Chapter 103





ตอนที่ 103
"อะฮึ่ม!"  เจอร์รี่ส่งเสียงกระแอมดังๆเมื่อเห็นว่าเจ้าน้องชายคนเล็กของเขาเพิ่งกลับมาถึงบ้านแต่ทำท่าจะเดินเลยเขาไปโดยไม่ทักทาย ไจ่ไจ๋เองก็รู้ว่าพี่ชายต้องการให้เขาทักแต่เนื่องด้วยเมื่อเช้าเขาได้ก่อวีรกรรมไว้ก่อนออกจากบ้านจึงทำให้เขาคิดว่าแกล้งทำเป็นไม่สนใจแล้วหนีขึ้นห้องนอนน่าจะดีกว่า
"ไจ่ไจ๋!!"  เมื่อเห็นว่าน้องไม่สนใจเจอร์รี่จึงเอ่ยเรียกเสียงเข้มเล็กน้อย 
"อ้าว! พี่ใหญ่....ขอโทษทีผมไม่ทันเห็น...."  เมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้เจ้าน้องเล็กก็เริ่มใช้เล่ห์เหลี่ยม แต่ดูเหมือนพี่ชายจะไม่หลงกลง่ายๆ
"มานี่ซิไอ้ตัวแสบ"  พี่ใหญ่กระดิกนิ้วเรียกเจ้าน้องชายสุดที่รัก ไจ่ไจ๋จึงต้องหมุนตัวกลับมาอย่างขัดไม่ได้ 
"วันนี้พี่ใหญ่กลับบ้านเร็วจังเลยเนอะ"  ทำน้ำเสียงสดใสทักพี่ชายพร้อมกับหอมแก้มฟอดใหญ่
"ไม่ต้องมาอ้อน"  เจอร์รี่ทำเสียงดุ ส่วนไจ่ไจ๋ได้แต่ตีหน้าซื่อ
"ผมอ้อนซะทีไหนก็พี่ใหญ่เรียกผมมาเองนี่ครับ"  พูดจบก็ถือโอกาสนั่งตักพี่ชายเอาดื้อๆ
"เราเนี่ยนะ....."  เมื่อเจ้าน้องเล็กมาไม้นี้เจอร์รี่ก็อดที่จะหลุดยิ้มออกมาไม่ได้ เขากอดรัดเจ้าน้องชายตัวแสบเอาไว้แล้วหอมแก้มน้องกลับแรงๆ
"อื้ม! ทำข้อสอบได้มั๊ยวันนี้?"  เขาถามน้องแต่แล้วก็นึกขึ้นมาได้จึงเปลี่ยนคำถามใหม่
"ไม่ใช่สิ พี่ต้องถามว่าวันนี้เราเข้าสอบทันเวลาหรือเปล่าต่างหาก"  ไจ่ไจ๋ได้ยินก็ย่นจมูกแล้ววาดแขนข้างหนึ่งกอดคอพี่ชายโดยที่ยังไม่ยอมลุกจากตักของพี่ชาย
"ระดับไจ่ไจ๋ซะอย่างมีหรือที่จะซิ่งรถไปไม่ทัน"  พูดอวดตัวเองยังไม่ทันขาดคำก็โดนพี่ชายหยิกเข้าที่บั้นเอว
"โอ้ย!!!"  ร้องลั่นพร้อมกับรีบเด้งตัวลุกจากตักของพี่ชายทันที
"เดี๋ยวจะตีให้ขาหักเชียว!"  เจอร์รี่ชี้หน้าน้องพร้อมกับพูดขู่ ไจ่ไจ๋ยิ้มแหยๆให้พี่ชาย
"พูดเล่นน่าพี่ใหญ่.....เวลาเช้าๆรถเยอะจะตายใครจะไปกล้าซิ่ง"  ไจ่ไจ๋แก้ตัว
"แต่ถ้าเป็นตอนถนนโล่งๆก็ว่าไปอย่าง"  ไม่วายแอบพึมพำกับตัวเองเบาๆอีกด้วย
"ว่าอะไรนะ!"  พี่ใหญ่ถามย้ำเพราะได้ยินไม่ชัด
"เปล่า!"  ไจ่ไจ๋ปฏิเสธเสียงสูงแล้วมานั่งลงข้างๆพร้อมกับกอดแขนพี่ชายอย่างประจบ
"ผมรู้ว่าพี่ใหญ่เป็นห่วงผมมากเพราะฉะนั้นผมไม่มีทางทำให้พี่ใหญ่ต้องเป็นกังวลหรอก"  เจอร์รี่เอามือเขกหัวน้องเบาๆอย่างไม่อยากจะเชื่อ
"น่าเชื่อตายหละ! อย่างเราน่ะหรอจะไม่มีทางทำให้พี่กังวล รู้มั๊ยทุกวันนี้พี่กังวลเรื่องอะไรเกี่ยวกับนายบ้าง ไหนจะเรื่อง......"  เมื่อเห็นว่าพี่ชายเริ่มตั้งท่าจะบ่นไจ่ไจ๋จึงเอามือปิดปากพี่ชายเสียก่อนที่พี่ชายจะทันได้พูดจบ
"ผมเพิ่งกลับมาเหนื่อยๆ หิวข้าวจังเลย มีอะไรให้กินมั๊ยครับ?"  เปลี่ยนเรื่องถามพี่ชายเอาดื้อๆ
"มี! แต่พอกินเสร็จแล้วมาให้พี่ชำระความกับเรื่องเมื่อเช้าหน่อยนะ"  ไจ่ไจ๋ได้ยินก็หน้าเจื่อนลงทันตาเห็นเพราะอุตส่าห์หลอกล่อพี่ชายให้นอกเรื่องมาตั้งนานนึกว่าพี่ชายจะลืมไปแล้ว แต่ที่ไหนได้กลับจำได้แม่นซะอีก
"แล้วพี่กลางหละ?"  เปลี่ยนไปถามถึงพี่ชายคนโปรด เจอร์รี่ชักสีหน้าเล็กน้อยก่อนจะผงกหัวไปทางบันไดแทนคำตอบ
"ไปชวนพี่กลางลงมากินขนมดีกว่า"  ไจ่ไจ๋พูดจบก็แจ้นไปหาพี่ชายสุดที่รักทันที ปล่อยให้พี่ใหญ่ได้แต่เบ้ปากใส่ลับหลัง
"พี่กลางครับ!!! ผมกลับมาแล้ว! ลงไปกินขนมกัน!"  ไจ่ไจ๋เคาะประตูร้องเรียกพี่ชายอย่างร่าเริง
"เอะอะเสียงดังไปได้!"  ซักพักประตูห้องก็ถูกเปิดออกพร้อมกับเสียงบ่นของเจ้าของห้อง
"ไปกินขนมกัน"  ไจ่ไจ๋ยิ้มแฉ่งพร้อมกับชักชวนพี่ชาย 
"พี่ยังไม่อยากกิน"  เคนตอบแล้วมีท่าทีชั่งใจก่อนจะบอกให้น้องเข้ามาคุยกับเขาก่อน
"เข้ามาคุยกันก่อน"  น้องเล็กเห็นท่าทางของพี่ชายก็แปลกใจแต่ก็เดินเข้าไปในห้องนอนของพี่ชายแต่โดนดี
