Somebody's me... Nobody's know.. You are what you thinks.. and.. I am who i am.. Whatever will be, will be..
Group Blog
 
<<
เมษายน 2560
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
11 เมษายน 2560
 
All Blogs
 
ถนนสายนี้มีตะพาบ 175/176







ถนนสายนี้มีตะพาบ 175 / 176

ข้อคิดดีๆ ที่ทำให้ฉันจะไม่กลัวอะไรอีกแล้ว



          ช่วงนี้เริ่มเขียนตะพาบอืดอาดอีกแล้วค่ะ หลังจากรอบที่แล้วรวบสองโจทย์เข้าด้วยกัน รอบนี้ก็ยังมาแนวเดิมอีก จริงๆ ไม่ได้หายไปไหนวนเวียนอยู่แถวเฟสบุ๊ค ซุ่มเขียนนิยายแล้วก็หนีเที่ยวมาค่ะ

          เมื่อประมาณเดือนกันยาปีที่แล้วมีงานประกวดงานเขียนหนึ่งชื่อ ARC Award มีคอนเซ็ปต์ว่าเขียนอะไรก็ได้ส่งอะไรก็ได้ที่อยากเขียน จะเป็นนิยาย บทกวี สารคดี ฮาวทู หนังสือภาพ บทความ หรืออะไรก็ตามที่เราเขียนขึ้นเองและยังไม่เคยขายที่ไหนมาก่อนมีเวลากว่าหกเดือนถึงจะหมดเขตส่ง

          เราได้แต่เมียงๆมองๆ แต่ไม่กล้า เพราะไม่กล้าทำให้เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่าเกือบห้าเดือนกว่าจะคิดได้แต่ก็ไม่อยากส่งอยู่ดีเพราะรู้ว่ายิ่งเป็นงานประกวดคงยิ่งมีแต่คนเก่งๆงานต้องเนี๊ยบ เฟี้ยว ต้องแปลกแตกต่างจากงานเขียนทั่วไป

          เราได้แต่ฝัน...แต่ไม่กล้า

         แต่พอมีโอกาสอ่านข้อคิดดีๆจากหนังสือเล่มหนึ่ง ทำให้เกิดความฮึดขึ้นมาทั้งที่เหลือเวลาเพียงเดือนเดียวหนังสือที่ปลุกเร้าความกล้าในตัวเราอย่างร้ายกาจมีชื่อว่า “ก้าวไปเก็บจันทร์พันดวง” ของนักเขียน ประชาคม ลุนาชัย

โปรยปกหน้าสั้นๆ แต่น่าสนใจด้วยเรื่องราวของชายช่างฝันกับพระจันทร์พันดวง และเจ้านกตัวเล็กๆ ในหัวใจของเขา โดยเฉพาะโปรยปกหลังไม่กี่บรรทัดแต่พุ่งเข้ากลางใจอย่างจัง


         “บางทีการเขียนไม่ได้ขึ้นอยู่กับการขาย

          เป็นเพียงสิ่งที่ศิลปินอยากจะทำเมื่อหัวใจปรารถนา

          ถึงแม้จะขายไม่ได้แม้แต่เล่มเดียว

          มันเป็นงานที่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของคนสร้างให้เติบใหญ่

                         นักเขียนก็เหมือนต้นไม้

               ที่ยืนหยัดก็ส่วนหนึ่งที่โค่นล้มหายไปก็อีกส่วนหนึ่ง

               แต่แผ่นดินยังอยู่ ถนนหนังสือยังอยู่

               พร้อมจะให้โอกาสไม้ต้นใหม่ได้งอกงามและยืนหยัด

          เมื่อหนังสือกลายเป็นโลกอีกใบในมือคนอ่าน

          มันไม่สำคัญอีกแล้วว่าคนเขียนคิดอะไร

          แต่สำคัญตรงที่คนอ่านคิดอะไรต่างหาก”


พออ่านจบเราทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยไม่เห็นด้วยที่ว่างานเขียนไม่ได้ขึ้นอยู่กับการขาย มันยากมากที่จะฟันธงหากนักเขียนต้องดำรงชีพด้วยการเขียนการเขียนแล้วไม่ขายยิ่งยากไปใหญ่

