Chapter 101







ตอนที่ 101
"รบกวนนั่งรอซักครู่นะคะ"  นางพยาบาลพูดกับเจอร์รี่และเคนหลังจากที่เคนได้เจาะเลือดเสร็จแล้ว 
"เดี๋ยวได้ผลเลือดแล้วจะได้เข้าพบคุณหมอค่ะ"  พูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินกลับไปทำงานต่อ 
"เดี๋ยวคุณหมอถามอะไรก็ตอบไปตามที่เรารู้สึก ไม่สบายตรงไหนหรือผิดปกติตรงไหนก็บอกคุณหมอไปเข้าใจหรือเปล่า?"  เจอร์รี่หันมาสั่งกำชับน้องชาย
"ครับ"  เคนตอบรับสั้นๆ 
"แล้วอย่าเกเรกับคุณหมอนะ"  คราวนี้เคนตีหน้าเบื่อที่พี่ชายสั่งเหมือนเขาเป็นเด็กๆ
"ชั้นโตแล้วนะ รู้หรอกว่าอะไรเป็นอะไร"  พูดด้วยท่าทางเซ็งๆ 
"หรอ? แล้วครั้งก่อนนั้นใครกันนะที่งอแงไม่ยอมให้ความร่วมมือกับคุณหมอน่ะ?"  พี่ใหญ่ย้อนถาม
"ไจ่ไจ๋"  เคนตอบเสียงดังฟังชัดโดยไม่ต้องคิด พี่ใหญ่เลยผลักหัวเข้าให้
"ไอ้เรื่องกวนประสาทน่ะขอให้บอก!"  ต่อว่าน้องชายแล้วมองไปรอบๆ
"นายนั่งรอไปก่อนแล้วกันชั้นจะไปหากาแฟดื่มซักหน่อย"  เคนพยักหน้ารับรู้
"เดี๋ยวชั้นซื้อขนมมาให้"  พูดทิ้งท้ายไว้แล้วลุกเดินไปหาร้านค้า หลังจากพี่ชายไปแล้วเคนก็รีบต่อโทรศัพท์หาน้องชายทันที
"ไจ่ไจ๋ เตรียมการถึงไหนแล้ว"  เคนถามทันทีที่น้องเล็กรับสาย
"พี่กลางครับ รู้หรือเปล่าว่าเมื่อกี้พี่ชิงชิงเขาพูดว่าอะไรบ้าง"  เสียงน้องฟังดูไม่พอใจเป็นอย่างมาก
"พูดอะไรวะ?"  เคนย้อนถามด้วยความอยากรู้
"พี่ชิงชิงเขาพูดคล้ายกับยอมรับว่าตัวเองสนิทกับพี่ใหญ่ในทางชู้สาวน่ะสิ"  คำพูดของน้องทำเอาเคนร้องอุทานเสียงดัง
"หา!!!"  คนรอบข้างหันมามองที่เคนเป็นตาเดียว เคนเลยยิ้มแหยๆแล้วก้มหัวเป็นเชิงขอโทษก่อนจะลุกเดินไปหาที่คุยตรงที่ไม่ค่อยมีคน
"สรุปว่าพี่ชิงชิงยอมรับหรอว่ากำลังคบกับพี่ใหญ่! ไม่ได้เรื่องหละ เดี๋ยวพี่จะคุยกับพี่ใหญ่ให้รู้เรื่อง!"  เคนโวยวายเป็นการใหญ่
"เดี๋ยวๆๆๆๆ พี่กลางอย่าเพิ่ง!! ใจเย็นๆก่อน!"  เสียงน้องเล็กร้องห้ามขึ้นมาก่อนจะอธิบายต่อ
"ผมไม่ได้บอกว่าพี่ชิงชิงยอมรับ แต่พี่เขาไม่ได้ปฏิเสธตอนที่ได้ยินผมกับพี่รองเลียบๆเคียงๆถามน่ะ"  เสียงไจ่ไจ๋ขยายความ
"อะไรกัน หากไม่ได้มีลับลมคมในอะไรกันจริงทำไมไม่ปฏิเสธ"  เคนว่าพร้อมกับทำหน้าครุ่นคิด
"ไม่หรอกว่ะไจ่ไจ๋.....พี่ว่าบางทีพี่ชิงชิงอาจจะแค่แกล้งพูดไปอย่างนั้นเอง เขาอาจจะพอรู้ก็ได้ว่าพวกเราไม่ค่อยอยากให้เขาพักที่บ้านต่อ"  เคนเริ่มวิเคราะห์
"พี่ชิงชิงอาจจะไม่คิดอะไรจริง แต่ถ้าพี่ใหญ่ของพวกเราคิดหละครับ?"  ไจ่ไจ๋ย้อนถาม
"ไม่คิดหรอก พี่นายน่ะบื้อจะตายไป แล้วนี่ตกลงเตรียมการไปถึงไหนแล้ว?"  เคนถามเข้าเรื่อง
"ก็เตรียมครบแล้วหละ เหลือแต่เคลียร์พื้นที่ตรงสนามหลังบ้านเพราะจะไปวางบันไดพาดไปที่ระเบียงห้องของพี่ใหญ่ พี่รองบอกว่าเอาแค่เงาแว๊บๆก็พอ จะได้ดูเหมือนจริงซักหน่อย"  ไจ่ไจ๋อธิบายกลับมาให้พี่ชายฟัง
"อืม....แบบนั้นก็ดี แต่ระวังอย่าให้พี่ชิงชิงจับได้หละ"  เคนไม่วายเตือนกลับไป
"ไม่หรอกครับ หรือถ้าหากโดนจับได้จริงๆ พี่รองกับผมก็มีข้อแก้ตัวรองรับไว้แล้วว่าเราเห็นสิ่งปกติในห้องที่พี่ชิงชิงนอนอยู่เลยมาดู"  ไจ่ไจ๋ตอบเสียงเจื้อยแจ้ว
"เฮ้ย! แล้วถ้าพี่ชิงชิงถามว่าทำไมไม่ไปเคาะเรียกให้เปิดประตูให้หละวะ?"  เคนย้อนถามน้องอีกเพราะเห็นว่าคำตอบนั้นไม่ค่อยแนบเนียนเท่าไหร่
"เอ่อ....นั่นสิ....."  คราวนี้ฝ่ายน้องเล็กเสียงอ่อยลง
"ก็บอกว่าไม่อยากปลุก แล้วก็เห็นแค่อะไรแว็บๆตรงระเบียงห้องเท่านั้นเอง คิดว่าอาจจะเป็นเจ้าพีพีหรือถางถางเลยคิดว่าปีนไปเก็บมันลงมาดีกว่าเพราะหากต้องเอาผ่านมาในห้องเดี๋ยวพี่ชิงชิงแพ้ขนแมวตายเลย"  เสียงที่ตอบมานั้นเปลี่ยนเป็นเสียงแวนเนส 
"โอโห! นายคิดแผนได้ชั่วร้ายกว่าชั้นซะอีก"  เคนเอ่ยชมพี่ชายเป็นเชิงแขวะไปในตัว