"วันนี้ทำข้อสอบได้มั๊ย?"  เคนเริ่มต้นถามน้องชาย
"ก็โอเคครับ"  ไจ่ไจ๋ตอบแบบสบายๆ เคนจึงยิ้มออกมาได้
"จะได้เห็นตัว A บนรายงานผลการเรียนของนายมั๊ยเนี่ย?"  เคนแกล้งแซวน้อง
"โหย....แค่ B ก็ดีใจแล้วหละครับ อันที่จริงวันนี้ทำข้อสอบได้นะแต่ทำไม่ทันไปข้อนึง หายไปเป็นสิบคะแนนเลย"  น้องเล็กบอกพี่ชายตามตรง
"อ้าว! ไปไม่ทันหรอ?"  เคนอุทาน
"ทันแต่ว่าเข้าห้องสอบได้ในนาทีสุดท้ายพอดี ก้าวเข้าห้องปุ๊บเสียงอ๊อดหมดเวลาเข้าห้องสอบก็ดังพอดี"  น้องเล็กตอบพลางทำหน้าแหยๆ 
"ไม่ได้บอกพี่ใหญ่เรื่องนี้ใช่มั๊ย?"  เคนย้อนถามน้อง
"บอกก็ตายน่ะสิ เมื่อกี้กลับมาถึงก็โดนบ่นเลยหนีมาหาพี่กลางดีกว่า"  ไจ่ไจ๋ตอบพร้อมกับย่นจมูก 
"มันบ่นนายเรื่องอะไร?"  เคนย้อนถาม
"ก็เรื่องเมื่อเช้าที่ผมตื่นสายนั่นแหละ"  ไจ่ไจ๋ตอบแล้วเลิกคิ้วเล็กน้อย
"ว่าแต่ทำไมวันนี้พี่กลางถึงได้หมกตัวอยู่ในห้องหละ?"  ถามพี่ชายต่ออย่างแปลกใจเล็กน้อยเพราะปกติหากเคนอยู่บ้าน ในช่วงเวลาเช่นนี้น่าจะอยู่ข้างล่างทำโน้นทำนี่มากกว่าที่จะมานั่งๆนอนๆอยู่ในห้องเฉยๆ
"เบื่อหน้าคน"  เคนตอบพร้อมกับยักไหล่
"ใครครับ? พี่ชิงชิงใช่เปล่า?"  เจ้าน้องเล็กถามพร้อมกับเดาคำตอบ
"เปล่า! เบื่อไอ้พี่ใหญ่ต่างหาก เมื่อเช้าหลังจากนายออกไปเกิดอะไรขึ้นอีกรู้หรือเปล่า?"  เคนว่าแล้วก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้น้องชายฟัง
"พี่กลางไม่ต้องห่วง ยังงัยผมก็อยู่ข้างพี่"  ไจ่ไจ๋พูดเสียงหนักแน่นหลังจากที่ได้ยินพี่ชายเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าให้ฟัง 
"ขอบใจมาก"  เคนเอ่ยขอบคุณน้องชายแต่ในใจลึกๆก็ยังรู้สึกไม่ค่อยสบายใจอยู่
"พี่รองก็เปลี่ยนข้างไปซะได้นะ! นี่ผมว่าพี่กลางยังไว้หน้าพี่ชิงชิงมากนะเนี่ย หากผมอยู่ด้วยจะพูดให้พี่ชิงชิงรีบเก็บของออกจากบ้านไปไม่ทันเลยเชียว"  ไจ่ไจ๋ยังบ่นกระปอดกระแปดต่อไปอีก
"แต่...."  เคนยังมีท่าทีลังเลแล้วมองไปที่ไม้เรียวที่เขาถือติดมือกลับมาวางอยู่บนโต๊ะอ่านหนังสือในห้องด้วยพลางคิดว่าหากพี่ชายตีเขาไปให้จบๆเรื่องไปซะตั้งแต่เมื่อเช้าป่านนี้เขาคงนอนหลับสบายไปแล้ว ไม่ต้องมานั่งตรึกตรองกับสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไปเช่นนี้
"พี่ใหญ่ก็แปลกคน! น้องตัวเองมีไม่เคยเข้าข้าง! เอาแต่หาเรื่องอยู่ได้ ผู้ใหญ่เขายังพูดจาไม่ไว้หน้าเราเลยแล้วทำไมยังต้องคอยเกรงอกเกรงใจอยู่ได้ บ้านก็บ้านเราแท้ๆเลย!"  ไจ่ไจ๋ยังบ่นไม่หยุดโดยที่เคนไม่ได้สนใจฟังนัก
"ไม่ไปอ่านหนังสือหรืองัย? ยังมีสอบอีกไม่ใช่หรอ?"  เคนเปลี่ยนเรื่องถามน้องชาย
"มีครับ แต่ไม่อ่านแล้วหละ อ่านมากๆเดี๋ยวโง่!"  เจ้าน้องเล็กตอบหน้าตาเฉย ทำให้เคนหัวเราะออกมาได้
"มีด้วยหรอวะอ่านหนังสือมากๆแล้วโง่!"  เขาย้อยนถามน้องพลางหัวเราะไปด้วย
"อ้าว.....ถ้าคนเรามัวแต่เรียนรู้ทฤษฎีโดยไม่เคยปฏิบัติแล้วมันจะเกิดประโยชน์อะไรหละครับ? ลงมือปฏิบัติไม่ได้มันก็โง่นั่นแหละ!"  น้องเล็กตอบเหมือนจะดีแต่สุดท้ายก็ฟังดูแปร่งๆ 
"เออพี่กลาง แล้วนี่พี่ชิงชิงยังมีหน้าอยู่ต่ออีกหรอเนี่ย? เป็นผมนะไปถึงไหนต่อไหนแล้ว"  น้องเล็กถามต่อแต่ไม่วายแอบจิกกัดบุคคลที่พาดพิงถึงด้วย
"ไม่รู้สิ"  เคนตอบสั้นๆพร้อมกับยักไหล่
"ยังอยู่แน่ๆเพราะกลับมาผมยังเห็นรองเท้าของพี่ชิงชิงถอดอยู่หน้าบ้านเลย เฮ่อ! โทรไปเลียบๆเคียงๆให้แม่ฟังดีกว่าว่าคนของแม่น่ะทำพวกเราป่วนกันขนาดไหน"  ไจ่ไจ๋ยังไม่ยอมหยุดบ่น 
"นายว่าพี่พูดแรงเกินไปมั๊ย?"  เคนไม่ได้ใส่ใจกับสิ่งที่น้องบ่นมากนักแต่เขากลับถามความเห็นของน้องชาย
"ไม่หรอกพี่กลาง พี่ชิงชิงเองก็ไม่ได้สะดุ้งสะเทือนอะไรไม่ใช่หรอ? อย่าคิดมากเลย"  น้องเล็กตอบพร้อมกับปลอบใจพี่ชาย เคนสบตากับน้องแล้วถอนหายใจเบาๆก่อนจะพยักหน้า