ขณะที่โลกหมุนไปหนังสือเล่มยังอึมครึม ตลาดออนไลน์ก็มาแรงเกินยั้งเราจะทำอะไรได้หากไม่เขียนเพื่อหวังขาย งานที่ไม่เป็นแมสหรือเข้าไม่ถึงคนหมู่มากย่อมขายยากขึ้นเป็นธรรมดา

เราก็ได้แต่บอกตัวเอง เมื่อตั้งใจแล้วว่าจะสานต่อนิยายจบไม่สวยเรื่องนี้ให้จบก็ต้องทำต่อไปแต่เขียนแล้วจะเอาไปไหนดีละ ไม่มีที่ไหนรับหรอกนิยายที่จบไม่สวยนอกจากส่งประกวด มันน่าจะมีคุณค่าบ้างถ้ามีคนอ่านมัน เพราะฉะนั้นคำนี้จึงพุ่งเข้ามาในหัว

          ฉันจะไม่กลัวอะไรอีกแล้ว

          เป็นประโยคที่ใช้เตือนตัวเองให้กล้าที่จะเขียน และเขียนเสร็จในหนึ่งเดือนจนทันเวลาส่ง การบอกตัวเองว่าจะไม่กลัวอะไรอีกแล้วถ้าได้ทำมันรู้สึกดีเป็นบ้า 

         ถ้าจะกลัว ก็กลัวไม่ได้ทำแล้วมานึกเสียใจในความไม่กล้ามากกว่า ผลออกมายังไงก็จะไม่กลัวแล้วเพราะอย่างน้อยนิยายก็ได้ผ่านมือตัวเองตั้งแต่ต้นจนจบ และอาจจะมีโอกาสผ่านตากรรมการบ้าง

           นี่แหละมั้งที่เรียกว่าความฝันของนักหัดเขียน

          ไม่รู้ว่าจันทร์พันดวงของเราอยู่อีกไกลแค่ไหนแต่ก็ยังหวังว่าหนึ่งในพันจะมีสักดวงที่เป็นของเรา

ถึงเป็นแค่ความฝัน แต่ก็เป็นฝันที่ได้ทำ ดีกว่าฝันแล้วไม่ลงมือทำมันก็คงอยู่ได้แต่ในฝันของเราตลอดกาล...



มีรูปที่ไปเที่ยวมาฝากเอาไว้ค่อยมาอัพบล็อกเล่าเรื่องเที่ยวบ้างค่ะ



ขอบคุณของแต่งบล็อกสวยๆ จากคุณยายเก๋าและคุณญามี่ค่ะ

ขอบคุณเพลงเพราะๆ จากอินเตอร์เน็ตค่ะ

ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่ะ




Create Date : 11 เมษายน 2560
Last Update : 11 เมษายน 2560 19:15:12 น. 18 comments
Counter : 273 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณบาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณกะว่าก๋า, คุณhaiku, คุณรัชต์สารินท์, คุณเรียวรุ้ง, คุณtoor36, คุณmultiple, คุณชีริว, คุณอุ้มสี


 
คำโปรยบนหนังสือโดนใจมากๆค่ะ


โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน วันที่: 11 เมษายน 2560 เวลา:18:51:34 น.  

 
ไปหลงแสงสีที่เฟซบุ๊คและหนีเที่ยวนี่เอง ...

ถึงเป็นแค่ความฝัน แต่ก็เป็นฝันที่ได้ทำ ดีกว่าฝันแล้วไม่ลงมือทำ
อย่างน้อยก็ได้ทำตามฝัน ดีกว่าฝันค้างเนอะ อิอิ



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 11 เมษายน 2560 เวลา:19:17:16 น.  

 
โหวต Literature Blog ครับน้องนุ่น

ทุกวันนี้สุมดบันทึกของพี่ก๋าเหมือนเป็นสมุดจดคำคมไปแล้วล่ะครับ
มีอยู่เกือบ 50 เล่มเห็นจะได้

ส่วนที่เป็นงานที่ตัวเองเขียน
ก็จะแยกไปเขียนอีกชุดนึงแทนเลย

หนังอินเดียดูสนุกดีนะครับ
พี่ก๋ษชอบดูมากเลย
มันครบรส เพลงก็สนุกดีด้วย



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 เมษายน 2560 เวลา:20:48:12 น.  