"เดี๋ยวเถอะไอ้ตัวดี! หลอกด่าชั้นหรอ?"  เสียงแวนเนสแหวใส่กลับมาทำให้เคนหัวเราะเบาๆ
"ว่าแต่นายหาหมอเสร็จหรือยัง? แล้วหมอว่างัยบ้าง?"  เปลี่ยนเรื่องถามกลับมา
"ยังอ่ะ นั่งรออยู่เนี่ย"  เคนตอบคำถามนั้น
"แล้วคิดหรือยังว่าจะชวนเจอร์รี่มันไปไหนต่อ?"  เคนเม้มปากเล็กน้อยเพราะยังคิดไม่ออก
"ตอนนี้ยังคิดไม่ออก แต่เดี๋ยวชั้นจัดการเองแหละ"  เคนว่าก่อนจะตัดบท
"แค่นี้ก่อนแล้วกันนะ ชั้นกลับไปดูก่อนว่าถึงคิวหรือยัง"  เมื่ออีกฝ่ายตอบรับเคนจึงกดวางสายแล้วหมุนตัวเพื่อจะกลับไปนั่งที่เดิมแต่ก็หันมาชนกับคนๆนึงเสียก่อน
"ขอโทษครับ"  เคนเอ่ยปากขอโทษทันที แต่พอเงยหน้าเห็นว่าคนที่ตัวเองหันมาชนเป็นใครก็สะดุ้งด้วยความตกใจ เพราะคนๆนั้นคือพี่ชายคนโตของเขานั่นเอง
"เผลอเป็นไม่ได้นะ! ต้องลุกขึ้นมาเดินเพ่นพ่านอยู่เรื่อย!"  พี่ใหญ่ไม่พูดเปล่าแต่เอามือเขกหัวเจ้าน้องชายตัวดีทีหนึ่งด้วย
"ก็แค่มาคุยโทรศัพท์"  เคนแก้ตัวแต่ก็รู้สึกหวั่นๆว่าพี่ชายจะได้ยินที่เขาคุยกับแวนเนสและไจ่ไจ๋เมื่อกี้หรือไม่
"ว่าแต่นายเถอะทำไมมาเงียบๆ! ตกใจหมด!"  ต่อว่าพี่ชายกลับไป
"ทำไมต้องตกใจ? หรือว่าแอบทำอะไร"  จากตอนแรกที่ไม่ได้สงสัยจนเมื่อเห็นท่าทีของน้องชายจึงนึกสงสัยขึ้นมาจริงๆ
"เปล่า!!!"  เคนปฏิเสธเสียงดังแล้วรีบเดินกลับไปนั่งตรงที่เดิมโดยมีเจอร์รี่เดินตามมาติดๆ
"แน่ใจ?"  เจอร์รี่ถามย้ำเพราะเจ้าน้องชายตัวดีดูมีพิรุธอยู่ไม่น้อย 
"หุบปากไปเลย! นั่งเงียบๆซะมั่งเหอะ!"  เคนเอ็ดใส่พี่ชายกลบเกลื่อน
"อย่าให้รู้นะ...."  พี่ใหญ่ชี้หน้าน้องเป็นเชิงคาดโทษ เคนแสร้งไปมองที่อื่นพร้อมกับพึมพำกับตัวเองเบาๆ
"อย่าให้รู้....แสดงว่ามันยังไม่รู้สินะ...."  ในระหว่างนั้นเคนก็ต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อพี่ชายยื่นหน้าเข้ามาใกล้เขา
"อะไรเล่า!"  เคนเอามือดันหน้าพี่ชายออกห่างพร้อมกับทำตาขวางใส่
"หึๆๆๆ"  พี่ใหญ่หัวเราะชอบใจที่แกล้งให้เจ้าน้องชายตัวแสบตกใจได้
"ขวัญอ่อนจริงนะ เอ้า! กินขนมซะ...."  ว่าพลางยื่นถุงขนมที่ซื้อมาฝากให้น้องชาย เคนรับมาแต่ไม่วายค้อนใส่อีกหลายวง จากนั้นก็นั่งกินขนมที่พี่ชายซื้อมาให้จนกระทั่งถึงคิวเข้าพบหมอในที่สุด
"ผมเป็นพี่ชายเขา ขอเข้าไปด้วยได้มั๊ยครับ?"  เจอร์รี่ถามนางพยาบาลเพราะอยากเข้าไปคุยกับหมอด้วย
"เชิญค่ะ"  นางพยาบาลตอบพร้อมกับยิ้มให้เล็กน้อย
"เข้าไปทำไม? เกะกะ!"  เคนกระซิบต่อว่าพี่ชายก่อนจะรีบเดินตามหลังนางพยาบาลสาวไปติดๆเพราะกลัวจะโดนพี่ชายเขกหัวอีก
"สวัสดีครับคุณหมอ"  เคนเอ่ยทักทายคุณหมอวัยกลางคนท่าทางใจดี
"สวัสดีครับคุณเสี้ยวเทียน.....เป็นยังงัยบ้าง?"  หมอถามถึงอาการป่วย
"สบายดีครับ"  เคนตอบซื่อๆเพราะนึกว่าหมอถามเป็นเชิงทักทายกัน ทำเอาหมอหัวเราะร่วน ส่วนเจอร์รี่ได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจก่อนจะพูดแทนน้อง
"เขามีโรคหอบเป็นโรคประจำตัวอยู่ครับ แล้วเมื่อวานหอบเขากำเริบผมเลยพาเขามาตรวจดูซักหน่อยว่ามีอะไรผิดปกติบ้างหรือเปล่า"  คุณหมอเปลี่ยนสายตาไปทางเจอร์รี่พร้อมกับยิ้มให้เล็กน้อย
"ที่โรคกำเริบเพราะออกกำลังกายมากไปหรือเปล่า? หรือว่าเครียด?"  คุณหมอหันมาถามเคนอย่างเป็นการเป็นงานพร้อมกับใช้หูฟังกดลงตรงหน้าอกเพื่อตรวจดู
"เอ่อ...."  เคนมีท่าทีอึกอักแล้วเหลือบมองไปทางพี่ชาย
"ตอบคุณหมอไปตามจริงสิ"  เจอร์รี่บอกน้องชาย
"ชั้นพูดได้จริงหรอ?"  เคนย้อนถามพี่ชาย ซึ่งบทสนทนาของพี่น้องสองคนทำให้คุณหมอได้แต่มองทั้งคู่สลับกันไปมาอย่างงงๆ
"ได้สิ ก่อนโรคกำเริบนายไปทำอะไรหรือมีอาการผิดปกติอะไรก็บอกคุณหมอไป"  เจอร์รี่ย้ำเสียงดุเล็กน้อย