"นั่นสิ จะคิดมากทำไม"  เคนว่าแล้วก็กอดคอน้องชาย
"ลงไปหาอะไรกินกันดีกว่า พี่ก็รู้สึกหิวเหมือนกัน"  พูดจบสองพี่น้องก็พากันเดินลงไปยังชั้นล่างของบ้าน

- เวลาอาหารเย็น -
"มีใครรู้สึกเหมือนชั้นมั๊ยว่ากับข้าวมื้อนี้มันจืดชืดผิดปกติ"  แวนเนสเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาอย่างอดรนทนไม่ได้กับบรรยากาศเงียบเหงาบนโต๊ะอาหารทั้งที่พี่น้องทุกคนก็อยู่กันครบแต่กลับไม่มีใครพูดคุยอะไรกันเลย
"เอาน้ำปลาหรือซีอิ๊วมาปรุงรสเพิ่มมั๊ยครับ?"  ไจ่ไจ๋เงยหน้าถามพี่ชายซื่อๆเพราะนึกว่าพี่ชายตำหนิเรื่องรสชาติของอาหารจริงๆ
"เฮ่อ!"  แวนเนสถึงกับถอนใจเฮือกกับความซื่อบื้อของน้องชายคนเล็ก
"บ่นแล้วก็ไม่เอามาปรุงใหม่แล้วจะถอนหายใจทำไม"  ไจ่ไจ๋บ่นอุบอิบกับตัวเองเมื่อเห็นท่าทางของพี่ชายแต่ก็ก้มหน้าก้มตากินข้าวในจานของตัวเองต่อ แวนเนสทำหน้าเซ็งๆก่อนมองไปทางเจอร์รี่กับเคนที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาเลยด้วยซ้ำ
"ชั้นอิ่มแล้ว"  แวนเนสเอ่ยขึ้นแล้วรวบช้อนส้อม คราวนี้เจอร์รี่จึงเงยหน้าขึ้นมาสบตากับน้อง
"กินให้หมด"  พี่ใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงดุๆ 
"กินไม่ลง"  แวนเนสตวัดเสียงเล็กน้อย
"กินไม่ลงก็ต้องกิน!"  พูดย้ำอีกครั้งแล้วมองน้องชายด้วยสายตาบังคับ แวนเนสถอนหายใจเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ก่อนจะตักข้าวเข้าปากอย่างไม่เต็มใจ ในตอนนั้นเคนก็ตักข้าวคำสุดท้ายใส่ปากแล้วกลืนลงคอก่อนจะดื่มน้ำตาม
"เดี๋ยวชั้นจะออกไปข้างนอก นัดกับอันโดไว้"  เคนเอ่ยขึ้นลอยๆโดยไม่ได้เจาะจงว่าจะพูดกับใคร
"อ้าวพี่กลาง! จะหนีผมไปเที่ยวอีกแล้วหรอ?"  ไจ่ไจ๋โอดครวญขึ้นมาคนแรก
"หนีที่ไหนเล่า! ถ้าหนีไม่มานั่งบอกอยู่นี่หรอก"  เคนว่าแล้วก็เหลือบตาไปทางพี่ใหญ่ที่ไม่ได้มีท่าทีว่าจะสนใจเขาซักเท่าไหร่
"นัดกันที่ไหน?"  แวนเนสถามแทรกขึ้นมา
"ชั้นจะไปหามันที่บ้านแล้วคงออกไปที่ไหนกันซักแห่ง"  เคนตอบแล้วลุกเอาจานไปเก็บ
"คงกลับดึกหรือไม่แน่อาจจะไม่กลับเลย"  พูดจบก็เดินออกไปทันทีโดยไม่รอให้ใครได้พูดอะไรต่ออีก
"เชื่อมั๊ยว่าลองมันพูดแบบนี้แล้วมันต้องไม่กลับแหงๆ"  แวนเนสถามลอยๆเพื่อทำลายบรรยากาศอีกครั้ง
"แหงอยู่แล้ว ใครจะอยากอยู่บ้านที่มีบรรยากาศไม่ดีแบบนี้หละ?"  ไจ่ไจ๋ว่าแล้วก็ลุกเอาจานไปเก็บแล้วเดินออกไปด้วยอีกคน
"อ้าว! เป็นงั้นไป"  แวนเนสบ่นอุบพร้อมกับมองตามหลังน้องชาย และเมื่อหันกลับมาก็เห็นพี่ชายจ้องเขาอยู่
"ทำไมวันนี้นายเงียบจัง"  แวนเนสถามพี่ชาย
"ขี้เกียจพูด"  เจอร์รี่ตอบห้วนๆ แวนเนสกรอกตาไปมาอย่างเซ็งๆ
"ไหนนายบอกจะปล่อยให้น้องตัดสินใจกับการกระทำของตัวเองงัย แล้วทำไมต้องทำเฉยกับมันด้วย"  แวนเนสถามเข้าเรื่องเพราะรู้ว่าที่พี่ชายเงียบไปนั้นเพราะยังติดไม่พอใจเคนเรื่องเมื่อเช้านี้อยู่
"แล้วจะให้ชั้นทำงัย? ยิ้มร่าแล้วบอกว่าสิ่งที่มันกำลังทำอยู่ถูกต้องแล้วน่ะหรอ?"  เจอร์รี่ย้อนถามอย่างมีอารมณ์เล็กน้อย
"ไม่ใช่.....แต่นายก็ไม่เห็นจะต้องทำปั้นปึงกับมันแบบนี้นี่น่า คนที่อยู่ตรงกลางลำบากใจนะ"  แวนเนสโอดครวญ
"แล้วนายเห็นว่าไอ้น้องชายตัวดีของนายมันจะสำนึกอะไรขึ้นมาบ้างมั๊ย? วันนี้ชั้นหยุดงานอยู่บ้านทั้งวันยังไม่เห็นมันเยี่ยมหน้าลงมาคุยอะไรกับชั้นบ้างเลย"  เจอร์รี่กระแทกเสียงใส่แวนเนส
"นายก็เป็นซะอย่างงี้แล้วมันจะกล้าเข้ามาหานายมั๊ยหละ?"  แวนเนสพูดอย่างอ่อนอกอ่อนใจกับความแข็งข้อของพี่ชายและน้องชายทั้งคู่
"เชื่อชั้นเถอะว่าเสี้ยวเทียนมันกำลังคิดทบทวนถึงสิ่งที่มันได้ทำลงไปอยู่แน่ๆ น้องมันไม่ใช่คนไม่รู้จักคิดและถ้าหากมันคิดว่ามันทำผิดจริงชั้นว่ามันกล้าที่จะเดินเข้าไปเอ่ยคำขอโทษกับพี่ชิงชิงอยู่แล้ว"  พูดปกป้องน้องชาย