 
นั่งอ่านข้างบน....แล้ว ผมก็นั่งคิดเรื่องราวที่ผ่านมา

เคยเข้าไปดูร้านขายหนังสือหลายร้าน หลายยี่ห้อ สังเกตคนที่
เข้าไปดูหนังสือ อ่านหนังสือ ว่าดูประเภทไหนบ้าง รวมทั้งคน
เข้าดูมากน้อยเพียงใด..

ผมว่ายังมีคนเข้าดูเรื่อย ๆ จะมีเด็กวัยรุ่นเข้าดูกันหลายคน สาว ๆ
จะดูนิยาย.. หนุ่ม ๆ ก็ดูหนังสือภาพกับ หนังสือคอมพิวเตอร์

เคยคุยกับเพื่่อนหลายคน บอกว่าไม่ค่อยได้อ่านเป็นเล่มเลย
ดูในเฟช ที่สั้น ๆ เป็นส่วนใหญ่... ถ้าข้อเขียนในเฟช 3
บันทัด แล้วมีคำว่า อ่านต่อ... จะใช้นิ้วเขี่ยผ่าน 555
รวมทั้งผมด้วย..

นอกจากมีหัวข้อที่ น่าสนใจ จึงจะอ่านต่อ..

เคยฝันว่าจะเขียนหนังสือ แล้วมีคนอ่าน ตั้งแต่ทำวารสารบริษัท
มีคนสอบถามว่า นามปากกาคนนั้นใคร ใครนะเขียนแบบนั้น
ก็ได้แต่อมยิ้ม... เออ..ดีเหมือนกัน

เลยเขียนลงบล๊อกอยู่ 3 แห่ง..แต่ที่ BG ดูแล้วจะมีคนอ่าน
มากกว่า 2 แห่ง เลยเขียนไปเรื่อย ๆ ไม่ค่อยกล้วอะไรแล้ว


อาศัยว่ามีคนอ่าน แถมแวะเข้ามาทักทาย เพียงแค่นั้นถือว่า
ใช้ได้แล้ว 555 คือได้เพื่อนก็พอ..

เพราะการขายหนังสือปัจจุบันยากมาก.. ส่วนใหญ่คนจะอ่าน
ฟรี แล้ว เมื่ออ่านก็เห็นโฆษณาข้าง ๆ

มีเพื่อนเขียน หรือทำงานด้านนี้... ได้ส่วนแบ่งจากเจ้าของ
เวฟ.. โดยไม่รู้ตัว เรียกว่า งง... ผมว่าต่อไป..คนเขียน
หนังสือคงจะได้ส่วนแบ่ง คล้ายกับคนทำยูทูปแล้วได้ส่วนแบ่ง
ถ้ามีคน เข้าดูเข้าอ่าน..

ไปละครับ


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 11 เมษายน 2560 เวลา:20:51:42 น.  

 
เราได้แต่ฝัน...แต่ไม่กล้า

ชอบประโยคนี้ มากค่ะ
ขอบคุณค่ะ คุณนุ่น


โดย: นัน IP: 192.99.15.166 วันที่: 11 เมษายน 2560 เวลา:21:29:39 น.  

 
รวบสองโจทย์นี่เท่ากับบล็อกละเดือนเลยนะครับ
คำโปรยหนังสือเล่มนี้ดูอุดมคติไปหน่อยครับ เขียนแล้วขายไม่ได้ก็เป็นได้แค่งานอดิเรกน่า (วัยรุ่นเรียกเขียนสนองนี้ดตัวเอง)
ช่วงนี้ตลาดหนังสือค่อยๆตายลงไปเรื่อยๆ แต่นักเขียนยังมีช่องทางทำกินเยอะครับ ไปทำเพจก็ได้ บล็อกก็ได้ หรือเขียนหนังสือแบบเดิมแล้วขายเป็นอีบุ๊คก็ได้
เห็นภาพใต้น้ำของคุณนุ่นละสวยงาม นักเขียนสาวคนนี้ดำน้ำเก่งด้วยนะครับเนี่ย

ป.ล.โหวตหมดง่ะ เดี๋ยวมาใหม่


โดย: ชีริว วันที่: 11 เมษายน 2560 เวลา:22:45:15 น.  

 


โดย: รัชต์สารินท์ วันที่: 12 เมษายน 2560 เวลา:5:02:06 น.  

 


สวัสดียามเช้าครับน้องนุ่น

วันก่อนไปอ่านสเตตัสของพี่ประชาคม
พี่เขาทำอีบุ๊ค มียอดโหลด 2 คน

นึกถึงประโยคที่เขียนไว้เลยครับ

..
..

