สวัสดีค่ะ ภาระหน้าที่ทำให้ต้องเดินทางไกลมาถึงบัวโนสไอเรส แต่ยังคิดถึงเพื่อนบล็อกทุกคนนะค่ะ
แก่นตะวัน



มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Helianthus tuberosus L. มี ดอกคล้ายบัวตอง มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาเหนือ ชื่อเรียก Jerusalem artichoke มักจะสับสนกับพืชอีกชนิดหนึ่ง คือ Globe artichoke (Cynara scolymus) ซึ่งใช้ดอกรับประทานเป็นผักสด Jerusalem artichoke พืชนี้มีถิ่นกำเนิดในแถบหนาวของทวีปอเมริกาเหนือ แต่มีชื่อนำว่า Jerusalem ก่อให้เกิดความ เข้าใจผิดว่ามีถิ่นกำเนิดแถบตะวันออกกลาง มีความสามารถปรับตัวได้ดีในเขตร้อน มีความแข็งแกร่งทนทานต่อสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกันมาก จึงให้ชื่อนำหน้าพืชนี้ว่า b และเป็นพืชที่ใกล้ชิดกับทานตะวัน จึงให้ชื่อพืชชนิดใหม่นี้ว่า "แก่นตะวัน" พืชนี้จัดเป็นพืชหัว พืชอาหารเพื่อสุขภาพ พืชสมุน ไพรสัตว์ พืชพลังงานทดแทน และพืชเพื่อการท่องเที่ยว





การนำไปใช้ประโยชน์

หัวใช้เป็นอาหารประเภทผัก หัวสดมีรสชาติคล้ายแห้ว นำมาประกอบ อาหารคาว หวาน ได้หลายชนิด หัวเป็นแหล่งสะสมของอินนูลิน (inulin) ซึ่งประกอบด้วยน้ำตาลฟรุ๊คโตสที่ต่อกันเป็นโมเลกุลยาว เมื่อเก็บหัวแก่นตะวันไว้ในห้องเย็นจะทำให้หัวแก่นตะวันมีความหวานมากขึ้น "อินนูลิน" มีคุณสมบัติช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคเบาหวาน ลดไขมันในเลือด ลดความเสี่ยงการเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือด และโรคหัวใจ สร้างภูมิคุ้มกันโรค อินนูลิน เป็นสารเยื่อใยอาหาร ไม่ถูกย่อยในกระเพาะ และลำไส้เล็ก จึงอยู่ในระบบทางเดินอาหารเป็นเวลานาน ทำให้ไม่มีความรู้สึกหิว กินอาหารได้น้อยลงจึงช่วยลดความอ้วนได้ และลดความเสี่ยงการเป็นโรคมะเร็งลำไส้ จึงนับว่าเป็นพืชอาหารเพื่อสุขภาพ หัว ใช้เสริมในอาหารสัตว์ มีผลต่อการเจริญเติบโต ลดจุลินทรีย์ที่เป็นโทษในระบบทางเดินอาหาร สร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้ลดการใช้สารปฏิชีวนะ และมูลสัตว์มีกลิ่นเหม็นน้อยลง จึงถูกนำมาใช้เป็นสมุนไพรในสัตว์ นอกจากนั้น หัวใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตแอลกอฮอล์ หัวสด 1 ตัน สามารถผลิตเอทานอล ที่บริสุทธิ์ 99.5% ได้ 100 ลิตร นำไปผสมเบนซิน เพื่อผลิตแก๊สโซฮอล์ จึงจัดเป็นพืชพลังงานทดแทนได้ด้วย

แก่นตะวันจะมีดอกบานเมื่ออายุประมาณ 60 วัน และทั้งแปลง ปลูกจะมีต้นทยอยออกดอกได้นานประมาณ 2 เดือน ดอกมีสีเหลืองคล้ายบัวตอง มีความสวยงามไม่แพ้ทุ่งบัวตอง หรือทุ่งทานตะวันเลยทีเดียว จึงนับได้ว่าเป็นพืชที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวได้

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

แก่นตะวันเป็นพืชล้มลุก เพาะปลูกในเขตร้อนได้ดี มีขนคล้ายหนามกระจายทั่วลำต้น และใบ จึงต้านทานต่อแมลงได้ดี ความสูงต้นประมาณ 1.5-2.0 เมตร ลักษณะหัว คล้ายหัวของขิงหรือข่า และมีดอก คล้ายดอกบัวตอง พันธุ์แก่นตะวัน