"ชั้นจะคอยดูไอ้น้องชายคนดีของนาย!"  เจอร์รี่เบ้ปากทั้งที่ใจจริงเขาก็เชื่ออย่างที่แวนเนสพูด
"ว่าแต่นายไปเอาวิธีนี้มาจากไหน?"  แวนเนสเปลี่ยนเรื่องถามพี่ชาย
"วิธีอะไร?"  พี่ใหญ่ทำหน้างงๆ
"ก็ไอ้ที่ให้มันเก็บไม้เรียวไว้ หากคิดได้เมื่อไหร่ค่อยเอามาให้นายงัย"  แวนเนสตอบแล้วรอฟังคำอธิบายจากพี่ชาย
"ไม่ได้เอามาจากไหนหรอก ชั้นคิดขึ้นมาเอง มีปัญหาอะไร?"  เจอร์รี่ตอบเป็นเชิงหาเรื่องน้อง
"เปล่า!!"  แวนเนสตอบเสียงสูง
"แค่อยากรู้ว่านายไม่กลัวว่ามันจะเอาไปหักทิ้งหมดหรอ?"  ถามพี่ชายอย่างติดตลก
"ไม่กลัวหรอก เพราะวันนี้ชั้นว่างๆเลยนั่งเหลาไม้เรียวไว้อีกเป็นโหล มันหักทิ้งได้ก็หักไปชั้นมีเตรียมไว้อีกหลายอัน"  พี่ใหญ่ตอบแล้วเปลี่ยนสายตาไปที่ข้าวในจานของน้องชาย
"ยังคิดอยู่เลยว่าใครจะเป็นผู้โชคดีได้ฉลองไม้เรียวอันใหม่ ซึ่งตอนนี้ชั้นเริ่มเห็นลางๆแล้วว่าใครจะโดนก่อนเพื่อน"  พูดจบก็ชี้ไปที่จานข้าวน้องที่ยังพร่องลงไปไม่ถึงครึ่ง  
"ชั้นกินหมดอยู่แล้วน่า"  แวนเนสรีบบอกแล้วตักข้าวกินต่ออย่างรวดเร็วเพราะไม่อยากเป็นผู้โชคดีในการฉลองไม้เรียวอันใหม่ของพี่ชาย 

- เวลาต่อมา -
"ยังไม่นอนอีกหรอ?"  เสียงทักนั้นทำให้เจอร์รี่ที่ยืนชะเง้อคอมองรถแท๊กซี่ที่ขับผ่านไปสะดุ้งเล็กน้อย เขามองไปทางต้นเสียงก่อนจะส่งยิ้มให้
"พี่ชิงชิงเองหรอ? ผมตกใจหมด"  เจอร์รี่ตอบแล้วหมุนตัวหันมาทางคู่สนทนาที่นั่งอยู่ที่ชิงช้า
"แล้วพี่ชิงชิงหละครับทำไมยังไม่นอน?"  ถามกลับไปบ้าง พี่ชิงชิงยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับส่ายหน้า
"พี่ยังไม่ง่วงน่ะ"  เธอตอบแล้วเอียงคอเล็กน้อย
"เธอมารอเสี้ยวเทียนอยู่ใช่มั๊ย?"  ถามออกไปตรงๆ
"เปล่าซักหน่อย ทำไมผมต้องมารอเจ้าเด็กเกเรคนนั้นด้วย"  เจอร์รี่ปฏิเสธทั้งที่จริงๆแล้วเขามารอเคนตามที่พี่ชิงชิงว่านั่นแหละ
"ที่ต้องมารอเพราะเธอเป็นห่วงความรู้สึกของน้องน่ะสิ"  พี่ชิงชิงให้คำตอบ ทำเอาเจอร์รี่ต้องเกาหัวแก้เก้อ
"พี่รู้นะว่าเธอรักน้องมาก เมื่อรักมากเธอเลยคาดหวังจะให้เขาเป็นในแบบที่เธอต้องการโดยเธออาจจะลืมไปว่าน้องๆก็มีเหตุผลของตัวเองในการกระทำสิ่งต่างๆก็ได้"  พี่ชิงชิงพูดเป็นเชิงเตือนสติ
"ผมถามจริงๆนะครับว่าพี่โกรธเสี้ยวเทียนหรือเปล่าที่เขาพูดแบบนั้นกับพี่?"  เจอร์รี่มีท่าทีอึกอักเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจถามตรงๆ
"ถ้าพี่บอกว่าไม่โกรธเธอจะเชื่อมั๊ย?"  พี่ชิงชิงย้อนถาม เจอร์รี่จึงได้แต่เงียบ
"พี่อยากจะตำหนิที่เธอตีเสี้ยวเทียนซะขนาดนั้น"  แล้วพี่ชิงชิงก็ต่อว่าเจอร์รี่ออกมาตรงๆ
"แต่ที่ผมตีเขาก็เพราะว่าเขาพูดจาไม่เหมาะสมกับพี่นะครับ"  เจอร์รี่แก้ตัว
"เหมาะหรือเปล่าเธอเอาอะไรตัดสิน?"  พี่ชิงชิงย้อนถามกลับมาอีก ทำเอาเจอร์รี่อึ้งไป
"เธอน่าจะยอมรับได้แล้วนะว่าน้องชายของเธอสามคนโตเป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว ไอ้เรื่องเอะอะก็ดุเอะอะก็ตีเนี่ยพี่ว่ามันไม่เหมาะเท่าไหร่แล้วนะ"  พี่ชิงชิงพูดเตือนออกมาตรงๆ
"ปีนี้เสี้ยวเทียนอายุเท่าไหร่แล้ว"  เจอร์รี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำถามนั้น
"ยี่สิบหกครับ"  เขาตอบแต่ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะเข้าใจ
"คนอายุยี่สิบหกกับการลงโทษด้วยไม้เรียว เธอว่ามันไม่ตลกไปหน่อยหรอ?"  เจอร์รี่อึ้งไปกับคำถามนั้น
"อันที่จริงพี่ไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายเรื่องภายในครอบครัวของเธอ แต่พี่อยากเตือนเพื่อให้เธอลองคิดทบทวนดูอีกครั้ง"  พี่ชิงชิงพูดต่อแล้วสบตากับเจอร์รี่