เมื่อหนังสือกลายเป็นโลกอีกใบในมือคนอ่าน

มันไม่สำคัญอีกแล้วว่าคนเขียนคิดอะไร

แต่สำคัญตรงที่คนอ่านคิดอะไรต่างหาก

..
..


เพียงแต่อดใจหายไม่ได้ว่า
นักเขียนเองก็ต้องการกำลังใจในรูปแบบของเงิน
และการสนับสนุนจากนักอ่านเช่นกัน




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 เมษายน 2560 เวลา:6:27:20 น.  

 
"แคทลียาพันธุ์ดูใบนี่จริงหรือมุกคะ อิอิ"

มุกค่ะ 555 คืองามใบอย่างเดียว ดอกไม่มี อิอิ
จะว่าไปกล้วยไม้เป็นอะไรที่เลี้ยงยากมาก แค่เลี้ยงรอดนี่ก็เก่งแล้ว
ถ้าออกดอกด้วยก็นับเป็นวาสนา 555

อัญชันที่บ้านโดน (ฆ่า) ตัดตอน คือ ตัดซะเกือบเหลือแต่ตอ ตอใหญ่มากด้วย
เพราะเลื้อยอิรุงตุงนัง บังลมบังแสง จนต้นไม้อื่นพาลจะตายเอา

เห็นเป็นไม้อ่อนลำต้นนิดเดียว อย่าประมาทเชียวนะ เพราะจะใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
ใคร (ต้นไม้) อยู่ใกล้ เค้าพันรัดถึงตาย ที่บ้านก็ร่อแร่ไปหลายต้นเลย
ที่จำกัดก็ต้องจำกัดบริเวณเค้าหน่อย ถ้าที่เยอะก็ว่าไปอย่าง แต่ก็จะรกมาก ๆ เลย 555



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 12 เมษายน 2560 เวลา:8:35:36 น.  

 
สวัสดีค่ะ

เราชอบคำโปรยปกเหมือนกันค่ะ

เราเขียนเพราะอยากเขียน

จริงๆแล้วก็อยากขายเหมือนกันนะถ้าทำได้ แต่ไม่เคยตั้งใจแสวงหาจริงๆจังๆเลยให้ตายสิ

และเมื่อเวลาผ่านไปบทกวีก็ขายยากสนพ.ก็เลิกพิมพ์ขายเพราะขายไม่ได้ โลกออนไลน์มีให้อ่านฟรีเพียบ

ก็นะ ขายไม่ได้ก็ไม่เป็นไร หาที่หาทางให้มีเพื่อนอ่านก็แล้วกัน อย่างน้อยก็ยังมีคนร่วมแบ่งปันพูดคุยเกี่ยวกับงานเขียนของเราบ้าง

เป็นกำลังใจให้นะคะ

โหวต Literature Blog

ปล.ควบทีสองหัวข้อเลย ต่อแต่นี้ฉันจะไม่กลัวอะไรอีกแล้วนิ อ่านจบเราก็ได้ข้อคิดดีๆกลับไปเช่นกัน


โดย: เรียวรุ้ง วันที่: 12 เมษายน 2560 เวลา:12:42:17 น.  

 
มีคนเคยกล่าวไว้ว่าทำแล้วเสียใจที่พลาด ดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ทำ จะว่าไปญี่ปุ่นก็มีแนวคิดคล้ายๆ แบบนี้เหมือนกัน

ตลาดหนังสือเงียบเหงาลงมาก ดูจากงานหนังสือก็พอเดาได้ ถึงจะมีข่าวจากทางผู้จัดว่าคนมาเยอะก็ตาม แต่ข่าวอาจจะเป็นข่าวหลอกก็ได้ เราไปงานเองเราไม่รู้สึกแบบข่าวที่เค้ารายงานเลย


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 12 เมษายน 2560 เวลา:15:19:10 น.  

 
โรตีนิสราก็อยากกินเหมือนกันค่ะ เกาะก็อยากไปแต่ขี้เกียจตื่นเช้าซะงั้น เลยเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์อยู่ในเมืองค่า


โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน วันที่: 12 เมษายน 2560 เวลา:18:01:40 น.  