"งั้น....ผมบอกก็ได้....เมื่อวานเพราะเขานี่แหละไล่ตีผม ผมก็เลยวิ่งหนีจนเกิดอาการหายใจไม่ออก"  เคนตอบหน้าตาเฉย ทำให้คุณหมออมยิ้มเล็กน้อยแต่คนเป็นพี่ชายถลึงตาใส่อย่างคาดโทษเพราะไม่นึกว่าเจ้าน้องชายตัวดีจะแสบได้ขนาดนี้
"แสดงว่าคุณต้องวิ่งหนีไกลมากถึงขนาดทำให้โรคกำเริบได้"  คุณหมอหยอกกลับทำเอาเคนยิ้มเจื่อนๆเพราะรู้ทั้งรู้ว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไรเลย
"ผมว่าวันหลังคุณยอมโดนพี่ชายตีซักทีสองทียังดีกว่าวิ่งหนีให้โรคหอบกำเริบจนต้องมาหาหมอนะครับ"  คำพูดของคุณหมอทำให้เจอร์รี่หันไปยักคิ้วให้น้อง
"ถ้าให้ผมเลือกผมก็ขอเลือกที่จะมาหาคุณหมอดีกว่า"  เคนตอบแล้วพูดเป็นเชิงตัดบท
"ตกลงว่าสุขภาพของผมตอนนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงใช่มั๊ยครับ?"  เจอร์รี่เองก็พลอยมองหน้าคุณหมอเพื่อรับฟังคำตอบด้วย
"ผลเลือดทุกตัวดีหมดครับ แต่หมอก็แนะนำให้ดูแลตัวเองดีๆ เพราะต่อให้ผลการตรวจร่างกายออกมาดีก็ไม่ได้หมายความว่าจะดีแบบนี้ตลอด โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้วก็ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจจะทำให้อาการของโรคกำเริบขึ้นมาได้"  คุณหมออธิบายอย่างเป็นการเป็นงาน
"วันนี้หมอจะจัดยาพ่นให้แล้วกัน ส่วนอย่างอื่นไม่มีปัญหาอะไรแล้วครับ"  พูดจบก็ยิ้มให้สองพี่น้องเล็กน้อยก่อนจะให้พยาบาลเชิญออกไปข้างนอก 
"ไปสวนสัตว์กันนะ ไม่ได้ไปตั้งนานแล้ว"  หลังจากตรวจสุขภาพเสร็จเคนก็เอ่ยปากอ้อนให้พี่ชายพาไปเที่ยวต่อ
"เย็นแล้ว ไว้วันหลังเถอะ"  เจอร์รี่ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูพร้อมกับส่ายหน้าปฎิเสธ
"มันยังไม่ปิดหรอก ไปเถอะนะ....ชั้นอยากไป....."  เคนตื๊อพี่ชายต่ออีก
"อาทิตย์หน้าค่อยไป จะได้ชวนไจ่ไจ๋มาด้วย"  เจอร์รี่ปฎิเสธอีก
"หากไม่มีไจ่ไจ๋นายก็ไม่อยากไปไหนกับชั้นเลยใช่มั๊ย?"  เมื่อพี่ชายยืนกรานว่าไม่ยอมไปเคนเลยประชดส่ง
"ตามใจเถอะ งั้นนายกลับบ้านไปก่อนชั้นไปคนเดียวก็ได้"  พูดจบเคนก็ทำท่าจะเดินจากไปแต่พี่ใหญ่ดึงมือน้องไว้ก่อน
"ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย ทำไมถึงชอบคิดแบบนี้ทุกที"  พี่ใหญ่บ่นอย่างอ่อนใจ
"หรือว่ามันไม่จริง ถ้าไม่มีไจ่ไจ๋ไปด้วยนายเองก็คงไม่อยากไปไหนหรอกใช่มั๊ย? นั่นมันน้องรักของนายนี่"  เคนแกล้งตัดพ้ออีก
"เฮ่อ!"  พี่ใหญ่ได้แต่ถอนหายใจไม่อยากอธิบายอะไรอีกเพราะอธิบายไปน้องก็ไม่ฟังอยู่ดี
"ตกลงไปนะ"  เมื่อเห็นพี่ชายมีท่าทีอ่อนลงเคนก็ถามต่อ
"ไม่ไป! แล้วชั้นก็ไม่อนุญาตให้นายไปด้วยเหมือนกัน! กลับบ้าน!"  พูดจบก็ลากตัวน้องมาที่รถ
"ปล่อยเลย! ชั้นไม่ใช่เด็กแล้วนะ! จะไปไหนมาไหนทีต้องคอยขออนุญาตนายด้วยหรืองัย!"  เคนร้องโวยวายแล้วสะบัดมือพี่ชายออก
"ตราบใดที่ชั้นยังเป็นพี่ชายของนายตราบนั้นชั้นก็ยังมีอำนาจปกครองนายอยู่ไม่ว่านายจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม! ขึ้นรถ! ถ้าไม่อยากเจ็บตัว!"  พี่ใหญ่พูดเสียงเข้ม จนเคนเริ่มหวั่นๆเพราะสีหน้าของพี่ชายบ่งบอกว่ากำลังเอาจริง 
"แต่ชั้นแค่อยากไปเที่ยว....."  เคนพูดเสียงอ่อย เจอร์รี่มองน้องชายก่อนจะส่ายหน้าไปมาเล็กน้อย อันที่จริงหากพี่ชิงชิงไม่ได้พักอยู่ที่บ้านในตอนนี้เขาคงจะไม่ขัดใจน้องแต่เพราะเขานึกเป็นห่วงกลัวว่าน้องชายอีกสองคนจะทำตัวเกเรกับพี่ชิงชิงเจอร์รี่จึงไม่อยากปล่อยให้อยู่บ้านกันตามลำพังเป็นเวลานานๆ
"ชั้นจะนับหนึ่งถึงสามถ้ายังไม่ขึ้นไปนั่งบนรถให้เรียบร้อยแล้วหละก็....."  เจอร์รี่ไม่ได้พูดจนจบประโยคแต่เคนก็รู้ดีว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะเป็นยังงัย
"ชั้นขอไปเข้าห้องน้ำก่อนแล้วกัน"  เคนต่อรองแล้วรีบเดินกลับเข้าไปในโรงพยาบาลทันที จากนั้นเมื่อลับตาพี่ใหญ่เขาก็หยิบโทรศัพท์มาโทรหาพี่ชายคนรอง