"หากเธอไม่ยอมให้น้องโต น้องก็จะไม่ยอมโตเหมือนกัน"  พูดจบก็บีบไหล่เจอร์รี่เบาๆ 
"ถ้าเสี้ยวเทียนกลับมาพี่อยากให้เธอพูดจากับน้องดีๆ อย่าไปต่อว่าต่อขานอะไรเขาอีก แล้วที่สำคัญอย่าไปบังคับให้เขาทำในสิ่งที่เขาไม่อยากทำ"  เจอร์รี่มองหน้าพี่ชิงชิงก่อนจะถอนหายใจเบาๆ
"ผมรับปากว่าจะไม่บังคับเขาอีก"  เจอร์รี่ตอบรับ 
"งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ"  พูดจบก็หมุนตัวเดินเข้าบ้านไป พี่ชิงชิงมองตามเจอร์รี่แล้วถอนหายใจออกมาเช่นกัน ต่อมาอีกครู่ใหญ่ๆ เคนก็กลับมาถึงบ้าน
"กลับมาแล้วหรอ?"  พี่ชิงชิงเอ่ยทักเมื่อเห็นเคนทำท่าจะเดินเลยเข้าไปในบ้าน เคนได้ยินก็ชะงักก่อนจะพยักหน้ารับ
"พรุ่งนี้เช้าพี่จะไปแล้วนะ"  พี่ชิงชิงพูดต่อ เคนได้ยินดังนั้นก็หมุนตัวกลับมาแล้วนั่งลงที่ชิงช้าข้างๆพี่ชิงชิง
"พักที่นี่ต่อจนกว่าบ้านพี่จะเรียบร้อยเถอะครับ เพราะมันก็เหลืออีกไม่กี่วันเอง"  เคนพูดด้วยความจริงใจ วันนี้เขาออกไปข้างนอกพร้อมกับคิดทบทวนถึงเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดก็รู้สึกได้ว่าตัวเองก็อารมณ์ร้อนเกินไปจริงๆ 
"ไม่เป็นไรหรอก พี่ไม่อยากทำให้พวกเธอต้องลำบากใจ"  พี่ชิงชิงว่าพร้อมกับยิ้มให้เคน
"ขอโทษทีที่ทำให้เธอต้องเจ็บตัว พี่ต่อว่าพี่ใหญ่ของเธอไปเรียบร้อยแล้ว"  พูดจบก็เงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยท่าทีผ่อนคลาย เคนเหลือบตามองพี่ชิงชิงแล้วเปลี่ยนสายตามองไปบนท้องฟ้าเช่นกัน
"คืนนี้พระจันทร์สวยดีนะ"  พี่ชิงชิงชวนคุย
"อืม...."  เคนตอบรับในลำคอ
"ทุกครั้งที่พี่ไม่สบายใจพี่จะออกมานั่งมองท้องฟ้า"  พี่ชิงชิงว่าโดยไม่ได้หันมามองคู่สนทนา แต่เคนอดไม่ได้ที่จะต้องละสายตามามองคนพูด
"ตอนพี่อายุได้สิบขวบพ่อแม่ของพี่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน พี่กับน้องชายเลยต้องไปอยู่กับป้าที่เป็นพี่สาวของแม่"  พี่ชิงชิงเล่าเรื่องของตัวเองให้เคนฟัง
"ป้าของพี่เป็นสาวโสดไม่ได้แต่งงานและไม่ชอบเด็ก เวลาพี่กับน้องชายทำอะไรไม่ถูกใจมักจะโดนดุโดนตีอยู่บ่อยๆ"  เล่ามาถึงตรงนี้พี่ชิงชิงก็เงียบไป
"ผมไม่รู้ว่าพี่ชิงชิงก็มีน้องชายด้วย"  เคนว่าคล้ายจะถาม
"ไม่มีใครรู้หรอก เพราะพี่ไม่เคยบอกใคร"  พี่ชิงชิงพูดยิ้มๆ 
"และที่ไม่บอกก็เพราะว่าตอนนี้พี่ไม่มีเขาแล้ว"  เคนได้ยินก็อึ้งไปเพราะพอจะเดาความหมายนั้นได้
"ก็อย่างที่บอกว่าป้าของพี่ไม่ชอบเด็กและการที่พี่กับน้องชายต้องไปอาศัยเขาอยู่ก็เหมือนกับเป็นภาระให้เขา น้องชายพี่เป็นเด็กที่สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงนัก เวลาป่วยไข้ป้าพี่ก็เลยไม่สนใจปล่อยให้พี่ดูแลน้องเองตามมีตามเกิด....."  พี่ชิงชิงพูดมาถึงตรงนี้ก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ
"พี่เองก็ไม่รู้ว่าน้องชายจะเป็นโรคร้ายแรง เวลาเจ็บป่วยก็ได้แต่ไปหาซื้อยาถูกๆตามร้านขายยามาให้กิน จนเมื่ออาการทรุดหนักเลยขอร้องให้ป้าช่วยพาน้องไปโรงพยาบาล แต่พอไปถึงก็ไม่ทันการแล้ว"  เคนได้ยินเช่นนี้ก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออก เขาไม่รู้เลยว่าภายใต้บุคคลิกที่มั่นใจในตัวเองอย่างพี่ชิงชิงจะเคยผ่านเรื่องราวที่เจ็บปวดมาในอดีต
"หมอบอกว่าน้องชายพี่เป็นมะเร็งในเม็ดเลือดขาว หากมาตรวจตั้งแต่เริ่มมีอาการก็จะมีหนทางรักษาได้ ตอนนั้นพี่โกรธทั้งตัวเองโกรธทั้งป้าที่ไม่เคยฉุกคิดเลยว่าน้องชายจะเป็นโรคร้ายแรงแบบนี้ หลังจากน้องตายไปพี่ก็ทะเลากับป้าจนสุดท้ายก็ต้องย้ายออกมาจากบ้านป้าและหางานทำเพื่อเลี้ยงตัวเอง"  พี่ชิงชิงเล่ามาถึงตรงนี้ก็เปลี่ยนสายตามาทางเคน
