอย่างไม่เชื่อเลยหละ

มีความสุขสุดยอดที่อินเล ด้วยอาหาร อากาศ สถานที่เที่ยวคะ หากใครได้ไปพม่า อินเลจะเป็นอีกหนึ่งที่ ที่คุณจะเทคะแนนให้หมดหน้าตักทีเดียว


โดย: ลูกสมุน วันที่: 15 มีนาคม 2551 เวลา:23:16:48 น.  

 
รูปถ่ายสวยมากๆ สวยทุกรูป ชอบรูปที่มีควาย รูปช่วงพระอาทิตย์ตก และอีกหลายๆรูป สวยมากกกกกก

ไม่เคยไป ถ้ามีโอกาสก็อยากไปนะ สวยยย

เดือนหน้ากลับไทย ไม่รู้ว่าพ่อใหม่จะพาไปเที่ยวไหน ได้ยินว่าพ่อใหม่ลาพักร้อนแล้ว 55 แต่เที่ยวแถวๆบ้านเราช่วงเมษา สงสัยเหงื่ออกหมดตัวแน่ๆ แค่คิดก็ร้อนแล้ว 55


โดย: - in the deepest mist - วันที่: 16 มีนาคม 2551 เวลา:19:20:59 น.  

 
ใหม่จ๋า จริงๆ ยังมีรูปสวยๆ อีกมาก เดี๋ยวจะตั้งใจคัดมาให้ดูอีก


โดย: ลูกสมุน วันที่: 16 มีนาคม 2551 เวลา:21:14:57 น.  

 
ผมก็ชอบอินเลมากเหมือนกัน ไปเมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว รู้สึกว่าอินเลคือแดนสงบ ราบเรียบ น่าอยู่มาก

ไม่รู้ตอนนี้เปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน

พอเห็นมดเขียนเล่า พร้อมภาพทำให้ระลึกชาติได้...5555


โดย: สายน้ำกับสายเมฆ วันที่: 30 มีนาคม 2551 เวลา:12:04:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
ลูกสมุน
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




งานอดิเรกเป็น navigator(นำทางหมาตาบอด)
และมีงานถนัดคือ เอาชนะภูมิแพ้ด้วยธรรมชาติบำบัด
และสรรหาของธรรมชาติมาใช้

ชื่นชมและชื่นชอบสมุนไพรไทยและวิถีธรรมชาติสุดๆ เพราะผ่านการใช้ของวิทยาศาสตร์สารพัดก็ยังแก้ภูมิแพ้ได้ไม่ชงัดเท่าธรรมชาติเจ้าค่า
Friends' blogs
[Add ลูกสมุน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.