"ชั้นเองนะ....ดูท่าแล้วชั้นคงรั้งเจอร์รี่ไม่ให้มันกลับบ้านไม่ได้แล้วว่ะ"  เคนเอ่ยรายงานพี่ชาย
"ทำไมวะ? กะอีแค่อ้อนมันแค่เนี่ยทำไม่ได้หรืองัย?"  เสียงแวนเนสบ่นกลับมา
"ก็ทำแล้วแต่มันไม่ยอมน่ะสิ แถมยังดุซะจนน่ากลัว"  เคนเถียงกลับ
"นายนี่ไม่ได้เรื่องเลยว่ะ ชั้นกับไจ่ไจ๋อุตส่าห์เตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้วเหลือแค่ตอนกลางคืนมาเยือนก็ลงมือได้ทันที"  เสียงแวนเนสยังบ่นกลับมาอีก
"ก็ทำยังงัยได้หละวะ? ชั้นก็พยายามแล้วแต่มันไม่ยอมอ่ะ ไม่อยากตื๊อมันมากด้วยเดี๋ยวเจ็บตัวอีก"  เคนเองก็หน้ามุ่ยที่โดนบ่น
"เออๆๆๆๆ เดี๋ยวปรึกษาไจ่ไจ๋ดูก่อนว่าจะเอางัยต่อ ไว้ค่อยโทรกลับนะ"  เมื่อเป็นดังนั้นแวนเนสจึงตัดบทแล้ววางสายไป
"ให้มันรู้ไปสิวะว่าผู้ชายสามคนจะแก้เผ็ดผู้หญิงคนเดียวไม่ได้"  เคนพึมพำกับตัวเองก่อนจะถอนหายใจอย่างเซ็งๆ แล้วเดินกลับไปที่จอดรถ
"ชักช้าอยู่ได้ ปิดประตูรถได้แล้ว"  เจอร์รี่เร่งน้องชายเมื่อเห็นว่าน้องยังเอ้อระเหยอยู่
"ชั้นหิวข้าว"  เคนแย้งแล้วมองหน้าพี่ชายด้วยแววตาขอร้อง
"หิวข้าว? นี่ก่อนออกมาก็กินข้าวแล้วหนิ แถมเมื่อกี้ที่นั่งรอหมอนายก็ซัดขนมปังไปตั้งสามชิ้นยังมีหน้ามาบอกว่าหิวข้าวอีกหรอ?"  พี่ใหญ่บ่นน้องชายชุดใหญ่
"ก็มันหิวข้าวหนิ"  เคนทำเสียงประท้วง จนพี่ใหญ่ไม่รู้จะทำยังงัยดี
"ทนหน่อยเดี๋ยวซื้ออะไรไปกินที่บ้าน ปิดประตูได้แล้ว"  พูดต่อรองพร้อมกับบอกให้น้องปิดประตูรถเพื่อที่จะได้ออกรถเสียที
"ชั้นหิวตอนนี้นี่หว่า ทำไมต้องซื้อกลับไปกินที่บ้านด้วย"  เคนแย้งก่อนจะปิดประตูรถดังปังเนื่องจากพี่ชายไม่มีทีท่าว่าจะยอมตามที่เขาขอเลยซักอย่าง
"นี่แหนะ!"  พี่ใหญ่ซัดเพี๊ยะลงที่แขนน้องเมื่อเห็นว่าน้องเริ่มงอแง
"ทำไมถึงพูดไม่รู้เรื่อง! บอกว่าเดี๋ยวค่อยซื้อกลับไปกินที่บ้านงัย!"  เอ็ดน้องชายต่ออีก ก่อนจะออกรถอย่างเหนื่อยหน่าย 
"ไม่เอา! ชั้นจะกินที่ร้าน!"  เคนร้องโวยวายขึ้นมาบ้าง
"เสี้ยวเทียน!!"  เจอร์รี่แหวใส่น้องชายอย่างหงุดหงิด
"หยุดรถ! ชั้นจะลง!"  เคนทำเสียงแข็ง เมื่อเห็นว่าอ้อนไม่ได้ผลเคนเลยแข็งข้อเข้าให้บ้าง
"เงียบไปเลยนะ!"  เจอร์รี่ทำเสียงดุ
"บอกให้หยุดงัย!"  เคนพูดพร้อมกับเอามือจับที่พวงมาลัยรถ
"เฮ้ย!!! ปล่อยมือเดี๋ยวนี้!!"  พี่ใหญ่อุทานเสียงดัง 
"ก็หยุดรถสิ"  เคนพูดด้วยสีหน้าเหมือนผู้ที่เหนือกว่า
"อยากมีปัญหากับชั้นนักใช่มั๊ย!? ได้!!"  เจอร์รี่เดือดดาลกับความดื้อแพ่งของน้องไม่น้อยเขาเอารถเข้าจอดข้างทางแล้วหันมาจะเล่นงานน้องชาย แต่เคนไหวตัวทันจึงรีบเปิดประตูลงจากรถ 
"เสี้ยวเทียน!"  พี่ใหญ่เรียกชื่อน้องเสียงเข้ม ทำเอาเคนชะงักไปเล็กน้อย
"นายกลับบ้านไปเลย! ชั้นจะไปที่อื่น!"  เคนร้องบอกพี่ชายแล้วเดินผ่านหน้ารถเพื่อจะข้ามถนน พี่ใหญ่โมโหจนพูดอะไรไม่ออกก่อนจะเปิดประตูรถลงมาบ้างแต่แล้วเขาก็ต้องตกใจเมื่อมองไปทางน้องชาย
"เสี้ยวเทียนระวัง!!!"  เจอร์รี่ตะโกนเรียกน้องเสียงดังลั่นเมื่อเห็นว่ามีมอเตอร์ไซด์วิ่งมาด้วยความเร็วสูงในขณะที่เคนกำลังจะวิ่งจากเกาะกลางถนนข้ามไปยังถนนอีกฝั่งหนึ่ง เสียงพี่ชายทำเอาเคนชะงักกึกก่อนที่รถมอเตอร์ไซด์คันดังกล่าวจะวิ่งผ่านหน้าเขาไปแบบเฉียดฉิว
"เกือบไปแล้ว....."  เคนเองก็ตกใจที่ตัวเองเกือบจะถูกรถชน เขาหันกลับมาก็เห็นพี่ใหญ่ยืนมองเขาด้วยสีหน้าตกใจไม่น้อย ในตอนนั้นเองเคนถึงนึกตำหนิตัวเองที่ดื้อกับพี่ชายไม่เข้าเรื่องเขาจึงหมุนตัวกลับจะข้ามถนนกลับมาหาพี่ชายแต่เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นเสียก่อน 
"เอ่อ...."  เคนหยิบออกมาดูก็เห็นว่าเป็นเบอร์ของพี่ชายคนโต จึงมองไปทางพี่ชายก่อนจะกดรับ