"ตอนนั้นที่ออกมาจากบ้านป้าพี่อายุประมาณสิบห้าสิบหก ก็ต้องทำงานสารพัดอย่างเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด และก็นับว่าโชคดีที่วันนึงพี่ได้เจอกับพ่อแม่ของเธอ...."  เคนสบตากับพี่ชิงชิงแต่ไม่ได้พูดอะไร
"ตอนนั้นพี่ทำงานที่ร้านอาหาร พ่อแม่เธอมากินข้าวที่ร้านพอดี วันนั้นพี่ทำงานผิดพลาดหลายอย่างเพราะไม่ค่อยได้พักผ่อนจนโดนเจ้าของร้านดุด่าแบบไม่ไว้หน้าแล้วก็ไล่พี่ออกทันที บอกตามตรงว่าตอนนั้นพี่เคว้งไปหมดเพราะงานที่ร้านนั้นเขาให้ที่อยู่ที่กินพร้อม มันก็เท่ากับว่าพี่ไม่มีที่ไปเลย"  เคนนิ่งอึ้งเมื่อได้รับรู้ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่ชิงชิง
"ตอนที่พี่เก็บของแล้วเดินออกมาแม่ของเธอก็เดินเข้ามาหาพี่แล้วถามพี่ว่าอยากได้งานหรือเปล่า ตอนนั้นมันเป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูกเลยจริงๆ พี่จำได้ว่าพี่ร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อายแล้วขอบคุณแม่ของเธอเป็นร้อยครั้ง และนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้พี่มาเป็นพี่เลี้ยงของเจอร์รี่กับแวนเนส"  พี่ชิงชิงยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย
"ตอนแรกพี่เกร็งมากเพราะบ้านเธอค่อนข้างมีฐานะน่าจะเลี้ยงลูกแบบตามใจ พี่กังวลสารพัดจนคิดว่าตัวเองคงทำงานนี้ไม่ได้แน่ แต่หลังจากคุยกันแล้วพ่อแม่เธอบอกกับพี่ว่าพวกเขาให้อำนาจพี่เต็มที่ในการเลี้ยงดูเจอร์รี่กับแวนเนส หากทำผิดก็ให้พี่ทำโทษได้เลย"  พี่ชิงชิงเล่าต่อ
"แต่ก็นับเป็นโชคดีของพี่อีกเพราะทั้งเจอร์รี่กับแวนเนสก็ดูจะเกรงใจพี่พอสมควร เลยไม่ทำให้พี่หนักใจเท่าไหร่"  พอเล่าจบชิงชิงก็เงียบไป
"งั้นทำไมพี่ถึงไปแต่งงานแล้วอยู่ที่เมืองนอกได้หละครับ"  เคนที่ปกติแล้วไม่ค่อยอยากเสวนากับพี่ชิงชิงเท่าไหร่นักแต่เมื่อได้รู้ปูมหลังของพี่ชิงชิงแล้วก็อดที่จะถามไม่ได้
"ในระหว่างที่พี่เป็นพี่เลี้ยงของพี่ชายเธอพี่ก็เรียนภาคค่ำไปด้วย พอเรียนจบแล้วพี่ก็เลยสอบชิงทุนไปเรียนต่อแล้วก็ได้ทุนไปเรียนต่อในที่สุด"  พี่ชิงชิงตอบอย่างไม่ปิดบัง
"โห! พี่ชิงชิงเก่งจังเลย"  เคนชมออกมาจากใจจริง
"ไม่หรอก ต้องขอบคุณพ่อแม่เธอด้วยที่พวกเขาเองก็สนับสนุนพี่ทุกอย่าง อันที่จริงพี่ไม่ใช่คนเรียนเก่งแต่พี่แค่อยากรู้ในสิ่งที่พี่ไม่เคยรู้ การเรียนเลยไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อสำหรับพี่แต่มันเป็นการเปิดให้ตัวเองได้รู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน"  เคนรับฟังสิ่งที่พี่ชิงชิงพูดอย่างทึ่งๆ
"แต่ตอนที่ไปเรียนต่อมันก็ไม่ใช่ว่าจะสบายหรอกนะ เพราะพี่ต้องทำงานไปด้วย ไปอยู่ที่โน้นพี่ก็ต้องทำงานสารพัดอย่างเหมือนกัน แต่ระหว่างนั้นพี่ก็เอาเงินฝากเขาบัญชีของที่นี่ทุกเดือน จนพี่เรียนจบก็กลับมาที่นี่แล้วใช้เงินเก็บนั้นซื้อบ้านไว้เป็นที่ซุกหัวนอน"  พี่ชิงชิงเล่าต่ออีก
"ตอนอยู่ที่โน้นพี่ก็ได้เจอกับสามีที่เพิ่งเลิกกันไป ตอนเริ่มคบกันเขาดีกับพี่ทุกอย่างทำให้พี่รู้สึกมีความสุขมาก จนเมื่อเขาขอแต่งงานพี่เลยรับปากอย่างไม่ลังเล เพราะตลอดชีวิตของพี่ก็ต้องสู้ด้วยตัวเองมาตลอด การที่มีคนมาปกป้องดูแลและให้ความอบอุ่นนั้นเป็นเรื่องที่พี่โหยหามาทั้งชีวิตเลย"  เล่ามาถึงตรงนี้สีหน้าของพี่ชิงชิงก็หมองลง
"หลังจากแต่งงานกันพี่ก็มีความสุขดี แต่พอมาระยะหลังเขาก็เริ่มเปลี่ยนไปทำให้พี่เป็นทุกข์มาก พี่เลยสืบหาสาเหตุที่ทำให้เขาห่างเหินจนในที่สุดพี่ก็จับได้ว่าเขามีคนอื่น ตอนนั้นพี่ขอเลิกกับเขา แต่เขาไม่ยอมและทำร้ายร่างกายพี่ ตอนนั้นพี่มืดมนไปหมดถึงกับเคยไปแจ้งความเรื่องที่ถูกทำร้ายร่างกายแต่ตำรวจของที่โน้นก็ไม่ค่อยสนใจกับคนเอเชียอย่างเราเท่าไหร่ ทำให้พี่ต้องหนีออกมาและย้ายไปอยู่เมืองอื่น"  เคนได้ยินเช่นนี้ก็อึ้งไปเลย เขารู้สึกผิดกับพี่ชิงชิงเป็นอย่างมากที่เคยดูถูกพี่ชิงชิงไว้ว่าที่ต้องเลิกกับสามีก็เป็นเพราะนิสัยที่แข็งกร้าวของพี่ชิงชิงเอง