หลังจากนำพันธุ์จากต่างประเทศเข้ามาปลูกทดสอบ จำนวน 24 สายพันธุ์ และคัดเลือกสายพันธุ์ให้บริสุทธิ์ โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น พบว่าสายพันธุ์ KKU Ac 008 ให้ผลผลิตหัวสดสูง 2-3 ตัน/ไร่ ทั้งการปลูกในฤดูฝนและฤดูแล้ง หัวใหญ่ มีแขนงน้อย รสชาติหวานเหมาะที่จะรับประทานหัวสด และใช้ในอุตสาหกรรม จึงได้แนะนำพันธุ์นี้สำหรับ เกษตรไทย โดยให้ชื่อพันธุ์แก่นตะวันพันธุ์ใหม่นี้ว่า "พันธุ์แก่นตะวัน #1"





ฤดูปลูกแก่นตะวัน

การปลูกต้นฤดูหรือปลายฤดูฝนในสภาพไร่ ควรมีการให้น้ำเมื่อ ฝนทิ้งช่วง ออกดอกเมื่ออายุประมาณ 60 วันหลังปลูก อายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 120 วัน หรือสังเกตจากดอกร่วงเกือบหมด และลำต้นเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล และต้นเริ่มแห้ง





การปลูกและการดูแลรักษา

ตัดหัวแก่นตะวันเป็นชิ้นขนาด 3-5 ซม. แล้วนำมา บ่มในแกลบดำชื้นเพื่อชักนำให้เกิดต้นอ่อน ประมาณ 1 สัปดาห์ นำต้นอ่อนมาปลูกให้ลึกประมาณ 1-2 เซนติเมตร ระยะปลูก 50x50 เซนติเมตร ขณะปลูกดินควรมีความชื้นสูง โดยดินที่เหมาะสม คือ ดินร่วนปนทรายระบายน้ำดี การกำจัดวัชพืชทำ 1-2 ครั้ง เมื่อต้นมีความสูงประมาณ 15 ซม. ควรใส่ปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 25 กก./ไร่ การเก็บเกี่ยวโดยใช้พลั่วขุด และถอนด้วยมือ ผลผลิตหัวสด ประมาณ 2-3 ตันต่อไร่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฤดูปลูก แหล่งปลูก และการจัดการผลิต

แก่นตะวันมีดอกบานเมื่ออายุประมาณ 2 เดือน และมีดอกทยอยบานอยู่ประมาณ 2 เดือน จึงเหมาะปลูกเป็นไม้กระถาง หรือปลูกเป็นแปลงไม้ดอกในบ้านเพื่อใช้เป็นไม้ดอกไม้ประดับบ้านเรือนให้สวยงาม เมื่อต้นเริ่มแก่เก็บเกี่ยวล้างทำความสะอาดหัวใส่ถุงพลาสติก เก็บไว้ในตู้เย็น สำหรับใช้รับประทานเพื่อสุขภาพ สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้นาน 6-8 เดือน


ขอบคุณข้อมูลจากhttp://www.chongtangmagz.com/main/content.php?page=sub&category=12&id=25
ภาพจากอินเตอร์เน็ต


Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2553 13:02:37 น. 1 comments
Counter : Pageviews.

 
สวัสดีค่ะ เข้ามาเยี่ยมชมบล๊อก แล้วก็ขอบคุณสำหรับการแบ่งปันนะคะ

ขออนุญาตประชาสัมพันธ์ทุนด้วยค่ะ

ทุนเรียนฟรี 1 ปี พร้อมที่พักระหว่างเรียน IELTS-EFL / PreMaster @Cambridge, UK รวม 30 ทุน

ถ้าผู้ได้ทุนเป็นนักเรียน โรงเรียนจะได้รับเงินบริจาค จากวิทยาลัย 10000 บาท ต่อนักเรียน 1 คนด้วยค่ะ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Mrs Rachinya Wilson,
International Director & Scholarship Coordinator
Cambridge Seminars Tutorial College
143-147 Newmarket Roead,
Cambridge, CB5 8HA
UK

Tel 00 44 1223 313 464
00 44 1223 300 123
00 44 7940 589 077

E mail camsem@hotmail.co.uk
rachinya@camsem.co.uk
rachinya.wilson@cambridgesemainars.co.uk

Websites: http://www.cambridgeSTcollege.com
http://www.camsem.co.uk
http://www.cambridgeseminars.co.uk

หรือ ติดตามเอกสารประชาสัมพันธ์ทุนนี้ได้ที่สถานศึกษา หน่วยงานราชการทุกแห่งที่สังกัด กรมสามัญการศึกษา สำนักงานการศึกษาเอกชน กรมอาชีวศึกษา สกอ และ กพ

หรือ ติดตามได้ในบล๊อกนะคะ

กรุณาช่วยบอกต่อทุกคนที่รู้จักเพื่อเป็นวิทยาทานด้วยนะคะ

ขอบคุณค่ะ




โดย: mookyja วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:15:16:22 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
kobnon
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 50 คน [?]




.
สาระน่ารู้ประจำวัน
1.โรคข้อสันหลังอักเสบติดยึด
2. บุหรี่ ทำนมยาน หูตึง
3. Upside down pineapple cake


music
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
19 กุมภาพันธ์ 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add kobnon's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.