"ยืนรออยู่ตรงนั้นแหละ"  เสียงพี่ใหญ่พูดก่อนจะตัดสายไป แล้วเคนก็เห็นพี่ชายข้ามถนนมาหาเขา
"ชั้น...."  เมื่อพี่ชายเดินเข้ามาใกล้เคนตั้งใจจะเอ่ยปากขอโทษแต่ยังไม่ทันจะพูดจบพี่ใหญ่ก็ดึงเขาไปกอดแน่น
"เป็นอะไรหรือเปล่า?"  ก่อนจะดันตัวเขาออกแล้วจับตรวจตราดูตามเนื้อตามตัวเขา เคนส่ายหน้าแทนคำตอบ เจอร์รี่ถอนหายใจเบาๆแล้วจูงมือน้องข้ามถนนกลับมาที่รถ คราวนี้เคนยอมกลับขึ้นมานั่งรถแต่โดยดี และเจอร์รี่ก็ออกรถโดยที่ไม่ได้พูดอะไรอีก
"เอ่อ....."  เคนตั้งท่าจะพูดอะไรบางอย่างแต่พี่ชายกลับทำนิ่งเฉยทำให้เคนต้องปิดปากเงียบด้วยเช่นกัน แน่นอนว่าพี่ชายคงโมโหเขาอยู่ไม่น้อยแต่คงไม่มีแก่ใจมานั่งด่าเพราะเหตุการณ์เมื่อซักครู่ดูเหมือนพี่ชายจะตกใจมากกว่าเขาเสียอีก
"เฮ่อ!"  แล้วเคนก็ถอนหายใจออกมาโดยไม่รู้ตัวเขามองไปนอกหน้าต่างแล้วก็คิดได้ว่าหลังจากกลับไปถึงบ้านเขาควรบอกให้แวนเนสและไจ่ไจ๋หยุดภาระกิจที่เตรียมการไว้ก่อนเพราะพี่ชายคนโตกำลังอารมณ์ไม่ดี หากพลาดพลั้งถูกจับได้คงซวยไปตามๆกัน
"เอ๊ะ!"  ในขณะที่กำลังคิดเพลินๆ รถยนต์ก็มาหยุดตรงหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งเคนจึงร้องขึ้นอย่างแปลกใจ
"ก็บอกว่าหิวไม่ใช่หรอ? ลงไปกินข้าว"  เมื่อเห็นสีหน้างงงวยของน้องชายเจอร์รี่จึงเอ่ยขึ้นเสียงห้วนๆ
"อ้อ! ครับ....."  เคนตอบรับด้วยท่าทียังงงไม่หายแต่ก็กระวีกระวาดลงจากรถแล้วรีบเดินตามพี่ชายที่เดินนำลิ่วๆเหมือนกับไม่ได้มาด้วยกันยังงัยอย่างงั้น
"จะกินอะไร"  พี่ใหญ่ถามโดยไม่มองหน้าน้องชาย 
"อะไรก็ได้"  เคนตอบด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม เพราะรู้ตัวว่าควรจะพูดให้น้อยที่สุดเพื่อให้พี่ชายคลายความโมโหลงบ้าง
"งั้นเอา....."  พี่ใหญ่จึงหันไปสั่งกับข้าวมาสามสี่อย่างเสียเองเสร็จแล้วก็นั่งเงียบเหมือนเดิม
"ชั้นขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ"  เคนบอกกับพี่ชายแล้วเดินเลี่ยงไปเข้าห้องน้ำ
"เฮ่อ! แค่นี้ต้องโกรธด้วย! ก็คนมันไม่ทันมองนี่หว่า"  เคนบ่นอุบกับตัวเองทันทีที่พ้นจากรัศมีสายตาของพี่ชาย จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายหาน้องเล็ก
"ไจ่ไจ๋ พี่เองนะโว้ย"  ทันทีที่ฝ่ายตรงข้ามตอบรับเคนก็พูดทันที
"พี่กลาง ตกลงเป็นยังงัย? ตื๊อให้พี่ใหญ่เที่ยวต่อได้มั๊ย?"  เสียงไจ่ไจ๋ถามกลับมา
"ไม่ได้หรอก แล้วพี่จะบอกให้นายเบรกแผนการณ์ทุกอย่างไว้ก่อนด้วย"  เคนพูดด้วยสีหน้าเซ็งๆ
"ทำไม? ไปเผยพิรุธให้พี่ใหญ่จับได้แล้วใช่มั๊ย!?"  ไจ่ไจ๋โวยวายกลับมาทันที
"ไม่ใช่โว้ย! มันไม่รู้เรื่องอะไรหรอก เพียงแต่เมื่อกี้พี่เกือบถูกรถชนมันเลยโมโหซะไม่ยอมพูดเลย"  เคนปฏิเสธก่อนจะบอกข้อเท็จจริงกับน้อง
"อะไรนะ!! แล้วไปทำอีท่าไหนถึงจะโดนรถชน? แล้วเป็นอะไรหรือเปล่า? ตกลงโดนรถชนจริงมั๊ย?"  เสียงน้องเล็กที่ถามกลับมาจนแทบเป็นเสียงตะโกนทำให้เคนต้องทำหน้าเบ้แล้วเอาโทรศัพท์มือถือออกห่างจากหู
"ไม่โดนโว้ย! แล้วนายจะโวยวายทำไม!"  เคนเอ็ดน้องชายกลับไปบ้าง
"ก็คนมันตกใจนี่....."  เสียงอ่อนลงของน้องชายเถียงกลับมาอุบอิบ
"พี่ไม่เป็นอะไรเลย เอาเป็นว่าชะลอเรื่องที่จะทำคืนนี้ไว้ก่อนนะ เพราะหากพี่ใหญ่จับได้มีหวังถูกฆ่ายกครัวแน่"  เคนย้ำกับน้องชายอีกครั้ง
"หูยยย.....อุตส่าห์เตรียมแผนการณ์ซะดิบดี ยกเลิกซะนี่"  เสียงน้องเล็กบ่นอีก
"ไม่ได้ยกเลิก แค่ชะลอไว้ก่อน รอพี่ถึงบ้านแล้วค่อยปรึกษากันอีกที"  เคนแย้ง
"โอเคๆๆๆ เดี๋ยวพี่รองกลับมาแล้วผมจะบอกให้แล้วกัน"  ไจ่ไจ๋ตอบรับ
"พี่รองมันไปไหน?"  เคนถามถึงแวนเนส
"ออกไปกับพี่ชิงชิง"  คำตอบของน้องทำให้เคนขมวดคิ้ว
"ไปไหน?"  เคนถามน้องต่ออีก