 
555 นี่ถ้าเป็น นศ.ที่ อ.เต๊ะ สอนนะ

ให้การบ้านไปตั้ง 6เดือน แล้วพึ่งจะมาทำเอาเดือนสุดท้ายนี่
จะตีให้หักหลังเลยทีเดียว อิอิ

น้องนุ่น บอก หนอยๆ เอ็งก้ลองมาตีข้าซี้ ข้าจะแจ้งตำรวจจับเอ็ง
ข้อหาพยายามฆ่า เลย เอ็งกล้าก็ลองดู เย้ย 555

ส่วนเรื่องงานเขียนส่งประกวดนี่ อ.เต๊ะ ก้ได้แต่เอาใจช่วยนะครับ

ครั้งนี้ถ้าไม่สำเร็จ ก็ไม่เป็นไร เราก็พยายามต่อไป อย่าท้อถอย
หรือว่า ถ้าน้องนุ่น มีรายชื่อคณะกรรมการตัดสินมั้ยละ

เผื่อ อ.เต๊ะ จะรู้จัก คนไหนที่พอจะแบล็คเมล์ได้
อ.เต๊ะ จะได้ช่วยอีกแรงนึง อิอิ

น้องนุ่น บอก ข้าขอบใจเอ็งมาก เอ็งช่างมีน้ำใจซะจริงๆ เย้ย
เอ็งไม่ต้องมายุ่งเลย ข้าแบลคเมล์กรรมการ เองได้ ไม่ต้องง้อเอ็งหรอก เดี๊ยะๆ555

ปล ลิง ขอบคุณสำหรับคำอวยพรด้วยจ๊ะ
สงกรานต์นี้ ก็ขอให้น้องนุ่นมีความสุข สดชื่นมากๆเช่นกันจ๊ะ



โดย: multiple วันที่: 12 เมษายน 2560 เวลา:18:23:42 น.  

 
คนไปญี่ปุ่นกันเยอะมากเลยครับ ช่วงนี้ซากุระบานด้วย
ห้องน้ำที่ Guess House Iki เล็กจนถ่ายรูปไม่ติดครับ ต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ส่อง //เว่อร์ไปแระ
รอชมทริประนองนะคร้าบ เป็นจังหวัดภาคใต้ที่ผมได้เที่ยวน้อยจริงๆ เคยแต่ขับผ่าน
ตอนไปบ้านเพื่อนก็เล่นเกมในห้องมันทั้งวัน


โดย: ชีริว วันที่: 12 เมษายน 2560 เวลา:18:59:07 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับฃ

ใช่ครับ
ท่านรูมีเกิดในยุค 800 ปีที่แล้ว
ตรงที่ท่านอยู่อาศัยมีทั้งศาสนาอิสลามและพุทธ
มีสองอิทธิพลความเชื่อ ถ้าจะนับรวมคริสต์ด้วยก็ได้ครับ
เพราะฉะนั้นงานของท่านจึงมีแนวคิดที่หลากหลายแต่เป็นสากลมากๆ

ทุกวันนี้พี่ก๋าดูหนัง อ่านหนังสือ
ถ้าเจอคำคม
จดเก็บไว้หมดเลยครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 เมษายน 2560 เวลา:20:00:48 น.  

 


สวัสดียามเช้าครับน้องนุ่น



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 เมษายน 2560 เวลา:6:21:38 น.  

 

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กาปอมซ่า Dharma Blog ดู Blog
The Kop Civil Sports Blog ดู Blog
lovereason Literature Blog ดู Blog

พี่อุ้มมาโหวตให้น้องนุ่นจ๊ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 13 เมษายน 2560 เวลา:7:16:08 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับน้องนุ่น

กล้องฟิล์มถ่ายยากครับ
พี่ก๋าก็ลืมไปแล้วว่าถ่ายยังไง 555
ใช้ดิจิตอลมันง่ายกว่ามากจริงๆ
เดี๋ยวนี้มือมีแอพแต่งภาพ
ยิ่งง่ายกว่าเดิมอีกครับ

หนังสือของพี่ก๋ายังไม่มีโครงการทำเลยครับ
จริงๆมีต้นฉบับอยู่เยอะ
หลายแนวด้วย
แต่ดูแล้วเศรษฐกิจไม่ค่อยดี
เลยเอามาลงให้อ่านกันในเฟซกับบล็อกไปพลางๆก่อนครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 เมษายน 2560 เวลา:13:07:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

lovereason
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 72 คน [?]









+ ++
Friends' blogs
[Add lovereason's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.