"ช่วงนั้นพี่เปลี่ยนที่ทำงานเป็นว่าเล่น ทำแต่ละที่ไม่ถึงเดือนก็ออกเพราะสภาพจิตใจของพี่ย่ำแย่มากจริงๆ แต่ในที่สุดพี่ก็คิดได้และลุกขึ้นสู้อีกครั้งนึง พี่เดินทางกลับไปฟ้องร้องอดีตสามีของพี่ฐานที่เขาทำร้ายร่างกายและเรียกค่าเสียหายจำนวนนึง และก็นับว่าพี่ยังโชคดีเพราะสุดท้ายศาลก็ตัดสินให้พี่ชนะคดี"  พี่ชิงชิงพูดจบก็ยิ้มให้เคน
"แต่ไม่ใช่ว่าผลออกมาอย่างนั้นจะทำให้พี่สะใจหรอกนะ ในใจของพี่ก็ยังรู้สึกเจ็บและก็ยังรักเขาอยู่ เพราะผู้หญิงน่ะร้อยทั้งร้อยที่ตกลงแต่งงานกับผู้ชายหากไม่ได้มีความรักให้หมดหัวใจก็คงไม่ยอมแต่งงานด้วยหรอก และพี่ก็เชื่อว่าคงไม่มีผู้หญิงคนไหนที่แต่งงานแล้วอยากจะหย่าหรอก โดยเฉพาะกับพี่ที่แทบไม่เคยสัมผัสกับคำว่าครอบครัวแล้วมันทรมานจนบรรยายไม่ถูกเลย"  พูดจบพี่ชิงชิงก็ถอนหายใจยาว
"พี่กลาง!"  เสียงไจ่ไจ๋ดังแทรกขึ้นมาทำให้การสนทนาของพี่ชิงชิงและเคนเป็นอันต้องชะงักไป
"อยู่ใกล้แค่นี้จะตะโกนทำไม!"  เคนเอ็ดน้องชายแล้วลุกเดินเข้าไปหา
"ตอนผมโทรหาพี่พี่บอกผมว่าถึงหน้าปากซอยบ้านแล้ว ผมก็รอตั้งนานยังไม่เห็นพี่กลับมาซักทีก็เป็นห่วงน่ะสิ!"  ไจ่ไจ๋แหวใส่อย่างหงุดหงิดแล้วมองเลยไปทางพี่ชิงชิง
"เออๆๆๆ ขอโทษที....."  เคนได้ยินดังนั้นก็ขอโทษน้องเป็นเชิงตัดบทไม่ให้น้องบ่นต่อ 
"ไปๆๆๆ เข้าบ้านก่อนดีกว่า"  แล้วเคนก็ดุนหลังน้องชายให้เข้าไปในบ้าน แต่ก็หันมามองทางพี่ชิงชิงด้วย 
"พี่อยากนั่งตรงนี้ต่ออีกซักหน่อย"  พี่ชิงชิงบอกแล้วยิ้มพลางพยักหน้าให้เคนเข้าบ้านไปก่อน ดังนั้นเคนจึงเดินตามน้องชายเข้าบ้าน
"พี่กลางเป็นอะไรน่ะ!"  เมื่อเข้ามาในบ้านได้ไจ่ไจ๋ก็โวยใส่พี่ชายทันที
"อะไรของนายวะ!"  เคนเอ็ดใส่น้องกลับไป
"ก็จู่ๆทำไมถึงไปนั่งคุยกับพี่ชิงชิง! เขาเป็นศัตรูของเรานะ!"  ไจ่ไจ๋บอกพร้อมกับเต้นยิกๆ
"จะบ้าหรอ! ทำเป็นเด็กเล็กๆไปได้! ศัตรูอะไรที่ไหนกัน!"  เคนเอ็ดใส่น้องเล็กอีกครั้ง
"เมื่อเช้าพี่รองก็เปลี่ยนข้างไปคนนึงแล้ว มาตอนนี้พี่กลางก็เป็นไปอีกคน พี่ชิงชิงคนนี้ชักจะไม่ธรรมดาแล้วมั้งเนี่ย!"  ไจ่ไจ๋เริ่มหงุดหงิด
"ไจ่ไจ๋.....เราคงคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วหละ พี่ไปอาบน้ำก่อนดีกว่า นายเองก็น่าจะไปสงบสติอารมณ์ซะบ้าง"  พูดจบเคนทำท่าจะเดินขึ้นห้องไป
"พี่กลาง! ตลอดมาผมก็เข้าข้างพี่ทุกอย่าง ไม่นึกเลยว่าพี่จะตอบแทนผมแบบนี้!"  ไจ่ไจ๋พูดด้วยสีหน้าบึ้งตึง
"นายบ้าไปแล้วหรอไจ่ไจ๋! มีเหตุผลหน่อยได้มั๊ย?"  เคนต่อว่าน้องชายอย่างเอือมระอา
"แล้วพี่กลางบอกเหตุผลมาหน่อยซิว่าทำไมถึงต้องไปนั่งขลุกกับพี่ชิงชิงแบบนั้น! โดนวางยาไปอีกคนแล้วหรืองัย!"  น้องเล็กโมโหจนพาลใส่พี่ชายเอาเสียดื้อๆ
"ไจ่ไจ๋! ชักจะเกเรใหญ่แล้วนะ! อยากโดนตีหรืองัย!"  เคนทำเสียงดุใส่น้อง
"ก็เอาสิ! พี่จะตีผมเพราะผู้หญิงคนนั้นก็เอาเลย! ให้มันรู้กันไปว่าพี่ชายแท้ๆของผมเห็นผู้หญิงดีกว่าน้อง!"  ไจ่ไจ๋พูดจบก็มองหน้าพี่ชายอย่างท้าทาย เคนมองหน้าเจ้าน้องชายจอมเกเรแล้วเดินเข้าไปหาก่อนจะจับน้องหันหลังแล้วใช้มือตีก้นน้องไปสองทีเป็นการสั่งสอน
"พี่กลาง!"  ไจ่ไจ๋ร้องครางอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าพี่ชายจะตีเขาจริงๆ แม้จะไม่ได้เจ็บอะไรมากมายแต่กลับทำให้ไจ่ไจ๋ถึงกับน้ำตาร่วงด้วยความน้อยใจพี่ชาย
"วันนี้นายเกเรกับพี่มากเลยนะไจ่ไจ๋ ถ้าไม่อยากให้พี่โกรธก็อย่าทำแบบนี้อีก"  เคนต่อว่าน้องชายแต่ก็อดที่จะใจอ่อนไม่ได้เมื่อเห็นน้ำตาของน้องชาย