"พี่ชิงชิงเขาจะไปซื้อของใช้ส่วนตัวมั้ง? พี่รองเลยอาสาขับรถไปให้ นี่อุตส่าห์ทำดีเพื่อหวังว่าหากเราทำตามแผนกันจริงๆ พี่ชิงชิงจะได้ไม่นึกสงสัยนะเนี่ย"  ไจ่ไจ๋ไม่วายบ่นอุบเพราะเสียดายที่แผนการณ์ต้องยกเลิก
"แถมตอนนี้ผมก็เตรียมสถานที่พร้อมแล้วด้วย"  เคนย่นจมูกเมื่อน้องชายยังบ่นไม่เลิก
"เอาน่า! เพื่อความปลอดภัยของพวกเรา พี่รับรองว่ามันต้องมีโอกาสอีกแน่นอน"  เคนพูดปลอบน้องชายก่อนจะตัดบท
"พี่ลุกออกมานานแล้ว เดี๋ยวพี่ใหญ่สงสัย แค่นี้ก่อนแล้วกัน"  พูดจบเคนก็วางสายโดยไม่รอฟังคำตอบรับของน้องชาย ก่อนจะเดินกลับออกไป แต่เมื่อเดินออกมาก็พบว่าพี่ชายกำลังคุยโทรศัพท์อยู่เขาจึงยังไม่เดินไปนั่งแต่ยืนอยู่ด้านหลังเพื่อให้พี่ชายคุยเสร็จก่อน
"เดี๋ยวคงกลับมืดหน่อยแหละ ไอ้น้องชายตัวดีของนายมันงอแงเหลือเกิน"  เคนขมวดคิ้วเมื่อได้ยินพี่ชายพูดเช่นนั้น แต่ก็แน่ใจว่าพี่ใหญ่คุยกับแวนเนสอยู่แน่นอน
"ชั้นก็อยากจับมันฆ่าแล้วยัดลงท่อเหมือนกันแหละ! ถ้าไม่ติดว่าผิดกฎหมายชั้นทำไปนานแล้ว!"  คำพูดพาดพิงของพี่ชายทำให้เคนเบ้ปากแต่ก็ยังยืนฟังต่อ
"มันอยากจะไปสวนสัตว์ ชั้นเลยกะว่าจะเอามันไปฝากไว้ในกรงใดกรงหนึ่งซะเลย จะได้ไม่ต้องมาคอยปวดประสาทกับมันอีก"  พี่ใหญ่บ่นต่อเป็นชุด
"แล้วนี่มันก็บอกจะไปเข้าห้องน้ำก็เล่นหายจ้อยไปอีก ไม่รู้ไปก่อเรื่องอะไรอีกหรือเปล่าเดี๋ยวชั้นจะไปดูซักหน่อย แค่นี้ก่อนแล้วกันแค่จะโทรมาบอกว่าอาจจะกลับค่ำหน่อย"  พอพี่ชายพูดจบเคนก็เดินไปที่เก้าอี้ของตัวเองแบบเนียนๆเหมือนกับเพิ่งเดินมาถึง 
"มีปัญหาหรอ?"  เมื่อเห็นน้องมองหน้าเจอร์รี่ก็ถามอย่างหาเรื่องเพราะร้อนตัวที่ตัวเองเพิ่งนินทาน้องไปแหมบๆ
"ไม่มี ใครจะกล้ามีปัญหาอะไรหละครับ?"  เคนย้อนถามหน้าซื่อ
"ไม่กล้าก็ดี!"  เจอร์รี่กระแทกเสียงเล็กน้อย เคนแอบเบ้ปากใส่พี่ชายแต่พอเห็นพี่ชายมองมาก็ปั้นยิ้มหวานให้ทำเอาเจอร์รี่เกือบยิ้มตอบดีที่พนักงานเอาอาหารมาเสริฟพอดีเจอร์รี่จึงหันไปยิ้มกับพนักงานแทน ท่าทางของพี่ชายทำเอาเคนเกิดอาการหมั่นไส้แต่ไม่กล้าพูดอะไร
"ขอบคุณครับ"  เจอร์รี่รับอาหารจานสุดท้ายมาวางที่โต๊ะก่อนจะเอ่ยขอบคุณพนักงานคนนั้น
"อร่อยจังเลย! นายรู้จักร้านนี้ได้ยังงัยเนี่ย?"  หลังจากที่สองพี่น้องใช้ความเงียบตอบโต้กันไปมาได้ครู่หนึ่ง เคนก็เป็นคนเริ่มลงมือจัดการอาหารตรงหน้า จนเมื่อได้รับรสที่พอใจแล้วก็ถามพี่ชายอย่างลืมตัว
"ก็เพิ่งเคยมากินเหมือนกันแหละ!"  เจอร์รี่ตอบเสียงห้วนๆ แต่ก็รู้สึกว่าอาหารร้านนี้อร่อยเหมือนที่น้องว่าจริงๆ
"อ้าวหรอ? นึกว่าเคยมากินแล้วซะอีก เห็นสั่งอาหารเหมือนรู้ว่าอะไรอร่อย"  เคนไม่ได้สนใจกับคำตอบที่เหมือนไม่ตั้งใจตอบแต่ยังพูดต่อไป
"แต่ความจริงเขาอาจจะทำอร่อยทุกอย่างเลยก็ได้ ไว้ว่างๆจะพาไจ่ไจ๋มาบ้าง มันคงชอบใจไม่น้อยเลย"  เจอร์รี่แอบยิ้มกับท่าทีของเจ้าน้องชายจอมเกเร แต่พอน้องเงยหน้าขึ้นมามองก็ปรับสีหน้าให้ดุดังเดิม
"เดี๋ยวซื้อห่อกลับบ้านไปฝากไจ่ไจ๋กับแวนเนสด้วยได้มั๊ย?"  เคนทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นถามเซ้าซี้พี่ชายต่อ
"ไม่!"  เจอร์รี่ตวัดเสียงตอบ
"แล้วก็หุบปากซะที! สอนกี่ครั้งแล้วว่าอย่าพูดเวลาที่เคี้ยวอาหารอยู่!"  ดุน้องเข้าให้อีก ทำเอาเคนต้องรีบก้มหน้ามองข้าวในจานตัวเองแทน
"ขอโทษนะครับ"  ในตอนนั้นมีพนักงานเดินผ่านมาเจอร์รี่จึงร้องเรียกไว้ก่อน
"เดี๋ยวผมขอที่สั่งแบบนี้ทั้งหมดอีกชุดนึง แต่เอาเป็นใส่ถุงกลับบ้านนะครับ"  เจอร์รี่แจ้งความจำนง ทำให้เคนเงยหน้าขึ้นมามองอีกครั้ง
"ได้ค่ะ"  พนักงานรับคำแล้วเดินตรงไปจัดการให้ 
"ทำเป็นเก๊กอยู่ได้"  เคนพึมพำอย่างหมั่นไส้พี่ชายแต่พอเห็นว่าพี่ชายมองอยู่ก็เสมองไปทางอื่น โดยไม่ทันเห็นว่าพี่ชายแอบขำกับท่าทีของตัวเองอยู่

- ที่บ้าน -
"เจ้าพี่กลางของนายนี่มันไม่ได้เรื่องเลย! ทำอะไรไม่รู้จักระมัดระวัง หากโดนรถชนจริงๆแล้วจะเป็นงัย!"  แวนเนสบ่นกระปอดประแปดหลังจากที่ได้ยินน้องชายเล่าเรื่องที่เคนโทรมาบอกให้ฟัง 
"ผมก็ไม่รู้รายละเอียด แต่พี่กลางบอกมาแบบนี้ แล้วยังบอกให้พวกเราชะลอแผนการไว้ก่อนด้วย"  ไจ่ไจ๋รายงานต่อ
"ชะลอแผนทำไมวะ? ก็พี่ใหญ่โทรมาบอกพี่เองว่าจะพามันไปสวนสัตว์และจะกลับมืดหน่อย"  แวนเนสทำท่าทีงุนงงกับคำพูดของน้องชาย
"พี่กลางบอกว่าพอเกิดเรื่องที่พี่กลางจะโดนรถชนพี่ใหญ่ก็โมโหจนไม่ยอมพูดด้วยเลย ตกลงมันยังงัยกันแน่?"  น้องเล็กก็พลอยงงไปด้วย
"หึๆๆๆ งั้นสงสัยพี่ใหญ่เขาคงแกล้งไม่พูดด้วยมากกว่า คงไม่ได้โกรธจริงจังหรอกแบบนั้น"  แวนเนสนึกถึงน้ำเสียงของพี่ชายก็พอจะเดาออก
"สรุปว่าเราทำตามแผนที่วางไว้เหมือนเดิมนั่นแหละ"  แวนเนสบอกน้อง 
"เอางั้นหรอ? แล้วผมต้องโทรบอกพี่กลางอีกเปล่า?"  ไจ่ไจ๋ถามพี่ชายอย่างลังเล
"ไม่ต้องหรอก โทรหากันบ่อยๆเดี๋ยวพี่ใหญ่จะพลอยสงสัย เราลงมือเลยดีกว่า"  แวนเนสว่าแล้วก็ยักคิ้วให้น้อง
"เอ่อ...ว่าแต่วันนี้พี่รองพาพี่ชิงชิงไปถึงไหน?"  ไจ่ไจ๋ถามถึงพี่ชิงชิงบ้าง
"ก็ไปช้อปปิ้งนั่นแหละ พี่ชิงชิงเขาซื้อของใช้ส่วนตัวกับพวกหนังสืออ่านเล่นนิดหน่อย"  แวนเนสเล่าให้น้องฟัง
"วันนี้พี่เลยตามใจพี่ชิงชิงเต็มที่เพื่อแผนการนี้โดยเฉพาะ รับรองว่าพี่ชิงชิงไม่สงสัยพวกเราอย่างแน่นอน"  แวนเนสรับประกัน 
"ถ้าอย่างนั้นก็ดี ตอนนี้เราก็รอแค่เวลา"  ไจ่ไจ๋ว่าพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์ ในระหว่างนั้นพี่ชิงชิงก็เดินเข้ามาสองพี่น้องพอดีเล่นเอาเจ้าจอมวางแผนทั้งสองคนสะดุ้งไปตามๆกัน
"เป็นอะไรกัน? เห็นพี่แล้วทำหน้าอย่างกับเห็นผี"  พี่ชิงชิงว่าพลางมองแวนเนสกับไจ่ไจ๋อย่างขำๆ
"ปะ....เปล่า...ครับ พอดีเจ้าไจ๋เล่าเรื่องผีให้ผมฟัง พอพี่ชิงชิงมาเงียบๆเลยตกใจ"  แวนเนสหาข้อแก้ตัวโดยพลัน 
"งั้นหรอ? เล่าให้พี่ฟังบ้างสิ พี่ชอบเรื่องแบบนี้"  พี่ชิงชิงว่าแล้วนั่งร่วมวงกับสองหนุ่ม ทำให้แวนเนสกับไจ่ไจ๋สบตากันโดยอัตโนมัติ
"พี่ชิงชิงไม่กลัวหรอครับ?"  ไจ่ไจ๋แกล้งถามนำ
"ไม่กลัวหรอก เรื่องพวกนี้พี่ชอบฟังและก็ชอบพิสูจน์ด้วย"  เธอตอบพร้อมกับคลี่ยิ้ม อันที่จริงที่สองพี่น้องคุยกันเมื่อซักครู่เธอได้ยินหมดทุกอย่าง แม้จะไม่รู้ว่าทั้งคู่วางแผนจะแกล้งอะไรเธอแต่ก็เดาได้ไม่ยาก
"เอ่อ แต่ผมกลัว ไม่เล่าแล้วดีกว่า"  ไจ่ไจ๋ทำหน้าเจื่อนพร้อมกับลอบสบตากับแวนเนสอีกครั้ง
"นั่นสิครับ ผมฟังแล้วขนลุกเลย"  แวนเนสสนับสนุนคำพูดของน้องชาย
"ไม่เล่าก็ไม่เป็นไร งั้นพี่ขอตัวนะ"  พี่ชิงชิงว่าแล้วก็เดินกลับไปที่ห้องพักของตัวเอง ปล่อยให้สองพี่น้องทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
"ไม่ดีแล้วมั้งแผนนี้ พี่ชิงชิงไม่กลัวผีนี่หว่า"  แวนเนสพูดทันทีที่พี่ชิงชิงหายลับตาไป
"ทำไมเป็นคนแบบนี้นะ! ผู้หญิงอะไรไม่กลัวผี"  ไจ่ไจ๋เองก็บ่นอุบเมื่อเห็นว่าแผนการของพวกเขาล่มไม่เป็นท่า
"แต่เป็นไปได้มั๊ยว่าพี่ชิงชิงแกล้งโกหกพวกเราว่าไม่กลัว แต่จริงๆพี่ชิงชิงอาจจะกลัวก็ได้"  ไจ่ไจ๋คิดเข้าข้างตัวเอง
"นายคิดว่าคนอย่างพี่ชิงชิงเขาจะพูดเป็นเล่นหรืองัย?"  แวนเนสย้อนถาม ทำให้น้องเล็กได้แต่ถอนหายใจ 
"เฮ่อ! งั้นก็ช่างมันเถอะ ไว้หาแผนใหม่ก็แล้วกัน น่าเจ็บใจจริงๆ!"  ในที่สุดไจ่ไจ๋ก็ยอมรับก่อนจะมองนาฬิกา 
"ว่าแต่ตามพี่ใหญ่กับพี่กลางไปสวนสัตว์ด้วยจะทันมั๊ยเนี่ย?"  คำพูดของไจ่ไจ๋ทำให้แวนเนสขำออกมาได้ในที่สุด