"ผมรอพี่มาทั้งวัน แต่พอกลับมาพี่กลางก็เอาแต่ดุผม"  น้องเล็กว่าพร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้น เคนถอนหายใจแล้วดึงน้องมากอด
"แล้วพี่ดุนายเพราะอะไร?"  เคนถามพร้อมกับเอามือเช็ดน้ำตาให้น้อง
"เพราะนายไม่ยอมฟังอะไรเลยใช่มั๊ย? เป็นอะไรน่ะ? ทำไมวันนี้ถึงดูหงุดหงิดจัง?"  เคนก้มหน้าถามน้องต่อแต่ไจ่ไจ๋ไม่ตอบกลับกอดแล้วซุกหน้าลงกับอกพี่ชาย
"เฮ่อ! ก็เพราะเรามันดื้อแบบนี้พี่ถึงต้องตีเอาบ้างน่ะสิ เงียบได้แล้ว....."  เคนว่าพร้อมกับลูบหลังให้น้องชายไปด้วย
"พรุ่งนี้มีสอบอีกมั๊ย?"  เคนถามน้องด้วยน้ำเสียงอ่อนลง 
"พรุ่งนี้ไม่มี มีวันมะรืน"  ไจ่ไจ๋ตอบ
"งั้นไปอ่านหนังสือเถอะ คืนนี้คงอ่านได้ดึกหน่อยเพราะพรุ่งนี้ไม่ได้ไปไหน"  เคนว่าก่อนจะพูดเอาใจน้องอีก
"แล้วสอบเสร็จเมื่อไหร่พี่จะพาไปเที่ยว"  พูดจบเคนก็เอามือตบแก้มน้องเบาๆ
"จริงนะพี่กลาง"  ไจ่ไจ๋ได้ยินเช่นนั้นก็หูผึ่งรีบถามย้ำพี่ชายทั้งที่น้ำตายังไม่ทันจะแห้งดี 
"อืม....พี่เคยหลอกนายหรอ?"  เคนตอบพร้อมกับย้อนถาม ซึ่งไจ่ไจ๋ก็ส่ายหน้าแทนคำตอบ เคนยิ้มเล็กน้อยแล้วหอมแก้มเจ้าน้องชายตัวแสบด้วยด้วยความหมั่นไส้ ไจ่ไจ๋เอามือโอบรอบลำคอพี่ชายอย่างประจบ
"พี่กลางรักผมมั๊ย?"  ถามพี่ชายกลับไป
"จะรักดีหรือเปล่าน้อ?"  เคนแกล้งรำพันออกมา
"ต้องรักสิ"  ไจ่ไจ๋โอดครวญ ทำให้เคนหัวเราะออกมาได้ 
"ในเมื่อนายเองก็รู้ดีอยู่แล้วจะมาถามทำไมอีก"  เคนว่าพร้อมกับบีบจมูกน้องไปด้วย
"ผมแค่อยากฟังเพื่อความแน่ใจ"  ตอบพร้อมกับจ้องหน้าพี่ชาย
"เออ! รักก็รัก!"  เคนว่าแล้วก็ส่ายหน้ายิ้มๆกับความไม่รู้จักโตของน้องชาย
"ไม่เอาแล้ว พี่เหนียวตัวมากเลยอยากอาบน้ำจะแย่"  ว่าพร้อมกับจับมือเจ้าน้องชายตัวดีที่นัวเนียเขาอยู่ออก
"นายก็ไปอ่านหนังสือได้แล้ว"  ไจ่ไจ๋ไม่ตอบว่าอะไรยอมปล่อยให้พี่ชายลุกไปแต่โดยดี
"เดี๋ยวผมส่งเมลสรุปย่อเรื่องที่จะสอบไปให้เพื่อนก่อนแล้วจะขึ้นไปอ่านหนังสือต่อ"  ไจ่ไจ๋บอกกับพี่ชาย
"อืม....แล้วอย่าแชทเพลินนะ"  เคนว่าพร้อมกับเดินมาขยี้หัวน้องก่อนจะเดินขึ้นห้องตัวเองไป
"ฮึ! มาอยู่ไม่กี่วันทำเอาคนอื่นป่วนไปได้ซะขนาดนี้! เดี๋ยวคอยดูเถอะ!"  หลังจากเคนออกไปแล้วไจ่ไจ๋ก็พึมพำออกมาเบาๆพร้อมกับคิดแผนการบางอย่างได้ในหัว



Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2560 21:13:37 น. 4 comments
Counter : 346 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
สวัสดีผู้ติดตามทุกท่านนะคะ
วันนี้ลงอัพเดทตอนใหม่ให้แล้วค่ะ
ขออภัยที่หายไปนานเพราะภารกิจที่ต้องทำเยอะมากค่ะ
ไม่ค่อยมีเวลามานั่งแก้ไขไฟล์เท่าไหร่
ขอบคุณทุกท่านที่ยังรอคอยนะคะ
อ่านให้สนุกค่ะ


โดย: loving_zai วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:21:17:07 น.  

 
รอคอยมานานแสนนานอิอิ ขอบคุณมากน้าค้าที่สละเวลามาอัพ เย่ๆๆ ดีใจมากๆเยย อย่างน้อยตอนนี้ก็เข้าใจพี่ชิงชิงบ้างแว้ว 😊😊 มาอัพอีกไวๆน้าค้า เฝ้าคอยดูตลอดเลย รักนักเขียนคนสวยจุ๊ฟหห


โดย: Likesnow IP: 182.232.65.87 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:23:58:08 น.  

 
กรี๊ดร้องลั่นบ้าน. ขอบคุณนะคะ


โดย: เย้ๆ IP: 182.232.184.113 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:21:42:02 น.  

 
มาแล้ว ตามอ่านมานานมาก แต่ยังคงรักเรื่องนี้เหมือนเดิม ขอบคุณไรท์มากๆนะคะ ^^


โดย: locket IP: 14.207.101.177 วันที่: 5 มีนาคม 2560 เวลา:0:08:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 
 

loving_zai
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]




[Add loving_zai's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com