Create Date : 25 ธันวาคม 2559
Last Update : 25 ธันวาคม 2559 22:12:42 น. 5 comments
Counter : 672 Pageviews.

 
เย้ๆ. พอเห็นเลข 101 ยิ้มหน้าบานเลยค่ะ บอกตรงๆ. เฝ้ารอมานานมากจริงๆ ขอบคุณนะคะ


โดย: ตั้งใจรอ IP: 49.230.238.77 วันที่: 25 ธันวาคม 2559 เวลา:22:40:45 น.  

 
เย่ๆๆๆ พอเห็นเลข 101 ดีใจมากเยย เข้ามาเปิดดูทุกวันคิๆๆ สนุกมากเลยค้าา อยากรู้แล้วว่าตอนต่อไปจะเป็นอย่างไงคิๆๆ รักเจอรี่ เวนเนส เคน ไจ๋ไจ๊ และก็รักนักเจียนที่สู้ดด เยย


โดย: Likesnow IP: 182.232.5.115 วันที่: 29 ธันวาคม 2559 เวลา:11:55:16 น.  

 
รออยู่น้า ไรท์จ๋าาา อ่านทีไรก็หลงรักทุกที ไรท์แต่งได้เก่งมากจิงๆ ข้าน้อยขอคารวะ 😁😁😚😚😚😚


โดย: Bon bon IP: 183.89.149.246 วันที่: 16 มกราคม 2560 เวลา:21:00:13 น.  

 
มาต่อเร็วๆนะคะ. ติดตามพี่ๆอยุ่


โดย: เธอ IP: 49.229.117.45 วันที่: 16 มกราคม 2560 เวลา:22:10:05 น.  

 
จะครบเดือนแล้วน้า


โดย: Sugar IP: 49.230.236.147 วันที่: 20 มกราคม 2560 เวลา:18:39:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 
 

loving_zai
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]




[Add loving_zai's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com